นับดาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ไม่่ว่าใครหน้าไหนก็ห้ามแตะต้องนาง

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ไม่่ว่าใครหน้าไหนก็ห้ามแตะต้องนาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 15:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ไม่่ว่าใครหน้าไหนก็ห้ามแตะต้องนาง
แบบอักษร

 

อาชาสีดำดุจน้ำหมึกเยื้องย่างผ่านประตูเมืองจิ่นหยางอย่างเชื่องช้า เป็นเพราะเมื่อครู่หยางเฟยหรงบังคับให้ฝีเท้าของมันเร็วขึ้น จึงมาถึงจุดมุ่งหมายก่อนพลบค่ำ

นัยน์ตาสีนิลหลุบลงเพื่อมองคนในอ้อมแขน ซึ่งในยามนี้นางกำลังเอนร่างซบลงมากับแผงอกกว้างของเขาเพื่อนอนหลับอย่างสบายอารมณ์

สายลมที่พัดผ่านเข้ามาทำให้เส้นผมยาวสลวยของนางปลิวไสว ดวงหน้ากระจ่างใสปรากฏสีชมพูระเรื่อแม้ปราศจากเครื่องสำอางแต่งแต้ม เปลือกตาที่ถูกปิดลงเผยให้เห็นแพขนตางอนหนาสวยซึ้ง ริมฝีปากเนียนนุ่มที่เขาเคยได้ลิ้มลองมาแล้วครั้งหนึ่งเป็นจุดที่มองแล้วทำให้จิตใจของชายหนุ่มปั่นป่วน

“กลับมาแล้วหรือขอรับท่านแม่ทัพ” เถ้าแก่ร้านขายซาลาเปาเจ้าประจำร้องถามทันทีที่ได้เห็นเพียงแค่อาชาสีนิลที่ย่างกรายผ่านมา

หยางเฟยหรงพยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยเฉกเช่นปกติวิสัย ก่อนจะชักม้าให้เดินต่อไปโดยเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เพราะเริ่มรู้สึกได้ถึงสายตาแปลกๆ หลายคู่ที่กำลังจับจ้อง

ตลอดริมฝั่งถนนทั้งสองข้าง มีชาวบ้านพากันมารายล้อม บ้างก็ชี้ชมท่านแม่ทัพรูปงามกับโฉมสะคราญบนหลังอาชาตัวนั้น ก็ภาพแปลกตาเช่นนี้ ใช่ว่าจะหาดูได้ง่ายๆ เสียเมื่อไร

ซึ่งเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อมรอบกายทำให้ไป๋ชิงจำต้องตื่นจากห้วงนิทรา

นางกะพริบตาถี่ๆ พยายามปรับม่านตาให้รับแสงที่เข้ามา ก่อนจะพบว่าตนแนบชิดกับเรือนกายแกร่งซึ่งกำลังนั่งซ้อนอยู่ทางด้านหลังแค่ไหน

ไป๋ชิงนึกอยากจะเขกกะโหลกตัวเองเหลือเกิน นี่นางเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไร ขายหน้าจริง...

“เช็ดน้ำลายของเจ้าซะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนนางต้องยกปลายแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดตรงมุมปาก หากเมื่อพบว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหา ใบหน้าหวานก็เริ่มงอง้ำ

ช่างเป็นบุรุษที่ไร้มารยาทโดยแท้ มีอย่างที่ไหน ชอบพูดจาให้สตรีต้องรู้สึกอับอายขายหน้า!

นัยน์ตาสีนิลทอประกายขบขัน เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าการพูดจาเย้าแหย่หญิงงามจะให้ความบันเทิงได้ถึงเพียงนี้

“อีกสักพักก็จะถึงจวนของข้า เจ้าอยู่ที่นั่นไปก่อนแล้วกัน หลังจากนั้นสองสามวันข้าจะพาเจ้าไปพบท่านพ่อกับท่านแม่” หยางเฟยหรงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ลมที่พัดเข้ามาพาให้กลิ่นกายของคนที่อยู่เบื้องหน้ารวยรินแตะจมูก

“ไม่ไปมิได้หรือ คือ...ข้าไม่อยากพบปะผู้คนสักเท่าไร” ไป๋ชิงเริ่มต่อรอง เพราะไม่อยากเปิดเผยโฉมหน้าให้ใครได้เห็น โดยเฉพาะบิดาของหยางเฟยหรง ซึ่งเป็นถึงอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย

เขาหลุบตามองคนในอ้อมแขนเล็กน้อย ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่เข้าใจเหตุผลของนาง แต่หยางเฟยหรงก็ไม่คิดจะถามไถ่ ริมฝีปากบางเฉียบจึงเอ่ยออกไปเพียงแค่ว่า

“ถ้าเช่นนั้นก็ตามใจ”

 

ในที่สุดอาชาสีนิลก็พาสองหนุ่มสาวมาจึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ

นายทหารน้อยใหญ่รวมถึงคนรับใช้ภายในบ้านต่างพากันมายืนต้อนรับประมุขของบ้านกันด้วยความปีติยินดี หากเมื่อได้เห็นว่าหยางเฟยหรงกำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามนางหนึ่ง คนเหล่านั้นก็หันไปมองหน้ากันให้เลิ่กลั่ก

“ยินดีต้อนรับกลับจวนขอรับท่านแม่ทัพ” พ่อบ้านจูเป็นตัวแทนกล่าวต้อนรับหยางเฟยหรง ในขณะที่เขากลับโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“ไม่ต้องมากพิธี”

ทุกคน ณ ที่นั้นพากันโค้งคำนับทั้งหยางเฟยหรงและไป๋ชิง ในใจของพวกเขาคิดไปต่างๆ นานาว่าแม่นางผู้นี้เป็นใครกัน ไยจึงมากับจอมทัพไร้ใจเช่นนี้

ร่างสูงใหญ่เดินนำเข้าไปยังห้องโถงของบ้าน ซึ่งบ่าวไพร่และนายทหารทั้งหลายก็ทยอยพากันเดินตามเขาไป

ไป๋ชิงไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร จึงได้แต่เดินตามหยางเฟยหรงเข้าไปในห้องโถงนั้น นางเริ่มรู้สึกประหม่ากับสายตาหลายคู่ที่พากันจับจ้อง

“แม่นางผู้นี้มีนามว่าไป๋ชิง นับจากนี้ไปนางจะอยู่ที่นี่ในฐานะน้องสาวของข้า ความเป็นอยู่ของนางมอบให้จูหย่งเหอเป็นผู้รับผิดชอบ” หยางเฟยหรงประกาศด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนัก หากฟังชัดถ้อยชัดคำ พ่อบ้านจูจึงค้อมศีรษะให้ไป๋ชิงเล็กน้อย เป็นเชิงว่าน้อมรับประกาศิตนั้น

“ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวไปจัดเตรียมห้องให้คุณหนูไป๋ก่อนนะขอรับ”

หยางเฟยหรงพยักหน้ารับ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ รับเอาน้ำชาที่สาวใช้นำมาให้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ในขณะที่ไป๋ชิงกำลังยืนงง ไม่รู้ว่าตนควรจะอยู่ที่ไหน หรือทำอะไรในตอนนี้

จวนของแม่ทัพอันดับหนึ่งแห่งแคว้นลู่ช่างดูใหญ่โตโอ่อ่าสมฐานะ ไป๋ชิงมองดูศิลปะของตกแต่งต่างแคว้นอย่างเพลิดเพลิน เพราะตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งจะได้เดินทางมาไกลบ้านเป็นครั้งแรก

“เสี่ยวฟาง” หยางเฟยหรงหันไปพูดกับสาวใช้ที่นำน้ำชามาให้เขา “ต่อไปนี้เจ้าต้องคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้แม่นางไป๋ ไม่ต้องเข้าไปช่วยงานในครัวอีก”

ได้ยินเขาว่าดังนั้น เสี่ยวฟางก็หันไปมองเจ้านายคนใหม่ทันที ซึ่งไป๋ชิงกำลังส่งยิ้มละมุนตามาให้สาวใช้ตัวน้อย

“เจ้าค่ะ...ข้าจะปรนนิบัติคุณหนูไป๋เป็นอย่างดี” แต่นางกลับก้มหน้างุด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคนเป็นนาย ดูท่าเด็กสาวคนนี้คงจะขี้อายกว่าที่คิด ไป๋ชิงจึงย่อกายลงเพื่อเข้าไปจ้องมองใบหน้าเล็กนั้นใกล้ๆ

ดวงตาวาวใสช้อนขึ้นมองคนที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าของไป๋ชิงช่างงดงามเหลือเกิน เรียกได้ว่าขนาดเสี่ยวฟางซึ่งเป็นสตรีเช่นกัน แค่ได้เห็นก็ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

“ข้าน้อยเสี่ยวฟาง ขอฝากเนื้อฝากตัวกับคุณหนูเจ้าค่ะ”

ไป๋ชิงอมยิ้ม รู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวคนนี้อย่างบอกไม่ถูก นางเอื้อมมือไปกุมมือน้อยของเสี่ยวฟางเอาไว้ ก่อนจะฉุดให้เด็กสาวลุกขึ้นด้วยกัน

“ข้าถูกชะตากับนางยิ่งนัก ขอบคุณท่านแม่ทัพที่ดูแลต้อนรับข้าเป็นอย่างดี” ไป๋ชิงพูดกับหยางเฟยหรงด้วยน้ำเสียงสดใส รอยยิ้มของนางทำเอาหัวใจของนายทหารที่อยู่ตรงนั้นหวั่นไหวกันไปเป็นแถบ

“พาไป๋ชิงเข้าไปในห้องของนางได้แล้ว” เขาสั่งเสี่ยวฟางเมื่อเห็นว่าเสน่ห์ของนางเริ่มจะเรี่ยราดกลาดเกลื่อนไปทั่วห้องโถงแห่งนี้

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวฟางรับคำแต่โดยดี ก่อนจะเดินนำหน้าไป๋ชิงเข้าไปในจวน “เชิญทางนี้เจ้าค่ะคุณหนู”

ไป๋ชิงเดินตามเสี่ยวฟางไป จนเมื่อร่างบางของนางลับสายตา นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวจึงหันไปจ้องหน้านายทหารเหล่านั้นเรียงตัว ซึ่งประโยคถัดมาของจอมทัพหนุ่มก็ทำให้บรรดาลูกน้องต้องมองตากันพร้อมกับลอบยิ้ม

“ไป๋ชิงเปรียบเสมือนน้องสาวของข้า ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ห้ามแตะต้องนางเป็นอันขาด!”

 

พ่อบ้านจูตระเตรียมห้องนอนสำหรับน้องสาวคนใหม่ของหยางเฟยหรงได้รวดเร็วทันใจราวกับมีเวทมนตร์

ไป๋ชิงมองสภาพแวดล้อมภายในห้องที่ถูกตกแต่งไว้อย่างงดงามด้วยความพึงพอใจ เพราะอย่างน้อย ดอกกุหลาบที่ถูกปักอยู่ในแจกันก็ทำให้จิตใจของนางรู้สึกรื่นรมย์ขึ้นมาบ้าง

“เชิญคุณหนูพักผ่อนตามสบาย ถ้าท่านต้องการสิ่งใดสามารถเรียกใช้ข้าได้ตลอดเวลา” พ่อบ้านวัยกลางคนโค้งคำนับไป๋ชิงอย่างนอบน้อม ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะสงสัยในที่มาที่ไปของคุณหนูไป๋ผู้นี้มากมายเพียงใด แต่จูหย่งเหอก็รู้ดีว่าตนไม่ควรก้าวก่ายเรื่องของเจ้านายให้มากความ

เป็นพ่อบ้านรับใช้ตระกูลหยางมาก็ตั้งนมนาน ไม่เคยเลยแม้สักครั้งที่เขาจะได้เห็นแม่ทัพหนุ่มพาสตรีนางใดเข้ามาในจวน หากเมื่อพบว่าความงามของแม่นางผู้นี้เทียบได้กับหญิงงามหนึ่งในใต้หล้า จูหย่งเหอก็สิ้นสงสัย และได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตนต่อไปเงียบๆ

“รบกวนท่านแล้วพ่อบ้านจู” นางยิ้มให้เขานิดหนึ่งแทนคำขอบคุณ ซึ่งเมื่อจูหย่งเหอออกจากห้องนั้นไป ไป๋ชิงก็รีบชวนเสี่ยวฟางพูดคุยเพื่อสร้างความสนิทสนมทันที

“เสี่ยวฟาง” นางเรียกชื่อเด็กสาวเบาๆ

“เจ้าคะคุณหนู” ทว่าเสี่ยวฟางยังคงนั่งคุกเข่าก้มหน้า ราวกับว่านางไปทำผิดคิดร้ายใครมาเสียอย่างนั้น

“ปีนี้เจ้าอายุเท่าไร”

เสี่ยวฟางเงยหน้าขึ้นมองไป๋ชิงด้วยความประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าเจ้านายคนใหม่จะให้ความสนใจเรื่องส่วนตัวของนางเช่นนี้

“สิบห้าปีเต็มเจ้าค่ะ”

ไป๋ชิงได้ฟังแล้วก็ครุ่นคิด เด็กสาวคนนี้ถึงแม้จะเป็นเพียงคนรับใช้ ทว่าหน้าตาผิวพรรณกลับดูผ่องใส ใบหน้าเล็กงดงามสมวัยดรุณีแรกแย้ม

“เจ้าต้องทำหน้าที่อุ่นเตียงให้ท่านแม่ทัพหรือไม่” ไป๋ชิงถามออกไปเพราะทนเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจไม่ไหว หากคำถามนั้นกลับทำให้ใบหน้าของเสี่ยวฟางแดงซ่านลุกลามไปจนถึงใบหู

“คุณหนู! พูดเรื่องที่สตรีไม่ควรเอ่ยปากออกมาได้อย่างไรเจ้าคะ” เสี่ยวฟางร้องเสียงหลง คุณหนูไป๋ผู้นี้ถึงแม้จะงดงามสมกับเป็นคุณหนูตระกูลผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว หากวาจาของนางกลับฟังดูระคายหูนัก

“ข้าเพียงแค่อยากรู้ ไม่ได้เที่ยวไปป่าวประกาศให้ใครได้ยินสักหน่อย” ไป๋ชิงทำหน้ามุ่ย ยิ่งเห็นท่าทีตื่นตระหนกลนลานของเสี่ยวฟาง นางก็ยิ่งมั่นใจว่าแม่ทัพหน้าตายผู้นั้นคงต้องเคยใช้บริการอุ่นเตียงจากเด็กสาวคนนี้เป็นแน่

“ไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดเลยเจ้าค่ะคุณหนู ท่านแม่ทัพไม่เคยให้สาวใช้คนไหนทำหน้าที่นั้น” เสี่ยวฟางรีบแก้ตัวเป็นพัลวันเมื่อเห็นว่าไป๋ชิงกำลังจะเข้าใจผิด ซึ่งนั่นก็ทำให้นางยิ่งสงสัยหนักเข้าไปใหญ่

“ไม่เคยมีใครอุ่นเตียงให้...” ไป๋ชิงเริ่มเดินไปรอบๆ โต๊ะอย่างคนกำลังใช้ความคิด “เช่นนั้นก็หมายความว่าฮูหยินใหญ่ของแม่ทัพหยางต้องขี้หึงมากแน่ๆ”

ไป๋ชิงเริ่มสันนิษฐานแบบเดาสุ่ม แต่ถ้าหยางเฟยหรงแต่งงานแล้วจริงๆ เมื่อครู่ตอนที่เข้ามาในจวน ทำไมนางไม่เห็นสตรีที่ดูเหมือนภรรยามารอต้อนรับเลยล่ะ

“ท่านแม่ทัพยังไม่ได้แต่งงาน ไม่มีทั้งเอกภรรยาหรืออนุใดๆ ทั้งนั้นเจ้าค่ะ” เสี่ยวฟางรีบแก้ต่างแทนเจ้านาย

“ประหลาดจริง...แม่ทัพหยางเป็นบุรุษ ย่อมมีความปรารถนาที่จะใกล้ชิดสตรี ทำไมถึงไม่มีสาวใช้อุ่นเตียงล่ะ” ยิ่งไป๋ชิงถาม เสี่ยวฟางก็ยิ่งหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ เพราะตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยพูดจาเกี่ยวกับเรื่องลับๆ ของบุรุษเพศเช่นนี้มาก่อน

“ข้ารู้เพียงแต่ว่าท่านแม่ทัพมักจะไปหาความสำราญที่หอนารีแดงบ้างเป็นครั้งคราว คุณหนูเจ้าคะ...โปรดอย่าชวนข้าคุยเรื่องบัดสีเช่นนี้อีกเลย” เสี่ยวฟางว่าพลางคุกเข่าก้มหน้าลงแนบกับพื้น ซึ่งกิริยาของเด็กสาวทำให้ไป๋ชิงรู้สึกขัดใจยิ่งนัก หากนางก็หยุดพูดถึงเรื่องนั้น แล้วหันไปสนใจอย่างอื่นแทน

ซึ่งคำถามของไป๋ชิงก็ทำให้เสี่ยวฟางรู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่ต่างอะไรจากคำถามเมื่อครู่

“ก็ได้...ว่าแต่เจ้าพอจะตอบข้าได้ไหม ว่าในจวนนี้มีอะไรให้ข้าเล่นสนุกได้บ้าง?”

เอิ่ม น้องชิง มาอยู่ในจวนเขาวันแรกก็เตรียมจะซนแล้วหราาาา

อิพี่ก็เนอะ หวงยันเงา 5555

++ รักคนอ่าน ++

นับดาว

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น