ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 21 สี่ปีผ่านไป(1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 สี่ปีผ่านไป(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ส.ค. 2562 09:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 สี่ปีผ่านไป(1)
แบบอักษร

"ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้รับทรัพย์มากขนาดนี้"

 

 

 

คาซึยะที่กลับมาอยู่ในร่างเด็กน้อยมองสิ่งต่างๆตรงหน้าด้วยรอยยิ้มคล้ายเสี้ยวจันทร์ ไม่ว่าจะคุไนที่มากว่าห้าสิบเล่มอีกทั้งยังมีชูริเคนอีกสามสิบกว่าเล่ม ยันระเบิดแปดสิบกว่าแผ่นระเบิดควันสามลูก และยังมีดาบอีกนับสิบเล่ม

 

 

 

ทั้งนี้ยังมีม้วนคาถานินจาต้องห้าม ม้วนวิจัยต้องห้ามของกลุ่มรากคาถาอัญเชิญสัตว์ปีศาจจากนอกโลก คาถาอัญเชิญนูเอะ และยังมีการวิจัยเกี่ยวกับเซลล์ฮาชิรามะอีกด้วยนี่ค่อนข้างเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างมหาศาล

 

 

 

แต่ของที่ดีสุดสำหรับเขาในตอนนี้ก็คงไม่พ้นร่างของชิโรเซ็ตสึที่เขาได้มา เจ้าพวกนี้มีเซลล์ฮาชิรามะในร่างกาย สัดส่วนและพลังนั้นดีกว่าการใช้เซลล์ของฮาชิรามะโดยตรง เพราะเจ้าพวกนี้ได้ถูกสังเคราห์ด้วยพลังเนตรสังสาระ ทำให้ชิโรเซ็ตสึมีพลังเซลล์ที่เปลี่ยมล้น

 

 

 

"หวังว่าอาจารย์คงจะชอบของขวัญชิ้นนี้"

 

 

 

ด้วยของขวัญชิ้นนี้เชื่อได้เลยว่าโอโรจิมารุคงสามารถสร้างร่างใหม่ได้สำเร็จ ทั้งยังอาจทรงพลังยิ่งกว่าเก่าอีกด้วย เมื่อภารกิจเขาเสร็จสิ้น เขามั่นใจได้ว่ากลุ่มอุจิวะคงไม่มาตามนัดอย่างแน่นอน

 

 

 

เขาสลายคาถาแยกเงาออก จักระที่ถูกแบ่งออกไปเป็นยี่สิบกว่าส่วนค่อยๆฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็ว และเขาก็คงเหลือร่างแยกไว้กับฮินาโมริหนึ่งตนแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะปกป้องเธอ

 

 

 

'ร่างแยกร่างนั้นมีจักระของเราครึ่งนึง แต่ก็ยังอยู่ในระดับคาเงะน่าจะเพียงพอ'

 

 

 

ถึงเวลากลับฐานวิจัย เขาก็คิดจะเริ่มทำการทดลองของตัวเองด้วยเช่นกันด้วยข้อมูลและเทคนิคทางการแพทย์ในอดีต และข้อมูลงานวิจัยต่างๆที่อาจารย์ทำไว้น่าจะเพียงพอให้เขาทำงานวิจัยด้วยตนเอง

 

 

 

เขาวิ่งกลับไปยังโคโนฮะอย่างช้าๆ เพราะเขาหวังว่าจะหาอีกาดำมาทำเป็นสัตว์ร้ายให้แก่เขาสักตัว ซึ่งระหว่างทางเขาก็จับอีกาดำมาได้ตัวหนึ่งเป็นนกกาที่โตเต็มไว้แล้ว พอกำลังจะกลับเขาก็เอะใจบางอย่างดูเหมือนเขาจะลืมอะไรไปนะ

 

 

 

"เออเกือบลืมโนโนะเลยแฮะ จริงสิโนโนะมีวิชานินจาแพทย์ถ้าได้เธอช่วยสอนคงจะดีไม่ใช่น้อย"

 

 

 

เขากลับไปรับโนโนะที่ยังไม่ได้สติและรีบกลับไปยังศูนย์วิจัยของโอโรจิมารุด้วยความเร็วสูง ความเร็วของคาซึยะในปัจจุบันถ้าใช้พลังอย่างเต็มที่ยี่สิบนาทีก็คงถึง

 

 

 

จากชายแดนถึงศูนย์วิจัยมีระทางมากกว่าพันกิโลเมตร แต่ด้วยพลังระดับคาเงะ ของแบบนี้มันเป็นแค่เรื่องกล้วยๆไม่น่าอวด แถมมันยังไม่ค่อยเหมาะกับอาชีพนินจาด้วย 

 

 

 

และเมื่อมาถึงฐานวิจัยคาซึยะก็มุ่งตรงไปหาอาจารย์ที่ห้อง แต่ก่อนไปเขาได้นำอีกาและโนโนะไปไว้ที่ห้องวิจัยอีกห้องซึ่งเป็นห้องที่เก็บเนตรวงแหวนไว้

 

 

 

"ฉันบอกเธอว่าอย่ารบกวนไม่ใช่หรอ ?"โอโรจิมารุค่อนข้างไม่พอใจเล็กน้อย แต่คาซึยะไม่สนใจและเดินเข้าไปหาเจ้าตัว

 

 

 

"เอาน่าอาจารย์มาดูนี่ก่อน ฉันได้ของดีมา"

 

 

 

"ของดีหรอ มันคืออะไร ?"

 

 

 

คาซึยะเริ่มนำร่างของชิโรเซ็ตสึที่ถูกเขาสังหารออกมาจากคัมภีร์ผนึก พอเจ้าตัวได้เห็นสิ่งที่ลูกศิษย์เรียกว่าของดีก็ต้องแตกตื่นอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงพลังที่คุ้นเคยในร่างขาวๆนี้

 

 

 

"กลิ่นอายคล้ายกับพลังของท่านรุ่นที่หนึ่ง อย่าบอกนะว่า...เธอไปเอาศพนี้มาจากไหน"

 

 

 

"มันแอบเก็บข้อมูลของผมน่ะก็เลยสังหารมันแต่พอสัมผัสได้ถึงพลังที่คล้ายท่านตาทวดผมก็เลยเก็บศพของมันกลับมาด้วย นี่น่าจะเป็นประโยชน์ต่องานวิจัยอาจารย์ไม่มากก็น้อย"ๆ

 

 

 

"ให้ฉันจริงรึ ?

 

 

 

"แน่นอน เพราะผมยังมีอยู่อีกศพ ผมว่าจะทำงานทดลองเช่นกันถ้าสำเร็จ ผมจะเอาข้อมูลวิจัยมาแบ่งอาจารย์ดังนั้นขอยืมห้องทดลองสักห้องนะ"

 

 

 

โอโรจิมารุพยักหน้าและไม่สนใจลูกศิษย์ของเขาอีกต่อไปเขายกร่างของชิโรเซ็ตสึ และนำบางสิ่งที่คล้ายหัวใจไปเก็บไว้ในหลอดแก้วที่เต็มไปด้วยสารอาหารและเซลล์ของรุ่นที่หนึ่ง

 

 

 

"คาซึยะคุงถ้างานครั้งนี้ประสบความสำเร็จฉันจะตอบแทนเธออย่างงามเลย"

 

 

 

ส่วนคาซึยะหลังออกจากห้องทดลองหลักก็มุ่งหน้าไปที่ห้องทดลองห้องอื่น โดยนำโนโนะและอีกามากับเขาด้วย ก่อนจะใช้ร่างแยกให้ไปดักจับหนูป่ามาไว้เป็นตัวทดลองเริ่มแรก

 

 

 

"ทะ ที่นี่ที่ไหน หือ เด็กงั้นหรอ ?"

 

 

 

"สวัสดีโนโนะ คงไม่ลืมใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น"

 

 

 

คาซึยะหันไปพูดกับโนโนะที่ตื่นแล้วด้วยรอยยิ้มก่อนจะเลิกสนใจเธอ เขาเริ่มนำหนูป่าที่ร่างแยกจับมาได้จิ้มและนำเลือดของมันออกมาบางส่วน ด้วยดวงตาซูมเข้าซูมออกที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น

 

 

 

เขาสามารถเห็นองค์ประกอบของเซลล์ในเลือดของหนูได้อย่างชัดเจน ราวกับเขากำลังใช้กล้องจุลทัศน์ เมื่อเห็นเด็กชายตัวน้อยในชุดคลุมกิโมโนขาวคล้ายชุดกราวที่ใช้เก้าอี้เพิ่มความสูงกำลังทำอะไรแปลกๆโนโนะก็เริ่มสำรวจสิ่งต่างๆภายในห้อง

 

 

 

ก่อนจะนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ และเธอก็เริ่มจำได้ว่าเธอถูกทำให้สลบ และคงถูกจับมาที่นี่เพื่ออยู่กับเด็กคนนี้ ปัจจุบันโนโนะยังมีอายุเพียง 14-16 ปีเท่านั้นจึงไม่แปลกที่เธอจะตื่นกลัว

 

 

 

"ฉันเป็นคนจับคุณมาเอง ไม่ต้องกังวลฉันเป็นนินจาของหมู่บ้านโคโนฮะ มาจากตระกูลอุจิวะ จากนี้คุณไม่จำเป็นต้องกลับไปทำงานที่รากอีกแล้ว"

 

 

 

"ระ เรื่องจริงหรอ แล้วคนอื่นๆละ ?"

 

 

 

"เธอเป็นเพียงคนเดียวที่รอด นอกนั้นฉันสังหารพวกเขาทิ้งไปทั้งหมด และจากนี้อย่าพึ่งรบกวนฉัน ฉันกำลังทำงานวิจัย แต่ทางที่ดีเธอควรอยู่ที่นี่ไปสักระยะ"

 

 

 

คาซึยะเริ่มวิเคราห์และลองแยกเซลล์ของหนูก่อนจะนำชิ้นเนื้อจากชิโรเซ็ตสึและแยกเซลล์มันออกมาอย่างคล่องแคล่ว เขาเริ่มดัดแปลงเซลล์ทั้งสองให้สามารถผสมผสานเข้าด้วยกัน แน่นอนว่าผลที่ออกมาหลังจากยืนประกอบเซลล์เกือบสามชั่วโมง คือล้มเหลว

 

 

 

"พลังของเซลล์ในชิโรเซ็ตสึแข็งแกร่งกว่าเซลล์หนูมาก พอเซลล์ถูกประกอบเข้าด้วยกันมันก็กลืนกินเซลล์ของหนูในชั่วพริบตา ดูเหมือนต้องจะต้องใช้วิชานินจาแพทย์จริงๆ"

 

 

 

คาซึยะกุมคางครุ่นคิดหาวิธีก่อนจะหันกลับไปข้างหลังก็พบว่าโนโนะยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม่ไปไหน เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจและขอยืมมือจากเธอให้ช่วยเขาในการทดลอง

 

 

 

"ถ้าเราวิจัยประสบผลสำเร็จการแพทย์ของหมู่บ้านน่าจะพัฒนามากขึ้น"

 

 

 

"เข้าใจแล้วฉันจะช่วยเธอ แต่บอกหน่อยได้ไหมว่าทำเธอถึงจับฉันมาและยังไว้ชีวิตฉัน"

 

 

 

"เรื่องนั้นง่ายมาก เพราะเธอดูเป็นคนใจดี เธอไม่เหมาะกับรากที่เน่าเฟะ ในอนาคตถ้าเธออยากทำอะไรที่ดีและไม่เป็นภัยต่อหมู่บ้านฉันจะช่วยสนันสนุนเธอเอง เห็นแบบนี้ฉันก็เป็นหลานชายแท้ๆของท่านน้าซึนาเดะเชียวนะ ไม่หลอกลวงเธอหรอกไม่ต้องห่วง"

 

 

 

พอได้ยินแบบโนโนะก็น้ำตาไหลอย่างช่วยไม่ได้ เธอเริ่มคิดถึงสิ่งที่อยากจะทำในอนาคตขึ้นมาหนึ่งเลยก็คือเธอต้องการทำงานให้เด็กคนนี้ สองเธออยากเปิดศูนย์รับเลี้ยงเด็กกำพร้าจากสงคราม

 

 

 

"ฉันอยากเป็นที่ปรึกษาให้เธอ ในอนาคตความฝันของฉันก็คือการเปิดสถานะรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่รู้ว่า..."

 

 

 

"เรื่องแค่นี้เธอสามารถทำได้หลังจากนี้ ในหมู่บ้านโคโนฮะอัตราส่วนของเด็กกำพร้าคือสองในสิบ และคนที่ไร้ญาติก็มีเยอะเช่นกันเธอสามารถจ้างคนที่สูญเสียครอบครัวมาช่วยงานเธอของได้ อย่างน้อยเด็กๆ อย่างฉันสามารถเยียวยาจิตใจพวกเขาได้"

 

 

 

ตาของโนโนะเป็นประกายอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก่อนคาซึยะก็ขัดเธอและเร่งเร้าให้เธอมาช่วยเขาทำการทดลอง ในขณะที่เธอกำลังใช้วิชาแพทย์เขาก็สังเกตุุการควบคุมจักระของเธอด้วยเนตรวงแหวนทำให้เขาเข้าใจการทำงานของวิชานินจาแพทย์แล้ว

 

 

 

กาลเวลาค่อยๆผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งสี่ปีผ่านไป คาซึยะได้กลายเป็นเด็กแปดขวบและมีชื่อเสียงในหมู่บ้านโคโนฮะมาก หลังจากเมื่อสามปีที่แล้วเขาเริ่มลงมือทำตามฝันของโนโนะ นั่นก็คือการสร้างสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า

 

 

 

ด้วยการสนับสนุนจากองค์หญิงทั้งสองของตระกูลเซ็นจูและโฮคาเงะรุ่นที่สามพร้อมทั้งตระกูลซารุโทบิ ตระกูลฮิวงะ ตระกูลอุซึมากิ ตระกูลอุจิวะบางส่วน และตระกูลย่อยที่ขึ้นตรงต่อเซ็นจูและหมู่บ้าน ทำให้การสร้างอาคารสี่ชั้นเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ายาคุชิภายในหมู่บ้านโคโนฮะ สำเร็จลงได้ด้วยดี 

 

 

 

พวกเขาเริ่มรับเด็กกำพร้าภายในหมู่บ้านมารับเลี้ยงไว้ และยังจ้างงานผู้สูญเสียครอบครัวในสงครามมาทำงานดูแลสอนหนังสือให้กับเด็กๆ และยังมีตระกูลย่อยบางส่วนที่ช่วยให้การสนับสนุน ทำให้ความฝันของโนโนะมั่นคงอย่างที่เธอหวังไว้

 

 

 

ส่วนที่ชื่อเสียงของคาซึยะที่แสนโด่งดังนั่นก็เพราะเขาผู้สร้างและมอบเงินทุนสนับสนุนครั้งใหญ่ สำหรับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของเขาและโนโนะ ทำให้เขาได้ฉายาแรกจากชาวบ้านนั่นก็คือนักบุญตัวน้อย

 

 

 

แต่ในงานของนินจาเขาก็มีชื่อเสียงด้วยเช่นกันนินจาในโคโนฮะเรียกเขาว่าปีศาจน้อยไม่ก็ผีน้อยแห่งโคโนฮะ หลังจากทุกคนได้รับรู้ว่าคาซึยะได้กลายเป็นโจนินชั้นพิเศษในวัยห้าขวบปีขวบ เป็นโจนินแท้จริงในวัย 6 ขวบ และมีพลังระดับเดียวกับคาเงะ ซึ่งอาจจะกลายเป็นซานนินในอนาคต

 

 

 

สี่ปีที่ผ่านมาเขาทำภารกิจทุกระดับ สำเร็จลงด้วยความสมบูรณ์แบบ และจำนวนภาระกิจที่เขาทำนั้นมีมากกว่าสามร้อยกว่าภารกิจแบ่งเป็น

 

 

 

ระดับ D 45 ภารกิจ

 

ระดับ C 63 ภารกิจ

 

ระดับ B 133 ภารกิจ

 

ระดับ A 64 ภารกิจ

 

และระดับ S 17 ภารกิจ

 

 

 

รวมเป็น 322 ภารกิจที่ไม่เคยล้มเหลวเลยสักครั้งเดียวทำให้เขามีชื่อเสียงมาก ยิ่งได้รู้ว่าเขาเป็นศิษย์ของโอโรจิมารุชื่อเสียงยิ่งดังเข้าไปใหญ่จนดันโซเริ่มค่อยๆไร้อำนาจ ชาวบ้านและนินจาโคโนฮะเริ่มยอมรับเขาและตระกูลอุจิวะในบางส่วน

 

 

 

ส่วนในเรื่องการทดลองหลังจากลองผิดลองถูกมาสองปีเต็มเขาก็ประสบผลสำเร็จอีกาหรือยาตะ ที่เขาจับมาในวันนั้นมีเซลล์รุ่นแรกภายในร่างกายน้อยๆของมัน ดวงตาของมันถูกปลูกถ่ายด้วยเนตรวงแหวนที่เขาเก็บสำรองไว้ ปัจจุบันมันกลายเป็นสัตว์ที่ตัวติดกับเขาอยู่เสมอ

 

 

 

เจ้ายาตะเป็นสัตว์ร้ายที่มีจักระมันสามารถใช้คาถาลวงตาจากเนตรวงแหวนได้เชี่ยวชาญ แถมมันยังค่อนข้างฉลาดทำให้คาซึยะลงมือสอนมันด้วยตัวเอง

 

 

 

และหลังจากการทดลองสิ้นสุดเขาก็ส่งงานวิจัยของเขาไปให้อาจารย์และท่านน้าซึนาเดะเพื่อให้เธอพัฒนาการแพทย์ของโคโนฮะให้ก้าวไกลมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ปัจจุบันชื่อเสียงของซึนาเดะจึงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร

 

 

 

ส่วนกลุ่มเพื่อนของเขาหลังจากสี่ปีผ่านไป โอบิโตะได้กลายเป็นจูนินพร้อมกับคาคาชิได้อย่างสมภาคภูมิ เจ้าตัวตามติดคาคาชิได้ไม่น้อยหน้า เกรงว่าอีกปีหรือสองปีโอบิโตะอาจจะกลายเป็นโจนินก่อนคาคาชิเลยด้วยซ้ำ

 

 

 

พูดถึงคาคาชิ เขาก็ไม่ลืมวันนั้น วันที่ซาคุโมะทำภารกิจระดับเอสล้มเหลวและทำให้หมู่บ้านสูญเสียผลประโยชน์ เขาจึงคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อรับผิด ทว่าวันนั้นเขาได้ให้พ่อเฝ้าระวังการช่วยเหลือจึงทันท่วงที ซึ่งมันก็ทำให้ดันโซที่วางแผนอยู่ในเงามืดได้แต่กัดฟันอย่างน่าสังเวช

 

 

 

แน่นอนว่าในปัจจุบันคาซึยะและดันโซนั้นเป็นน้ำกับไฟ พอเจอกันทีไรก็ตีกันทุกที มันค่อนข้างน่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาศได้ควบคุมเจ้าดันโซด้วยเนตรวงแหวน

 

 

 

"น่าเสียดายจริงๆ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น