เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๗ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๗ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2563 15:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๗ [100%]
แบบอักษร

 

 

 

กลับมาถึงห้อง ดันมีปัญหาอีกแล้วครับ ห้องนอนของยัยเด็กนี่เพราะอีกห้องผมเก็บของเอาไว้ไม่ได้ใช้งานเลย ปกติผมอยู่คนเดียวและไม่ชอบให้คนอื่นมาวุ่นวายเลยไม่ได้สนใจอีกห้องนอกจากห้องนอนของตัวเอง 

“หนูนอนที่โซฟาก็ได้นะคะ” 

“…” ผมเงียบ จ้องหน้ายัยเด็กนี่แทน ถึงข้างนอกจะมีห้องน้ำก็เถอะ แต่มันก็แปลก ๆ อยู่ดี 

“เอ่อ… หนูนอนที่ครัวก็ได้นะคะ” 

“มึงจะบ้าเหรอ” 

“ก็…” 

“เฮ้อ! ใช้ห้องกูก่อนละกัน ตู้เสื้อผ้ายังเหลือพื้นที่เยอะอยู่” 

“จะดีเหรอคะ” 

“เออ!” 

“ขอบคุณค่ะ” ตกลงกันเสร็จเรียบร้อยผมก็พายัยนี่เข้าห้องเพื่อจัดของเข้าตู้ เสื้อผ้าผมไม่เยอะหรอกครับ แถมยังมีสองตู้เลยยังมีพื้นที่ว่างอยู่ 

RRRRR 

นั่งมองยัยเด็กนี่จัดเสื้อผ้าเข้าตู้ จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหยิบออกมาดู ไอ้นายโทรมาครับ ผมกดรับสายโดยไม่ได้ออกไปคุยข้างนอก 

“เออ” 

(เสียงไม่ค่อยสู้ดีเลยนะครับหรือว่าใช้พลังงานเยอะ) 

“ไอ้สัส!” 

(ฮ่า ๆ กูแหย่เล่น ตอนนี้กูกับไอ้เดฟอยู่หน้าห้องมึงอะ ออกมาเปิดประตูดิ) 

“ใครเชิญ!” 

(พวกกูเชิญตัวเอง มาเร็ว ๆ ซื้อของมาด้วยเนี่ย) 

วางสายโทรศัพท์หันไปมองเพื่อนร่วมห้องก่อนจะเดินออกมาโดยที่ไม่ได้บอกอะไร เปิดประตูห้องให้พวกมันสองคนด้วยใบหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ 

“ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อยสิครับคุณใหญ่” ไอ้นายว่าขึ้นน้ำเสียงโคตรกวนตีน เพราะมันรู้สินะว่าในห้องไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวถึงได้ชวนไอ้เดฟมาด้วยแบบนี้น่ะ 

“ต้องการอะไร” 

“เปล๊า!” 

“ปฏิเสธเสียงสูงไปนะไอ้สัส!” 

“เฮ้ย ๆ พวกมึงเถียงอะไรกัน เข้าไปข้างในได้แล้วครับ กูหนัก” สุดท้ายผมก็ต้องยอมให้พวกมันสองคนเข้ามาในห้องแบบไม่เต็มใจครับ “เชี่ย!” 

ปิดประตูห้องไม่ทันเรียบร้อย เสียงไอ้เดฟอุทานดังขึ้นมาจนต้องรีบหันกลับไปมอง 

เวรกรรมอะไรของกูอีกวะเนี่ย! 

ถึงกับปวดหัวจี๊ด ๆ เลยครับ เพราะตรงหน้าที่ยืนยิ้มอยู่คือเยลลี่ ยัยนี่ก็ออกมาไม่ดูตาม้าตาเรือเลยจริง ๆ ผมคงต้องตอบคำถามอีกมากมายด้วยสินะ 

“คะ ใครวะ” ไอ้เดฟหันมามองหน้าผมพร้อมคำถามทันที 

“หนักไม่ใช่เหรอ เอาของไปวางดิ” ผมเลี่ยงที่จะตอบคำถามของมัน 

“แต่…” 

“ไม่เสือกสิครับ” ผมว่าก่อนจะเดินไปหาเยลลี่ ยืนยิ้มไม่สนใจสายตาใครเลยครับ “ออกมาทำไม” 

“ออกมาไม่ได้เหรอคะ งั้นหนูกลับเข้าห้องก็ได้ค่ะ” พูดพลางหมุนตัวจะเดินกลับเข้าห้อง 

“เฮ้ย ๆ จะไปไหนครับ” เสียงไอ้นายตะโกนถาม 

“เข้าห้องค่ะ” หันกลับมาตอบ ยิ้มได้ตลอดเวลาเลยครับ ไม่รู้จะยิ้มอะไรนักหนา 

“ไม่ต้องหรอกครับ พวกพี่ซื้อของกินมาเยอะเลย มานั่งด้วยกันสิ” 

“เอ่อ…” หันมามองหน้าผมเหมือนขอความเห็น แต่ผมกลับทำสายตาดุ ๆ ใส่เป็นเชิงไล่ให้กลับเข้าไปในห้อง “ค่ะ” 

“อีเย!” 

แบร่ ๆ 

ยังมีหน้ามาแลบลิ้นใส่ผมอีกครับก่อนจะเดินไปนั่งข้าง ๆ ไอ้นาย 

“น้องเขาชื่อเยเหรอวะ” ไอ้เดฟถามขึ้น 

“เปล่านะคะ หนูชื่อเยลลี่ค่ะ” บอกปฏิเสธพร้อมกับรอยยิ้ม ผมอยากจะเดินไปตบให้หัวทิ่มซะเหลือเกิน “แต่พี่ยักษ์ชอบเรียกแบบนี้” 

“พี่ยักษ์…” สีหน้าไอ้เดฟมีแต่คำถามครับ สายตาของมันหันมามองหน้าผมยิ้ม ๆ “โอ้โหเพื่อนกู ไม่เจอกันไม่กี่วันทำไมเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้เนี่ย” 

“กวนตีนมันมาก ๆ เดี๋ยวก็เจอตีนหรอกสัส” 

“ฮ่า ๆ กูก็แค่ประหลาดใจ ปกติมันไม่ชอบให้ใครขึ้นคอนโดนี่หว่า โดยเฉพาะผู้หญิง ขนาดมึงกับกูมันยังแทบไม่อยากเชิญอะ” ไอ้เดฟหันไปคุยกับไอ้นายในขณะที่ผมยืนเท้าสะเอวมองหน้าพวกมันอยู่ 

“จะพล่ามอีกนานไหม ตกลงพวกมึงจะมาเสือกเรื่องของกูใช่มั้ย” 

“ได้เสือกก็ดีครับ” ไอ้เดฟตอบ “น้องเยลครับ ทำไมถึงมาอยู่กับไอ้ยักษ์นี่ได้ล่ะครับ” 

“เอ่อ…” เงยหน้าขึ้นมามองผมอีกแล้วครับ “บอกได้ไหมคะ” 

“เรื่องของมึงอะ” ผมตอบ 

“คุณหญิงจ้างให้มาดูแลคุณใหญ่ค่ะ” ตอบแบบโคตรภูมิใจเลยครับ ฉีกยิ้มกว้างอีกต่างหาก 

“ฮะ!” เรื่องนี้ไอ้นายยังไม่รู้ครับ พอรู้ก็พากันตกใจพร้อมกันเชียว 

“โตเท่าควายแล้วยังต้องดูแลอีกเหรอ” ไอ้นายถามต่อ 

“ไม่ทราบค่ะ” 

“แล้ว…” 

“เลิกเสือกสักที อยากดื่มไม่ใช่เหรอ รีบ ๆ ดื่มแล้วก็รีบ ๆ ไสหัวกลับไปซะที” พอเจอน้ำเสียงจริงจังไปพวกมันก็ยอมเงียบก่อนจะเอาของที่ซื้อมาไปจัดใส่จานมาวางที่โต๊ะกระจกตรงโซฟาที่นั่งกันอยู่พร้อมกับเครื่องดื่ม 

เมี้ยว เมี้ยว 

มาอีกแล้วครับ อีกตัวปัญหาของผม พอได้ยินเสียงแมวร้องไอ้นายกับไอ้เดฟก็มองหาทันที จนเยลลี่ลุกไปอุ้มลูกแมวขึ้นมา 

“ตัววันนั้นเหรอวะ” ไอ้นายถามขึ้น 

“เออ” 

“อ๋อ…” น้ำเสียงกับสีหน้าของมันไปด้วยกันไม่ได้เลยครับ แต่พอเห็นสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์ของผมพวกมันก็เลิกถามแล้วพากันดื่มแทน ผมเองก็ร่วมวงด้วย ส่วนเยลลี่และแมวนั่งเล่นกันอยู่ที่พื้นห้องแทน เล่นกันเสียงไม่ได้ดังมากหรอกครับ 

“พรุ่งนี้เข้าร้านด้วยนะมึง ลูกค้ามึงถามหาแล้ว” ไอ้นายว่าขึ้น 

“เออ ๆ” 

“เฮ้ย! วันหยุดที่จะถึงมีทริปอะ มึงสนใจหรือเปล่า” ไอ้เดฟหันมาถามแต่สายตากลับมองเลยไปทางเยลลี่ “พาน้องเยลไปด้วยก็ได้นะ” 

“ไม่ไป!” 

“ไม่คิดก่อนเหรอวะ” 

“คิดแล้ว ไม่ไป!” ที่เลือกจะปฏิเสธเพราะไปทีไรมีเรื่องทุกทีเลยครับ ผมเลยไม่อยากไป แต่ถ้าไปกันเองแบบพวกผมก็พอไหวอยู่ เวลาที่อยากจัดงานเลี้ยงให้พนักงานในร้าน ไปแบบนี้ไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไหร่ครับ 

นั่งดื่มกันจนดึกพอสมควร เยลลี่มานั่งรวมวงแล้ว ถูกไอ้นายลากมา ส่วนลูกแมวกลับไปนอนแล้วครับ ที่ผมไม่อะไรมากเพราะเด็กนี่ไม่ได้วุ่นวายอะไรแถมยังดูเข้ากับเพื่อนผมได้อีกต่างหาก ผมเลยปล่อย ๆ ไปครับ 

“อายุเท่าไหร่แล้วครับ” ไอ้เดฟถามขึ้น เป็นช่วงแนะนำตัวเลยก็ว่าได้ครับ 

“สิบเก้าค่ะ” 

“ฮะ!” ตกใจอีกแล้วครับ 

“ตกใจเชี่ยไรนักหนาวะ” ไอ้นายหันไปถาม 

“แบบนี้รอดเพราะไอ้ใหญ่ไม่ชอบเด็ก ฮ่า ๆ” พวกมันรู้ดีครับ “แล้วไม่เรียนหนังสือเหรอ” 

“ไม่เรียนแล้วค่ะ” 

“หืม?” คราวนี้เป็นไอ้นายที่แปลกใจแทน “ทำไมไม่เรียนล่ะครับ” 

“เอ่อ…” 

“พวกมึงจะไปเสือกเรื่องของคนอื่นทำไม” ผมรีบพูดแทรกขึ้นเพราะสีหน้าของเยลลี่เหมือนอึดอัดไม่อยากตอบ พวกมันก็เลยเลิกถามไป 

“ไอ้ใหญ่ลุกไปหยิบน้ำแข็งมาดิ” 

“เดี๋ยวหนูไปหยิบให้ค่ะ” 

“ไม่ต้อง ๆ ให้ไอ้ใหญ่ไปดีกว่าครับ” ไอ้นายรีบห้าม ผมเลยต้องลุกไปหยิบเอง ถ้าบอกว่าไม่ไปมันก็ใช้อยู่นั่นแหละครับ 

“น้องเยลครับ” 

“คะ?” เสียงคุยกันดังอยู่เรื่อย ๆ พื้นที่ไม่ได้ห่างไกลกันมากผมเลยได้ยินอยู่ 

“ลองไหมครับ” 

“อร่อยไหมคะ” 

“ดื่มแล้วดิ้นได้ครับ” เสียงไอ้นายกับไอ้เดฟดังสลับกัน “ลองไหมครับ” 

“ลองค่ะ” ผมไม่รู้หรอกครับว่าลองอะไรหรืออะไรดิ้นได้ พอเตรียมน้ำแข็งเสร็จผมก็เดินกลับไปที่โซฟา แต่สิ่งที่ผมเห็นคือเยลลี่กำลังกระดกแก้วที่มีเหล้าอยู่ 

“เฮ้ย!” 

“อึก… แค่ก ๆ” ดื่มยังไม่หมดแก้วหรอกครับ แต่ก็เกือบหมดนั่นแหละ ตกใจเสียงของผมซะก่อน 

“ทำเหี้ยไรของพวกมึงเนี่ย” รีบเดินเข้าไปหาทันที 

“ดื่มกันอยู่ไง” ไอ้เดฟเงยหน้าขึ้นมาตอบ 

“เดี๋ยวกูถีบไปโน่นเลย มึงคิดว่ามันดื่มเหล้าเป็นเหรอ เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง” 

“ทำไมต้องโวยวายด้วยวะ” ไอ้เดฟถามต่อ “หรือว่ามึง…” 

“เดี๋ยวกูถีบจริง ๆ เลยไอ้สัส!” 

“ฮ่า ๆ โอเค ๆ กูไม่แหย่มึงแล้วก็ได้” ตอนนี้อยากตบมากที่สุดคือยัยเด็กบ้าที่เงยหน้าขึ้นมามองผมแล้วยิ้ม สองข้างแก้มเริ่มเห่อแดงระเรื่อแล้วครับ บ่งบอกว่าเมา 

“งื้อออ หนูอยากดิ้น ๆ ค่ะ” 

“เฮ้ย! เพิ่งดื่มไปเมื่อกี้เอง เมาแล้วเหรอวะ” เสียงไอ้นายร้องดังขึ้นมา แต่สีหน้ามันกลับยิ้มเหมือนสะใจมาก ๆ “งานนี้เพื่อนกูคงต้องเหนื่อยหน่อยแล้ว” 

“ไอ้สัส!” 

“ฮ่า ๆ กูเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีงานด่วน งั้นกูกลับก่อนนะ” พูดจบไอ้เดฟรีบหยิบของแล้ววิ่งออกไปเลยครับ 

“เฮ้ย! รอกูด้วย” ไอ้นายก็อีกคน “โชคดีเพื่อน ลองกินเด็กดูเผื่อจะเป็นอมตะ ฮ่า ๆ” เสียงหัวเราะแบบสะใจมาก ๆ ของไอ้นายดังขึ้นมาก่อนที่พวกมันสองคนจะหายวับไปกับตา หลงเหลือเพียงความฉิบหายวายป่วงไว้ให้ผม 

“ดิ้น ๆ” นี่ก็เมาไม่รู้เรื่องเลยครับ 

“ลำบากกูอีกแล้ว ตั้งแต่เจอมึง ชีวิตกูหาความสงบสุขแทบไม่เจอเลย ไอ้เด็กบ้า!” 

นึกภาพอนาคตไม่ออกเลยครับ หนึ่งเดือน ท่องไว้ว่าหนึ่งเดือนเพราะผมรับปากเด็กมันไปแล้ว ผมต้องทำให้ได้… 

เฮ้อ! 

“แค่คิดกูก็เหนื่อยแล้ว” 

“งื้อออ ดิ้นกันค่ะ ดิ้น ๆ” ลุกขึ้นมาเต้นแล้วครับ ตบเด็กเสียเท่าไหร่ ผมอยากจะตบให้สลบเหลือเกินครับ 

ความคิดเห็น