dariya_writer
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อัมสเตอร์ดัมยามค่ำคืน (3)

ชื่อตอน : อัมสเตอร์ดัมยามค่ำคืน (3)

คำค้น : เนเธอร์แลนด์,โรมานซ์,18+,กรงแค้น,กรงรัก,ดาริยา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 184

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 04:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
อัมสเตอร์ดัมยามค่ำคืน (3)
แบบอักษร

ห้องสมุดกลางแห่งอัมสเตอร์ดัมอันทันสมัยและเงียบสงบทำให้จันทร์กันยามีสมาธิมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หล่อนอ่านหนังสือ ค้นคว้าเรื่องที่กำลังทำวิทยานิพนธ์อย่างเมามันจนไม่สนใจทุกสิ่งรอบกาย เผลอแป๊บเดียวก็ล่วงเลยมาถึงสี่ทุ่มอันเป็นเวลาปิดทำการของห้องสมุด หญิงสาวเร่งเก็บของบนโต๊ะลงกระเป๋า แล้วเดินออกมาจากตัวอาคารไปยังที่จอดจักรยาน จู่ๆ ก็นึกอยากชมบรรยากาศยามค่ำอันน่าติดตราตรึงใจของกรุงอัมเสตอร์ดัมขึ้นมา จึงขี่พาหนะคู่ใจเรื่อยไปตามตรอกซอกซอยอย่างช้าๆ อากาศหนาวเย็นทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า จันทร์กันยาถือโอกาสออกกำลังกายไปด้วย

“โอ๊ย!”

เสียงตะโกนจากปากหญิงสาวดังลั่นเมื่อจักรยานถูกกระแทกจากด้านข้างจนล้มลง จันทร์กันยาตกใจจนบอกไม่ถูกแต่ยังพยายามตั้งสติ ลุกขึ้นพร้อมยกจักรยานที่แอ้งแม้งบนพื้นขึ้นมา หันไปมองต้นเหตุที่ชนรถหล่อนจนล้มก็พบว่าไม่ใช่รถยนต์ ไม่ใช่จักรยานด้วยกัน แต่เป็นชายร่างยักษ์ที่ตอนนี้โถมตัวเข้ามาหาหล่อนพร้อมปล่อยหมัดหนักๆ เข้าตรงช่องท้องแบบไม่ให้ได้ตั้งตัว

“นังตัวร้าย! จำไว้ว่าห้ามยุ่งกับคุณเอกตะวันเป็นอันขาด เขามีเจ้าของแล้ว ถ้าไม่อยากตายละก็ ออกห่างจากเขาไว้ เข้าใจมั้ย”

เสียงตะคอกเป็นภาษาอังกฤษจากชายร่างยักษ์นั้นแม้สติของจันทร์กันยาจะเลือนรางเต็มทีแต่ก็ยังพอจับใจความได้ หญิงสาวที่บัดนี้นอนขดตัวงอ มือกุมท้องบริเวณที่เพิ่งถูกชกรู้สึกมึนศีรษะจนบอกไม่ถูกเพราะตอนที่โดนแรงกระแทกจากกำปั้นนั้นหล่อนล้มลงหัวโขกพื้นเสียงดังสนั่น

ก่อนจากไปไอ้คนใจโหดยังเดินมาเหยียบผมดำยาวของหล่อนที่กองบนพื้น แล้วหัวรองเท้าแสนสกปรกเย็นเฉียบของมันก็เขี่ยลงบนข้างแก้มจันทร์กันยา ตามด้วยการขู่กรรโชกลั่นซอยเปลี่ยว

“ถ้าขืนยังดื้อ จะโดนหนักกว่านี้ รู้ไว้ด้วย”

โครม!

เสียงหมัดกระแทกใบหน้าที่ดังตามมานั้นจันทร์กันยาไม่มีแรงแม้จะผงกหัวขึ้นมอง รับรู้เพียงเสียงตวาดลั่นด้วยความโกรธจัดนั้นแสนคุ้นหู

“มึงนั่นแหละไอ้สารเลว ถ้ายังมายุ่งกับจันทร์กันยาอีกละก็ ตายแน่มึง!”

ตามมาด้วยการแลกหมัดลงบนลำตัวและใบหน้าของสองฝ่ายสลับกันไปมาดังสนั่น ไม่มีทีท่าจะหยุดง่ายๆ จนกระทั่งก่อนสติของจันทร์กันยาจะดับวูบลง หล่อนได้ยินคำพูดสุดท้าย

“แน่จริงอย่าหนีสิวะ ไอ้หมาลอบกัด ทำร้ายได้แม้กระทั่งผู้หญิงตัวเล็กๆ”

จากนั้นโลกของ ‘ผู้หญิงตัวเล็กๆ’ อย่างจันทร์กันยาก็มืดสนิทลงทันที

______________________________________________________________________________________________

“คุณฟื้นแล้ว จันทร์! เป็นไงบ้างเจ็บมากมั้ย”

เสียงทุ้มแฝงแววห่วงใยเต็มเปี่ยมปลุกให้หญิงสาวที่รู้สึกเหมือนเดินวนเวียนอยู่ในที่มืดหาทางออกไม่พบ พยายามอีกครั้งที่จะลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าคมสันพร้อมนัยน์ตาสีน้ำทะเลนั้นทำให้อุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด

“คุณเอกตะวัน” เสียงแผ่วจากริมฝีปากบางทำให้อีกฝ่ายยิ้มกว้าง

“ใช่ ผมเอง คุณปลอดภัยแล้วนะ เราอยู่ที่โรงพยาบาล คุณอยู่ในความดูแลของแพทย์แล้ว ไม่ต้องห่วง หมอยืนยันว่าคุณไม่เป็นอะไรมาก แค่มึนจากการถูกกระทบกระเทือน แล้วก็มีแผลฟกช้ำจากจักรยานล้มเท่านั้น” ชายหนุ่มพยายามทบทวนความจำให้ หลังจากฟังคำวินิจฉัยเบื้องต้นของแพทย์ว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการกระทบกระเทือนของสมอง เอกตะวันเห็นกับตาว่าหลังถูกคนร้ายชก แรงกระแทกทำให้จันทร์กันยาล้มหัวฟาดพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น

“จริงสิ! จักรยานฉันอยู่ไหน ซ่อมได้มั้ยเนี่ย ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาดักผลักจักรยานฉันจนเสียหลักล้มอย่างแรงเลย พังรึเปล่าไม่รู้ ฉันไม่มีปัญญาซื้อใหม่แล้วด้วย” นาทีนี้จันทร์กันยาห่วงพาหนะคู่กายเป็นที่สุด ตอนลงทุนซื้อนั้นหล่อนเลือกแล้วเลือกอีก แม้ราคาจะแพงไปสักหน่อยแต่คุณภาพสุดยอดจนต้องตัดใจควักเงินจ่าย

“ห่วงตัวเองก่อนดีมั้ย คุณไม่ต้องกังวล ตอนนี้จักรยานคุณอยู่ท้ายรถผมนั่นแหละ ยังไงก็ซ่อมได้ หรือถ้าไม่ได้ผมจะซื้อให้ใหม่”

“ไม่ต้องมาอวดรวยแถวนี้เลย”

“แขวะได้อย่างนี้ผมก็สบายใจขึ้น คุณคงไม่เป็นอะไรมากแล้วละ”

จันทร์กันยาหลับตาลง พยายามทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหล่อน คำพูดของชายแปลกหน้าร่างยักษ์นั้นยังดังก้องวนไปวนมาในสมอง

‘นังตัวร้าย! จำไว้ว่าห้ามยุ่งกับคุณเอกตะวันเป็นอันขาด เขามีเจ้าของแล้ว ถ้าไม่อยากตายละก็ ออกห่างจากเขาไว้ เข้าใจมั้ย’

นั่นมันคำข่มขู่ชัดๆ ในประโยคนั้นมีคำว่า ‘เอกตะวัน’ ซึ่งทำให้หล่อนเดาได้ว่าอาจเป็นคู่กรณีที่มาหลงรักเขา และไม่อยากมีขวากหนามเป็นสาวเอเชียอย่างหล่อน จึงส่งคนมาขู่กรรโชกทำร้ายร่างกายให้เข็ดหลาบ

อ้าว! แล้วทำไมเอกตะวันถึงมาช่วยได้ทันท่วงที อย่าบอกนะว่าความจริงแล้วทั้งหมดนั่นเป็นแผนของหนุ่มเจ้าเล่ห์คนนี้ที่อยากทำตัวเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย 

จันทร์กันยาคาดเดาไปด้วยความฟุ้งซ่าน แต่เมื่อเห็นว่าบนใบหน้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้มีรอยฟกช้ำจากการแลกหมัดกับคนร้ายก็เกิดอาการสงสารขึ้นมา ถ้าเป็นแผนของเอกตะวันเขาคงไม่ต้องลงทุนชกต่อยกับคนร้ายให้เจ็บตัวหรอก ยิ่งคิดหญิงสาวก็ยิ่งสับสนจนต้องขอเลิกหาคำตอบไปก่อน รอให้หายจากอาการตกใจเสียขวัญก่อนน่าจะดีกว่า ไม่อยากเชื่อว่าเมืองแสนสงบและมีเหตุร้ายน้อยมาก นักโทษน้อยลงจนต้องปิดคุกไปบ้างอย่างเนเธอร์แลนด์จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น โดยเฉพาะกับนักศึกษาอย่างหล่อน

“ฉันถูกข่มขู่ ไม่ให้ยุ่งกับคุณ”

หญิงสาวตัดสินใจเล่าออกไปตามตรง หล่อนต้องจับสังเกตและรู้ให้ได้ว่าผู้ชายคนนี้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์นั้นหรือไม่

“ผมก็บังเอิญมาได้ยินกับหูตอนท้ายๆ เหมือนกัน น่าเจ็บใจที่ผมวิ่งตามมันไม่ทัน มัวแต่ห่วงคุณที่สลบไปมากกว่าก็เลยจัดการเรื่องพาคุณมาโรงพยาบาลก่อน ไม่ทันได้ลากตัวมันมาคาดคั้นหาความจริง แต่ผมสัญญาจะจัดการเอาตัวคนร้ายมารับโทษให้ได้ หรืออย่างน้อยผมต้องรู้ว่าใครเป็นคนวางแผนทั้งหมดนี่”

“คง...ไม่ใช่คุณใช่มั้ย” แม้เสียงที่ออกจากริมฝีปากจะเบาแสนเบา แต่กลับทำให้คนฟังตาโต เผลอตะโกนลั่นห้องพิเศษของโรงพยาบาล

“นี่คุณคิดกับผมขนาดนั้นเลยเหรอ! ผมจะทำร้ายคุณทำไม จริงอยู่ที่ผมอาจจะเป็นคนไม่ดีไม่น่าไว้ใจในสายตาคุณ แต่ผมไม่บ้าขนาดจะทำอะไรอย่างนั้นได้หรอกนะ แค่เห็นคุณเจ็บ ผมก็แทบขาดใจแล้ว”

คำพูดท้ายประโยคมาพร้อมน้ำเสียงสั่นทำเอาหัวใจจันทร์กันยาหวิวไหว เอกตะวันเป็นห่วงหล่อนจริงแท้แน่นอน นี่หล่อนไปกล่าวหาบ้าๆ อย่างนั้นได้อย่างไร อย่างน้อยอาจารย์หนุ่มไม่มีทางตัดอนาคตตัวเองด้วยการทำเรื่องโง่ๆ แน่

“ไม่รู้แหละ ถ้างั้นคุณทำไมช่างมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดิบพอดี คุณไม่คิดว่ามันบังเอิญเกินไปเหรอ” หญิงสาวยังไม่วายด้นต่อ

“ไม่มีเรื่องบังเอิญสำหรับคนอย่างผม เอาละ...” เอกตะวันเว้นระยะ สบตาหญิงสาวอย่างแน่วแน่ ตัดสินใจบอก “ผม...สารภาพว่าตามคุณมาตั้งแต่คุณออกจากหอ ผมขับตามไปถึงหอสมุดกลาง แล้วก็ตามดูคุณตลอดเวลาที่คุณอ่านหนังสือที่นั่น”

“โรคจิตรึเปล่าเนี่ย” จันทร์กันยาจงใจรำพึงแค่เบาๆ แต่ก็เหมือนเดิม คนหูดียังคงได้ยินทุกคำ

“ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ว่าทำบ้าอะไรไป ช่วงที่คุณหลบผมไม่ค่อยยอมให้พบหน้าจนเหมือนว่าเราห่างกันนั้น ผมไม่ได้ห่างจากคุณเลยนะจันทร์กันยา ผมคิดถึง เป็นห่วงคุณจนต้องตามคุณไปทุกหนแห่ง ทำตัวเหมือนคนโรคจิตอย่างที่คุณว่าไม่มีผิด ผมมันบ้า อันนี้ก็ยอมรับ”

จันทร์กันยาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดใจเอ่ยออกไป

“เอาเป็นว่าฉันให้อภัยก็ได้ค่ะ จะว่าไปถ้าไม่ใช่เพราะคุณทำตัวเหมือนพวกโรคจิตคอยตามฉัน คราวนี้ฉันก็คงไม่รอดมาได้หรอก” หญิงสาวจงใจส่งค้อนให้อาจารย์หนุ่มที่ไม่น่าเชื่อว่าจะตามหล่อนไปทุกหนแห่งราวกับเป็นหนุ่มวัยรุ่นร้อนรักที่อยากอยู่ใกล้สาวตลอดเวลา

“คุณพักผ่อนซะเถอะ หลับสักตื่นจะได้หายไวๆ ไม่ต้องห่วงนะ ผมสัญญาว่าจะไม่ยอมให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก นี่คนของผมกำลังตามติด ค้นให้เจอว่าใครกันที่ส่งคนมาขู่กรรโชกทำร้ายร่างกายคุณแบบนี้ ยังโชคดีว่าผมถ่ายภาพตอนมันวิ่งหนีไว้ได้ พอเห็นรูปพรรณสัณฐานอยู่บ้าง”

น่าแปลกที่คราวนี้คำว่า ‘คนของผม’ ไม่ได้ทำให้จันทร์กันยาหมั่นไส้นัก เป็นเพราะหล่อนเองก็ยังเจ็บใจไม่น้อยที่ถูกข่มขู่ขนาดนั้น คนว่าจ้างให้อันธพาลมาทำร้ายร่างกายกันสมควรโดนลากตัวมารับโทษ แต่ก็นั่นแหละนะ น่าสงสัยนักว่าถ้าสาวๆ ของเขาคือตัวต้นเหตุ เอกตะวันจะกล้าเอาเรื่องสักแค่ไหนเชียว คิดแล้วจันทร์กันยาต้องทอดถอนใจ หล่อนคงเจ็บตัวเปล่าแน่งานนี้ คงไม่มีใครอยากให้เรื่องบานปลายใหญ่โต เสี่ยงต่อการเสียชื่อเสียงอีกต่างหาก

หญิงสาวในชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลตะแคงตัวหันหลังให้ชายหนุ่ม เป็นการปิดบทสนทนาลงเพียงเท่านั้น หวังว่าการหลับไปสักตื่นอาจช่วยให้อาการมึนงงเพราะศีรษะถูกกระแทกค่อยทุเลาลง ณ เวลานี้หล่อนคงต้องปล่อยเรื่องทุกอย่างให้เป็นไปตามที่ควรเป็น พยายามคิดว่าโชคดีเท่าไรแล้วที่ยังรอดตายมาได้

ที่แน่ๆ หล่อนรู้แล้วว่าผู้ชายชื่อเอกตะวันนั้นอันตรายเพียงใด ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมเขาสามารถสร้างเรื่องเดือดร้อนใจให้ได้ตลอด...สมควรหรือที่จะไปยุ่งเกี่ยวด้วย

______________________________________

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น