Shironeko

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 - ไมล์เข้าร่วมปาร์ตี้ละ

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 - ไมล์เข้าร่วมปาร์ตี้ละ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 734

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 - ไมล์เข้าร่วมปาร์ตี้ละ
แบบอักษร

หลังจากทำภารกิจปราบก็อบลินเสร็จแล้ว ผมและไมล์ก็รีบกลับเมืองเพื่อที่จะไปรายงานเกี่ยวกับภารกิจให้กิลด์นักผจญภัยฟัง และเมื่อพวกเขาได้ยินก็มีท่าทีแตกตื่น และกำลังจะประกาศภารกิจฉุกเฉินเพื่อรวบรวมกำลังพลไปจัดการกับราชาก็อบลิน 

"เอ่อคือว่า พวกเราจัดการไปแล้ว"ไมล์พูดออกไปแบบนั้น มันเป็นความจริงที่เราจัดการไปแล้ว และต้องรายงานทางกิลด์ ถึงเราจะไม่อยากรายงานแต่ที่บัตรนักผจญภัยมันก็ได้บันทึกเอาไว้แล้ว 

ทางพนักงานกิลด์ที่ได้ฟังก็ตกใจ ก่อนที่ไมล์จะเอาชิ้นส่วนของราชาก็อบลินที่ผมแยกส่วนแล้วออกมาวางไว้ เพียงแค่หินเวทย์ของมันก็เป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันได้แล้ว และบันทึกที่อยู่ในบัตรกิลด์นั้นไม่สามารถปฏิเสธได้ ทำให้ตอนนี้ทั้งกิลด์นักผจญภัยเกิดความโกลาหล 

 

"แยกส่วนมาให้เรียบร้อยเลย แถมยังมีเวทย์เก็บของ"พนักงานกิลด์นอนนี้ดวงตาไร้ประกาย พูดพึมพำอยู่คนเดียว คงยากที่จะยอมรับที่ผู้ชายท่าทางอ่อนแอ ผอมแห้ง กับเด็กสาวอายุ 14 จะสามารถจัดการราชาก็อบลินได้ อีกอย่างพวกเขายังแค่แรงค์ F 

และเมื่อพนักงานกิลด์ตั้งสติได้แล้วก็ได้เรียกคนของโรงงานแยกส่วนออกมาประเมินเกี่ยวกับชิ้นส่วนของราชาก็อบลิน และได้ทำการประเมินภารกิจในครั้งนี้ใหม่จากระดับ E ได้เปลี่ยนเป็นระดับ C และทั้งผมและไมล์ได้ถูกเลื่อนขั้นจากแรงค์ F เป็นแรงค์ D ในทันทีเลยด้วย เพราะผลงานแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว 

 

"ชิ้นส่วนทุกอย่างถูกแยกส่วนได้อย่างสมบูรณ์ ความเสียหายก็มีน้อย แทบทุกส่วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้"คนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบชิ้นส่วนของก็อบลินเม่อครู่เดินเข้ามาก่อนจะกล่าว 

"สำหรับราคา เราขอซื้อในราคาเต็มเลยก็แล้วกัน"เขาว่ามาแบบนั้น ก่อนที่ทางกิลด์จะไปเตรียมเงินรางวัลของคำขอแรงค์ C และ ราคาของชิ้นส่วนราชาก็อบลินที่พวกเราตัดสินใจที่จะขายไป  

ซึ่งเงินจากการทำคำขอแรงค์ C นั้นคือคนละ 5 เหรียญทอง เพราะมันเป็นภารกิจประเภทปราบปราม แถมยังมีตัวของราชาอยู่ด้วยพวกเขาจึงให้คนละ 5 เหรียญทองซึ่งพวกเราไม่มีปัญหา ส่วนราคาของชิ้นส่วนพวกนั้น พวกเขาจะคิดให้เป็นส่วนๆไป ซึ่งมันจะดีกว่าการขายทั้งตัว การขายแบบนี้ทางเราจะได้เงินมากกว่า 

"ราคานี้เป็นไง?"พวกเขายื่นกระดาษใบหนึ่งมาให้ ในนั้นได้เขียนราคาของแต่ละชิ้นส่วนเอาไว้ บ้างก็จาบได้ราคาดีโดยเฉพาะหินเวทย์นั้นราคาดีเป็นพิเศษ ซึ่งพอรวมๆแล้วก็จะได้ประมาณ 

"30 เหรียญทอง 50 เหรียญเงิน สินะคะ"ไมล์กล่าวขึ้นมาเมื่อดูตัวเลขนั้นแค่ครู่เดียว การคำนวนของเธอสุดยอดไปเลย 

"พวกเราตกลงกับราคานี้ครับ" 

 

หลังจากรับเงินและเลื่อระดับของแรงค์เสร็จแล้ว ผมและไมล์ก็ได้ไปกินฉลองกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าผมเลี้ยง เอาจริงๆผมไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินหรอก ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาก็ออกล่าอยู่ตลอดและแน่นอนว่าถุงเวทย์มนต์นั้นมีพื้นที่จำกัด ไม่เหมือนกับเวทย์เก็บของที่มีพืนที่ตามพลังเวทย์ของผู้ใช้ ผมจึงต้องขายชิ้นส่วนให้กับเมืองต่างๆที่ผมแวะ และมีเงินอยู่มากเลยทีเดียว ขนาดที่ว่าซื้อบ้านได้หลังนึงเลยละ 

"หลังจากนี้คุณซาคุไรจะไปไหนต่อหรอค่ะ?"ไมล์ที่กำลังกินอยู่กล่าวถามขึ้นมา เป้าหมายต่อไปงั้นหรอ 

"ยังไม่ได้คิดเลย ว่าจะออกผจญภัยไปเรื่อยๆนะ ไมล์ละ" 

"ก็ว่าจะออกผจญภัยเหมือนกันค่ะ แต่ก็ไม่ได้มีเป้าหมายที่ชัดเจนนัก"ไมล์นั้นพึ่งจบการศึกษาจากโรงเรียนาอนนักผจญภัยมาไม่นาน ไม่แปลกหรอกที่จะไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนแบบนั้น อีกอย่างด้วยนิสัยที่อยากจะเป็นคนธรรมดาคงไม่ยากเด่นมากนัก 

 

"ไปกับผมไหม? ร่วมปาร์ตี้ด้วยกัน ออกผจญภัยไปเรื่อยๆ ออกไปมองโลกกว้างนี้ด้วยตาของตัวเอง"ก็แค่ลองชวนดูเท่านั้น สำหรับผมไม่คิดจะอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งเท่าไหร่ เหนื่อยเมื่อไหร่ก็พักที่นั่น นอนกลางป่าก้ไม่มีปัญหา แต่สำหรับเด็กสาวอย่างไมล์นั้น อ่าวเห้ย! ร้องทำไม 

"ไมล์เป็นอะไร?" 

"พึ่งจะมีคนชวนเข้าปาร์ตี้นะคะ เข้าใจแล้วค่ะจะร่วมเดินทางด้วย"ว่าแล้วไมล์ก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สดใสแบบเด็กๆ ถึงจะมีฉายาว่าผู้กลับชาติมาเกิดแต่ไมล์ก็ยังเป็นแค่เด็ก และที่ผ่านมาคงจะไม่มีเพื่อนเลยสักคนเดียว  

 

หลังจากไมล์เข้าร่วมปาร์ตี้อย่างเป็นทางการแล้วนั้น พวกเราก็ตัดสินใจกันว่าจะอยู่ที่เมืองนี้กันต่ออีกหน่อย แล้วค่อยออกเดินทาง ยังมีหลายอย่างที่ต้องเตรียมนั่นคือ ม้าหรือรถม้า การเดินเท้าไปทั่วมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก 

ระหว่างนั้นพวกเราก็ทำภารกิจอยู่เรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นภารกิจแรงค์ต่ำๆเพราะไมล์ไม่อยากจะเด่นเหมือนตอนปราบราขาก็อบลินอีกแล้ว จะว่าไปตอนนั้นพวกเราก็โดนสอบถามถึงวิธีการจัดการมันด้วย โชคดีที่สามารถโกหกมาได้ 

 

และในที่สุดก็มาถึงวันที่พวกเราจะออกเดินทาง เป้าหมายต่อไปคือเมือง ออรัม ที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ตามที่พนักงานกิลด์แจ้งมาเป็นเมืองที่มีคำขอค่อนข้างมาก และส่วนมากจะเป็นภารกิจปราบปราม จากการสอบถามเห็นว่ามอนสเตอร์มีท่าทีแปลกๆ มอนแกร่งๆออกมาเดินอยู่รอบนอกของป่า และมีจำนวนมากเป็นพิเศษ มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นภายในป่าแห่งนั้น หรือไม่ก็มีมอนแกร่งๆเกิดขึ้นในป่าจนทำให้พวกนี้ต้องหนีออกมา 

"ทำไมเราต้องไปเมือง ออรัม ที่มีมอนออกมาเยอะด้วยละ"ไมล์ที่เกิดความสงสัยก็ถามขึ้น เธอนั้นไม่อยากเด่นเท่าไหร่นัก แต่ผมก็ดันเลือกเมืองที่เป็นปัญหาเอาเสียนี่ 

"มอนเยอะก็เก็บเวลได้เยอะ ก็ดีแล้วนี่"อีกอย่างค่าสถานะก็จะได้เพิ่มขึ้นด้วย 

ซึ่งไมล์ก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่ถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนที่พวกเราจะเริ่มออกเดินทาง 

 

การเดินทางของพวกเรานั้นจะใช้ม้าหนึ่งตัว เพราะไมล์ขี่ม้าไม่เป็นทำให้เธอต้องมาใช้ม้าตัวเดียวกับผม ซึ่งจากระยะทางแล้วคาดว่าน่จะใช้เวลาประมาณ 2 วัน ก็ถึงเมืองออรัม 

 

*ฟุบ!* 

 

แต่พอพวกเราออกมาจากตัวเมือง จนไม่สามารถมองเห็นประตูเมืองได้แล้วนั้น ก็มีบางอย่างพุ่งเข้ามา มันคือลูกธนูที่พุ่งเข้าใส่พวกเราอย่างแม่นยำ 

 

*เวทย์ลม : กำแพงสายลม* 

 

แต่ก่อนที่ลูกธนูพวกนั้นจะถึงตัว ก็เกิดกำแพงลมขึ้นมาขวางเอาไว้เสียก่อน เป็นเวทย์ของผมเองอีกอย่างด้วยสกิลรับรู้ตัวตน และรับรู้จิตสังหาร ทำให้ผมสามารถรู้สึกถึงตัวพวกมันได้ก่อนที่พวกมันจะโจมตีเสียอีก 

"ออกมาได้แล้ว คุณโจรกระจอกทั้งหลาย!"สิ้นเสียง พวกมันก็โผล่ออกมามีจำนวนทั้งหมด 5 คนแต่นี่เท่าที่ตาเห็นเพราะภายในป่าทั้งสองข้างยังมีหลบซ่อนอยู่อีก 2 คนรวมเป็นทั้งหมด 7 คน ขี้โกงนี่ปาร์ตี้นึงเขามีได้แค่ 6 คนนะ แบบนี้ต้องโดนลดสถานะ! ฮ่าฮ่า ว่าไปนั่น 

 

"ซาคุไรซัง ไหวไหม?" 

"สบายมากๆ พวกนี้ไม่ต่างจากก็อบลินหรอก"ผมตั้งใจพูดยั่วยุพวกมัน ซึ่งก็ได้ผลพวกมันเริ่มโจมตีทันที โดยมีนักเวทย์ 2 คนด้านหลังคอยสนับสนุน ส่วนอีก 3 คนพุ่งเข้ามาตรงๆ ดาบ 2 คนขวาน 1 คน ทางฝั่งผมนั้นก็พุ่งเข้าไปเช่นเดียวกัน โดยมีไมล์คอยระวังหลังรอดูท่าทีของ 2 คนที่อยู่ในป่าให้ถ้าหากพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวไมล์ก็จะจัดการทันที 

 

*วารีเอ่ยจงมารวมกัน จงมาสถิตในมือแห่งข้า* 

 

นักเวทย์ของฝั่งโจรทั้ง 2 เริ่มร่ายเวทย์ฟังดูแล้วคงจะเป็นเวทย์น้ำ แต่ว่า 

 

*สกิล : แยกส่วนประกอบ - แยกเวทย์!* 

 

ตัวผมเองก็ได้ใช้สกิลไปเช่นกัน มวลน้ำที่นักเวทย์ทั้งสองพยายามร่ายขึ้นมาสลายหายไปในพริบตาทำให้พวกมันต่างพากันตกใจ การต่อสู้พลันชะงัก ก่อนที่ผมจะลงมือปริดชีพพวกมันรวดเดียว 5 คน เหลืออีก 2 คนที่หลบอยุ่ในป่า และทันใดนั้นพอพวกมันกำลังจะหนี ไมล์ก็ลงมือโดยใช้เวทย์น้ำแข็ง แต่พวกมันยังไม่ตายเพราะไมล์ไม่อยากจะฆ่าใคร 

 

"ซาคุไรซัง เมื่อกี้อะไรนะ!"ไมล์วิ่งเข้ามาถาม เพราะอยู่ๆเมื่อครู่นี้เวทย์ของนักเวทย์ทั้ง 2 หายไปเแยเลย 

"ยูนีคสกิล แยกส่วนประกอบ มันสามารถแยกส่วนประกอบของอะไรก็ได้ ถ้าผมอยากจะแยก ทั้งส่วนประกอบของเวทย์มนต์ ส่วนประกอบของร่างกาย หรืออะไรก็แล้วแต่"ผมไม่ได้บอกว่าสามารถแยกส่วนสเตตัสออกมาได้ รอจนกว่าไมล์จะเปิดใจบอกเรื่องพลังครึ่งมังกรโบราณจะดีกว่า 

"ส สุดยอด! เหมือนนักฆ่าจอมเวทย์เลย!"ก็พูดเกินไป ผมก็แค่ประยุคใช้จากสกิลแยกส่วนประกอบเอง พอดีเผลอทำได้ตอนสู้กับมอนสเตอร์นะ 

ว่าแล้วไมล์ก็วิ่งไปดูอีกสองคนในป่ามรายังไม่ตาย ส่วนผมก็ทำการแยกสเตตัสของพวกโจรนี้มาทั้งหมดแต่ไม่มีเวลาดูเลยต้องเก็บเอาไว้ก่อน ไม่นานไมล์ก็ลากทั้ง 2 ออกมา 

 

"ไม่ฆ่าหรอ"พอถามแบบนั้นไมล์ก็มีสีหน้าไม่ดี ก่อนจะมองไปยังศพของทั้ง 5 ที่ผมฆ่า 

"ก็รู้หรอกว่าการฆ่าคนมันทำใจลำบาก แต่ถ้าเราไม่ฆ่าสักวันมันก็ต้องฆ๋าเรา โลกนี้มันก็แบบนี้แหละ"ผมพยายามที่จะสอนไมล์เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ ถ้าไมล์จะใจอ่อนอยู่แบบนี้ในอนาคตข้างหน้าพวกพ้องของเธอได้ถูกฆ่าตายจากพวกที่เธอปล่อยไปแน่ หลังจากไมล์นิ่งเงียบอยู่สักพัก เธอก็ลงมือฆ่าทันที แม้ว่าเธอจะรู้สึกไม่ดีแต่มันก็จะเป็น 

"ขอโทษที่ต้องให้ทำอะไรแบบนี้ แต่ผมแค่อยากจะให้เธอได้รู้ถึงความโหดร้ายของโลกใบนี้ พวกนั้นมีเจนตาฆ่าเราอย่างชัดเจน ไม่สิมันตั้งใจจะฆ่าแค่ผมคนเดียว ส่วนไมล์พวกมันคงจะจับตัวไปแบบเป็นๆ ถ้าหากไมล์ใจอ่อนปล่อยพวกมันไป พวกมันก็จะไปทำแบบเดียวกับคนอื่นอีก"ซึ่งไมล์ก็พยักหน้าเข้าใจ ก่อนที่พวกเราจะออกเดินทางกันอีกครั้ง ส่วนศพพวกนั้นก็ปล่อยไปงั้นแหละ อ่อใช่ 2 ศพที่ไมล์ฆ่าผมแยกสเตตัสออกมาแล้ว 

 

"จะว่าไป อยากได้คนที่เป็นฮีลเลอร์ หรือไม่ก็สามารถสร้างโพชั่นได้จังเลย" 

"นั่นสินะ" 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น