Agitator K.

ขอบคุณสำหรับค่าโกโก้ค่ะ

[Rewrite] บทที่ 7 - ความจริงคือ...

ชื่อตอน : [Rewrite] บทที่ 7 - ความจริงคือ...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 96

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2562 22:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[Rewrite] บทที่ 7 - ความจริงคือ...
แบบอักษร

บทที่ 7 

ความจริงคือ... 

 

“เอะอะอะไรกัน” น้ำเสียงที่ไม่ได้ยินมาเนิ่นนานดังมาจากทางด้านหลังของสตรีในชุดสีดำ

หยินหลินที่ยืนเอาเท้าเหยียบที่อกของเจ้าโจรชั่ว เมื่อได้ยินเสียงนั้นฉับพลันร่างทั้งร่างของนางก็พลันชาวาบ มีความรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังทำผิดแล้วถูกจับได้อย่างไรอย่างนั้น และยิ่งมองเห็นผู้คนรอบข้างพากันทรุดตัวลงไปคุกเข่าคำนับ นางก็อยากจะหายตัวไปจากที่ตรงนี้ทันที

“ถวายบังคมองค์รัชทายาท” คนรอบด้านกล่าวขึ้นพร้อมกันเป็นเสียงเดียว กึกก้องกังวาน

คำพูดเหล่านั้นเสมือนเป็นตะปูที่ตอกย้ำเข้าไปในใจของหยินหลิน

“ลุกขึ้นเถอะ อยู่นอกเมืองหลวงพวกเจ้าไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นทางการกับข้าหรอก แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นถึงได้วุ่นวายกันแบบนี้ ดีนะที่เสด็จพ่อไปเยี่ยมท่านประมุขหยินจึงไม่ได้มาเห็นเหตุการณ์ในตอนนี้ ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าคงรู้นะโทษของการก่อความวุ่นวายคืออะไร”

“มันก็ไม่มีอะไรมากหรอกสหาย แค่มีนักฆ่ามือสมัครเล่นสองคนจ้องจะมาฆ่าโจรที่เราจับตัวได้” บุรุษในชุดน้ำตาลอธิบายเรื่องทั้งหมดด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย จากนั้นเขาก็เดินผ่านตัวหยินหลินกับโจรไปหยุดยืนอยู่ที่ด้านข้างของรัชทายาท “แต่คิดไม่ถึงเลยนะ ว่าคนอย่างจินหมิงจะถูกจับตัวได้ง่ายขนาดนี้”

“เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าข้าไม่ได้ออมมือให้” จินหมิงโต้กลับทันควันหลังจากที่โดนดูถูกฝีมือ

ในตอนนี้เองหยินหลินที่ยืนอยู่ก็เริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง และสิ่งที่นางพอจะสรุปได้ก็คือ

รัชทายาทและชายชุดน้ำตาลผู้นี้รู้จักกันเป็นอย่างดี รวมไปถึงจินหมิง...น้ำเสียงและคำพูดที่พวกเขาทั้งสามใช้พูดคุยกัน เหมือนจะไม่ใช้แค่รู้จักเพียงผิวเผิน หากแต่สนิทกันเลยด้วยซ้ำ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ภารกิจที่ท่านพ่อมอบหมายมาให้นาง ทั้งหมดเป็นเพียงแค่เรื่องโกหก!

ท่านพ่อจริง ๆ รู้อยู่แล้วว่าฮ่องเต้และเหล่าทหารจำนวนมากได้เดินทางมาตั้งค่ายอยู่ที่นี่ ส่วนเรื่องจับโจรอะไรนั้นความจริงก็แค่ต้องการให้นางหลวมตัวมายังค่ายทหารแห่งนี้ และที่ส่งจินหมิงมาด้วยไม่ใช่เพราะต้องการให้มาช่วย แต่เป็นภารกิจหลักให้นางโดนจับตัวเสียมากกว่า

ประมุขหยินไม่ได้ต้องการให้นางออกจากโลกหลังหุบเขานั้นแต่แรกแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ส่งมายังที่ที่มีการป้องกันหนาแน่นแบบค่ายทหารหรอก

ร่างบางที่ยืนนิ่งงันปิดตาคมลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะสูดหายใจเรียกสติตัวเองกลับมา ส่วนเท้าทั้งสองข้างในยามนี้ได้เตรียมพร้อมที่จะกระโจนออกไปจากวงล้อมทุกเมื่อ พวกเขาคิดว่าจะจับนางได้ง่าย ๆ งั้นหรือ ก็ลองดู...

“แม่นางคงจะเป็นคุณหนูหยินหลินสินะ” รัชทายาทถาม

คำว่าคุณหนูหยินหลินที่ถูกพูดออกมาสร้างความฮือฮาให้กับทหารรอบด้าน พวกเขาพากันกระซิบกระซาบเล่าข่าวลือที่เกี่ยวกับนางออกมา โดยหัวข้อที่นางได้ยินคือเรื่องความงามและฝีมือด้านดนตรี

“ท่านพ่อของเจ้ากำลังเดินทางมาที่ค่าย ทำไมเจ้าไม่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าล่ะ ตอนนี้นางกำนัลน่าจะเตรียมทุกอย่างรอไว้แล้ว” รัชทายาทแสยะยิ้ม ร่างสูงสง่ามีสีหน้าขบขันเมื่อเห็นร่างบางในชุดสีดำสั่นสะท้านเพราะพยายามควบคุมอารมณ์โกรธจากการถูกหลอก

หารู้ไม่ว่าในยามนี้ในมือของนางกำลังถือเข็มพิษวาววับอยู่ที่ซอกนิ้ว ขยับตัวเพียงนิดเดียวเข็มนั้นได้แทงไปที่โจรชั่วจนถึงแก่ชีวิตแน่นอน เพียงแค่นั้นก็ถือว่าภารกิจนางสำเร็จลุล่วง โดยไม่จำเป็นต้องสนใจคนอื่นนับจากนี้

“คุณหนูได้โปรดเก็บกริชในมือด้วยเจ้าค่ะ” จินหมิงเอ่ยดักเมื่อมองเห็นกริชสีดำใต้ข้อมือของคุณหนู

แม้กริชนี้อาจจะไม่ถึงตาย แต่ก็สามารถทำให้คนจำนวนมากหมดสติได้ภายในระยะเวลาอันสั้น กริชในมืออีกด้านทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งดึงดูดความสนใจเท่านั้น ในเมื่อจินหมิงเลือกที่จะหักหลังนางเพื่อท่านพ่อ นางก็จะไม่เปิดเผยทุกอย่างด้วยอีกครั้ง

“เฮ้อ!” เสียงหวานถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ถ้าอยากจะให้ข้ามาเปิดตัวนอกหุบเขานัก ไม่เห็นจำเป็นต้องสร้างเรื่องขึ้นมาแบบนี้เลย” คำพูดคล้ายหนักใจของหญิงสาวกลับทำให้คนฟังรู้สึกเคลิ้มอย่างน่าประหลาด คล้ายกับว่าเป็นดนตรีที่ไพเราะไม่ว่านางจะพูดอะไรออกมาก็ตาม

ร่างบางค่อย ๆ หันตัวไปยังทิศทางที่องค์รัชทายาทยืนอยู่ แม้ไม่เจอนานถึงหกปีแต่ชายหนุ่มที่นางเคยเจอก็ยังมีเค้าโครงความสง่าอยู่เหมือนเดิม ต่างเพียงแค่ส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นและร่างกายที่ดูแข็งแรงสมชายชาตรี ไม่ล่ำหรือผอมจนเกินไป ส่วนเรื่องของหน้าถ้าให้พูดตามตรงคืองดงามเสียยิ่งกว่าภาพวาดจากจิตรกรมือหนึ่ง ยิ่งมาอยู่ในอาภรณ์สีดำร่างทั้งร่างก็เปล่งประกายรังสีน่าเกรงขามออกมา คนธรรมดาคงไม่มีใครที่จะกล้าสบตาตรง ๆ

แต่หยินหลิน...นางหาใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว

“ไม่ได้พบกันเสียนาน องค์รัชทายาท” หยินหลินค่อย ๆ ดึงผ้าปิดปากสีดำของตัวเองลง เผยให้เห็นใบหน้างามนวลเนียนหมดจดเสียยิ่งกว่าผิวมุก สะกดทุกสายตาให้ตะลึงลานไม่อาจหลีกหนีความงามที่ไม่เคยพานพบ และถึงแม้นางจะยังอยู่ในชุดสีดำแบบบุรุษทว่าก็ไม่อาจลดความงามนี้ลงไปได้ แต่มันกลับทำให้ร่างอรชรดูงดงามแต่ไม่อ่อนแอดั่งสตรีทั่วไป

นางมิใช่บุปผา เพราะแม้แต่กระทั่งบุปผาก็ยังอ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับนาง

“สตรีโตไวไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจสักเท่าไร จินหมิง...พาคุณหนูของเจ้าไปเปลี่ยนชุดเสียเถอะ” องค์รัชทายาททำท่านิ่งเฉยเมื่อพบกับโฉมงามตรงหน้า ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไม่สะทกสะท้าน ต่างจากคนอื่นที่ไม่อาจละสายตาออกไปจากหยินหลิน

หยินหลินแอบกลอกตาในใจแอบเบ้ปากเพราะคำพูดจากรัชทายาทที่ทำเหมือนกับต้องการจะสื่อกับนางว่าตนเองนั้นพบกับสาวงามมามากมาย เลยไม่สนใจกับรูปลักษณ์ที่งดงามของนางแม้แต่น้อย

นางรู้ตัวดีว่าตนเองนั้นงดงามมากแค่ไหน เพราะตลอดหลายปีมานี้ได้ทำการดูแลตนเองด้วยสิ่งของล้ำค่ามากมาย การที่รัชทายาทเมินเฉยทำเป็นไม่สนใจนาง นับว่าเป็นการกระทำที่สร้างความไม่พอใจแก่นางอยู่ลึก ๆ

หยินหลินฉีกยิ้มโปรยเสน่ห์ให้กับรัชทายาทอย่างจงใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินตามจินหมิงไป โดยมีเหล่านางกำนัลจำนวนหนึ่งมานำทางไปยังที่พักที่ถูกเตรียมเอาไว้ ระหว่างทางที่เดินไปนางยังไม่ลืมที่จะถามถึงข้อมูลของบุรุษในชุดสีน้ำตาลข้างรัชทายาท

“บุรุษในชุดสีน้ำตาลผู้นั้นเป็นใครกัน” พอออกห่างจากฝูงชนได้นางก็เปิดปากถามองครักษ์สาวทันที

“กู่เว่ยเทียน เป็นรองแม่ทัพของแคว้นหยางและเป็นลูกชายของท่านแม่ทัพกู่เว่ยจาง อีกทั้งยังเป็นสหายสนิทขององค์รัชทายาทและพี่ชายของคุณหนู เป็นผู้ที่ชื่นชอบความสำราญแต่ยามที่ต้องทำหน้าที่รองแม่ทัพกลับดุดันเป็นอีกด้าน” จินหมิงตอบราวกับเตรียมตัวมาอย่างดี

“สามคนนั้นสนิทกับเจ้าด้วยสินะ” หยินหลินถามออกมาลอย ๆ แต่ก็ทำให้คนที่เดินนำหน้าชะงักฝีเท้าไปหนึ่งก้าว

“แค่พอรู้จักกันเจ้าค่ะ” องครักษ์สาวตอบเสียงต่ำราวกับปิดบังความลับ แต่แล้วนางก็สามารถหาเรื่องมาเบี่ยงเบนความสนใจคุณหนูของตนจนได้ “กลับมาสนใจเรื่องของคุณหนูดีกว่าเจ้าค่ะ เรื่องที่คุณหนูทำภารกิจไม่สำเร็จ แล้วต้องแต่งงาน...ท่านประมุขไม่ได้พูดเล่นนะเจ้าคะ”

“ใครว่าข้าทำภารกิจไม่สำเร็จกัน” เสียงหวานเอ่ยถามกลับด้วยน้ำเสียงเนิบช้าและสบายใจ

จินหมิงที่หันกลับมาก็พบรอยยิ้มชัยชนะประดับอยู่บนใบหน้างามที่ยามนี้ระบายมันออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง พร้อมกับเสียงโวยวายจากทิศทางที่เพิ่งจากมาซึ่งค่อย ๆ ดังขึ้น

“ทูลรัชทายาท นักโทษถูกสังหารจนหมดแล้ว!” ทหารนายหนึ่งตะโกนดังขึ้นมา

จินหมิงที่ถูกตลบหลังอ้าปากคล้ายจะพูดอะไรแต่แล้วก็หุบลงอยู่สองสามรอบ ดวงตากลมของนางจ้องมองคุณหนูของตนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา “ท่านฆ่าไปกี่คน”

“พวกมันมีกันกี่คนเล่า” หยินหลินยิ้มอย่างสบายใจก่อนจะเดินผ่านจินหมิงแล้วตบบ่านางเบา ๆ เป็นการให้กำลังใจ

คนอย่างนางพลิกแพลงสถานการณ์ได้ตลอดเวลา อย่างการที่นางฟื้นจากความตายมาใช้ชีวิตใหม่ได้ก็เป็นตัวบ่งบอกตัวตนนางได้เป็นอย่างดี

 

“ไหนเจ้าว่าคุณหนูหยินไม่ได้งดงามเหมือนกับข่าวลือพวกนั้นไง” กู่เว่ยเทียนจิบชาในมือ ขณะนึกถึงดวงตาคู่งามของหยินหลิน

“นางงามสู้เสด็จแม่ไม่ได้สักนิด” คู่สนทนากล่าวแย้งหน้าตาย

“เจ้ากล้าเอาสตรีวัยแรกแย้มไปเทียบกับสตรีที่อายุสี่สิบกว่าได้ไงกัน”

“สตรีอายุสี่สิบกว่าที่พูดถึงคือมารดาของแผ่นดินนี้นะ” รัชทายาทหยางหงเยี่ยนขำเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของสหาย

“แต่คุณหนูผู้นั้นงามล่มบ้านล่มเมืองได้สบายเลยนะ ตั้งแต่เริ่มสนใจสตรีมาข้ายังไม่เคยเห็นใครที่งามขนาดนี้มาก่อน” กู่เว่ยเทียนยังคงพร่ำเพ้อ

“หยางซูของข้ายังงามไม่อาจเทียบได้เลยงั้นหรือ” หยางหงเยี่ยนเลิกคิ้วขึ้น เมื่อถามถึงสิริโฉมของน้องสาวตน

กู่เว่ยเทียนเวลาเจอของสวยงามมักจะชอบเอ่ยชมไม่ขาดปาก ส่วนเรื่องของรูปโฉมสตรี ก่อนที่เขาจะมาเจอหยินหลิน บุคคลที่รองแม่ทัพหนุ่มแต่งตั้งไว้ให้งดงามที่สุดก็คือองค์หญิงหยางซู

“คุณหนูหยินน่ะดูงดงามแฝงอันตราย ส่วนองค์หญิงหยางซูน่ะงามน่าชม เจ้าคิดดูนะสตรีที่ไหนจะทำการสังหารหมู่โจรป่าทั้งหมดได้โดยที่พวกเราไม่ทันได้รู้ตัว เจ้าคิดว่านางมีวรยุทธ์ระดับใดกัน”

“แล้วจินหมิงเล่า เจ้าคิดเห็นอย่างไร” รัชทายาทดึงสตรีคนที่สามเข้ามาเกี่ยวเพื่อปัดเรื่องของโฉมงามออกจากตัว แต่เพียงแค่ชื่อขององครักษ์ของหยินหลินถูกเปล่งออกมา สหายที่เคยคุยจ้อก็กลับไปมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอีกครั้ง

“ฮ่องเต้จะกลับมาถึงเมื่อไร” รองแม่ทัพหนุ่มเปลี่ยนเรื่องทันควัน

หยางหงเยี่ยนลอบขำกับท่าทางไปไม่เป็นของสหาย แต่ก็ตัดใจเลิกแกล้งแต่โดยดี

“คาดว่าคงใกล้จะมาถึงแล้ว”

ย้อนไปเมื่อสองวันก่อน ทางค่ายได้รับจดหมายลับจากคนของหุบเขาเหมันต์ มันเป็นจดหมายจากประมุขหยินที่ส่งตรงมาให้กับฮ่องเต้ที่เดินทางมาตั้งค่ายอยู่แถวนี้พอดี ใจความในจดหมายเขียนไว้ว่าจะมีเด็กน้อยสองคนมาที่ค่าย อาจจะวุ่นวายไปหน่อยแต่ฝากดูแลพวกนางด้วย

ดังนั้นพอเจอกับความวุ่นวายหลังจากจับโจรได้ในวันนี้ หยางหงเยี่ยนก็ไม่ค่อยจะแปลกใจเลยว่าใครกันที่มาเยือน ที่เขารู้เรื่องทั้งหมดก็เป็นเพราะฮ่องเต้ได้ฝากเรื่องของหยินหลินให้เขาดูแล ส่วนตัวเสด็จพ่อได้เลือกที่จะเดินทางไปหาประมุขหยิน

แต่เรื่องอื่นที่รัชทายาทไม่ได้เตรียมพร้อมก็คือ...เขาไม่คาดคิดว่าตนเองจะได้พบเจอกับโฉมงามที่มีใบหน้าตราตรึงใจเท่ากับหยินหลินมาก่อน ดวงตาคมของนางรับกับโครงหน้าเรียวสวย ร่างกายก็ได้เติบโตขึ้นมีทรวดทรงแบบสตรีสมวัย แต่ถึงจะงดงามอย่างไร รัชทายาทอย่างเขาก็ต้องแสดงท่าทีสุขุมออกมาไว้ก่อน

ทว่าอีกอย่างที่เขาไม่ทันคิดอีกข้อ ก็คือความเลือดเย็นของหยินหลิน นางสามารถสังหารโจรป่าเหล่านั้นทั้งหมดโดยที่ไม่ได้กะพริบตาเสียด้วยซ้ำ ลงมือว่องไวและเฉียบขาดปราศจากเมตตา น่านับถือหากเป็นนักฆ่าด้วยกันเอง แต่ทว่าตามสายข่าวที่เขารู้เกี่ยวกับนาง หยินหลินเก็บตัวอยู่ในห้องหอฝึกปรือด้านการเป็นกุลสตรีแบบชาววัง แต่ไฉนเมื่อเจอนางในวันนี้ นางไม่ต่างอะไรจากนักฆ่าฝีมือดีจากหุบเขาเหมันต์เลย

งดงามแต่ร้ายกาจ ช่างเป็นบุปผาที่เต็มไปด้วยหนามพิษเสียจริง

 

------------------------------------------------------------- 

เปิดจองรูปเล่ม "โฉมงามมารร้าย"  

ราคา 580.- บาท 

สั่งภายในวันนี้ - 5 ก.ย ฟรีค่าจัดส่ง และแถม Magnet 

 

 

 

สามารถสั่งซื้อผ่านไรท์ได้ทางข้อความหรือทิ้งความเห็นตอบกลับเอาไว้ และที่เพจ "Agitator K." 

หรือสั่งซื้อโดยตรงกับทางสนพ. ได้เลยที่เพจ "FeiHui-Books" 

*จะทำการจัดส่งประมาณกลางเดือนกันยายน 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น