ณ กลางใจ
email-icon Twitter-icon

คอมเม้นเป็นกำลังใจให้หน่อยนะ อย่างน้อยๆกดสัก1ไลค์ก็ได้ค่ะ

บทที่ 9 ตอน พระสนมเป็นได้แค่นางอุ่นเตียง

ชื่อตอน : บทที่ 9 ตอน พระสนมเป็นได้แค่นางอุ่นเตียง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2562 08:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 ตอน พระสนมเป็นได้แค่นางอุ่นเตียง
แบบอักษร

บทที่ 9

ตอน พระสนมเป็นได้แค่นางอุ่นเตียง

 

“ขู่อย่างไรข้าก็ไม่กลัวสักนิด มีที่ไหนบุรุษเพศจะท้องได้” ผมเชิดหน้าออกแรงผลักอกของฝ่าบาทออก แต่ทว่า...เขาไม่ได้ขยับแม้แต่นิด และแววตาของพระองค์ยังคงจริงจังจนทำให้ผมหายใจติดขัด

“ใช่สิ...ก็เจ้ากับข้า...มิใช่คนจากที่เดียวกัน” สุระเสียงแผ่วเบาก่อนจะผละออกจากหงเหลียงฮวา แต่พระองค์ก็ไม่วายคว้าข้อมือนั้นมากุมไว้แล้วออกแรงกระชากลากร่างระหงนั้นเดินตาม

หงเหลียงฮวาทำเหมือนไม่พอใจแต่ก็ยอมจำนนเดินตามพระองค์ไปแต่โดยดี เมื่อกลับมาก็พบว่าทหารต่างจัดเวรยามแบ่งออกเป็นสี่จุด โดยกระโจมของฝ่าบาทตั้งไว้ตรงกลาง

เป็นราชันนั้นยิ่งใหญ่มากมายเลยรึไงที่มีสิทธิ์นอนในที่ดีกว่าคนอื่น

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพเดินมาอย่างองอาจเขายกมือขึ้นผสานต่อหน้าพระองค์ หงเหลียงฮวาเสนอหน้า แต่ถูกฝ่าบาทดันให้ยืนข้างหลังพระองค์ แม่ทัพแอบมองอยู่บ้างแต่ก็ไม่กล้ามองโดยตรง

“มีอะไร”

“กระหม่อมดูแผนที่การเดินทางของขบวนพบว่าต้องใช้เวลามากถึงสองจันทรา”

“สองเดือน!” หงเหลียงฮวาออกนอกหน้า ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างหันให้ความสนใจ แม้แต่ฝ่าบาทเองพระองค์ยังทรงทอดพระเนตร เมื่อนั้นพระสนมจึงรู้ตัวว่าทำผิดไปเสียแล้วจึงเม้มปากตนเอง ฮ่องเต้และแม่ทัพจึงวางแผนต่อ

“เช่นนั้นเดินทางผ่านช่องแคบฉงเฉียน”

“ฝ่าบาทช่องแคบฉงเฉียนลึกลับมากมาย มีมายาที่เซียนพากันลงอาคมฝึกวิชา มิทราบได้ว่ามีสิ่งใดหลงเหลืออยู่บ้าง”

“คิดว่าเรื่องแค่นี้ข้าไม่รู้หรือ”

“ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ”

ฝ่าบาทเหลือบมองหงเหลียงฮวา

“เจ้าเข้ากระโจมไปพักก่อน” ฝ่าบาทปล่อยข้อมือของหงเหลียงฮวา แต่หงเหลียงฮวากลับจับพระหัตถ์ของพระองค์ไว้ไม่ยอมให้ไป

“ข้าอยากฟังด้วยไม่ได้หรือ”

“เจ้าไม่มีสิทธิ์”

“เหตุใดถึงไม่มี”

ฮองเต้หันมองหงเหลียงฮวาพระองค์ดึงมือนั้นออกจากพระหัตถ์ของพระองค์เอง

“ว่าตามตำแหน่งของเจ้าต่ำกว่าแม่ทัพกู้แคว้นแผ่นดินฉง แค่มองหน้าเจ้ายังไม่มีสิทธิ์”

ถึงว่าแม่ทัพไม่ทำความเคารพข้าสักนิด

หงเหลียงฮวาเบะปากไม่น่ามองเดินหนีเข้าไปในกระโจม

นี้ผมกลายเป็นคนที่มียศศักดิ์ต่ำขนาดนี้เลยหรอ พอดีผมเห็นเจียงหนานกำลังจัดผลไม้ใส่ถาด

“เจียงหนาน”

“ขอรับพระสนม” เจียงหนานขานรับอย่างรวดเร็วเขาเดินตรงมาทางผมที่กำลังตรงไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ เจียงหนานรอผมนั่งเสร็จก็ส่งสายตาตั้งคำถามให้ผม ประมาณว่าเรียกผมทำไม

“ตำแหน่งข้า...หากเป็นชาวบ้าน ทหาร เอ่ออ...คนทั่วๆไปเขาเรียกว่าอย่างไร”

“ข้าน้อยไม่สมควรเอ่ย”

“ว่ามาเถิด”

เจียงหนานมองซ้ายขวา เห็นว่ามีไท้เจี้ยนกงกงอยู่ในบริเวณก็ยิ่งไม่กล้า หงเหลียงฮวาเลยชี้ที่หูตนเองแล้วก้มลงหวังให้เจียงหนานเอ่ย

ขันทีน้อยกระซิบเอ่ยแผ่วเบา

“นางอุ่นเตียงขอรับ”

“ห๊า”

ผมไม่อยากจะเชื่อ นี้ตำแหน่งนางสนมเลยนะ นางสนมจะเป็นแค่อุ่นเตียงได้อย่างไรกัน ...เหอะให้ตายสิผมเห็นไท้เจี้ยนกงกงมองมาทางผมที่ส่งเสียงดัง

ได้ทีหงเหลียงฮวาลุกขึ้นจากที่นั่งตรงไปทางกงกง

“ฝ่าบาทมีพระมเหสีกี่นาง”

“ทูลพ่ะย่ะค่ะพระสนม ฮ่องเต้มีพระมเหสีทั้งหมดสี่พระนาง”

“แค่พระมเหสีก็มีไปถึงสี่คน..เหอะ”

“พระสนมไม่สิทธิ์ที่จะเอ่ยถึงพระมเหสีพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าอยากรู้ตามจริงข้าต้องไปทำความเคารพพระมเหสีก่อนมิใช่หรือ”

ผมจำได้ตอนแสดงหนังแต่พอมาเจอจริงๆก็พบว่ามันแปลกๆเพี้ยนๆไปบ้าง ในหนังเติมแต่งไปเยอะมาก

“พระสนมได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากฝ่าบาท มิได้ถูกพระราชทานพ่ะย่ะค่ะ”

อ๋อ ถึงว่าหละ...

“แล้ว...ฝ่าบาทมีโอรสกี่คนแล้ว”

“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ พระมเหสี พระสนม นางใน ทุกนางฝ่าบาทมิเคยเลือกป้ายชื่อผู้ใดให้อยู่ปรนนิบัติข้างกาย”

“เจ้าเอ่ยเอาใจข้าเพราะรู้ว่าข้ากำลังถูกฝ่าบาทโปรดปรานใช่หรือไม่ บอกความจริงข้ามาเถิด”

“กระหม่อมมิสมควรเอ่ยไปมากกว่านี้” ไท้เจี้ยนกงกงก้มหน้าลงหงเหลียงฮวาไม่ยอมหยุด

“ท่านบอกข้ามา”

“อยากรู้อะไรให้ถามข้า” สุระเสียงก้องกังวาน ไท้เจี้ยนกงกงและขันทีน้อยต่างไปโค้งกายก้มหัวต่อหน้าพระองค์

“ทูลฝ่าบาทกระหม่อมจัดเตรียมให้พร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ออกไปได้”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

เมื่อนั้นก็เหลือเพียงแค่หงเหลียงฮวาและฮ่องเต้

ผมมองเขาอยู่สักพักก็เชิดหน้าเดินหนีไปนั่งบนเตียงไม้ ยอมรับว่าฮ่องเต้นี้ยิ่งใหญ่มากนัก เดินทางแค่นี้ต้องเอาเตียงเอาโต๊ะมาด้วย ทั้งยังมีโต๊ะหมากรุก เหอะๆๆ

“เจ้าอยากรู้อะไร” ฮ่องเต้ประทับลงข้างหงเหลียงฮวา

“ข้าไม่อยากคุยกับท่าน”

“นางสนมที่ข้าประทานผ้าขาวสามฉือให้ตายอนาจที่ตำหนักเฉิงหวน...เพราะพวกนางเล่นชู้กับทหารในวังหลวง”

“ท่านไม่ได้ไปหานางแล้วท่านจักรู้ได้อย่างไรว่านางทำ”

“นางตั้งครรภ์”

หงเหลียงฮวามองพระพักตร์ของฝ่าบาท

“ต..แต่ข้าได้ยินมาว่าแม้แต่สนมที่เป็นบุรุษก็...”

“พวกเขาล้วนตั้งครรภ์”

“ได้อย่างไร บุรุษนี้จักตั้งครรภ์ได้อย่างไรประหลาดแท้”

ฝ่าบาทตรัสอย่างสุขุมเพราะทราบดีว่าหลุนเฟิงมิใช่คนที่นี่

“ข้าไม่รู้ว่าจะเอ่ยอย่างไรให้เจ้าเข้าใจ เพราะเจ้ามิได้เกิดที่นี่ และข้าก็ไม่ได้เกิดที่บ้านเมืองเจ้า ข้ากับเจ้าต่างมิได้เหมือนกัน”

ผมคิดไปเองแน่ๆที่รู้สึกว่าที่พระองค์ตรัสเมื่อครู่มันดูเสียใจนิดๆ

“รู้ก็ดี...แต่ข้าคิดว่าการที่ข้าย้อนอดีตมาได้ต้องมีเหตุผล ข้าต้องเป็นต้นเหตุให้เกิดภัยพิบัติ”

“หงเหลียงฮวา!”

ผมสะดุ้งเฮือก อยู่ๆฮ่องเต้บ้านั้นก็ตะโกนใส่ พระองค์ดูกริ้วพระทัยเป็นอย่างมากลุกขึ้นออกไปจากกระโจมทิ้งผมนั่งมองม่านกระโจมปิดลงอย่าง งงงวย

“ท่านจักไปไหน ไท่เฟิ่ง ไท่เฟิ่งง!!”

อะไรกัน...นี้ผมเป็นห่วงประเทศชาตินะเนี่ยกลัวว่าในอนาคตจะสูญพันธ์ตายกันหมด...เอะเดียวนะ...

หรือที่ผมเห็นในฝันมันคือสึนามิกันนะ ตั้งแต่มาที่นี้ผมยังไม่เคยเห็นแผนที่ทะเลกับแผนที่เมืองเลย คิดแบบนั้นก็เริ่มแผนการค้นกระโจมผมลงมือหาอย่างรวดเร็วและแม่นยำตรงไปที่หีบน่าสงสัย อะไรกัน...ล็อคกุณแจไว้ เดี๋ยวนะเดี๋ยว...

ผมจำได้ลางๆว่าตอนที่ฮ่องเต้บ้ากามมันถอดอาภรณ์...พระองค์ใส่สร้อยที่มีกุณแจ

ใช่ ต้องใช่แน่!! ผมต้องไปเอามาให้ได้ จะได้รู้สักทีว่าที่ ที่ผมอยู่มันคือส่วนไหนของโลกกันและกว้างขนาดไหน!!

 

.....................................

“เจ้าเข้ากระโจมไปพักก่อน” ฝ่าบาทปล่อยข้อมือของหงเหลียงฮวา แต่หงเหลียงฮวากลับจับพระหัตถ์ของพระองค์ไว้ไม่ยอมให้ไป

“ข้าอยากฟังด้วยไม่ได้หรือ”

“เจ้าไม่มีสิทธิ์”

“เหตุใดถึงไม่มี”

ฮ่องเต้หันมองหงเหลียงฮวาพระองค์ดึงมือนั้นออกจากพระหัตถ์ของพระองค์เอง

“ว่าตามตำแหน่งของเจ้าต่ำกว่าแม่ทัพกู้แคว้นแผ่นดินฉง แค่มองหน้าเจ้ายังไม่มีสิทธิ์”

ถึงว่าแม่ทัพไม่ทำความเคารพข้าสักนิด

หงเหลียงฮวาเบะปากไม่น่ามองเดินหนีเข้าไปในกระโจม

“ฝ่าบาท...อีกไม่ถึงสิบจันทรา(เดือน)ก็จักถึงวันครบรอบตามตำราที่ระบุไว้ ว่าต้องส่งมอบผู้มีปานสีชาดคืนให้แก่เทพทะเลตงไห่...พระองค์จักทำอย่างไรกับพระสนม”

“...” ฮ่องเต้ปรายพระเนตรมองแม่ทัพ “เจ้าไม่มีสิทธิ์ถามถึงบุรุษของข้าและไม่มีสิทธิ์ถามสิ่งใดที่ข้าคิด”

“กระหม่อมสมควรตายพ่ะย่ะค่ะ”แม่ทัพยกมือผสาน ไท่เฟิ่งจึงใช้พระหัตถ์ตบบ่าแม่ทัพ

“ช่างมันเถิด...แต่อย่างไรข้าก็จะเดินทางผ่านช่องแคบฉงเฉียน”

“แต่...ฝ่าบาท...”

“ข้า...ไม่ต้องการให้พระสนมเฉียดเข้าใกล้เส้นทางที่ต้องเทียบเคียงไปตามทะเลตงไห่ แม้แต่นิดข้าก็ไม่ยอม”

 

ตามจริงตำแหน่งสนมเอกก็ถือว่าสูงอยู่นะคะ นางอุ่นเตียง คือนางใน แต่ในนิยายของไรต์เตอร์ต้องการทำให้หงเหลียงฮวารู้สึกต้อยต่ำมากๆ จากอดีตนายแบบอันดับต้นๆของทั้งประเทศเงินในบัญชีเกินสิบหลัก กลับกลายมาเป็นแค่ สนมที่ต่ำต้อยและยังเป็นได้แค่นางอุ่นเตียง มันจะทำให้เราได้เห็นบทบาทของหงเหลียงฮวาที่ต้องการจะไต่ตำแหน่งขึ้นสูงๆด้วยวิธีสกปรก

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น