I'Sha
Twitter-icon

Coming soon : ) เจอกันเร็วๆนี้ค่ะทุกคน กำลังรีบปั่นเลย ^^ รอก่อนน้าาา

ชื่อตอน : LOVE AGAIN | CHAPTER 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 116

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 03:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
LOVE AGAIN | CHAPTER 10
แบบอักษร

LOVE AGAIN | Chapter 10

 

YOGURT PART:

ในช่วงสายของวันหลังจากที่ฉันอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ก็รีบเสิร์ชอินเทอร์เน็ตหาวิธีแก้แฮงค์จนได้น้ำขิงอุ่นๆช่วยชีวิตเอาไว้ แต่ก็ยังคงมีความมึนหัวอยู่นิดหน่อย และตอนนี้ฉันนั่งถอนหายใจที่ระเบียงมานานเป็นชั่วโมงแล้ว กำลังสับสนกับตัวเองถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เห้อ! ฉันทำถูกแล้วใช่ไหมที่เลือกปฏิเสธริกเตอร์ไป ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วเราก็ต้องแต่งงานมีลูกด้วยกันอยู่ดี แต่ว่า…

ฉันกลับทำเรื่องแบบนั้นไม่ลง

เมื่อคืนฉันยอมรับว่าตัวเองปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้เขาทำแบบนั้นเพราะฉันเองก็มีอารมณ์ร่วมไปด้วย และในตอนนั้นฉันก็พอมีสติอยู่บ้าง รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ที่ฉันต้องหยุดไม่ใช่เพราะทิฐิว่าเราจะต้องแต่งงานกันก่อนฉันถึงจะยอม เพียงแต่วูบหนึ่งที่สมองมันดันนึกไปถึงตอนที่ริกเตอร์ทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นๆ ความเกลียดมันก็พุ่งเข้ามาแทนที่ความใคร่ชั่วพริบตา

ฉันเกลียดการที่ยังเก็บเรื่องราวเก่าๆของเขามาทำร้ายความรู้สึกตัวเอง เกลียดที่ฉันต้องการเขาทั้งที่ใจยังปฏิเสธเขาอยู่ตลอดเวลา เกลียดที่ฉันกล้าออกปากปฏิเสธแต่กลับมีเยื้อมีใยมาห่วงความรู้สึกของเขา เกลียดที่ฉันไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง เกลียดที่ฉันสับสนจนต้องยอมให้น้ำตาโง่ๆมันไหลออกมา

“ไม่ว่ายังไงในชีวิตเธอก็ขาดฉันไปไม่ได้หรอก ไม่ว่าความรู้สึกเธอจะเกลียดหรืออะไรก็ช่าง ชีวิตของเธอก็ต้องมีฉัน และชีวิตฉันก็จะมีเธอเหมือนกัน”

“…”

“เรามาเริ่มกันใหม่นะ เริ่มต้นชีวิตที่มีแค่ฉันกับเธอ คนอื่นไม่เกี่ยว"

นึกย้อนกลับไปถึงคำพูดของริกเตอร์ในวันนั้นคงจะเป็นคำตอบของฉันในตอนนี้ จริงสินะ ว่าชีวิตนี้ปฏิเสธให้ตายยังไงฉันก็ขาดริกเตอร์ไม่ได้ ขนาดริกเตอร์ที่ไม่ได้สนใจอะไรเขายังดูฉันออกเลย แล้วถ้าฉันจะลองทิ้งเรื่องเก่าๆแล้วเริ่มใหม่กับชีวิตที่มีแค่ฉันกับเขา ถ้าฉันจะลองโฟกัสแค่การกระทำของเขาในตอนนี้และลองกลับไปเป็นโยเกิร์ตคนเดิมมันจะเป็นยังไงนะ

เขาจะทำมันพังอีกหรือเปล่า?

ฟรึ่บบ!

“อ๊ะ!...”

“นั่งเหม่อลอยไปถึงใครอีกล่ะ ไม่ได้นะ ฉันไม่ยอม!” ฉันหันหน้าไปมองคนที่เข้ามานั่งกอดฉันจากด้านหลัง ก่อนจะถอนหายใจออกแล้วหันกลับมามองวิวทะเลข้างหน้าเหมือนเดิม

“เธอไปกินอะไรมาเนี่ย!!”

“จิ๊! อะไรของนายจะเสียงดังทำไม" ฉันหันไปขมวดคิ้วใส่อีกคนที่ทำหน้าประหลาดใจ

“ก็เธอแปลกอ่ะ" ริกเตอร์หรี่ตามองหน้าฉันก่อนจะค่อยๆขยับเข้ามาจนตัวชิดกัน พร้อมกับยื่นมือมากอดเอวฉันไว้แล้วซบหัวลงที่ไหล่เบาๆ จากนั้นก็ดีดตัวออกจากฉันอย่างรวดเร็วจนฉันเองก็พลอยตกใจไปด้วย

“นั่นไง! ปกติถ้าฉันกอดเธอ ฉันจะโดนตบไปแล้วนะ แต่...” ฟอดดด~

“เอ๊ะไอ้บ้า! มาหอมแก้มฉันทำไมเนี่ย”

“เห็นม่ะ ถ้าทำแบบนี้เธอต้องตบฉันไปแล้ว ไม่มานั่งกุมแก้มตัวเองแบบนี้หรอก …หรือว่าเธอจะไม่สบาย เอ๊ะตัวก็ไม่ร้อนนี่ หรือว่านี่คือยัยโยโย่ตัวปลอม!”

“โอ๊ยยไปกันใหญ่แล้ว อยากโดนตบช่ะ? งั้นก็หันหน้ามานี่มา!” ฉันเอี่ยวตัวไปด้านหลังทันทีก่อนจะยกมือขึ้นฟาดเพื่อจะเรียกสติอีกคนด้วยฝ่ามือ

เพี๊ยะ!!

“อร๊ากกกก!!” ริกเตอร์ยกมือขึ้นมากุมแก้มตัวเองก่อนจะฉีกยิ้มในเวลาต่อมา

“นี่สิถึงจะเป็นยัยโยโย่ของฉัน”^^

“ใครเป็นของนาย” =_=

“เธอไงจะใครล่ะ”

“…”

“…เห้อออ เย็นนี้ต้องกลับแล้วอ่ะ ฉันยังอยากสนุกอยู่เลย” ริกเตอร์บ่นออกมาขณะที่เอาคางมาเกยไหล่ฉันไว้ หลังจากวันนี้ไปเราคงไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยๆแล้วสินะ ริกเตอร์ก็คงจะวุ่นวายกับโปรเจกต์จบของเขาจนไม่มีเวลาว่าง ส่วนฉันก็ต้องไปฝึกงานอยู่แถวชานเมืองนี่แหละ คิดแล้วก็รู้สึกโหวงๆข้างในยังไม่รู้

“พรุ่งนี้นายไปกี่โมง” ฉันถามก่อนจะเอนตัวพิงหน้าอกเปลือยเปล่าของอีกคนที่หอมกรุ่มไปด้วยครีมอาบน้ำ เห็นริกเตอร์บอกว่าพรุ่งนี้เขาจะไปหาลุงต๊ะที่แม่ฮ่องสอน ธุระอะไรอีกก็ไม่รู้

“ขึ้นเครื่องไฟท์บ่าย จะไปส่งใช่ไหม”

“อื้ม”

“จริงอ่ะ!”

“จะตกใจอะไรกันนักกันหนาเนี่ย!” จะไม่ว่าอะไรเลยถ้ามันไม่ทำให้ฉันตกใจตามไปด้วยอ่ะ =_=!

“ก็เธอทำให้ฉันแปลกใจอ่ะ เมื่อก่อนฉันต้องบังคับเธอถึงจะยอมไปส่ง" ก็เมื่อก่อนและตอนนี้มันไม่เหมือนกันไง ตอนนี้ฉันอยากไปส่งเองแบบไม่ต้องรอให้ใครมาบอก อย่ามาจับผิดกันได้ไหมฉันแค่ลองทำตามใจตัวเองก็แค่นั้น

“หรือจะไม่ให้ไปส่ง”

“ไปสิครับที่รัก แหมจะห่างกันทั้งทีต้องไปส่งสิจะขาดเธอได้ไง เพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทาง”

“ไอ้บ้า ฉันไม่ใช่พระนะ”

“พระ… พระรักเธอนี่” หืมมพระรักเธอนี่งั้นหรอ ฉันผละออกจากอกแกร่งก่อนจะหันหน้าไปถามริกเตอร์เสียงดัง

“ว่าไงนะ!! ...อุ๊บส์ อื้อออ!" 0×0

ฉันใช้มือทุบที่อกแกร่งรัวๆแต่ก็โดนอีกคนรวบมือฉันไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนที่มือใหญ่อีกข้างจะจับเข้าที่ข้างแก้มจนฉันไม่สามารถเบนหน้าหนีไปทางไหนได้ และเมื่อกี้ฉันกำลังจะอ้าปากพูดพอดีจึงทำเป็นการเปิดช่องทางให้ลิ้นร้อนได้เข้ามาเล่นซุกซนข้างในอย่างง่ายดาย เรียวลิ้นของริกเตอร์ตวัดไปทั่วโพรงปากก่อนที่เขาจะผละออกมาอย่างอ้อยอิ่ง

“พี่รักเธอนะไงล่ะ ยัยโง่"

“…” ตึกตักๆๆ -\\\-

“อ้าวหลับในไปแล้วหรอ หรืออยากให้จูบอีกที ก็ได้นะ"

“หยุด!... กี่โมงแล้วเนี่ย” ฉันยกมือขึ้นปิดปากริกเตอร์เอาไว้แล้วหันหน้าหนีก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่องทันที ฉันแค่รู้สึกแปลกๆกับสิ่งที่เขาพูดออกมาเมื่อกี้ รวมทั้งแววตาสื่อความหมายที่ถูกส่งมามันทำให้ฉันไม่เป็นตัวของตัวเอง

“อันอ่อไอ้อู้เอือนอัน” ฉันรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วหันกลับไปปล่อยมือออกจากปากริกเตอร์ ก่อนอีกคนจะยิ้มกว้างออกมาพร้อมกับส่งสายตาล้อเลียนมาให้ฉันไม่หยุด ฉันควรปิดปากที่กำลังฉีกยิ้มของเขาอีกรอบดีไหม จะยิ้มอะไรนักหนา เอ๊ะไม่สิปิดไปทั้งหน้าเลยจะดีกว่า

“หน้าแดงนะ เขินหรอ”

“ฉันร้อนต่างหากล่ะ ทำไมฉันต้องเขินด้วย” 😳 ฉันตอบหน้านิ่งก่อนจะหันหน้าไปมองที่ทะเลแทน

“หึๆ!” ฉันทำเป็นไม่สนใจริกเตอร์ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ซึ่งตอนนี้ก็เกือบสามโมงเช้าแล้วถึงว่าฉันเริ่มหิวๆล่ะ ฉันให้ริกเตอร์ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยระหว่างนั้นฉันก็เก็บของใส่กระเป๋ารออีกคน พอเสร็จเรียบร้อยฉันกับริกเตอร์ก็ออกไปทานอาหารเช้าที่ริมทะเลพร้อมกับครอบครัวของเรา

“พี่รักเธอนะไงล่ะ ยัยโง่"

 

 

“พี่รักเธอนะไงล่ะ ยัยโง่"

 

 

“พี่รักเธอนะไงล่ะ ยัยโง่"

 

 

“พี่รักเธอนะไงล่ะ ยัยโง่"

 

“หมวย!"

“โยเกิร์ต!!”

“ฉันไม่โง่นะ! อะเอ่อออ…"

“ฮ่าๆๆๆ!” ฉันหันขวับไปมองคนที่นั่งหัวเราะอยู่ข้างๆทันทีก่อนจะถลึงตาใส่แล้วหันหน้าไปถามม๊าที่เรียกฉันเมื่อกี้

“ม๊าเรียกทำไมหรอคะ”

“อะไรโง่ลูก เราคิดอะไรอยู่หืม” ม๊าของริกเตอร์ยื่นมือมาลูบแขนฉันเบาๆก่อนจะค่อยๆถามอย่างใจเย็น

“เปล่าค่ะม๊า" ฉันเลือกที่จะโกหกออกไปเพราะยังไงฉันก็คงไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ ว่าฉันกำลังเหม่อไปกับคำพูดของริกเตอร์เมื่อเช้าอยู่ ไม่แน่ใจว่าที่เขาพูดออกมาคือการบอกรักทางอ้อมหรือว่าเขาแค่เพียงอยากจะเล่นมุขตลกๆตามประสา แต่นั่นมันทำให้ใจคนๆหนึ่งสั่นไหวได้เลยนะ

“เหม่อถึงใครอยู่ก็ไม่รู้ครับม๊า” ร่างสูงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทะเล้นก่อนฉันจะเหลียวไปมองคนข้างๆที่กำลังตักยำทะเลรวมมิตรไปใส่จานตักเอง โดยไม่รู้เลยว่ามีกุ้งติดไปในนั้นด้วย

“น้องคงอยากเที่ยวต่อซ่ะมากกว่า ตาริกก็อย่าแกล้งน้องสิ" ม๊าของริกเตอร์เอ่ยดุลูกชายตัวเองแบบไม่จริงจัง

“เดี๋ยว!... พี่ไม่เห็นหรือไงว่าตัวเองตักกุ้งไปด้วย ทำไมไม่ดูให้ดีๆถ้าจะกินอะไรที่มันมีกุ้งอยู่ด้วยล่ะ” ฉันบ่นพลางใช้ช้อนส้อมของตัวเองเขี่ยหากุ้งในจานข้าวของริกเตอร์ไปด้วย พอหาเจอก็ตักมันมาวางที่จานของตัวเองทันที ก่อนจะรู้ตัวว่าทั้งโต๊ะกำลังจับจ้องเราทั้งคู่พร้อมกับใบหน้ากรุ้มกริ่ม

“อั๊วมีความสุขจังเลย~ เห็นลื้อสองคนเป็นห่วงกันแบบนี้ก็อดคิดถึงอากงไม่ได้" อาม่าเอ่ยออกมาพร้อมกับที่ใบหน้าบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังมีความสุขมากแค่ไหน

“คิดถึงสมัยคุณจีบฉันเลยเนอะ คิกๆๆ" ม๊าฉันหันไปกระแซะไหล่เตี่ยพร้อมกับพูดยิ้มๆ ทำให้ฉันที่มองอยู่ถึงกับเขินหน้าแดงตามไปด้วย

“ดูเหมือนเรากำลังจะมีข่าวดีนะครับ” ป๊าริกเตอร์พูดเสริม

“ใช่ค่ะ" ม๊าริกเตอร์พยักหน้าเห็นด้วยทันที

“ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด มีข่าวดีอะไรนอกเหนือจากการที่เราสองคนกำลังจะเรียนจบอีกหรอครับ” ฉันรู้ว่าริกเตอร์รู้ว่าที่ผู้ใหญ่เขาพูดกันคือเรื่องอะไร แต่ริกเตอร์ก็ถามมันออกมาเหมือนคนตามเกมส์ไม่ทัน

“อั๊วต้องถามลื้อนะอาริก ว่าข่าวดีของอั๊วกำลังจะมาแล้วใช่ไหม อาตี๋น้อยน่ะ” อาม่าถามออกมาอย่างต้องการคำตอบ

“ก็… เร็วๆนี้แหละครับ" ริกเตอร์หันมามองหน้าฉันก่อนจะหันไปตอบอาม่าด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ พอทุกคนได้ยินแบบนั้นก็เฮ้ออกมาพร้อมกับท่าทางดีใจกันยกใหญ่ ฉันมองภาพตรงหน้านิ่งๆพร้อมกับความรู้สึกหลากหลายที่พรั่งพรูเข้ามา ก่อนจะหันมองคนข้างๆที่ตอนนี้กำลังนั่งมองฉันอยู่ ริกเตอร์ค่อยๆยืนมือมาบีบมือฉันที่วางอยู่ตักเบาๆ

“ไม่คิดมากนะ เธอไม่พร้อมฉันก็รอได้” ริกเตอร์พูดเบาๆให้ได้ยินแค่เราสองคน ทำให้ฉันเข้าใจว่าที่เขาบอกทุกคนไปแบบนั้น เพียงแค่ตอบปัดๆไปด้วยการทำให้ทุกคนดีใจเก้อแค่นั้นเอง

เมื่อทานอาหารเช้ากันเสร็จเราก็เดินทางกลับกันทันที ฉันที่ยังคงมีอาการมึนหัวตั้งแต่เช้าก็หลับคอพับตั้งแต่รถยังออกไปไม่ถึงไหนจนกระทั่งกลับมาถึงบ้าน แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะหลับลึกมากจนกระทั่งมีคนอุ้มฉันขึ้นมานอนที่ห้อง และตอนนี้ฉันที่เพิ่งจะตื่นก็เดินดุ่มๆไปอาบน้ำอาบท่า ดูนาฬิกาเมื่อครู่ก็ปาไปเกือบหกโมงเย็นแล้ว ป่านนี้ทุกคนคงกินข้าวเย็นกันไปแล้วล่ะมั้ง

ฉันเดินลงมาข้างล่างเมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อย แต่เหมือนว่าทุกคนจะไม่ได้อยู่กันที่ห้องรับแขก ฉันจึงเลือกเดินมาที่ห้องครัวก่อนจะหยิบน้ำเย็นในตู้มาขวดหนึ่งแล้วแกะวิตามินบำรุงผิวกินตามด้วยน้ำอึกใหญ่ เพิ่งจะได้สังเกตตัวเองก็ตอนอาบน้ำเมื่อกี้ว่าผิวฉันมันกลายเป็นทูโทนเนื่องจากการเล่นน้ำทะเลเมื่อวานนั่นเอง

“น้าหอมคะ ทุกคนหายไปไหนกันหมด" ฉันเดินออกมาจากครัวเห็นน้าหอมเดินถือไม้กวาดมาทางนี้พอดีก่อนจะเอ่ยถามออกไป

“ขึ้นห้องกันหมดแล้วค่ะ สงสัยจะเหนื่อยกัน คุณหนูเล็กหิวหรอคะเดี๋ยวน้าไปทำอาหารให้ เมื่อกี้ก็ไม่ได้ลงมาทานข้าวนี่นา”

“ไม่กินค่ะ ช่วงนี้โยงดอาหารเย็นน้าหอมไม่รู้หรอ” ฉันแกล้งทำหน้างอนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงปนน้อยใจ น้าหอมจะไปรู้ได้ไงก็ฉันไม่เคยได้กลับมาทานข้าวเย็นที่บ้านเลยนี่น่า

“ก็เพิ่งรู้จากคุณริกเตอร์เมื่อสักครู่นี่แหละค่ะว่าคุณหนูเล็กไม่ทานข้าวเย็น แต่ถ้าหิวก็บอกนะคะเดี๋ยวน้าทำให้กิน อย่าโกรธน้าเลยค่ะคุณหนู"

“งื้ออโยแกล้งเล่นค่ะ อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นสิ"

“นึกว่าคุณหนูจะโกรธจริงๆซ่ะอีก ใจหายหมดเลยค่ะ” น้าหอมลูบอกตัวเองปอยๆ

“โอ๋ๆนะ"

“อย่าค่ะ! ตัวน้าสกปรกมีแต่กลิ่นเหงื่อ คุณหนูเล็กเองก็เพิ่งจะอาบน้ำมาด้วย" ฉันถอยหลังกลับไปยืนตำแหน่งเดิมก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อไม่ได้เข้าไปกอดน้าหอมอย่างที่ตั้งใจ ตอนฉันเด็กๆเวลาโดนอาม่าดุก็มีน้าหอมนี้แหละที่คอยมาโอ๋อยู่บ่อยๆทำให้ฉันรู้สึกสนิทด้วยจนถึงทุกวันนี้

“ไม่กอดก็ได้ค่ะ แต่คราวหน้าระวังตัวไว้ดีๆไม่รอดแน่” ฉันพูดยิ้มๆแต่ก็ทำหน้าเหมือนจะขู่ออกไปด้วย

“ฮ่าๆ! ค่ะๆๆคุณหนูเล็ก วันไหนตัวหอมๆจะให้กอดนะคะ” ฉันพยักหน้ารับก่อนที่เราจะแยกกันไปคนล่ะทาง แต่ฉันดันคิดอะไรขึ้นได้ก่อนจะรีบหันกลับไปเรียกน้าหอมเอาไว้

“เดี๋ยวค่ะ! น้าหอมเห็น… ริกเตอร์ไหมคะ?” ก็เห็นน้าหอมบอกว่าทุกคนขึ้นห้องไปหมดแล้วแต่ฉันไม่เห็นเขาที่ห้องนี่น่า

“คุณริกเตอร์ออกไปข้างนอกค่ะ”

“ไปไหนหรอคะ"

“อืมมมน้าไม่ทราบเหมือนกัน คุณหนูเล็กลองโทรหาดูสิคะ"

“เอ่อ งั้นน้าหอมไปพักเถอะค่ะ ไม่มีอะไรแล้ว” ฉันเดินกลับขึ้นมาที่ห้องนอนก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียงขึ้นมา แล้วกดเลื่อนหาเบอร์โทรของริกเตอร์ที่ฉันเองไม่ค่อยได้โทรไปบ่อยนัก ฉันชั่งใจอยู่นานว่าจะโทรตามไหมแต่สุดท้ายก็เลือกวางมันลงไว้ที่หัวเตียงเหมือนเดิม

ฉันนั่งพิงหัวเตียงก่อนจะหยิบนิตยสารมาอ่านฆ่าเวลา รอริกเตอร์กลับมาจนกระทั่งตัวเองนั่งหาวจนน้ำตาเล็ด เหลือบดูเวลาอีกทีก็กลายเป็นว่านี่ปาไปเกือบห้าทุ่มแล้ว มันเลยเวลานอนของฉันมาแล้วด้วยแต่ริกเตอร์ยังไม่โผล่หัวมาเลย พรุ่งนี้เขาต้องบินไปต่างจังหวัดอีก ถึงจะเป็นช่วงบ่ายแต่ในเวลานี้เขาก็ควรมานอนพักไม่ใช่หรอ

หรือว่าคืนนี้เขาจะไม่กลับมานอนที่นี่ เขาอาจจะไปค้างที่คอนโดของเขาหรือไม่ก็ไปค้างที่อื่น ฉันขมวดคิ้วทันทีที่คิดว่าอีกคนจะไปค้างที่ไหนกับใคร ไม่ได้อยากคิดแง่ลบไม่ได้อยากคิดไปเองแต่สมองมันก็คิดไปแล้ว ไม่ๆๆ! เขาอาจจะกำลังขับรถกลับมาหาฉันก็ได้แค่ตอนนี้ยังมาไม่ถึง หรือรถเขาอาจจะเสีย หรือว่าเขาจะเป็นอะไรไป!

“ไม่นะ…” ฉันลนลานคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหาเบอร์โทรของอีกคนด้วยมือสั่นเทา แต่ก่อนที่ฉันจะได้โทรออกไปประตูห้องก็เปิดเข้ามาพอดี ร่างสูงเดินเข้ามาที่เตียงด้วยสภาพอิดโรยก่อนจะทิ้งตัวนอนราบไปกับเตียง เขาไปทำอะไรมาทำไมสภาพเป็นแบบนี้

“ทำไมยังไม่นอนอีก” ร่างสูงพูดขึ้นทั้งที่ยังหลับตาพริ้มอยู่

“นายไปไหนมา” ฉันไม่ตอบก่อนจะเอ่ยถามอีกคนเสียงเรียบ ริกเตอร์หรี่ตาขึ้นมามองหน้าฉันก่อนจะหลับตาลงเหมือนเดิม

“ทำธุระ” ธุระ? มันคงจะสำคัญจนไม่สามารถบอกฉันได้ใช่ไหมว่าธุระอะไร หรือเป็นฉันเองที่ไม่สำคัญพอจะรู้ว่าเขาไปไหนมาไหน

“อืม" ฉันทำได้แค่ตอบรับในลำคอก่อนจะถอนหายใจออกมา อย่างน้อยก็โล่งใจที่เขาปลอดภัยและเขาก็ยังกลับมาที่นี่ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังน้อยใจอยู่นิดๆที่ได้คำตอบแบบนั้นจากเขา ตอบให้มากกว่านี้ไม่ได้หรอคนอุตสาห์เป็นห่วงนะไอ้บ้า!

“ไม่ถามอีกหรอ" ฉันหันไปมองริกเตอร์ที่ตอนนี้กำลังมองฉันอยู่ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นนั่งด้วยสภาพงัวเงีย ฉันไม่เข้าใจว่าที่ถามแบบนี้เขาต้องการอะไรจึงเลือกที่จะเงียบแทน

“…”

“ถามฉันสิว่าไปทำธุระอะไร โทรศัพท์ก็โทรตามฉันบ้าง ไม่ใช่นั่งกระวนกระวายแล้วก็เงียบแบบนี้”

“…”

“เห้ออ… ฉันไปขนอุปกรณ์ทำโปรเจกต์ไว้ที่คณะแล้วก็นั่งดื่มกับเพื่อนนิดหน่อย เธอไม่โทรตามฉันก็ไม่กะจิตกะใจจะอยู่ต่อก็เลยกลับ นี่อุตสาห์ออกไปแบบไม่ได้บอกใครนะเนี่ย ไม่ห่วงฉันเลยหรอ” ริกเตอร์พูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ก่อนเขาจะเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงเข้าไปอาบน้ำ โดยไม่รอฟังคำตอบจากปากของฉันเลย

“ถ้าไม่ห่วง ป่านนี้ฉันล็อคห้องนอนหลับฝันดีไปแล้ว ไม่มานั่งบื้อแบบนี้หรอก” ฉันพูดไล่ตามหลังอีกคนออกไป ไม่รู้ว่าได้ยินไหม ไม่ได้ยินก็แล้วแต่!

ฟรึ่บบ!

 

ฉันลืมตาขึ้นมาเมื่อริกเตอร์ปิดไฟเรียบร้อยก่อนบริเวณข้างๆจะยุบฮวบลงไปตามด้วยริกเตอร์ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ และไม่นานแขนแกร่งก็เอื้อมมาดึงตัวฉันเข้าไปในอ้อมกอด ริกเตอร์กดจมูกลงที่ขมับฉันแรงๆเหมือนจงใจพร้อมกับแขนแกร่งที่รัดร่างฉันแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก

“หมั่นไส้ งอนกี่ครั้งก็ไม่เคยง้อ จิตใจเธอมันทำด้วยอะไรวะ” ริกเตอร์บ่นอยู่ข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด นี่เขาคงคิดว่าฉันหลับอยู่สินะถึงได้พูดออกมาแบบนี้ แล้วตอนนี้กำลังงอนฉันอยู่หรอ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยก็ดูเขากอดฉันสิ แบบนี้หรอที่ว่างอน?

“จับปล้ำเลยดีไหมเนี่ย…”

“นี่!” ฉันโพล่งออกไปทันทีก่อนจะดิ้นออกจากอ้อมแขนแกร่งที่รัดฉันแน่นไม่ยอมปล่อย

“หึๆ ไม่แกล้งหลับต่อหรอ”

“ฉันไม่ได้แกล้ง แต่ฉันกำลังจะนอนต่างหากล่ะ ปล่อยฉันด้วยหายใจไม่ออก" ฉันแกะมือริกเตอร์ออกอย่างง่ายดายก่อนจะโดนริกเตอร์จับให้ฉันหันหน้าไปหาเขา จากนั้นก็รีบดึงร่างฉันไปซุกอกทันที

“ไม่ เธอต้องง้อฉันก่อน”

“ง้อบ้าอะไรอีก อยากงอนเองก็ง้อเองไปสิ”

“คนบ้าที่ไหนเขาง้อตัวเองห๊ะ เกิดมาฉันยังไม่เคยเจอ ง้อฉันซ่ะที่รักก่อนเธอจะไม่มีโอกาส" ฉันดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนริกเตอร์อยู่นาน ดิ้นจนเหนื่อยเขาก็คงไม่ปล่อยสินะ ในเมื่อฉันก็เคยหลับในอ้อมกอดเขาแบบนี้มาแล้ว ถ้าฉันจะแกล้งหลับไปเขาก็คงไม่รู้หรอก

“หาวว~” ฉันแกล้งหาวออกมาเบาๆก่อนจะซุกหน้าลงที่อกแกร่งแล้วหลับตานอนทันที นานเกือบนาทีก่อนริกเตอร์จะพูดขึ้น

“แกล้งหลับอีกล่ะสิ บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่เชื่อ"

“…”

“นี่ยัยโยโย่"

“…” แกล้งเขานี่ก็สนุกเนอะ คิกๆๆ

“เอ๊ะ นี่หลับจริงๆหรอเนี่ย …ไหนพิสูจน์หน่อยซิ หลับจริงหรือแค่แกล้ง” ฟรึ่บบบ! ฉันรู้สึกได้ว่าตอนนี้ริกเตอร์ทิ้งร่างตัวเองมานอนทับฉันเอาไว้ ฉันเกือบจะโวยวายออกไปแต่ก็คิดขึ้นได้ว่าถ้าฉันเลือกที่จะนอนเงียบๆเขาก็ต้องคิดว่าฉันหลับไปแล้วจริงๆ จากนั้นเขาก็คงหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ฉันไม่ง้อและสุดท้ายเขาก็ยอมนอนดีๆ

“อืมม” ริกเตอร์ประกบปากลงมาจูบฉันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ฉันเกือบจะเผลอต่อต้านเขาก่อนจะเปลี่ยนมานอนเกร็งปล่อยให้เขาทำตามใจตัวเองไป กระดุมเสื้อนอนฉันถูกปลดออกไปสองสามเม็ดก่อนที่ริกเตอร์จะผละจูบ แล้วเลื่อนลงไปกดริมฝีปากที่ลำคอฉันแทน มือฉันกำผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความเจ็บแปล๊บเมื่อยามที่ริกเตอร์ดูดเม้มผิวฉันแรงๆ

ริกเตอร์ลากลิ้นลงมาที่เนินอกฉันก่อนที่เขาจะขบกัดมันราวกับเยลลี่ ฉันสะดุ้งเฮือกก่อนจะหอบหายใจแรงลืมตาขึ้นมองเงาตะคุ่มที่อยู่บนเรือนร่างของตัวเอง ริกเตอร์เลื่อนหน้าขึ้นมาจูบฉันอีกครั้งก่อนที่มือข้างหนึ่งของเขาจะล้วงเข้ามาลูบหน้าท้องฉันเบาๆวนไปมา จนเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติจูบที่เขามอบให้ ซึ่งมันละมุนและอ่อนโยนกว่ารอบแรกมากและในที่สุดฉันก็เผลอจูบตอบเขาไปจนได้

“…ไม่ได้หลับจริงๆนี่ เธอจูบฉัน” ริกเตอร์ผละออกมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“กะ…ก็ ง้อนายไง” ฉันคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรก่อนที่ปากมันจะพลั่งไปแบบนั้นเองโดยไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองเลยสักนิด

“หื้มม หรอ"

“ใช่" ฉันตอบก่อนจะค่อยๆปล่อยแขนตัวเองที่คล้องคออีกคนตอนไหนไม่รู้ แต่ริกเตอร์ก็จับแขนฉันให้คล้องคอเขาเอาไว้เหมือนเดิมอยู่ดี

“งั้นง้อใหม่”

“…” เขาหมายถึงให้ฉันจูบเขาเป็นการง้อหรอ!

“เร็วๆ จูบพี่สิที่รัก” ไม่น่าเล้ยย! ไม่น่าพูดว่าง้อจนทำให้ต้องง้อด้วยวิธีนี้

ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะรวบรวมความกล้า เอาวะไม่ทำก็ไม่ได้นอนสักที ฉันค่อยๆโน้มคออีกคนให้ก้มต่ำลงมาก่อนจะแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆพร้อมกับจ้องตาอีกคนไปด้วย แต่แล้วก็ไม่สามารถจ้องตากับริกเตอร์ได้นานไปกว่านี้ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงแล้วเริ่มปล่อยให้ความรู้สึกมันนำพาทุกอย่าง ฉันไม่เคยจูบใครมาก่อนและไม่เคยลึกซึ้งกับใครขนาดนี้ ริกเตอร์คือผู้ชายคนเดียวของฉัน

“อืมมม…”

ร่างสูงฮึมฮำในลำคอเมื่อปลายลิ้นฉันแตะกับลิ้นของเขา ฉันค่อยๆกวาดมันไปทั่วโพรงปากที่นุ่มลื่นและชุ่มช่ำไปด้วยความหวาน ลิ้นเราเกี่ยวพันกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนฉันรู้สึกได้ว่าน้ำหวานมันเลอะออกมาด้านนอก ริกเตอร์ขยับปากจูบตอบฉันเบาๆ เขาดูดดึงทั้งริมฝีปากล่างและบนสลับไปมาอย่างเมามัน ฉันเองก็จูบตอบเขาไปอย่างไม่ยอมแพ้ก่อนจะกัดปากล่างอีกคนเบาๆอย่างนึกหมั่นไส้

ถ้ากินไปได้เขาก็คงจะกลืนกินมันลงไปแล้วสินะ

06:07

ฉันลืมตาขึ้นก่อนจะหันไปมองนาฬิกาที่ตอนนี้ยังเช้าพอให้ได้เตรียมของให้ริกเตอร์อยู่เพราะเมื่อคืนก็ดันลืม จะลุกไปอาบน้ำริกเตอร์ก็กอดเอาไว้แน่นเกินเหมือนกลัวว่าฉันจะหายไปซ่ะอย่างนั้น ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่นอนยิ้มเหมือนกำลังฝันดีอยู่ก่อนที่ฉันจะยิ้มตามออกมาด้วย ริกเตอร์ไม่ได้ใส่เสื้อตั้งแต่เมื่อคืนและบนตัวฉันก็มีแค่ชั้นในเหมือนกัน เสื้อผ้าฉันโดนริกเตอร์โยนหายไปไหนไม่รู้ตั้งแต่เมื่อคืน

แอบดีใจเหมือนกันนะที่เมื่อคืนเขาทำตามที่เคยพูดเอาไว้ได้ อาจจะลำบากไปหน่อยสำหรับผู้ชายแบบเขาแต่ริกเตอร์ก็ยอมหยุดเองโดยที่ฉันยังไม่ได้เอ่ยห้ามด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าตอนนั้นคนมือไวอย่างเขาได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้าฉันออกจนเหลือแค่ข้างล่างชิ้นเดียวก็เถอะ แล้วยังมีหน้ามาดุฉันด้วยนะว่าไม่คิดจะห้ามเลยหรือไง ฮ่าๆๆ ^^!

“ฟู่ววว~” ฉันยืนหน้าไปเป่าลมเข้าที่หูอีกคนเบาๆ ริกเตอร์สะดุ้งนิดหน่อยแต่ก็ยังหลับตาพริ้มเหมือนเดิม

“เตอร์ปล่อยก่อน ฉันจะไปเก็บกระเป๋าให้นาย”

“อืมมม…”

“อืมก็ปล่อยสิ” แทนที่จะปล่อยเขากลับขยับตัวเอาหน้ามาซบหน้าอกฉันแทน ส่วนแขนก็กอดรัดจนร่างเราแนบชิดติดกัน

เพี๊ยะ!

“โอ๊ย! เจ็บ" ริกเตอร์ขมวดคิ้วทำหน้ามุ่ยก่อนจะกดจมูกลงที่เนินอกฉันแรงๆและรีบผละออกมาทันที คงกลัวโดนฉันฟาดอีกมั้งเขาถึงได้จับตรึงข้อมือฉันเอาไว้ทั้งสองข้างแบบนี้

“โรคจิต ปล่อยได้แล้วบอกว่าจะไปเก็บของให้ไงไม่รู้เรื่องหรอ”

“โห๊ยยย จะรีบไปไหนเนี่ย อีกตั้งหลายชั่วโมงให้ฉันนอนกอดก่อนไม่ได้หรือไง เหมือนรีบเก็บของไล่อ่ะ" ดูพูดเข้าสิ ทำเป็นน้อยใจไปได้นี่ฉันแค่เก็บกระเป๋าให้นะ ยังไม่ได้ไล่ให้เขาไปไกลๆซ่ะหน่อย

“อ่ะๆๆ ให้เวลาอีกสิบนาทีก็ได้”

“ครึ่งชั่วโมง”

“อื้มครึ่งก็ครึ่ง”

“เคครับ น่ารักจัง" ไอ้บ้า! ^///^

ห้าชั่วโมงผ่านไป...

“นายรีบๆหน่อยได้ไหม กว่าจะขับรถไปถึงอีก ไหนจะรถติด ไหนจะระยะทาง คิดว่าสนามบินอยู่หน้าบ้านเราหรือไง” ฉันบ่นก่อนจะเดินเข้าไปช่วยติดกระดุมเสื้อให้ริกเตอร์ที่ตอนนี้กำลังวุ่นวายกับการใส่เข็มขัดอยู่

“คร้าบๆแม่ ผมรีบอยู่ครับ” ฉันส่ายหัวไปมาก่อนจะติดกระดุมให้จนเสร็จ

“เรียบร้อยหมดแล้วใช่ไหม” ฉันเงยหน้าขึ้นไปถามเมื่อเห็นว่าริกเตอร์ยืนนิ่ง

“ยัง มีอีกอย่าง" ฉันพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อได้ยินคำตอบ เมื่อกี้นี้ม๊าของริกเตอร์ก็เพิ่งมาเคาะประตูเรียกแต่ตอนนั้นเขากำลังอาบน้ำอยู่น่ะสิ ดูไม่รีบร้อนเหมือนคนอื่นๆเขาเลย

“เหลืออะไรอีกล่ะ รีบๆทะ…อื้อ!” ฉันกำลังพูดเร่งริกเตอร์อยู่ก่อนจะโดนเขาก้มลงมาประกบจูบแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ริกเตอร์คว้าเอวฉันมากอดพร้อมกับดูดเม้มที่ริมฝีปากฉันเบาๆ ลิ้นร้อนแทรกเข้ามากวาดชิมน้ำหวานอยู่นานก่อนเขาจะผละออกไปเมื่อฉันเริ่มหายใจไม่ทัน

“เรียบร้อยแล้วครับ จุ๊บ!” พอฉันยอมให้จูบก็เอาใหญ่เลยนะ

“พอได้แล้ว ถ้าเรียบร้อยก็ไปกันเถอะ" ริกเตอร์ปล่อยเอวฉันก่อนที่เขาจะเดินไปลากกระเป๋าตามออกมาจากห้อง เป็นจังหวะเดียวกันที่ม๊าของริกเตอร์กำลังเคาะประตูห้องเราพอดี

“อ้าว มาๆเสร็จแล้วก็ดี รีบๆเลยริกเดี๋ยวตกเครื่อง” ม๊าพูดก่อนจะหันมองมาที่ฉันแล้วหันไปมองริกเตอร์อีกรอบก่อนท่านจะยิ้มออกมา แทนที่จะรีบเดินลงไปข้างล่างแต่ท่านกลับยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าซ่ะงั้น

“มีอะไรติดหน้าผมหรอม๊า” ริกเตอร์ขมวดคิ้วถามขึ้น

“เปล่าลูกเปล่า ไปข้างล่างกัน” ว่าจบก็คว้ามือฉันแล้วลากลงไปข้างล่างทันที ตอนนี้ทุกคนอยู่ที่ห้องรับแขกกันหมด มีกระเป๋าสองใบวางอยู่ใกล้ๆ น่าจะเป็นกระเป๋าของป๊าม๊าริกเตอร์ พวกท่านก็จะกลับไปที่บ้านของลุงต๊ะด้วยเหมือนกัน

“ชักช้ากันจังเลยเด็กสมัยนี้ ไม่ไหวๆ" เตี่ยฉันบ่นขึ้นทันทีที่เราเดินเข้าไป

“โชคชัยเก็บของไปที่รถสิ หมวยลื้อจะไปส่งอาริกที่สนามบินด้วยใช่ไหม” อาม่าสั่งลุงคนขับรถเสร็จก็หันมาถามฉันทันที

“ค่ะอาม่า" อาม่าพยักหน้ารับก่อนที่ป๊าของริกเตอร์จะทักท้วงลูกชายตัวเองขึ้น

“อะไรติดปากแก ลงมาไม่ได้ส่องกระจกหรอ” ริกเตอร์ทำหน้างงก่อนจะยกมือขึ้นไปจับปากตัวเอง ฉันจึงได้สังเกตเห็นว่าที่ปากของเขามันมีลิปสติกที่ฉันทาติดอยู่!

“อะไรหรอครับ อยู่ตรงไหนอ่ะ” ริกเตอร์ยังจับๆลูบๆที่ปากตัวเองไม่หยุด ก่อนเขาจะหันหน้ามาหาฉันเพื่อจะให้ช่วยเช็ดออกให้

“รอยลิปสติกน่ะ สีเดียวกันกับที่หมวยทาอยู่เลย” ม๊าริกเตอร์เอ่ยแซวๆจนทำให้ทุกคนมองมาที่ฉันกับริกเตอร์อย่างล้อเลียน ส่วนฉันก็อายแทบจะอยากม้วนตัวหนีไปที่อื่นแต่ก็ไปไหนไม่ได้ เมื่อริกเตอร์ผู้ไม่สะทกสะท้านกับท่าทางของทุกคนยังคงยื่นหน้าเข้ามาให้ฉันช่วยเช็ดมันออกให้ด้วยหน้าใสซื่อจนน่าหมั่นไส้ =_=

 

 

 

 

 

 

 

________________________________________________________________

TALK

แฮปปี้~ >\\\<

แต่ยังไม่ending น้าาา~

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น