Miss.Annant

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep45 จบชีวิตลง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 674

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 16:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep45 จบชีวิตลง
แบบอักษร

“จินเทียน” 

“ครับอา”ดวงตาคมกริบหันไปมองน้องสาวของพ่อที่ทำหน้างุนงงมองหนังสือเชิญประชุมด่วน 

“ประชุมอะไร ถึงเร่งด่วน บริษัทมีปัญหาเหรอลูก” 

“ครับ เดี๋ยวอาก็ทราบ อาจะรับน้ำชาหรือกาแฟครับ ผมจะโทรสั่งพี่หยาง” 

“ขอเป็นน้ำขิงดีกว่า ถามพ่อเธอสิจะรับเหมือนกันไหม พี่จินหมิง!” 

“ห้ะ อะไร ตะโกนทำไม ฉันนั่งอยู่ตรงนี้”เพราะเสียงเรียกกึ่งตะโกนของน้องสาวฉุดตนให้ตื่นจากภวังค์และเอี้ยวตัวหันหน้ากลับไปมองคนที่นั่งข้างๆลูกชาย กำลังคิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่ถูกเล่าจากปากของซ่งจินเทียนนำเรื่องของไป๋ซื่อหมิงเข้ามาคุยทีแรกไม่ปักใจเชื่อพอเห็นหลักฐานจากนักสืบประจำบริษัทที่ทำเอาประกอบการสนทนาด้วยถึงกับทรุดเข้าโรงพยาบาล นึกเกลียดไป๋ซื่อหมิงขึ้นมาทันทีที่เลี้ยงงูเห่าจนแว้งกัดได้และวันนี้เป็นวันประชุมใหญ่ในรอบปีที่จะจับโจรที่แอบยักยอกเงินของบริษัทไปถลุงกับการพนัน“เธอถามอะไร พูดอีกครั้ง” 

“ฉันถามพี่ว่า พี่จะรับกาแฟ น้ำชาหรือน้ำขิง มีเรื่องอะไรให้เหม่อกันแต่เช้าคะ” 

“น้ำชา”ซ่งจินหมิงหันไปเอ่ยบอกลูกชาย 

ซ่งจินเทียนพยักหน้ารับรู้และหยิบโทรศัพท์หยิบที่วางบนโต๊ะประชุมขึ้นมาแล้วกดโทรออกหาเลขานุการเพื่อมอบหมายงานในขั้นตอนต่อไป ร่างสูงทรุดตัวลงกับเก้าอี้คล้ายคนหมดแรง สายตาคมจ้องพ่อและอาสลับกันไปมาวันนี้ความจริงทุกอย่างจะปรากฏ หากคนใดคนหนึ่งทำใจยอมรับไม่ได้คงเป็นปัญหาที่ต้องตามเคลียร์ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด พลันนึกถึงภรรยาที่นอนร้องไห้ตลอดค่อนคืนป่านนี้เธอคงตื่นและกลับบ้านที่ปักกิ่งไปแล้ว เรื่องของเขาและเธอจะสะสางทีหลัง ตอนนี้เรื่องสำคัญคือบริษัทก่อนจะรีบสลัดความคิดของตัวเองออกจากหัว เปลี่ยนมาจริงจังกับภาระงานที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง 

“เมื่อคืนเป็นอะไร เมาอาละวาดใหญ่เลย”อดที่จะเป็นห่วงลูกชายสุดหวงแหนไม่ได้ ในรอบสองปีที่ลูกชายกลับมาเป็นคนเกรี้ยวกราด โมโหไม่ฟังเหตุผลใครหน้าไหนแม้แต่เขาเองที่พยายามซักถามเจ้าลูกชายตัวดีก็เอาแต่ขว้างปาสิ่งของราวกับคนเสียสติมองทุกอย่างเป็นที่ระบายอารมณ์แม้จะทราบเรื่องลูกสะใภ้ก็ไม่กล้าที่จะยื่นมือไปห้ามปรามเพราะบัดนี้ลูกชายโตพอที่จะบริหารชีวิตตัวเองได้แล้ว 

“เปล่าครับ ผมแค่เหนื่อยกับงานและก็ปัญหาที่พ่อกับอาต้องมารับรู้ในวันนี้ด้วย” 

“อดหลับอดนอนมาหรือไง ขอบตาคล้ำเชียว พักผ่อนบ้างนะ เรื่องงานก็จัดสรรเวลาให้เป็น” 

“ครับอา เสร็จจากเรื่องนี้ ผมคงมีเวลาพักผ่อนมากยิ่งขึ้น”พูดจบก็กวาดสายตามองทั่วห้องประชุมที่มีเก้าอี้ว่างอยู่เกือบสิบทีขาดคณะกรรมการที่เขาสั่งห้ามไม่ให้เข้าประชุมเพราะนี่เป็นการประชุมลับของครอบครัวเท่านั้นรวมถึงไป๋ซื่อหมิงอดีตบอดี้การ์ดของพ่อที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในห้องประชุมอีกไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงเวลานัดหมายมาพบปะ 

 

ยี่สิบนาทีผ่านไป… 

“นะ นาย เอ่อ สวัสดีครับนาย สวัสดีครับคุณนาย”ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา จู่ๆก็มือไม้ก็สั่น รู้สึกวิงเวียนที่หัวอย่างบอกไม่ถูก ไป๋ซื่อหมิงรีบจับพนักเก้าอี้เพื่อพยุงร่างกายของตนเสมองซ่งจินหมิงและซ่งจินเฟยด้วยสายตาหวาดหวั่น วันนี้ครบองค์ประชุมต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากล 

“นั่งครับอา ผมต้องขอโทษที่รบกวนเวลาพักผ่อนในวันหยุด ส่งหนังสือเชิญประชุมด่วน” 

“ไม่เป็นไร อาสะดวกมาได้อยู่แล้ว ว่าแต่วันนี้ดูสมาชิกเข้าประชุมน้อยจัง ยังไม่มากันหรือ” 

“อ๋อ วันนี้เป็นการประชุมในครอบครัว คุณพ่อนับอาเป็นสมาชิกของบ้านเราด้วยก็เลยต้องชวนอามาร่วมรับฟังปัญหาของบริษัทครับ ใช่ไหมครับพ่อ” 

“ใช่ ก็อย่างที่แกเข้าใจ จินเทียนพูดถูก ฉันรักแกเหมือนน้องชายคนหนึ่ง นั่งลงสิ จะได้พาเข้าประเด็น” 

“เฉินอวี้ล่ะครับอา”เมียงมองหาน้องชายที่เมื่อวานได้วางแผนร่วมกันเรียบร้อยแต่วันนี้กลับไม่เจอหน้า นึกสังหรณ์ใจแปลกๆ  

“เฉินอวี้นอนอยู่ที่บ้าน ได้ยินมันบ่นว่าไม่สะ…บาย” 

“สบายดีครับ ผมอยู่นี้ พ่อนี่ยังไงไม่ยอมปลุกผม วันนี้เรามีประชุมพร้อมหน้ากันยังใจกล้าขับรถมาเอง ผมเลยนั่งแท็กซี่ตามมาทีหลัง ขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ตื่นสายไปนิดหน่อย”ไป๋เฉินอวี้กล่าวพร้อมโค้งคำนับขอโทษบุคคลทั้งสี่ 

“ไม่เป็นไรหรอก เฉินอวี้คงทำงานหนัก วันหยุดก็นอนตื่นสายเป็นธรรมดา ฉันเข้าใจ นั่งลงเถอะจ้ะ” 

“ขอบคุณครับ” 

“นี่แก…”ไป๋ซื่อหมิงโน้มตัวไปกระซิบข้างหูลูกชายที่นั่งพิงพนักเก้าอี้เผยรอยยิ้มอย่างคนอารมณ์ดี ก็เมื่อคืนเขาเองวางแผนให้ลูกชายดื่มนมที่ผสมยานอนหลับขนานแรง โดยวานแม่บ้านเอาขึ้นไปเสิร์ฟ ฝากบอกกล่าวขอโทษในความผิดที่กระทำลงไป 

“ครับ…พ่อ เรื่องของพ่อและผมไว้คุยต่อที่บ้าน”หันกลับมาเอ่ยกระซิบบอกพ่อเช่นเดียวกันเพื่อไม่ต้องการให้บุคคลอื่นได้ยินเรื่องราวที่คุยกันและเอื้อมมือตัวเองมาบีบเบาๆที่มือของพ่ออย่างให้กำลังใจ 

“มาครบกันทุกคนแล้วใช่ไหมครับ”หลิวอี้ผิงพลักบานประตูเข้ามาเป็นคนสุดท้าย“เชิญทุกคนนั่งประจำที่ครับ ผมจะแจกเอกสารประกอบการประชุม” 

และก่อนที่จะมีการประชุมเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงต่างกรูเข้ามาหยุดการประชุมพร้อมกับเสียงประกาศกร้าวของสารวัตรเจิ้นอี้หลง  

“ต้องของอภัยทุกท่านที่ผมเข้ามารบกวนการประชุม ขอโทษคุณจินหมิง คุณจินเฟย ในมือผมคือหมายจับ ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบครับ ไม่ต้องทำหน้าตกใจ ผมแค่มาขอจับคุณไป๋ซื่อหมิง”อี้หลงชูกระดาษขนาดเอสี่เป็นหมายศาลอนุญาตให้จับกุมผู้ต้องสงสัย“คุณซื่อหมิง ผมว่าเราไปนั่งเล่นคุยกันที่สถานีตำรวจสักสองสามโมงไหมครับ” 

“นะ นี่อะไรครับนาย จินเทียน นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมตำรวจพวกนี้ถึงมาจับอา” 

“ขอโทษนะครับอาที่ผมต้องทำแบบนี้ ผมทนเห็นอายักยอกเงินถลุงเล่นการพนันมานานแล้ว ผมทราบมาตลอดและหวังว่าอาจะกลับตัวกลับใจแต่อาก็ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง หนำซ้ำอายัง…” 

“ซื่อหมิง ไปกับคุณสารวัตรเถอะ เกิดอะไรขึ้นฉันพร้อมช่วยเหลือและให้อภัยแก”ซ่งจินหมิงตบไหล่ของลูกชายแกมบังคับให้นั่งลงประจำที่ของตัวเอง“รีบพาเขาไปเถอะคุณตำรวจ” 

“ไม่ครับนาย ผะ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด เงินนั่นผมไม่เคยยักยอกหรืออยากได้ นายมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาว่าผมทำ เฉินอวี้…หมายความว่ายังไง”ไป๋ซื่อหมิงหันกลับไปพูดกับลูกชายที่เอาแต่นั่งก้มหน้านิ่งไม่ยอมปริปาก 

“ว่ายังไงคุณซื่อหมิง จะไปกับพวกเราดีๆหรือต้องให้ใช้กำลังจับกุม เชิญครับ เชิญ!”เจิ้นอี้หลงตะเบ็งเสียงบอกความต้องการของตนเองออกไปอีกครั้ง 

“ไปคุยกันที่สถานีตำรวจเถอะครับอา”หลิวอี้ผิงเดินเดินเข้ามาประคองไป๋ซื่อหมิงให้ลุกขึ้นยืน  

ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าถึงตัว ไป๋ซื่อหมิงก็ชักปืนขึ้นออกจากเอวแล้วปราดเข้าล็อกคอเลขานุการวัยกลางคนของซ่งจินเทียนด้วยความรวดเร็ว เธอกรีดร้องด้วยความตกใจแกมกวาดกลัว ถาดน้ำชา กาแฟและของว่างงร่วงหล่นจากมือในทันที 

“พี่หยาง…”หากแต่ยังไม่ทันจะเข้าถึงตัวเลขาก็ถูกคนข้างหลังกระชากแขนไว้เสียก่อน“ไอ้หลิว ปล่อยกู” 

 “คุณซ่ง ช่วยพี่ด้วย พี่กลัว ฮือ ฮึก พี่กลัว” 

“ตั้งสติหน่อยสิ เกิดแกทะเล่อทะล่าเข้าไป คุณหยางจะเป็นอันตรายกว่าเดิม”ตาคมเข้มตวัดมองคนที่เอาปืนจี้ศีรีษะเลขานุการของเพื่อนรัก ในตอนนี้โดยรอบภายในห้องประชุมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนล้อมเอาไว้ 

“หลีกไป ถ้าไม่อยากให้นังนี้ตาย กูบอกให้หลีก เปิดประตู ไอ้เฉินอวี้!”เมื่อสั่งใครไม่ได้ก็หันมาตวาดใส่ลูกชายที่ทำหน้านิ่งราวกับไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  

ซ่งจินเฟยและซ่งจินหมิงถูกตำรวจหลายนายเฝ้าอารักขาที่มุมหนึ่งของห้องประชุมขนาดใหญ่  

“เชิญครับ ออกไป หนีไปให้รอด”ไป๋เฉินอวี้ตัดรำคาญลุกขึ้นเปิดประตูเพื่อเปิดทางให้พ่อใช้หลบหนี  

“แล้วแกไม่ไปกับฉันหรือไง ไอ้ลูกโง่ ยืนเซ่ออยู่ทำไม ถอยออกมา” 

“ผมไม่ไป ผมจะมอบตัว” 

“ก็ตามใจ ฉันจะไปคนเดียว ถ้าอย่างนั้นแกก็หลีกไป ถอยไป เฉินอวี้”ซื่อหมิงพูดเสียงห้วนชี้ปลายกระบอกปืนใส่เจ้าที่ตำรวจก่อนจะวกกลับมากดเข้าที่กลุ่มเส้นผมของตัวประกันโดยใช้อีกมือหนึ่งล็อกคอเอาไว้สุดแรง  

“พ่อครับ…มอบตัวเถอะครับ ผิดก็ต้องยอมรับผิด” 

“หุบปาก! ฉันจะไม่ยอมจบชีวิตลงแบบนี้ ถอยไปซะ”ไป๋ซื่อหมิงพาร่างของเลขานุการค่อยๆถอยออกจากห้องประชุม ผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความมั่นใจว่าตัวเองจะรอดปลอดภัยเพราะมีตัวประกันอยู่ในมือ 

ซ่งจินเทียน หลิวอี้ผิง ไป๋เฉินอวี้และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดมองตามผู้ต้องหาที่กำลังพาตัวประกันหายเข้าไปในลิฟท์เพื่อลงไปชั้นล่าง 

“อาอยู่ดูแลเตี่ยที่นี่นะครับ ห้ามตามพวกเราลงไปเด็ดขาด เชื่อผมนะครับ”ร่างสูงเดินเข้ากอดพ่อและอารีบผละออกวิ่งนำทุกคนออกไป “อาซื่อหมิงกำลังลงไปลานจอดรถชั้นใต้ดินครับ” 

“ใช่ เราแยกกันตรงนี้นะคุณซ่ง เจอกันด้านล่าง”เจิ้นอี้หลงตบไหล่เด็กรุ่นราวคราวลูกก่อนจะแบ่งกำลังและออกตัววิ่งนำลูกทีมลงทางบันไดหนีไฟ 

“ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้น ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเอง พี่หยางยังมีลูกเล็กสองคน มีครอบครัวต้องดูแล โธ่เว้ย!” 

“ปวดหัวชะมัด”หลิวอี้ผิงพูดปลอบให้กำลังเพื่อนที่เอาแต่ศีรษะโขกกลับผนังลิฟท์ 

"..." 

“เฉินอวี้ แกเลยไอ้ตัวการใหญ่ มันน่าเตะให้ปากแตกจริงๆไอ้น้องชั่ว”  

“…” ไป๋เฉินอวี้ปรายตามองหลิวอี้ผิงที่ต่อว่าให้ เสี้ยววินาทีก็รีบหันหน้าหนี ในหัวตอนนี้คิดเรื่องของไป๋ซื่อหมิง 

 

“อย่าแหกปากนะหยางเจี๋ย ฉันเป่าหัวเธอแน่”  

เมื่อมาถึงลานจอดรถไป๋ซื่อหมิงก็ดันร่างของเลขาที่ผมเผ้าพะรุงพะรังออกจากลิฟท์ ท่ามกลางสายตาของกลุ่มครอบครัวที่แสนเกลียดชังและเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนอยู่จนเต็มพื้นที่ แม้จะสงสัยว่าคนทั้งหมดลงมาถึงก่อนตนได้อย่างไรแต่นาทีนี้ไม่มีอะไรต้องคิดตามแล้ว เพ็งสายตาพร้อมกับยิ้มเหยียดส่งให้กับซ่งจินหมิงและซ่งจินเฟย เป็นจังหวะเดียวกันที่ร่างบางของหยางจินหลิงและสวีจวินหนิงลงจากรถลีมูซีนคันใหญ่  

ไป๋ซื่อหมิงลากหยางเจี๋ยเข้าไปสมทบกับกับที่หานเฉินยืนกอดคอสวีจวินหนิงฉีกยิ้มยั่วโมโหให้ซ่งจินเทียนและมิสเตอร์เซกิยืนประกบข้างหยางจินหลิง  

“แม่ขา ฮึก หนูกลัว ช่วยหนูด้วย” 

“จินหลิง/คุณจินหลิง!”ทั้งซ่งจินเฟยและไป๋เฉินอวี้อุทานเรียกหญิงสาวพร้อม  

“พ่อปล่อยคุณจินหลิงนะครับ ปล่อยเธอไป ผมขอร้อง”รีบกล่าวเอาน้ำเย็นเข้าลูบเพลิงที่กำลังไหม้ในอกของพ่อ 

“ไอ้หาน ปล่อยจวินหนิง” 

“ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วย ทำไมต้องเสียงดังใส่เพื่อนรัก นี่ไม่กลัวเมียตายหรือไง” 

“ปล่อยเมียฉัน…ปล่อยเธอ”ดวงตาสีเข้มขึ้นจ้องใบหน้าของภรรยาสาวที่อยู่ในอาการหวาดกลัวหยาดน้ำตาไหลอาบสองแก้มนวล อยากจะเข้าไปกอดปลอบขวัญแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเธอตกอยู่ในน้ำมือของเพื่อนที่จ่อปลายกระบอกปืนแตะข้างศีรษะ 

“เรื่องของคุณกับมันไว้สะสางกันทีหลัง เอาเรื่องของผมก่อน”ไป๋ซือหมิงหันไปตวาดใส่หานเฉินด้วยเสียงเข้มใบหน้าโกรธจัด 

“อาซื่อ มอบตัวซะ อาเฉิน อาขอร้องแทนจินเทียน ปล่อยหนูจวินหนิง ปล่อยจินหลิงด้วย เธอสองคนไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้” 

“ทำไมมันจะไม่เกี่ยวก็นังหลานสาวตัวดีของคุณมันเข้ามาพังแผนการของผม ส่วนนังนี้ก็เมียสุดที่รักไอ้ลูกชายบ้าอำนาจของคุณ ไอ้จินเทียนมันหลงนังดารานี้ถึงกับยกหุ้นบริษัทให้ คิดว่าผมไม่รู้ทันเหรอ” 

“อาซื่อหมิง!”ซ่งจินเทียนตะเบ็งเสียงกร้าวดุอย่างไม่เกรงกลัวพร้อมกับเดินเข้าหาภรรยาสาว 

ปัง! 

กระสุนเฉียดปลายรองเท้าไป ร่างสูงหยุดชะงักอยู่กับที่จ้องหน้าอดีตเพื่อนรักเชิงขอร้องกรายๆ 

“ถอยไปจินเทียน ถ้าแกยังไม่อยากให้เมียกับน้องสาวของแกต้องจบชีวิตลง ถอยไป” 

“คุณหาน ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฮึก”สวีจวินหนิงแอบมองเสี้ยวหน้าของคนที่เอาเล็งปืนจี้ที่ศีรษะไม่มีทีท่าจะลดปืนลง 

“อาอยากได้บริษัทไม่ใช่เหรอครับ ไหนล่ะครับเอกสารโอนหุ้น พวกเราจะเซ็นให้” 

“มันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ…จินเทียน คิดว่าฉันรู้ไม่ทันเกมของแก อย่าประเมินฉันเป็นคนชั้นต่ำหน่อยเลย หึหึ”ไป๋ซื่อหมิงกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอซึ่งมันข่มขวัญคนตรงหน้าได้ดีเกินคาด“ใช่ ฉันต้องการซ่งกรุ๊ปนี่คือเหตุผลของฉัน ถ้าแกจะเซ็นจริงก็สั่งไอ้พวกตำรวจลดปืนและสลายตัวออกไปซะ นี่เป็นคำสั่ง!” 

“ผมจะไม่ทำตามคำสั่งอาจนกว่าอาจะปล่อยพี่หยาง จวินหนิง จินหลิง ว่ายังไงครับ อารู้ก็รู้จักนิสัยผมดีไม่ใช่เหรอ อาเห็นผมมาตั้งแต่เล็กจนโต เราสองคนยิ่งกว่าผีเห็นผีเสียอีก ปล่อยทั้งสามคนเถอะครับ” 

“จินเทียน…”ซ่งจินเฟยเขย่าแขนหลานชายแรงๆ 

“เชื่อผมครับอา เงินทองเป็นของนอกกายเราช่วยกันหาใหม่ได้ แต่ชีวิตทั้งสามคนสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด” 

“ถ้าตกลงได้กันก็บอกด้วย ฉันจะพานังสามตัวนี้ไปก่อน แล้วจะส่งที่อยู่บอกแกอีกที” 

“เซ็นครับ ไหนล่ะครับเอกสารโอนหุ้น รีบเอามาสิครับ” 

ทันทีที่แจ้งความประสงค์จบเหลือบเห็นบอดี้การ์ดของไป๋ซื่อหมิงถือซองมายืนให้ ซ่งจินเทียนรีบกระชากเอกสารแผ่นนั้นมาไล่สายตาอ่านเนื้อหาที่อยู่ในกระดาษขนาดเอสี่ ตาคมตวัดขึ้นมองเลขานุการ ภรรยาและน้องสาวพร้อมกับใบหน้าที่เรียบนิ่ง  

“ว่ายังไง ข้อเสนอของอาถูกใจหลานไหม รีบเซ็นซะที ก่อนที่อาจะหมดความอดทนเป่าหัวเมียหลาน” 

"คุณซ่ง...ไม่นะคะ อย่าเซ็น"สวีจวินหนิงนึกสงสารเขาและครอบครัวที่ต้องเสียสละเพื่อเธอ... 

“ครับ”ยื่นมือไปหยิบปากกาจากหลิวอี้ผิง ค่อยๆบรรจงเซ็นชื่ออย่างสวยงาม ตามด้วยยื่นให้บิดาเซ็นต่อและสุดท้ายเป็นอาจินเฟยเซ็นเสร็จก็ขยำกระดาษขว้างใส่คนทรยศในทันที 

“ฉันเซ็นแล้ว ที่นี่ก็บอกพรรคพวกของแกปล่อยลูกสาวฉันซะ ไอ้ซื่อหมิง!” 

“ฮ่าๆๆ ถ้ามันง่ายแบบนี้ตั้งแต่แรก ฉันลงมือนานแล้วล่ะ ขอบพระคุณนะ…นาย”รับเอกสารสำคัญจากมือของบอดี้การ์ดที่อาสาเข้าไปเก็บมาให้ มือหนาคลี่กระดาษที่ยับในมือออกดูเพื่อให้มั่นใจอีกครั้งก่อนจะผลักตัวประกันในมือและเปลี่ยนมาดึงร่างของหยางจินหลิงมาเป็นตัวประกันแทน 

“พ่อ!” 

“หุบปาก! ไอ้ลูกทรยศ ไอ้ลูกเนรคุณ”ไป๋ซื่อหมิงเล็งปลายกระบอกปืนไปที่ไป๋เฉินอวี้ “ไม่สิ ฉันไม่ควรเรียกแกว่าลูกเพราะแกไม่ใช่ลูกชายของฉัน ฮ่าๆๆ” 

“ผมทราบครับว่าคุณไม่ใช่พ่อแท้ๆของผม ปล่อยคุณจินหลิง” 

คำพูดที่หลุดออกจากปากของไป๋เฉินอวี้ทำบรรยากาศในลานจอดรถชั้นใต้ดินกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ซ่งจินเทียนโน้มกระซิบข้างใบหูให้สารวัตรเจิ้นอี้หลง เพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีสารวัตรตงฉินออกคำสั่งให้ลูกทีมลดปืนลงและแยกกองกำลังออกไป  

“ไหนๆ ผมกำลังจะได้เป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้ ผมมีเรื่องอยากบอกนายอยู่หลายเรื่อง ดูหน้านายไม่อยากฟังแต่ผมอยากเล่า เรื่องแรก…ผมนี่แหละเป็นคนตัดสายเบรกรถที่นายกับผัวนังคุณนายนั่งกลับมาจากทำบุญ ฮ่าๆๆ เรื่องที่สองผมนี่แหละเป็นคนวางแผนให้นายกับอีคุณนายจินเตียงหักแยกทางกัน นายซื่อบื้อกว่าที่ผมคิดจริงๆแล้วเรื่องที่สามนะครับ คนที่ลอบยิงลูกชายของนายที่ท่าเรือก็คือไอ้เฉินอวี้ แต่มันก็ดวงแข็งรอดกลับมาได้ เสียดายชะมัดไอ้จินเทียนมันน่าจะตายตั้งแต่ตอนนั้น อ้อ แล้วไอ้เฉินอวี้มันก็ดันไม่ใช่คนอื่นคนใกล้ตัวของนายเลย อยากทราบไหมครับว่ามันเป็นใคร…” 

“ในเมื่ออาได้เอกสารโอนบริษัทกับหุ้นนี้แล้วก็ปล่อยจินหลิงแล้วหนีไปซะ ผมจะไม่เอาเรื่อง” 

“นี่แกไม่รู้จักความโกรธเลยหรือ ฮ่าๆๆ ผมจะบอกอะไรให้ทุกคนได้ทราบเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกแกทั้งหมดยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ไอ้เฉินอวี้เป็นลูกชายของนายกับนังคุณนายจิน ผมนี่แหละเป็นคนขโมยไอ้เด็กทรยศมาจากอ้อมอกของนังคุณนายเมื่อวันคลอด…แต่นังคุณนายจินป่านนี้คงหายสาบสูญหรือไม่ก็ตายไปแล้ว”ไป๋ซื่อหมิงเค้นเสียงเหี้ยมเล่าผลงานของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ 

“อาซื่อหมิง”ไป๋เฉินอวี้กัดฟันด้วยความโมโห มือที่ถือปืนในมือสั่นจนอยากเหนี่ยวไก่ยิงคนเลวชั่วที่เคยเรียกว่าพ่อ 

“เฉินอวี้…” 

ซ่งจินหมิงเรียกชื่อลูกชายอีกคน หากยังคงทำอะไรไม่ถูก ร่างกายยังชะงักนิ่งบนรถเข็นวีลแชร์ คงเพราะอารามตื่นตกใจ 

“อีกเรื่องนะ ทีเด็ดเลย ทุกคนไม่ต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น นาย…คุณนาย รู้ไหมว่าลูกชายกับลูกสาวของคุณมันเล่นเป็นผัวเมียกัน อีเด็กนี้กับไอ้เด็กนั้นมัน…ฮ่าๆๆ โอ้ย สมเป็นครอบครัวสุขสันต์จริงๆ” 

“ฮือ ฮึก”หยางจินหลิงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บที่ถูกกระชากผมจากทางด้านหลัง  

“จินหลิง…หนูแล้วใช่ไหมว่าพี่เฉินอวี้ผัวหนูเป็นลูกชายของคุณลุงของหนู ญาติพี่น้องกินกันเอง” 

“ไม่จริง แกเอาอะไรมาพูดห้ะ”ซ่งจินเฟยเอ่ยถามเสียงเครียด 

 

“ถ้าญาติพี่น้องเขากินกันเอง แกจะเดือดร้อนทำไม…ไอ้เนรคุณ!” 

อู๋ชิงอิ๋งเดินปรี่มาจะมาตบหน้าไป๋ซื่อหมิงสลับกันไปมาหลายทีจนตอนนี้มีเลือดซึมออกมุมปากหนา  

“คะ คุณนาย”เบิกตากว้างราวกับเห็นผี ได้จังหวะที่ไป๋เฉินอวี้เข้ามาแย่งชิงหยางจินหลิงออกมา ไป๋ซื่อหมิงเซถลาถอยหลังพยายามถอยหนีเเต่ถอยไปได้เพียงสามก้าวก็ถูกประชิดตัวจากทางด้านหลังด้วยความตกใจหันกลับไปดูว่าเป็นใคร ปรากฏว่าเป็นมิสเตอร์เซกิแสยะยิ้มเหี้ยมแลดูเป็นคนวิปลาส  

“ไง จำฉันได้แล้วใช่ไหมคุณซื่อหมิง” 

“คุณอู๋/พี่อิ๋ง…”ซ่งจินหมิงเรียกชื่อภรรยาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ทั้งคู่ยืนสบตากันสักพัก เอื้อมคว้าแขนน้องสาวที่วูบหน้ามืดแทบจะล้มลงกระแทกพื้นโชคดีที่หลิวอี้ผิงรับเอาไว้ทัน 

“แกพาคุณอากับพี่หยางไปพักผ่อนก่อน เร็วครับพี่”ซ่งจินเทียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับประคองเลขานุการให้ลุกขึ้นเดินตามหลิวอี้ผิงเข้าไปในบริษัท 

“คุณนาย นี่คุณยังไม่ตายอีกหรือ อึกอ๊ากกกกกก ปล่อยกูไอ้เซกิ”  

“ถ้าตายจะมาอยู่นี่เหรอ? ทำไม? ผิดหวังเหรอที่ฉันยังไม่ตาย ฉันคิดถึงแกมากๆ แกขโมยเฉินวี้ไปจากฉัน ทำไม!”ฝ่ามือพิฆาตฟาดลงบนแก้มสากเต็มแรงจนหน้าหันไปอีกทาง“คนอย่างแกไม่สมควรเป็นพ่อคนสักนิด จิตใจแกมันต่ำตมผิดมนุษย์”  

“ไอ้เซกิ มึงทรยศกู ไอ้ชั่ว ไอ้เลว” 

“นี่คุณซื่อหมิง ด่าคนอื่นว่าเลวว่าชั่ว ตัวคุณดีกว่าเขาอย่างนั้นเชียวหรือครับ”หานเฉินผลักสวีจวินหนิงส่งคืนให้ซ่งจินเทียน 

“นี่มันอะไรกันคุณหาน คุณทำกับผมได้ยังไง นี่พวกแกทรยศฉันเหรอ” 

“ใช่/ใช่”หานเฉินและเซกิพูดขึ้นพร้อมกัน 

“ตอนแรกผมก็นึกอยากได้บริษัทนี้แต่คิดไปคิดมามันไม่คุ้มเอาซะเลย ผมทรยศผู้มีพระคุณไม่ได้ ถ้าไม่ได้คุณนายจินช่วยเหลือในวันถูกดักปล้นผมคงตายไปแล้วและอีกอย่างหนูจินหลิงเป็นเพื่อนรักของยัยนานะ ลูกสาวของผม ผมทำร้ายเธอไม่ได้ลง ขอโทษที่สร้างความวุ่นวายให้ทุกคน”มิสเตอร์เซกิกล่าวเสริมความจริง ตามด้วยหานเฉินที่กล่าวสมทบคนสุดท้าย 

“คุณซื่อหมิง นี่คุณคิดว่าผมเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อนเหรอครับ มิตรภาพระหว่างผมผมกับจินเทียนเราไม่ได้รู้จักกันแค่วันสองวันนะครับ คุณอย่าเอานิสัยตัวเองมาตัดสินคนอื่น ต่อให้ผมเลว ผมก็ไม่คิดอยากแย่งชิงเมียเพื่อนหรอก ผมเดินเกมตามแผนของคุณต่างหาก” 

“เป็นไงล่ะ รู้รสชาติการถูกทรยศแล้วหรือยัง หันไปดูลูกน้องของแกสิ ตอนนี้อยู่ไหนกันหมด” 

ไป๋ซื่อหมิงกวาดสายตาไปรอบๆบริเวณลานจอดรถไม่มีเงาลูกน้องที่ร่วมวางแผนสักคน คิดในใจพวกนั้นอาจถูกตำรวจจับกุมไปแล้วหรือไม่ก็ชิ่งหักหลังหลบหนีซึ่งก็เลวไม่ต่างจากเซกิและหานเฉิน  

“มอบตัวเถอะครับอา โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา” 

“ไม่ แกไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน แก ไอ้…เฉินอวี้” 

“ทำไมครับ ทำไมต้องทำกับพ่อ ทำกับน้อง ทำกับมะ…แม่ของผม ทำไมอาต้องทำแบบกับครอบครัวของผม”ซ่งจินเทียนเค้นน้ำเสียงถามด้วยความเจ็บปวด เสมองไปที่มารดาที่ยืนนิ่งงันราวต้องคำสาปไม่แม้แต่จะหันมามองเขา  

ไป๋ซื่อหมิงระเบิดเสียงหัวเราะร่วนให้กับความโง่เขลาของลูกชายเจ้านายที่เกิดจะมีอารมณ์ซาบซึ้ง คาดคั้นเอาความจริงในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน  

“เพราะฉันต้องการเป็นเจ้าของซ่งกรุ๊ปไง ฉันถึงต้องมาทำงานเป็นขี้ข้าพ่อของแก ไอ้โง่! อีกอย่างฉันเกลียดแก แกมันเด็กไม่มีมารยาท ไม่รู้จักกาลเทศะ แกไม่เคยให้ความเคารพฉัน แกจำได้ไหมตอนเด็กแกเอารองเท้าตีหัวฉันและไล่ให้ฉันยืนตากฝนทั้งคืน ส่วนพ่อของแกเรอะก็มัวแต่นอนกอดเงินจนไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนลูกชายนิสัยเสียอย่างแกไง” 

“เหตุผลเพียงแค่นี้เหรอครับที่อาเคียดแค้นครอบครัวผม เหตุผลมันไม่มีน้ำหนักเอาซะเลย” 

“ใช่ มีแค่นี้แหละ ชีวิตฉันจากเด็กกำพร้าตะเกียกตะกายหนีความทุกข์ยากจากขุมนรกมาเพื่อให้ได้สิ่งนี้” ไป๋ซื่อหมิงชูกระดาษในมือเป็นการเย้ยหยันทุกคนแต่กลับถูกมองกลับมาด้วยสายตาสมเพชกึ่งเวทนา 

“โอเค ในเมื่ออาได้ครอบครองบริษัทสมใจแล้ว ผมขอให้อาโชคดี บริหารให้รุ่งเรืองมากกว่าผมทำอยู่…นะครับ” 

“ฮ่าๆๆมันต้องแบบนั้นอยู่แล้ว ถอยออกไป หลีกไปอีชิงอิ๋ง! มึงด้วยไอ้เซกิ ไอ้เพื่อนทรยศ” 

“เดี๋ยว คุณซื่อหมิง…ทำผิดแล้วจะหนีไปง่ายๆแบบนี้เหรอ” 

“อะไรอีก อ๊ะ” 

 อู๋ชิงอิ๋งชูแฟ้มเอกสารในมือพร้อมใช้สันฟาดไปเต็มๆไปที่ใบหน้า ไป๋ซื่อหมิงเอื้อมไปแตะรอยแผลตรงหางคิ้วซ้ายที่มีเลือดไหลซึมออกมา ทอดสายมองคนตรงหน้าอย่างโกรธแค้นที่แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกรายล้อมด้วยบอดี้การ์ดของซ่งจินเทียน 

“หลักฐานที่แกปลอมแปลงเอกสารเพื่อคดโกงบริษัทของพ่อแม่ฉันที่เซี่ยงไฮ้ยังจำความหลังได้ใช่ไหม?” 

“ส่วนนี้เป็นหลักฐานยักยอกเงินของซ่งกรุ้ปครับ”หรงฮ่าวยื่นแฟ้มเอกสารสำคัญให้กับตำรวจ เจิ้นอี้หลงพยักหน้าเข้าใจ  

“นี่แก…” 

“ตกใจเหรอที่ผมไม่ตาย ผมมันคนหนังเหนียว โชคดีในซังเตนะครับคุณไป๋” 

“พ่อ…มอบตัวเถอะครับ เชื่อผมสักครั้ง” 

“เฉินอวี้”ไป๋ซื่อหมิงเหงื่อซึม มองเห็นสายตาของเจ้านาย ภาพอดีตไหลวนเข้าสมองผ่านวันและเวลา ภาพที่ตัวเองยืนมองคฤหาสน์ตระกูลซ่งด้วยความอิจฉา ภาพตัวเองนั่งกอดเข่าทนหนาวกลางสายฝน ภาพซ่งจินหมิงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ภาพซ่งจินเทียนชี้นิ้วด่ากราด ภาพที่ตัวเองโอบกอดไป๋เฉินอวี้ ภาพเด็กที่ขโมยมาเป็นลูกของตัวเองกลายเป็นคนกตัญญูเชื่อฟังทุกคำสั่ง รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของไป๋เฉินอวี้อยู่ในความทรงจำ หลายภาพตีกันอยู่ในหัวให้วุ่นไปหมด หลับตาลงพลางค่อยๆสูดหายใจเข้าอย่างช้าๆ 

“คุณซื่อหมิงมอบตัวเถอะครับ วางปืนลง”เจิ้นอี้หวินยกมือสั่งให้ลูกทีมเตรียมเข้าชาร์ตคนร้าย 

 “เฉินอวี้ พะ พ่อ อึก อา อาขอโทษนะลูก อาขอโทษ ได้โปรดดยกโทษให้อา” 

“ครับ ผมยกโทษให้อา”ไป๋เฉินอวี้ฉีกยิ้มอ่อนโยนให้คนที่มีสติรู้ผิดชอบชั่วดี 

 “ฉันไม่ถือสาแกหรอกอาซื่อ ฉันเข้าใจ ถึงยังไงแกยังเป็นน้องชายของฉัน” 

“นะ นาย ผมขอโทษ ฮึก ขอโทษ ขอโทษครับนาย ผมผิดไปแล้ว”ว่าพลางวิ่งไปนั่งคุกเข่าก้มหัวให้เจ้านาย“ผมผิดเอง ผมมันโลภมาก ผมขอโทษที่ทำให้นายกับลูกต้องพลัดพรากจากกัน ผมมันเลวที่ทำให้นายกับคุณนายแยกทางกัน”  

“ฉันเข้าใจๆ ลุกขึ้นเถอะ”ซ่งจินหมิงเอื้อมมือลงมาลูบที่กลุ่มผมดกหนา  

“ฮึก ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัว ทั้งหมดเป็นเพราะผมคนเดียว ผมคนเดียวที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ละ ลาก่อน…” 

ปัง! 

“พ่อ!”ร่างสูงทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง มองเลือดสีแดงสดที่ไหลทะลักออกมาขมับด้านซ้าย ไป๋ซื่อหมิงใช้ปืนที่อยู่ในมืดปลิดชีพตัวเอง…ก่อนจะรีบถลาเข้าตะกองกอดคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่ออีกคน “พ่อตื่นสิครับ ตื่น ผมบอกให้ตื่น!” 

“ไอ้เฉินอวี้!”ซ่งจินเทียนปรี่เข้ามากระชากน้องชายให้ออกห่างจากร่างไร้วิญญาณของไป๋ซื่อหมิงนอนจมกองเลือดอยู่แทบเท้าของซ่งจินหมิงที่นั่งนิ่งเงียบบนรถแข็นวีลแชร์ “อาหลง พาเตี่ยกลับบ้านด่วน เดี๋ยวนี้!” 

 “ครับคุณซ่ง”บอดี้การ์ดคนสนิทรับคำสั่งลูกชายเจ้านายใหญ่ รีบวิ่งมาเข็นวีลแชร์ของเจ้านายออกไปจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เพิ่งจบลงไป 

“กรี๊ดดดดดดดดด ฮือ”หลิวอี้ผิงคว้าเอาร่างเล็กของหยางจินหลิงมากอดไว้แนบอก พร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเมื่อเธอยังร่ำร้องให้ไม่หยุดหวาดกลัวต่อเหตุการณ์เมื่อครู่ “ชู่ววว เงียบนะครับเด็กดี แกมาอุ้มพายัยจินหลิงเข้าไปพักข้างใน เร็วๆ” 

 “ครับ”ไป๋เฉินอวี้รับคำสั่งและปฎิบัติตามทันที 

เมื่อความสงบจบลง เหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเข้าเคลียร์พื้นที่และพาผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นลูกน้องของไป๋ซื่อหมิงนับสิบรายยัดพาขึ้นพาไปยังสถานีตำรวจจนหมด ที่เหลือตอนนี้ก็มีแค่ลูกน้องของซ่งจินเทียน  

“คุณนายอู๋ คุณไป๋ คุณหรง คุณซ่ง คุณหาน คุณหลิว และคุณเซกิ เชิญที่สถานีตำรวจด้วยนะครับ” 

“ครับ สารวัตร”หานเฉินเป็นฝ่ายเอ่ยตอบแทน มองเพื่อนรักกับภรรยากอดกันแนบแน่น 'สรุปว่าเขาก็ยังอกหักเหมือนเดิม'  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น