เวียงตะวัน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 46 การกลับมาเจอกัน (ที่ไม่เหมือนเดิม)

ชื่อตอน : ตอนที่ 46 การกลับมาเจอกัน (ที่ไม่เหมือนเดิม)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 120

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 06:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 46 การกลับมาเจอกัน (ที่ไม่เหมือนเดิม)
แบบอักษร

ทุกคนพากันไปเที่ยวชมสวนผลไม้ เมื่อไปลิ้มรสผลไม้อันขค่ะนชื่อและหลากหลายของผลไม้ต่าง ๆ ที่ขึ้นชื่อของจันทบุรี คุณิตาก็เดินมาเก็บช่อดอกไม้ที่เตโชพฤกษ์และภัทรกันย์ทำหล่นไว้ เธอใช้มือลูบกลีบดอกที่มันซ้ำ แล้วตัดพ้อด้วยความซ้ำใจเช่นเดียวกับสภาพดอกไม้ที่จับมันขึ้นมา เธอลูบกลีบซ้ำทีที่ไม่ต่างใจเธอตอนนี้ เหล่าแม่บ้านที่มาต้อนรับ ต่างพูดว่าทั้งคู่เหมาะสม ยิ่งตอกย้ำความเจ็บซ้ำในใจของเธอ

“อ้าว!! นกยูง เมื่อกี้ เธอไม่ต้อนรับ แขก หุย คนอะไรวาสนาดี  ร๊วย รวย ผู้ชายก็โครตหล่อ ผู้หญิงก็ดูดี เหมาะสมกันมากเลย ฉันว่ามีลูกออกต้องน่ารักแน่ ๆ เลย วาสนาอย่างพวกเรานี้จะมีไหมอะ ตกถังข้าวสาร ได้ผัวรวย ๆ แบบนี้ แม่จะชี้นิ้วสั่ง คงสบายน่าดูเนาะ” หนึ่งในทีมแม่บ้านเพ้อฝันออกมากลางวง

“ดูสารรูปตัวเองก่อน สวย ๆ อย่างนกยูงว่าไปอย่าง แต่อย่างว่าอะนะ คนรวย ๆ เขาคงไม่มองคนจนหรอก อย่างมากก็แค่ของเล่น เล่นเบื่อเขาก็ทิ้ง เขาก็ไปเอาคนรวย ๆ ด้วยกัน นกยูงว่าไหม แต่ได้แบบนกยูงก็ดีนะ พี่เกื้อทั้งหล่อและแสนดี แค่นี้ก็โครตโชคดีแล้วว่าไหม” หนึ่งในแม่บ้านอีกคนเสริม  คุณิตาได้แต่กลืนก้อนสะอึกลงไป เพราะมันช่างตรงกับเธอเหลือเกิน

“เออ...เดี๋ยวนกยูง ไปเตรียมทำกลางวันก่อนดีกว่า เดียวช้า แขกจะไม่พอใจ ขอตัวก่อนนะ” แล้วเธอก็รีบวิ่งไปโรงครัว แต่ก็ยังโดนสองแม่บ้านในทีมนินทาอยู่ดี 

“นี้ก็อีกคน แกว่าไหมทำตัวแปลก ๆ ถ้าฉันสวยแบบนี้นะ จะเสนอหน้าไปประจบลทะ เพื่อเขาจะชายตาแลมองบ้าง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ฉันว่านะที่มันไม่มาต้อนรับแขกวีไอพี เพราะมันไม่อยากมีเรื่องกับผัวมันไง  พี่เกื้อหวงจะตาย พี่กิ่งเล่าให้ฟัง พี่เกื้อหวงมันถึงขั้นทะเลาะตบตีเลยนะ พี่กิ่งบอกว่าถ้าไปห้ามไม่ทันนี้อาจฆ่ากันตายเลยนะ”  ทั้งสองต่างเล่าใส่สีตีไข่เพื่อความสะใจ 

ทางด้านสวนผลไม้ไม่ไกลจากที่พักโฮมเตย์มากนั้น เมื่อก้องเกียรติ พาทั้งคู่มา มีเหล่าลูกน้องของเตโชพฤกษ์ตามมาห่าง ๆ และมีเหล่าลูกน้องของก้องเกียรติพาชมสวน แต่ภัทรกันย์นึกสนุกอยากลองเก็บเงาะดูบ้าง แต่ผู้เป็นสามีไม่ยอม

“นะคะ พี่พฤกษ์ พัดไม่ได้ป่วยนะคะ พัดแค่อยากลองเก็บเงาะจากต้นบ้าง เกิดมาเคยซื้อแต่ของเขาทาน อยากลองเก็บจากต้นบ้าง พัดสัญญา พัดจะระวัง และเก็บที่พอตัวเองเก็บได้นะคะ ๆ” เตโชพฤกษ์เหมือนจะทนลูกอ้อนของภรรยาไม่ไหว จึงต้องตามใจ

“ก็ได้ ๆให้ต้นเดียวนะ ต้นอื่น สั่งลูกน้องหรือคนงานเก็บให้นะ” เขายื่นข้อต่อรองให้ภัทรกันย์ 

“ค่ะ” ภัทรกันย์ทำท่าทางดีใจ ตื่นเต้นที่จะได้เก็บเงาะจากต้นสด ๆ แล้วทานได้เลย แล้วก็มีพวกชาวบ้านชวนทานผลไม้ที่คัดสรรมาอย่างดีให้ทั้งภัทรกันย์และเตโชพฤกษ์  จึงเป็นช่วงจังหวะที่เตโชพฤกษ์เผลอ ภัทรกันย์ทำทีเดินชมสวนผลไม้ ซึ่งไม่ไกลจากบริเวณที่ชาวสวนและเตโชพฤกษ์ยืนคุยกันมากนัก ภัทรกันย์เหมือนเจอเงาะที่ถูกใจ แต่ใกล้กันนั้นมีชาวสวนผู้ชายกำลังเรียงลังเงาะเธอจึงขออนุญาตเขา

“ขอโทษนะคะ ขอเก็บเงาะหน่อยนะคะ” แต่ไร้เสียงตอบจากชายชาวสวนผู้นี้

ภัทรกันย์เอื้อมมือกำลังจะเด็ดเงาะที่เธอรู้สึกถูกใจ  แต่เงาะมันสูงเกินไปเธอจึงเขย่งเท้าแล้วเด็ดลงมาเป็นแรงดึงของเงาะบวกกับแรงเขย่งกลายเป็นจังหวะที่พลาด เธอตกใจร้องตะโกนเสียงหลง แต่ร่างยังล้มไม่ถึงพื้น ก็มีมือของชาวสวนใช้ความรวดเร็วรับร่างไว้ด้วยความตกใจ ทำให้ผ้าที่ปิดหน้าหลุดออกจากใบหน้า

“ระวังด้วยนะครับ พื้นมันขุรขระ” จังหวะที่รับภัทรกันย์โดยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดเธอคว้าผ้าที่เขาใส่ปิดหน้าหลุดติดมือเธอมา รณกฤตตกใจที่ผ้าหลุดจากหน้า เพราะเขารู้ตั้งแต่ภัทรกันย์เดินมา แต่คิดว่าไม่มีใครสนใจ กะว่าเรียงลังผลไม้เสร็จก็จะไปให้ไกลจากพื้นที่บริเวณนี้

“กิจ…” ภัทรกันย์รีบยืนตั้งสติก่อนที่อีกฝ่ายจะปฏิเสธ

“ผมชื่อเกื้อครับ คุณไม่เป็นอะไรนะครับ ขอตัวก่อนนะครับ” แล้วเขาก็รีบวิ่งออกจากพื้นที่ตรงนั้น

แต่ภัทรกันย์ไม่เชื่อว่านี้ไม่ใช่รณกฤตเธอจึงจะวิ่งตาม แต่เตโชพฤกษ์และลูกน้องรีบวิ่งมา

“พัดเป็นอะไรหรือเปล่า” เตโชพฤกษ์ถามด้วยอาการห่วงใย รีบเข้ามาประคองภรรยา เหล่าลูกน้องก็กรูตามมา

“ไม่เป็นไรค่ะ พัดแค่เกือบพลาดแล้วจะล้มน่ะค่ะ แต่โชคดีมีคนมาช่วยไว้ ตอนนี้พัดไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ” เธอพูดพร้อมส่งยิ้มให้สามี แต่ไม่่กล้าบอกว่าเธอเจอคนที่หน้าเหมือนรณกฤต

“เห็นไหม เห็นหรือยัง เกือบเจ็บตัว เกิดแท้งขึ้นมาจะทำยังไง เคยฟังพี่บ้างไหม อยากทานตรงไหน อยากกินอะไร เดียวพี่ให้ลูกน้องไปเก็บให้ พี่ว่าเรากลับกันเถอะ แดดเริ่มร้อน เดี๋ยวพัดจะไม่สบาย” แต่ภัทรกันย์ยังอยากจะตามหาชายที่เหมือนรณกฤต เธอจึงบอกว่ายังอยากจะเดินเล่นอยู่

“พัดอยากเดินเล่นอยู่เลยค่ะ พี่พฤกษ์กลับก่อนก็ได้ เดี๋ยวพัดกับก้องตามไปก็ได้ค่ะ”

“ไม่ได้!!” เตโชพฤกษ์ดุเสียงดังจนภัทรกันย์ตกใจ แต่ก็ต้องยอมเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ ก้องเกียรติทำทีแซว

“ตอนแรกนึกว่าคุณพฤกษ์จะกลัวพัดชาซะอีก ที่ไหนได้ ฮา ฮ่า ฮ่า พัดชาต่างหากที่กลัวสามี เพราะคุณพฤกษ์ดุน่ากลัวเซียว”

“ก้องหยุดเลยนะ”

“งั้นเดี่ยวผมให้คนงาน ๆ พาไปที่พัก แล้วคัดเอาผลไม้ขึ้นชื่อ สวย ๆ ไปไว้ให้ที่บ้านพักเลยนะครับ”

“ขอบคุณ คุณก้องมากครับ ผมกลัวพัดจะไม่สบายนะครับ เดี๋ยวรอแดดร่มๆ ค่อยออกมาใหม่ดีกว่าครับ” เตโชพฤกษ์อธิบายเหตุผลว่าทำไมต้องดุภรรยาตัวดื้อ พอกลับมายังโฮมสเตย์ เตโชพฤกษ์ก็สั่งและกำชับให้เหล่าลูกน้องดูแลสอดส่องรักษาความปลอดภัย อย่าดื่มเหล้าจนเมา ภัทรกันย์ได้ทีช่วงจังหวะนี้ จึงรีบถามก้องเกียรติ

“ก้องๆ พัดมีอะไรจะถามก้อง สวนผลไม้ของก้อง มีคนทำงานที่ชื่อ รณกฤต กับ คุณิตาไหม”

“โห่ พัดชา คนสวนเยอะจะตายใครจะไปจำได้ เดี๋ยวก้องถามหัวหน้าคนสวนให้ ถามพี่กิ่งแก้วก็ได้ แกรู้จักเกือบหมดทุกคนในสวนนี้เลยนะ เดี๋ยวเขาต้องมาดูแลพัดอยู่แล้วนิ ว่าแต่พัดถามทำไม”

“ก็เมื่อกี้ตอนพัดไปเก็บผลไม้ พัดเจอคนหน้าเหมือนน่ะ แต่ 2 คนนี้เขาตายไปแล้ว”

“พัดชา หน้ามืด แพ้ท้องจนตาลายหรือเปล่า คนตายมาเพ่นพ่านก็ผีนะสิ ดีแล้วละที่คุณพฤกษ์ให้แกมานอนพักผ่อน”

“ฉันไม่ได้บ้านะ หรือ เพี้ยน หรือ ตาลาย เดียวฉันจะถามพี่กิ่ง เออ ฉันหยิบผ้าคลุมเขาติดมือมาด้วยอยากเอาคืนให้คนสวนที่ช่วยฉันไว้นะ” 

“โอ๊ย ใครก็ไม่รู้ ผ้าผืนเดียวไม่ได้แพงอะไร ออกจะเป็นผ้าขี้ริ้วด้วยซ้ำ เขาคงไม่ต้องการแล้วมั้ง นั้นผัวแกเดินมาละ แกอยากเจอหน้าชายอื่นระวังผัวแก้จะงอนเอา” ภัทรกันย์เหมือนจะต้องรู้ให้ได้ ไม่นานเตโชพฤกษ์ก็กลับเขามา ก้องเกียรติจึงขอตัว

“ตามสบายเลยนะครับ คิดซะว่าที่นี้คือบ้านเทพาธิปกรณ์นะครับ แต่อาจจะไม่สะดวกสบายมากนักนะครับ เพราะเราอยากให้กลิ่นอายแบบชาวบ้าน ๆ  เดียวผมจะให้แม่บ้านเอาอาหารกลางวันมาจัดให้ที่ชานเรือนบ้านนะครับ ขาดตกบกพร่องอะไรก็เรียกแม่บ้านหรือพี่กิ่งได้นะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”

ไม่นานกิ่งแก้วและทีมงานก็ยกสำรับอาหารขึ้นมาเสิร์ฟ กิ่งแก้วอยากให้คุณิตามาด้วยเพราะเป็นฝีมือการจัดแจงของคุณิตา แต่คุณิตาปฏิเสธที่จะตามมา อ้างว่าต้องเตรียมของอาหารว่าง แถมยังต้องรีบซักผ้าตากเพราะแดดกำลังออก กิ่งแก้วไม่อยากรบเร้าจึงชวนคนคนอื่นมาแทน

“โอโห่ น่าทานทุกอย่างเลยค่ะ พี่กิ่ง พัดว่าพัดกลับบ้าน พัดต้องอ้วนแน่ ๆ พี่พฤกษ์ดูสิค่ะ สำรับแบบชาวบ้าน ๆ แต่ดูน่าทานมากเลย”

“ค่ะ ผักพวกเราก็ปลูกกันเอง ขึ้นตามริมรั้วบ้าง ส่วนเรื่องตกแต่งความสวยงาม ก็นกยูงนั้นแหละค่ะ”

“มีแต่คนชมคนที่ชื่อนกยูง สักอย่างจะเห็นหน้าแล้วสิ” ภัทรกันย์พูดขึ้นมา เพราะตั้งแต่มาที่นี้ ทั้งเพื่อน ทั้งคนงาน ต่างชมคนที่ชื่อนกยูง

“เดี๋ยวคุณพัดชาก็ได้เห็นค่ะ สวยเหมือนดาราเลยค่ะ แต่งงานแล้วค่ะ ส่วนแฟนเขาชื่อเกื้อค่ะ หล่อมาก ๆ เลย”

“ชื่ออะไรนะ…”ภัทรกันย์ถามย้ำ เพราะคนที่ช่วยเธอไว้ ที่หน้าตาเหมือนรณกฤตราวกับแกะกันออกมา ก็ชื่อเกื้อเช่นกัน

“พี่ว่าเรากินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดแล้วไม่อร่อย” เตโชพฤกษ์ตัดบทสนทนาของพวกผู้หญิงเพราะตอนนี้เขาหิวข้าวมากแล้ว พอเตโชพฤกษ์ตักอาหารเข้าปาก เหมือนว่าเคยได้ลิ้มรสชาติอาหารที่เป็นรสมือแบบนี้มาก่อนแต่จำไม่ได้ว่าทานที่ไหน

“อร่อยไหมค่ะ”  ภัทรกันย์ถามผู้เป็นสามี เพราะเขาเริ่มเคี้ยวอาหารแบบช้า ๆ แต่จริง ๆ แล้วเตโชพฤกษ์กำลังคิดว่าเคยกินอาหารรสชาติแบบนี้ที่ไหน

“อร่อยสิครับ” ทั้งคู่ลิ้มรสชาติอร่อยของอาหารได้ไม่นาน ภัทรกันย์ที่กำลังตักไข่ทอดชะอมขึ้นมาทาน พอเธอเอาเขาไปยังปากบางแค่นั้น เธอก็ต้องวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำทันที คราวนี้ดูเหมือนคนแพ้ท้องน่าจะเป็นเธอคนเดียวแล้วมากกว่า เตโชพฤกษ์วิ่งตามไปลูบหลัง

“พัด ถ้าพัดทานไม่ได้พี่สั่งอาหารจากโรงแรมมาให้ดีว่า ดูสิกินอะไรก็อ้วกออกมาหมดลูกคงไม่ได้รับสารอาหารอะไรแล้ว” ภัทรกันย์ที่กำลังโอ้กอ้าก ทำมือเป็นสัญลักษณ์ว่าเธอไม่เป็นไร อยากจะบอกเตโชพฤกษ์ว่าเธอไม่เป็นไรแค่กลิ่นชะอมมันทำพิษ เธอเงยหน้ามองสามี กำลังจะอธิบายให้สามีเข้าใจไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ 

“พี่...พร. แหวะ.”ยังไม่ทันขาดคำเธออาเจียนพุ่งใส่อกแผงกว้างของผู้เป็นสามี คราวนี้เสื้อเตโชพฤกษ์เลอะอ้วกของผู้เป็นภรรยา

“พัดดดด” เขาตะโกนเสียงดัง ไม่ได้โกรธแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอแพ้ท้องหนักมากขนาดนี้ แล้วก็นึกถึงที่ปานวาดเล่าให้ฟังว่าเวลาเมียแพ้ท้องถ้าเมียเบื่อขี้หน้าผัวก็จะอ้วกใส่ผัวก็มี เดี๋ยวก็ดี ภัทรกันย์รีบล้างปากแล้ว แล้วรีบเอาทิชชูเช็ดเสื้อให้ผู้เป็นสามี 

“พี่พฤกษ์พัดขอโทษ พัดไม่ได้ตั้งใจอย่าโกรธพัดนะคะ”

“พี่ไม่ได้เป็นอะไร พี่ชอบจะตาย รสชาติของชีวิต”

“พัดว่าถอดเสื้อไปซักก่อนดีกว่าค่ะ เดียวพัดให้พี่กิ่งเอาไปซักเลยค่ะ มันจะได้ไม่เหม็นนะคะ”

 ภัทรกันย์ทำสีหน้ากังวล แล้วเรียกหากิ่งแก้ว

“พี่ว่าพี่ อาบน้ำเลยดีกว่า” แล้วเตโชพฤกษ์ก็มองไปรอบๆ ห้องน้ำแต่ไม่เห็นถึงผ้าเช็ดตัว “พี่ว่าสังสัยเขาลืมเอาผ้าขนหนูเช็ดตัวมา”

“เดี๋ยวพัดเอาเสื้อไปให้พี่กิ่งซักแล้วขอผ้าเช็ดตัวมานะคะ”

ภัทรกันย์ออกไปข้างนอกชานเรือนแล้วเรียกให้กิ่งแก้วเอาเสื้อเตโชพฤกษ์ให้กิ่งแก้วนำไปซักและขอผ้าเช็ดตัว 

“สงสัยเด็กๆ ลืมจัดผ้าเช็ดตัวให้เดียวพี่รีบไปหยิบมาให้นะคะ รอแป๊บนะคะ” กิ่งแก้วรีบวิ่งไปกองกลางแต่ขณะที่กำลังจะเขาห้องกองกลาง ก็มีชายวัยกลางคนปั่นจักรยานมาหากิ่งแก้ว คนนั้นคือภารโรงโรงเรียนของเด็กชายมังกร

“กิ่ง ๆ ครูที่โรงเรียนให้มาตาม มังกรไข้ขึ้นสูง ตอนนี้ครูพาไปส่งโรงพยาบาลแล้ว ให้ฉันมาบอกกิ่งว่าให้ตามไปโรงพยาบาลเลย” กิ่งแก้วผู้เป็นแม่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก เห็นคุณิตากำลังนั่งแยกผ้าจึงรีบออกคำสั่งและไหว้วาน

“นกยูง ๆ เอาเสื้อคุณพฤกษ์ไปซักนะ เมียเขาอ้วกใส่ พี่จะรีบไปหามังกร เดี๋ยวพี่รีบมา” เธอก้าวออกไปได้ประมาณสามก้าว ก็ถอยหลังมาบอกคุณิตาใหม่ “อ๋อ เอาผ้าเช็ดตัวไปให้คุณพฤกษ์กับคุณพัดตอนนี้เลยนะ เขารออยู่ ไปเลยนะ พี่ไปหามังกรก่อนแล้วพี่จะรีบมา” แล้วกิ่งแก้วก็หายลับตาไปอย่างรวดเร็ว คุณิตาตกใจ ตื่นกลัว ไม่รู้ว่าจะเอาผ้าเช็ดตัวไปให้ทั้งสองอย่างไร เพราะตอนนี้ เหล่าแม่บ้านก็อยู่ที่โรงครัว ห้องกลางกลางจึงเหลือแต่เธอ เธอนึกถึงวันที่รณกฤตบอกว่าให้ใช้เหตุผลว่าเธอป่วยแล้วปิดด้วยหน้ากากอนามัยไว้ เธอหยิบผ้าขนหนูสำหรับเช็ดตัวไป 2 ผืน ขณะที่กำลังจะขึ้นชานเรือน แอรีสก็รีบปรี่เข้ามา

“มาทำไม ทำไมต้องปิดหน้า เปิดหน้าเดียวนี้”

“ฉันไม่สบายน่ะค่ะ เลยต้องปิดหน้า พี่กิ่งบอกว่า คุณพัดกำลังตั้งครรภ์อ่อนเดี่ยวจะไม่สบายเอา” คุณิตาพูดหลบตาและแกล้งทำเสียงทุ้มใหญ่ว่าตัวเองป่วย แอรีสเห็นเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คิดว่าคงไม่มีพิษภัย แต่ก็ยังไม่สนิทใจที่จะปล่อยให้เธอไป

“เงยหน้าขึ้นมาคุยกันดี ๆ พูดไม่สบตามีพิรุธเข้าไปอีก” คุณิตาตอนนี้ในเต้นแรงระรัว เธอต้องโดนจับได้แน่ถ้าเงยหน้า  แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อมีเสียงที่คุ้นเคยเดินออกมา ด้วยท่อนบนที่ไม่ได้สวมเสื้อ แต่นุ่งกางเกงสะดอสบายๆ

“เสียงดังอะไรกัน” เตโชพฤกษ์เดินออกมาใกล้ ๆ ใจของคุณิตาอยากเงยมองเขาให้เต็มตาเมื่อเขาเดินเขามาใกล้ๆ แต่ก็ทำไม่่ได้เพราะกลัวความลับจะแตก

“ไม่มีอะไรครับ เธอเอาผ้าขนหนูมาให้ แต่ทำตัวหน้าสงสัย เลยเสียงดังนะครับ เธอบอกว่าไม่สบายครับกลัวเอามาติดคุณพัดชานะครับ” เตโชพฤกษ์พยายามจะมองแต่คุณิตาก้มหน้า ทำให้เห็นแต่ผ้าปิดช่วงครึ่งของใบหน้า

“เธอ” เขากระชากตัวคุณิตามา คุณิตาตกใจจนตัวสั่น เขาเขย่าเธอ “ถ้าบริสุทธิ์ต้องเงยหน้าขึ้นมา เงยมาเดี๋ยวนี้” คุณิตาเจ็บที่ต้นแขนจากแรงบีบแต่ก็ไม่กล้าเปล่งเสียงร้อง เธอหัวโยกหัวคอน ในที่สุดก็เงยหน้าขึ้นมา สายตาแห่งความหวาดกลัวก็สบใส่เตโชพฤกษ์ทันที เตโชพฤกษ์ใจกระตุกวูบ เหมือนเคยเห็นแววตาเช่นนี้มาก่อน 

“พี่พฤกษ์ค่ะ ได้ผ้าเช็ดตัวหรือยังค่ะ” ภัทรกันย์เดินตามออกมา เพราะเห็นเตโชพฤกษ์หายไปนาน

เขาค่อย ๆ คลายแรงบีบและปล่อยคุณิตาให้เป็นอิสระ จนเธอร่วงไปอยู่กับพื้น 

“อ๋อ ได้แล้วจ๊ะๆ พี่เอาเข้าไปให้เดียวนี้แหละ แล้วเตโชพฤกษ์ก็เดินจากบริเวณนั้นไป คุณิตาได้แต่มองเท้าของเตโชพฤกษ์ที่กำลังเดินไปหาภัทรกันย์ คุณิตาใช้พลังที่มีทั้งหมดรวบรวมสติและแรงกายยันร่างกายลุกขึ้นแล้วรีบลงจากชานเรือนไป 

คุณิตากึ่งเดินกึ่งวิ่งโดยไม่มีจุดหมาย แล้วเธอก็หมดแรงทรุดลงกับพื้น นั่งพิงต้นไม้ใหญ่ แล้วกรีดร้องออกมา เอามือทำเป็นกำปั้นหลวม ๆ ทุบพื้นดินที่แข็ง อย่างไม่รู้สึกเจ็บปวด

“ทำไม  ทำไม ฮือ ฮืฮ กรี๊ดดดดด” ตอนนี้เธอเหมือนคนสติหลุดทั้งร้องไห้ทั้งกรีดร้อง เจ็บปวด เธอไม่ต่างจากคนตายทั้งเป็น เธอหลอกตัวเองมาตลอดว่ากำลังจะให้รณกฤตเข้ามานั่งในใจ แต่แท้จริงแล้วเธอไม่เคยลืมเตโชพฤกษ์ออกจากหัวใจดวงนี้เลย เธอต้องยอมรับความจริง ข้อที่ว่าเธอไม่มีวันกลับไปหาเตโชพฤกษ์ เพราะเธอไม่เหมือนเดิมแล้ว  เธอทำตัวเหมือนผู้หญิงแพศยา เหมือนผู้หญิงขายตัวที่เตโชพฤกษ์เคยว่าให้เธอเมื่อครั้งที่อยู่ด้วยกัน

-----------------------

จะรีบแต่งให้จบนะคะ เหลืออีก ประมาณ 3 ตอนค่ะ เพราะว่า จะต้องไป ตจว และ อ่านหนังสือสอบเพื่อเลื่อนตำแหน่ง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น