AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 50 ข้อเสนอที่ล้มเหลวของฮอป

ชื่อตอน : ตอนที่ 50 ข้อเสนอที่ล้มเหลวของฮอป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 27

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2562 11:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 50 ข้อเสนอที่ล้มเหลวของฮอป
แบบอักษร

ตอนที่ 50 ข้อเสนอที่ล้มเหลวของฮอป 

“ทะ ทะ ท่านชิกิ!” เสียงของพนักงานต้องรับตะโกนลั่นเมื่อเห็นเจ้าของค้อน ท่าทีของชิกิตอนนี้แผ่แรงกดดันของนักผจญภัยระดับสูงออกมาอย่างเต็มรูปแบบไม่มีอั้นไว้ ทำให้พนักงานสาวต้องรีบหลีกกายเร่งถอยออกไปด้วยความยากลำบาก

ความโกรธของเธอทำให้โต๊ะไม้ถึงกับสั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหวย่อม ๆ ที่ไม่ยอมหยุด เธอมองมายังค้อนเห็นบุรุษผู้หนึ่งรับมันด้วยมือเปล่าได้หางคิ้วจึงกระตุกไปช่วงหนึ่ง

“ไม่เลวนี่ที่สามารถรับค้อนนั้นได้! แต่ข้าคงไม่ยอมสั่งสอนเพียงเท่านี้หรอก กับไอ้พวกที่มาดูถูกอุดมการณ์ที่พวกข้าตั้งใจทำด้วยความยากลำบากแบบนี้” เธอจ้องฮอปด้วยแววตาแห่งความโกรธ ตั้งท่าเหมือนจะพุ่งมาอีกครั้ง

“ไม่ได้ดูถูก แต่พูดความจริงต่างหาก” ฮอปเบะปากพูดแล้วโยนขวานคืนเจ้าของเดิม ชิกิเปลี่ยนท่าร่างเป็นยืนขากว้างเพื่อรับขวานที่หนักร่วม 50 กิโลกรัมของเธอเอง

ทว่าการรับในครั้งนี้กลับแตกต่างจากปกติเนิ่งเพราะถูกโยนโดยฮอป ดูผิวเผินแล้วเหมือนกับโยนด้วยแรงธรรมดา ๆ แต่ว่ามันกลับหนักหน่วง ชิกิไม่สามารถหยุดขวานของตัวเองได้ทำให้มันหมุนควงผ่านเอวเธอไปกระแทกกับพื้นข้างหลัง สิ่งนี้ทำให้ชิกิงงงวยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะขวานของเธอ

เธอย่อมคุ้นชินและคุ้นเคยกับมันอยู่แล้ว น้ำหนักเพียง 50 กิโลกรัมนั้นไม่ใช่ขีดจำกัดของเธอ ต่อให้โยนมาเต็มแรงเธอก็มั่นใจว่าสามารถรับได้ แต่กับเมื่อกี้ ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าขวานนั้นมันหนักมากกว่า 200 กิโลกรัมเสียอีกซึ่งเกินขีดจำกัดที่เธอจะรับได้

“นี่นาย!!” เธอมองมาด้วยอารมณ์ไม่พอใจ ยิ่งท่าทางเฉยเมยของฮอปที่นั่งนิ่ง ๆ ไม่สนใจแบบนั้นยิ่งทำให้ไม่ชอบใจ

“ทำเกินไปงั้นเหรอ! คนที่เริ่มก่อนคือเธอต่างหาก และไม่ต้องมาทำฮึดหื้อ ที่มาที่นี่เพราะเฮียต้องการมาทำธุระบางอย่าง เอาล่ะเริ่มมานั่งคุยแล้วเข้าเรื่องได้แล้ว ดูเหมือนเธอจะเป็นผู้มีอำนาจในกิลด์นี้ด้วยนี่ ไม่อยากจะเสียเวลาถกเถียงโดยเปล่าประโยชน์” เสียงของฮอปพูดออกมาทีเล่นทีจริง เพื่อต้องการยั่วยุสำหรับเปิดทางให้ไผ่หยิบยื่นข้อเสนอบางอย่าง

“อย่ามาทำเป็นพูด!! ข้าไม่เคยเจอผู้ชายที่ไหนกล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าผู้หญิงแบบข้ามาก่อน เจ้ามันไร้มารยาทที่สุดที่ข้าเคยเจอ รู้ทั้งรู้ว่าข้ามีอำนาจในกิลด์นี้ก็ยังจะมาพูดจาแบบนี้อีก คิดว่าข้าจะรับฟังพวกเจ้างั้นเหรอ!! ไม่มีวันซะหรอก!” เสียงตวาดลั่นแบบเจ้าสาวขี้งอนไม่ได้ทำให้เธอดูน่ากลัวแต่อย่างใด แต่กลับกันมันทำให้ตัวเธอมีเสน่ห์โดยไม่รู้ตัว

“ข้าว่าฮอปพูดถูกนะ ที่พวกเจ้าทำมันเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หากขืนทำอีกก็มีแต่จะทำให้แย่ลง” ไผ่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ เขาไม่ได้ดูสะทกสะท้านใด ๆ กับอารมณ์ของชิกิ

ยิ่งสีหน้าที่เรียบนิ่งของไผ่ที่พูดในตอนนี้ยิ่งทำให้เธอเดาสถานการณ์ไม่ออกว่านักผจญภัยระดับกลางสองคนนี้มาทำอะไรกันแน่ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยถาม ไผ่กลับชิงพูดก่อนทันที

“มาพนันกัน ระหว่างกิลด์นักผจญภัยอิสระของเจ้ากับกลุ่มของข้า ใครจะจัดปัญหาได้ก่อนกัน เจ้ากล้าพนันกับพวกข้าไหมล่ะ! สิ่งเดิมพันก็ไม่ได้เป็นอะไรที่ยากเย็นเกินกำลังของพวกเจ้าเลย ก็แค่รวมกลุ่มเดินทางไปยังอาณาจักรเฟราด้ากับข้าเพียงเท่านั้น” น้ำเสียงของไผ่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น เขาพูดโดยที่ชิกิไม่อาจจะตามทันความคิดได้

“เจ้าบ้า!! มีที่ไหนกันท้าพนันแล้วบอกสิ่งเดิมพันมาเลยโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ไถ่ถามแม้แต่นิด พวกเจ้านี่มัน!!” ชิกิโพล่งด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะด่าว่านักผจญภัยแปลกประหลาดคนนี้ยังไง

“สรุปว่าจะตกลงไหม?” เสียงของไผ่พูดขัดจังหวะในการนึกคำด่าของชิกิ ไผ่สะบัดมือนำของบางอย่างในแหวนมิติออกมาโดยที่ชิกิไม่ทันได้สังเกต

“ไม่!! ข้าเป็นนักผจญภัยระดับสูงนะ จำใส่หัวไว้ด้วยว่านักผจญภัยระดับกลางแบบพวกนายไม่สามารถจะเทียบเคียงได้ พวกเรามันห่างชั้นกันจนเกินไป ที่พวกนายพูด ๆ ๆ มาเนี่ยมันก็แค่วาจาพล่อย ๆ ที่หาสาระอะไรไม่ได้ มาบ่งมาบอกว่าพนัน ฮึ!! พูดอยู่ได้ ของเดิมพันของพวกนายก็ไม่มีสักนิด แล้วจะมาให้ข้าลงเดิมพันโดยการเดินทางไปกับพวกนายงั้นเหรอ! หึ!! เห็นข้าเป็นนักผจญภัยระดับสูงแล้วอยากได้หน้าล่ะสิ คงจะหวังใช้ชื่อเสียงของข้าเพื่อผลประโยชน์ของพวกเจ้าสินะ นี่ต่อให้คนโง่มาฟังเขาก็ยังดูออก!! เพราะถึงยังไงพวกนายก็ไม่มีวันเอาชนะพวกข้าได้! อย่าคิดพล่อย ๆ ว่าในกิลด์นี้มีนักผจญภัยระดับสูงแค่ข้าคนเดียว ยังมีอีก 4 คนที่ตอนนี้ออกล่ามอนสเตอร์ และอีก 4 คนที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนอีก ฝ่ายที่เสียเปรียบก็เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นฝ่ายข้า!!” เสียงอันกราดเกรี้ยวของชิกิตะคอกด้วยความไม่พอใจ

ซึ่งคำพูดของชิกินับว่าเป็นการตอบที่ถูกต้องแล้ว เพราะปกตินักผจญภัยระดับกลางไม่อาจที่จะเอาชนะนักผจญภัยระดับสูงได้อยู่แล้ว การยื่นข้อเสนอของไผ่ ชึ่งสำหรับตัวชิกิแล้วนักผจญภัยระดับกลางสองคนนี้ไม่มีความรอบคอบใด ๆ เอาเสียเลย

ทำเป็นมาวิเคราะห์คนอื่นว่าทำแบบนี้แบบนั้นไม่ถูกต้อง ตัวชิกิเองก็ทำงานนี้ด้วยสองมือ คอยสั่งการและควบคุมงานในส่วนที่ตนได้รับผิดชอบมาตลอด พบเจอปัญหาและความลำบากต่าง ๆ ในที่สุดก็ทำได้ตั้งขนาดนี้แท้ ๆ ส่วนปัญหาอื่น ๆ ทางกิลด์ก็พยายามหาทางแก้ไขอย่างสุดความสามารถ

กับนักผจญภัยระดับกลางสองคนที่ไม่ได้รู้เรื่องราวการทำงานที่แสนเหน็ดเหนื่อยของกิลด์นักผจญภัยอิสระ แต่กลับมาบอกว่าแก้ปัญหาไม่ถูก มันเหมือนกับหยามศักดิ์ศรีกันซึ่ง ๆ หน้า นักผจญภัยไร้ค่าสองคนนี้ไม่รู้หรือไร ว่ากำลังขุดหลุมฝังศพให้ตัวเองอยู่

ชิกิตั้งใจว่าจะเริ่มโจมตีสั่งสอนไผ่กับฮอปให้ได้รู้ซึ้งถึงระดับที่แตกต่างกัน มือขวาไขว้หลังดึงพลังเวทจากแก่นพลังเพื่อเพิ่มแรงโจมตีให้กับตัวเธอเอง

ทักษะการดึงพลังเวทเข้าสู่มือและอัดมันให้เป็นกลุ่มก้อนสำหรับทำการโจมตีแบบนี้นั้นเป็นทักษะที่ฝึกยากมาก ทั้งยังเสี่ยงต่อการสูญเสียมือเมื่อเกิดการผิดพลาด นี่จึงเรียกว่าความสามารถที่ต่างชั้นของนักผจญภัย

พลังเวทที่ฝ่ามือเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี แต่ว่าทันใดนั้นเองจู่ ๆ สมาชิกกิลด์ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องโถงกิลด์อย่างเร่งรีบ สภาพของเขาที่รองเท้าหายไปข้างหนึ่งเพราะวิ่งไม่สนใจสภาพ

เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เสื้อนักผจญภัยที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโจ๊กที่ใช้สำหรับแจกจ่ายผู้คน ซึ่งชายคนนี้ก็คือหนึ่งในคนที่รับผิดชอบหน้าที่ตักโจ๊กนั่นเอง

เขาวิ่งพร้อมกับเรียกชื่อพนักงานสาวผู้ดูแลเคาน์เตอร์อยู่ตลอดเวลา น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวดั่งเจอมัจจุราชที่อาจพรากชีวิตของตนไปก็ไม่ปาน

อาจเป็นเพราะความบังเอิญหรืออาจเป็นเพราะความโชคดีที่ในตอนนี้ ชิกิ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของกิลด์อยู่ตรงเคาน์เตอร์พอดี สมาชิกกิลด์คนนั้นจึงรีบวิ่งเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“ทะ ท่านชิกิ ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!!” เขาพูด

มือซ้ายเกาะขอบโต๊ะมือขวากุมอกหายใจไม่เป็นจังหวะเพราะวิ่งไม่หยุดพัก ทางด้านชิกิได้เห็นถึงอาการตื่นตระหนกนั้นแล้วเธอจึงรีบเข้าไปประคองลูกกิลด์ของตน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนผิดแผกจากที่คุยกับไผ่และฮอปมากนัก

“ยาลัส ใจเย็น ๆ เกิดอะไรขึ้นข้างนอกค่อย ๆ บอกข้า อย่าเร่งรีบเดี๋ยวเจ้าจะช็อกตายเสียก่อนหรอก” ชิกิพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอเข้าไปประคองยาลัสเพื่อไม่ให้หน้ามืดล้มลงหมดสติตรงนั้น

“แฮก ๆ ๆ ตอนนี้ มี ทหารของ ขุนนาง ระ ระ ดับสูง มาทำลาย อาหารที่ เรา แจกจ่ายให้ กับ ผู้คน พวก มัน มา ประมาณ 200 นาย น่า น่ากลัวมาก และ ตอนนี้ก็กำลัง จะ จะฆ่าผู้คนที่ บริสุทธิ์..แฮก ๆ ๆ ” เสียงของยาลัสพยายามฝืนพูดออกมาให้ชิกิได้ทราบ

และเมื่อเธอได้ยินที่ยาลัสพูดเธอรีบวิ่งไปหยิบค้อนประจำตัวของเธอและยกขึ้นพาดบ่า ชิกิย่อตัวอัดพลังเวทเข้าที่เท้าดีดตัวพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจผู้ใดอีก

สำหรับเธอแล้วชีวิตผู้คนสำคัญกว่าสิ่งใด ด้วยน้ำหนักของค้อนมันทำให้ทุกครั้งที่เธอแตะพื้นจะบังเกิดหลุมยุบเล็ก ๆ

“แผนเอ็งพังว่ะฮอป เพราะมีตัวแปรอื่นมายุ่งกะทันหัน อีกอย่าง อารมณ์ของคนในโลกนี้กับโลกที่เราอยู่มันต่างกัน จู่ ๆ ผู้หญิงที่ชื่อชิกินั่นก็ไปโดยไม่บอกลาสักคำ .... เอาไงต่อล่ะเอ็ง” เสียงของไผ่บ่นอุบ

เพราะไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฮอปยังคงนิ่งเงียบคิดอะไรบางอย่างอยู่ ไผ่เห็นอาหารนี้ของฮอปก็นิ่งเงียบทันที ไม่ทันที่ไผ่จะได้กล่าวอะไรจู่ ๆ ฮอปก็หายตัวไปอย่างไรร่องรอยทันที ทิ้งไว้แต่ความว่างเปล่า

ไผ่ยืนนิ่งเขาหลับตาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วถอนหายใจออกยาว ๆ ทีหนึ่ง

“เฮ้อ!! R.I.P. ให้กับทหารของขุนนางที่มาสร้างเรื่องไม่รู้จักเวล่ำเวลา ความซวยเข้าไปเยือนแล้วไหมล่ะ!” เสียงพูดของไผ่แม้จะคล้ายกับการบ่นกับตัวเอง แต่ว่า ตอนนี้มิได้มีอีกคนที่ได้ยินคำพูดนั้น เขาได้แต่มองมาด้วยความสงสัย

RIP คืออะไร เขารู้แต่คำว่าซวยซึ่งมันหมายถึงความล้มเหลวที่น่าเกลียดที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็คิดว่าเป็นเพียงคำพูดลม ๆ แล้ง ๆ แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกหวั่นใจว่ามันจะเป็นแบบที่ไผ่พูดจริง ๆ

“เอ่อ เมื่อกี้ท่านมาสมัครเข้ากิลด์เหรอ!!” ยาลัสเมื่อหายเหนื่อยก็ถามไผ่ด้วยความอยากรู้

เขาตอนนี้แม้อยากจะไปดูสถานการณ์แต่ขามันไม่ไหวเสียแล้ว อย่างน้อยก็มีเพื่อนคุยโดยคิดไปเองว่าไผ่ได้เป็นสมาชิกกิลด์นักผจญภัยอิสระเรียบร้อยแล้ว แต่คำตอบหาใช่เช่นนั้นไม่ ไผ่ยิ้มบางเบา

“เปล่าหรอก ข้ากับน้องแค่มาทำข้อตกลงบางอย่างเท่านั้น แต่เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อนเท่านั้นเอง อืม ไหน ๆ ก็มาเสียเวลาแล้ว เจ้าช่วยเก็บสิ่งนี้ไว้แล้วมอบให้หัวหน้าเจ้าเมื่อเธอกลับมาทีสิ” ไผ่พูด

เขาโยนอะไรบางอย่างให้กับยาลัส เมื่อผู้รับสัมผัสกับสิ่งนั้นพลันขนทั่วร่างกายก็ลุกซู่ทันที สิ่งที่ไผ่โยนมาคือแร่บางอย่างแม้ยาลัสไม่รู้จัก แต่พลังที่มันปลดปล่อยออกมาเมื่อได้สัมผัสก็ทำให้รู้ได้เลยว่า แร่นี้ไม่ธรรมดา ของล้ำค่าเช่นนี้เขาโดยมันโดยไม่ใส่ใจอย่างนั้นหรือ

“ข้าไปล่ะ!” ไผ่พูดตัดจบแล้วหายไปจากสายตาของยาลัสทันที

“เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน!” ยาลัสเมื่อเห็นไผ่หายไปต่อหน้าต่อตาก็รีบรั้งไว้แต่ว่าไม่ทัน พลันเมื่อเขาได้สติก็ยิ่งทำให้ตัวเขารู้สึกใจสั่นขึ้นมาทันที

“เมื่อกี้มัน อะไรกัน จู่ ๆ ก็หายไปจากสายตาข้าเฉยเลย คนก่อนก็ด้วย มันคือเวทมนตร์บทไหนกัน!” เสียงอุทานของยาลัสโพล่งออกมา ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าไผ่กับฮอปไม่ใช่นักผจญภัยระดับกลาง....

 

.................................

1 ชั่วโมงก่อน

เชลรีนเริ่มได้สติเธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ทว่า

กรี๊ด!!

เสียงกรี๊ดด้วยความเจ็บปวดของเธอดังลั่นทำให้ดอนกับพวกพ้องที่กำลังคุยกันอยู่รีบวิ่งเข้ามาดูอาการของเธอ ทว่าเธอกลับร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด มือทั้งสองข้างกุมตาตัวเองดิ้นไปดิ้นมา

แต่ก่อนที่ดอนกับพรรคพวกจะได้แตะต้องตัวเธอ พลันพลังเวทของเธอก็ระเบิดออก ส่งร่างเธอกระเด็นไปไกล เธอกุมดวงตาตัวเองวิ่ง และด้วยพลังเวทที่ปะทุเป็นครั้งคราวนั้นทำให้ความเร็วของเธอถูกเร่งขึ้น

เชลรีนเธอเกิดในถ้ำมืด และเติบโตในถ้ำมาตั้งแต่เด็ก การทรงตัวแม้มองไม่เห็นถูกปลูกฝังเป็นสัญชาตญาณของเธอ และด้วยเหตุที่ดวงตาไม่คุ้นชินกับแสงสว่างเธอจึงเจ็บปวดเมื่อแสงกระทบตา ทำให้เธอหวาดกลัวขึ้นมา เธอหวาดกลัวแสงสว่าง

เชลรีนวิ่งโดยไร้จุดหมายเข้าสู่หมู่บ้าน เธอกรี๊ดลั่น และร้องไห้ไปด้วย ทางดอนกับพรรคพวกต่างก็รีบวิ่งตามไป แม้ว่าดอนจะรู้สึกเจ็บปวดร่างกายทุกครั้งที่ขยับ แต่ตอนนี้เขาไม่สนความเจ็บปวดนั้นแล้ว รีบวิ่งตามเชลรีนแม้จะกระอักเลือดออกมาเป็นบางครั้งก็ตาม

เชลรีนวิ่งเร็วมากทั้ง ๆ ที่เธอปิดตาอยู่ เธอวิ่งเข้าไปในหมู่บ้าน เมื่อชนเข้ากับสิ่งกีดขวางเธอจะเปิดตาเพียงเล็กน้อย ภาพที่เธอเห็นคือแสงจ้าที่มีภาพวัตถุไม่คุ้นเบลอ ๆ เธอยังคงลุกขึ้นและวิ่งต่อไปเรื่อย ๆ จนไปชนเข้ากับทหารระดับสูงนายหนึ่งของขุนนางเกียร์ที่ส่งมา

“เฮ้ย! อีเด็กเปรตนี่มันอะไรวะ!” เสียงตะคอกของทหารนายนั้นดังก้อง

เชลรีนสะดุ้งตกใจด้วยความกลัว เธอรีบกลิ้งหนีน้ำเสียงทันที ฝ่ายทหารก็ไม่ยอมให้เธอหนีได้ง่าย ๆ เขาวิ่งตามเธอและพยายามคว้าเธอเพื่อนำมาลงโทษที่บังอาจมาทำให้ชุดเกราะสกปรก แต่ว่าเชลรีนที่อยู่ในถ้ำมืดมานาน

ประสาทสัมผัสทางด้านการรับรู้ของเธอเฉียบคมมาก ทหารนายนั้นไม่สามารถจะจับตัวเธอได้ คว้าอย่างไรเธอก็หลบได้ทุกครั้ง นั่นจึงทำให้ทหารรู้สึกว่าตนถูกหยามเกียรติ

“ช่วยข้าจับอีเด็กเปรตนี่เร็ว อย่าให้มันหนีไปได้” เสียงสั่งการของเขาดังก้องทำให้ทหารใต้บังคับบัญชารีบช่วยกันล้อมจับเซลรีน

ทว่าแม้จะใช้กำลังทหารนับสิบนายก็ไม่อาจจะมีใครคว้าตัวเชลรีนได้ ทว่าเธอกลับพลาดไปชนโต๊ะไม้เก่า ๆ ตัวหนึ่งทำให้เธอเสียหลัก นั่นจึงเป็นเหตุให้ทหารนายหนึ่งคว้าตัวเธอมาไว้ได้ เขาคว้าขาเธอแล้วยกขึ้นเหนือพื้นให้หัวเชลรีนกลับด้าน

“ไม่!! ปล่อยหนูนะ ปล่อยหนู!! หนูจะไปหาลุงดอน!!” เชลรีนตะโกนลั่นดิ้นไม่ยอมหยุด ฝ่ายทหารที่มีความแข็งแรงอยู่แล้วการดิ้นแค่นี้ของเธอไม่ได้ทำให้สะทกสะท้านอะไรเลย

ท่ามกลางสายตาที่หวาดกลัวของผู้คน พวกเขาเห็นเด็กสาวคนหนึ่งกำลังจะถูกทำร้าย แต่กไม่มีใครกล้าที่จะขัดขวาง เพราะกลัวว่านเองจะเป็นรายต่อไป

“จะทำยังไงกับมันดีล่ะขอรับ” ทหารที่จับเชลรีนถามผู้บังคับบัญชาของตน

ฝ่ายผู้บังคับบัญชายิ้มเหี้ยม เขามองด้วยสายตาที่น่ากลัวไปยังชาวบ้านทุกคน

“ฆ่ามันซะ เอาให้ทรมานที่สุด!!”

“ขอรับ!!” ........

เมื่อรับคำสั่งทหารนายนั้นก็ง้างหมัดอันใหญ่โตของตนเพื่อหวังที่จะจัดการตามคำบัญชาทันที

“ตายซะเถอะอีหนู!!!”

 

....................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น