ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 23 พบเจอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 พบเจอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2562 09:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 พบเจอ
แบบอักษร

"ท่านพี่ ท่านพี่หนูก็อยากได้ของขวัญแบบท่านพี่ชิซุย"

 

 

 

คาซึยะมองน้องสาวตัวน้อยวิ่งเข้ามากอดขาเขาจากด้านหลังและทำสายตาออดอ้อนทั้งที่ควรงอนเขาอยู่แท้ๆ ทว่าเขามีเพียงยาตะตัวเดียวเท่านั้น และเด็กผู้หญิงเหมาะกับอีกาหรือไง ?

 

 

 

"คาสุมิชอบอีกาหรอ ?"

 

 

 

"ไม่ อีกาอ่อนแอ หนูชอบงูพิษที่โหดร้ายแบบท่านลุงโอโรจิมากกว่า"

 

 

 

เด็กผู้หญิงบ้าอะไรชอบงูโหดร้ายฟ้ะไหนจะเอาอาจารย์มาเป็นต้นแบบอีก แต่ยัยปีศาจน้อยนี่ก็ค่อนข้างเจ้าเล่ห์คงจะเหมาะกับงูโหดร้ายละมั้งได้แต่คิดอย่างนั้นและย่อเข่าดีดหน้าผากของเด็กหญิงเบาๆ

 

 

 

"ไว้คราวหน้านะ"

 

 

 

"บู๋~หนูไม่ง้อท่านพี่ ไปอ้อนท่านลุงเอาก็ได้ ท่านพี่ชิซุย คนทรยศแบร่"

 

 

 

เด็กหญิงพองแก้มแลบลิ้นวิ่งหนีไป แน่นอนดูท่าเขาต้องไปหางูมาทำการทดลองอีกใช่ไหม ? แต่เขาไม่ค่อยมีเวลาช่วงนี้ภารกิจรัดตัวมากดูท่าจะต้องเกี่ยเวลามาให้น้องสาวบ้างแล้วสิ

 

 

 

"ฮินะเดี๋ยวฉันจะไปหาพี่ชายมินาโตะ เธอจะไปด้วยกันไหม ?"

 

 

 

"ก็ดีฉันก็ว่าขอให้เธอช่วยดูวิชาใหม่ และฉันก็อยากอยู่กับเธอให้มากขึ้นด้วย"

 

 

 

เธอเด็กหญิงผมดำยาวไว้หน้าม้าผิวขาวนวลส่วนสูงประมาณหนึ่งเมตรยี่สิบเซนติ

 

หยอดเข้าให้คาซึยะถึงกับเดินเซและไปไม่เป็นก็ไม่แปลกช่วงนี้แฟนสาวของเขาสวยขึ้นทุกวันจนเขาเริ่มคิดว่าตนเองเป็นโลลิค่อนหรือไม่ ?

 

 

 

ด้วยทรงผมและหน้าอกที่เติบโตเกินวัยคล้ายฮินาตะช่วงกลางและใบหน้าและสีผมที่เหมือนฮานาบิช่วงโต ทำให้เธอกลายเป็นเด็กหญิงที่ติดหนึ่งในสามที่นินจาโคโนฮะรุ่นเยาว์อยากได้เป็นแฟน

 

 

 

น่าเสียดายที่เจ้าพวกนั้นต้องหากันกินแห้วเพราะถ้าอยู่กับคนอื่นนิสัยน่ารักของฮินาโมริจะหายไปทันที เธอจะเข้าโหมดเจ้าหญิงหิมะที่แสนเย็นชาแต่นี่ก็เป็นเสน่อีกรูปแบบ

 

 

 

หลังจากูดคุยหยอดคำหวานจนพอใจทั้งคู่ก็ออกจากบ้านและปล่อยให้ชิซุยอยู่กับยาตะ ทั้งนี้คาซึยะยังเชิญรินและชิซึเนะไปด้วยกันอีกด้วย เขามีความคิดที่ค่อนข้างชั่วร้ายและหวังจะจับคู่สาวน่ารักสักคนให้คาคาชิ

 

 

 

'ช่วงนี้คาคาชิต้องมีแฟนจะตกเทรนไม่ได้'

 

 

 

ดังนั้นตัวเลือกที่ดีสำหรับคาคาชิมีด้วยกันหลายคน แต่คนที่เจ้านั่นสนิทด้วยที่สุดกลับเป็นสาวใหญ่อย่างโนโนะ พอเจ้านั่นเสร็จภารกิจทีไรจะรีบวิ่งไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทันที บางทีเจ้านี่อาจจะชอบรุ่นใหญ่

 

 

 

'ก็นะก็แค่บางที'

 

 

 

ทั้งสี่เดินไปยังลานฝึกซ้อมที่แปดพอมาถึงพวกเขาก็พบว่าโอบิโตะและคาคาชิกำลังดวลกันอยู่จึงไม่ได้รบกวนและเดินไปหามินาโตะซึ่งยืนอยู่กับสาวผมแดง

 

 

 

สาวผมแดงยืนกอดอกหายใจฟึดฟัดราวกับกำลังจะหาเรื่อง ทำให้คาซึยะเริ่มรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี เพราะตรงหน้าของเขาก็คือฮาบาเนโร่ เลือดสาดแดงฉานหญิงสาวผู้บ้าคลั่งและน่ากลัวราวปีศาจร้าย เธอถูกนับว่าเป็นศิษย์ผู้สืบทอดฉายาราชินีปีศาจรุ่นที่สองต่อจากท่านแม่ด้วย ส่วนฮินะนั้นเกรงว่าจะได้เป็นรุ่นสาม

 

 

 

"มาแล้วสวัสดีคาซึยะคุง"มินาโตะเดินเข้ามาทักทายคาซึยะ ต่างจากหญิงสาวผมแดงที่ใช้สายตาประเมินเด็กชายตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

 

 

 

"นี่หรอลูกชายของอาจารย์ฮิเมโกะ อืมถึงจะมีจิตชั่วร้ายอยู่บ้างแต่ก็เพียงน้อยนิดคงเป็นเพราะพลังของเนตร สวัสดีฉันชื่ออุซึมากิ คุชินะ เป็นร่างสถิตของเก้าหาง"

 

 

 

"สวัสดีครับ"

 

 

 

สีหน้าของคาซึยะค่อนข้างแย่เล็กร้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงตัวตนในตัวของคุชินะ แต่ที่เขารู้สึกแย่ที่สุดก็คงไม่พ้นเรื่องที่เก้าหางถูกทำสัญญาอัญเชิญนี่แหละ ซึ่งมินาโตะพอสังเกตุุเห็นท่าทีของคาซึยะก็เดินไปกระซิบถามทันที เพราะเขากลัวว่าน้องชายจะเกลียดร่างสถิต

 

 

 

"เป็นอะไรหรือเปล่า ?"

 

 

 

"ผมได้กลิ่นแปลกๆ สัตว์หางของพี่สาวคุชินะถูกทำพันธสัญญาเป็นสัตว์อัญเชิญน่ะ มันจะค่อนข้างแย่ถ้าเจ้าตัวถูกอัญเชิญออกมายามที่ผนึกอ่อนแอ"

 

 

 

"มันยากนะที่ผนึกจะอ่อนแอ เพราะคุชินะเชี่ยวชาญคาถาผนึกของตระกูลอุซึมากิมาก"

 

 

 

"ผมรู้แต่มันจะมีช่วงหนึ่งที่ผนึกจะอ่อนแอมาก นั่นก็คือช่วงที่พี่สาวจะคลอดลูก พี่ชายลองคิดดูถ้าเก้าหางที่เคยมีอิสรภาพ ถูกผนึกไว้ในร่างกายมนุษย์หลายร้อยปีถูกใช้เป็นเครื่องมือทางสงครามฆ่าฟันจนมีแต่ความเกลียดชัง ถ้าเจ้าตัวออกมาได้ละก็ค่อนข้างแย่เล็กน้อย ดังนั้นถ้าพี่ชายจะแต่งงานและมีลูกกับพี่สาวต้องระวัง"

 

 

 

พอได้ยินคำกล่าวมินาโตะก็ค่อนตรึงเครียดไม่น้อย แน่นอนคุชินะที่แอบได้ยินการสนทนาของทั้งคู่ก็มีสีหน้าย่ำแย่เช่นกันหรือชะตาฟ้าดินคิดจะกลั่นแกล้งไม่ให้เธอมีลูกกับมินาโตะ ?

 

 

 

"แล้วเรื่องพันธสัญญาอัญเชิญเธอรู้ไหมว่าใครเป็นคนทำมันกับเก้าหาง ?"มินาโตะถามอย่างสงสัยแน่นอนว่าคาซึยะก็ตอบไปตามความจริงเช่นกัน

 

 

 

"ถ้าการคาดเดาไม่ผิดคงเป็นปู่ทวดมาดาระ"

 

 

 

""เฮ้อ~""ทั้งสองรู้สึกโล่งใจ เพราะมาดาระได้ตายไปแล้วผู้อัญเชิญคงไม่มีอีกต่อไป ทั้งสองจึงโล่งใจ

 

 

 

คาซึยะที่เห็นทั้งคู่ผ่อนคลายก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ถ้าเขาลองพูดออกไปว่ามาดาระยังไม่ตายแถมยังเก็บคัมภีร์อัญเชิญไว้กับตัสดูสิ คู่รักตรงหน้าของเขาคงไม่คิดจะมีลูกเลยชั่วชีวิตเลยก็ว่าได้ดังนั้นเขาจึงปิดเรื่องนี้ไว้

 

 

 

"พี่สาวคุชินะ ผมขอลองไปดูเก้าหางในตัวพี่สาวหน่อยได้ไหม ?"จู่ๆ คาซึยะที่เงียบไปก็พูดขึ้น คุชินะจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา และเมื่อไม่พบสัมผัสชั่วร้ายเธอก็พยักหน้า

 

 

 

"อืม...ได้สิมินาโตะช่วยทีนะ"

 

 

 

"เข้าใจแล้ว คาซึยะมาแตะตัวผมไว้"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าและเรียกฮินาโมริไปกับเขาด้วยและทั้งสี่ก็ถูกย้ายสถานที่โดยมินาโตะ พวกเขามาโผล่อีกครั้งก็ในปราสาทโบราณที่ติดตั้งอยู่ใจกลางหุบเขายักษ์ ถ้าการคาดเดาของเขาไม่ผิดที่นี่คงเป็นบ้านหลักของตระกูลอุซึมากิ ไม่สิน่าจะเป็นแคว้นเลยมากกว่า

 

 

 

"เอาละเริ่มได้เลย"

 

 

 

คาซึยะเปิดใช้เนตรวงแหวนสักพักจิตเขาก็หลุดเข้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ด้านหน้าของเขาเป็นประตูกรงขนาดใหญ่ที่กว้างและสูงเกินยี่สิบเมตร ภายในกรงมีดวงตาสีแดงกว่ำจดจ้องมองเขาอย่างอำมหิต ทว่าเขากับยิ้มแย้มและทักทายอย่างเป็นกันเอง

 

 

 

"โอ้สวัสดีเก้าหาง"

 

 

 

"กร๊าซ~เจ้าเด็กอุจิวะ คิดจะมาทำอะไรที่นี่!!"

 

 

 

เสียงคำรามและการข่มขู่ของเก้าหางไม่ได้ทำให้คาซึยะหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยเขาเดินไปที่ประตูกรงด้วยรอยยิ้มบางๆ ดวงตาค่อยๆหมุนวนกลายเป็นเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์

 

 

 

พอเก้าหางเห็นการเปลี่ยนแปลงของเนตรก็ช่วยไม่ได้ที่จะสั่นไหว ลายเนตรนั่นลายเนตรที่น่ารังเกียจนั่น มันทำให้เขานึกถึงชายที่เขาเกลียดชังมากที่สุดในชีวิตของเขา กรงเล็บเริ่มพยายามตะกลุยตรงให้พัง น่าเสียดายที่ต่อให้ใช้พลังมากแค่ไหนสุดท้ายกรงก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

 

 

 

"ฉันจะฆ่าแก!!!"

 

 

 

"ใจเย็นๆ ผมก็แค่จะมาช่วยคุณปลดผนึกการควบคุมจากมาดาระก็เท่านั้น ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป คุณอาจถูกใช้เป็นเครื่องมืออีก ดังนั้นผมจะช่วยคุณเอง"

 

 

 

คาซึยะโบกมือไปมาอย่างไร้เรื่องราว เขาพยายามลดโทสะของเก้าให้มากที่สุดเพราะกลัวมันจะไปสร้างผลกระทบส่วนใหญ่ให้แก่พี่สาวคุชินะ

 

 

 

การใช้เก็นจุสสุและการควบคุมในเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์นั้นทรงพลังยิ่งกว่าเนตรวงแหวนโทโมเอะสามวง ดังนั้นด้วยพลังของเขาในปัจจุบันมันเป็นเรื่องง่ายที่จะปลดการควบคุมเก่าของตาแก่มาดาระได้ในทันที

 

 

 

"หือข้ารู้สึกว่าพลังบางสิ่งถูกลบออกไปแล้ว เจ้าหนูนี่เจ้า!"

 

 

 

"น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถลบพันธสัญญาอัญเชิญของคุณได้ แต่ถ้าเป็นคุณคงสัมผัสได้ใช่ไหมว่าคนทำสัญญากับคุณนั้นยังไม่ตาย"

 

 

 

"ก็จริงอย่างที่เจ้าว่า เอาละเจ้ามาที่นี่เพราะอะไร หรือคิดจะมาเอาพลังของข้า"เมื่อเห็นเด็กชายมาช่วยตนเก้าหางก็ลดทิฐิลง แต่ก็ยังไม่ได้ลดความหวาดระแวง

 

 

 

"เรื่องนี้ อืมถ้าจำไม่ผิดคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญหยินและหยางมากที่สุดผมจึงอยากได้รายละเอียดและวิธีควบคุม"

 

 

 

"หยินหยาง ? แบบนี้นี่เองไม่มีปัญหาเข้ามาแตะกรงเล็บข้า"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าเดินไปหาเก้าหางและแตะเข้าที่กรงเล็บแบบไม่เกรงกลัวว่าจะโดนโจมตี สักพักข้อมูลเกี่ยวกับหยินหยางก็แล่นเข้าสู่สมองโดยตรง มันทำให้เขาเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับหยินหยางมากยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่ที่เขาแปลกใจก็คงไม่พ้นพลังแปลกๆที่ถูกเทเข้ามาในร่างกายของเขา

 

 

 

'ไม่เกรงกลัวหรือหวาดระแวงต่อข้าเลย น่าสนใจ' เก้าหางจ้องมองคาซึยะด้วยสายตาชื่นชม ยิ่งสัมผัสถึงบางสิ่งเจ้าตัวก็แสยะเขี้ยวออกและส่งบางสิ่งไปให้คาซึยะ

 

 

 

"นี่คือ ?"

 

 

 

"ของขวัญน่ะถือเป็นค่าตอบแทน ฉันไม่ชอบติดหนี้ใคร ไสหัวไปได้แล้วข้าจะพักผ่อน"

 

 

 

กล่าวจบร่างจิตของคาซึยะก็กลับมาสู่ร่างและเกาหัวอย่างช่วยไม่ได้ คุชินะจดจ้องมองคาซึยะด้วยท่าทีแปลกๆ เพราะเธอได้เห็นการกระทำของคาซึยะและเก้าหางทั้งหมดแม้จะไม่ได้ยินว่าทั้งคู่พูดอะไรกันก็เถอะ แต่เธอรู้สึกว่าเก้าหางอ่อนโยนมากยิ่งขึ้น

 

 

 

'เด็กคนนี้...'

 

 

 

ภายในตัวคุชินะหลังจากส่งเด็กชายออกไปเก้าหางก็แสยะเขี้ยวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ยามเขาส่งข้อมูลหยินหยางและจักระไปให้เด็กชายเจ้าตัวก็ได้รับรู้ความทรงจำความคิดบางส่วนของเด็กชายด้วยเช่นกัน

 

 

 

"หึ ไม่คิดเลยว่าเจ้าหนูอุจิวะจะตั้งใจเป็นเซียนหกวิถีโดยไม่คิดจะใช้การรวมตัวของสัตว์หางแบบนี้ ฮ่าๆ น่าสนใจ แล้วก็หวังว่าจะถูกใจกับของขวัญสุดพิเศษนะ อุจิวะ คาซึยะ"

 

 

ต้นเหตุน่าจะมาจากไรท์ใช้สมองเยอะไป

เมื่อวานลองหยุดแต่งนิยายเก็บไว้วันหนึ่ง

หัวค่อนข้างโล่งเลย โล่งจนเกือบลืมพล็อต

เอาง่ายๆดีขึ้นแล้วเลยมาลงนิยาย

 

ปล.ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจและความห่วงใย

จากผู้อ่านบางคนนะครับขอให้จำเริญๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น