MyTime

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) ปล.ไม่มีติดเหรียญติดกุญแจแน่นอน ดังนั้นตามสบายนะ

บทที่ 13 เริ่มทดสอบ

ชื่อตอน : บทที่ 13 เริ่มทดสอบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 55

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 00:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 เริ่มทดสอบ
แบบอักษร

1 สัปดาห์ถัดมา 

คิลเลอร์นั่งวิเคราะห์เส้นทางเดินลาดตระเวนของหน่วยรักษาความปลอดภัยของแคมป์พบว่า พวกเธอลาดตระเวนกันถี่มาก เพราะนอกจากหน่วย 30 แล้วยังมีคนที่เป็นพนักงานที่ถึงแม้คนในแคมป์จะไม่ต้องบอกก็ตาม คิลเลอร์ก็รู้ด้วยสัญชาตญาณว่าพวกเธอเก็บซ่อนฝีมือไว้แน่นอน โดยเฉพาะเป็นบาร์เดอร์ของแคมป์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง และนอกจากฝีมือแล้วจุดที่ตั้งก็สำคัญ จุดที่มีคนเดินผ่านไปมาแทบจะตลอด 24 ชั่วโมงนั้น แทบจะหมดโอกาศในการทำอะไรที่ลับตาคน 

ตลอดกลางคืนการลาดตระเวนจะถูกจำกัดไว้ระดับหนึ่งเป็นเพียงแค่การลาดตระเวนรอบนอกของแคมป์แต่ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งเฝ้าบริเวนแคมป์ไว้อย่างรัดกุมจนคิลเลอร์ถึงกับกุมขมับ จนกระทั่งได้พบทางออก นั้นคือ เป้าหมายสามเป้าหมาย ในสามเงื่อนไขที่ต่างกัน คนแรกคือ ฟลอร่า ซึ่งมักจะทำหน้าที่ลาดตระเวนคนเดียวอยู่เป็นประจำในยามดึกและที่พักของเธอยังอยู่ในป่าลึกเข้าไปในแคมป์อีกด้วย เป้าหมายที่สอง คือ มิเกลที่อยู่ใกล้ที่พักของเขา และสุดท้ายคือ ทีน่า... 

โดยอีกเหตุผลของฟลอร่า คือ เธอเป็นลูกครึ่งเอลฟ์ ซึ่งหนึ่งในความสามารถที่เขาขโมยมาจากเมลคือ ความสามารถในการบัญชาเอลฟ์ทั้งหมด แต่ตอนนี้เขายังไม่อยากจะให้แผนแตกจึงทำการเนียนเพื่อแฝงตัวไปก่อน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาก็ทำตัวเหมือนผู้ดูแลปกติที่ชอบเดินตรวจตราภายในแคมป์โดยมีสายตาของบางคนหรือบางกลุ่มที่มองเขาด้วยความหวาดระแวงตลอดเวลา จนกระทั่งวันนี้ที่เขาเดินมาเจอเข้ากับ ฟลอร่า ที่กำลังเดินมาทักทายยามที่กำลังเฝ้าหน้าบ้านพักหลังหนึ่ง 

"อ้าว นั้นฟลอร่าไม่ใช่เหรอ? รายงานที่เธอทำมาถือว่าดีมากเลยนะ..." 

คิลเลอร์พูดทักทายอีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง เงื่อนมาจากฟลอร่ากับเขานั้นมักจะตรวจสอบบ้านคนละจุดจึงไม่ค่อยได้พบกัน แถมจะเจาะจงเรียกตัวมาก็แปลกๆอยู่ ในเมื่อมีโอกาศเหมาะๆเขาจึงไม่พลาดที่จะพูดคุยกับเธอแน่นอน 

"เป็นหน้าที่อยู่แล้วเจ้าค่ะ คุณผู้ดูแล อ้อ วันนี้ฉันต้องไปส่งสรุปรายงานการลาดตระเวนของอาทิตย์นี้แล้วสิน้า..." 

ฟลอร่าตอบกลับแบบไม่ถือตัว ซึ่งคิลเลอร์และฟลอร่าก็เริ่มพูดคุยกันโดยมีสาวๆที่อยู่ภายในแคมป์รายล้อมอยู่รอบตัว ซึ่งเป็นผลมาจากที่คิลเลอร์แสดงละครเป้นคนที่สบายๆและพูดคุยเป็นกันเองซึ่งทำให้กับสาวๆที่เป็นเด็กภายในค่ายได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นสาวๆก็เริ่มแยกย้ายกันไปเมื่อดวงอาทิตย์เริ่มตกดิน ก่อนที่ฟลอร่าจะเดินไปคิลเลอร์ก็โทรจิตเข้าไปในใจของฟลอร่าด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาว่า 

'จงฟังคำข้า นายเหนือของเจ้า นับแต่นี้เจ้าคือทาสของข้า... จงสลับตัวคนที่เฝ้าที่พักของข้ากับตัวเจ้าภายในคืนนี้... และตลอดไป...' 

ฟลอร่าร่างกระตุกไปวูบหนึ่งก่อนที่จะเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ความจริงคือจิตวิญญาณของเธอตอบสนองต่อคำพูดของเขาด้วยพันธะสัญญาณที่ผูกมัดเผ่าพันธ์ุเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งมันจะต้องใช้ระยะเวลาเล็กน้อยกว่าจะออกฤทธิ์โดยมันจะค่อยๆเปลี่ยนจิตใจของเธอให้เชื่อฟังคำสั่งของเขา ในตอนนี้เขาทำเพียงแค่ยกมือโบกไปมาให้กับเด็กสาวสองสามคนที่เข้ามาทักทายก่อนที่จะเดินเข้าบ้านพักไป ส่วนตัวของเขานั้นก็เดินกลับไปที่บ้านพักของตนเองที่อยู่บนเนินสูงเช่นกัน 

เมื่อกลับมาถึงเขาก็ทำการอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ทำอาหารกินเองก่อนที่จะเข้านอนเพื่อรอเป้าหมายของคืนนี้อย่างใจจดใจจ่อพร้อมกับเปิดประสาทสัมผัสให้เต็มที่ เพื่อที่จะไม่โดนลอบสังหารทีเผลอซึ่งเขามักจะทำจนเคยชินเพื่อความปลอดภัยของตนเอง 

 

ตกดึกในคืนนั้น 

คิลเลอร์ตื่นมากลางดึกพร้อมกับเปิดสัมผัสการรับรู้ เมื่อพบว่าฟลอร่ากำลังเกิดปฏิกิริยากับคำพูดของเขาและกำลังต่อต้านอย่างสุดกำลังแต่ก็เหมือนจะไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่นักเพราะตอนนี้เธอมายืนเฝ้าอยู่ด้านนอกที่พักของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากสัมผัสดวงจิตของเขานั้นเอง เมื่อเป้าหมายแรกมาประจำจุดแล้วเขาก็ทำการเดินออกไปจากห้องเพื่อไปหาเป้าหมายที่สองทันทีนั้นคือ มิเกล ซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ที่บ้านพักหลังเล็กข้างๆกับบ้านพักของเขา 

ฝีเท้าที่เงียบกริบราวกับแมวตัวหนึ่งค่อยๆก้าวไปตามพื้นแผ่นไม้ที่แสนเรียบเนียน และมองแผ่นไม้ที่เขียนชื่อเจ้าของห้องไว้ก่อนที่จะใช้กุญแจผี(?)เปิดเข้าไปอย่างอย่างช้าๆราวกับผี(?) ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกก็พบกับมิเกลที่กำลังอยู่ในชุดนอนกระโปรงยาวตัวบางสีชมพูอ่อนของเธอ ซึ่งมันบางพอจนทำให้เขามองเห็นชั้นในสีขาวภายใต้ชุดนั้นได้อย่างชัดเจน ใบหน้ายามหลับของเธอดูราวกับเด็กคนหนึ่งที่กำลังฝันหวานอยู่ เขายิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายก่อนที่จะทำการเรียกกระสุนประจำตัวออกมาทันที 

'ราตรีสวัสดิ์นะ เด็กน้อย...' 

เขาโทรจิตเบาๆก่อนที่จะยิงกระสุนเข้าใส่แผ่นหลังของเธอที่กำลังกอดหมอนข้างตัวโปรดของตนเอง เมื่อกระสุนพุ่งเข้าใส่เธอ มิเกลถึงกับอ้าปากและเบิกตากว้างพร้อมกับแอ่นตัวไปตามแรงราวกับถูกกระสุนจริงๆยิงเข้าใส่ตัว เธอหายใจแบบหอบๆพร้อมกับพยายามหลับตากัดฟันเพื่ออดทนต่อสิ่งที่เธอกำลังประสบอยู่ รางกายของเธอมันหนักอึ้งและร้อนรุ่มไปหมด และสติยังเริ่มที่จะเลือนลางราวกับจิตใจของเธอเริ่มที่จะจางหายไปทีละน้อยแต่ก็ยังพอต้านได้ระดับหนึ่ง เมื่อเห็นดังนั้นคิลเลอร์จึงทำการยิงซ้ำอีก 2 นัดเข้าใส่แบบไม่ปราณี 

ผลที่ได้คือ เธอถึงกับกลิ้งไปจนเกือบชนเข้ากับกำแพงที่อยู่ด้านหน้าของเธอ ด้วยแรงส่งของกระสุน ดวงตาของเธอกลายเป็นสีขาวไปชั่ววูบหนึ่งก่อนที่จะกลายเป็นดวงตาสีดำดังเดิม ไม่สิมันดูค่อยๆลดประกายลงอย่างช้าๆ พร้อมกับใบหน้าของเธอที่บัดนี้กำลังหันหน้ามาทางเขา ภาพสุดท้ายก่อนที่ดวงจิตของเธอจะถูกครอบงำก็คือ เงามืดดำทมิฬกำลังยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าห้องของเธอ มันดูราวกับกลุ่มก้อนแห่งราคะมากกว่าที่จะเป็นมนุษย์ และแล้วเธอก็ไม่สามารถต่อต้านมันได้อีกต่อไป 

มิเกลค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆพร้อมกับลมหายใจที่แผ่วเบาของเธอเริ่มที่จะคงที่ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เธอหอบหายใจอย่างหนักราวกับกำลังเจ็บปวดอยู่ คิลเลอร์เดินเข้าไปหามิเกลอย่างช้าๆพร้อมกับกระซิบไปที่ใบหูอันขาวเนียนของเธอเบาๆ 

"หากตื่นแล้ว จงไปหาข้าที่ห้องโถงด้านหน้าซะ.... ทาสคนแรกของข้า..." 

คิลเลอร์พูดกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูชั่วร้ายและเต็มไปด้วยไฟราคะที่เริ่มลุกโชนอยู่ภายในจิตใจของเขาเอง ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องทิ้งให้มิเกลได้นอนหลับเพื่อพักฟื้นต่อไปซึ่งน่าจะไม่เกิน 10 นาที 

'คิดถูกจริงๆที่ยังไม่ลงมือ คนในแคมป์นี้มีอัตราการต่อต้านด้านจิตใจสูงระดับหนึ่งขนาดลอบจู่โจมยังต้านได้ตั้ง 1 นัด จนต้องยิงซ้ำเพื่อให้ได้ผลทันที ตอนนี้เหลือแค่ 17 นัดต้องใช้ให้คุ้มซะแล้ว' 

คิลเลอร์คิดพลางเดินไปที่ห้องรับแขกที่ซึ่งปกติบางวันจะเปิดเป็นร้านเครื่องดื่มเล็กๆให้กับลูกค้าได้ชมวิวกัน เขานำเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่หน้าทางเข้าลงมานั่งแล้วก็สะบัดมือ เพื่อให้เก้าอี้ที่วางอยู่บนโต๊ะทั้งหมดลงมาตั้งอยู่บนพื้นได้อย่างเงียบกริบ แล้วก็หันไปที่ทางเข้าของบ้านพักพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างยินดี เมื่อประตูนั้นค่อยๆเปิดออกพร้อมกับร่างของฟลอร่าที่มาในชุดนายพรานแสนรัดรูปของเธอด้านหลังสะพายธนูและมีดสั้นประจำตัวไว้อีกด้วย เธอปิดประตูและเดินเข้ามาหาเขา ก่อนที่เธอจะคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม 

"ฟลอร่า มาตามบัญชานายเหนือหัว..." 

เธอกล่าวพร้อมกับเมื่อเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอยังไม่ถูกครอบงำโดยสมบูรณ์ และยังมีประกายของการขัดขืนอยู่บ้าง คิลเลอร์ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ก่อนที่จะสั่งให้เธอยืนและถอยไปเล็กน้อย เธอยืนนิ่งราวกับรูปปั้น เขามองเธออย่างแทะโลมด้วยดวงตาแสนชั่วร้าย ชุดเกราะหนังรัดหน้าอกแสนคลาสสิก กางเกงขายาวและบูทสีดำสนิท เขาเอานิ้วปลดอาวุธของเธอออกจนหมดก่อนที่จะสั่งให้เธอแสดงอาวุธที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดแล้วเอาไปไว้หลังเคาท์เตอร์แล้วก็มายืนที่เดิมโดยมีเขานั่งมองเธอแบบนิ่งๆ 

ผ่านไปสักพัก ประตูด้านข้างร้านก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆพร้อมกับมิเกลที่เดินออกมาในชุดสีชมพูโปร่งตัวเดียวกับที่เธอใส่นอน เธอเดินมาอย่างยั่วยวนภายใต้แสงสลัวของดวงจันทร์ รอยยิ้มของเธอบัดนี้เป็นรอยยิ้มที่เรียบเฉยจนดูน่ากลัว ซึ่งเป็นเพราะเธอเห็นว่าคิลเลอร์อยู่ต่อหน้าฟลอร่าที่ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นพวกเดียวกันหรือไม่นั้นเอง ดวงตาสีดำของเธอนั้นดูแตกต่างจากทุกที เดินเข้ามาจนกระทั่งอยู่ในระยะมองเห็นเรือนร่างของเธอได้ชัด เธอก็แกล้งเอามือแตะอกแล้วหันหลังให้กับคิลเลอร์ทันที 

"อะ เออ ขอโทษค่ะ นึกว่ามีโจรบุกเข้ามาก็เลย..." 

"ไม่เป็นไรเข้ามาเลย..." 

"ตะ แต่ว่า... สภาพนี้... คุณฟลอร่าเขา..." 

มิเกลทำท่าทางเขินๆก่อนที่จะบิดตัวไปมาเล็กน้อยราวกับกำลังอายเพราะถูกพบในสภาพที่แสนน่าอายของตนเอง แถมคนที่พบยังเป็นผู้ชายกับเพื่อนสาวของตนเองอีกด้วย 

"ฟลอร่าเองก็ใกล้เคียงกับเธอ ขาดแค่การกระตุ้นอีกหน่อย จะทำแบบเธอก็ได้นะทีเดียวจบ แต่แบบนั้นมันไม่เร้าใจน่ะสิ เลยต้องเรียกเธอมาช่วยสักหน่อย เข้าใจมั้ย นังทาส..." 

คิลเลอร์พูดด้วยน้ำเสียงพูดชั่วร้ายโดยไม่ได้หันไปมองมิเกลเลยแม้แต่น้อย เมื่อพูดจบ มิเกลก็ค่อยๆหันหน้ามาพร้อมกับท่าทางที่นิ่งเฉยเมื่อครู่ก็หายไปจนเหมือนหนังคนละม้วน เธอค่อยๆยิ้มออกมาแบบเคลิ้มๆ ดวงตาสีดำของเธอแสดงความต้องการออกมาอย่างไม่มีปิดบังจนกลายเป็นรูปหัวใจสลักอยู่ภายใน ลมหายใจปกติค่อยๆกลายเป็นการหอบหายใจแบบคนโรคจิต เธอเดินส่ายสะโพกไปมาอย่างยั่วยวนจนมาหยุดอยู่ด้านซ้ายข้างๆโต๊ะกลมที่เขานั่งอยู่ 

"ดิฉันมิเกล มาตามบัญชาของนายท่านเจ้าค่ะ" 

เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆพร้อมกับก้มลงคำนับเขาอย่างนอบน้อมเหมือนกับฟลอร่าก่อนหน้านี้ เขายิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายพลางสังเกตเห้นดวงตาของฟลอร่าที่เหมือนจะมีประกายแห่งความตกใจแสดงออกมาภายใต้ความนิ่งเฉยของร่างกายของเธอ และตราพันธะของคำสั่งของเขาเริ่มเผยออกมาเป็นลวดลายคล้ายโซ่สีดำพัวพันไปทั่วร่างซึ่งมันเกิดจากที่ร่างกายและจิตใจพยายามที่จะขัดขืนผู้ที่ออกคำสั่งนั้นเอง เขายิ้มออกมาก่อนที่จะดัดมือไปมาเบาๆ 

"เอาละ เริ่มโชว์ของเราเลยดีกว่า ดีมั้ย ทาสทั้งสอง?" 

คิลเลอร์พูดพร้อมกับเลียริมฝีปากตนเองราวกับกำลังจะได้กินของดี โดยมีหญิงสาวสองคนที่ยืนอยู่ข้างกายของเขา หนึ่งคนกำลังจะถูกครอบงำ และอีกคนที่ถูกล้างสมองและจิตใจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น