เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๖ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๖ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2563 15:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๖ [100%]
แบบอักษร

 

 

 

 

ติ๊กต็อก ติ๊กต็อก 

เสียงเข็มนาฬิกาเดินวนอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ ยัยเด็กบ้าก็เอาแต่นั่งคุยกับแมวอยู่ที่พื้นห้อง ส่วนผมนั่งอยู่บนโซฟา กำลังคิดทบทวนว่าจะจัดการกับยัยนี่ยังไงและที่สำคัญ ผมไม่มีวันยอมให้แผนของแม่สำเร็จเด็ดขาดครับ 

“เย…” 

“หนูบอกกี่ทีแล้วว่าชื่อเยล… เยลลี่ค่ะ” 

“จะเยหรือเยลก็เหมือนกันนั่นแหละ กูแค่ประหยัดคำ” 

“ชิ!” 

“ลุกมานี่ดิ” 

“พี่ยักษ์จะกินหนูไหมคะ” คำถามนี้ทำให้ผมฉุกคิดอะไรขึ้นมาอีกแล้วครับ คำว่ากินมันมีความหมายเยอะอยู่นะครับและมันก็จัดการอะไรได้หลายอย่างด้วย 

“ถ้ากูอยากจะกินมึงขึ้นมาจริง ๆ มึงจะยอมหรือเปล่า” 

“เอ๊ะ!” 

“ลุกมาดิ” 

“แต่ว่า…” 

“กูยังไม่กินมึงตอนนี้หรอก” เยลลี่ไม่ตอบอะไรนอกจากอุ้มลูกแมวแล้วลุกมานั่งตรงหน้าผม “ทำไมถึงอยากได้เงิน” 

“พ่อไม่สบายค่ะ พี่สาวต้องเรียนหนังสือ” 

“แล้วมึงไม่เรียนเหรอ” 

“ไม่ค่ะ แม่บอกว่าหนูหัวไม่ดีไม่ต้องเรียนหรอก ให้พี่สาวเรียนแทน” 

“…” ผมเงียบไป สมองกำลังใช้ความคิด ครอบครัวยัยนี่รักลูกไม่เท่ากันสินะ แต่ดูเหมือนจะเป็นฝั่งแม่มากกว่าพ่อ “แล้วมึงก็ยอมงั้นเหรอ” 

“ค่ะ” 

“โง่หรือเปล่า” 

“หนูแค่กตัญญูเองนะคะ” บึนปากใส่ผมด้วยครับ ยัยนี่เด็กจริง ๆ แถมยังไม่กลัวผมอีกต่างหาก แม่ก็ขยันหาคนมาหว่านล้อมผมซะจริง ๆ ผมมองไม่เห็นทางออกที่จะยอมกลับไปอยู่บ้านง่าย ๆ เลยครับ 

“มึงคิดว่าตัวเองเก่งแค่ไหนกัน” 

“เอ่อ…” 

“มึงคิดว่ากูจะยอมกลับไปอยู่ที่บ้านง่าย ๆ งั้นเหรอ?” 

“พะ พี่ยักษ์รู้เหรอคะ” มองหน้าผมทำตาปริบ ๆ เชียวครับ 

“เออ!” 

“ฮืออ ยะ อย่าไล่หนูนะคะ รับปากหนูแล้วว่าให้อยู่หนึ่งเดือน หนูขอพยายามก่อนได้ไหมคะ หนูขอร้อง” ยกมือไหว้ผมด้วยครับ ผมหมดคำที่จะพูดเลยจริง ๆ นอกจากนั่งเงียบ ๆ แล้วจ้องหน้าเยลลี่แทน “พี่ยักษ์…” 

“เออ!” 

“ขอบคุณค่ะ” ยิ้มออกเชียวครับ 

หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างอยู่เหมือนเดิมจนถึงช่วงเย็น ผมไม่รู้ว่าตัวเองปล่อยให้เวลามันผ่านไปได้ยังไง ผ่านไปจนได้ยินเสียงท้องของคนร่วมห้องร้องดังมากเลยครับ 

“แดกช้างไปได้ทั้งตัวแล้วมั้ง” 

“หนูหิว” 

“เออ!” 

“หนูทำกับข้าวเป็นนะคะ” 

“เสกอะดิ ห้องกูไม่มีของให้มึงทำกับข้าวหรอกนะ” 

“แล้วจะทำยังไงล่ะคะ หนูหิว หนูต้องกิน ถ้าไม่ได้กินจะปวดท้องแล้วก็…” 

“หุบปาก! เดี๋ยวกูพาไปกินข้างนอกแทน” 

“อ๋อออ” เกลียดรอยยิ้มเด็กคนนี้โคตร ๆ เลยครับ ขนาดถูกผมด่ายังไม่สนใจเลย อะไรจะทนขนาดนั้น 

 

ผมพาเยลลี่ออกไปหาอะไรกินที่ห้างเพราะจะพาไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ด้วย คิดจะมาอยู่กับคนอื่นแต่ดันไม่เอาอะไรติดตัวมาสักอย่าง แม้แต่สมองก็เหมือนจะลืมด้วยซ้ำ 

“พามาที่ไหนคะ” 

“ห้างสรรพสินค้า” 

“เหมือนโลตัสแถวบ้านหนูไหมคะ” 

“เออ!” 

“กว้างจังเลยค่ะ แถวบ้านหนู… อะ! พี่ยักษ์รอหนูด้วยสิคะ” ผมไม่อยากฟังยัยนี่เพ้อเจ้อหรอกครับ ทำเหมือนไม่เคยพูดมาก่อนเลยครับ 

“อยากกินอะไร” 

“ไก่ค่ะ” 

“ฮะ!” 

“ไก่แบบนั้นค่ะ” ชี้ปลายนิ้วไปด้านหลังจนผมต้องหันไปมองตาม ไก่ที่ว่าคือเคเอฟซีครับ ให้ตายเถอะ! เกิดมาเพิ่งเคยได้เข้าไปกินนี่แหละครับ “หนูเคยอยากกินตั้งหลายครั้งแต่ก็ไม่มีโอกาส” 

“น่าสงสารเนอะ” ไม่รู้ต้องทำหน้ายังไงดีครับ เหมือนพาลูกมาเที่ยวห้างอะ ยัยนี่ตัวเล็กอยู่ด้วยแถมยังเตี้ยกว่าผมเยอะพอสมควร 

ถ้าให้ไปซื้อเองคงไม่ได้กิน ผมเลยบอกให้ไปหาที่นั่งรอ ทำไมคนอย่างไอ้ใหญ่ต้องมายืนต่อแถวเพื่อซื้อไก่เคเอฟซีให้ไอ้เด็กบ้ามันกินด้วยเนี่ย แถมพนักงานยังมองพร้อมกับยิ้มเขิน ๆ อีก ขนาดผมทำหน้าไม่พอใจใส่ไปแล้วนะ 

“ทำไมหน้าบึ้งล่ะคะ” เดินถือถาดไก่มาหายัยเด็กหิวไก่พร้อมกับสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ 

“รีบ ๆ กิน” 

“ค่ะ” ผมบริการแทบจะทุกอย่างเลยครับ แม้แต่ไปหยิบซอสมาให้ก็ตาม นั่งกินแบบมีความสุขเชียวครับ “ไม่กินเหรอคะ” 

“ไม่หิว” 

“ตั้งเยอะ เดี๋ยวหนูป้อน” 

“กู…” ยังพูดไม่ทันจบเลยครับ ไก่ถูกจ่อเข้าปากผมซะแล้ว 

“คิก ๆ เคี้ยวด้วยนะคะ” ยังมีหน้ามียิ้มชอบใจอีกครับ แต่สุดท้ายผมก็กินนั่นแหละ สั่งมาเยอะจริงก็ต้องกินให้หมด นั่งกินกันเงียบ ๆ ไม่มีใครพูดอะไรสักคน 

“กินเสร็จจะพาไปซื้อเสื้อผ้า” 

“ค่ะ” ก้มหน้าก้มตาไม่สนใจเชียวครับ “เอ๊ะ!” แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองก็ทำหน้าแปลกใจใส่ผมทันที 

“อะไร” 

“ปากเลอะค่ะ” ปากตอบฝ่ามือยื่นมาตรงหน้าผมก่อนที่ปลายนิ้วโป้งจะค่อย ๆ เกลี่ยซอสที่ข้างปากให้ “หมดแล้วค่ะ” 

“…” เงียบกริบเลยครับ 

“พี่ยักษ์” 

“กูอิ่มแล้ว มึงก็รีบ ๆ กินซะ” วางทุกอย่างเลยครับก่อนจะเบือนหน้าไปมองทางอื่นแทน ปล่อยให้ยัยเด็กบ้านั่งกินไปคนเดียว กว่าจะกินอิ่ม กว่าจะกินหมด ใช้เวลานานโคตร ๆ พอกินอิ่มผมก็พาขึ้นไปชั้นบนเพื่อหาซื้อเสื้อผ้า 

ผมไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ แค่ไม่อยากลำบากหาของใช้ให้ยัยเด็กคนนี้ก็เท่านั้นเอง ผมคิดแบบนี้จริง ๆ ครับ 

“เสื้อชุดชั้นในก่อนละกัน” 

“ในนี้มีเหรอคะ” 

“ก่อนถามช่วยแหกตาดูด้วย” หุ่นใส่โชว์หราอยู่ยังมีหน้ามาถามผมอีกครับ 

“ไม่เคยพูดดีกับหนูเลย” ว่าผมแถมยังบึนปากใส่อีกครับ น่ารักตายแหละ! 

“เรื่องของกู!” 

“พี่ยักษ์!” 

“อีเย!” 

“ฮึ่ย! อย่าเรียกชื่อนี้ในที่สาธารณะสิคะ หนูให้เรียกตอนพวกเราอยู่กันสองคนพอ” 

“…” ถึงกับส่ายหัวเลยครับ ไม่อยากพูดต่อแล้ว รีบเดินนำเข้าไปข้างในทันที “รีบ ๆ เลือก” 

“ค่ะ” 

ผมไม่ได้เข้าไปช่วยเลือกหรอกครับนอกจากยืนรออยู่เท่านั้น ให้พนักงานแนะนำแทน จะคอยหันไปมองเป็นระยะเท่านั้น แต่สีหน้าเหมือนคนเป็นทุกข์เลยครับ ยิ้มพลางโบกมือเหมือนปฏิเสธแล้วเดินออกมาหาผมแทน 

“อะไรอีก” 

“หนูเกรงใจน่ะค่ะ” 

“มึงเพิ่งมาเกรงใจทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งกินเคเอฟซีที่กูซื้อให้ไปเนี่ยน่ะนะ” 

“ก็…” 

“รีบกลับไปเลือกเลย” 

“แต่ว่า…” 

“เยลลี่!” 

“ก็ได้ค่ะ” ผมยืนมองอยู่ตลอด เธอเดินกลับไปเลือกชุดชั้นในส่งให้พนักงาน ผมเดินตามไปที่เคาน์เตอร์พร้อมกับยื่นกระเป๋าสตางค์ให้แทน “ให้หนูทำไมคะ” 

“จ่ายตังค์” 

“อ๋อ…” ผมยืนรออยู่ใกล้ ๆ เท่านั้นคอยมองอยู่แทน 

“ทั้งหมดห้าพันหกแปดสิบบาทค่ะ” 

“คะ?” 

“ห้าพันหกร้อยแปดสิบบาทค่ะ” 

“หะ ห้าพันเลยเหรอคะ” 

“ค่ะ” ถึงกับหน้าสลดไปเลยครับ สำหรับผมราคานี้คงไม่ได้แพงอะไรหรอกเพราะร้านที่ผมพาเข้าอยู่ในระดับที่หรูพอสมควร ซื้อแล้วก็ต้องซื้อให้ดีครับ “ไม่เอาได้ไหมคะ คือ…” 

หมับ! 

ยืนฟังอยู่นานจนรำคาญครับ สุดท้ายก็ต้องเดินกลับไปกระชากกระเป๋าสตางค์ของตัวเองพลางหยิบเงินส่งให้พนักงานแทน รับเงินทอนพร้อมถุงกระดาษลากยัยเด็กบ้าที่มัวแต่อึ้งออกจากร้านทันที 

“คะ คุณใหญ่คะ เมื่อกี้หนูหูฝาดหรือเปล่าคะ” 

“ต่อไปก็เสื้อผ้า” 

“คุณใหญ่!” 

“อะไร” 

“มันแพง ไม่เอาแล้ว” 

“มึงจะใส่ชุดชั้นในเดินเหรอ” 

“ก็…” 

“หุบปาก! ตังค์กู กูจะซื้ออะไรให้ก็ได้ มึงมีหน้าที่แค่เลือกเท่านั้น” 

“…” ถึงกับก้มหน้าเลยครับ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ จนผมลากไปถึงร้านเสื้อผ้า คราวนี้ผมเข้าไปยืนขนาบข้างด้วยครับ ให้มันรู้ไปว่าจะเรื่องมากอีก จะตบให้หัวหลุดเลยคอยดู 

“หยิบมาห้าชุด” 

“สองชุดก็พอค่ะ” 

“กูบอกว่าห้า!” 

“ค่ะ” ยัยนี่แปลกคนครับ ปกติผู้หญิงชอบอะไรแบบนี้ แต่ยกเว้นคนข้าง ๆ ผมก็แล้วกัน เห็นของแพงแล้ววิ่งหนี “พี่ยักษ์คะ ดูราคาตรงไหน” 

“จะดูทำไม” 

“อยากดูค่ะ” 

“ไม่รู้” จริง ๆ รู้ครับ แต่ไม่อยากบอก เพราะมันแพงสำหรับยัยเด็กนี่พอสมควร พอผมไม่บอกก็หาเองครับ หาจนเจออะ พยายามโคตร ๆ “ทำอะไรของมึง” 

“นับดูว่าเท่าไหร่ค่ะ” จับป้ายราคาขึ้นมาพร้อมกับฝ่ามือข้างหนึ่งที่พับนิ้วโป้ง ชี้ กลาง นางไปด้วย “หน่วย สิบ ร้อย พัน” 

“มึงจะนับทำไม” 

“ตัวเป็นพันเลยเหรอคะ” 

“จะกี่พันก็หยิบ ๆ มาเถอะ กูเป็นคนจ่ายยังไม่เดือดร้อนเลย” 

“แต่หนูเดือดร้อนนี่คะ มันแพง พาหนูไปซื้อที่อื่นไม่ได้เหรอ ปกติหนูใส่ตัวละไม่ถึงร้อยด้วยซ้ำ” 

“กูถามหน่อยเถอะ ไม่ถึงร้อยของมึงเสื้อผ้าหรือเศษผ้า” 

“เสื้อผ้าสิคะ ชุดมือสองตามตลาดนัดสวย ๆ หรือไม่ก็ของพี่แยมที่ไม่ใส่แล้ว” ก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองสบตาผม 

“ถ้าอยากเป็นคนดูแลกู ต้องใส่เสื้อผ้าดี ๆ” 

“เกี่ยวกันเหรอคะ” 

“เออ!” 

“งั้นสองชุดพอนะคะ” 

“ห้า!” 

“สองค่ะ” 

“กูบอกว่าห้า!” 

“ฮือออ งั้นสามนะคะ แค่สามก็พอแล้ว เดี๋ยวค่อยกลับไปเอาที่บ้านคุณหญิงก็ได้ค่ะ นะคะ” 

“เออ!” ยืนเถียงกันอยู่นานเลยครับ เถียงกันจนคนมองเพราะเสียงดังพอสมควร แถมกว่าจะซื้อเสร็จใช้เวลานานพอสมควรเพราะยัยนี่ยืนนับนิ้วอยู่ นับว่าแต่ละตัวมันเท่าไหร่ ถ้าเจอตัวหลักร้อยคงยิ้มอะ แต่เสียใจร้านนี้ไม่มี มีแต่หลักพันขึ้น 

ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม แต่ผมทำไปแล้วครับ แค่คิดว่าเล่นอะไรสนุก ๆ เท่านั้น ไม่ได้นึกเสียดายเงินด้วยซ้ำเพราะคนที่ผมเลือกจะจ่ายให้รู้จักคุณค่าของเงิน… 

“เยลลี่” 

“คะ?” 

“เปล่า กลับเถอะ” 

“ค่ะ” ผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรครับ พอเห็นรอยยิ้มของยัยนี่รู้สึกเหมือนเงินที่เสียไปโคตรจะน้อยนิดเลยทีเดียว 

ความคิดเห็น