Miss.Annant

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep45 จบชีวิตลง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2563 10:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep45 จบชีวิตลง
แบบอักษร

“จินเทียน” 

“ครับ”ดวงตาคมกริบหันไปมองน้องสาวของบิดาที่ทำหน้างุนงงมองหนังสือเชิญประชุมด่วน 

“ประชุมอะไร ถึงเร่งด่วน บริษัทมีปัญหาเหรอลูก” 

“ครับ เดี๋ยวน้าก็ทราบ น้าจะรับน้ำชาหรือกาแฟครับ ผมจะโทรสั่งพี่หยาง” 

“ขอเป็นน้ำขิงดีกว่า ถามพ่อเธอสิจะรับเหมือนกันไหม พี่จินหมิง!” 

“ห้ะ อะไร ตะโกนทำไม”เพราะเสียงเรียกกึ่งตะโกนของน้องสาวฉุดตนให้ตื่นจากภวังค์และเอี้ยวตัวหันหน้ากลับไปมองคนที่นั่งข้างๆ ลูกชาย กำลังคิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่ถูกเล่าจากปากของซ่งจินเทียนนำเรื่องของไป๋ซื่อหมิงเข้ามาคุย ทีแรกไม่ปักใจเชื่อพอเห็นหลักฐานจากนักสืบประจำบริษัทที่ทำเอาประกอบการสนทนาด้วยถึงกับทรุดเข้าโรงพยาบาล นึกเกลียดไป๋ซื่อหมิงขึ้นมาทันทีที่เลี้ยงงูเห่าจนแว้งกัดได้ และวันนี้เป็นวันประชุมใหญ่ในรอบปีที่จะจับโจรที่แอบยักยอกเงินของบริษัทไปถลุงกับการพนัน“ว่าอะไรนะ พูดอีกครั้ง” 

“ฉันถามพี่ว่า พี่จะรับกาแฟ น้ำชาหรือน้ำขิง มีเรื่องอะไรให้เหม่อกันแต่เช้าคะ” 

“น้ำชา”ซ่งจินหมิงหันไปเอ่ยบอกลูกชาย 

ซ่งจินเทียนพยักหน้ารับรู้และหยิบโทรศัพท์หยิบที่วางบนโต๊ะประชุมขึ้นมาแล้วกดโทรออกหาเลขานุการเพื่อมอบหมายงานในขั้นตอนต่อไป ร่างสูงทรุดตัวลงกับเก้าอี้คล้ายคนหมดแรง สายตาคมจ้องบิดาและน้าสลับกันไปมา วันนี้ความจริงทุกอย่างจะปรากฏ หากคนใดคนหนึ่งทำใจยอมรับไม่ได้คงเป็นปัญหาที่ต้องตามเคลียร์ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด พลันนึกถึงภรรยาที่นอนร้องไห้ตลอดค่อนคืนป่านนี้เธอคงตื่นและกลับบ้านที่ปักกิ่งไปแล้ว เรื่องของเขาและเธอจะสะสางทีหลัง ตอนนี้เรื่องสำคัญคือบริษัทก่อนจะรีบสลัดความคิดของตัวเองออกจากหัว เปลี่ยนมาจริงจังกับภาระงานที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง 

“เมื่อคืนเป็นอะไร เมาอาละวาดใหญ่เลย”อดที่จะเป็นห่วงลูกชายสุดหวงแหนไม่ได้ ในรอบสองปีที่ลูกชายกลับมาเป็นคนเกรี้ยวกราด โมโหไม่ฟังเหตุผลใครหน้าไหน แม้แต่เขาเองที่พยายามซักถามเจ้าลูกชายตัวดีก็เอาแต่ขว้างปาสิ่งของราวกับคนเสียสติมองทุกอย่างเป็นที่ระบายอารมณ์แม้จะทราบเรื่องลูกสะใภ้ก็ไม่กล้าที่จะยื่นมือไปห้ามปราม เพราะบัดนี้ลูกชายโตพอที่จะบริหารชีวิตตัวเองได้แล้ว 

“เปล่าครับ ผมแค่เหนื่อยกับงานและก็ปัญหาที่พ่อกับน้าต้องมารับรู้ในวันนี้ด้วย” 

“อดหลับอดนอนมาหรือไง ขอบตาคล้ำเชียว พักผ่อนบ้างนะ เรื่องงานก็จัดสรรเวลาให้เป็น” 

“ครับเสร็จจากเรื่องนี้ ผมคงมีเวลาพักผ่อนมากยิ่งขึ้น”พูดจบก็กวาดสายตามองทั่วห้องประชุมที่มีเก้าอี้ว่างอยู่เกือบสิบทีขาดคณะกรรมการ ที่เขาสั่งห้ามไม่ให้เข้าประชุม เพราะนี่เป็นการประชุมลับของครอบครัวเท่านั้น รวมถึงไป๋ซื่อหมิงอดีตบอดี้การ์ดของพ่อที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในห้องประชุมอีกไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงเวลานัดหมายมาพบปะ 

 

 

ยี่สิบนาทีผ่านไป 

“นะ นาย เอ่อ สวัสดีครับนาย สวัสดีครับคุณนาย”ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา จู่ๆ ก็มือไม้ก็สั่นรู้สึกวิงเวียนที่หัวอย่างบอกไม่ถูก ไป๋ซื่อหมิงรีบจับพนักเก้าอี้เพื่อพยุงร่างกายของตน เสมองซ่งจินหมิงและซ่งจินเฟยด้วยสายตาหวาดหวั่น วันนี้ครบองค์ประชุมต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากล 

“นั่งครับอา ผมต้องขอโทษที่รบกวนเวลาพักผ่อนในวันหยุด ส่งหนังสือเชิญประชุมด่วน” 

“ไม่เป็นไร อาสะดวกมาได้อยู่แล้ว ว่าแต่วันนี้ดูสมาชิกเข้าประชุมน้อยจัง ยังไม่มากันหรือ” 

“อ๋อ วันนี้เป็นการประชุมในครอบครัว คุณพ่อนับอาเป็นสมาชิกของบ้านเราด้วย ก็เลยต้องชวนอามาร่วมรับฟังปัญหาของบริษัทครับ ใช่ไหมครับพ่อ” 

“ใช่ ก็อย่างที่แกเข้าใจ จินเทียนพูดถูก ฉันรักแกเหมือนน้องชายคนหนึ่ง นั่งลงสิ จะได้พาเข้าประเด็น” 

“เฉินอวี้ล่ะครับอา”เมียงมองหาน้องชายที่เมื่อวานได้วางแผนร่วมกันเรียบร้อยแต่วันนี้กลับไม่เจอหน้า นึกสังหรณ์ใจแปลกๆ  

“เฉินอวี้นอนอยู่ที่บ้าน ได้ยินมันบ่นว่าไม่สะ…บาย” 

“สบายดีครับ ผมอยู่นี่ พ่อนี่ยังไงไม่ยอมปลุกผม วันนี้เรามีประชุมพร้อมหน้ากันยังใจกล้าขับรถมาเอง ผมเลยนั่งแท็กซี่ตามมาทีหลัง ขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ตื่นสายไปนิดหน่อย”ไป๋เฉินอวี้กล่าวพร้อมโค้งคำนับขอโทษบุคคลทั้งสี่ 

“ไม่เป็นไรหรอก เฉินอวี้คงทำงานหนัก วันหยุดก็นอนตื่นสายเป็นธรรมดา ฉันเข้าใจ นั่งลงเถอะจ้ะ” 

“ขอบคุณครับ” 

“นี่แก…”ไป๋ซื่อหมิงโน้มตัวไปกระซิบข้างหูลูกชายที่นั่งพิงพนักเก้าอี้เผยรอยยิ้มอย่างคนอารมณ์ดี เมื่อคืนเขาเองวางแผนให้ลูกชายดื่มนมที่ผสมยานอนหลับขนานแรง โดยวานแม่บ้านเอาขึ้นไปเสิร์ฟ ฝากบอกกล่าวขอโทษในความผิดที่กระทำลงไป 

“ครับ…พ่อ เรื่องของพ่อและผมไว้คุยต่อที่บ้าน”หันกลับมาเอ่ยกระซิบบอกบิดาเช่นเดียวกัน เพื่อไม่ต้องการให้บุคคลอื่นได้ยินเรื่องราวที่คุยกันและเอื้อมมือตัวเองมาบีบเบาๆ ที่มือของพ่ออย่างให้กำลังใจ 

“มาครบกันทุกคนแล้วใช่ไหมครับ”หลิวอี้ผิงพลักบานประตูเข้ามาเป็นคนสุดท้าย“เชิญทุกคนนั่งประจำที่ครับ ผมจะแจกเอกสารประกอบการประชุม” 

และก่อนที่จะมีการประชุมเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงต่างกรูเข้ามาหยุดการประชุมพร้อมกับเสียงประกาศกร้าวของสารวัตรเจิ้นอี้หลง  

“ต้องขออภัยทุกท่านที่ผมเข้ามารบกวนการประชุม ขอโทษคุณจินหมิง คุณจินเฟย ในมือผมคือหมายจับ ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบครับ ไม่ต้องทำหน้าตกใจ ผมแค่มาขอจับคุณไป๋ซื่อหมิง”เจิ้นอี้หลงชูกระดาษขนาดเอสี่เป็นหมายศาลอนุญาตให้จับกุมผู้ต้องสงสัย“คุณซื่อหมิง ผมว่าเราไปนั่งเล่นคุยกันที่สถานีตำรวจสักชั่วโมงไหมครับ” 

“นะ นี่อะไรครับนาย จินเทียน นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมตำรวจพวกนี้ถึงมาจับอา” 

“ขอโทษนะครับอาที่ผมต้องทำแบบนี้ ผมทนเห็นอายักยอกเงินถลุงเล่นการพนันมานานแล้ว ผมทราบมาตลอดและหวังว่าอาจะกลับตัวกลับใจแต่อาก็ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง หนำซ้ำอายัง…” 

“ซื่อหมิง ไปกับคุณสารวัตรเถอะ เกิดอะไรขึ้นฉันพร้อมช่วยเหลือและให้อภัยแก”ซ่งจินหมิงตบไหล่ของลูกชายแกมบังคับให้นั่งลงประจำที่ของตัวเอง“รีบพาเขาไปเถอะคุณตำรวจ” 

“ผะ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด เงินนั่นผมไม่เคยยักยอกหรืออยากได้ นายมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาว่าผมทำ เฉินอวี้ หมายความว่ายังไง”ไป๋ซื่อหมิงหันกลับไปพูดกับลูกชายที่เอาแต่นั่งก้มหน้านิ่งไม่ยอมปริปาก 

“ว่ายังไงคุณซื่อหมิง จะไปกับพวกเราดีๆ หรือต้องให้ใช้กำลังจับกุม เชิญครับ เชิญ!”เจิ้นอี้หลงตะเบ็งเสียงบอกความต้องการของตนเองออกไปอีกครั้ง 

“ไปคุยกันที่สถานีตำรวจเถอะครับอา”หลิวอี้ผิงเดินเดินเข้ามาประคองไป๋ซื่อหมิงให้ลุกขึ้นยืน  

ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าถึงตัว ไป๋ซื่อหมิงก็ชักปืนขึ้นออกจากเอวแล้วปราดเข้าล็อกคอเลขานุการวัยกลางคนของซ่งจินเทียนด้วยความรวดเร็ว เธอกรีดร้องด้วยความตกใจแกมกวาดกลัว ถาดน้ำชา กาแฟและของว่างงร่วงหล่นจากมือในทันที 

“พี่หยาง…”หากแต่ยังไม่ทันจะเข้าถึงตัวเลขาก็ถูกคนข้างหลังกระชากแขนไว้เสียก่อน“ไอ้หลิว ปล่อยกู” 

 “คุณซ่ง ช่วยพี่ด้วย พี่กลัว ฮือ ฮึก พี่กลัว” 

“ตั้งสติหน่อยสิ เกิดแกทะเล่อทะล่าเข้าไป คุณหยางจะเป็นอันตรายกว่าเดิม”ตาคมเข้มตวัดมองคนที่เอาปืนจี้ศีรีษะเลขานุการของเพื่อนรัก ในตอนนี้โดยรอบภายในห้องประชุมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนล้อมเอาไว้ 

“หลีกไป ถ้าไม่อยากให้นังนี้ตาย กูบอกให้หลีก เปิดประตู ไอ้เฉินอวี้!”เมื่อสั่งใครไม่ได้ก็หันมาตวาดใส่ลูกชายที่ทำหน้านิ่งราวกับไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  

ซ่งจินเฟยและซ่งจินหมิงถูกตำรวจหลายนายเฝ้าอารักขาที่มุมหนึ่งของห้องประชุมขนาดใหญ่  

“เชิญครับ ออกไป หนีไปให้รอด”ไป๋เฉินอวี้ตัดรำคาญลุกขึ้นเปิดประตูเพื่อเปิดทางให้พ่อใช้หลบหนี  

“แล้วแกไม่ไปกับฉันหรือไง ไอ้ลูกโง่ ยืนเซ่ออยู่ทำไม ถอยออกมา” 

“ผมไม่ไป ผมจะมอบตัว” 

“ก็ตามใจ ฉันจะไปคนเดียว ถ้าอย่างนั้นแกก็หลีกไป ถอยไป เฉินอวี้”ซื่อหมิงพูดเสียงห้วนชี้ปลายกระบอกปืนใส่เจ้าที่ตำรวจ ก่อนจะวกกลับมากดเข้าที่กลุ่มเส้นผมของตัวประกันโดยใช้อีกมือหนึ่งล็อกคอเอาไว้สุดแรง  

“พ่อครับ…มอบตัวเถอะครับ ผิดก็ต้องยอมรับผิด” 

“หุบปาก! ฉันจะไม่ยอมจบชีวิตลงแบบนี้ ถอยไปซะ”ไป๋ซื่อหมิงพาร่างของเลขานุการ ค่อยๆ ถอยออกจากห้องประชุม ผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความมั่นใจว่าตัวเองจะรอดปลอดภัยเพราะมีตัวประกันอยู่ในมือ 

ซ่งจินเทียน หลิวอี้ผิง ไป๋เฉินอวี้และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดมองตามผู้ต้องหาที่กำลังพาตัวประกันหายเข้าไปในลิฟท์เพื่อลงไปชั้นล่าง 

“น้าาอยู่ดูแลพ่อที่นี่นะครับ ห้ามตามพวกเราลงไปเด็ดขาด เชื่อผมนะครับ”ร่างสูงเดินเข้ากอดบิดาและน้า รีบผละออกวิ่งนำทุกคนออกไป“อาซื่อหมิงกำลังลงไปลานจอดรถชั้นใต้ดินครับ” 

“ใช่ เราแยกกันตรงนี้นะคุณซ่ง เจอกันด้านล่าง”เจิ้นอี้หลงตบไหล่เด็กรุ่นราวคราวลูก ก่อนจะแบ่งกำลังและออกตัววิ่งนำลูกทีมลงทางบันไดหนีไฟ 

“ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้น ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเอง พี่หยางยังมีลูกเล็กสองคน มีครอบครัวต้องดูแล โธ่เว้ย!” 

“ปวดหัวชะมัด”หลิวอี้ผิงพูดปลอบให้กำลังเพื่อนที่เอาแต่ศีรษะโขกกลับผนังลิฟท์ 

"..." 

“เฉินอวี้ แกเลยไอ้ตัวการใหญ่ มันน่าเตะให้ปากแตกจริงๆ ไอ้น้องชั่ว”  

“…” ไป๋เฉินอวี้ปรายตามองหลิวอี้ผิงที่ต่อว่าให้ เสี้ยววินาทีก็รีบหันหน้าหนี ในหัวตอนนี้คิดเรื่องของไป๋ซื่อหมิง 

 

 

“อย่าแหกปากนะหยางเจี๋ย ฉันเป่าหัวเธอแน่”  

เมื่อมาถึงลานจอดรถ ไป๋ซื่อหมิงก็ดันร่างของเลขานุการที่ผมเผ้าพะรุงพะรังออกจากลิฟท์ ท่ามกลางสายตาของกลุ่มครอบครัวที่แสนเกลียดชังและเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนอยู่จนเต็มพื้นที่ แม้จะสงสัยว่าคนทั้งหมดลงมาถึงก่อนตนได้อย่างไร แต่นาทีนี้ไม่มีอะไรต้องคิดตามแล้ว เพ็งสายตาพร้อมกับยิ้มเหยียดส่งให้กับซ่งจินหมิงและซ่งจินเฟย เป็นจังหวะเดียวกันที่ร่างบางของหยางจินหลิงและสวีจวินหนิงลงจากรถลีมูซีนคันใหญ่  

ไป๋ซื่อหมิงลากหยางเจี๋ยเข้าไปสมทบกับกับที่หานเฉินยืนกอดคอสวีจวินหนิงฉีกยิ้มยั่วโมโหให้ซ่งจินเทียน และมิสเตอร์เซกิยืนประกบข้างหยางจินหลิง  

“แม่ขา ฮึก หนูกลัว ช่วยหนูด้วย” 

“จินหลิง/คุณจินหลิง!”ทั้งซ่งจินเฟยและไป๋เฉินอวี้อุทานเรียกหญิงสาวพร้อม  

“พ่อปล่อยคุณจินหลิงนะครับ ผมขอร้อง”รีบกล่าวเอาน้ำเย็นเข้าลูบเพลิงที่กำลังไหม้ในอกของพ่อ 

“ไอ้เฉิน ปล่อยจวินหนิง” 

“ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วย ทำไมต้องเสียงดังใส่เพื่อนรัก นี่ไม่กลัวเมียตายหรือไง” 

“ปล่อยเมียฉัน…ปล่อยเธอ”ดวงตาสีเข้มขึ้นจ้องใบหน้าของภรรยาสาวที่อยู่ในอาการหวาดกลัวหยาดน้ำตาไหลอาบสองแก้มนวล อยากจะเข้าไปกอดปลอบขวัญ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเธอตกอยู่ในน้ำมือของเพื่อนที่จ่อปลายกระบอกปืนแตะข้างศีรษะ 

“เรื่องของคุณกับมันไว้สะสางกันทีหลัง เอาเรื่องของผมก่อน”ไป๋ซือหมิงหันไปตวาดใส่หานเฉินด้วยเสียงเข้มใบหน้าโกรธจัด 

“อาซื่อ มอบตัวซะ อาเฉิน อาขอร้องแทนจินเทียน ปล่อยหนูจวินหนิง ปล่อยจินหลิงด้วย เธอสองคนไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้” 

“ทำไมมันจะไม่เกี่ยวก็นังหลานสาวตัวดีของคุณมันเข้ามาพังแผนการของผม ส่วนนังนี้ก็เมียสุดที่รักไอ้ลูกชายบ้าอำนาจของคุณ ไอ้จินเทียนมันหลงนังดารานี้ถึงกับยกหุ้นบริษัทให้ คิดว่าผมไม่รู้ทันเหรอ” 

“อาซื่อหมิง!”ซ่งจินเทียนตะเบ็งเสียงกร้าวดุอย่างไม่เกรงกลัวพร้อมกับเดินเข้าหาภรรยาสาว 

ปัง! 

กระสุนเฉียดปลายรองเท้าไป ร่างสูงหยุดชะงักอยู่กับที่จ้องหน้าอดีตเพื่อนรักเชิงขอร้องกรายๆ 

“ถอยไปจินเทียน ถ้าแกยังไม่อยากให้เมียกับน้องสาวของแกต้องจบชีวิตลง ถอยไป” 

“คุณหาน ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฮึก”สวีจวินหนิงแอบมองเสี้ยวหน้าของคนที่เอาเล็งปืนจี้ที่ศีรษะไม่มีทีท่าจะลดปืนลง 

“อาอยากได้บริษัทไม่ใช่เหรอครับ ไหนล่ะครับเอกสารโอนหุ้น พวกเราจะเซ็นให้” 

“มันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือจินเทียน คิดว่าฉันรู้ไม่ทันเกมของแก อย่าประเมินฉันเป็นคนชั้นต่ำหน่อยเลย หึหึ”ไป๋ซื่อหมิงกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ ซึ่งมันข่มขวัญคนตรงหน้าได้ดีเกินคาด“ใช่ ฉันต้องการซ่งกรุ้ปนี่คือเหตุผลของฉัน ถ้าแกจะเซ็นจริงก็สั่งไอ้พวกตำรวจลดปืนและสลายตัวออกไปซะ นี่เป็นคำสั่ง!” 

“ผมจะไม่ทำตามคำสั่งอาจนกว่าอาจะปล่อยพี่หยาง จวินหนิง จินหลิง ว่ายังไงครับ อารู้ก็รู้จักนิสัยผมดีไม่ใช่เหรอ อาเห็นผมมาตั้งแต่เล็กจนโต เราสองคนยิ่งกว่าผีเห็นผีเสียอีก ปล่อยพวกเขาเถอะครับ” 

“จินเทียน…”ซ่งจินเฟยเขย่าแขนหลานชายแรงๆ 

“เชื่อผมครับอา เงินทองเป็นของนอกกายเราช่วยกันหาใหม่ได้ แต่ชีวิตทั้งสามคนสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด” 

“ถ้าตกลงได้กันก็บอกด้วย ฉันจะพานังสามตัวนี้ไปก่อน แล้วจะส่งที่อยู่บอกแกอีกที” 

“เซ็นครับ ไหนล่ะครับเอกสารโอนหุ้น รีบเอามาสิครับ” 

ทันทีที่แจ้งความประสงค์จบ เหลือบเห็นบอดี้การ์ดของไป๋ซื่อหมิงถือซองมายืนให้ ซ่งจินเทียนรีบกระชากเอกสารแผ่นนั้นมาไล่สายตาอ่านเนื้อหาที่อยู่ในกระดาษขนาดเอสี่ ตาคมตวัดขึ้นมองเลขานุการ ภรรยาและน้องสาวพร้อมกับใบหน้าที่เรียบนิ่ง  

“ว่ายังไง ข้อเสนอของอาถูกใจหลานไหม รีบเซ็นซะที ก่อนที่อาจะหมดความอดทนเป่าหัวเมียหลาน” 

"คุณซ่งไม่นะคะ อย่าเซ็น"สวีจวินหนิงนึกสงสารเขาและครอบครัวที่ต้องเสียสละเพื่อเธอ 

“ครับ”ยื่นมือไปหยิบปากกาจากหลิวอี้ผิง ค่อยๆ บรรจงเซ็นชื่ออย่างสวยงาม ตามด้วยยื่นให้บิดาเซ็นต่อ และสุดท้ายเป็นอาจินเฟยเซ็นเสร็จก็ขยำกระดาษขว้างใส่คนทรยศในทันที 

“ฉันเซ็นแล้ว ที่นี่ก็บอกพรรคพวกของแกปล่อยลูกสาวฉันซะ ไอ้ซื่อหมิง!” 

“ฮ่าๆๆ ถ้ามันง่ายแบบนี้ตั้งแต่แรก ฉันลงมือนานแล้วล่ะ ขอบพระคุณนะ…นาย”รับเอกสารสำคัญจากมือของบอดี้การ์ดที่อาสาเข้าไปเก็บมาให้ มือหนาคลี่กระดาษที่ยับในมือออกดูเพื่อให้มั่นใจอีกครั้ งก่อนจะผลักตัวประกันในมือและเปลี่ยนมาดึงร่างของหยางจินหลิงมาเป็นตัวประกันแทน 

“พ่อ!” 

“หุบปาก! ไอ้ลูกทรยศ ไอ้ลูกเนรคุณ”ไป๋ซื่อหมิงเล็งปลายกระบอกปืนไปที่ไป๋เฉินอวี้ “ไม่สิ ฉันไม่ควรเรียกแกว่าลูกเพราะแกไม่ใช่ลูกชายของฉัน ฮ่าๆๆ” 

“ผมทราบครับว่าคุณไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของผม ปล่อยคุณจินหลิง” 

คำพูดที่หลุดออกจากปากของไป๋เฉินอวี้ทำบรรยากาศในลานจอดรถชั้นใต้ดินกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ซ่งจินเทียนโน้มกระซิบข้างใบหูให้สารวัตรเจิ้นอี้หลง เพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีสารวัตรตงฉินออกคำสั่งให้ลูกทีมลดปืนลงและแยกกองกำลังออกไป  

“ไหนๆ ผมกำลังจะได้เป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้ ผมมีเรื่องอยากบอกนายอยู่หลายเรื่อง ดูหน้านายไม่อยากฟังแต่ผมอยากเล่า เรื่องแรก ผมนี่แหละเป็นคนตัดสายเบรกรถที่นายกับผัวนังคุณนายนั่งกลับมาจากทำบุญ ฮ่าๆๆ เรื่องที่สองผมนี่แหละเป็นคนวางแผนให้นายกับอีคุณนายจินเตียงหักแยกทางกัน นายซื่อบื้อกว่าที่ผมคิดจริงๆแล้วเรื่องที่สามนะครับ คนที่ลอบยิงลูกชายของนายที่ท่าเรือก็คือไอ้เฉินอวี้ แต่มันก็ดวงแข็งรอดกลับมาได้ เสียดายชะมัดไอ้จินเทียนมันน่าจะตายตั้งแต่ตอนนั้น อ้อ แล้วไอ้เฉินอวี้มันก็ดันไม่ใช่คนอื่นคนใกล้ตัวของนายเลย อยากทราบไหมครับว่ามันเป็นใคร…” 

“ในเมื่ออาได้เอกสารโอนบริษัทกับหุ้นนี้แล้วก็ปล่อยจินหลิงแล้วหนีไปซะ ผมจะไม่เอาเรื่อง” 

“นี่แกไม่รู้จักความโกรธเลยหรือ ฮ่าๆๆ ผมจะบอกอะไรให้ทุกคนได้ทราบเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกแกทั้งหมดยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ไอ้เฉินอวี้เป็นลูกชายของนายกับนังคุณนายจิน ผมนี่แหละเป็นคนขโมยไอ้เด็กทรยศมาจากอ้อมอกของนังคุณนายเมื่อวันคลอด…แต่นังคุณนายจินป่านนี้คงหายสาบสูญหรือไม่ก็ตายไปแล้ว”ไป๋ซื่อหมิงเค้นเสียงเหี้ยมเล่าผลงานของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ 

“อาซื่อหมิง”ไป๋เฉินอวี้กัดฟันด้วยความโมโห มือที่ถือปืนในมือสั่นจนอยากเหนี่ยวไก่ยิงคนเลวชั่วที่เคยเรียกว่าพ่อ 

“เฉินอวี้…” 

ซ่งจินหมิงเรียกชื่อลูกชายอีกคน หากยังคงทำอะไรไม่ถูก ร่างกายยังชะงักนิ่งบนรถเข็นวีลแชร์ คงเพราะอารามตื่นตกใจ 

“อีกเรื่องนะ ทีเด็ดเลย ทุกคนไม่ต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น นาย…คุณนาย รู้ไหมว่าลูกชายกับลูกสาวของคุณมันเล่นเป็นผัวเมียกัน ฮ่าๆๆ โอ้ย สมเป็นครอบครัวสุขสันต์จริงๆ” 

“ฮือ ฮึก”หยางจินหลิงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บที่ถูกกระชากผมจากทางด้านหลัง  

“จินหลิง…หนูแล้วใช่ไหมว่าพี่เฉินอวี้ผัวหนูเป็นลูกชายของคุณลุงของหนู ญาติพี่น้องกินกันเอง” 

“ไม่จริง แกเอาอะไรมาพูดห้ะ”ซ่งจินเฟยเอ่ยถามเสียงเครียด 

“ถ้าญาติพี่น้องเขากินกันเอง แกจะเดือดร้อนทำไม…ไอ้เนรคุณ!” 

อู๋ชิงอิ๋งเดินปรี่มาจะมาตบหน้าไป๋ซื่อหมิงสลับกันไปมาหลายทีจนตอนนี้มีเลือดซึมออกมุมปากหนา  

“คะ คุณนาย”เบิกตากว้างราวกับเห็นผี ได้จังหวะที่ไป๋เฉินอวี้เข้ามาแย่งชิงหยางจินหลิงออกมา ไป๋ซื่อหมิงเซถลาถอยหลังพยายามถอยหนีเเต่ถอยไปได้เพียงสามก้าวก็ถูกประชิดตัวจากทางด้านหลังด้วยความตกใจหันกลับไปดูว่าเป็นใคร ปรากฏว่าเป็นมิสเตอร์เซกิแสยะยิ้มเหี้ยมแลดูเป็นคนวิปลาส  

“ไง จำฉันได้แล้วใช่ไหมคุณซื่อหมิง” 

“คุณอู๋/พี่อิ๋ง…”ซ่งจินหมิงเรียกชื่อภรรยาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ทั้งคู่ยืนสบตากันสักพัก เอื้อมคว้าแขนน้องสาวที่วูบหน้ามืดแทบจะล้มลงกระแทกพื้นโชคดีที่หลิวอี้ผิงรับเอาไว้ทัน 

“แกพาคุณอากับพี่หยางไปพักผ่อนก่อน เร็วครับพี่”ซ่งจินเทียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับประคองเลขานุการให้ลุกขึ้นเดินตามหลิวอี้ผิงเข้าไปในบริษัท 

“คุณนาย นี่คุณยังไม่ตายอีกหรือ อึก อ๊ากกกกกก ปล่อยกูไอ้เซกิ”  

“ถ้าตายจะมาอยู่นี่เหรอ ทำไม ผิดหวังเหรอที่ฉันยังไม่ตาย ฉันคิดถึงแกมากๆแกขโมยเฉินวี้ไปจากฉัน ทำไม!”ฝ่ามือพิฆาตฟาดลงบนแก้มสากเต็มแรงจนหน้าหันไปอีกทาง“คนอย่างแกไม่สมควรเป็นพ่อคนสักนิด จิตใจแกมันต่ำตมผิดมนุษย์”  

“ไอ้เซกิ มึงทรยศกู ไอ้ชั่ว ไอ้เลว” 

“นี่คุณซื่อหมิง ด่าคนอื่นว่าเลวว่าชั่ว ตัวคุณดีกว่าเขาอย่างนั้นเชียวหรือครับ”หานเฉินผลักสวีจวินหนิงส่งคืนให้ซ่งจินเทียน 

“นี่มันอะไรกันคุณหาน คุณทำกับผมได้ยังไง นี่พวกแกทรยศฉันเหรอ” 

“ใช่/ใช่”หานเฉินและเซกิพูดขึ้นพร้อมกัน 

“ตอนแรกผมก็นึกอยากได้บริษัทนี้แต่คิดไปคิดมามันไม่คุ้มเอาซะเลย ผมทรยศผู้มีพระคุณไม่ได้ ถ้าไม่ได้คุณนายจินช่วยเหลือในวันถูกดักปล้นผมคงตายไปแล้วและอีกอย่างหนูจินหลิงเป็นเพื่อนรักของยัยนานะ ลูกสาวของผม ผมทำร้ายเธอไม่ได้ลง ขอโทษที่สร้างความวุ่นวายให้ทุกคน”มิสเตอร์เซกิกล่าวเสริมความจริงตามด้วยหานเฉินที่กล่าวสมทบคนสุดท้าย 

“คุณซื่อหมิง นี่คุณคิดว่าผมเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อนเหรอครับ มิตรภาพระหว่างผมผมกับจินเทียนเราไม่ได้รู้จักกันแค่วันสองวันนะครับ คุณอย่าเอานิสัยตัวเองมาตัดสินคนอื่น ต่อให้ผมเลว ผมก็ไม่คิดอยากแย่งชิงเมียเพื่อนหรอก ผมเดินเกมตามแผนของคุณต่างหาก” 

“เป็นไงล่ะ รู้รสชาติการถูกทรยศแล้วหรือยัง หันไปดูลูกน้องของแกสิ ตอนนี้อยู่ไหนกันหมด” 

ไป๋ซื่อหมิงกวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณลานจอดรถไม่มีเงาลูกน้องที่ร่วมวางแผนสักคน คิดในใจพวกนั้นอาจถูกตำรวจจับกุมไปแล้วหรือไม่ก็ชิ่งหักหลังหลบหนีซึ่งก็เลวไม่ต่างจากเซกิและหานเฉิน  

“มอบตัวเถอะครับอา โทษหนักจะได้เป็นเบา” 

“ไม่ แกไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน แก ไอ้…เฉินอวี้” 

“ทำไมครับ ทำไมต้องทำกับพ่อ ทำกับน้อง ทำกับมะ…แม่ของผม ทำไมอาต้องทำแบบกับครอบครัวของผม”ซ่งจินเทียนเค้นน้ำเสียงถามด้วยความเจ็บปวด มองไปที่มารดาที่ยืนนิ่งงันราวต้องคำสาปไม่แม้แต่จะหันมามองเขา  

ไป๋ซื่อหมิงระเบิดเสียงหัวเราะร่วนให้กับความโง่เขลาของลูกชายเจ้านายที่เกิดจะมีอารมณ์ซาบซึ้ง คาดคั้นเอาความจริงในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน  

“เพราะฉันต้องการเป็นเจ้าของซ่งกรุ้ปไง ฉันถึงต้องมาทำงานเป็นขี้ข้าพ่อของแก ไอ้โง่! อีกอย่างฉันเกลียดแก แกมันเด็กไม่มีมารยาท ไม่รู้จักกาลเทศะ แกไม่เคยให้ความเคารพฉัน แกจำได้ไหมตอนเด็กแกเอารองเท้าตีหัวฉันและไล่ให้ฉันยืนตากฝนทั้งคืน ส่วนพ่อของแกเรอะก็มัวแต่นอนกอดเงินจนไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนลูกชายนิสัยเสียอย่างแกไง” 

“เหตุผลเพียงแค่นี้เหรอครับที่อาเคียดแค้นครอบครัวผม เหตุผลมันไม่มีน้ำหนักเอาซะเลย” 

“ใช่ มีแค่นี้แหละ ชีวิตฉันจากเด็กกำพร้าตะเกียกตะกายหนีความทุกข์ยากจากขุมนรกมาเพื่อให้ได้สิ่งนี้”ไป๋ซื่อหมิงชูกระดาษในมือเป็นการเย้ยหยันทุกคนแต่กลับถูกมองกลับมาด้วยสายตาสมเพชกึ่งเวทนา 

“โอเค ในเมื่ออาได้ครอบครองบริษัทสมใจแล้ว ผมขอให้อาโชคดี บริหารให้รุ่งเรืองมากกว่าผมทำอยู่…นะครับ” 

“ฮ่าๆๆ มันต้องแบบนั้นอยู่แล้ว ถอยออกไป หลีกไปอีชิงอิ๋ง! มึงด้วยไอ้เซกิ ไอ้เพื่อนทรยศ” 

“เดี๋ยว คุณซื่อหมิง…ทำผิดแล้วจะหนีไปง่ายๆ แบบนี้เหรอ” 

“อะไรอีก อ๊ะ” 

 อู๋ชิงอิ๋งชูแฟ้มเอกสารในมือพร้อมใช้สันฟาดไปเต็มๆ ไปที่ใบหน้า ไป๋ซื่อหมิงเอื้อมไปแตะรอยแผลตรงหางคิ้วซ้ายที่มีเลือดไหลซึมออกมา ทอดสายมองคนตรงหน้าอย่างโกรธแค้นที่แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะถูกรายล้อมด้วยบอดี้การ์ดของซ่งจินเทียน 

“หลักฐานที่แกปลอมแปลงเอกสารเพื่อคดโกงบริษัทของพ่อแม่ฉันที่เซี่ยงไฮ้ยังจำความหลังได้ใช่ไหม” 

“ส่วนนี้เป็นหลักฐานยักยอกเงินของซ่งกรุ้ปครับ”หรงฮ่าวยื่นแฟ้มเอกสารสำคัญให้กับตำรวจ เจิ้นอี้หลงพยักหน้าเข้าใจ  

“นี่แก…” 

“ตกใจเหรอที่ผมไม่ตาย ผมมันคนหนังเหนียว โชคดีในซังเตนะครับคุณไป๋” 

“พ่อ…มอบตัวเถอะครับ เชื่อผมสักครั้ง” 

“เฉินอวี้”ไป๋ซื่อหมิงเหงื่อซึม มองเห็นสายตาของเจ้านาย ภาพอดีตไหลวนเข้าสมองผ่านวันและเวลา ภาพที่ตัวเองยืนมองคฤหาสน์ตระกูลซ่งด้วยความอิจฉา ภาพตัวเองนั่งกอดเข่าทนหนาวกลางสายฝน ภาพซ่งจินหมิงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ภาพซ่งจินเทียนชี้นิ้วด่ากราด ภาพที่ตัวเองโอบกอดไป๋เฉินอวี้ ภาพเด็กที่ขโมยมาเป็นลูกของตัวเองกลายเป็นคนกตัญญูเชื่อฟังทุกคำสั่ง รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของไป๋เฉินอวี้อยู่ในความทรงจำ หลายภาพตีกันอยู่ในหัวให้วุ่นไปหมด หลับตาลงพลางค่อยๆสูดหายใจเข้าอย่างช้าๆ 

“คุณซื่อหมิงมอบตัวเถอะครับ วางปืนลง”เจิ้นอี้หวินยกมือสั่งให้ลูกทีมเตรียมเข้าชาร์ตตัวคนร้าย 

 “เฉินอวี้ พะ พ่อ อึก อา อาขอโทษนะลูก อาขอโทษ ได้โปรดดยกโทษให้อา” 

“ครับ ผมยกโทษให้อา”ไป๋เฉินอวี้ฉีกยิ้มอ่อนโยนให้คนที่มีสติรู้ผิดชอบชั่วดี 

 “ฉันไม่ถือสาแกหรอกอาซื่อ ฉันเข้าใจ ถึงยังไงแกยังเป็นน้องชายของฉัน” 

“นะ นาย ผมขอโทษ ฮึก ขอโทษ ขอโทษครับนาย ผมผิดไปแล้ว”ว่าพลางวิ่งไปนั่งคุกเข่าก้มหัวให้เจ้านาย“ผมผิดเอง ผมมันโลภมาก ผมขอโทษที่ทำให้นายกับลูกต้องพลัดพรากจากกัน ผมมันเลวที่ทำให้นายกับคุณนายแยกทางกัน”  

“ฉันเข้าใจๆ ลุกขึ้นเถอะ”ซ่งจินหมิงเอื้อมมือลงมาลูบที่กลุ่มผมดกหนา  

“ฮึก ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัว ทั้งหมดเป็นเพราะผมคนเดียว ผมคนเดียวที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ละ ลาก่อน…” 

ปัง! 

“พ่อ!”ร่างสูงทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง มองเลือดสีแดงสดที่ไหลทะลักออกมาขมับด้านซ้าย ไป๋ซื่อหมิงใช้ปืนที่อยู่ในมืดปลิดชีพตัวเอง ก่อนจะรีบถลาเข้าตะกองกอดคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่ออีกคน“พ่อตื่นสิครับ ตื่น ผมบอกให้ตื่น!” 

“เฉินอวี้!”ซ่งจินเทียนปรี่เข้ามากระชากน้องชายให้ออกห่างจากร่างไร้วิญญาณของไป๋ซื่อหมิงนอนจมกองเลือดอยู่แทบเท้าของซ่งจินหมิงที่นั่งนิ่งเงียบบนรถแข็นวีลแชร์“อาหลงพาเตี่ยกลับบ้านด่วน เดี๋ยวนี้!” 

 “ครับคุณซ่ง”บอดี้การ์ดคนสนิทรับคำสั่งลูกชายเจ้านายใหญ่ รีบวิ่งมาเข็นวีลแชร์ของเจ้านายออกไปจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เพิ่งจบลงไป 

“กรี๊ดดดดดดดดด ฮือ”หลิวอี้ผิงคว้าเอาร่างเล็กของหยางจินหลิงมากอดไว้แนบอก พร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเมื่อเธอยังร่ำร้องให้ไม่หยุดหวาดกลัวต่อเหตุการณ์เมื่อครู่“ชู่ววว เงียบนะครับเด็กดี แกมาอุ้มพายัยจินหลิงเข้าไปพักข้างใน เร็วๆ” 

 “ครับ”ไป๋เฉินอวี้รับคำสั่งและปฎิบัติตามทันที 

เมื่อความสงบจบลง เหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเข้าเคลียร์พื้นที่และพาผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นลูกน้องของไป๋ซื่อหมิงนับสิบรายยัดพาขึ้นพาไปยังสถานีตำรวจจนหมดที่เหลือตอนนี้ก็มีแค่ลูกน้องของซ่งจินเทียน  

“คุณนายอู๋ คุณไป๋ คุณหรง คุณซ่ง คุณหาน คุณหลิว และคุณเซกิ เชิญที่สถานีตำรวจด้วยนะครับ” 

“ครับ สารวัตร”หานเฉินเป็นฝ่ายเอ่ยตอบแทน มองเพื่อนรักกับภรรยากอดกันแนบแน่น 'สรุปว่าเขาก็ยังอกหักเหมือนเดิม'  

ความคิดเห็น