ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 22 สี่ปีผ่านไป(2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 สี่ปีผ่านไป(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2562 06:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 สี่ปีผ่านไป(2)
แบบอักษร

ภายในลานฝึกใต้ดินฐานทดลองของโอโรจิมารุ

 

 

 

"Sen'ei Tajashu(หัตถ์อสรพิษประสานเงา)"

 

 

 

งูยาวสีขาวนับสิบตัวพุ่งออกมาจากใต้แขนเสื้อขวาของเด็กชายวัย8ปีที่สูงถึงหนึ่งเมตรห้าสิบเซนเข้าพันธนาการชายหนุ่มผิวขาวผมยาวสีดำซึ่งชายหนุ่มยิ้มแย้มก่อนร่างจะสลายกลายเป็นงูม่วงตัวเล็กๆหลายร้อยตัว และกลับมารวมตัวกลายเป็นชายหนุ่มอีกครั้ง

 

 

 

"เธอสร้างร่างงูได้จริงๆ คาซึยะคุง"

 

 

 

"ก็ผมเป็นอัจฉริยะนี่นา ดูเหมือนอาจารย์โอโรจิก็สำเร็จการฟื้นฟูจักระในร่างใหม่แล้วสินะ"

 

 

 

"ใช่ และร่างกายใหม่ที่ได้ทำการวิจัยร่วมกับเธอ มันเป็นช่วงเวลาที่วิเศษมากจริงๆ"

 

 

 

ใช่แล้วชายหนุ่มผมดำที่แสนหล่อเหลาตรงหน้าของคาซึยะก็คือโอโรจิมารุในร่างใหม่ ผลการวิจัยและทดลองของอาจารย์นั้นสำเร็จภายในปีที่สอง

 

 

 

และเพราะคาซึยะได้แนะนำให้อาจารย์เพิ่มขีดจำกัดทางสายเลือดเข้าไปภายในร่างกายใหม่ของเขาจึงใช้เวลานานอีกนับปี เขาจึงสำเร็จตามที่เขาหวัง ในปัจจุบันโอโรจิมารุมีขีดจำกัดทางสายเลือดสองอย่างนั่นก็คือ

 

 

 

จักระธาตุน้ำแข็งและการใช้คาถาแม่เหล็ก แม้มันจะสุดยอดแต่ก็ต้องแลกมาด้วยการฟื้นฟูจักระใหม่ตั้งแต่ต้น ทว่าร่างกายที่มีเซลล์ของรุ่นที่หนึ่งทำให้โอโรจิมารุค่อนข้างได้เปรียบ สิ่งที่เขาไม่สามารถใช้ได้ในอดีตตอนนี้สามารถใช้ได้แล้ว นั่นก็คือวิชาเซียนที่เรียนมาจากถ้ำริวจิ

 

 

 

"จากนี้ฉันอยากจะเริ่มทดลองบางสิ่งต่อ"

 

 

 

"ทดลองอะไร ?"

 

 

 

"ดันโซวานให้ฉันเริ่มทดลองกับมนุษย์ การจ้างวานในครั้งนี้คือการสร้างเด็กที่สามารถใช้คาถาไม้ได้ ดังนั้นจากนี้เธอและอังโกะต้องแยกตัวกับฉัน"

 

 

 

คาซึยะได้แต่เกาหัวและถอนหายใจ เขาอยากจะห้าม แต่เขาก็ได้แต่ส่ายหัวเพราะถ้าโอโรจิมารุไม่ทำการทดลองต่อ ยามาโตะหรือเท็นโซก็จะไม่กำเนิดขึ้นมาในอนาคต

 

 

 

"เข้าใจแล้ว แต่เด็กที่จะเข้าทดลองผมจะเป็นคนคัดเลือกเอง เพราะผมไวต่อจักระธาตุไม้คงเลือกผู้เหมาะสมได้ไม่ยาก"

 

 

 

จริงๆแล้วการทดลองไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากโอโรจิมารุได้งานวิจัยการปลูกถ่ายเซลล์ของเขาไปแล้วดังนั้นยามาโตะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอนและอาจจะทรงพลังกว่าต้นฉบับด้วย แต่ว่านั่นเฉพาะกับยามาโตะเท่านั้น

 

 

 

"ดีถ้าการทดลองสำเร็จฉันจะไม่มอบเด็กผู้โชคดีให้กลุ่มราก แต่จะส่งเด็กคนนั้นให้กับเธอ"

 

 

 

"เข้าใจแล้ว นี่อาจารย์หลังจากการทดลองครั้งนี้เสร็จผมมีทฤษฎีใหม่ที่อยากให้อาจารย์ทดลอง"

 

 

 

โอโรจิมารุที่ได้ยินคาซึยะกล่าวก็ตาเป็นประกายอย่างช่วยไม่ได้ ตั้งแต่อยู่กับลูกศิษย์คนนี้ก็มีงานและทฤษฎีที่น่าทดลองมากมายที่เด็กชายผู้นี้คิดขึ้นนั้นน่าตื่นตาเสมอ

 

 

 

"ทฤษฎีแรกก็คือการฝังอักขระที่สามารถช่วยให้ผู้ไม่มีกายเซียนสามารถหยิบยืมพลังธรรมชาติมาใช้ได้ ด้วยอาจารย์ที่รู้หลักการใช้พลังธรรมชาติน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ ส่วนอีกทฤษฎี...."

 

 

 

"น่าสนใจเดี๋ยวหลังจากการทดลองนั้นเสร็จฉันจะเริ่มทดลองเรื่องฝังอักขระที่เธอว่าต่อทันที แล้วเรื่องที่สองละ ?"

 

 

 

"การสร้างชีวิตมนุษย์ด้วยการโคลน..."

 

 

 

โอโรจิมารุถึงกับตาลุกวาวยิ่งกว่าเก่า ใช่แล้วทำไมเขาถึงลืมเรื่องนี้ไปได้ เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยากที่สุด การสร้างร่างกายนั้นไม่ใช่เรื่องยากแต่การสร้างวิญญาณนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แต่ถ้าเขาทำได้ละ ?

 

 

 

"ดีๆ คาซึยะคุงเธอนี่เป็นตัวนำโชคให้แก่ฉันจริงๆ"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าก่อนจะส่งร่างชิโรเซ็ตสึตัวสุดท้ายให้กับอาจารย์และจากไป เขายังไม่คิดจะบอกเรื่องการทดลองมนุษย์ให้อังโกะทราบ เพราะเขาอยากให้เธอตัดสินใจทุกอย่างด้วยตนเอง

 

 

 

เมื่อสองปีก่อนอังโกะกลายเป็นเกะนินและถูกเขาเรียกตัวให้มาเรียนกับอาจารย์โอโรจิมารุ แต่ไม่ได้เข้าร่วมทีมกับเขา ส่วนรินและชิซึเนะนั้นถูกเขาเรียกตัวให้ไปเรียนกับซึนาเดะทำให้เธอกลายเป็นศิษย์สืบทอดของท่านน้าของเขา

 

 

 

ส่วนเพื่อนคนอื่นๆก็พากันแยกย้ายกันไปตามตระกูลของตนเองบางคนที่จบการศึกษาก็จัดตั้งทีมแบบเดียวกับกลุ่มของโอบิโตะ ซึ่งมีคาคาชิ รินอยู่ในทีมตามต้นฉบับ

 

 

 

่ส่วนไกนั้นคาซึยะได้ไปช่วยเหลือครอบครัวของเขา เพราะเขาไม่อยากให้บิดาของไก หรือไมโตะ ไดต้องตายในอนาคต ไดนั้นสามารถเป็นความหวังให้แก่เด็กหลายคนที่ไม่สามารถใช่นินจุสสุได้

 

 

 

ปัจจุบันประตูแปดด่านของสองพ่อลูกมีความเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นด้วยสายตาซูมเข้าออกของเขาในปัจจุบัน ทำให้เข้าสามารถแนะนำจุดเปิดเกราะแปดให้กับทั้งคู่ได้ และเขายังบอกวิธีพัฒนาร่างกายด้วยสายฟ้า ทำให้สองพ่อลูกนั้นโด่งดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

 

 

ไมโตะ ไดได้กลายเป็นนินจาโจนินเต็มตัวและยังเป็นนินจาไทจุสสุตัวอย่างที่มีเด็กหลายคนที่ใช้นินจุสสุไม่ได้เข้ามาขอฝึกกับเขาด้วย จึงไม่แปลกที่เขาจะโด่งดัง

 

 

 

ส่วนอาสึมะและคุเรไนคู่รักแหวนแหววก็ฝึกซ้อมอยู่ตลอดจึงไล่ตามกลุ่มเพื่อนได้ทัน บอกได้เลยว่านินจารุ่นของคาซึยะนั้นแข็งแกร่งและมีชื่อเสียงกันทุกคน ชาวบ้านจึงคาดหวังกับนินจารุ่นนี้มากเป็นพิเศษ

 

 

 

"อืมจริงสิเย็นวันนี้พี่ชายมินาโตะเรียกเราไปพูดคุยเรื่องวิชาใหม่นี่ อืมน่าจะเป็นกระสุนวงจักระละมั้ง"

 

 

 

ถ้าให้มินาโตะลองผิดลองถูกด้วยตัวเองคงใช้เวลานานตั้งสี่ปี ดังนั้นถ้าเขาช่วยละ มันน่าจะย่นเวลาจนไม่ถึงหนึ่งวันที่มินาโตะจะสำเร็จวิชานี้อย่างสมบูรณ์และอาจใช้กระสุนวงจักรรูปแบบการแปลงคุณสมบัติได้อีกด้วย นี่จึงทำให้เขาตัดสินใจเข้าช่วยเหลือมินาโตะที่ไม่ต่างจากพี่ชายของเขา

 

 

 

ที่ทั้งคู่สนิทกันมากขนาดนี้ก็เพราะเมื่อสามปีที่แล้ว ทั้งคู่ได้ไปทำภารกิจด้วยกัน ภารกิจนั้นเป็นภารกิจระดับ S ตั้งแต่วันนั้นทั้งคู่ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขจึงสนิทสนมกันมาก แต่น่าเสียดายที่เขายังไม่เคยเจอคุชินะเลย

 

 

 

"แต่ก่อนอื่นเราต้องกลับบ้านก่อน ป่านนี้คาสุมิ ชิซุยและฮินะรอเราแย่แล้ว"

 

 

 

คาซึยะได้แต่เกาหัวยามนึกถึงคาสุมิและชิซุยสองปีที่แล้วอาจารย์ปู่คางามิได้ให้กำเนิดเด็กชายนามว่าชิซุย น่าเสียดายที่ครึ่งปีต่อมาเขาไม่มีโอกาศได้เห็นการเติบโตของลูกชายและเสียชีวิตด้วยโรคที่รักษาไม่หาย ส่วนภรรยาก็เสียชีวิตตั้งแต่คลอดชิซุยจึงทำให้เด็กชายวัยสองขวบกลายเป็นเด็กกำพร้า

 

 

 

แต่ปัจจุบันชิซุยถูกอุปการะโดยพ่อและแม่ของเขา ส่วนคาสุมินั้นเป็นน้องสาวแท้ๆของคาซึยะที่พึ่งเกิดเมื่อปีที่แล้วด้วยความขยันของพ่อและแม่ในสุดพวกเขาก็ประสบผลสำเร็จได้ลูกคนที่สองมา

 

 

 

คาสุมินั้นใช้สกุลของมารดาเธอเป็นเด็กหญิงอัจฉริยะแห่งเซ็นจูเป็นรองเพียงคาซึยะเท่านั้น นิสัยของเธอค่อนข้างดื้อรั้นและซนมาก ถ้าเขาไม่มีฮินาโมริช่วยเบรคเขาต้องถูกยัยปีศาจน้อยกลั่นแกล้งทุกวัน เช้า้นมาหน้าของเขาจะมีลายสีดำเขียนที่หน้าทุกเช้า แถมสีที่ใช้เขียนยังเป็นสีน้ำมันที่ล้างไม่ค่อยอยากจะออกอีกด้วย

 

 

 

"รีบกลับก่อนยัยตัวแสบจะตื่นน่าจะดีกว่า"

 

 

 

เพียงพริบตาเดียวเด็กชายในชุดแบบเดียวกับซาสึเกะในสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 ซึ่งเรียกว่าเป็นการผสมผสานกันของตระกูลอุจิวะและโอโรจิมารุ นี่ยิ่งทำให้คาซึยะนั้นแทบไม่ต่างอะไรไปจากซาสึเกะ แต่เขาก็ถือคติเกิดก่อนได้เปรียบถ้าซาสึเกะใส่ชุดนี้ในอนาคตก็ถือว่าเลียนแบบเขา

 

 

 

เมื่อคาซึยะเดินทางกลับมาถึงบ้าน ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าชิซึเนะและรินก็อยู่ที่นี่ด้วย เขาจ้องมองเด็กหญิงสองคนที่เตี้ยกว่าเขามาก ก็ไม่แปลกหลังจากสี่ปีผ่านไปคาซึยะก็เริ่มโหนกิ่งไม้เพื่อยืดส่วนสูงทุกวัน

 

 

 

"ทะท่านคาซึยะสวัสดี"

 

 

 

ชิซึเนะค่อนข้างเกร็งเล็กน้อยเนื่องจากชายตรงหน้าเป็นถึงหลานของท่านซึนาเดะอาจารย์ของเธอ ซึ่งผิดกับรินเด็กหญิงผู้อ่อนโยนเสมอต้นเสมอปลาย

 

 

 

"สวัสดีคาซึยะคุง"

 

 

 

รินทักทายเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ก็ไม่แปลกเพราะเมื่อปีที่แล้วหลังรินทนลูกตื้อของโอบิโตะไม่ไหว แถมยังได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มเพื่อนที่ชอบยุยง สุดท้ายทั้งคู่ก็กลายเป็นแฟนกัน เขาและรินจึงพบกันบ่อยมากยามเธอมาหาโอบิโตะที่บ้าน

 

 

 

"อือ ทำไมถึงอยู่ที่นี่ละ ?"

 

 

 

"ทะ ท่านซึนาเดะมาหาท่านคาสุมิ"

 

 

 

คาซึยะที่ได้ยินคำกล่าวของชิซึเนะก็ทำหน้าเคร่งเครียด เพราะที่น้องสาวตัวแสบของเขากลายเป็นเด็กแบบนี้ก็เพราะติดนิสัยของยัยแก่ตัวแสบคนนี้นี่แหละไม่รู้คราวนี้จะสอนอะไรให้น้องสาวเขาอีก พอเขาเปิดประตูเข้าไปก็พบกับเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังถือปึกเงินตบเข้าที่มือพร้อมเสียงหัวเราะ

 

 

 

"เงินจ๋าเงิน เย้~ท่านพี่กลับมาแล้ว เร็วเอาเงินของท่านพี่มาให้คาสุมิเร็ว คาสุมิต้องการใช้เงินไปลงทุนอย่างเร่งด่วน"

 

 

 

คาซึยะที่ได้ยินคำพูดของน้องสาวตัวดีก็ถึงกับกุมขมับเขาเริ่มเข้าใจความรู้สึกของท่านตาทวดฮาชิรามะยามเลี้ยงซึนาเดะแล้ว โอ้มันช่างหน้าปวด เขาเหล่มองไปทางพ่อและแม่ทั้งสองรีบหันหน้าหนีแต่นิ้วชี้ไปทางซึนาเดะที่นั่งหัวเราะแห้งๆ

 

 

 

"เฮ้อ~ท่านน้าท่านสอนคาสุมิแบบนี้ไม่ได้"

 

 

 

คาซึยะหันไปตักเตือนท่านหน้าอย่างไม่เกรงใจ เมื่อก่อนเขาอาจจะหวาดกลัวแต่ปัจจุบันเขาก็ยังกลัวอยู่เหมือนเดิม เขาแค่แสร้งทำใจดีสู้เสือไปอย่างนั้น เขาอาจจะเก่งกับคนอื่นแต่ครอบครัวญาติพี่น้องเขาไม่คิดจะเก่งด้วยเลย

 

 

 

"ท่านพี่ห้ามดุท่านน้านะ"

 

 

 

แป๊ะ นิ้วดีดเข้าหน้าผากของน้องสาวตัวดี ดูเหมือนเขาต้องเริ่มสอนเด็กหญิงตรงหน้าด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะท่านพ่อท่านแม่ต่างก็ตามใจเธอมากจนเสียคน

 

 

 

"อูยย หนูเจ็บนะท่านพี่"

 

 

 

"เจ็บน่ะดีแล้วจะได้จำว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ"

 

 

 

ว่าจบคาซึยะก็เดินจากทิ้งน้องสาวตัวน้อยพองแก้มน้ำตาคลอ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจและเดินไปที่โรงฝึกเพื่อคู่หมั้นของเขาและน้องชายบุญธรรมที่กำลังฝึกไทจุสสุอยู่ในโรงฝึก ทั้งคู่กำลังปะทะกันด้วยความอ่อนและแข็ง ซึ่งชิซุยนั้นทำได้ดีมาก

 

 

 

"ยินดีต้อนรับกลับคาซึคุง"

 

 

 

"อือ กลับมาแล้ว"

 

 

 

"ท่านพี่คาซึยะ"

 

 

 

เด็กชายวัยสองขวบวิ่งมากอดขาและเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาสีแดงที่เป็นประกายเต็มไปด้วยความคาดหวัง ใช่แล้วชิซุยเบิกเนตรวงแหวนโทโมเอะแรกได้แล้ว และมันค่อนข้างสร้างความตกใจให้เขาและครอบครัวเป็นอย่างมาก

 

 

 

"เอาละวันนี้ชิซุยอยากให้พี่สอนอะไร ?"

 

 

 

"ผมอยากเรียนคาถาเคลื่อนย้ายร่าง"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ภายในใจของเขาคาดหวังในตัวน้องชายคนนี้มากแม้จะไม่มีสายเลือดเดียวกันแต่เขาก็ดูการเติบโตของเด็กคนนี้มาโดยตลอด และรักชิซุยเหมือนน้องชายแท้ๆ

 

 

 

'ด้วยเนตรของอาจารย์ปู่ชิซุยจะมีเนตรนิรันดร์ในอนาคต'

 

 

 

"พี่จะสอนให้อย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่ตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องทำก็คือฝึกไทจุสสุให้เชี่ยวชาญ"

 

 

 

"เข้าใจแล้วท่านพี่ ผมจะเชื่อฟัง"

 

 

 

"เอาละเด็กดี เดี๋ยวพี่จะมอบของขวัญให้เธอ"

 

 

 

วี๊วี๊ดดดดด~

 

 

 

คาซึยะเป่าปาก ชั่วพริบตาเดียวก็มีร่างเงาเล็กสีดำบินร่อนลงจากท้องฟ้ามาเกาะที่ไหล่ของคาซึยะ เจ้านี่คือยาตะอีกาที่เขาสร้างขึ้นมาตอนแรกเขาคิดจะใช้มันเพื่อตัวเองแต่หลังจากบ้านของเขารับชิซุยมาเป็นบุตรบุญธรรมคาซึยะก็คิดจะมอบยาตะให้กับชิซุยแทน เพื่อปกป้องเข้าตัวในอนาคตด้วย

 

 

 

"ยาตะจากนี้ นายต้องทำสัญญาอัญเชิญติดตามชิซุย และปกป้องเขาให้ดีอย่าให้ใครรังแกเขาเป็นอันขาดเข้าใจนะ"

 

 

 

กา กา!!

 

 

ร่างกายอ่อนแรง นอนไม่ค่อยจะหลับ

ตรงๆเลยพรุ่งนี้งด(ว่าไปนั่น)

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น