เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 29

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 29

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.4k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2562 22:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 29
แบบอักษร

29  

  

  

  

  

“เสร็จแล้วใช่มั้ย งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ” พีคพูดบอกอย่างอบอุ่น ก่อนจะจูงมือพาแก้มเดินออกไปจากห้องพักแห่งนี้เพื่อเตรียมที่จะพาแก้มกลับไปอยู่บ้านตามเดิม ทุกอย่างผ่านไปไวเหมือนกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน นี้ก็สามวันแล้ว แต่พีคก็ยังทำตัวปกติไม่ได้แสดงอาการแบบวันแรกที่แก้มฟื้นขึ้นมา มีแต่แก้มที่ยังคาใจอยู่เสียเอง เคยลองคิดที่จะถามกราฟอยู่หลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่าพีคจะไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอเลยสักนิด   

“เฮ้ย! นี่มึงกล้าปล่อยให้คนอย่างกูแบกของอยู่คนเดียวได้ไง ไอ้ห่าพีค” เสียงตะโกนโวยวายไล่หลังเรียกให้พีคกับแก้มต้องเหลียวหลังมอง ก่อนจะเห็นภาพกราฟกำลังแบกกระเป๋าและบรรดาของเยี่ยมไข้เดินตามหลังมาอย่างพะรุงพะรัง  

“ของมึงทั้งนั้น” พีคว่า  

“ของกู? ยังจะกล้าพูดว่าของกูอีกหรอ เดี๋ยวกูปาด้วยรังนกหรอกไอ้นี่ มาช่วยเร็ว เอากระเช้าไปสักสองสามอันก็ดี กูหนัก” กราฟพูดบ่นอย่างไม่จริงจัง แต่เรื่องให้ช่วยแบกของคือต้องการกำลังเสริมสุดใจ  

“รักน้องกู ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ก็เลิกกันไปเลยไป ไปกันเถอะแก้ม ลิฟต์มาละ” นอกจากไม่ช่วย ยังมีหน้าจูงมือน้องสาวเดินหนีแฟนเข้าลิฟต์ไปอีก  

“ได้ เล่นงี้ กูจะยุไม่ให้ไอ้เพลิงเจอหน้ามึงอีกค่อยดู” กราฟตีหน้ามุ้ยยืนบ่นพึมพำอยู่คนเดียวในขณะที่พีคพาตัวแก้มเข้าลิฟต์ไปแล้ว ก่อนจะถูกพีคตะโกนเรียกให้เข้ามาข้างในและเหมือนรู้ด้วยว่าที่กราฟกำลังว่าอะไรอยู่ เพราะสายตาที่มองตรงมาฉายแววไม่ชอบใจพอสมควร  

“ไอ้กราฟ เข้ามา!”  

“เออ! รู้แล้ว” กราฟตอบกลับห้วน ก่อนเดินเข้าไปสมทบกับทั้งสองคนในลิฟต์ แต่ก็ไม่วายแกล้งบ่นใส่ไอ้เพื่อนตัวดีตลอดทาง ที่กำลังปั้นยิ้มเป็นพี่ชายแสนดีใส่น้องสาวและกลับมาำตีหน้ายักษ์ใส่เขาทุกครั้งที่พยายามแกล้งทำเป็นเอ่ยถึงชื่อใครบางคน และเพราะความแกล้งกวนทุกห้าวินาที ทำให้พอออกจากลิฟต์พีคต้องจำใจเอากระเช้าไปถือเพื่อตัดรำคาญก่อนที่กราฟจะยอมหุบปากแล้วยกยิ้มกวนอย่างอารมณ์ดี   

“เอาไปถือตั้งแต่แรกก็จบ จะได้ไม่ต้องฟังกูสวดตลอดทางอยู่แบบนี้ เนอะเบบี๋” กราฟพูดพร้อมหันไปส่งยิ้มแฉ่งให้แก้มที่เดินจับมือพีคอยู่ข้างๆ แก้มเองก็ยิ้มขำแต่ก็ไม่วายส่งสายตาดุๆให้นิดหน่อยเรื่องที่กราฟแกล้งหยอกพีค  

“เบบี๋ เหอะ ช่วยเอาไปเรียกไกลๆไป ฟังมึงพูดแล้วแขยงหู” พีคพูดแขวะหลังได้ยินคำแสลงหูจากปากคนเข้าโหมดมุ้งมิ้งเมื่อสนใจแฟน แต่กราฟก็ไวพอที่จะไม่ลืมคิดคำเจ็บๆตอกกลับพีคยามที่โดนแขวะเรื่องเขาแน่นอน  

“หึ พวกไม่เข้าใจความโรแมนติก ให้ตายก็ไม่มีวันเข้าใจหรอก ความรักรู้จักจริงๆหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ เอ๊ะ? หรือมี แต่ไล่ตะเพิดเค้าไปแล้ว ว้าย! ลืมม ไล่เค้าไปแล้วนี่ น่าสงสารเนอะ” เรียกว่าได้ผล 80% พีคหันไปมองตาขวางใส่แรงจนคนล้อเองถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะตีหน้านิ่งกลับเหมือนเดิมเมื่อแก้มมองทั้งสองคนสลับกันไปมาอย่างสงสัย มีเพียงแค่กราฟเท่านั้นที่กำลังกลั้นขำสุดใจอยู่ข้างๆ  

“พี่กราฟ พอได้แล้ว แกล้งแหย่พี่พีคตั้งแต่ลงมาแล้วนะ แต่พี่พีคโรแมนติกไม่เป็นจริงๆนั่นแหละ” เหมือนจะห้าม แต่แก้มกลับซ้ำเติมพี่ชายเล่นไม่ต่างจากแฟนตัวเองเลยสักนิด ซึ่งนั่นยิ่งทำให้กราฟชอบใจเข้าไปใหญ่ พีคได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจแล้วรีบพาแก้มให้เดินไปที่ลานจอดรถด้านนอกทันที กราฟเองก็รีบหอบข้าวของเร่งฝีเท้าให้เดินตามให้ทันสองพี่น้องที่ไม่ต้องเดาเลยว่าไอ้ตัวที่เดินเร็วมันกำลังหงุดหงิดเรื่องอะไร  

“พี่พีค เดินช้าๆหน่อยก็ได้ ลืมไปหรือเปล่ามาแก้มพึ่งลืมตาตื่นได้สามวันเองนะ” แก้มพูดบ่นเพราะรู้สึกเมื่อยง่ายยามที่ต้องทำอะไรเร็วๆ พีคชะงักก่อนจะรีบปรับความเร็วลงทันที  

“พี่ขอโทษ พอดีพี่รำคาญไอ้กราฟมันเลยรีบเดินจนลืมดูเราไปเลย โอเคหรือเปล่า?” พีครีบเช็คอาการแก้มอย่างเป็นห่วง แต่แก้มส่ายหน้าปฏิเสธ  

“ไม่เป็นไรค่ะ แก้มโอเค”  

“เดินเร็วขนาดนั้นเดี๋ยวน้องได้แอดมิดเข้าข้างในอีกรอบหรอก มึงขึ้นรถมึงไปเลยไป เดี๋ยวให้แก้มนั่งรถกูกลับ” กราฟเร่งฝีเท้าเข้ามาสมทบสองพี่น้องทันอีกครั้ง แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยพอตัวเนื่องจากหนักบรรดาของฝากจากการเยี่ยมไข้ทั้งหลายแหล่   

“น้องกู กูพากลับเองได้” พีคปฏิเสธ  

“นี่ก็แฟนกู ขอเวลาอยู่กับแฟนกูสักเสี้ยวนึงไม่ได้หรือไง ห่า น้องมึงฟื้นทีล่ะบ้านช่องไม่กลับ” กราฟว่า  

“แล้วมึงรู้หรอไงว่ากูจะพาแก้มไปส่งบ้านไหน” พีคย่นคิ้วถามกราฟกลับ  

“บ้านมึงแน่นอน เพราะป้าหญิงไม่อยู่บ้านช่วงนี้ กูจำได้” พีคตีหน้าเซ็งทันทีเมื่อไอ้เพื่อนตัวดีดันรู้ทัน กราฟยิ้มไหวไหล่อย่างผู้ชนะ ก่อนจะเขยิบตัวเข้าไปใกล้พีคแล้วกระซิบคุยกันสองคน “อย่าลืมนะว่าไอ้เพลิงมันเคยอยู่ที่บ้านมึง ถ้ามึงจะให้แก้มอยู่บ้านนั้นสักพัก กูว่ามึงไปจัดการบ้านให้เรียบร้อยก่อนที่กูจะพาแก้มไปส่งถึงบ้านดีกว่า”  

พีคนิ่งชะงักไป ลืมไปเลยว่าที่บ้านยังมีข้าวของของเพลิงทิ้งไว้อยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะแอบมาเก็บที่หลังแล้วหรือยัง พีคเองก็ใช้เวลาสามวันอยู่ที่นี่ตลอด เลยไม่รู้เลยว่าหลังจากเรื่องตอนนั้นเจ้าตัวจะแวะกลับมาหรือเปล่า   

“เฮอ..กูฝากแก้มด้วย อย่าพาน้องกูแวะเหลวไหลล่ะ” พีคพูดสั่งเสียงเข้มกับกราฟ ก่อนเดินตรงไปที่รถของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล แก้มขมวดคิ้วงงทันทีเมื่อเห็นพีคยอมให้ตัวเองกลับกับกราฟอย่างว่าง่าย  

“พี่กราฟไปพูดอะไรกับพี่พีคอ่ะ” แก้มหันไปถามกราฟ  

“ไปนั่งรถเล่นกับพี่แปปนึง เรื่องที่แก้มสงสัยเดี๋ยวพี่เล่าให้ฟังบนรถ”   

  

*********************************  

  

บ้านพีค  

  

หลังจากพีคแยกออกมาจากกราฟและขับรถตรงมาที่บ้านก่อน พีคใช้เวลาขับรถกลับมาที่บ้านได้ไม่นาน บรรดาลูกน้องที่ใช้ชีวิตปกติในตอนแรก เมื่อเห็นว่าพีคเดินออกมาจากรถที่เข้ามาจอดเอาไว้ ต่างก็รีบออกมารอกันอย่างดีใจ เพราะเห็นว่านายตัวเองไม่กลับบ้านมาตั้งสองคืน  

“เฮีย หายไปไหนมา รู้มั้ยเนี่ยว่าพวกผมเป็นห่วงกันแทบแย่” นายถามคนแรก  

“นั่นดิเฮีย โห่ หายไปไม่บอกกันเลย ขนาดไอ้โต้งไอ้ดิวก็ยังไม่รู้” ไวถามต่อ  

“กูก็กลับมาแล้วนี่ไง เลิกมุงแล้วกลับไปทำงานต่อได้แล้ว ส่วนมึงไอ้ไว เดี๋ยวไปเตรียมห้องให้แก้มข้างบนหน่อย น้องกูจะมานอนนี้สักพัก” พีคสั่งรัว ก่อนจะเดินสวนกลับเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้ลูกน้องที่เหลือต่างพากันขมวดคิ้วงง จะหันไปถามพีคอีกที เจ้าตัวก็เดินเข้าไปในบ้านแล้ว  

“เตรียมห้องให้คุณแก้ม? คุณแก้มฟื้นแล้วหรอ?” ไวหันไปถามกลุ่มเพื่อนอย่างสงสัย แต่นั่นก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ เมื่อทุกคนต่างพากันส่ายหน้าหมด  

เจ้าของบ้านที่ไม่ได้กลับบ้านมาสองวัน ยามที่เท้าสัมผัสถึงตัวบ้าน สิ่งแรกที่พีครู้สึกไม่เหมือนเดิม คงจะเป็นบรรยากาศของใครบางคนที่เวลานี้ปกติมักจะนั่งจุมปุ๊กอยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น หรือไม่ก็กำลังนั่งกินข้าวอยู่แถวครัว แต่ทว่า เวลานี้กลับเงียบสงบไร้วี่แววร่างของใครคนนั้น มันดูเงียบเกินไปจนแอบหวั่น ...เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้เอาซะเลย  

 พีคเดินสำรวจข้างในบ้านอย่างช้าๆ เขาอยากใช้เวลาที่อยู่คนเดียวคอยมองหาของที่ยังหลงเหลือจากเพลิง แต่ดูเหมือนว่าข้างล่างนี้จะไม่มีอะไรเลย ทำให้พีคต้องย้ายขึ้นไปดูข้างบน และเมื่อเปิดเข้ามาในห้อง กลิ่นที่คุ้นเคยแม้ว่ามันจะเริ่มเจือจาง แต่นั่นมันก็ทำให้เขาหวนคิดถึงใครคนนั้นขึ้นมา สีหน้าที่ไร้อารมณ์ตอนแรก ฉายความเศร้าหมองอย่างชัดเจน ราวกับว่าห้องนอนห้องนี้เหมือนเป็นที่ทำให้เขาเผลอปล่อยสิ่งที่กำลังฝืนอยู่แสดงออกมา พีคค่อยๆเดินเข้าไปข้างในช้าๆ ห้องกว้างเรียบร้อยดูสะอาดตา แต่มันกลับเหงาอย่างแปลกประหลาด ข้าวของบางอย่างที่เคยวางกระจายรวมๆกับของของเขา ตอนนี้กับไร้ซึ่งของพวกนั้นอยู่เลย แม้แต่ในตู้เสื้อผ้า ของของที่ควรจะมีกลับหายไป พีคเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบเตียงตรงที่ที่เพลิงมักนอนอยู่เป็นประจำ สายตาจับจ้องหมอนพร้อมวางมือทาบเอาไว้เบาๆ หมอนใบนี้คงจะเป็นสิ่งเดียวที่มีกลิ่นของเพลิงมากที่สุด  

“ไปแล้ว..สินะ..”  

“ถ้าไอ้เพลิง มันไปแล้วแหละเฮีย” เสียงโต้งพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าพีคดูอาลัยอาวรณ์กับสิ่งที่มันพึ่งหายไปจากบ้านหลังนี้ พีคผละจากหมอนก่อนเอียงหน้าไปมองโต้งที่ยืนอยู่ตรงประตูห้อง  

“งั้นหรอ มันเข้ามาเองหรือมีคนมาเอาของกลับไปให้” พีคถาม  

“มีคนมาเก็บให้ครับ น่าจะคนที่บ้านเฮียกราฟ ตอนแรกผมนึกว่าไอ้เพลิงหาเรื่องหนี แต่พอคนที่มาเอาของกับลูกน้องเขาอีกสองคนบอกว่าจะมาเก็บของให้น้องชาย พวกผมก็ขัดอะไรไม่ได้มาก เพราะทางนั้นเขาดูเป็นผู้ใหญ่แล้วด้วย” โต้งอธิบาย   

“อืม เข้าใจแล้ว มึงไปทำงานเถอะ เดี๋ยวเย็นนี้กูจะแวะไปที่ร้านหน่อย” พีคพยักหน้าก่อนบอกสั่งลูกน้อง โต้งเองก็พยักหน้ารับก่อนเดินกลับออกไป นี่ถ้าลูกน้องคนอื่นเห็นสีหน้าเฮียตัวเองตอนนี้ พวกเขาคงเป็นกังวลกันทั้งบ้านแน่ๆ โต้งที่เดินลงมาข้างล่าง เพื่อมาบอกข่าวคนอื่นเรื่องเพลิง แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าตอนนี้มีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาด้านในพร้อมบรรดาก๊วนของเขาเองที่เดินตามยิ้มดีใจกันอย่างอารมณ์ดี  

“พี่โต้ง หวัดดีค่ะ” เสียงเรียกทักทายพร้อมรอยยิ้มอันสดใส เรียกให้โต้งแทบลืมเรื่องเมื่อกี้ไปชั่ววินาทีทันที   

“คุณแก้ม” โต้งเบิกตากว้าง ทั้งตกใจทั้งดีใจที่แก้มฟื้นและสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว คนเป็นลูกน้องเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มดีใจ “เป็นไงบ้างครับ ผมดีใจจังที่คุณแก้มฟื้น แล้วนี่เฮียกราฟมาส่งหรอครับ”  

“ใช่ค่ะ ตอนนี้พาคนอื่นไปช่วยยกของที่รถอยู่ แล้วพี่พีคล่ะคะ” แก้มถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังไม่เห็นพีคเลย  

“เฮียอยู่ข้างบนครับ ให้ผมไปตามให้มั้ย” โต้งเสนอ  

“ไม่ต้อง มาช้านะแก้ม” เสียงพีคดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวพ้นจากบันไดแล้วเดินตรงมาหาแก้มที่นั่งอยู่บนโซฟา แก้มทำหน้างอนๆให้นิดนึงเมื่อถูกติ  

“ไปตีกับพี่กราฟข้างนอกสิคะ แก้มไม่ได้ขับรถ” แก้มว่า  

“แค่นี้ทำงอนนะเรา ห้องนอนพี่ให้ไอ้ไวทำความสะอาดให้อยู่ เสร็จแล้วเดี๋ยวมันมาเรียก” พีคพูดบอกพร้อมขยับยื่นมือไปลูบเส้นผมของแก้มอย่างแผ่วเบา   

“ไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ แก้มนั่งรออยู่นี่ได้ นอนนานแล้วอ่ะ เบื่อ”   

“เบื่อยังไงก็ต้องนอนพักนะ ร่างกายเรายังไม่แข็งแรงเลย หรือเอางี้ เดี๋ยวพี่ให้คนเตรียมผ้าปูนอนที่บ่อปลาให้เอามั้ย ตรงนั้นอากาศดีนะ” พีคพูดขึ้น เมื่อนึกขึ้นได้ว่าทำบ่อปลาเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ปลาที่ยังไม่ได้ซื้อมาใส่  

“บ่อปลา? ที่บ้านมีบ่อปลาด้วยหรอ ทำไมแก้มมาไม่เคยเห็นเลยอ่ะ” แก้มตาโตเมื่อได้ยิน  

“พี่พึ่งทำช่วงตอนที่เราอยู่โรงพยาบาลน่ะ จะไปนอนเล่นแถวนั้นมั้ย เดี๋ยวพี่บอกคนให้ แต่บอกไว้ก่อนว่าปลายังไม่ได้ใส่นะ”   

“ไม่เป็นไรค่ะ ขออยู่กับธรรมชาติบ้าง ว่าแต่พี่พีค แก้มสงสัยมาสักพักแล้ว พี่พีคเล่นเกมกับเค้าด้วยหรอ พอดีแก้มเห็นเครื่องเกมวางอยู่ใต้ตู้ทีวีอ่ะ” แก้มพูดพลางชี้ไปยังกล่องที่น้ำเงินที่วางเก็บไว้ข้างในนั้นอย่างดี พีคสตั้นไปแปปนึง เพราะไม่คิดว่าของที่เขาเคยซื้อให้เพลิง ไม่คิดว่าเพลิงจะไม่ยอมเอามันกลับไปด้วย  

“พี่พีค?” แก้มเรียก  

“ของพวกไอ้ไวมันน่ะ พี่ซื้อให้พวกมันเล่นแก้ว่าง” คงต้องพูดโกหก เพราะไม่อยากให้แก้มได้รู้ว่าเพลิงเคยอยู่ที่นี่มาก่อน แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าของที่ทิ้งไว้มันจะกลายเป็นของรักของหวงของเจ้าตัวเสียเอง  

“โอ้โห ตั้งแต่รู้จักพี่ชายแก้มมา ยากนะเนี่ยที่พี่พีคจะยอมซื้อของให้คนอื่นในราคาเป็นหมื่นขนาดนี้ น่าแปลกจริงๆ” แก้มพูดเสียงเรียบ แต่สายตาหรี่ลงจ้องจับผิดอย่างชัดเจน พีคยิ้มขำน้อยๆพลางส่ายหน้าไปมา ก่อนจะยื่นมือไปขยี้ปลายจมูกแก้มอย่างหมันเขี้ยว ซึ่งนั่นก็ทำให้แก้มแอบทำหน้ามุ้ยใส่หลังถูกทำร้าย  

“พี่ซื้อเพราะอยากซื้อให้ เราไม่ต้องสงสัยมากหรอก แล้วจะกินอะไรมั้ย พี่จะได้สั่งคนให้ไปซื้อให้” พีคถาม  

“แล้วสองล่ะคะ ไม่อยู่หรอ แก้มว่าจะให้ทำข้าวให้กินซะหน่อย” แก้มถามกลับอย่างสงสัย  

“ช่วงนี้มันไม่อยู่น่ะ ติดธุระข้างนอก อีกนานเลยกว่าจะกลับมาที่นี่ ช่วงนี้ก็ซื้อกินกันไปก่อน” พีคบอก  

“ให้แก้มไปอยู่บ้านกูสักพักมั้ย ให้ผู้หญิงอยู่ท่ามกลางชายฉกรรจ์ทั้งบ้าน คนทำกับข้าวเป็นก็ไม่อยู่ สู่มานอนบ้านกูมีแม่บ้านคอยทำข้าวมาเสิร์ฟให้เป็นมื้อๆ ไม่ดีกว่าหรอ” กราฟที่เหมือนจะจัดแจงของในกระเช้าแบ่งไปให้ลูกน้องคนอื่นเสร็จแล้ว กลับเดินเข้าบ้านมาสมทบทั้งสองคนข้างในต่อ   

“หาเรื่องเอาน้องกูไปนอนกกล่ะสิ” พีคว่า  

“ก็เหมือนมึงไง แต่พอดีของกูมีสถานะอ่ะนะ” กราฟสวนกลับ  

“พี่กราฟ” แก้มที่ห้ามปรามแฟนตัวเองทันที เพราะเห็นว่าพีคนิ่งเงียบไป แต่ท่าทางที่ดูเหมือนไม่ได้แสดงออก แต่ถ้าสังเกตแววตาดีๆ จะเห็นว่าพีคมีอาการสั่นไหวที่ดวงตา ยิ่งยามที่โดนกราฟจี้ใจดำความสั่นไหวของดวงตาก็ยิ่งแสดงออกได้ง่ายขึ้น   

  

// เป็นอย่างที่พี่กราฟบอกจริงๆด้วย เพลิงเหมือนเป็นจุดอ่อนของพี่พีคไปแล้ว // แก้มว่าในใจ  

  

“อยากเจอก็ไปหาซะสิ” กราฟพูดอีกครั้ง แต่รอบนี้กลับทำให้พีครวมทั้งแก้มตั้งรีบเงยหน้ามองกราฟเป็นตาเดียว คนเขาปูทางให้ขนาดนี้ แต่ดูเหมือนเพื่อนตัวดีทำได้แค่อึ้งแปปๆก่อนจะกลับมาตีหน้านิ่งปกติเหมือนเดิม  

“แก้มอยากได้อะไรสั่งไอ้ห่านี่เอานะ เดี๋ยวพี่ไปทำงานก่อน ตอนกลางคืนถ้าง่วงก็ขึ้นไปนอนได้เลยนะ ปล่อยให้ไอ้ห่านี่เฝ้าบ้านอยู่ข้างล่างเนี่ยแหละ แส่ไม่เข้าเรื่องดีนัก” พีคบอกน้องสาวด้วยน้ำเสียงปกติ แต่สายตายามที่เหลือบไปมองกราฟกลับคาดโทษไว้ซะดิบดี จนคนโดนคาดโทษแอบขำ ก่อนที่พีคจะเดินสวนออกไปนอกบ้านเตรียมไปทำงาน โดยทิ้งให้กราฟอยู่กับแก้มสองคนในบ้าน  

“เบบี๋รู้ตัวมั้ยเนี่ย ว่าพี่เราปากแข็งอ่ะ”  

  

**************************************  

  

หลังเปิดร้าน 1 ชั่วโมง  

  

  

“เฮียเอาเครื่องดื่มอะไรมั้ย เดี๋ยวผมชงให้อีกแก้ว” บาร์เทรนเดอร์ประจำร้านถามพีคขึ้น หลังเห็นพีคกินเครื่องดื่มหมดไปแล้วอีกแก้ว  

“ยังอ่ะ มึงทำเครื่องดื่มให้ลูกค้าคนอื่นเหอะ” พีคปฏิเสธโดยที่สายตานั่นไม่ได้สนคนที่คุยด้วยเลยสักนิด กลับนั่งเท้าหลังมือเอียงหน้ามองหาใครบางคนให้เดินเข้าร้านมา และนั่งอยู่อย่างนี้มานับชั่วโมงแล้ว  

“เฮียรอใครอยู่อ่ะ ผมเห็นเฮียนั่งแบบนี้นานแล้ว ถ้าเฮียดลเค้ามานานแล้วนะ” อีกฝ่ายถามพีคอีกครั้ง อาจเป็นเพราะนิสัยบาร์เทนเดอร์ที่นอกจากชงเครื่องเดิมคือรับฟังเรื่องของลูกค้าอยู่บ่อย เลยติดนิสัยเลยเผลออยากให้คำปรึกษาด้วยความเคยชิน  

“กูไม่ได้รอไอ้ดล มึงเลิกถามแล้วไปชงอะไรอ่อนๆให้กูกินไป กูจะทำอะไรก็เรื่องของกู” พีคออกปากไล่อย่างหงุดหงิด   

“ได้ครับเฮีย” อีกฝ่ายรับคำสั่งอย่างว่าง่าย ก่อนจะกลับไปทำงานของตัวเองต่อ ปล่อยให้พีคนั่งมองคนเข้าร้านเหมือนอย่างเคย   

“มานั่งหน้าเครียดอะไรอยู่ตรงนี้ครับ ไอ้คุณพีค เดี๋ยวลูกค้าก็หายหรอก” น้ำเสียงสุขุมเรียกให้พีคหันไปมอง ก่อนที่ร่างสูงของณดลจะเข้ามานั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ด้วยข้างๆ  

“เรื่องของกู” พีคตอบเสียงห้วน  

“อกหักแล้วอย่าพาลสิ แล้วนี่ไม่ไปเฝ้าน้องแก้มหรือไง ได้ข่าวว่าพาออกโรงพยาบาลแล้ว” ณดลยังคงถามอย่างสุขุมเหมือนเดิม โชคดีของพีคที่เพื่อนในกลุ่มคนนึงอย่างน้อยก็ไม่ใช่นิสัยแบบกราฟ ไม่งั้นคงได้มีแต่เรื่องปั่นประสาทแน่ๆ  

“กูทิ้งให้ไอ้ตัวก้างไปเป็นเบ๊แฟนมันอยู่ ส่วนกูแวะมาทำงานบ้าง มันยังมีงานบางส่วนที่กูยังเคลียร์ไม่เสร็จ” พีคอธิบายเสียงเรียบ  

“งั้นก็ขึ้นไปทำงาน มานั่งเหมือนรอใครอะไรตรงนี้” พีคนิ่งสะอึกไป เมื่อถูกณดลให้ขึ้นไปทำงาน พีคเหลือบมองเพื่อนข้างตัวเล็กน้อยและการที่เห็นรอยยิ้มอยู่ที่มุมปากก็ทำให้เข้าใจทันทีว่าณดลคงโทรนัดอะไรกับกราฟมาแล้ว  

“พวกมึงนี่แม่ง อย่าให้ล้มกันบ้างนะ กูจะเหยียบให้จมดินเลยค่อยดู” พีคพูดขู่อย่างไม่สบอารมณ์ คนถูกจับได้ถึงกับยิ้มขำ แม้ใจจะเฮิร์ทแต่ความไวในการรับรู้ถือว่ายังไวเหมือนเดิม   

“สรุปก็คือพยายามมองหาน้องมันอยู่ใช่มั้ย ถึงได้นั่งแดกแต่หัววันอยู่ตรงนี้เป็นชั่วโมง” ณดลพูดว่า เพราะเขาสังเกตเห็นพีคกินแอลกอฮอล์ตั้งแต่หัววันจริงๆ  

“แค่เห็นหน้าสักครั้งก็ดี กูแค่กลัวมันไม่ยอมมาทำงาน ไหนๆก็จะจบฝึกงานแล้ว” พีคยอมบอกความจริงกับณดลไป แต่มีเพียงแค่เสี้ยวเดียวทั้งนั้นเพราะที่เหลือโกหก  

"วันนี้น้องมันลางาน ไม่มาหรอก" ณดลพูดบอกตามจริง 

"ไปไหน?" พีครีบถามกลับอย่างสนใจทันที 

“ไม่รู้สิ แต่ว่านะไอ้พีค เอาจริงมึงอยากเจอน้องเค้า มึงก็แค่กลับไปเจอกันโต้งๆเหมือนเดิมก็จบ ยังไงมึงกับน้องเค้าก็เคยอยู่ด้วยกัน” ณดลพูดเสริม อาจเป็นเพราะตัวเขาเองฟังเรื่องของลูกค้ามาเยอะ เลยเข้าใจได้ว่าระหว่างพีคกับเพลิงกลับมาหากันได้ง่าย แต่ต่างคนต่างทิฐิสูง การเข้าหน้าหากันจึงเป็นอุปสรรค  

“ไม่ล่ะ กูไม่ชอบคนโกหก” พีคบอกเสียงแข็ง  

  

// ทิฐิสูง.. //   

  

“แต่มึงรักคนโกหกไปแล้ว ข้อนี้มึงปฏิเสธไม่ได้หรอกนะ” พูดอีกก็ถูกอีกสำหรับณดล พีคเป็นคนไม่ชอบคนโกหก อาจด้วยอะไรหลายๆอย่างทำให้เจอคนประเภทนี้บ่อย ทำให้เวลาเจอใครที่ไว้ใจโกหกอะไรที่เขาไม่ชอบ จะค่อนข้างเซนซิทีฟพอสมควร ตอนที่กราฟโทรมาเล่าเรื่องเพลิงกับพีคให้ฟัง เขาก็เข้าใจทันทีว่าไอ้ที่ไล่เพลิงไปเนี่ย มันมาจากอีกฝ่ายตั้งใจโกหกพีคแล้วแอบหนีไปหาแก้ม ทำให้พีคโกรธจนออกปากไล่ขึ้นมา  

“กูพอว่ะ กูเหนื่อย ความไว้ใจกูพังเป็นเสี่ยงๆเลยพอรู้ว่ามันตั้งใจทำอะไร กูน่าจะฟังมึงตั้งนานแล้วว่ะ ไม่น่าปล่อยให้เป็นแบบนี้เลย” พีคพูดเสียงแผ่ว เริ่มกลายมาเป็นนั่งระบายความรักกับเพื่อนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ณดลเองก็นั่งฟังเพื่อนไม่ได้ขัดอะไร อาจจะแปลกไปหน่อยตรงที่คนอย่างพีคที่ไม่เคยต้องมานั่งแคร์อะไรกับเรื่องพวกนี้ วันนี้กลับยอมเปิดปากพูดเองซะอย่างนั้น  

“แสดงว่าจะหยุดรักแล้วใช่มั้ย ถึงได้บอกว่าพอน่ะ กูอยากรู้แค่นี้” ณดลถาม แต่คำว่าหยุดทำให้พีคนิ่งอึ้งไปในทันที เขาพึ่งจะมาคิดได้ว่าคำว่าพอที่ว่า มันหมายถึงการหยุดรัก ณดลเองก็รอฟังคำตอบจากปากเพื่อนตัวเอง เพราะพีคมีอาการอ้ำอึ้งดูไม่เป็นตัวของตัวเองสักเท่าไร   

“ถ้ามึงคิดว่าการรักใครสักคนมันเหนื่อย มึงก็พอ แล้วมึงก็กลับไปใช้ชีวิตตามเดิมที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเพลิงดู มันคิดได้ไม่ยาก แต่มันอยู่ที่มึง ถ้ามึงเลือกที่จะมีคนชื่อเพลิงอยู่เหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็ควรเลิกพูดคำว่าเหนื่อยคำว่าพอ เพราะแค่มึงพูดคำใดคำนึงออกมา มันเหมือนเปอร์เซ็นในการที่มึงจะรักมันต่ำลงลงไปเรื่อยๆ แล้วก็อีกข้อ ถ้ามึงแก้ข้อนี้ไม่ได้ กูแนะนำว่าให้หยุดก่อน แต่ไอ้หยุดที่ว่าเนี่ยมันคือหยุดอยู่กับตัวเอง ถ้ามึงคิดว่ามึงลดตรงนี้ได้ มึงค่อยมานั่งหน้าสล่อนรอเจอหน้าน้องเค้า เพราะกูคิดว่าเพลิงเองก็พวกมีทิฐิสูงอยู่พอสมควร” อีกข้อที่ณดลว่า พีคมองก็พอเข้าใจเมื่อณดลพูดพร้อมใช้นิ้วจิ้มสมองของตัวเองไปสองที การลดทิฐิมันยากมากสำหรับคนอย่างเขา และก็ต้องยอมรับด้วยว่าสิ่งที่ณดลพูดไปมันถูกทั้งหมด ทั้งเขาและเพลิงต่างมีทิฐิกันทั้งคู่ เพราะฉะนั้นแล้ว...  

“กูจะหยุด”   

  

  

  

  

“ใครบอกให้มึงหยุด!” เสียงแหกปากสั่งตะโกนดังลั่น พร้อมก๊วนมอเตอร์ไซค์สองสามคันกำลังขับวิ่งหนีอะไรบางอย่างเอาเป็นเอาตาย ตอนนี้เวลาห้าโมงเย็น เพลิงมีติดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยเนื่องจากใกล้เข้าสู่ช่วงปฐมนิเทศนักศึกษาปี 1 วันนี้เพลิงเลยลางานณดลที่ร้านเพื่อมาช่วยงานรุ่นน้องที่มอบวกกับงานแข่งวิ่งที่จะเกิดขึ้นในศุกร์นี้ แต่ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเขาจะทำงานจนเมามันส์ไปหน่อย  

“ไอ้เหี้ยกูไม่ได้หยุด เครื่องมึงดับ!” เพลิงตะโกนสวนกลับพร้อมพยายามสับขาสตาร์สเครื่องยนต์ให้ติดอีกครั้ง  

“ไอ้เหี้ยเพลิง ว้อยย หมามันวิ่งมาแล้วไอ้สัด เร็วๆดิวะ!” เอกที่ซ้อนท้ายรีบตบหลังรั่วๆ เมื่อหันหลังไปพบฝูงหมาห้าหกตัวที่มหาลัยให้ภาโรงเลี้ยงไว้เฝ้ายามตอนกลางคืนมันหลุดออกมาทั้งคอก กำลังวิ่งหน้าตั้งเข้ามาใกล้พวกเขาเรื่อยๆ  

“เฮ้ยยย พวกเมิงงง! วนรถมารับพวกกูก่อน! ไอ้เอก มึงรีบสะบัดตูดลงจาก...โอ้ว!”  

  

บรืนน...  

  

เรียกว่าเกิดปาฏิหาริย์แบบงงๆ ทั้งเพลิงทั้งเอกถึงกับหน้าเหว๋อจ้องไปยังท่อมอไซค์ที่กำลังสงสัญญานว่ารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ  

“รถติดแล้วว้อยยย!!” ทั้งเพลิงทั้งเอกร้องเฮลั่น แต่เมื่อเหลือบด้านหลังเอกไป ฝูงหมาอยู่ในระยะประชิด ไม่ต้องรอให้ใครบอก สันชาตญาณจากก้นบึ้งเรียกให้มือรีบบิดมอไซค์พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วจนทั้งคนขับและคนซ้อนเกือบหน้าหงายทั้งคู่ โชคดีที่ตั้งตัวทันรวมถึงเอกที่ยกขาขึ้นพาดตักเพลิงไว้ได้ ก่อนที่ไอ้ตูบตัวนึงมันจะวิ่งงับเข้าใส่  

  

แง่ง!  

  

“ไม่ได้แดกกก!” เอกก้มหันลงไปมองไอ้ตัวที่วิ่งไล่อยู่ใกล้สุด “เฮ้ย ขับเร็วๆดิวะ ไอ้พวกนั้นมันขับนำไปนู่นแล้วเนี่ย”  

“รถมึงมันกาก กูเร็วสุดแล้วเนี่ย ขืนเร็วกว่ากูกับมึงได้พุ่งลงคลองแน่” เพลิงว่าและกำลังตั้งสมาธิกับการขับรถหนีหมาที่ตอนนี้เหมือนแค่สองสามตัวกำลังไล่ตามอยู่  

“เฮ้ย! พวกมึงรีบตามมาเร็ว ไอ้ตัวน้ำตาลแม่งยังตามไม่หยุดเลย!” เสียงฟิวส์ เพื่อนสนิทจากก๊วนคหกรรมตะโกนจากรถมอไซค์อีกคันที่อยู่ไม่ห่างจากนี้   

“ไอ้เอก กูมีข่าวดีจะบอก” จู่ๆเพลิงก็พูดขึ้นมาดื้อ เอกจากที่ฟังฟิวส์ตอนแรกถึงกับขมวดคิ้วงง  

“ไรมึง?”  

“รถจะดับอีกรอบละ” เพลิงว่าพร้อมเอียงหน้าหันมาทำหน้าร้องไห้ใส่  

“ไอ้รถบ้าาา! ตบเกียร์! ตบ ตบ ตบเลย! ตบเกียร์เลยไอ้เพลิง” ขอมาจัดให้ เพลิงรีบเร่งใช้เท้าตบเกียร์ไปเรื่อยๆพร้อมพยายามบิดคันเร่งให้รถกลับมาใช้ได้ให้เร็วที่สุด ส่วนฟิวส์และเพื่อนในรถอีกคันเหลียวหลังมามองสองหน่อด้านหลังอย่างลุ้นๆ และดูเหมือนแรงใจ แรงเชียร์และแรงตบจะทำให้รถกลับมาใช้งานผ่านวิกฤตมาได้ ทั้งกองเชียร์ร่วมถึงตัวคนขับรถรถต่างเฮดีใจ แต่ทว่า..  

  

แง๊นนนนน!  

  

“อ้ากกกกกกก!!” สองสหาย 

“ไอ้พวกเหี้ยยยย!” ก๊วนด้านบน 

  

ตูมม!  

  

ปรับเกียร์กับคันเร่งมากเกินไป จนทำให้รถเร็วพุ่งหลาวลงคลองไปทั้งคนทั้งรถเลยจ่ะ    

“เฮ้ย...ตายยังวะ” ฟิวส์  

 

************************************** 

ในขณะที่อีกคนที่กำลังทำตัวอกหัก 

ตัดภาพมาอีเพลิงขับรถหนีหมาตกคลอง =____=;; 

ปล.บอกแล้วว่ากินมาม่าตอนเดียวพอ 

ปล.1 ตอนนี้ไรท์ป่วย อาจแต่งงงๆหน่อยเด้อ 

#เจ้าชิบะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น