AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 48 กล่องสมบัติ

ชื่อตอน : ตอนที่ 48 กล่องสมบัติ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 28

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2562 19:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 48 กล่องสมบัติ
แบบอักษร

ตอนที่ 48 กล่องสมบัติ 

สิ่งที่โผล่ออกมาหลังจากบอสสลายหายไปก็คือกล่องสนิมขนาด 1 เมตรกล่องหนึ่ง เหมือนกับว่ามันคงอยู่มาหลายสิบปีแล้ว เส้นแสงของสัญลักษณ์สีฟ้าจางหายไปปรากฏเสียงดัง กริ๊ก ฝากล่องแง้มออกมาพอให้สังเกตได้

ไผ่หายตัวไปยืนอยู่ข้าง ๆ กล่องสนิมนั้นแล้วใช้มือขวาเปิดฝากล่องออกมา สิ่งที่ปรากฏต่อครรลองสายตาคือผ้าสีแดงที่มีลักษณะเหมือนกับห่อของอะไรบางอย่างไว้ สองมือค่อย ๆ กุมห่อผ้าสีแดงที่พันบางสิ่งออกมาวางข้างนอก สิ่งที่เหลืออยู่ในกล่องคือกล่องหยกขาวเล็ก ๆ อีก 1 กล่อง

ไผ่คลี่ห่อผ้าออกมาอย่างเบามือเผยให้เห็นดาบสีทองเล่มหนึ่ง เป็นดาบทรงโบราณ ตรงใบดาบสลักอักขระโบราณและสลักเวทมากมาย ด้ามดาบมีเพชรก้อนเท่าหัวแม่มือประดับตรงกั่นดาบ เมื่อไผ่ตรวจสอบตัวดาบอย่างละเอียดก็เผยรอยยิ้มออกมา

“นี่มันเป็นสิ่งวิเศษชัด ๆ เลยฮอป ดาบนี่ถูกสร้างมาอย่างซับซ้อนมาก เผลอ ๆ อาจจะพอ ๆ กับแหวนมิติของราอิล แต่ว่าระดับของมันอาจจะต่ำไปหน่อย หากเราทำการศึกษาวงจรเวทมนตร์และกลไกของมันอย่างละเอียด อาจจะเป็นแนวทางในการสร้างอาวุธที่มีความสามารถพิเศษอีกแบบขึ้นมาก็ได้ แค่เฮียตรวจสอบคร่าว ๆ ก็เจอกับเพชรตรงกั่นดาบที่บันทึกวิธีการใช้ดาบอย่างละเอียด และข้อมูลการฝึกวิชาชนิดหนึ่ง ชื่อว่า ดาบเพลิงนาฏ แต่เหมือนมันจะผนึกไว้เป็นขั้น ๆ ต้องฝึกให้สำเร็จขั้นแรกก่อนขั้นที่สองถึงจะเปิดเผยออกมา ดาบนี่ไม่เหมาะกับพวกเราแต่นำไปศึกษาได้ หากรู้ถึงวิธีการสร้างละก็จะดีมาก ๆ ” ไผ่พูดด้วยความตื่นเต้น เขาสัมผัสถึงความซับซ้อนของดาบที่ถูกสร้างมาด้วยวิธีการที่แปลกประหลาด

อาจจะผ่านกระบวนการหลอมและตีหลากหลายขึ้นตอน แต่ที่แน่นอนก็คือ การขึ้นรูปใบดาบนั้นใช้พลังเวทมนตร์เข้าร่วมด้วย แต่เป็นพลังเวทที่ไม่อาจจะทำความเข้าใจถึงการผสมผสานของมันในตอนนี้ได้

ไผ่ส่งดาบให้ฮอปสำรวจ เมื่อดาบถึงมือฮอปใช้ความสามารถส่วนตัววิเคราะห์ระบบของดาบในขั้นแรก

“น่าจะเป็นระบบเวทมนตร์ แต่ไม่รู้ว่าเป็นแบบไหน ฮอปยังไม่เคยเห็นการวางระบบแบบนี้ มันเหมือนกับโบร่ำโบราณมานานนม แต่ก็ซับซ้อนจนไม่สามารถทำความเข้าใจในระยะเวลาสั้น ๆได้ เหมือนเราไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่ให้อ่านมันเป็นเล่ม ๆ ฮอปว่าเราต้องหาหนังสือที่เป็นภาษาแบบนี้มาศึกษาแล้วล่ะเฮีย ภาษาโบราณ ๆ แบบนี้ทำความเข้าใจยากอ่ะ นี่ขนาดพรของเทพเจ้ายังไม่ช่วยอะไรเลย” ฮอปให้ความเห็นแบบตรงไปตรงมา

เขายื่นดาบให้ไผ่ใส่เข้าไปในแหวนมิติ แล้วหันมาสนใจกล่องหยกขาวเล็ก ๆ ที่หลงเหลือเพียงกล่องเดียวต่อ

กล่องหยกมีขนาด 1.5*1.5 นิ้ว ไม่ได้ลงล็อกสลักลายใด ๆ ทั้งสิ้น ไผ่ค่อย ๆ บรรจงเปิดกล่องออกมาเพราะไม่สามารถสัมผัสได้ว่าอะไรอยู่ข้างใน

เมื่อกล่องยกถูกแง้มฝาจนสุดเผยให้เห็นของสิ่งหนึ่งมีลักษณะเป็นแท่งสีดำคล้ายกับไส้ดินสอกด ที่เล็กมาก ความยาวของมันแค่ 1 นิ้ว แต่สิ่งนี้กลับทำให้คนถือกล่องถึงกับเงียบ

“........” ไผ่ไม่เอ่ยปากใด ๆ มองสิ่งที่อยู่ในกล่องอย่างเดียว

“.........” ฮอปไม่ได้กล่าวอะไรค่อย ๆ หยิบแท่งเล็ก ๆ สีดำขนาดเท่าไส้ดินสอกด ยาว 1 นิ้วขึ้นมา แล้วออกแรงเพื่อจะหักมัน

ไร้วี่แวว ฮอปจึงออกแรงเพิ่มเข้าไปอีก ก็ไร้ซึ่งวี่แววว่ามันจะหักหรืองอ ครานี้ไผ่จึงนำมาหักบ้าง ออกแรงไปครึ่งหนึ่งจนเหมืองแร่สั่นสะเทือนก็ไม่มีวี่แววว่ามันจะหักหรือโค้งงอเลย ไผ่จึงนำปลายของมันทิ่มเข้าไปที่แขนของตัวเอง

ปรากฏว่ามันแทงเข้าไปในเนื้อถึงครึ่งนิ้ว ด้วยร่างกายที่แม้แต่คิวบิลัสก็ไม่อาจจะสร้างบาดแผลได้ แต่สิ่งนี้กลับทำได้ แน่นอนว่าความเจ็บปวดนั้นมีมาก แต่ก็ไม่ได้ถึงขึ้นที่จะทนไม่ได้ ไผ่ดึงมันออกมาเผยให้เห็นรูเล็ก ๆ ที่แขนแล้วก็สมานกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ชัดเลยเฮีย! ในโลกนี้ไม่นึกว่าจะเจอไอ้ของแบบนี้อีก!! มันคือไอ้นั่นจริง ๆ ใช่ไหม! ” ฮอปพูดด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ เขาไม่นึกว่าจะมีสิ่งนี้อยู่ที่นี่

“อืม ใช่ มันคือเพชรสุริยะ ไม่รู้ว่าเป็นแร่หรืออะไร แต่มันมีความแข็งมาก ตามชื่อของมัน เป็นเหมือนกับเพชรของพระอาทิตย์ ที่แม้จะเจอความร้อนมหาศาลของดวงอาทิตย์ก็ไม่หลอมละลาย แร่หายากที่ประการหนึ่งมีไว้เพื่อยุติความคลุ้มคลั่งเมื่อเฮียใช้ตราประทับกายต้องห้าม และเป็นสิ่งที่สามารถสร้างบาดแผลให้กับร่างนี้ได้ แต่ว่าหากคนทั่วไปที่ไม่รู้เรื่องนี้ได้ไป แรก ๆ ก็อาจจะเห็นว่ามันมีค่า เห็นว่ามันแข็งแกร่ง แต่ด้วยขนาดที่เล็ก และไม่มีไฟไหนหลอมมันได้ การนำไปสร้างอาวุธที่ร้ายกาจก็ไม่อาจทำได้ ยกเว้นจะใช้วิธีพิเศษแบบผู้ลึกลับนั่นที่ทำมีดให้กับเรา ที่น่าสงสัยก็คือ ทำไมในกล่องสนิมถึงมีเจ้านี่ได้ หากกล่องนี้มีคนสร้างขึ้นมา เขารู้ได้อย่างไรว่าเพชรสุริยะนี่จะใช้ประโยชน์ได้ เพราะการจะดึงพลังของมันมาใช้ ต้องปอกเปลือกที่แข็งแกร่งนี่ออก แต่ความยากคือเปลือกมันนี่แหละที่เรียกว่าเพชรสุริยะ ข้างในแท่งเล็ก ๆ นั้นบรรจุสิ่งหนึ่งไว้ สิ่งที่อันตรายและแข็งแกร่งที่เกินจินตนาการของมนุษย์” ไผ่พูดรายละเอียดเกี่ยวกับเพชรสุริยะที่พบเจอ

เขานำมันใส่กล่องหยกแล้วเก็บเข้าไปในแหวนของราอิลโดยตรง ในหมวดหมู่ของสำคัญ ฮอปได้ฟังก็พยักหน้า เขารู้ดีถึงอำนาจของเพชรสุริยะว่ามันน่ากลัวขนาดไหน ใครกันที่นำมันมาเก็บไว้ในกล่องสนิมและผนึกไว้ในร่างของบอสระดับ 10 ดาว

 

“เฮีย! ผลึกบอสพึ่งดรอปออกมาอ่ะ ก้อนใหญ่ด้วยจะเอาไหม” ฮอปสังเกตเห็นแสงสว่างพร้อมกับการปรากฏของผลึกสีฟ้าเข้ม ไผ่พยักหน้าเดินไปเก็บมันใส่แหวนมิติ แล้วก็เริ่มเก็บแร่ที่เกิดจากลูกหลงของการต่อสู้ และเริ่มขุดเองบ้างบางส่วนเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าสู่ทางออก ใช้เวลาไม่นานก็มาปรากฏตัวตรงที่กลุ่มของดอนสลบอยู่ บางคนหัวแตกเล็กน้อยจากก้อนหินที่หล่นลงมา ไผ่กับฮอปจัดการนำเชือกมามัดแขนพวกเขาทั้งสองข้างจนครบ ยกเว้นเชลรีนที่อุ้มพาดบ่า แล้วลากดอนและพรรคพวกไถไปกับดินที่มีรอยแยกเล็ก ๆ จนถึงปากถ้ำ ที่ตอนนี้ไม่มีทหารคนไหนเฝ้าอยู่เลย ปากถ้ำมีรอยแยกเล็กน้อย ส่วนกลุ่มคนที่พูดถึงนั้นอยู่ไกลออกไปราว ๆ 200 เมตร

“ดูนั่น มีคนกำลังออกมา!!” เสียงของทหารยามนายหนึ่งที่เฝ้าสังเกตการณ์สังเกตเห็นคนสองคนที่เดินออกมาจากปากถ้ำ

“ตั้งขบวนเตรียมรับสถานการณ์ไม่คาดฝัน!!” เสียงสั่งการของขุนนางตะโกน พลทหารและเหล่าอัศวินแปรขบวนทัพกระชับอาวุธเตรียมพร้อมสำหรับการรบอย่างเต็มรูปแบบ นักเวทเตรียมพร้อมร่ายเวทเสริมกำลังระดับ 1 ให้กับทหาร

แต่ว่าสิ่งที่เดินออกมาปรากฏอย่างชัดเจนนั้นทำให้ขบวนรบถึงกับอ้าปากค้าง แรงสั่นสะเทือนที่น่ากลัวถึงขนาดที่ทำให้แผ่นดินแยกได้ แต่ว่าสิ่งที่ออกมากลับเป็นนักผจญภัยระดับกลาง 2 คน ที่สภาพร่างกายสมบูรณ์ครบ 32 ประการ ทั้งสองคนลากมนุษย์ 7 คนโดยที่อีกคนมีเด็กผู้หญิงพาดอยู่บนบ่า

มนุษย์ที่ลากมาทั้ง 7 คนนั้นคือทาสแรงงานในเหมือง ส่วนเด็กผู้หญิงไม่มีใครทราบว่ามาจากไหน เมื่อทหารและขุนนางเห็นชัดว่าเป็นนักผจญภัยต่างก็รีบกรูเข้าล้อมเพื่อปิดกั้นทางหนี ขุนนาง 4 รีบเข้ามาหวังจะแสดงอำนาจของตนในการสอบถามเพื่อหาคำตอบว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น

ขุนนางอ้วนคนหนึ่งเดินพุงกระเพื่อมเข้ามาเป็นคนแรก เขาแสดงสีหน้าที่บ่งบอกว่าเป็นผู้มีอำนาจไร้ใครต้าน

“เจ้าทั้งสองเป็นใคร แล้วทำไมถึงออกมาจากเหมือง” เสียงของขุนนางอ้วนกล่าว เพราะเขามัวแต่เล่นเกมกระดานจึงไม่รู้ว่าขุนนางนักอ่านที่ถือหนังสือตลอดเวลาจะทำข้อตกลงกับนักผจญภัยทั้งสองไว้แล้ว

ไผ่เมื่อถูกถามเขาผายมือไปยังขุนนางที่ถือหนังสือ

“ไปถามคนนั้นสิ ท่านจะได้คำตอบที่มีน้ำหนักมากกว่าฟังข้า และตามข้อสัญญา ของทุกอย่างยกเว้นแร่และผลึกที่อยู่ในชั้น 1 กับชั้นสองเป็นของข้า” ไผ่ตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“อ้อ ข้าไม่ได้ผิดสัญญาหรอกนะ สังหารมอนสเตอร์ชั้น 1 กับชั้น 2 ให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนผลึกให้เข้าไปเก็บกันเอง ในส่วนของแร่ข้าไม่ค่อยมีเวลาไปสนใจกับการขุดชนิดอื่น ข้าเอาแต่ของในภารกิจเท่านั้น ส่วนคนพวกนี้ข้าเจอในถ้ำ และตามสัญญา พวกเขาไม่ใช่แร่ ไม่ใช่ผลึก เมื่อข้าเจอพวกเขานั่นย่อมกลายเป็นของข้า ส่วนเรื่องสัญญาทาส ข้าจะจัดการของข้าเอง สัญญาระดับต่ำของพวกเจ้ามันไร้ผลเสียแล้ว” ไผ่กล่าวด้วยน้ำเสียงเชิงอธิบาย เขาปรายตามองขุนนางอ้วนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ฝ่ายขุนนางอ้วนเมื่อได้ประสานตากับไผ่

ความรู้สึกของเขานั้นเหมือนกับพบบางสิ่งที่เหนือกว่าคำว่าอำนาจ มันเผลอถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว ส่วนขุนนางที่ถือหนังสือผู้ทำสัญญากับไผ่ไม่ได้มีโอกาสพูดใด ๆ จู่ๆ ไผ่กับฮอปก็เดินฝ่าทหารไปโดยไม่มีใครกล้าขวาง

เหล่าทหารเมื่อเห็นขุนนางอ้วนถอยหลังก็นึกว่าจะให้ปล่อยนักผจญภัยทั้งสองไป พวกเขาถึงเปิดทางให้ไผ่กับฮอปผ่านไป ทหารและอัศวินทุกคนล้วนมองตามไผ่กับฮอปที่เดินลากทาส 7 คนอย่างไม่วางตา

อ๊ะ!

เสียงขุนนางอ้วนอุทานออกมาเมื่อได้สติ เสียงนี้มันดังพอที่จะทำให้กำลังพลทุกคนได้ยิน และเผลอมองมายังขุนนางอ้วนต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียง พอเบนสายตาไปทางนักผจญภัยทั้งสองที่เดินเมื่อก่อนหน้าปรากฏว่าพวกเขาหายไปแล้ว ทิ้งรอยลากไว้ตรงปลายแถว และไม่มีร่องรอยใด ๆ หลงเหลืออีกเลย เหมือนกับว่าหายไปกลางอากาศเสียอย่างนั้น

พอขุนนางสั่งให้ตามหาก็ไม่มีใครตามหาเจอ จนถึงตอนเย็นจึงทิ้งการตามหาไป และใช้เวลาถึง 1 คืนถกเถียงกันว่าใครจะพาทหารเข้าไปเก็บผลึกและแร่ตามที่ไผ่บอก ผลสุดท้ายเถียงไปเถียงมาก็ได้ขุนนางที่ทำสัญญานั่นแหละไปเก็บ เพราะขุนนางที่เหลือต่างเกรงกลัวต่ออันตรายที่ตนจะได้รับ

กระนั้นรุ่งเช้าขุนนางผู้รับผิดชอบก็ได้พาทหาร นักเวท และอัศวินจำนวน 40 นายเข้าไปข้างใน และผลที่เห็นคือ ผลึกจำนวนมากในชั้น 1 และชั้นสองสำหรับทางซ้ายกับขวา ส่วนตรงกลางนั้นพวกเขาเข้าไปถึงแค่เพียงห้องบอสชั้น 2 เท่านั้น และไม่สามารถเข้าไปอีกได้เพราะปากประตูถูกปิดด้วยหินจำนวนมาก และเหมือนกับว่าหินเหล่านั้นถูกหลอมด้วยความร้อนจนเป็นเหมือนกาวที่แนบชิดติดกันยากต่อการขนย้ายและทำลาย

ทว่าสิ่งที่ทำให้ขุนนางคนอื่น ๆ ต้องอิจฉาก็คือ ผลึกจากบอสชั้น 2 และรองบอส ที่มีค่าจนสามารถยกระดับของขุนนางคนนี้ได้ เขาคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ทำสัญญากับนักผจญภัยทั้งสองคนนั้น และในความคิดก็บังเกิดความโลภ ว่าไผ่กับฮอปต้องได้ของมีค่ามากมายเป็นแน่ เขาต้องไปริบมาให้หมด และด้วยอำนาจของเขา สามารถสั่งการทหาร และเหล่าอัศวินให้ค้นหาตัวได้ไม่ยาก

อำนาจของนักผจญภัยหรือจะมาต่อกรกับขุนนาง ไม่มีทางเป็นไปได้ที่นักผจญภัยระดับปานกลางจะหนีพ้นเงื้อมมือเขาได้ และของดี ๆ ต้องกลายเป็นของเขา ขุนนางที่จะเป็นใหญ่กว่าขุนนางคนอื่น ๆ ในอนาคต

ใช้เวลาไม่นานก็กลับถึงอาณาจักรพร้อมกับข่าวดีว่าขุนนางเกียร์สามารถจัดการกับบอสในเหมืองชั้นสองได้ องค์จักรพรรดิจึงมอบรางวัลและมอบเขตปกครองให้ดูแลอีกจำนวนหนึ่ง

เกียร์สั่งการให้สายข่าวและคนของตนสืบหาเบาะแสของนักผจญภัย คาดว่าคงใช้เวลาไม่นานก็อาจจะเจอตัว เพราะปัจจุบันไม่มีนักผจญภัยคนไหนสามารถออกนอกอาณาจักรซีเรียสได้ แม้แค่พ่อค้าแม่ค้าในตอนนี้ก็ไม่สามารถออกไปซื้อของได้ พวกเขาต้องปรับตัวกับการเสื่อมโทรมของระบบบริหารของซีเรียส

ส่วนไผ่กับฮอปบัดนี้กำลังนั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้ในป่าใกล้กับกิลด์นักผจญภัยอิสระกิลด์หนึ่ง ช็อกโกแลตแท่งถูกกินเล่นแก้เบื่อเพื่อรอให้ทาสที่ตนพามาด้วยฟื้น ส่วนฮอปตอนนี้นอนขลุกใบไม้มือเกาตูดหลับสบายไร้กังวล เพราะมีเฮียไผ่ที่เคารพเฝ้ายามให้ จึงไม่จำเป็นต้องระวังภัยใด ๆ

ทาสฟื้นเมื่อไหร่ก็ปรับความเข้าใจกันสักเล็กน้อย ทำข้อตกลงกันบางอย่าง และอาจจะมีการถล่มห้องวาร์ปสักแห่งเพื่อเดินทางกลับเฟราด้า แต่หากระหว่างทางมีเรื่องที่อยากจะร่วมวงเกิดขึ้นก็อาจจะเลื่อนเวลาออกไปสักเล็กน้อยก็เป็นได้

 

............................................

ขออภัยที่หายไปนาน ช่วงนี้วุ่นวายกับเรื่องทางบ้านนิดหน่อย หลังจากนี้จะพยายามลงอย่างต่อเนื่องครับ...(ถ้าไม่ติดภารกิจนะครับ)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น