หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 แ ม ว ข อ ง คุ ณ ห นู ส า ม (3)

ชื่อตอน : บทที่ 4 แ ม ว ข อ ง คุ ณ ห นู ส า ม (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 400

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2562 21:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 แ ม ว ข อ ง คุ ณ ห นู ส า ม (3)
แบบอักษร

หลี่จิวฮวารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับความร้าวระบม ข้อเท้าของนางบวมตึง ขยับเพียงน้อยน้ำตาถึงกับหลั่งริน นางพยายามลืมตาแต่หนังตาหนักอึ้งจนยกไม่ขึ้น ลองขยับตัวก็พบว่าแผ่นหลังรวดร้าวราวกับหักเป็นท่อนๆ นางขบริมฝีปาก ลองนอนนิ่งๆ สักพักหนึ่งเพื่อนึกย้อนความทรงจำที่ทำหล่นหาย 

ในหัวของนางปรากฏภาพปีศาจตนหนึ่ง มันสวมชุดเกราะและหมวกเหล็ก ในมือมีดาบยาวใหญ่ ฟาดฟันลงมาคราใดถึงฟ้าสะท้านดินสะเทือน นางโดนฝ่ามือของมันทุบเข้ากลางหลัง จากนั้น...ที่หลี่จิวฮวาลืมตาพรวด ความทรงจำที่หลงลืมไหลรี่ราวสายน้ำ 

ใช่แล้ว...มังกร! มังกรสีดำ ตาแดงก่ำลุกวาวบนแขนของหลิวอิง!  

มันคือคำสาป เศษเสี้ยวของคำสาปจากอสูรตนหนึ่งฝังไว้บนร่างกายของมนุษย์ ผู้ใดร่ายคำสาปไว้บนร่างของเขา มันปรากฏอยู่บนแขนของเขาได้อย่างไร หลี่จิวฮวาสงสัย ไม่ใช่ไม่อยากรู้คำตอบ แต่ในฐานะที่ตนเองมีคำสาปติดตัวและยังไม่อยากให้ฐานะเปิดเผย นางจึงต้องวิ่งหนีออกมาก่อน 

นางกัดฟันข่มความเจ็บปวดวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ไม่คิดหันกลับไปมอง นางรู้ตัวเองดีว่าตัวนางกำลังจะเปลี่ยนไป 

จำได้ว่านางหนีเข้าป่า พุ่งเข้าหาหญ้ารกชัฏ อาศัยสุมทุมพุ่มไม้ซ่อนตัว 

ความทรงจำสุดท้ายคือจันทร์เสี้ยวส่องแสงนวลตา และปลายต้นหญ้าที่ไหวเอน 

ในที่สุดหลี่จิวฮวาก็ลืมตา หัวใจเต้นแรง ชีพจรเต้นตุบๆ สัมผัสถึงการมีชีวิต นางยังไม่ตาย เบื้องหน้านางเป็นหญ้าสูงท่วมศีรษะ แทงยอดจากผืนดินอย่างสลับซับซ้อน พื้นดินใต้ร่างเปียกแฉะ นางนอนตะแคงบนพื้นที่เต็มไปด้วยดินโคลน 

หลี่จิวฮวาลองยกมือข้างซ้าย สิ่งที่เห็นไม่ใช่นิ้วมือยาวๆ แต่เป็นอุ้งเท้าน้อยๆ ฟูๆ กลมๆ  

อา...นางครางออกมาอย่างสิ้นหวัง ยกศีรษะสำรวจตัวเอง เห็นขนฟูๆ เปื้อนดินโคลนจนกะดำกะด่างก็ถอนใจเฮือก สกปรกเลอะเทอะเพียงนี้จะทนได้อย่างไร นางพ่นลมหายใจแรง ก่อนจะทำจมูกฟุดฟิดเมื่อกลิ่นฉุนจัดชนิดหนึ่งกำซาบในโสตประสาท 

สติของนางเพิ่งตื่นเต็มที่ กลิ่นนั้นก็เพิ่งส่งกลิ่นแรงจนทำให้เวียนศีรษะ 

เจ้าเหมียวพลิกกาย ลุกยืนด้วยขาทั้งสี่ ก้มหน้าดอมดมตรงน้ำดำๆ ที่ขังอยู่ พอสูดหายใจเข้าเต็มปอดถึวกับผงะถอย มันโก่งคอทำท่าจะอาเจียน 

อี๋! เหม็นชะมัด!  

น้ำเปียกๆ แฉะๆ นั่น ไม่ใช่น้ำฝน ไม่ใช่น้ำจากดิน แต่เป็น...เยี่ยวหมา!  

ให้ตายเถอะ นางมานอนสลบที่นี่ได้อย่างไร เนื้อตัวของนาง ขนของนาง ชุ่มโชกไปด้วยเยี่ยวหมา?! หลี่จิวฮวาตาแข็งค้าง แทบล้มทั้งยืน นางข่มความเจ็บปวด เดินลมปราณคิดกลับคืนร่างมนุษย์ ทว่า...ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดผิดพลาด ไม่ว่าจะเค้นพลังสักเท่าใด นางก็ยังอยู่ในร่างแมว ยืนทนดมกลิ่นเหม็นมานานจนทนไม่ไหวจึงเลิกล้มความตั้งใจ รีบเดินหนีไปจากตรงนั้น หวังหาแหล่งน้ำสักแห่งเพื่อจะได้ลงไปล้างตัว 

เจ้าเหมียวใช้หัวดุนดันแหวกพงหญ้า เดินสวบสาบต่อไปไม่กี่ฉื่อ เท้าทั้งสี่พลันชะงัก หูข้างขวากระดิกไปมา 

นางได้ยินเสียงบางอย่าง...เสียงพูดคุยและเสียงฝีเท้า แผ่วเบามาก คนกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ หวังว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดามิใช่ศัตรูหรือคนที่นางกำลังหลีกลี้หนีหน้า 

หลี่จิวฮวาเหลียวมองรอบกาย นึกสงสัยว่าที่แห่งนี้คือที่ใด จะขึ้นเข้าหลิงซานควรไปทางทิศใด น่าเสียดาย...นางตัวเตี้ยจึงเห็นแต่ปลายต้นหญ้าที่กวัดแกว่งตามแรงลม 

...คงต้องหาทางออกจากพงหญ้านี้เสียก่อน 

นางรีบเร่งฝีเท้า เดินเท่าไหร่ หญ้าสูงที่ขึ้นเบียดเสียดกันก็ไม่ลดน้อยลงเสียที 

“พบหรือไม่”  

เสียงของคนผู้หนึ่งลอยมา คงเป็นเสียงของกลุ่มคนที่นางได้ยินก่อนหน้านี้ หลี่จิวฮวาไม่ได้สนใจมากนัก นางก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป กระทั่งกลิ่นที่คุ้นเคยโชยมาแตะจมูก...คุ้นมากจนต้องหยุดเท้า 

ยังไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นอะไร หรือกลิ่นของผู้ใด หัวใจนางกลับเต้นนำไปก่อนแล้ว 

“นางน่าจะอยู่แถวนี้” เสียงห้าวกังวานตรึงเท้าทั้งสี่ของนางไว้ “อาจจะหมดสติอยู่ พวกเจ้ากระจายกันออกตามหา ต้องพบนางก่อนจะวันตกดิน”  

เสียงหญ้าถูกแหวก เสียงย่ำเท้าดัวสวบสาบ ฝีเท้าสับสน แสดงว่ามีหลายคนกำลังตามหานาง เขาเกณฑ์คนมาเท่าใดหนอ จากความเงียบสงบจึงกลายเป็นความวุ่นวายในพริบตา เสียงพูดคุยกระซิบกระซาบดังหึ่งๆ ยังมีเสียงฝีเท้าม้ามุ่งหน้ามาทางนี้ ใกล้เข้ามาทุกทีๆ หลี่จิวฮวาเพิ่งได้สติหันซ้ายหันขวาท่าทางร้อนรน 

พงหญ้าถูกแหวกทุกหนแห่ง คิดซ่อนตัวคงไม่ได้แล้ว นางมีแต่ต้องเดินไปข้างหน้า เดินไปอย่ามองเหลียวหลัง 

เจ้าเหมียวเดินต่อ มันกัดฟันเดินฝ่าดงหญ้ารกชัฏ ถูกหญ้าบาดเล็กน้อยพอทนไหว 

ก้าวเท้าได้ไม่ถึงสิบฉื่อ อะไรบางอย่างก็พุ่งเข้าหานาง จับต้นคอนางดึงนางขึ้นจากพื้น 

นางถูกจับวางบนอุ้งมือของคนผู้หนึ่ง เขาโอบอุ้มนางแนบอก ก่อนยกตัวนางขึ้นให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน 

ดวงตาคู่นี้ทำไมนางจะจำไม่ได้ ใบหน้าโดดเด่นเช่นนั้นเคยพบเห็นเพียงครั้งเดียวก็ยังคงจำได้ แต่นางเคยนอนร่วมเตียงกับเขา อยู่ด้วยกันทั้งคืน นางยิ่งกว่าจำได้ 

เขาก้มหน้าลงมา เอาจมูกคลอเคลียบนซอกคอนาง 

“ถึงเจ้าจะมีกลิ่นเหม็นๆ ติดตัว แต่กลิ่นกายเจ้าก็ยังโดดเด่น ข้าจำได้ไม่เคยลืม ข้าจำได้ว่าเจ้าคือแมวที่เคยช่วงชีวิตข้าไว้”  

เพียงแค่กลิ่น เขากลับจดจำได้ หลี่จิวฮวากลืนน้ำลายอย่างหวาดกลัวเล็กน้อย 

“หลังจากตามเจ้ามาเป็นปี ในที่สุดก็ได้พบ” เขากล่าวพลางเหลียวมองหาใครคนหนึ่ง “นางเล่า เจ้าของเจ้าหายไปไหนเสียแล้ว” ถ้อยคำคล้ายรำพันกับตัวเอง “หรือนางกลับเขาหลิงซานไปแล้ว?”  

เจ้าของ? กลับเขาหลิงซาน? ...เขาเข้าใจว่านางเป็นเจ้าของแมวตัวนี้?  

เพราะกลิ่นกายของนางงั้นหรือ เขาเคยบอกว่ากลิ่นของนางเหมือนกลิ่นแมวสีเทาที่ช่วยเขาไว้ ก็จะไม่ให้เหมือนได้อย่างไรก็ในเมื่อนางก็คือแมวสีเทาตัวนั้น 

หลี่จิวฮวาทำท่าทางกลัดกลุ้ม อยากคืนร่างเป็นคนใจจะขาด แต่จนใจที่ทำไม่ได้ ไม่รู้ว่าเกิดความผิดพลาดตรงไหน ถ้ามีศิษย์พี่อยู่แถวนี้บ้าง นางคงรีบไปร้องขอความช่วยเหลือแล้ว 

“นางคงไม่ทิ้งเจ้าไว้หรอกกระมัง หากกลับไปแล้วนางต้องพาเจ้ากลับไปด้วยสิ”  

หลิวอิงเบือนสายตามามองนาง สำรวจอย่างถี่ถ้วนจนแก้มนางเห่อร้อน 

“เจ้าบาดเจ็บไม่น้อย กลับไปรักษาตัวก่อน เจ้านายเจ้า ข้าต้องตามหาให้พบแน่” พูดกับนางแล้วหันไปออกคำสั่ง “พวกเจ้าค้นหาต่อไป ไม่พบไม่เลิก เข้าใจหรือไม่”  

“ขอรับ!”  

บรรดาหนุ่มวัยฉกรรจ์ในอาภรณ์สีม่วงรับคำอย่างแข็งขันและพร้อมเพรียง หลี่จิวฮวาหันไปมองยังไม่ครบทุกคนก็ถูกคนอุ้มพาขึ้นม้า ไม่นานนางก็พบตัวเองมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ตรงข้ามกับเขาหลิงซาน 

นางนั่งอย่างสงบ คิดเพียงเก็บพลังเอาไว้ อีกสามชั่วยาม นางจะลองเดินลมปราณอีกสักรอบ หวังว่าถึงตอนนั้น นางจะสามารถกลับคืนร่างมนุษย์ได้เสียที 

ความคิดเห็น