เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๖ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๖ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2562 13:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๖ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๖ 

ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก 

เสียงเข็มนาฬิกาเดินวนอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ ยัยเด็กบ้าก็เอาแต่นั่งคุยกับแมวอยู่ที่พื้นห้อง ส่วนผมนั่งอยู่บนโซฟา กำลังคิดทบทวนว่าจะจัดการกับยัยนี่ยังไงและที่สำคัญ ผมไม่มีวันยอมให้แผนของแม่สำเร็จเด็ดขาดครับ

“เย…”

“หนูบอกกี่ทีแล้วว่าชื่อเยล… เยลลี่ค่ะ”

“จะเยหรือเยลก็เหมือนกันนั่นแหละ กูแค่ประหยัดคำ”

“ชิ!”

“ลุกมานี่ดิ”

“พี่ยักษ์จะกินหนูไหมคะ” คำถามนี้ทำให้ผมฉุกคิดอะไรขึ้นมาอีกแล้วครับ คำว่ากินมันมีความหมายเยอะอยู่นะครับและมันก็จัดการอะไรได้หลายอย่างด้วย

“ถ้ากูอยากจะกินมึงขึ้นมาจริงๆ มึงจะยอมหรือเปล่า”

“เอ๊ะ!”

“ลุกมาดิ”

“แต่ว่า…”

“กูยังไม่กินมึงตอนนี้หรอก” เยลลี่ไม่ตอบอะไรนอกจากอุ้มลูกแมวแล้วลุกมานั่งตรงหน้าผม “ทำไมถึงอยากได้เงิน”

“พ่อไม่สบายค่ะ พี่สาวต้องเรียนหนังสือ”

“แล้วมึงไม่เรียนเหรอ”

“ไม่ค่ะ แม่บอกว่าหนูหัวไม่ดีไม่ต้องเรียนหรอก ให้พี่สาวเรียนแทน”

“…” ผมเงียบไป สมองกำลังใช้ความคิด ครอบครัวยัยนี่รักลูกไม่เท่ากันสินะ แต่ดูเหมือนจะเป็นฝั่งแม่มากกว่าพ่อ “แล้วมึงก็ยอมงั้นเหรอ”

“ค่ะ”

“โง่หรือเปล่า”

“หนูแค่กตัญญูเองนะคะ” แบนปากใส่ผมด้วยครับ ยัยนี่เด็กจริงๆ แถมยังไม่กลัวผมอีกต่างหาก แม่ก็ขยันหาคนมาหว่านล้อมผมซะจริงๆ ผมมองไม่เห็นทางออกที่จะยอมกลับไปอยู่บ้านง่ายๆ เลยครับ

“มึงคิดว่าตัวเองเก่งแค่ไหนกัน”

“เอ่อ…”

“มึงคิดว่ากูจะยอมกลับไปอยู่ที่บ้านง่ายๆ งั้นเหรอ?”

“พะ พี่ยักษ์รู้เหรอคะ” มองหน้าผมทำตาปริบๆ เชียวครับ

“เออ!”

“ฮืออ ยะ อย่าไล่หนูนะคะ รับปากหนูแล้วว่าให้อยู่หนึ่งเดือน หนูขอพยายามก่อนได้ไหมคะ หนูขอร้อง” ยกมือไหว้ผมด้วยครับ ผมหมดคำที่จะพูดเลยจริงๆ นอกจากนั่งเงียบๆ แล้วจ้องหน้าเยลลี่แทน “พี่ยักษ์…”

“เออ!”

“ขอบคุณค่ะ” ยิ้มออกเชียวครับ

หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างอยู่เหมือนเดิมจนถึงช่วงเย็น ผมไม่รู้ว่าตัวเองปล่อยให้เวลามันผ่านไปได้ยังไง ผ่านไปจนได้ยินเสียงท้องของคนร่วมห้องร้องดังมากเลยครับ

“แดกช้างไปได้ทั้งตัวแล้วมั้ง”

“หนูหิว”

“เออ!”

“หนูทำกับข้าวเป็นนะคะ”

“เสกอะดิ ห้องกูไม่มีของให้มึงทำกับข้าวหรอกนะ”

“แล้วจะทำยังไงล่ะคะ หนูหิว หนูต้องกิน ถ้าไม่ได้กินจะปวดท้องแล้วก็…”

“หุบปาก! เดี๋ยวกูพาไปกินข้างนอกแทน”

“อ๋อออ” เกลียดรอยยิ้มเด็กคนนี้โคตรๆ เลยครับ ขนาดถูกผมด่ายังไม่สนใจเลย อะไรจะทนขนาดนั้น

ผมพาเยลลี่ออกไปหาอะไรกินที่ห้างเพราะจะพาไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ด้วย คิดจะมาอยู่กับคนอื่นแต่ดันไม่เอาอะไรติดตัวมาสักอย่าง แม้แต่สมองก็เหมือนจะลืมด้วยซ้ำ

“พามาที่ไหนคะ”

“ห้างสรรพสินค้า”

“เหมือนโลตัสแถวบ้านหนูไหมคะ”

“เออ!”

“กว้างจังเลยค่ะ แถวบ้านหนู… อะ! พี่ยักษ์รอหนูด้วยสิคะ” ผมไม่อยากฟังยัยนี่เพ้อเจ้อหรอกครับ ทำเหมือนไม่เคยพูดมาก่อนเลยครับ

“อยากกินอะไร”

“ไก่ค่ะ”

“ห๊ะ!”

“ไก่แบบนั้นค่ะ” ชี้ปลายนิ้วไปด้านหลังจนผมต้องหันไปมองตาม ไก่ที่ว่าคือเคเอฟซีครับ ให้ตายเถอะ! เกิดมาเพิ่งเคยได้เข้าไปกินนี่แหละครับ “หนูเคยอยากกินตั้งหลายครั้งแต่ก็ไม่มีโอกาส”

“น่าสงสารเนอะ” ไม่รู้ต้องทำหน้ายังไงดีครับ เหมือนพาลูกมาเที่ยวห้างอะ ยัยนี่ตัวเล็กอยู่ด้วยแถมยังเตี้ยกว่าผมเยอะพอสมควร

ถ้าให้ไปซื้อเองคงไม่ได้กิน ผมเลยบอกให้ไปหาที่นั่งรอ ทำไมคนอย่างไอ้ใหญ่ต้องมายืนต่อแถวเพื่อซื้อไก่เคเอฟซีให้ไอ้เด็กบ้ามันกินด้วยเนี่ย แถมพนักงานยังมองพร้อมกับยิ้มเขินๆ อีก ขนาดผมทำหน้าไม่พอใจใส่ไปแล้วนะ

“ทำไมหน้าบึ้งล่ะคะ” เดินถือถาดไก่มาหายัยเด็กหิวไก่พร้อมกับสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่

“รีบๆ กิน”

“ค่ะ” ผมบริการแทบจะทุกอย่างเลยครับ แม้แต่ไปหยิบซอสมาให้ก็ตาม นั่งกินแบบมีความสุขเชียวครับ “ไม่กินเหรอคะ”

“ไม่หิว”

“ตั้งเยอะ เดี๋ยวหนูป้อน”

“กู…” ยังพูดไม่ทันจบเลยครับ ไก่ถูกจ่อเข้าปากผมซะแล้ว

“คิกๆ เคี้ยวด้วยนะคะ” ยังมีหน้ามียิ้มชอบใจอีกครับ แต่สุดท้ายผมก็กินนั่นแหละ สั่งมาเยอะจริงก็ต้องกินให้หมด นั่งกินกันเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรสักคน

“กินเสร็จจะพาไปซื้อเสื้อผ้า”

“ค่ะ” ก้มหน้าก้มตาไม่สนใจเชียวครับ “เอ๊ะ!” แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองก็ทำหน้าแปลกใจใส่ผมทันที

“อะไร”

“ปากเลอะค่ะ” ปากตอบฝ่ามือยื่นมาตรงหน้าผมก่อนที่ปลายนิ้วโป้งจะค่อยๆ เกลี่ยซอสที่ข้างปากให้ “หมดแล้วค่ะ”

“…” เงียบกริบเลยครับ

“พี่ยักษ์”

“กูอิ่มแล้ว มึงก็รีบๆ กินซะ” วางทุกอย่างเลยครับก่อนจะเบือนหน้าไปมองทางอื่นแทน ปล่อยให้ยัยเด็กบ้านั่งกินไปคนเดียว กว่าจะกินอิ่ม กว่าจะกินหมด ใช้เวลานานโคตรๆ พอกินอิ่มผมก็พาขึ้นไปชั้นบนเพื่อหาซื้อเสื้อผ้า

ผมไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ แค่ไม่อยากลำบากหาของใช้ให้ยัยเด็กคนนี้ก็เท่านั้นเอง ผมคิดแบบนี้จริงๆ ครับ

“เสื้อชุดชั้นในก่อนละกัน”

“ในนี้มีเหรอคะ”

“ก่อนถามช่วยแหกตาดูด้วย” หุ่นใส่โชว์หราอยู่ยังมีหน้ามาถามผมอีกครับ

“ไม่เคยพูดดีกับหนูเลย” ว่าให้ผมแถมยังแบนปากใส่อีกครับ น่ารักตายแหละ!

“เรื่องของกู!”

“พี่ยักษ์!”

“อีเย!”

“ฮึย! อย่าเรียกชื่อนี้ในที่สาธารณะสิคะ หนูให้เรียกตอนพวกเราอยู่กันสองคนพอ”

“…” ถึงกับส่ายหัวเลยครับ ไม่อยากพูดต่อแล้ว รีบเดินนำเข้าไปข้างในทันที “รีบๆ เลือก”

“ค่ะ”

ผมไม่ได้เข้าไปช่วยเลือกหรอกครับนอกจากยืนรออยู่เท่านั้น ให้พนักงานแนะนำแทน จะคอยหันไปมองเป็นระยะเท่านั้น แต่สีหน้าเหมือนคนเป็นทุกข์เลยครับ ยิ้มพลางโบกมือเหมือนปฏิเสธแล้วเดินออกมาหาผมแทน

“อะไรอีก”

“หนูเกรงใจนะคะ”

“มึงเพิ่งมาเกรงใจทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งกินเคเอฟซีที่กูซื้อให้ไปเนี่ยน่ะนะ”

“ก็…”

“รีบกลับไปเลือกเลย”

“แต่ว่า…”

“เยลลี่!”

“ก็ได้ค่ะ” ผมยืนมองอยู่ตลอด เธอเดินกลับไปเลือกชุดชั้นในส่งให้พนักงาน ผมเดินตามไปที่เคาน์เตอร์พร้อมกับยื่นกระเป๋าสตางค์ให้แทน “ให้หนูทำไมคะ”

“จ่ายตังค์”

“อ๋อ…” ผมยืนรออยู่ใกล้ๆ เท่านั้นคอยมองอยู่แทน

“ทั้งหมดห้าพันหกแปดสิบบาทค่ะ”

“คะ?”

“ห้าพันหกร้อยแปดสิบบาทค่ะ”

“หะ ห้าพันเลยเหรอคะ”

“ค่ะ” ถึงกับหน้าสลดไปเลยครับ สำหรับผมราคานี้คงไม่ได้แพงอะไรหรอกเพราะร้านที่ผมพาเข้าอยู่ในระดับที่หรูพอสมควร ซื้อแล้วก็ต้องซื้อให้ดีครับ “ไม่เอาได้ไหมคะ คือ…”

หมับ! 

ยืนฟังอยู่นานจนรำคาญครับ สุดท้ายก็ต้องเดินกลับไปกระชากกระเป๋าสตางค์ของตัวเองพลางหยิบเงินส่งให้พนักงานแทน รับเงินทอนพร้อมถุงกระดาษลากยัยเด็กบ้าที่มัวแต่อึ้งออกจากร้านทันที

“คะ คุณใหญ่คะ เมื่อกี้หนูหูฝาดหรือเปล่าคะ”

“ต่อไปก็เสื้อผ้า”

“คุณใหญ่!”

“อะไร”

“มันแพง ไม่เอาแล้ว”

“มึงจะใส่ชุดชั้นในเดินเหรอ”

“ก็…”

“หุบปาก! ตังค์กู กูจะซื้ออะไรให้ก็ได้ มึงมีหน้าที่แค่เลือกเท่านั้น”

“…” ถึงกับก้มหน้าเลยครับ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ จนผมลากไปถึงร้านเสื้อผ้า คราวนี้ผมเข้าไปยืนขนาบข้างด้วยครับ ให้มันรู้ไปว่าจะเรื่องมากอีก จะตบให้หัวหลุดเลยคอยดู

“หยิบมาห้าชุด”

“สองชุดก็พอค่ะ”

“กูบอกว่าห้า!”

“ค่ะ” ยัยนี่แปลกคนครับ ปกติผู้หญิงชอบอะไรแบบนี้ แต่ยกเว้นคนข้างๆ ผมก็แล้วกัน เห็นของแพงแล้ววิ่งหนี “พี่ยักษ์คะ ดูราคาตรงไหน”

“จะดูทำไม”

“อยากดูค่ะ”

“ไม่รู้” จริงๆ รู้ครับ แต่ไม่อยากบอก เพราะมันแพงสำหรับยัยเด็กนี่พอสมควร พอผมไม่บอก็หาเองครับ หาจนเจออะ พยายามโคตรๆ “ทำอะไรของมึง”

“นับดูว่าเท่าไหร่คะ” จับป้ายราคาขึ้นมาพร้อมกับฝ่ามือข้างหนึ่งที่พับนิ้วโป้ง ชี้ กลาง นางไปด้วย “หน่วย สิบ ร้อย พัน”

“มึงจะนับทำไม”

“ตัวเป็นพันเลยเหรอคะ”

“จะกี่พันก็หยิบๆ มาเถอะ กูเป็นคนจ่ายยังไม่เดือดร้อนเลย”

“แต่หนูเดือดร้อนนี่คะ มันแพง พาหนูไปซื้อที่อื่นไม่ได้เหรอ ปกติหนูใส่ตัวละไม่ถึงร้อยด้วยซ้ำ”

“กูถามหน่อยเถอะ ไม่ถึงร้อยของมึงเสื้อผ้าหรือเศษผ้า”

“เสื้อผ้าสิคะ ชุดมือสองตามตลาดนัดสวยๆ หรือไม่ก็ของพี่แยมที่ไม่ใส่แล้ว” ก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองสบตาผม

“ถ้าอยากเป็นคนดูแลกู ต้องใส่เสื้อผ้าดีๆ”

“เกี่ยวกันเหรอคะ”

“เออ!”

“งั้นสองชุดพอนะคะ”

“ห้า!”

“สองค่ะ”

“กูบอกว่าห้า!”

“ฮือออ งั้นสามนะคะ แค่สามก็พอแล้ว เดี๋ยวค่อยกลับไปเอาที่บ้านคุณหญิงก็ได้ค่ะ นะคะ”

“เออ!” ยืนเถียงกันอยู่นานเลยครับ เถียงกันจนคนมองเพราะเสียงดังพอสมควร แถมกว่าจะซื้อเสร็จใช้เวลานานพอสมควรเพราะยัยนี่ยืนนับนิ้วอยู่ นับว่าแต่ละตัวมันเท่าไหร่ ถ้าเจอตัวหลักร้อยคงยิ้มอะ แต่เสืยใจร้านนี้ไม่มี มีแต่หลักพันขึ้น

ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม แต่ผมทำไปแล้วครับ แค่คิดว่าเล่นอะไรสนุกๆ เท่านั้น ไม่ได้นึกเสียดายเงินด้วยซ้ำเพราะคนที่ผมเลือกจะจ่ายให้รู้จักคุณค่าของเงิน…

“เยลลี่”

“คะ?”

“เปล่า กลับเถอะ”

“ค่ะ” ผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรครับ พอเห็นรอยยิ้มของยัยนี่รู้สึกเหมือนเงินที่เสียไปโคตรจะน้อยนิดเลยทีเดียว

 

 

--100%--

งงไหมอะ 55555555 กลัวคนอ่านงง หายไปหลายวัน พอดีติดผู้ชายในปรมาจารย์ลัทธิมารนะคะ เลยหายเงียบไป ดูใกล้จบแล้ว กร๊ากกกกกกกกกก

 

ขอโทษทีค่ะ พี่ยักษ์เป็นใบโพล่า อารมณ์บ้าๆ บอๆ ค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น