อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วังวนอคิราห์ ตอนที่ 1 1/2

ชื่อตอน : วังวนอคิราห์ ตอนที่ 1 1/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 178

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2562 19:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วังวนอคิราห์ ตอนที่ 1 1/2
แบบอักษร

“อาจารย์หมอ” อคิราห์ไม่มีแรงแม้แต่จะเรียกชื่อคนที่เพิ่งออกมาจากห้องผ่าตัดแม้นายแพทย์กันติทัตจะไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดแต่ความเหนื่อยล้าก็ยังฉายชัดอยู่ในดวงตาเล็กเรียวของเจ้าตัวอยู่ดี

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว... เธอต้องกลับไปพักผ่อนดูสิร้องไห้จนตาบวมตาปูดไปหมด” หลังจากแจ้งอาการเบื้องต้นของคนไข้ให้ญาติๆ ทราบแล้วอาจารย์หมอคนดังของโรงพยาบาลก็จูงมือคุณหมอเด็กหน้าใสปลีกตัวออกมาหาที่หลบมุมเพื่อคุยกันตามลำพัง

ก้านนิ้วยาวบรรจงเช็ดหยาดน้ำที่เกาะอยู่บนแพขนตาให้คุณหมอรุ่นน้องที่เขาดูออกเลยว่าอคิราห์ผ่านการร้องไห้มาอย่างนักหน่วงสาเหตุก็คงไม่พ้นเพราะคนที่นอนอยู่ในห้องผ่าตัดนั่นแหละ

แผ่นภพ กรคุณานนท์พี่ชายแท้ๆ ของนายแพทย์อคิราห์ กรคุณานนท์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ถูกส่งตัวมารักษาโดยมีนายแพทย์กันติทัต หง นายแพทย์ศัลยกรรมระบบประสาทเป็นผู้ดูแลและทำการตรวจรักษาอาการทางสมอง ระบบประสาทและไขสันหลังให้โดยตอนนี้มีแพทย์ท่านอื่นกำลังให้การรักษาช่วงขาของชายหนุ่มซึ่งทั้งถูกอัดเข้ากับตัวรถและถูกเหล็กเสียบจนมีบาดแผลฉกรรจ์

“กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะนะพรุ่งนี้ค่อยมาหาคุณดินใหม่เบื้องต้นศีรษะและสมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง ในสมองไม่มีเลือดออก ไม่มีเลือดคั่งแล้วก็ไม่บวมแต่ที่น่าเป็นห่วงคงจะเป็นเรื่องขา... เดี๋ยวเคสนี้พี่จะเป็นเจ้าของไข้ให้เองไฟจะได้สบายใจ” ในยามที่คุยกันเป็นการส่วนตัวระหว่างกันติทัตกับอคิราห์นั้นสรรพนามในเรียกชื่อของทั้งคู่จะเป็นกันเองด้วยความที่คุ้นเคยกันมาหลายปี

“พี่หมอ... ไฟรู้ว่าพี่ดินจะไม่เป็นอะไรแต่ไฟแค่กลัว” ยามนี้คุณหมอเด็กเหมือนจะทำตัวเป็นคนไข้เสียเองเพราะนอกจากจะร้องไห้ออกมาแล้วอคิราห์ยังเบะปากเสียจนใบหน้าหล่อเหลาแกมสวยเฉี่ยวของเจ้าตัวยับย่นยู่ยี่แต่คนมองก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันไม่ได้ให้ความน่ามองของคุณหมอเด็กลดทอนลงไป

“เราน่ะคิดมากที่นี่มีหมอเก่งๆ อยู่เต็มโรงพยาบาลทุกคนถูกเรียกตัวมาเพื่อรักษาพี่ชายของไฟแล้วนะคุณดินจะต้องปลอดภัยพี่จะไม่โกหกว่าอาการของคุณดินน่าเป็นห่วงมากแต่มันยังไม่ถึงขั้นวิกฤติและเขาจะต้องหายเป็นปกติแค่ต้องใช้เวลา ทำใจให้สบายเข้มแข็งไว้อย่างน้อยก็เพื่อคุณแม่อย่าร้องไห้ให้ท่านเห็นเลยท่านจะใจเสียเปล่าๆ” กันติทัตพูดปลอบซึ่งความอบอุ่นที่ฝ่ามือหนาถ่ายทอดไปสู่บ่าของคนตรงหน้าทำให้อคิราห์รีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของตัวเองทันที

“เดี๋ยวไฟกลับเข้าจะไปคุยกับแม่จ๋าก่อนแล้วจะกลับไปพักที่บ้านไม่รู้ว่าจะมีใครกลับไปกับไฟหรือเปล่า” คุณหมออคิราห์มีบ้านพักอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเท่าไหร่เนื่องจากที่ไร่กรคุณานนท์อยู่ไกลจากตัวเมืองค่อนข้างมากทำให้ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปกลับพ่อสิงห์จึงจัดการหาที่ทางและสร้างบ้านหลังเล็กๆ ให้ลูกชายคนสุดท้องใช้พักอาศัย

“โอเคครับ พี่ก็จะไปตรวจคนไข้ต่อเหมือนกันถ้าไฟมีอะไรก็โทรหาพี่นะ” คุณหมอสองคนมองหน้ากันแล้วระบายยิ้มอ่อนๆ ส่งผ่านกำลังใจซึ่งสำหรับคนภายนอกที่มองมาอาจจะคิดว่าทั้งสองคนพูดคุยกันตามประสาเพื่อนร่วมอาชีพแต่จะมีแค่กันติทัตและอคิราห์เท่านั้นแหละที่รู้ว่าความรู้สึกระหว่างทั้งคู่มันคืออะไร

“แม่จ๋า” หลังจากเดินกลับมาที่หน้าห้องผ่าตัดแล้วอคิราห์เรียกมารดาที่ยังคงนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้าห้องฉุกเฉินข้างๆ กันก็มีพี่สะใภ้นั่งหน้าซีดหน้าเซียวอยู่ซึ่งนอกจากพี่ชายที่น่าเป็นห่วงแล้วก็ยังมีพี่สะใภ้นี่แหละที่ต้องคอยจับตาดูคนกำลังท้องกำลังไส้ก็ต้องมาเจออะไรกระทบกระเทือนจิตใจแบบนี้อีก

“น้องไฟแม่ใจจะขาดแล้วลูกทำไมพี่ดินเข้าไปนานจังแม่เห็นมีคุณหมอเข้าไปในนั้นอีกตั้งหลายคน?” คุณพิมพ์อุมาพูดอย่างอ่อนใจ คนเป็นแม่ที่รู้ว่าลูกเจ็บป่วยก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นมันนั่งไม่ติดที่ใจมันพะวักพะวนลุกลี้ลุกลนจนเหมือนใกล้จะเป็นบ้าเข้าไปทุกทีแล้ว

“ที่ต้องใช้หมอหลายคนเพราะพี่ดินบาดเจ็บหลายส่วนน่ะครับเลยต้องให้คุณหมอเฉพาะทางหลายท่านเข้ามาตรวจแต่เมื่อกี้พี่หมอบอกไฟแล้วว่าอาการทางสมองของพี่ดินไม่น่าเป็นห่วงในสมองไม่มีเลือดออก เลือดไม่คั่งแล้วก็ไม่บวม” แม้มั่นใจว่านายแพทย์กันติทัตจะต้องแจ้งอาการเบื้องต้นให้ผู้เป็นแม่ทราบแล้วแต่อคิราห์ก็เลือกที่จะพูดย้ำอีกครั้งให้ท่านสบายใจ

“แม่รู้ลูกแต่แม่เป็นห่วง”

“ไฟว่าไปพักกันที่บ้านก่อนไหมครับอยู่ตรงนี้เราก็ยังทำอะไรไม่ได้เผลอๆ จะเครียดอีก” ที่น่าเป็นห่วงคือลูกอินที่กำลังตั้งท้องอยู่อคิราห์ไม่อยากให้ว่าที่คุณแม่ตั้งครรภ์เครียดจนเกินไปเพราะมันอาจจะกระทบไปถึงเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง

“พ่อสิงห์ไปติดต่อห้องพักแล้วค่ะห้องพิเศษที่มีห้องพักของญาติแม่จะไปรอที่นั่นเลยมีอะไรหมอจะได้ไปบอกเร็วๆ น้องไฟกลับบ้านไปพักเถอะลูกเห็นพี่หมอบอกว่าหนูรับเคสด่วนตั้งแต่เมื่อคืนแล้วยังไม่ได้นอนเลยใช่ไหม? กลับบ้านไปอาบน้ำ กินข้าวแล้วพักผ่อนถ้าทางนี้มีอะไรแม่จะรีบโทรไปบอกนะคะอีกอย่างเดี๋ยวพี่น้ำกับพี่ลมก็มาแล้วสองคนนั้นไปช่วยกันหาของกินอยู่” คุณพิมพ์อุมาบอกลูกชายคนเล็กเสียงอ่อน

“ถ้าอย่างนั้นไฟกลับบ้านไปพักก่อนนะครับแม่จ๋ายังไงถ้ามีอะไรคืบหน้าต้องโทรบอกไฟนะด่วนเลยนะครับ” เมื่อคุณพิมพ์อุมารับคำแล้วอคิราห์จึงลามารดาและพี่สะใภ้ก่อนจะเดินออกไปหน้าโรงพยาบาลเพื่อแวะซื้ออาหารใส่ท้องซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันเป็นมื้อไหนของวันแต่ที่เขาจำได้มื้อสุดท้ายที่ได้กินคือน้ำเต้าหู้กับซาลาเปาที่พี่ๆ พยาบาลใจดีแบ่งปันให้เมื่อเช้า

บรรดาแม่ค้าแม่ขายที่ตลาดโต้รุ่งหน้าโรงพยาบาลต่างทักทายคุณหมอด้วยความเป็นกันเองซึ่งอคิราห์ก็ทักทายและยิ้มให้เป็นมารยาทถึงแม้จะเหนื่อยล้าและค่อนข้างเครียดแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปแสดงกิริยาไม่ดีใส่ผู้อื่น

“วันนี้หมอไฟจะรับอะไรดีคะ” แม่ค้าร้านอาหารตามสั่งทักทายกันด้วยความคุ้นเคย

“ผมขอเส้นใหญ่ราดหน้าทะเลกินที่ร้านครับแล้วก็ข้าวผัดกุ้งใส่กล่องกลับบ้านด้วยเดี๋ยวผมมานะครับป้าขอไปซื้อขนมฝากพี่ๆ พยาบาลก่อน” คุณหมอพูดจบก็หมุนกายเดินตรงไปร้านที่ขายขนมไทยที่อยู่ไม่ไกลกันเพื่อซื้อขนมบัวลอยไข่หวาน ลอดช่องน้ำกะทิแตงไทย รวมมิตรแล้วฝากให้ลูกชายของแม่ค้าเอาขึ้นไปส่งให้ที่หวอดเด็กเหมือนเคย

“ไม่ต้องให้เงินหรอกคุณหมอแค่นี้เองเด็กมันไปส่งให้ได้” แม่ค้าใจดีโบกไม้โบกมือเมื่อเขาจะจ่ายค่าส่งขนมเพิ่มให้

“รับไปเถอะครับผมเกรงใจอีกอย่างขนมหนักด้วยต้องถือสองมือเลยเก็บเงินให้น้องเป็นค่าขนมเถอะครับ” เมื่อคุณหมออคิราห์ยืนยันจะให้เงินค่าส่งขนมแม่ค้ากับลูกชายจึงจำต้องยอมรับเงินไว้

“อันนี้พี่แถมให้หมอเอากลับไปกินที่บ้านนะคะค่ะถ้ายังไม่กินแช่ตู้เย็นไว้ได้เลยเก็บได้สามสี่วัน” ขนมทับทิมกรอบสีสวยสองถุงใส่อยู่ในถุงหูหิ้วเรียบร้อยซึ่งคนรับก็รับมาด้วยความยินดีโดยที่ไม่ลืมยกมือไหว้ของคุณอย่างนอบน้อม

ตลาดโต้รุ่งแห่งนี้ไม่มีร้านไหนหรอกที่จะไม่รู้จักคุณหมอไฟหมอเด็กที่ใจดีที่สุดในเชียงใหม่ซึ่งชื่อเสียงของอคิราห์นั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าตัวเป็นบุตรชายคนเล็กของพ่อเลี้ยงสิงหาและแม่เลี้ยงพิมพ์อุมาที่นับได้ว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลของจังหวัดและอีกส่วนหนึ่งคือความใจดีของคุณหมอที่คนไข้เด็กและผู้ปกครองชอบมานั่งคุยกันในตลาดโต้รุ่งหลังจากออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว

หลังจากเสร็จจากการซื้อขนมไปฝากสาวๆ พยาบาลเรียบร้อยแล้วอคิราห์กลับไปนั่งกินข้าวเงียบๆ ที่ร้านอาหารตามสั่งโดยระหว่างที่กินก็มีผู้ปกครองเด็กและบรรดาแม่ค้าเข้ามาทักทายบ้างประปรายซึ่งทุกคนเหมือนจะดูออกว่าคุณหมอคงต้องการพักผ่อนจากแววตาที่อิดโรยและเบ้าตาดำคล้ำแข่งกับหมีแพนด้าจึงไม่มีใครเข้ามาพูดคุยด้วยเหมือนทุกวันแค่แวะมาทักทายส่งรอยยิ้มให้กันแล้วจากไป

เมื่อกินข้าวเสร็จก็ถึงเวลาที่จะต้องบอกลาแม่ค้ารุ่นน้า รุ่นแม่ทั้งหลายแล้วกลับบ้านโดยอคิราห์ถือทั้งถุงข้าวและถุงขนมเดินกลับเข้าโรงพยาบาลเพื่อจะขับรถกลับบ้านไปพักผ่อนจริงๆ เสียทีหลังจากที่เมื่อวานถูกตามตัวมากะทันหันเพราะมีผู้ป่วยเด็กวิกฤตมาแอดมิดด่วน

จากโรงพยาบาลมาถึงบ้านอคิราห์ใช้เวลาขับรถไม่ถึงสิบห้านาทีโดยบ้านหลังเล็กนี้เป็นบ้านชั้นเดียวขนาดสองห้องนอนสองห้องน้ำโดดเด่นตรงที่มีพื้นที่รอบๆ บ้านทั้งสี่ด้าน ส่วนหน้าบ้านเป็นพื้นหญ้าโล่งๆ มีไม้กระถางประดับอยู่ให้พอสดชื่นไม่รกหูรกตาแต่ข้างบ้านและหลังบ้านเรียงรายไปด้วยไม้ผลอย่างต้นมะม่วง มะละกอแถมแปลงผักสวนครัวเล็กๆ ที่ติดตั้งระบบสปริงเกอร์รดน้ำอัตโนมัติเพื่อความสะดวกสบาย

ผมที่มัดรวบไว้เป็นหางม้าสูงเมื่อยามที่ปล่อยสยายลงมาก็มีความยาวถึงบั้นเอวบ่งบอกว่าเจ้าของนั้นเลี้ยงผมมานานหลายปีถึงจะได้ความยาวถึงขนาดนี้ซึ่งอคิราห์เคยชินกับผมยาวของตัวเองเลยไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องลำบากแต่อย่างใดเลย

จุดเริ่มต้นของการไว้ผมยาวของคุณหมอเด็กนั้นมันถือว่าเป็นเรื่องเล่าเก่าแก่ของครอบครัวเริ่มตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นทารกครบกำหนดที่ต้องโกนผมไฟซึ่งหลังจากโกนผมไปแล้วก็จับไข้ร้องโยเยไม่เลิกจนต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาลแต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาสาเหตุของอาการป่วยไม่ได้ร้อนถึงคุณย่าที่สงสารหลานชายจับใจจนต้องเอาเวลาตกฟากของเด็กชายอคิราห์ไปปรึกษาพระผู้ใหญ่ที่ท่านนับถือกันเลยทีเดียว

ความคิดเห็น