ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 20 ฉันนี่แหละมาดาระ(3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 ฉันนี่แหละมาดาระ(3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2562 10:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 ฉันนี่แหละมาดาระ(3)
แบบอักษร

"มาดาระ ? ฮ่าๆ ๆ "

 

 

 

"เจ้าบ้านี่เล่นตลกอะไรของมัน ?"

 

 

 

"สงสัยจะเมาเนตรวงแหวนของตัวเอง"

 

 

 

"มันก็แค่คนบ้า..."

 

 

 

เสียงหัวเราะและการหยอกล้อดังออกมาในกลุ่มราก คาซึยะที่เห็นว่าไม่มีใครเชื่อก็แสยะยิ้มใต้หน้ากาก จริงๆก็ไม่คิดจะใช้มัน แต่เพื่อแสดงตัวตนของเขาก่อนที่พวกมันจะตาย

 

 

 

เนตรเริ่มหมุนวนกลายเป็นเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาโครงกระดูกเป็นรูปซี่โครงยักษ์ปกคลุมด้วยจักระสีขาวและดำที่แสดงถึงความชั่วร้ายสุดหยั่งและความดีงามอันบริสุทธิ์โผล่ออกมา

 

 

 

"เงียบทำไม สงสัยจะแทงใจทำละสิฮ่า..."

 

 

 

ตู้มมมมมมมม!!! สวบบ

 

 

 

ชายกลุ่มรากที่สวมหน้ากากยักษ์ยังไม่ทันได้หัวเราะจบก็ถูกบางสิ่งที่ผุดออกมาจากใต้ดินและเสียบแทงเข้าที่กลางตัวของมันทะลุถึงหลัง ตัวของมันถูกเสียบลอยขึ้นเหนือพื้นเลือดสีแดงพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ ซึ่งสิ่งที่ผุดออกมาก็คือสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายดาบสองคมขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างด้วยจักระบีบอัดสีขาวดำ

 

 

 

"เป็นเพียงนินจาชั้นเศษสวะ กลับกล้าหยอกล้อฉันมาดาระผู้นี้ คงเตรียมตัวและใจกันแล้วสินะ"

 

 

 

คำพูดที่แฝงเร้นไปด้วยจิตสังหารทำให้กลุ่มรากเริ่มปิดปากสนิท พวกมันสัมผัสได้ถึงจักระขนาดใหญ่และมากมายจากชายตรงหน้า จึงช่วยไม่ได้ที่พวกมันจะเริ่มก้าวถอยหลังด้วยความหวาดผวา

 

 

 

"พะ พลังขนาดนี้หรือว่าจะเป็นตัวจริง"

 

 

 

"ทำไมรูปร่างถึงยังดูหนุ่มขนาดนี้ ?"

 

 

 

"ตะ แต่ทำไมละ ทำไมถึงต้องโจมตีพวกเราด้วย"

 

 

 

"ทำไมงั้นหรอ ก็แค่อยากเล่นสนุกเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ของตัวเองก็เท่านั้น"

 

 

 

คาซึยะกล่าวตอบข้อสงสัยด้วยท่าทีผ่อนคลาย แต่กลุ่มรากกลับหวาดผวาอย่างช่วยไม่ได้ แม้พวกเขาจะไม่เคยเห็นมาดาระตัวจริง แต่พวกเขาก็เคยได้ยินตำนานของมาดาระจากท่านดันโซของพวกมันมามากมาย

 

 

 

"เหตุผลแค่นี้หรอ ท่านถึงได้โจมตีพวกเรา!!"

 

 

 

"ใช่ เราไปทำอะไรให้ท่านไม่พอใจกันแน่?"

 

 

 

กลุ่มรากที่เดินถอยหลังถามอย่างเกรงกลัว แต่ก็ไม่อยากยอมรับเหตุผลของชายตรงหน้า แค่ผ่อนคลายหรอ เล่นสนุกหรอ ชายตรงหน้าเห็นพวกเขาเป็นอะไรกันแน่ แต่พอได้ยินคำพูดถัดไปของชายตรงหน้าทุกคนเริ่มตัวสั่นอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

"การเหยียบมดมันต้องใช้เหตุผลด้วยหรือ ?หึพูดกันมามากพอแล้วถึงเวลาส่งพวกเจ้าไปปรโลก Katon: Gōka Mekkyaku (คาถาเพลิง : เพลิงยักษ์ทำลายล้าง)"

 

 

 

ฟู่ววววว!!!

 

 

 

คลื่นเพลิงสีส้มถูกเป่าออกมาจากช่องรูส่วนปากของหน้ากาก คลื่นเพลิงที่สูงมากกว่าสิบเมตรกว้างพอจะปิดทางหนีทั้งถ้ำแผ่สยายเข้าเผาผลาญทำลายล้างเหล่ากลุ่มราก แม้พวกมันอยากจะหนีก็ทำไม่ได้ การเตรียมตัวและใจมันต่างกัน

 

 

 

"อ๊าก ร้อนท่านดันโซช่วยข้า...."

 

 

 

"ม่ายยยยยย"

 

 

 

เสียงกรีดร้องดังระงมก่อนสิ้นลงพร้อมกับร่างนินจาที่ถูกเผาจนไม้เกรียมทั้งเป็น ชีวิตน้อยๆห้าสิบกว่าชีวิตกลายเป็นศพอยู่ในถ้ำที่ปัจจุบันกลายเป็นดินและหินสีแดงคล้ายลาวา

 

 

 

"หืมดูเหมือนจะมีหนูรอดมาได้ตัวหนึ่ง นี่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าแปลกใจจริงๆ"

 

 

 

คาซึยะมองชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ยังมีสภาพร่างกายที่ดีแม้มีบางส่วนที่ถูกเผาไปบ้าง ดูเหมือนเจ้านี่จะค่อนข้างแข็งแกร่งจนเขายังรู้สึกแปลกใจ ใบหน้าใต้หน้ากากฝั่งซ้ายถูกเผาไหม้จนไม่เหมือนมนุษย์

 

 

 

ร่างกายสวยแขนและขาฝั่งซ้ายก็ถูกเผาไหม้เล็กน้อย ดูไม่ค่อยเป็นอันตรายเสียเท่าไหร่ แต่ที่เขาแปลกใจที่สุดก็คือท่าทีนิ่งเฉยของมัน ทั้งที่ปกติเจ้านี่ควรจะกลัวจนฉี่เรี่ยราดไปแล้วแท้ๆ

 

 

 

"เป็นเด็กที่แข็งแกร่งดีตามที่ชิโรเซ็ตสึว่า แต่ข้าอยากดูความแข็งแกร่งของเจ้าให้มากกว่านี้"

 

 

 

ฟึบบ!

 

 

 

เคล้งงงงง!!!

 

 

 

จู่ๆร่างกายของชายหนุ่มกลุ่มรากก็หายไปหลังพูดจบ มันมาโผล่อีกครั้งอยู่ด้านหลังของคาซึยะพร้อมมีดคุไนที่หวังจะแทงเข้าที่ข้างหลังคอของเขา ทว่าเขาก็ยังตั้งรับด้วยกุนไบได้ เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ค่อยๆหมุนคืนกลบมาเป็นเนตรวงแหวนสามโทมาเอะเพื่อจับการเคลื่อนไหวของชายตรงหน้า

 

 

 

แสงยาวสีแดงจากดวงตากรอกกลิ้งไปมาเพื่อหาร่างชายนินจาจากกลุ่มราก ที่หายตัวไปมาอยู่ในเงา นี่ค่อนข้างทำให้เขาตื่นตัวขึ้น ชายกลุ่มรากไม่ควรมีฝีมืออยู่ในระดับนี้ 

 

 

 

"นายเป็นใคร ทำไมถึงเข้ามาควบคุมร่างนี้ ?"

 

 

 

"โอ้ค่อนข้างน่าแปลกใจที่เจ้ารู้ น่าเสียดายที่ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป"

 

 

 

ตุบ

 

 

 

ร่างของชายหนุ่มจากกลุ่มรากโผล่ออกมาจากเงามืดด้วยสภาพยับเยิน มันนอนหมอบอยู่ที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง จากการรับพลังที่ยิ่งใหญ่ไม่ไหวและตายจากไปอย่างน่าสังเวช

 

 

 

แต่แทนที่เรื่องราวมันจะจบกลับมีร่างคล้ายมนุษย์ผิวสีขาวผุดออกมาจากใต้ดิน ร่างสีขาวนี้ส่งคลื่นพลังที่น่ายำเกรงพร้อมกับแรงกดดันที่มากพอจะทำให้คาซึยะตื่นตัวยิ่งขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้เขารู้แล้วว่าผู้ที่ควบคุมร่างของชายกลุ่มรากนั้นเป็นใคร

 

 

 

'ตาแก่มาดาระตัวจริง!'

 

 

 

"ด้วยร่างนี้พวกเราคงพูดคุยกันได้สักพัก"

 

 

 

"พูดคุย ?"

 

 

 

"ใช่ ขอแนะนำตัวก่อนเลยก็แล้วกัน ฉันเป็นเจ้าของชื่อที่แท้จริง อุจิวะ มาดาระ"

 

 

 

คาซึยะค่อนข้างแปลกใจไม่คิดว่าตาแก่จะมาพูดคุยกับเขาแบบนี้ มันค่อนข้างน่าสนใจเล็กน้อย เขาอยากทราบว่าตอนนี้ตาแก่คิดจะทำอะไรกันแน่ และอีกอย่างเขาวางแผ่จะรับร่างเจ้าชิโรเซ็ทสึด้วย แต่ก่อนอื่นต้องทำเป็นเล่นละคร

 

 

 

"เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้ มาดาระถูกท่านรุ่นที่หนึ่งฆ่าตายแล้ว"

 

 

 

"โอ้เรื่องนั้นก็แค่การหลอกลวง ฉันจงใจที่จะทำแบบนั้นต่างหาก เจ้าคงเข้าใจคาถาต้องห้ามอิซานากิและอิซานามิสำหรับเนตรวงแหวนดีใช่ไหม ?"

 

 

 

" ท่านคงใช้อิซานากิเพื่อหลบหนีจากความตายสินะ ไม่น่าเชื่อ!!"คาซึยะพยักหน้ากล่าวแม้จะรู้เรื่องราวจากต้นฉบับอยู่แล้วก็เถอะ แต่เขาก็ยังแสดงหน้าตาตกใจยามพูดออกมา

 

 

 

"ก็เป็นอย่างที่เจ้าว่ามา เอาละเรื่องพวกนี้อย่าใส่ใจนักฉันแค่อยากจะมาทำข้อตกลงกับเธอสักหน่อย"มาดาระกล่าวโดยไม่มีน้ำเสียงข่มขู่เลยแม้แต่น้อย จึงทำให้เขาค่อนข้างประหลาดใจ

 

 

 

"ข้อตกลง ท่านอยากจะให้ผมทำอะไร"

 

 

 

"ไม่ยาก ฉันแค่อยากให้เธอปกป้องเด็กคนหนึ่ง ชื่อของเขาก็คืออุจิวะ อาซามิ เขาเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญต่อแผนของฉันในอนาคต"

 

 

 

'ใครวะ ไม่ใช่โอบิโตะหรอ แถมชื่อาซามินี่คล้ายผู้หญิงชะมัด'คาซึยะเตรียมพร้อมจะรับผลกระทบผีเสื้อขยับปีกจากการกระทำของเขาอยู่แล้วจึงไม่ได้ตื่นตกใจอะไรมาก แต่เขาแปลกใจที่หมากตัวใหม่มีชื่อคล้ายผู้หญิง

 

 

 

"ทำไมท่านถึงเลือกคนคนนี้ ?"

 

 

 

"มันไม่ใช่เรื่องของเจ้า สิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือหลังจากที่ฉันควบคุมชิมูระ ดันโซให้สังหารพ่อและแม่ของอาซามิ จากนั้นให้เธอทำทีไปช่วยเขาและพาเขามาหาข้า ผู้ที่จะนำทางเจ้าคือชิโรเซ็ตสึ แผนการจะเริ่มในวันพรุ่งนี้"

 

 

 

แต่ชื่อนี้ตรูไม่ยักจะเคยได้ยินแสดงว่าครอบครัวนี้ไม่ได้อยู่ในโคโนฮะ น่าจะเป็นนินจาถอนตัว ดูท่าการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปจากต้นฉบับจะทำให้เรื่องมันยากขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีปัญหา นี่ค่อนข้างเป็นสิ่งที่น่าสนุก

 

 

 

"แล้วของรางวัลละ นินจาทำภาระกิจก็ต้องได้รางวัลใช่ไหม ?"คาซึยะไม่ลืมที่จะถามเรื่องนี้ด้วย

 

 

 

"เห็นเจ้ามีกุนไบของข้าแล้ว เจ้าอยากได้เคียวโซ่หรือไม่ มันเป็นอาวุธที่ข้าใช้มันมาตลอดอิทธิฤทธิ์ก็ตามตำนานเล่าขาน"

 

 

 

เสียงชราดูเหมือนภูมิใจในคำพูดของตนเอง แต่ใบหน้าใต้หน้ากากของคาซึยะเนี่ยสิ อะไรของพรรค์นั้นใครเขาอยากได้กัน เอามาตัดหญ้าหรือไง แค่มีกุนไบและดาบเข็มร้อยด้ายก็เพียงพอแล้วสำหรับเขาในปัจจุบัน

 

 

 

"ผมไม่อยากได้อาวุธ และอีกอย่างผมก็ไม่คิดจะเข้าร่วมแผนของท่าน ทว่าผมจะไม่ขัดขวางแผนที่จะดึงอาซามิมาช่วยท่าน เอาละการสนทนาจบลงแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะคุณปู่ทวด!"

 

 

 

ชึบ!!

 

 

 

ปาคุไนแทงเข้าแสกกลางกระหม่อมของชิโรเซ็ตสึแบบที่มาดาระไม่ทันได้ตั้งตัว แม้อยากจะกล่าวอะไรสักคำก็ทำไม่ได้ เพราะการเชื่อมต่อกับชิโรเซ็ตสึถูกตัดไปอย่างสมบูรณ์

 

 

 

ภายในถ้ำมืดชายชราผมขาวยาวนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สร้างแขนคล้ายมนุษย์ แต่มีขนาดที่ใหญ่มากราวกับมันเป็นแขนของยักษ์ สายระยาง์หลายสิบเส้นฝั่งอยู่ที่แผ่นหลังของชายแก่และแขนยักษ์ ถ้ามองดูดีๆ ก็จะพบว่าภายในสายระยางค์มีคลื่นพลังแปลกๆ ไ้คอยเยียวยาร่างกายและชีวิตน้อยๆของชายแก่ที่ใกล้ตายร่อมร่อ

 

 

 

"เป็นเด็กที่ไร้สัมมาคาระสิ้นดี แล้วมันเรียกข้าว่าอะไรนะ ปู่ทวด ? คุโรเซ็ตสึเจ้ามีข้อมูลหลักของเจ้าเด็กนั่นไหม"

 

 

 

มาดาระในวัยชรากล่าวจบร่างครึ่งขาวครึ่งดำมีไม้สีเขียวคล้ายต้นกาบหอยแคลงครอบหัวโผล่ออกมาจากดินและเริ่มตอบคำถามของชายชรา ตามข้อมูลที่เขามี ซึ่งถ้าคาซึยะมาได้ยินข้อมูลที่หลุดออกมาเขาคงต้องบ้าตายแน่ๆ

 

 

 

"เด็กคนนั้นมีชื่อว่าอุจิวะ คาซึยะ เขาคือผู้สืบทอดสายเลือดของท่านซึ่งเป็นอุจิวะแต่ก็ยังมีเลือดของเซ็นจู ฮาชิรามะและอุซึมากิไหลเวียนอยู่ มีจักระห้าธาตุแบบสมบูรณ์สามารถใช้คาถาไม้ได้แบบสมบูรณ์ราวกับเป็นฮาชิรามะอีกคน"

 

 

 

"เขาเบิกเนตรวงแหวนโทโมเอะสามวงตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อห้าเดือนที่แล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาแล้ว แต่จากลายตรงที่เห็นในวันนี้ ดูเหมือนเขาจะเบิกเนตรนิรันดร์ไปแล้วเช่นกัน จักระคงอยู่เหนือคาเงะปกติ"

 

 

 

"ปัจจุบันเขามีอายุใกล้ห้าขวบเป็นนินจาระดับโจนินชั้นพิเศษของโคโนฮะเป็นศิษย์คนแรกของโอโรจิมารุ ความฝันของเขาก็คือเป็นผีแห่งอุจิวะรุ่นที่สองและเทพนินจารุ่นที่สอง ดูเหมือนเขาจะเคารพปู่ทวดและตาทวดของเขามาตั้งแต่เด็กจึงเลือกกุนไบเป็นอาวุธหลัก"

 

 

 

"ดีๆๆ! เป็นเหลนที่ดีจริงๆ อายุยังเยาว์แต่กลับมีความสามารถมากมายและเขาอาจจะเหนือกว่าข้าและฮาชิรามะในยุคทอง แล้วเจ้าส่งชิโรเช็ตสึติดตามเขาไปหรือยังไง ?"

 

 

 

ดูก็รู้ว่าอาการของมาดาระในตอนนี้ก็คืออิ่มเอมที่เหลนของเขาได้ดีถึงขนาดนี้ ทว่ามันยังไม่พอ เด็กนั่นยังไม่ได้เบิกเนตรสังสาระที่มีพลังของพระเจ้าเช่นเขา แถมเด็กคนนั้นบอกว่าจะไม่ขัดขวางแผนของเขาแสดงว่าเด็กนั่นต้องไปอ่านศิลาของอุจิวะมาแล้วแน่ๆ

 

 

 

'เจ้าหนูนั่นในอนาคตคงมีเนตรสังสาระ ฮ่าๆน่าสนใจแต่ว่ากว่าจะถึงยามนั้นข้าคงได้พลังของเซียนหกวิถีมาไว้ในครอบครองแล้ว!!'

 

 

 

"ขออภัยท่านมาดาระ ชิโรเซ็ตสึสามตนที่เฝ้าเก็บข้อมูลคาซึยะเหลนของท่านตอนนี้ถูกสังหารทั้งหมดแล้ว จะให้ข้าส่งไป..."

 

 

 

คุโรเซ็ตสึที่ร้อนรนจนทนไม่อยู่ เพราะกลัวว่าเจ้าเด็กเปรตนั่นจะขัดขวางแผนการณ์ที่แท้จริงของเขา เขารีบกล่าวบอกมาดาระด้วยท่าทีปกติแต่ก็ยังคงหวังให้มาดาระรีบสังหารเจ้าเด็กนั่น น่าเสียดายที่มาดาระปฏิเสธหน้าตาย

 

 

 

"ไม่ต้อง เพราะในอนาคตเราต้องได้เจอกันอีกแน่ แต่สุดท้ายเขาก็จะทำอะไรกับแผนของข้าไม่ได้อยู่ดี"

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น