ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 108 นั่นต้องมาคุยกันอีกที

ชื่อตอน : บทที่ 108 นั่นต้องมาคุยกันอีกที

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 291

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2562 08:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 108 นั่นต้องมาคุยกันอีกที
แบบอักษร

  ไป๋อวี่ขยับเข้าไปกุมมือจูอี้หลงไว้ ...ผมไปดูแม่หน่อยนะ ...เขากระซิบก่อนสาวเท้าออกจากห้องไป จูอี้หลงกระแอมเบาๆเหมือนทำอะไรไม่ถูก เขาค้อมศรีษะให้คนสกุลไป๋ที่ยืนตาเบิกโพลงตัวแข็งกันไปหมด แล้วหมุนตัวเดินจากมา 

 

  คุณนายไป๋เดินมาถึงเชิงบันไดขึ้นชั้นบนก็ทรุดฮวบลงร้องไห้ ไป๋อวี่รีบเข้าไปกอดแม่ จูอี้หลงที่เพิ่งเดินพ้นประตูมาจังงันไปแล้ว ไป๋อวี่เพิ่งจะเข้าใจ ที่แม่คอยบอกเขาว่า อย่าแตะต้องเผิงกวนอิงนั้น ไม่ใช่เพราะว่าแม่ไม่เชื่อว่าจูอี้หลงกับเผิงกวนอิงมีความสัมพันธ์มากกว่าการเป็นเพื่อน แต่เป็นเพราะว่าแม่เชื่อต่างหาก เชื่อ แล้วก็กลัว กลัวว่าจูอี้หลงจะหันหลัง ทิ้งลูกชายของเธอไป หากเขาไปแตะต้องส่วนที่เปราะบางในใจของจูอี้หลงเข้า  

 "คุณเห็นไหม เรื่องของเผิงเหล่าซือแม้แต่แม่อาอวี่ยังคิดอย่างนั้น รู้สึกอย่างนั้น แล้วคุณคิดว่าอาอวี่จะคิดยังไง.... คนนอกยังเจ็บปวดอย่างนี้ แล้วคุณว่าอาอวี่จะเจ็บปวดขนาดไหน" ไป๋เทียนจ้าวหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับจูอี้หลง จูอี้หลงเหมือนยืนไม่มั่น เขาเซไปเล็กน้อยก่อนจะตรึงเท้าลงกับพื้นแน่นขึ้น ริมฝีปากเป็นเส้นตรง 

  "ถ้าคุณรักลูกผม คุณก็ถอยห่างออกมาจากเพื่อนของคุณคนนั้นได้แล้ว" 

  "กวนอิงจะไปไต้หวัน..." จูอี้หลงพูดขึ้นมาลอยๆ แต่น้ำเสียงฟังดูแข็งๆ 

  "ไปที่ไหน แล้วเป็นยังไง... ถ้าใจคุณตามเขาไปด้วย.." 

  "ผม... เปล่า... ไม่ได้..." ...เป็นอย่างนั้นสักหน่อย... เสียงปฏิเสธที่ยิ่งมายิ่งห้วน เพราะคนพูดรู้สึกเหมือนโดนกล่าวหา 

  "พิสูจน์สิ ว่าคุณไม่ได้คิดอะไรจริงๆ.... " ไป๋เทียนจ้าวชี้นิ้ว เสียงเขาดังขึ้น ในใจเดือดปุดๆที่เห็นเมียตัวเองร้องไห้ เพราะความโลเลของไอ้หนุ่มตรงหน้า 

  "อย่าเอาแต่พูดว่าไม่มีอะไร ทำสิ ทำให้เห็นว่าคุณไม่มีอะไรในใจคุณจริงๆ"  

  "ผมยอมทิ้งที่บ้านเพื่อเหล่าไป๋ .... คุณจะให้ผมพิสูจน์อะไรอีก" จูอี้หลงเสียงเย็นเยียบ  

"ผมไม่เคยแน่ใจและมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองมากเท่านี้มาก่อน" เขาจ้องหน้าไป๋เทียนจ้าวก่อนจะเลื่อนสายตามาที่คุณนายไป๋ จ้องเธออยู่อึดใจ ก่อนจะตระหวัดสายตามาจ้องไป๋อวี่   

  "ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่กวนอิง แต่มันอยู่ที่นาย ถ้านายยังไม่มั่นใจ นายก็ถอยออกไปเสีย" จบคำพูดเขาก็หมุนตัวเดินแยกไปทางด้านหน้า ทุกก้าว ย่างอย่างมั่นคงจนพ้นประตูหน้าที่เปิดไว้กว้างทั้งสองบานออกไป 

 

  ทุกคนรวมทั้งสมาชิกสกุลไป๋ที่เดินตามเข้ามาในห้องโถงต่างอึ้ง งงงันไปหมด ส่วนหนึ่งก็เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคุณนายไป๋ควบคุมความโกรธของตัวเองเอาไว้ไม่ได้ ทั้งๆที่อยู่ต่อหน้าแขก อีกส่วนหนึ่งก็เพราะคำพูดตรงๆและน้ำเสียงที่ฟังดูถือดีของจูอี้หลงที่ใช้กับคนที่ได้ชื่อว่ามีอิทธิพลอยู่ไม่น้อยในวงการบันเทิง  

  ไป๋อวี่ได้สติ เขาลุกพรวดจากพื้นพุ่งตัวตามจูอี้หลงออกไป  

  "เกอ หลงเกอ.." ไป๋อวี่วิ่งตาม โน้มตัวคว้าจับมือจูอี้หลงจากทางด้านหลัง 

  "ผมมั่นใจ ผมมั่นใจ ถามเผิงเกอก็ได้ ถามเผิงเกอ..." เขารั้งจูอี้หลงให้หมุนตัวเข้ามาในอ้อมกอด สองแขนโอบรัดคนไว้แน่น แนบหัวและแก้มเข้ากับใบหน้าของคนในวงแขน  

  "ผมรักเกอ แล้วผมก็รู้ว่าเกอรักผม ผมรู้.... " .. ไป๋อวี่รั้งร่างที่พยายามถอยออกไปไว้ 

  "รู้แล้ว" จูอี้หลงถอนใจเบาๆ พยายามแกะมือไป๋อวี่ออก 

  "ไม่มีเวลาแล้ว... เดี๋ยวเกอตกเครื่อง" จูอี้หลงอธิบาย เสียงอ่อนโยนลง 

  "ไม่ ไม่โกรธผมนะ" ไป๋อวี่ยอมคลายอ้อมแขน เขาถอยออกไปมองหน้าจูอี้หลงชัดๆ 

  "นั่นต้องมาคุยกันอีกที" จูอี้หลงเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นห้วนขึ้นก่อนจะหมุนตัวเดินลงบันไดหินอ่อนตรงไปที่รถที่จอดรออยู่ 

..... 

..... 

  "โดราเอม่อน?" จูอี้หลงเอ่ยเรียกหาตุ๊กตาที่หลินชิงหูซื้อใส่รถไว้ขำขำ 

  "อ๊ะ อยู่ อยู่" หลินชิงหูตอบ รีบยื่นมือไปทางด้านหลัง สไตลิสต์สาวรีบคว้าตุ๊กตาโดราเอม่อนตัวสูงกว่าหกสิบเซนต์จากที่นั่งข้างๆเธอ ส่งมันพรวดมาข้างหน้า หลินชิงหูคว้าจับตรงแขนตุ๊กตาแล้ววางมันลงตรงทางเดินข้างเก้าอี้ของจูอี้หลง ซึ่งเขาก็หันมาอุ้มมันขึ้นไปกอดทันที ฝังหน้าลงบนตัวตุ๊กตา  

  ถ้าไป๋อวี่ไม่หวาดระแวง....ไม่สิ.. ถ้าตัวเขาเองยังเก็บความลับเรื่องความรู้สึกที่แท้จริงของกวนอิงไว้ได้...ต่างหาก ถ้ากวนอิงไม่รู้ว่าเขารู้... กวนอิงก็ไม่ต้องหนีไปที่ไหนแล้ว... ขอโทษนะเสี่ยวไป๋ ... ไม่ใช่ความผิดของนาย แต่เป็นความผิดของเกอเองต่างหาก ที่กวนอิงจะไป ไม่ใช่เพราะนาย แต่เป็นเพราะเกอ... แต่เกอพูดไม่ได้.... จูอี้หลงเอียงแก้มซบลงบนตุ๊กตา นัยน์ตามองออกไปนอกรถที่กำลังแล่นตรงไปยังสนามบิน .... มะรืนก็จะได้พักบ้างแล้ว... อดทนอีกนิด  

  จูอี้หลงสลัดความคิดทั้งหมดออกจากสมอง ทำใจให้ว่างเปล่า หลับตานึกถึงงานที่รออยู่ เขานิ่งอยู่ชั่วครู่ แล้วเงยหน้า ส่งตุ๊กตาคืนมาด้านหลัง ...ขอผมดูสคริปต์อีกทีได้ไหม ...เขาเอ่ยกับจูไฉ่หง ... 

... 

  "เผิงเกอ เผิงเกอ" ไป๋อวี่รีบโทรหาเผิงกวนอิงอีกครั้งทันทีที่เขาเข้ามาในห้องนอน เขาอยู่ปลอบคุณนายไป๋จนเธอหายโกรธ จู่ๆก็คิดจะดื่มน้ำชาสะใภ้แบบไม่บอกใครล่วงหน้า ที่จริงเขาเองต่างหากที่น่าจะเป็นคนโกรธ... 

  "อะไร?" เผิงกวนอิงกรอกเสียงตอบมา ฟังดูเหนื่อยๆ  

  "เกอไม่ได้บอกหลงเกอเหรอว่าเกอจะไม่ไปไต้หวันแล้ว" ไป๋อวี่ไม่สนใจจะทักทายอะไรก่อน เขาพยายามโทรหาเผิงกวนอิงสองสามครั้งติดๆกันแล้ว แต่เขาไม่รับสาย คงกำลังทำงานอยู่ 

  "ใครว่าฉันจะไม่ไป" 

  "อ้าว เกอจะอยู่ช่วยผมไง ผม ผม ผมไม่ได้ว่าอะไรเกอแล้วนี่...." ไป๋อวี่เสียงดังขึ้น  

  "แค่จะอยู่ถ่ายละครเรื่องนี้ให้จบ"* เผิงกวนอิงพูดตอบเร็วๆ เร่งฝีเท้าตามสตาฟของกองถ่ายที่แต่งตัวเหมือนนักแสดงประกอบคนอื่นๆ เขาจะมาช่วยกำหนดจุดให้เผิงกวนอิงยืน 

  "ห๊า เกอจะไปไต้หวันอีกทำไม" ไป๋อวี่ตกใจแล้ว 

  "รับปากไจ๋เกอไว้แล้ว นายจะให้ฉันผิดคำพูดเรอะ" คำตอบของเผิงกวนอิงทำให้ไป๋อวี่ระบายลมหายใจออกอย่างโล่งใจ 

  "เรื่องมากนัก ฉันจะโอนสัญชาติเป็นคนไต้หวันเลยดีมั้ย หา?" 

  "แล้วกัน อย่าโกรธสิเกอ" 

  "นายรู้ไหมว่าไต้หวันผ่านกฏหมายให้คนเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสกันได้แล้ว..." 

  "แล้ว?" 

  "ถ้านายทำตัวไม่ดี ฉันจะโอนสัญชาติ" 

  "อ้าว?" 

  "ฉันจะจดทะเบียนกับหลงเกอของนาย..." เผิงกวนอิงลดเสียงลง ชำเลืองมองสตาฟที่เดินห่างออกไปด้านข้างพลางฟังคำสั่งของผู้กำกับจากทางวิทยุรับส่ง 

  "ไอ้ ไอ้ พี่เวร ไอ้ ...." ไป๋อวี่บริภาษใส่โทรศัพท์ ทั้งๆที่รู้ว่าเผิงกวนอิงกำลังยั่วเขาเล่น 

  "แล้วจะคุยให้... จะบอกอาหลงให้ว่านายกับฉันไม่ได้มีเรื่องผิดใจอะไรกัน..." เผิงกวนอิงหยุดเดิน เขาพยักหน้าให้สตาฟแล้วยืนในตำแหน่งที่สตาฟชี้ให้ 

  "บอกหลงเกอด้วย ว่าผมรักและเคารพเผิงเกอมากๆ..." 

  "เออ" เผิงกวนอิงรับปากห้วนๆ 

  "จะเริ่มเดินกล้องแล้ว เกอวางหูนะ" เขากดปิดโทรศัพท์ยัดมันเข้ากระเป๋าหลังก่อนจะฟังสตาฟอธิบายว่าเขาจะต้องวิ่งไปทางไหน ทิศทางการวิ่งจะต้องแม่นยำ เพราะหลายๆจุดได้วางเอฟเฟคระเบิดไว้ เผิงกวนอิงมองดูกล้องที่อยู่บนเครนสูงไกลออกไปเพื่อเตรียมถ่ายภาพในมุมกว้าง เขาเรียกสมาธิกลับมาที่งาน... 

 

  "อย่าลืมนะครับ ตรงรถลากนั่น คุณต้องวิ่งผ่านแบบเฉียด อย่าให้ห่างมาก ไม่ต้องกังวลนะครับ จะจุดระเบิดตอนคุณวิ่งเลยมาแล้วประมาณสองเมตร" ...เผิงกวนอิงพยักหน้ารับ สตาฟกรอกเสียงบอกโอเคลงวิทยุรับส่งที่ถือไว้ ก่อนวิ่งไปนอนคว่ำลงบนพื้นถนน ทับวิทยุและธงสัญญาณไว้ข้างใต้ ทำตัวเป็นเหมือนศพคนตาย 

... 

... 

  จูอี้หลงเปิดประตูเข้าห้องพัก ก้มหน้างุดอย่างคนหมดแรง แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวจนผงะไปชนประตูทางด้านหลังเสียงดังทึบหนักๆ 

  ไป๋อวี่ยืนยิ้มเผล่อยู่ตรงหน้า เขาใส่ผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้สีแดงที่จูอี้หลงไม่เคยเห็นมาก่อน เสียงทุบประตูทำให้จูอี้หลงต้องถอนสายตา หันมาเปิดประตู หลินชิงหูที่เมื่อครู่เดินมาส่งจูอี้หลงถึงหน้าห้องพัก ยืนทำสีหน้าตกใจอยู่ เขาคงจะได้ยินเสียงกระแทกที่ประตูจึงรั้งฝีเท้าหันกลับมาเคาะประตู 

  "ไม่มีอะไร..." จูอี้หลงบอก ไป๋อวี่โผล่หน้าที่เปิดยิ้มกว้างมาตรงเหนือไหล่จูอี้หลง ทำให้หลินชิงหูถอนหายใจโล่งอก 

  "พักผ่อนให้สบายนะครับ... " เขาบอก ค้อมหัวสวัสดีแล้วหมุนตัวเดินจากมา ในหัวนึกเห็นภาพแบบที่เขาเคยเห็นในหนัง ที่นางเอกกระโจนเข้ากอดและจูบพระเอกจนเขาเซผงะมาชนบานประตูทางด้านหลัง .... ยังดีที่หลินชิงหูไม่เห็นผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้.... 

 

  "เกอจะอาบน้ำก่อนหรือจะกินข้าวก่อน" ไป๋อวี่ถาม โอบเอวจูอี้หลงไว้จากทางด้านข้างแล้วใช้คางที่มีเคราสากๆเกลี่ยแก้มจูอี้หลงเล่น จูอี้หลงเบี่ยงหน้าหนี 

  "อาบน้ำ" 

  "ได้เลย ...เดี๋ยวผมจะจัดสำรับอาหารร้อนๆไว้รอ" ...จูอี้หลงมองด้วยสายตาหวาดระแวง 

  "ไม่ต้องกลัวหรอก ผมหิ้วกับข้าวมาจากครัวที่บ้าน แค่มาอุ่นให้ร้อน" ไป๋อวี่รีบออกตัว จูอี้หลงถอนหายใจโล่งอก นึกว่ามันจะกินไม่ได้จนเขาต้องลงมือทำอะไรง่ายๆมากินอีก 

 

  ข้าวมื้อเย็นผ่านไปอย่างเงียบๆ จูอี้หลงทานได้เรื่อยๆ พอข้าวหมดชามไป๋อวี่ก็ตักเติมให้ เมื่อก่อนตอนช่วงที่ถ่ายทำเจิ้นหุนอยู่ จูอี้หลงจะเป็นฝ่ายคอยดูว่าเขากินได้หรือเปล่า คีบอาหารใส่ในชามของเขาเงียบๆ ไม่เอ่ยปากอะไร แต่ระยะหลังมานี้ กลับเป็นไป๋อวี่ที่คอยคีบอาหารให้จูอี้หลง แล้วเขาก็กินอาหารที่ไป๋อวี่คีบให้อย่างเงียบๆ ไม่เคยขอบคุณหรือแสดงอาการซาบซึ้งอะไร  

  ไป๋อวี่หัวเราะชอบใจในลำคอ เนื้อตัวยังขยับไปมาอย่างอารมณ์ดี รู้สึกเหมือนเห็นภาพทับซ้อนของพ่อและแม่ของเขาเอง ยามที่ทั้งสองคนนั่งกินข้าวด้วยกัน ทั้งโต๊ะมีแต่ความเงียบ แต่ความรักความเข้าใจกลับเอ่อท้นล้มท่วมโต๊ะกินข้าวไปหมด 

 จูอี้หลงเหลือบตามองผ้ากันเปื้อนที่ไป๋อวี่ไม่ได้ถอดออก ไป๋อวี่ก้มหน้าลงมองตามก็นึกขึ้นได้ 

  "อ๊ะ ลืมปลดผ้ากันเปื้อน" เขาขยับตัวจะลุกขึ้นถอดผ้ากันเปื้อนออก 

  "สวยดี" จูอี้หลงบอก 

  "หยิบจากที่บ้านมา ของใหม่นะ เดี๋ยวผมจะทิ้งไว้นี่เลย" ไป๋อวี่พยายามจะแกะแถบผ้าที่ผูกไว้ด้านหลัง 

  "ถ้าใส่แต่ผ้ากันเปื้อนคงจะน่ารักดี" 

  "หา?" ไป๋อวี่ชะงัก จูอี้หลงยังพุ้ยข้าวเข้าปาก ไม่ได้มองมาทางเขา 

  "ใส่แต่ผ้ากันเปื้อนสิ" เขาว่า เอื้อมมือไปคีบผักเอาส่งเข้าปาก 

  "หา?" 

  "ไหนบอกว่าถ้าเกอยอมไปที่บ้าน จะให้ทำอะไรก็ได้ไง" จูอี้หลงหันหน้ามาทวงสัญญา 

  .... 

  .... 

  เอ่อ ... จะดีเหรอ ... เกอ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว