ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 19 ฉันนี่แหละมาดาระ(2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 ฉันนี่แหละมาดาระ(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2562 08:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 ฉันนี่แหละมาดาระ(2)
แบบอักษร

"สามสิบจุดที่เหมาะสมที่จะลอบโจมตีและบริเวณข้างเคียงไร้นั้นวี่แววของหน่วยรากหรือเจ้าพวกนี้จะไหวตัวทัน"

 

 

 

เขาวิ่งสำรวจจุดมาร์คสามสิบจุดแรก ที่พวกเขาคาดเดาว่าจะมีการซุ่มโจมตีของหน่วยราก แต่ความน่าจะเป็นทั้งสิบจุดกลับผิดพลาดมันไร้วี่แววการเคลื่อนไหว อีกอย่างสถานการณ์ทางฮินะก็ยังคงสงบราบรื่นดี

 

 

 

"ยังเหลืออีกสิบห้าจุดใกล้เคียงชายแดนระหว่างแคว้นทากิโนะคุนิกับแคว้นฮิโนะคุนิ"

 

 

 

"Kage Bunshin no Jutsu(คาถาเงาแยกร่าง)"

 

 

 

ปุ้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

 

ร่างเงาทั้งยี่สิบร่างโผล่ออกมาจากควันสีขาว คาซึยะร่างจริงเริ่มชี้และสั่งให้ร่างเงาแต่ละร่างแยกไปตามจุดที่มาร์คไว้ ส่วนอีกห้าร่างให้สำรวจบริเวณโดยรอบถ้าพบอะไรผิดปกติก็ให้สลายเงาทิ้งได้ทันที

 

 

 

"ฝากด้วยนะ"

 

 

 

""""""รับทราบ""""""

 

 

 

เมื่อร่างเงาทั้งหมดจากไปคาซึยะก็เคลื่อนไหวต่อในทันที เขากระโดดไปมาระหว่างต้นไม้มุ่งหน้าไปยังชายแดนระหว่างแคว้นไปยังสุสานตระกูลฮิวงะโดยตรงเพื่อเช็คความปลอดภัยของสถานที่ให้เรียบร้อย

 

 

 

ส่วนเหตุผลที่เขาไม่ติดตามหรือเดินทางไปพร้อมตระกูลฮิวงะก็เพราะมันไม่จำเป็น ที่นั่นมีแนวหน้าจากฮิวงะมากมายซ่อนตัวอยูภายในเกวียน ด้วยเนตรสีขาวในระยะห้ากิโลเมตรไม่มีทางที่ศัตรูจะรอดพ้นการสังเกตุของพวกฮิวงะไปได้ จนกระทั่งสี่ชั่วโมงผ่านไป

 

 

 

"เราต้องเช็คสถานที่ให้เจอก่อนค่ำมืด ไม่อย่างนั้นจะค่อนข้างยุ่งยาก หืม..."

 

 

 

จู่ๆก็มีข้อมูลจากร่างแยกส่งมาให้เขา คาซึยะแสยะยิ้มใต้หน้ากากอย่างช่วยไม่ได้ ในที่สุดเขาก็พบจุดซ่อนตัวของพวกมัน แน่นอนว่าจุดที่พวกมันอยู่นั้นไม่ได้อยู่ในจุดที่พวกเขามาร์คไว้

 

 

 

"มีนินจาซ่อนตัวทั้งหมดประมาณ 57 คนไม่มีคนจากอุจิวะเลยสักคนเดียว แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่ดีฉันก็ไม่ได้อยากสังหารคนจากตระกูลเดียวกันนักหรอก อืมที่นี่สินะแถวหมู่บ้านโอโตะ ?"

 

 

 

หมู่บ้านโอโตะหรือโอโตะงาคุเระในปัจจุบันยังไม่ค่อยมีนินจาเสียเท่าไหร่ จะเรียกว่าเป็นหมู่บ้านของคนธรรมดาก็ยังได้ ในเมื่ออาจารย์ของเขายังไม่ได้จากไป ดังนั้นนินจาของโอโตงาคุเระจึงยังไม่ถูกสร้างขึ้นมา

 

 

 

คาซึยะใช้เวลาเดินทางเกือบครึ่งวันซึ่งเป็นเวลาช่วงเย็นพอดีและในที่สุดเขาก็มาถึงยังหน้าถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านโอโตะงาคุเระเพียงไม่กี่กิโลเมตร ดูท่าเจ้าพวกนี้จะใช้ที่นี่เป็นจุดพักพิงและเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี

 

 

 

หน้าถ้ำนั้นมียามเฝ้าระวังอยู่ด้วยกันสองคน ซึ่งทั้งคู่เป็นนินจาชายระดับโจนินธรรมดา แต่ก็มีฝีมือพอให้คาซึยะขัดฟันเล่นได้สักวิหรือสองวิเท่านั้น เขายืนกุมคางครุ่นคิดว่าจะโจมตีในตอนนี้หรือรอเวลาอีกสักหน่อย

 

 

 

"โจมตีเลยก็ดีเพราะพวกมันคงไม่มีเวลาได้เตรียมตัว"

 

 

 

นัยน์ตาสีดำใต้หน้าค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนจะหมุนวนจนกลายเป็นรูปแบบเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ เขาเริ่มต้นใช้ความสามารถของเนตรข้างซ้ายในทันที

 

 

 

"Kyōka Suigetsu(กระจกบุปผา เงาจันทรา)"

 

 

 

โดยที่ไม่มีใครได้รู้ตัว คลื่นสีใสเป็นพลังงานบางอย่าง แผ่จากร่างของคาซึยะและเข้าปกคลุมทั่วภูเขาทั้งลูก พลังงานแปลกๆเข้าไปในถ้ำและเริ่มเข้าประสานเข้าสู่ร่างกายของพวกกลุ่มนินจารากอย่างรวดเร็ว

 

 

 

มือของคาซึยะควักคุไนออกมาจากกระเป๋านินจา ร่างกายเริ่มค่อยๆสลายกลายเป็นควันธุลีสีดำ ไม่ถึงสองวินาทีทั้งที่ระยะห่างมากกว่าสามร้อยเมตร เขาโผล่มาอีกครั้งก็ตรงข้างหลังของยามเฝ้าหน้าถ้ำ

 

 

 

ปึด!

 

 

 

มือซ้ายที่โผล่ออกมาจากเงามืดอุดเข้าที่ปากมือขวาใช้คุไนกีดเข้าคอและหลอดลม เพียงชั่วพริบตาเดียวยามคนแรกก็สิ้นใจโดยไม่ทันได้กรีดร้อง ส่วนยามอีกคนยังไม่ทันได้สัมผัสถึง

 

 

 

กว่าจะรู้ตัวว่าเพื่อนข้างกายเขาถูกสังหาร คุไนก็แทงเข้าที่กลางหน้าผากอย่างแม่นยำ ร่างของยามทั้งสองค่อยๆล้มตัวลงในเวลาเดียวกัน คาซึยะที่ต้องรีบทำเวลาไม่ได้สนใจกับภาพตรงหน้า ร่างกายค่อยๆหายไปอีกครั้งโดยมุ่งหน้าเข้าไปในถ้ำ

 

 

 

'ถ้าเป็นการสังหารแบบปกติ นินจาที่ไวต่อการสัมผัสป่านนี้คงได้กลิ่นเลือดลอยตามลมเข้าไปในถ้ำ แต่น่าเสียดายที่พวกถูกมันถูกเราควบคุมประสาทสัมผัสทั้งหกอย่างสมบูรณ์'

 

 

 

แสยะยิ้มใต้หน้ากาก ร่างของคาซึยะก็สลายหายราวกับภูติพรายเมื่อเข้ามาในถ้ำราวกับมนุษย์ร่องหน คาซึยะก็พบกับการจับกลุ่มพูดคุยของเหล่านินจากลุ่มรากที่แต่งตัวสวมหน้ากากคล้ายเอ็นบุของโคโนฮะ

 

 

 

"หัวหน้ากลุ่มฮิวงะคงจะเดินทางมาถึงเขตุโอโตะโนะคุนิในอีกสองวัน"

 

 

 

"ทำไมเราไม่ลอบสังหารพวกมันภายในดินแดนแห่งไฟเลยละ ?"

 

 

 

"เจ้าโง่ ตอนนี้เจ้าพวกอุจิวะมันบังอาจกรอกกลับสัญญาที่จะช่วยพวกเราสังหารกลุ่มฮิวงะ การเผชิญหน้ากับตระกูลฮิวงะแบบไร้ข้อผิดพลาดเราต้องตัดกำลังด้วยกับดักเท่านั้น"

 

 

 

"หึ ฮิวงะมันก็ไม่เท่าไหร่หรอก เราสามารถลอบสังหารมันที่ไหนก็ได้"

 

 

 

"ปากดีนักทำไมแกไม่ไปตอนนี้เลยละ"

 

 

 

ทุกคนกำลังถกเถียงปัญหากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ในขณะที่มีหญิงสาวผมทอง ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้สวมหน้ากากปกปิดตัวตนและยังถูกทุกคนในกลุ่มเรียกว่าหัวหน้าอีกด้วยคาซึยะจึงใช้สายตาจ้องมองเธอก่อนจะแปลกใจไม่น้อย

 

 

 

'ยาคุชิ โนโนะ ? หญิงสาวผู้ใจดี แต่ชะตากรรมของเธอค่อนข้างน่าสงสาร จะปล่อยเธอไปหรือสังหารเธอดี'

 

 

 

ในขณะที่คาซึยะกำลังกุมคางครุ่นคิด หญิงสาวนามว่าโนโนะก็ได้แต่ถอนหายใจ ใบหน้าที่อ่อนโยนเต็มไปด้วยความเศร้าโศก เธอได้แต่คิดว่าทำไมคนจากหมู่บ้านเดียวกันถึงต้องลอบสังหารกันเองด้วย

 

 

 

'แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ความเกลียดชังจะหายไป'

 

 

 

ได้แต่คิด เธอรู้ตัวดีว่าเธอไร้อำนาจ ถ้าภาระกิจครั้งนี้สำเร็จเธอก็อยากจะสละชีวิตไปพร้อมกับกลุ่มฮิวงะ มันจะมีประโยชน์อะไรที่เธอจะอยู่ต่อและทำร้ายคนในหมู่บ้านเดียวกันอีก

 

 

 

ราวกับคาซึยะที่สังเกตุการอยู่ในมุมมืดอ่านความรู้สึกของหญิงสาวออก ดูเหมือนในกลุ่มรากยังมีบางคนที่ยังไม่ถูกล้างสมองและความรู้สึกไปทั้งหมด ตัวอย่างก็หญิงสาวตรงหน้าที่ยังแสดงความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

 

 

 

'เก็บเธอไว้ใช้ประโยชน์สักคนก็แล้วกันเอาละเริ่มเลย'

 

 

 

ฟิ้ววววๆๆๆ

 

 

 

คาซึยะควักปาคุไนและขว้างปาออกไปมากกว่าสิบอัน แน่นอนว่ากลุ่มรากที่ถูกสะกดสัมผัสทั้งหกเอาไว้ไม่สามารถตอบสนองคุไนที่ถูกเขาขว้างออกไปได้ กว่าพวกมันจะรู้ตัวก็ตอนกลุ่มของพวกมันถูกฆ่าเท่านั้น

 

 

 

ตุบ ๆๆ

 

 

 

ินินจากลุ่มรากเกือบสิบคนถูกสังหารอย่างไร้ความปรานีคุไนที่ถูกขว้างออกไปเจาะเข้าที่หลังศีรษะ ส่วนคนที่เหลือรีบลุกขึ้นมาอย่างร้อนรนและเริ่มจัดเตรียมอาวุธเพื่อเตรียมรับมือ

 

 

 

"ใคร! ออกมานะเจ้าคนขี้ขลาด"

 

 

 

"แน่จริงก็ออกมาสิวะอย่ามัวแต่ลอบโจมตี"

 

 

 

"ขี้แล้วไม่เช็ดก้น แกเป็นคนแบบนี้เองสินะ"

 

 

 

"แย่แล้วเขาเป็นใครทำไม เราถึงตรวจจับไม่เจอ"

 

 

 

โนโนะที่เห็นการลอบสังหารก็ตื่นตัว แต่กว่าเธอจะตอบสนองเธอก็ถูกมือใหญ่ปิดเข้าที่ปากหมัดของชายสวมหน้ากากอัดเข้าที่ท้องของเธอเต็มแรงความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่เส้นประสาททำให้เธอใกล้หมดสติเต็มที แต่ก่อนที่เธอจะหมดสติไป เธอได้ยินเสียงแสนอ่อนโยนและหลับไปทั้งอย่างนั้น

 

 

 

"ราตรีสวัสดิ์นะโนโนะ"

 

 

 

ร่างแยกเงาของคาซึยะโผล่ออกมาและพาตัวโนโนะออกไปจากถ้ำ เขาปิดการใช้กระจกบุปผาเงาจันทราและเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ เพราะมันค่อนข้างเผาผลาญจักระของเขามาเกินความจำเป็น

 

 

 

เนตรค่อยๆหมุนวนกลับมาสู่รูปลักษณ์สามโทโมเอะ และหลังจากปล่อยคืนสัมผัสทั้งหกเหล่านินจาจากหน่วยรากก็จับการคลื่นไหวของคาซึยะได้ พวกมันรีบเข้าล้อมกรอบเขาด้วยความรวดเร็วสูง ดูๆแล้วก็มีความสามารถพอสมควร

 

 

 

"ในที่สุดก็โผล่ออกมา แกลอบเข้ามาตอนไหน!"

 

 

 

"เดี๋ยวก่อนแล้วหัวหน้าโนโนะละ ?"

 

 

 

"เธอคงถูกจับตัวไปแล้ว"

 

 

 

"ช่างเถอะไม่มียัยนั่นอยู่ก็ดีแล้ว"

 

 

 

"หืมเจ้านี่เป็นคนจากตระกูลอุจิวะ"

 

 

 

"แกเป็นใครทำไมถึงทำแบบนี้ ?"

 

 

 

ริมฝีปากใต้หน้ากากเริ่มแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย เจ้าตัวเริ่มเอาอาวุธประจำตัวของเขาออกมาควงเล่นไปมานั่นก็คือกุนไบ แต่กุนไบอันนี้ไม่ใช่กุนไบย่อส่วนที่ถูกสร้างใหม่ แต่เป็นกุนไบที่แท้จริงของตาแก่มาดาระ 

 

 

 

เขาเริ่มควงมันไปมาก่อนจะเอากุนไบทิ่มลงดินดวงตาเนตรวงแหวนจดจ้องกลุ่มรากที่กำลังแสดงความตรึงเครียด แต่ไร้ความหวาดกลัว และกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวชายวัยกลางคน

 

 

 

"เพื่อบุญอันน้อยนิดก่อนที่พวกเจ้าจะตาย จำใส่สมองของพวกเจ้าไว้ให้ดี นามของฉันก็คือ อุจิวะ มาดาระ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น