Marionette_doll
Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep.39 : พอใจหายไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 13:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.39 : พอใจหายไป
แบบอักษร

หมอก Say ::

ตัวเธอยังสั่นอยู่เลย น้ำตาก็ยังไม่หยุดไหล น่าสงสารจริง ผมกอดหญิงสาวที่นั่งขดตัวอยู่บนตักของผม เพื่อปลอมให้เธอได้ใจเย็นลงบ้าง แม้เธอจะยังดึงเสื้อของผมมาเช็ดน้ำตาอยู่เป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ฟูฟายเหมือนตอนแรก

“ฉันบอกพ่อไปว่า ถ้าทำร้านนี้ไม่สำเร็จจะไม่กลับไปเหยียบที่บ้าน ทั้งที่ตัวฉันถอดใจไปแล้วหลายครั้ง ทั้งที่พ่อบอกฉันแล้ว ว่าฉันทำไม่ได้ แต่ฉันก็ไม่เชื่อ แต่วันนี้มันชัดเจน ว่าฉันทำมันไม่ได้จริงๆ ฮื่อออออ”

“มั่นใจหน่อยสิ คุณทำดีกว่าผู้ชายหลายๆคนอีกนะ คุณตัวร้อนจังเลย ผมไปหายามาให้ดีกว่า”

“อย่าเพิ่งไปได้ไหม ขอฉันอยู่แบบนี้อีกหน่อย ให้ฉันรู้สึกดีขึ้นกว่านี้ ฉันจะไม่อ้อนเลย แล้วคุณจะไปส่ง หรือจะให้ฉันไปไหนยังไงก็ได้”

“ใครจะให้คุณกลับ คืนนี้คุณจะนอนกับผมที่นี่” ประโยคของผมทำเอาเธอชันตัวขึ้นจากอกมามองหน้าผมทันที โธ่...ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว ดูไม่ได้เลย

“บ้าหรอ”

“ตอนนี้คุณก็กอดกับผมอยู่บนเตียง แค่เอนตัวลงไป มันคงไม่แย่มากกว่าตอนนี้นัก”

“คุณจะทำอะไรฉันเหมือนพวกนั้นรึเปล่า”

“ไม่รู้...ไม่รับปาก...ดูก่อน” จะให้รับปากได้ไง ผู้หญิงอยู่บนเตียงขนาดนี้แล้ว ใจผมไม่ได้แข็งพอขนาดนั้น ยิ่งตอนนี้เธอไม่เหลือความหยิ่งยโส ไม่เหลือสายตายั่วยวน เหมือนลูกอมที่ไร้เปลือก มันทำให้อยากจะลิ้มรสเธอมากขึ้นไปอีก

“งั้นฉันกลับดีกว่า อ่อ...ขอบคุณนะคะที่ทำตามสัญญา ว่าจะปกป้อง ดูแล ไม่ให้เกิดอันตราย วันนี้ไม่ได้คุณฉันแย่เลย”

เดี๋ยวๆ แค่นี้ถึงกลับสั่งลา ร้องกลับบ้านเลยหรอ เป็นเด็กรึไง กอดมาเป็นชั่วโมงอยู่ดีๆเพิ่งมากลัวงั้นหรอ ผมมองคุณเมลที่พยายามจะดันตัวออกเพื่อรักษาระยะห่าง ผมเลยรวบเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แม้เธอพยายามจะผลักออกผมก็ไม่ปล่อย

“อย่าดื้อกับผม คืนนี้ผมจะไม่ทำอะไรคุณก็ได้ ตอนนี้ผมแค่อยากให้คุณอยู่ในสายตา เพื่อความปลอดภัย”

“จริงนะ สัญญาแล้วนะ”

พูดออกไปแบบนั้นทำไมว้าาาาาาาา โคตรสวนความจริงเลยยยยย พูดออกไปแบบนั้นทำไมคร๊าบบบบ คุณหมอก

“อื้มมมมม”

“ฉันเชื่อใจคุณนะ ว่าคุณจะไม่ทำ ฉันเชื่อใจคุณได้ใช่ไหม ตะ...ตอนนี้ฉันอยากอาบน้ำได้ไหมคะ” เธอเอามือขึ้นมาปิดเสื้อที่ขาด หมดกันวิวอันสวยงามของผม สิ่งที่อยากทำมากกว่าอาบน้ำคงจะเป็นเปลี่ยนเสื้อที่ใส่อยู่สินะ

ผมไม่มีเสื้อผ้าที่นี่มีมากนักหรอก เพราะก่อนหน้านี้ผมนอนที่ไนต์คลับนิ ผมหยิบเสื้อเชิ้ตส่งให้เธอ เพื่อให้เธอเปลี่ยน พร้อมกับผ้าขนหนู นี่มันดึกมากแล้ว จะไปปลุกคนในบ้านให้หาให้คงไม่ดีนัก ใส่เท่าที่หาได้ก่อนก็แล้วกัน

 

เมล Say ::

เค้าช่วยฉัน เค้าตามส่ง ตามดูแล ฉันซึ้งใจ หัวใจที่เต้นรัวตอนนี้ก็ชัดเจนว่าฉันรู้สึกยังไง แต่เค้าต้องเจ้าชู้มากแน่ๆ เด็กในร้านก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่าคุณหมอกกับคุณอัคคีเป็นเสือผู้หญิงชั้นเซียนเลย ฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าเค้าไม่ได้มาหลอก เค้าไม่เคยทำอะไรให้ชัดเจนเลยด้วยซ้ำว่าเค้ารู้สึกยังไง เค้าบอกฉันเจนว่าไม่ได้ชอบฉัน ฉันไม่ต้องการหรอกนะ รักเล่นๆอะ

ฉันเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำที่อยู่ในตัวห้องนอน แล้วต้องเจอซิกแพ็ก ไม่!!! ขาว ไม่ใช่!! คนที่เตรียมตัวจะอาบน้ำต่อจากฉัน ต้องรีบหันไปทางอื่นแล้วเดินหลบอีกทาง

“ไปถอดในห้องน้ำไม่ได้หรอคะ”

“อะไร ผมแค่ถอดเสื้อ ไม่ได้ถอดทั้งหมดซะหน่อย เป็นเอามากนะคุณเนี่ย”

ฉันเดินมาที่เตียงขนาดใหญ่ ที่เมื่อกี้ฉันนั่งให้เค้ากอดอยู่นานสองนาน แล้วจู่ๆจะมาบอกว่ากลัวเค้ามันก็ยังไงอยู่ ปีศาจที่มาในร่างคนชั่ว มันดูออกง่าย แต่ถ้าปีศาจที่อยู่ในร่างเจ้าชายล่ะ เราจะดูออกไหมนะ ฉันเอาหมอนข้างมาคั่นกลาง เป็นอาณาเขตของตัวเอง แบบนี้แล้วกัน

แกร๊กก~* เสียงปิดประตูห้องน้ำเบาๆทำเอาฉันสะดุ้ง แม้ตัวเองจะนอนซุกอยู่ในผ้าห่มแล้วก็ก็ตาม แกล้งหลับละกัน

“คุณเมล อย่าเพิ่งหลับ”

“ไม่ค่ะ ฉันหลับแล้ว” เดี๋ยว...คนหลับแล้วที่ไหนเค้าตอบวะ แค่เพียงฉันตอบเค้าก็ดึงฉันขึ้นมานั่งทันที

“กินยาแก้ไข้ก่อน คุณตัวร้อน ตื่นมาจะได้หาย เตรียมให้แล้วทำไมไม่หัดมองซะบ้าง” คนที่ตัวใหญ่กว่าส่งยาให้ฉันพร้อมกับแก้วน้ำ

“ขอบคุณนะ” ฉันมองผู้ชายในชุดนอนผ้าซาตินสีเทา เตรียมยาให้ด้วยงั้นหรอ กินให้ก็ได้เดี๋ยวจะเสียน้ำใจ ฉันจับเม็ดยาสีขาวเข้าปาก แล้วตามด้วยน้ำอึกใหญ่ หัวใจเจ้าขาเต้นเบาๆ เดี๋ยวเค้าได้ยิน จะหาว่าหล่อนนะง่ายนะ

“ทีนี้นอนได้ เอาหมอนข้างมาคั่นขนาดนี้ กลัวขนาดนั้นเลย บอกไม่ทำก็คือไม่ทำสิ”

“งั้นก็นอนค่ะ”

ไฟในห้องถูกปิดจนมืดสนิท มีแต่ดวงไฟสีเขียวจากแอร์คอนดิชันเท่านั้น เอาเถอะ...หลับตาลงได้แล้วตัวฉัน พรุ่งนี้มันต้องดีขึ้น

“คุณเมล”

ไหนบอกจะให้ฉันนอนไง ยังจะเรียกทำไมอีก

“ถ้าผมจะให้คุณอยู่ที่นี่สักระยะได้ไหม ผมว่ามันไม่ปลอดภัย ผมคิดวนไปวนมา ถ้าครั้งหน้ามันไม่โชคดีแบบครั้งนี้ ผมไม่อยากให้เรื่องไม่ดีมันเกิดขึ้นอีก ผมอยากมั่นใจว่าคุณจะปลอดภัย ผมจะทำอะไรไม่ได้เลย ถ้ายังห่วงคุณอยู่แบบนี้”

“ฉันจะอยู่ได้ยังไง อยู่ในฐานะอะไร ถ้ามีใครถามฉันจะตอบยังไง”

“งั้นเรามาคบกันไหม”

คำถามที่ทำเอาฉันตาโต เดี๋ยวไหนบอกให้นอน ถามแบบนี้ฉันจะนอนยังไง ดีนะที่มีหมอนคั่นเอาไว้ ถ้าไม่มีเค้าต้องรู้แน่ว่าเค้ากำลังทำเอาฉันนอนไม่หลับ

“จริงจังรึเปล่า”

“ในระดับหนึ่ง แต่ก็มากพอที่จะเจ็บตัวเพื่อคุณได้ มากพอที่จะอดทนรอ” แล้วเค้าก็ดึงหมอนข้างออกเฉยเลย

“เดี๋ยว..เอาออกทำไม คุณสัญญาแล้วนะ”

แต่ในระดับหนึ่งงั้นหรอ มากพอจะเจ็บตัวเพื่อฉัน อันนี้ฉันเห็นแล้ว แต่มากพอที่จะอดทนรอ จะรอจนกว่าฉันจะพร้อมงั้นหรอ พร้อมจากอะไร

“ใครเค้าพูดเรื่องสำคัญแล้วมีหมอนข้างคั่นแบบนี้บ้าง ผมอยากใช้คำว่าผู้หญิงของผมได้อย่างเต็มปาก อยากปกป้องคุณในฐานะผู้หญิงของผม ไม่ใช่แค่คำสัญญาว่าจะดูแล ตอนแรกก็อยากจะแกล้งให้นานกว่านี้ ให้คุณเป็นคนบอกชอบผมเอง แต่เรื่องในวันนี้มันทำให้ผมรู้ว่าผมห่วงคุณแค่ไหน”

“จะรู้ได้ไงว่าคุณจะไม่หลอก”

“เชื่อใจผมไง”

อะไรไม่มีอะไรที่จะบอกได้เลย ว่าคุณจะไม่หลอก ลมปากผู้ชายอยากได้มันก็พูดดี ของยังใหม่ มันก็ยังสวย คอยเฝ้า คอยตามส่ง แล้วถ้าได้แล้วล่ะ ฉันหันหน้ามามองคนที่นอนข้างๆในความมืด อยากเห็นแววตาว่าเค้าพูดจริงรึเปล่า แต่กลับถูกรวบเข้าไปในอ้อมกอดซะงั้น ไหนบอกไม่ทำอะไรไง ฉันดิ้นเพื่อให้เค้าปล่อย

“ผมชอบคุณ คบกับผมนะ” ประโยคที่ทำเอาทุกอย่างหยุด

“แต่.....” ฉันยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ก็ถูกคนตรงหน้าปิดปากด้วยริมฝีปากอุ่นๆ เดี๋ยวววว!!! ไม่รอคำตอบเลยหรอ ริมฝีปากที่ขยับช้าๆมันพาฉันเคลิ้มอย่างกับตัวเองลอยอยู่บนปุยเมฆ หัวใจที่เต้นแรงมันยิ่งสั่นระรัวไม่หยุด ฉันจูบเค้าตอบเค้าช้าๆไม่ใช่ตามกลไกของร่างกาย แต่ตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ แขนใหญ่กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก มันทำให้เราชิดกันมาขึ้นอีก

“คำตอบของคุณ มีแค่คบหรือไม่คบ” เสียงทุ้มต่ำที่ทวงคำตอบฉันในระยะประชิด มันทำเอาเสียงที่มีมันหายไปหมด

“อืม” ฉันตอบช้อยที่ 3 ละกัน 2 ช้อยที่ให้มา มันน่าอาย ฉันอายที่จะตอบอะ

“ชอบผมเหมือนกันสินะ” ริมฝีปากของเค้าประกบลงมาอีกครั้งที่สิ้นเสียง จูบรสละมุนถูกป้อนอย่างช้าๆ เอ้าาา ลองดูสักตั้งก็ได้

“หากฉันรักแล้วคุณห้ามเลวนะ ฉันอนุญาตให้คุณมีฉันแค่คนเดียว ทำได้รึเปล่า” ฉันทำเสียงอ่อยลง เพราะรู้ว่ามันอาจจะมากไป ที่จะขอมากขนาดนี้

“แลกกันไหม เลิกใส่ชุดกระต่าย แล้วเลิกออกมาทักทายแขก”

เดี๋ยว...ไอ้คำถามมันก็เรื่องนึง แต่มือที่ลูบไปลูบมานี่มันคืออะไร

“อื้ออออ คุณหมอก คุณกำลังลูบขาฉันอยู่”

“อ๊ะ ขอโทษ ผมว่าผมควรลงไปนอนพื้น ไม่งั้นผมปล้ำคุณแน่เลย” แล้วคนตัวใหญ่ ก็โยนหมอนของตัวเองลงไปที่พื้น แล้วเคลื่อนตัวเองตามลงไป ยอมนอนพื้นงั้นหรอ น่ารักจังเลย หัวใจเจ้าขา ถ้าเต้นแรงแบบนี้ ฉันจะข่มตาหลับไม่ลง

 

พอใจ Say ::

“คุณริวไม่ต้องมารับ ฉันทุกวันก็ได้ ฉันเกรงใจจังเลย”

“ได้ยังไง ไอ้หน้าหวานไม่อยู่ ผมยิ่งต้องทำคะแนนสิ ช่วยนี้คุณห่างกันอยู่ ใครจะไปรู้คุณอาจจะแอบมีใจให้ผมก็ได้”

“คุณเนี่ยน้าาา คุณเป็นเพื่อนที่ดีค่ะ โอเคนะ”

“รู้ไหมเพื่อนเค้าเดินจูงมือกันได้” คุณริวแถไปแบบน้ำขุ่นๆ เอาเถอะ ก็เค้าเก่งเรื่องนี้ที่สุดนิ

“ไม่ค่ะ เดี๋ยวเป็นข่าว ฉันต้องระวังตัวสุดๆเลย เวลาอยู่กับคุณ” ฉันเดินไปที่รถเพื่อรอเจ้กี้รับเช็คค่าตัว แต่ดูคุณริวไม่ได้สนใจที่ฉันพูดเท่าไหร่

“ไปรถผม ผมไปส่งที่บ้าน ไปเดี๋ยวนี้!!!” ทำไม!!..มีอะไร ไม่เห็นจะเข้าใจเลย แล้วคุณริวก็เอื้อมมือมาจับมือฉันให้เดินไปที่รถเค้าเร็วขึ้น เดี๋ยว...มีอะไร ทำไมมีอะไรไม่บอกกันอีกแล้ว

เราเหมือนเดินหนีอะไรสั่งอย่าง วนไปวนมา คุณริวโทรศัพท์ไปบอกให้เคนเอารถมารับเค้าให้เร็วที่สุด ไม่ปกติแล้วสิ คุณริวดูรีบร้อน เหมือนคนที่กำลังหนี แต่หนีอะไรล่ะ แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันมันก็เกิดขึ้น

“พอใจ คิดถึงจัง” เสียงที่ฉันไม่คุ้นหูนัก เรียกฉันจากด้านหลัง มันทำเอาฉันต้องหันไปมอง

“อัสส งั้นหรอ” เค้าไม่ตอบแต่วิ่งกลับวิ่งเข้ามากอดฉัน เหมือนคนที่ไม่ได้เจอกันนาน ก็นานจริงๆนั่นแหละ

“คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง ไม่มีคำไหนจะพูดนอกจากคำนี้อีกแล้ว”

“เป็นไงมาไงถึงมาหาฉันที่นี่ได้ โตขึ้นเยอะ สูงขึ้นเยอะ หล่อขึ้นเยอะด้วย” ฉันยิ้มทักทายแม้ตอนนี้มือของคุณริวยังจับฉันไว้แน่น อย่างไม่พอใจคนตรงหน้านัก

“คนนี้ใคร แฟนหรอ??”

“เปล่า เพื่อนอะ พอดีเค้าจะไปส่งฉันที่บ้าน......” ประโยคของฉันไม่ทันจะจบดี เคนก็ขับรถมาจอดข้างหลังเรา ทำให้คุณริวต้องเดินมาลากฉันออก จากแขกที่เพิ่งได้เจอ

“ผมต้องขอตัวนะครับ ยังไงไว้เจอกันครั้งหน้า” คุณริวลากฉันเข้ามาในรถเบ้นซ์สีขาวคันหรู ทิ้งให้แขกผู้มาเยือนยืนอยู่ตรงนั้น

ทำไมเค้าถึงหาฉันเจอ เค้ามาดี หรือเค้าจะมาร้ายฉันไม่รู้ แต่ที่รู้เค้าหาฉันเจอแล้ว

 

[ Darling Calling..... ] ตู๊ดดดด ตู๊ดดดดด ตู๊ดดดดดดดด

สายสนทนา

[ ว่าไงจ๊ะ ]

“เฮีย เค้ามาแล้ว ฉันเจออัสแล้ว เค้ามาหาฉันที่นี่ ฉันไม่แน่ใจว่าเค้ามาดีหรือมาร้าย แต่ที่แน่ๆเค้าหาฉันเจอหลังจากเฮียกลับไปแค่วันเดียวเองนะ”

[ ให้ตายเถอะ พอใจ อย่ากลับบ้าน อย่าให้มันเอาคนอื่นมาเป็นข้อต่อลองได้ ไปอยู่บ้านไอ้ขี้เหร่ก่อน แล้วเฮียจะไปรับเดี๋ยวนี้ งานอะไรที่รับมา แคนเซิลไปก่อนได้เลย ]

“เฮีย แต่เค้าดูไม่ได้มาร้ายกับฉันเลยนะ”

ไม่รู้สิ ฉันกับเค้าเป็นเพื่อนกัน ในใจลึกๆฉันยังคิดว่าเค้าเป็นคนเดิม แต่ไม่ได้ว่าฉันจะไม่ระวังตัวนะ แค่อยากให้สิ่งที่เฮียคิดคือเรื่องเข้าใจผิด แต่ตามฉันมาขนาดนี้ คงไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ

“รีบมานะคะ ฉันจะรอ”

[ เดี๋ยวนี้เลย ]

จบการสนทนา

ฉันขอไปอยู่ที่บ้านของคุณริวก่อน ตามที่เฮียบอก แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหลอกใช้ความรักของเคัาเลย ฉันไม่ได้ชั่วเหมือนเฮีย ที่ทำเรื่องแบบนี้ได้โดยไม่รู้สึกอะไรเลย

“ขอโทษนะคะ ที่ต้องเป็นภาระให้คุณ”

“อยู่ที่นี่ก็ได้นะ ผมสัญญาว่าคุณจะปลอดภัย” คุณริวย่อตัวลงมาหาฉันที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ แววตาเค้าบอกทุกอย่างแล้ว

ฉันได้แต่เงียบ เพราะฉันไม่อาจจะทำให้เค้าเดือดร้อนไปมากกว่านี้ได้ ความรู้สึกของเค้า ฉันสัมผัสได้ ว่าเค้ากำลังรู้สึกอะไร แค่ฉันตอบแทนความรู้สึกนี้ไม่ได้จริงๆ มันจะยิ่งทำร้ายเค้าถ้าฉันยิ่งทำให้เค้ารู้สึกดี

“ไม่หรอกค่ะ ฉันจะให้คนอื่นลำบากไม่ได้ ยิ่งเป็นเพื่อนด้วยแล้ว ยิ่งไม่ทำไม่ได้”

“ได้แค่เพื่อนก็ดีเท่าไหร่แล้ว ยังไงคุณก็อยากให้คนของคุณปกป้องมากกว่าสินะ ดีนะที่ริวรู้ว่าตัวเองว่าแพ้มาตั้งแต่แรก” ประโยคสุดท้ายของเค้ามันเป็นเสียงอ้อนจนเศร้า ที่ทำเอาฉันต้องรู้สึกผิดเลย

“แทนตัวเองด้วยชื่อ น่ารักจัง”

“แล้วรักรึเปล่า”

“มุกนี้มันไม่ได้ผลกับฉันค่ะ ฉันรักเค้าค่ะ รักมานานแล้ว แล้วฉันจะไม่ให้ความหวังกับคุณเด็ดขาด ฉันจะไม่ทำให้คุณต้องเจ็บเพิ่ม คุณน่ารัก คุณแสนดี คุณเอาใจใส่ คุณต้องเจอคนของคุณในอีกไม่นานแน่ๆ” ฉันใช้สองมือแนบแก้มสองข้างแนบของคุณริวเอาไว้ บีบมือเข้าหากัน

“อ่าไอ้ไอ้” (อย่าได้ไหม) ฉันเอามือออกแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

“คุณไม่เหมาะกับหน้าหงอยหรอก ฉันอยากเห็นคุณยิ้มในทุกๆวันค่ะ”

“หงอยที่ไหน ผมแค่ชอบคุณ มันไม่ได้ทำให้ผมเจ็บขนาดนั้น บอกไอ้หน้าตุ๊ดด้วย ผมยอมแพ้ เกมนี้มันชนะแล้ว แต่ที่ผมยอมแพ้ไม่ใช่เพราะมัน แต่เพราะคุณ”

 

หลังจากนั้น 2 ชั่วโมงเฮียคีก็มาถึงด้วยท่าทีร้อนรน พอเห็นฉันก็ตรงเข้ามากอดจนฉันแทบหายใจไม่ออก หัวใจของเค้าเต้นแรงจังเลย

“ไปเถอะ เฮียจองตั๋วไฟลท์ต่อไปไว้แล้ว โทรบอกลุงต่อกับแม่เธอแล้ว เรารีบหน่อย ก่อนที่มันจะรู้ตัว”

“แล้วจะไปยังไง ฉันจะให้คนไปส่ง ที่นี่หาแท๊กซี่ไม่ได้หรอก” คุณริวเสนอตัวช่วยเราอีกแล้ว วันนี้ฉันทำร้ายเค้ามากเหลือเกิน แต่เค้าก็ยังคงแสนดี

“ขอบใจไอ้ขี้เหร่”

“แปปนะเฮียคี” ฉันแกะมือของเฮียคีออก แล้ววิ่งกลับไปหาคุณริว ก่อนจะดึงคนที่ตัวสูงกว่า ลงมาประกบริมฝีปาก ท่ามกลางสายตาที่ตกใจของผู้ชายถึงสองคน แต่พอคุณริวตั้งตัวได้ก็รวบเอวฉันไว้ทันที

“เปลี่ยนใจหรอ”

“จูบลาค่ะ”

“งั้นขออีกที”

“มากไปไอ้ขี้เหร่ เมียกู แล้วก็ขอบคุณ” คนหัวร้อนตรงเข้ามาโอบเอวฉันไว้ แล้วเอามือปิดปากฉันเอาไว้ทันที ทำให้คุณต้องต้องปล่อยมือจากฉัน

“เคนไปส่งพวกเค้าที” พอพูดจบคุณริวก็เดินเข้าไปในบ้านทันที โดยไม่หันมามองเราอีก

“ครับคุณริว”

 

อัคคี Say ::

เราขึ้นเครื่องมาลงเชียงใหม่ ผมมองดูว่ามีพวกมันตามเราอยู่รึเปล่า แต่จู่ๆเจ้าหน้าที่ของสนามบิน ตรงเข้ามาเรา ด้วยท่าทีที่ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่เลย

“มีผู้โดยสารแจ้งว่าคุณมียาเสพติดในครอบครอง ทางสนามต้องคุมตัวคุณไว้”

“คุณคงเข้าใจผิดแล้ว” แต่นอกจากเค้าจะไม่ฟังผม ยังเข้ามาจับผมเอาไว้อีก

ตลกมากไปแล้ว ผมจัดการซัดเจ้าหน้าที่ ที่เข้ามาจับจนเซ เพราะความหงุดหงิดที่ตอนนี้มีมากกว่าสติ ทำให้เจ้าหน้าที่คนอื่นต่างตรงเข้ามาที่ผม เรื่องยาวแน่ๆ ผมจะแยกกับเธอตรงนี้ไม่ได้ โธ่เว้ย!!! ต้องยอมให้ตรวจค้น ไม่งั้นจะต้องยาว ยืดเยื้อกว่านี้แน่ๆ ผมอาจจะถูกตั้งข้อหาว่ามียาเสพติดจริงๆ เพราะไม่ให้ความร่วมมือแน่ๆ

ผมยอมให้เค้าพาไปไปเครื่อง X-ray อีกครั้ง โดยมีพอใจเดินตามหลังมาด้วย แล้วการตรวจมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี ก็ผมไม่ได้พกยากเสพติดสักหน่อย ทำให้เจ้าหน้าที่ของสนามบินต้องขอโทษเป็นการใหญ่

“ผู้หญิงที่มากับผมละ”

“อาจจะเดินไปห้องน้ำก็ได้นะคะ ไม่เห็นตั้งแต่เดินมาที่เครื่องแล้วค่ะ”

ไม่ใช่แล้ว แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ ผมรีบวิ่งไปที่จุดที่เราเดินผ่าน ไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ โธ่เว้ยยยย!!!! เสียรู้มันแล้วสิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น