หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 แ ม ว ข อ ง คุ ณ ห นู ส า ม (2)

ชื่อตอน : บทที่ 4 แ ม ว ข อ ง คุ ณ ห นู ส า ม (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 309

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ส.ค. 2562 05:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 แ ม ว ข อ ง คุ ณ ห นู ส า ม (2)
แบบอักษร

กลุ่มควันสีดำพุ่งตรงมาอย่างรวดเร็ว พลังของมันทำให้นางหายใจไม่ทั่วท้อง หลี่จิวฮวาไม่มีเวลาแยกแยะว่ามันเป็นปีศาจชนิดใด แข็งแกร่งเพียงใดนางไม่อาจบอกได้ มันพุ่งเข้ามาหมายจะทำร้ายคนผู้หนึ่ง หากไม่เข้าช่วยเหลือ คนผู้นั้นอาจต้องตาย นาง...แม้เอาตัวเองไม่รอด ก็ยังคงต้องเข้าไปขวาง เดินขากะเผลกก็ยังตะเกียกตะกายเข้าไปขวาง ด้วยร่างอวบท้วมนี้ กับกระบี่ในมือที่ยังดูใหม่และคมกริบ แม้ยังคมกริบแต่หากคนใช้มิชำนาญการใช้ คมกริบเพียงใดย่อมไม่ต่างจากดาบทื่อๆ สักเล่มหนึ่ง นางได้แต่หวังว่าสวรรค์จะเข้าข้างนาง

หลี่จิวฮวาใช้ร่างตัวเองขวางหลิวอิงไว้ มือกำกระบี่ คมกระบี่สะท้อนประกายในความมืด ปีศาจตนนั้นไม่มีวี่แววจะหวาดกลัว มันยิ่งจู่โจมรวดเร็วกว่าเดิม พริบตาเดียว นางก็ถูกห้อมล้อมด้วยกลุ่มควันดำทะมึน พลังของมันไม่ใช่น้อยๆ สามารถทำให้นางรู้สึกเหมือนมีของหนักๆ กดทับหน้าอกจนหายใจไม่ออก

“ท่านรีบไป”

นางตะโกนบอก หวังว่าหลิงอิงจะวิ่งฝ่าออกไปได้

มัวแต่นึกห่วงเขา ไม่ทันได้ระวัง เพียงพริบตา กลุ่มควันสีดำรวมตัวกันเป็นร่างทะมึนร่างหนึ่ง สูงใหญ่ราวตึกสองชั้น มันสวมชุดเกราะและหมวกที่ทำจากเหล็ก ลักษณะคล้ายนายทหารผู้หนึ่ง ในมือมันยังมีอาวุธ ดาบยาวใหญ่ที่สะบัดเพียงครั้งคงแยกร่างนางเป็นชิ้นๆ อย่างง่ายดาย

หลี่จิวฮวากลืนน้ำลาย ขาอ่อนแรง นางไม่ปฏิเสธความกลัว ไม่เสแสร้งว่ากล้าหาญ ยามก้าวถอยหลังแล้วชนเข้ากับร่างกำยำของหลิวอิง จึงกล่าวออกไปตามตรง

“ขะ...ข้าคิดว่า...หนักหนาเกินไป”

“ห๊ะ?”

เดิมทีนางคิดว่าเขาฉลาด แต่ตอนนี้กลับยืนโง่งม ไม่ยอมหนีทั้งที่ตนเองไม่มีอาวุธติดตัวสักชิ้น

หลี่จิวฮวาทอดถอนใจ หันไปตะโกนบอก

“ข้าสู้ไม่ได้!” ถึงขนาดนี้เขายังไม่คิดขยับกาย นางไม่รู้จะทำเช่นไรแล้วจึงตบหน้าเขาไปเสียหนึ่งที “หนีเร็ว!”

นางคว้าแขนเขา หากยังไม่ทันวิ่งไปข้างหน้า ตัวนางก็ถูกฝ่ามือของปีศาจตนนั้นฟาดใส่จนกระเด็น กลิ้งสามตลบ กระอักเลือดหนึ่งรอบ รสชาติของโลหิตทั้งเฝื่อนทั้งคาว นางโก่งคอจะอาเจียน พลันต้องร้องโอดครวญเมื่อรู้สึกว่าร่างของนางกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงq

หลี่จิวฮวาเพิ่งรู้สึกว่าตนเองอึด ถึก ทนก็วันนี้ ไม่กี่วันก่อนโดนพิษจากปีศาจสาวแทบเอาชีวิตไม่รอด ก็ยังรอดมาได้ วันนี้โดนฝ่ามือปีศาจกระแทกจนกระอักเลือด พลังภายในยังไม่หายดี บาดเจ็บซ้ำเช่นนี้ยิ่งบอบช้ำ คงต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปอีกหลายวัน หรือไม่...นางอาจต้องเอาชีวิตทิ้งที่บ้านสกุลอู๋แล้ว

ปีศาจตนนั้นส่งเสียงหัวเราะสมเพช หลี่จิวฮวากัดฟันแค้นเคือง ...คงทำได้แค่นี้ นางรู้ตัวเองดีว่าสู้ปีศาจตนนี้ไม่ได้

หลิวอิงปรี่เข้ามาหา นางโบกไม้โบกมือ กลั้นใจส่งเสียงออกมา “ไป หนีไป”

คืนนี้มีคนต้องตายแค่สองคนก็พอแล้ว อย่าได้มีเกินกว่านี้เลย เขายังไม่ได้รับบาดเจ็บ หนีไปตอนนี้อาจจะรอด

ร่างของนางถูกเขาโอบอุ้ม ฝ่ามือใหญ่โตตบลงบนแก้มของนาง ตบทีหนึ่งถึงกับกระเทือนไปทั้งศีรษะ

“เจ้าหนู” เสียงของเขายังกังวาน ไม่มีวี่แววของความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย “อดทนไว้ก่อน ข้าจะพาเจ้าหนีเอง”

พาหนี? จะหนีอย่างไร ถ้าแค่ตัวเขาคงไม่เป็นไร แต่ต้องแบกนางไปด้วย...หลี่จิวฮวาส่ายหน้า...ไม่มีทางสำเร็จ ทั้งเขาและนางคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แล้ว

ปีศาจตนนั้นแม้ตัวใหญ่ แต่เคลื่อนไหวว่องไวยิ่งนัก ยามนี้มันเพียงสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ถ้าจะหนีก็มีแต่โอกาสนี้เท่านั้น!

“ท่านรีบไป ไม่ต้องห่วงข้า”

หลิวอิงไม่ฟัง เขานั่งหันหลัง คุกเข่ากับพื้นข้างหนึ่ง แล้วออกคำสั่ง

“ขึ้นหลัง”

หลี่จิวฮวาที่รวดร้าวไปทั้งตัวพยายามข่มความเจ็บปวด ขยับตัวอย่างยากลำบาก นางลุกขึ้นยืน โน้มตัวลงโอบรอบลำคอของเขา หลิวอิงสอดแขนรัดขาของนางไว้ ตอนที่เขาลุกขึ้นยืน ดาบของปีศาจตนนั้นพลันตวัดลงมา

ฉับ!

ดาบเล่มนั้นแหวกผ่านอากาศ เกิดเป็นคลื่นลมพัดผ่านมาวูบหนึ่ง หลิวอิงซวนเซเกือบล้ม เขากัดฟันพาหลี่จิวฮวาหนีออกมา

เพียงสามก้าว คมดาบก็ตวัดฉับลงมาที่แขนของเขา

แคว้ก! เสียงผ้าฉีกขาด แล้วทั้งนางทั้งเขาก็นอนโอดโอยอยู่บนพื้น

เสียงหลิวอิงทรมานมาก เป็นเสียงโอดครวญที่เจ็บปวดทรมานแทบขาดใจ หลี่จิวฮวาหน้าซีด รีบหันไปมอง...ไม่มีเลือด นอกจากแขนเสื้อที่ขาดออกจากกัน บนแขนของเขากลับไม่มีรอยแผลแม้แต่รอยเดียว

ประหลาดจริง...นางเห็นอยู่เต็มตาว่าเขาโดนคมดาบของปีศาจเล่นงาน คะเนจากความเร็วและน้ำหนักของดาบ บาดแผลนั้นต้องลึกถึงกระดูก ทว่าความเป็นจริงกลับมีเพียงเสื้อที่ฉีกขาด ทำไม...นางเขยิบเข้าไปใกล้ ยิ่งมองยิ่งสงสัย

ตอนนั้นเองนางจึงเห็นมังกรสีดำตัวเขื่องสักอยู่บนแขนข้างนั้นของเขา

หากเป็นเพียงรอยสักธรรมดา นางคงไม่ผงะถอยจนแทบหงายหลัง ทว่าที่นางเห็นตอนนี้ คือรอยสักที่ขยับได้

มังกรตัวนั้นขยับหาง ตาแดงก่ำวาววับ

ฟึ่บ! คมดาบปีศาจแหวกผ่านอากาศ หลิวอิงลุกยืน รับด้วยมือเปล่า

ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากแขนของเขา โอบคลุมดาบเล่มนั้น

มือใหญ่สั่นระริก เหงื่อเม็ดโตหลั่งริน หลิวอิงตวาดออกมาคำหนึ่ง ดาบเล่มนั้นพลันแตกกระจัดกระจาย และสลายไปในอากาศพร้อมกับปีศาจร่างใหญ่ยักษ์

ฟ้าดำทะมึนกลับมากระจ่างด้วยแสงดาว จันทราโผลพ้นหมู่เมฆส่องแสงนวลตา ขับไล่ความมืดมิด บ้านสกุลอู๋ที่วิเวกวังเวงคล้ายกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง

หลี่จิวฮวาสบตาหลิวอิง บาดแผลของนางปวดแปลบ ข้อเท้าระบม ร่างทั้งร่างราวกับจะปริแตก นางกลั้นหายใจอยู่ครู่หนึ่งจึงหันหลังวิ่งออกไปอย่างไม่คิดเหลียวหลัง

ความคิดเห็น