เพียงน้ำหยดแรก
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 09:Party time!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2562 22:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
09:Party time!
แบบอักษร

เวลา สองทุ่มยี่สิบนาที ในคืนวันศุกร์ ตอนนี้ภายในสวนหย่อมเล็กๆ ที่แยกโซนออกมาจากร้านกาแฟกระจก เพื่อไว้สำหรับลูกค้า ที่ชอบจิบกาแฟท่ามกลางธรรมชาติ และกลิ่นหอมของดอกไม้ ถูกจัดแต่งแบบสไตล์อังกฤษเล็กๆ ที่มีโซฟาสานด้วยไม้เนื้อดี สีน้ำตาลเข้มพร้อมกับโต๊ะวางของเข้าชุดกัน ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้นาๆพันธุ์ โดยเฉพาะดอกกุหลาบหลากหลายสีที่เจ้าของที่นี่ปลูกเอาไว้เสียเยอะ เพราะชอบมันเป็นพิเศษ ชอบกลิ่นหอมเฉพาะตัวของกุหลาบ ตอนนี้ได้มีไฟดวงเล็กๆ สีขาวนวลกระพริบระยิบระยับ ประดับอยู่ตามต้นไม้น้อยใหญ่ ทำให้สวนแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวา ขึ้นกว่าตอนกลางวันไม่น้อย บ่งบอกได้ดีว่าที่นี่กำลังมีการฉลองกันอยู่แน่ๆ โดยเฉพาะกลิ่นหอมๆชวนหิว ของบาร์บีคิวที่ลอยมาตามลม อีกทั้งยังมีควันขาวๆ ที่พวยพุ่งออกจากเตา โดยมีร่างเพรียวบางของเหมือนฝัน และคนตัวสูงกว่าอย่างโซ่กำลังยืนย่าง ยั่วน้ำลายของอีกหนึ่งหนุ่มจอมกวนผู้มีนามว่าฮุยได้เป็นอย่างดี

" บอกทีสิ ว่าพวกไอ้ทิมยังมีชีวิตกันอยู่ แม่ง! เป็นตัวตั้งตัวตีชวนแดกเหล้าแท้ๆ แต่เสือกมาช้า"

ฉันละสายตาออกจากเจ้าพวกเนื้อเสียบไม้ตรงหน้า แล้วหันไปมองฮุยที่นั่งอยู่บนโซฟาไม้สาน สองแขนของเขาวางพาดไว้กับพนักพิง ส่วนขายาวทั้งสองข้างนั้นแยกออกจากกันอย่างหมดสภาพ นี่เขาบ่นไม่หยุดมาได้สักพักแล้ว สงสัยคงหิวซะแล้วล่ะมั้ง เพราะเมื่อตอนกลางวัน ก็ไม่ได้ทานอะไรเลย นอกจากขนมหวานทั้งหลายแหล่นั่นน่ะนะ

"ปากหมาแต่หัววันเลยนะไอ้ฮวย!"

หลังจากสิ้นเสียงแห่งความโมโหหิวของฮุย ก็มีอีกหนึ่งเสียงนิ่งๆของทิมเอ่ยขึ้นมาทันที

"คนมาสายอย่างพวกมึงน่ะ เงียบไปเลย!"

ฮุยว่าเสียงสะบัดก่อนจะลุกขึ้น แล้วเดินตรงไปคว้าถุงเครื่องดื่มถุงใหญ่3-4ถุงในมือเพื่อนตัวเล็กอีกคน มาถือไว้เองแล้วเดินมาวางไว้ที่โต๊ะ

"ไง ทิมมี่ กิง!"

ฉันร้องทักคนมาใหม่ทั้งสองคน ก็คือ ทิมมี่ผู้ชายตัวโต หน้าหล่อแบบหนุ่มเกาหลี ตามพิมพ์นิยมของสมัยนี้ ที่ยืนทำหน้าตานิ่งๆไม่สนโลกอยู่ โดยที่ข้างๆเขา มีเพื่อนต่างไซส์ต่างขนาดอย่างกิงยืนอยู่ด้วย กิง คือผู้ชายหน้าหวานถึงขั้นสวยเลยแหละ เขาตัวเล็กมากๆ เมื่อเทียบกับเจ้าพวกยักษ์ อย่างโซ่ ฮุย แล้วก็ทิม แต่ก็ยังสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปอยู่ดี ซึ่งตอนฉันรู้จักเขาแรกๆก็อดแปลกใจไม่ได้เหมือนกัน ว่ามารู้จักเจ้า3หน่อนี่ได้ยังไง เพราะกิงเป็นคนที่น่ารักมากๆ นิสัยดีด้วย เรียกได้ว่าเป็นความน่ารักของโลกใบนี้เลยได้มั้ง555 นั่นแหละค่ะทุกคน เป็นอะไรที่ไม่น่าจะโคจรมาเจอกับ3คนนั้นได้เลยนั่นแหละ

"มาสายขนาดนี้พวกมึงรู้มั้ย ว่ากูหิ้วท้องรอตั้งแต่เที่ยงเนี้ยห๊ะ! หิวก็หิว"

"เหอะ! สันดานอย่างมึงนะไอ้ฮวย กูว่าแดกเค้กจนอิ่ม กินข้าวไม่ได้มากกว่า"

กิงสวนขึ้นทันควันที่ได้ยินฮุยพูดแบบนั้น เอ่อ... บางทีคนน่ารักก็หยาบคายได้เป็นบางเวลาเหมือนกันแหละเนอะ โดยเฉพาะเวลาอยู่กับเพื่อน ฮ่าฮ่า แต่เมื่อคำหยาบพวกนั้นมันออกมาจากเด็กผู้ชายตัวขาวๆอย่างกิง ฉันฟังแล้วกลับรู้สึกว่ามันช่างไม่เข้ากันเลย

"แล้วทำไมมากันสองคนวะ ไอ้คุณชายอ่ะ?"

โซ่ถามขึ้นเมื่อไม่เห็น คุณชาย เพื่อนตัวสูงนิสัยเนียบและเจ้าระเบียบของเขา

"เดินออร่าผู้ดีจับมานู่นแล้วไง"

ทิมทำท่าทางพยักพเยิดหน้า ไปทางชายร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาในสวนแห่งนี้ด้วยจังหวะเท้าที่ไม่ช้าไม่เร็ว ทำให้บุคลิกของเขาดูเหมือนชนชั้นสูงที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี รวมทั้งใบหน้าเรียวที่ถึงแม้จะใส่แว่นสายตาเอาไว้ ก็ไม่สามารถบดบังใบหน้าหล่อเหลา และดวงตาเรียวสีนิลดูเย่อหยิ่งถือดี ของผู้ชายที่ชื่อคุณชายได้เลย

"ไงคุณฝัน"

ฉันหันไปยิ้มให้กับเจ้าของคำพูดแสนสุภาพ ที่ทักทายฉัน ก่อนจะพยักหน้าให้คุณชายเบาๆ เป็นการตอบรับ

"สรุป มึงจะทักแค่ผู้หญิงใช่มั้ยไอ้คุณ!" ฮุยร้องประท้วงขึ้น เมื่อถูกคุณชายเมินใส่

"แล้วจะทำไมครับ ไอ้ ฮวย!"

ฉันหลุดหัวเราะพรืดออกมา เมื่อคุณชายเรียกฉายาของเจ้าตัวป่วนประจำกลุ่มออกมา แบบชัดๆ เน้นๆ ทีละคำเพื่อกวนประสาทของฮุย ทำให้เขาโมโหหน้าแดงขึ้นมาทันทีกับฉายาที่เพื่อนๆตั้งให้แล้วเรียกกันจนชินปาก ทั้งๆที่เจ้าตัวเขาไม่ยอมรับ ฮ่าฮ่า ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี เพราะฮุยเป็นคนประเภทที่ขึ้นง่ายแล้วก็หัวร้อนง่าย ไม่ชอบให้ใครขัดใจ ชอบแกล้งคนอื่นแต่ห้ามคนอื่นแกล้ง นั่นแหละค่ะ เพราะนิสัยขี้โมโหขี้โวยวายแบบนี้ก็เลยตกเป็นเหมือนเมียทาส โดนเพื่อนๆแกล้งบูลลี่กันตลอด

"ไอ้ผู้ดีนี่! มึงกะกูมาวัดกันสักดอกมั้ยห๊ะ!!"

ฮุยพูดพร้อมทำท่าทางถลกแขนเสื้อขึ้นโชว์?ให้เห็นกล้ามเนื้อสวยที่ต้นแขน แล้วง้างหมัดขึ้นตั้งกาด เหมือนเตรียมพร้อมจะบวกกับคุณชายจริงๆดังคำพูด ส่วนคนโดนท้าต่อยแบบกระทันหันทำเพียงแค่เลิกคิ้วสวยขึ้นน้อยๆ แล้วยกมือขึ้นใช้ปลายนิ้วเรียวขาว ค่อยๆดันแว่นตา ที่ขยับล่นลงมาอยู่ที่กลางดั้งโด่งขึ้น ให้มันเข้าที่ดังเดิม แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสุภาพติดจะหยอกเย้าเล็กๆว่า....

"ไอ้ฮวยอย่างคุณมึงน่ะ สู้ไปก็เสียเวลาเปล่าครับ" ก่อนจะยิ้มบางๆออกมา ปัดมือของฮุยที่ง้างหมัดไว้ลงไปแรงๆ คุณชายเดินตรงไปนั่งที่โซฟาไม้สานสีน้ำตาลเข้มที่ถูกวางทับไว้ด้วยเบาะหนังนุ่มๆสีสันสดใสก่อนจะรื้อๆค้นๆหาเครื่องดื่มในถุงใบใหญ่ แล้วคว้าเจ้าขวดแก้วทรงสูงที่ใส่ของเหลวสีอำพันราคาแพง หลากหลายยี่ห้อออกมาวางเรียงๆกันบนโต๊ะ แล้วเลือกเจ้าขวดเครื่องดื่มมึนเมา ที่รู้สึกว่าน่าจะแพงที่สุดในนั้น มาเปิดฝาของมันออก แล้วจึงเทลงในแก้วใสทรงสวย ยกขึ้นดื่มทั้งอย่างนั้นเพียวๆโดยที่ไม่แม้แต่จะผสมอะไรเลย ก่อนจะยกขาเรียวยาวขึ้นมานั่งไขว่ห้าง พร้อมกับวางแขนข้างหนึ่งพาดไว้บนพนักพิงด้วยท่าทางของราชาแบบสุดๆ

"กูล่ะหมั่นไส้แม่งชิบหาย!"

ฮุยพูดกระแทกเสียง ทำท่าทางฮึดฮัดเพราะโดนคุณชายปั่นหัวให้อารมณ์เสีย ก่อนจะรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของแขนแกร่งของทิม ที่พาดลงมาบนบ่าของเขา ก่อนจะล็อกคอให้เดินตามไปนั่งด้วยกันที่โซฟาเดียวกันกับคู่กรณีที่นั่งสบายอารมณ์อยู่ ทำให้กิงที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ตั้งแต่ต้น สายหัวเล็กๆของเขาไปมาอย่างอ่อนใจกับเพื่อนๆทั้งกลุ่ม ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหากลิ่นหอมๆของสารพัดเนื้อ ที่กำลังถูกย่างร้อนๆอยู่บนเตา โดยที่มีโซ่เพื่อนของเขาและร่างบางของผู้หญิงอีกคน ที่มีอำนาญมืดอะไรก็ไม่รู้ ที่ทำให้ผู้ชายห่ามๆอย่างเขา ไอ้โซ่ ไอ้ทิม ไอ้คุณชาย และโดยเฉพาะไอ้ตัวหยาบคายอย่างไอ้ฮุย ยังต้องยอมสยบทำตัวให้เรียบร้อยหรือไม่ก็ลดนิสัยหยาบกระด้างลงเมื่อมาอยู่ต่อหน้าเธอ...

"อ๊ะกิง! บาร์บีคิวนี่สุกพอดีเลย ไปหยิบจานมาใส่สิ มีกุ้งกับปลาหมึกด้วย โซ่กับฮุยพากันไปซื้อมาเองเลยน้า"

ผมมองผู้หญิงตรงหน้าที่ส่งยิ้มกว้างมาให้อย่างสดใส แล้วพูดกับผมเจื้อยแจ้วอย่างน่ารักและเป็นกันเอง ไม่น่าเชื่อว่าคนที่มีบุคลิกแบบนี้จะอายุมากกว่าผมตั้ง 3-4 ปี แต่ก็ดีแล้วแหละ เพราะด้วยความที่อายุมากว่า เลยทำให้เธอดูเหมือนจะเอ็นดูผมมากกว่าเพื่อนคนอื่นเป็นพิเศษ ฮ่าฮ่า ก็ผมมันน่ารักนี่เนอะ น่ารักกว่าไอ้โซ่เป็นไหนๆ พอมาคิดๆดูแบบนี้แล้ว มันก็อดสงสัยไม่ได้แหะ ว่าคนนิสัยดีๆอย่างพี่ฝันเนี้ย มาตกหลุมไอ้โซ่ได้ยังไงกัน เห้อ น่าสงสารพี่เขานะครับ นี่ถ้าผมเจอพี่ฝันก่อนไอ้โซ่ก็คง...

"มองฝันแบบนั้นหมายความว่าไงวะไอ้กิง?!"

ผมละสายตาจากคนสวยตรงหน้า แล้วหันไปมองไอ้เวรโซ่ ที่มันมองผมตาขวาง แหกปากขู่ฟ่อๆน้ำลายท่วมเหมือนจะกัดกันให้ได้

"ทำไม? กูมองพี่ฝันยังไง?"

"มึงอย่ามาทำซื่อ กูรู้สันดานมึงดีไอ้กิง"

ผมเบะปากใส่มันอย่างรำคาญ ทำมาเป็นกันท่าว่าผมอย่างนั้นอย่างนี้ เชื่อหัวไอ้เรืองเถ๊อะ...ว่ามันน่ะหวงพี่ฝัน เหอะๆไอ้หมาโซ่มันยังมีหน้าหวงกระดูกอีกครับทุกคน ทั้งๆที่มันเป็นคนคายทิ้งเองแท้ๆ น่าสงสารเขานะครับ...

"ฮ่าฮ่า" ผมระเบิดหัวเราะออกมา เมื่อคิดได้ดังนั้นทำให้ทั้งไอ้หมาโซ่ทั้งพี่ฝันต่างพากันมองมาที่ผมแบบงงๆ ซึ่งผมก็ไม่ได้พูดอะไรเพื่อไขความข้องใจให้กระจ่างแก่ทั้งสองคน คว้าจานใบใหญ่ที่อยู่แถวๆนั้นมา ใส่บาร์บีคิวแล้วก็พวกกุ้งหอยปลาหมึกทั้งหลายที่อยู่บนเตาย่าง ไม่ลืมที่จะยกไปเผื่อไอ้สามตัวที่นั่งแดกกันไปจะกัดกันไปอยู่ที่โซฟานั่นด้วย หันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองร่างชายหญิงที่กำลังช่วยกันหยิบนู่นนี่ใส่จานใบใหญ่ ด้วยท่าทางสนิทสนมดีเกินกว่าที่คนเลิกกันแล้วเขาเป็นกันอยู่ที่หน้าเตา พลันในหัวคิดได้อยู่คำเดียวเลยครับสำหรับไอ้หมาโซ่เพื่อนผม นั่นก็คือ ชิบหายแล้วมึง...

 

[ part : โซ่ ]

ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มยี่สิบห้านาทีแล้วครับ ร่วมหลายชั่วโมงแล้วที่พวกผม ไอ้ฮุย ไอ้กิง ไอ้ทิมและไอ้คุณชาย มาขออาศัยที่สวนแห่งนี้แดกเหล้ากัน โดยที่มีเจ้าของร้านอย่างฝันมานั่งดื่มกับพวกเราด้วยแต่ของเธอเป็นแค่น้ำอัดลมธรรมดานะครับ เพราะผมห้ามฝันไว้ว่าห้ามดื่มของมึนเมาเด็ดขาด แม้ตอนแรกเธอจะงอแงเล็กน้อยเพราะอยากจะร่วมสนุก แต่พอเจอสายตาและน้ำเสียงดุๆของผมเข้าไป เธอก็ยอมอ่อนลงให้ผมเสมอ ฝันก็เป็นแบบนี้ตลอดแหละครับยอมให้ผมเสมอไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

ผมมองไปที่ร่างบางข้างๆ ที่ขยับกระแซะเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเกิดอาการกลัว หึ ก็น่าอยู่หรอกดึกๆแถมเงียบๆแบบนี้ใครเค้าแม่งจะบ้ามาเล่าเรื่องผีกันหล่ะครับ นอกซะจากไอ้พวกเชี้ยเนี้ย เออ! รวมถึงผมที่เล่าจบไปแล้วหนึ่งเรื่องด้วยแล้วกัน ตอนนี้ถึงคิวไอ้ฮุยเล่าอยู่ล่ะครับ ไอ้นี่แม่งยิ่งเป็นพวกเล่นใหญ่ด้วยไง บิวท์อารมณ์เก่งเสียจนฝันที่เป็นคนกลัวเรื่องพวกนี้มากๆอยู่แล้วก็กลัวขึ้นไปใหญ่เลย แล้วยิ่งตอนนี้ยังอยู่ในสถานที่และบรรยากาศเอื้ออำนวยอย่างมหาลัยฯด้วยไง หลอนชิบหายเลยครับทีนี้

"นั่น!!...พวกมึงเห็นมั้ย!"

ร่างบางข้างๆผมสะดุ้งโหยงแล้วโผเข้ามากอดแขนผมแน่น ร่วมถึงไอ้พวกตัวถึกๆโตๆอย่างไอ้คุณ ไอ้ทิม แล้วก็ไอ้กิงด้วย ผมเห็นนะว่าพวกแม่งก็แอบสะดุ้งนิดๆด้วยเหมือนกัน เมื่ออยู่ๆไอ้ฮุยที่เล่าเรื่องอยู่ก็โพร่งขึ้นมาเสียงดัง ก่อนที่ฝันจะทำใจดีสู้เสือถามออกไปเสียงสั่น

"หะ เห็นอะไรหรอฮุย..."

"ก็นั่นไง!" มันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับชี้ไปทางตรงข้ามตัวเองซึ่งก็คือข้างหลังผมกับฝันไง

"เห็นอะไรของมึง?" ผมถามอย่างทนไม่ไหว ก็แม่งลีลาอยู่ได้

"กะ...กู...หะ...เห็น เห็นกองไฟยาวประมาณ8เมตร"

"เดี๋ยวๆ ไอ้สัส!" ไอ้กิงโวยออกมาเสียงดัง เมื่อไอ้ฮุยแม่งทะลึ่งเล่นมุกออกมาสะเฉยๆ

"กูอุตส่าห์ปิดเฟซหนีละนะ" ไอ้ทิมพูดออกมาพร้อมกับกรอกตาอย่างเซ็งๆ โดนมีไอ้คุณพยักหน้าเห็นด้วย

เหอะ ผมก็เหมือนกันครับนี่อุตส่าห์ปิดเฟซหนีแล้วนะ อำนาจหลวงปู่เค็มแม่งยังตามมาแสดงอภินิหารถึงที่นี่อีก ประสาทจะแดกแล้วครับ

"5555" แล้วไอ้ตัวต้นเรื่องมันก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ ทุกคนคิดว่าไอ้ฮุยจะรอดมั้ยครับ? 1,2,3 โวตครับ!

ป้าบ ป้าบ ป้าบ ป้าบ!!!!

สรุปไม่รอดนะครับ โดนพวกผมตบกบาลกันไปคนละทีสองที ข้อหากวนตีน

"เมี๊ยววววว!!!!!!"

แล้วก่อนที่อะไรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ เสียงของไอ้คุณปั้นลูกชายสุดที่รักของฝันมันก็ร้องออกมาเสียงดังลั่น เก่งชิบหายขนาดนอนอยู่ชั้นบนยังอุตส่าห์ร้องเสียงดังมาถึงนี่ได้ ทำให้ฝันที่นั่งอยู่ข้างผมตอนนี้เริ่มลนลานด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะขอตัวขึ้นไปดูลูกชายเขาว่าเป็นอะไร

"ให้ไปเป็นเพื่อนมั้ย?"

ผมถามเพราะรู้สึกเป็นห่วงเธอไม่น้อย ก็ดูอาการเธอสิ ดูก็รู้ว่ายังกลัวๆอยู่ แต่ก็นั่นแหละครับความแม่ของฝันมันมีมากกว่า เป็นห่วงไอ้ปั้นมันเสียมากกว่าความกลัวไปหลายเท่าแล้ว

"ไม่เป็นไร โซ่ดื่มต่อเถอะ"

ผมมองตามร่างบางที่หันหลังเดินออกไปจนลับตา อดแปลกใจไม่ได้เหมือนกันที่ฝันพูดออกมาด้วยท่าทางเกรงใจเสียขนาดนั้น นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะคงจะทำทุกวิถีทางเพื่อลากผมไปด้วยทุกที่แล้ว แต่ก็นั่นแหละเพราะตอนนี้อะไรๆมันเปลี่ยนไปแล้ว ผมก็เปลี่ยนฝันเองก็คงเปลี่ยน แต่ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ลึกๆแล้ว ผมก็แอบหงุดหงิดเหมือนกันแหะ อืมมม แต่ช่างมันเถอะขี้เกียจคิดแล้ว

"พี่ฝันไปแล้ว! เพราะฉะนั้นมึง!..."

"เฮ้ย!!" ผมร้องออกมาเพราะตกใจที่อยู่ไอ้กิงก็พูดขึ้นมาแบบนั้น โดยที่มีไอ้ตัวดีอย่างไอ้ฮุยพุ่งเข้ามาล็อกคอผมเอาไว้แน่นเหมือนจะกลัวผมหนีไปไหน

"ทีนี้มึงก็ตอบพวกกูมาซะ! ว่ามึงเลิกกับพี่ฝันทำไม!"

ไอ้กิงพยายามคาดคั้นหาคำตอบจากผมที่ยังเอาแต่เงียบ ไม่พูดอะไรออกมา

"ตอบสิโว้ย!" ทีนี้ไอ้ฮุยที่ล็อกคอผมอยู่ พูดขึ้นบ้างทั้งยังรัดคอผมแน่นขึ้นอีกด้วย แต่ผมก็ยังคงเงียบเช่นเดิม แล้วเบนสายตาไม่มองที่ไอ้ทิมกับไอ้คุณชายที่ยังนั่งกระดกเหล้ากันอยู่เงียบๆ ผมพยายามส่งสายตาให้ช่วยมาเอาไอ้พวกลิงนี้ออกไปจากตัวผมสักที แต่!พวกแม่งก็ยังเอาแต่นั่งนิ่งไม่ไหวติง ชิบหายเอ้ย! ท่าทางแบบนี้ของพวกมันคงแปลได้ว่า 'ช่วยไม่ได้ว่ะเพื่อน พวกกูก็อยากรู้เหมือนกัน' สินะแต่ทำแอ๊บนิ่งๆไปงั้นแหละ เหอะๆ คบกันมานานขนาดนี้ทำไมผมจะไม่รู้สันดานพวกมันวะ

"เออๆ! กูบอกก็ได้ แต่ปล่อยกูซะก่อนที่กูจะหายใจไม่ออกตาย" และสุดท้ายผมก็ต้องจำยอมเพราะกลายเป็นคนหัวเดียวกระเทียมลีบของกลุ่มไปแล้ว ไอ้ฮุ่ยปล่อยผมให้เป็นอิสระแล้วมันกับไอ้กิงก็พากันไปนั่งที่เดิม

"..." ดูพวกมันสิ นั่งนิ่งตัวตรงวางแก้วตั้งใจฟังกันทุกคนเลย แม่งตั้งใจยิ่งกว่าตอนเรียนอีก ดูไม่ออกเลยเนอะว่าเสือกเก่งเนี้ย!

"เห้อออ ก็กูเบื่อก็เลยเลิกแค่นั้นจบ! ไม่มีไรมาก"

"เลวชิบหายเลยไอ้สัส!" ไอ้กิงด่าออกมาทันควัน รวมถึงไอ้3ตัวที่นั่งพยักหน้าอย่างเห็นด้วยอยู่เงียบๆ ไอ้กิงทำมาเป็นด่าผม แล้วที่มันทำเนี้ย!ดีมากมั้ง เมื่อตอนหัวค่ำอ่ะผมเห็นนะว่ามันแอบมองฝัน ตางี้เยิ้มเลย เหอะๆดีชิบหายเลยมึงอ่ะ

"งั้นมึงก็ควรถอยออกมาจากฝันนะ" ไอ้ทิมพูด

"เออ มึงไม่ควรเข้าไปวอแวกับฝันอีกอ่ะ" ทีนี้ไอ้คุณชายมันยอบทิ้งความสุภาพ แล้วมาคุยกับผมแบบหยาบๆแต่จริงจัง

"พวกมึงไม่รู้อะไร อย่าพูดดีกว่ากูกับฝันอ่ะตัดกันไม่ขาดหรอกถึงจะเลิกกันแล้วก็เถอะ มันมีอะไรมากกว่านั้นสำหรับกูกับเขา"

ผมอธิบายอย่างใจเย็นก็มันจริงนี่ ผมกับฝันเราคบกันมา3ปีก็จริง แต่ระหว่างเรามันมากกว่านั้น เรารู้จักและผูกพันกันมานานกว่านั้นมาก มากเกินที่จะตัดแล้วด้วย

"ถึงจะอย่างนั้น ก็ไม่ควรมาสนิทมาดูแลเขาขนาดนี้ป่ะวะ ทำแบบนี้แล้วเขาจะตัดใจจากมึงได้ยังไง" ไอ้ฮุยที่เคยเอาแต่พูดจาเลอะเทอะไปวันๆ ก็ยังเขาโหมดจริงจังได้เลยสินะ ถ้าเป็นเรื่องของฝัน

"ฝันตัดกูไม่ได้หรอก เชื่อสิ"

"มั่นหน้าชิบหาย" ไอ้ทิมพูดขึ้นอย่างหมั่นไส้

"กูถามจริงๆเถอะโซ่ ที่มึงยังกลับเข้ามาวอแวกับฝันนี่มันเพราะอะไรกันแน่วะ?" ไอ้คุณชายพูดขึ้น อย่างจริงจัง

"กู..." ผมลังเล ไม่รู้ว่าควรจะตอบเพื่อนยังไง เพราะจริงๆแล้ว ผมก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าผมจะมายุ่งกับฝันทำไม

"กู...กูสงสารฝัน เขาไม่เหลือใครแล้วนอกจากกู" ผมตอบออกไปเมื่อคิดคำตอบที่คิดว่าน่าจะดีที่สุดสำหรับตอนนี้ได้

"กูว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนเนี้ย ที่มันคาราคาซังแบบนี้อ่ะ น่าสงสารมากกว่าที่เขาไม่เหลือใครอีกไอ้โซ่!"

กิงพูดขึ้นมาอย่างโมโห แล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

"แต่เอาเถอะ...ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ยังไงพวกกูก็อยู่กับมึงเสมอไอ้โซ่"

กิงพูดออกมา ทำให้ไอ้3คนที่เหลือ พยักหน้าตามอย่างเห็นด้วย ส่วนผมก็เอนหลังไปพิงพนักโซฟาอย่างโล่งใจ คิดว่าพวกมันขะโกรธแล้วต่อยผมกันคนละหมัดซะแล้ว ผมเบื่อนหน้าไปมองทางอื่นเพื่อหลบสายตาพวกมัน ก่อนจะได้เห็นแผ่นหลังบางของใครบางคนวิ่งหนีเขาไปในร้านเสียแล้ว ชิบหายแล้ว! ฝันได้ยิน

"ฝัน!!" ผมตะโกนก่อนจะวิ่งตามร่างบางไปอย่างรีบร้อน ขอเถอะอย่าให้เธอโกรธหรือเกลียดผมเลย....

 

 

.............................................................................

พาน้องมาเสิร์ฟแล้วจ้า หลังจากที่เค้าหายหัวไปหลายวันเพราะติดสอบเด้อทุกคน แต่ก็แต่งตอนนี้ออกมาชดเชยให้แล้วน้า เป็นตอนที่ยาว ย๊าว ยาวเลยทุกคนนนนน อ่านกันยาวๆแบบจุกๆไปเลยจ้า555

สุดท้ายนี้ก็เหมือนเดิม ใครชอบใครรักเค้ากับน้องก็คอมเม้นท์มาบอกกันได้น้า และฝากให้ทุกคนช่วยกดไลค์เบาๆเพื่อเป็นกำลังใจให้เค้าด้วยน้า รักจ้า จ๊วบบบบบบบบ!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น