email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 35 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2563 23:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 35 {100%}
แบบอักษร

 

“ไม่เจอกันนานเลยนะคะ พี่นินาว”  

“!” ฉันหันขวับไปตามเสียงแหลมที่เอ่ยเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและฉันก็เจอผู้หญิงคนที่เคยทำร้ายจิตใจฉันอย่างน่ารังเกลียดยิ่งคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาฉันก็ยิ่งเกลียดเขาคนนั้นเพิ่มมากขึ้น  

“ฮึ ยังหยิ่งเหมือนเดิมเลยนะคะ ริสาพูดด้วยก็ไม่พูดด้วยหรือเป็นใบ้ไปแล้วคะ” 

หล่อนยืมกอดอกมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า คิดว่าเธอทำได้คนเดียวงั้นหรอ ฉันเลยขยับไปยืนตรงหน้าหล่อนก่อนจะมองในแบบที่เธอมองฉัน และความสูงของฉันก็มากกว่าหล่อนถึงแม้ว่าจะใส่ส้นสูงนางก็ยังดูเตี้ยเหมือนเดิม คงจะคิดว่ากลับมาเจอกันแล้วฉันจะเหมือนเดิมสินะคือปั่นหัวได้ง่ายๆ แต่ซอรี่นะจ๊ะคุณน้องนั่นมันอดีตต่างหากหละ 

“แล้วแต่น้องริสาจะคิดเลย พี่ขอตัวก่อนนะคะ พอดีอยู่แถวนี้แล้วรู้สึกอากาศเป็นพิษต่อสุขภาพ เดี๋ยวจะทำให้ร่างกายทรุดได้” ฉันเหยียดยิ้มหวานให้หล่อน แต่ดูเหมือนว่าริสาจะสะดุดไปนิดหนึ่ง คงเพราะไม่คิดว่าคนอย่างฉันจะกล้าด่าแบบนี้ ฮึ ฉันหนะใครดีมาดีกลับส่วนใครตอแหลมาตอแหลกลับไปโกง ที่เมื่อก่อนไม่พูดเพราะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร  

“หรอค่ะ ริสาว่าอากาศมันก็ปกตินะคะสงสัยพี่นินาวจะแก่แล้วเลยสุขภาพไม่ดีเท่าไหร่” หนอยๆ มาหาว่าฉันแกงั้นหรอ ฉันยืนนิ่งมองหน้าเธอ ฮึ เมื่อก่อนก็สวยอยู่หรอกนะแต่ตอนนี้มันกลับน่าเกลียดไปแล้วหละ เวลาผ่านไปนึกว่านิสัยมันจะดีขึ้นคิดได้ แต่นี่อะไรนิสัยยังไม่เปลี่ยนคงเป็นจากสันดานแล้วหละมั้ง นางเห็นฉันนิ่งไปคงคิดว่าฉันโกรธหละสิ แต่เสียใจนะแม่ไม่ได้โกรธแต่กำลังอยากจะตั๊นหน้าคนแค่นั้น 

“สุขภาพพี่ก็แข็งแรงดีร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ แต่พี่เป็นห่วงสุขภาพน้องริสามากกว่านะกลัวว่าจะไปติดโรคกับใครมาแล้วไม่รู้ตัว” ฮึ ตอนนี้นางเริ่มจะปรี๊ดแตกแล้วสินะ ท่าทางยืนจ้องหน้าฉันนิ่งๆพร้อมกับกำหมัดแน่นขนาดนั้น ฉันไม่สนใจท่าทีของนางก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากตรงนี้แต่ก็มีบางประโยคจากหล่อนที่พูดออกมาทำเอาฉันควันออกหูอย่างช่วยไม่ได้ 

 “ริสาได้ยินข่าวมาว่าพี่นินาวท้องตอนเรียนด้วยนี่คะ” ฉันหันไปอย่างรวดเร็วกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อสักครู่ นางเหยียดยิ้มเป็นต่อฉันอีกครั้ง คงจะคิดว่าฉันจะปรี๊ดแตกเหมือนหล่อนสินะ ไม่มีทางที่ฉันจะหลงกลนาง อยากจะพูดอะไรก็เชิญเพราะไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว แต่ถ้าหล่อนยังกล้ามายุ่งวุ่นวายกับฉันอีกบอกได้เลยว่าหน้าที่การงานที่หล่อนกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ได้หายวับไปกับตาอย่างแน่นอน 

“ก็ตามที่น้องริสาได้ยินมานั่นแหละคะ เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายปีแล้วพี่ดีใจนะเนี้ยที่น้องริสายังติดตามข่าวสารของพี่อยู่ตลอดเลย แถมตอนนี้พี่ก็เรียนจบมาแล้ว มีการมีงานทำ ไม่ได้ต้องกระเสือกกระสนดิ้นดิ้นมาเหมือนใครบางคนที่กลัวตัวเองจะเรียนไม่จบเพราะมัวแต่เอาเวลาไปยุ่งกับผัวชาวบ้านเขา”  

“ริสาไม่เคยแย่งผัวใครก่อนนะคะ อีกอย่างทั้งแรดทั้งร่านแบบพี่นินาวเนี้ยผู้ชายเขาก็ไม่เอาหรอกค่ะ คบอยู่กับพี่ฟิวเจอร์แต่กลับไปท้องกับพี่ฟิล์มซะงั้น” แสดงว่าข่าวเกี่ยวกับฉันเมื่อหลายปีก่อนก็คงมาจากนางสินะที่ป่าวประกาศบอกคนอื่นไปทั่ว 

 “พี่เป็นคนแบบนั้นจริงๆหรอคะน้องริสา ” ฉันทำหน้าแอ็บใสซื่อมองหล่อนไปก่อนจะกดยิ้มมุมปากแล้วสวนกลับไปไม่ให้เธอได้พูดอะไรเสื่อมๆออกมาจากปากของหล่อน 

 “แต่พี่ว่าพี่ก็คงเอาสันดาน อุ๊ยไม่ใช่สิใช้คำผิดไปหน่อย นิสัยมาจากน้องริสาไงค่ะ จับปลาหลายมือไง สุดท้ายก็หลุดไปหมดจนไม่มีเหลือ”  ฉันพูดจบก็ยิ้มหวานละลายใจไปให้หนึ่งครั้งยัยน้อง ริสาแอ็บแตกนั่นเอาแต่ยืนกำมือตัวเองแน่น มองฉันด้วยสายตาที่อาฆาตแค้น แต่นางก็คงทำอะไรไม่ได้ 

“พี่นินาวยังไม่รู้สินะคะว่าริสากับพี่ฟิวเจอร์เรายังคบกันอยู่ แถมเรายังรักกันมากด้วยจนไม่มีที่ว่างสำหรับของเก่าให้เข้าวุ่นวาย” ฮึ สุดท้ายก็เผยสิ่งที่ต้องการจะข่มฉันออกมาแล้วสินะ ความจริงฉันก็เจอริสาตั้งแต่เข้ามาในร้านแล้วนะ เหมือนหล่อนจะมากับเพื่อนของเธอ ช่างเรื่องหล่อนไปเหอะ มาสนใจเรื่องที่เธอกำลังจะพูดต่อดีกว่า ฉันเลยยืนนิ่งฟังหล่อนพล่ามโดยไม่ห้ามปรามปล่อยให้นางได้ใจไปก่อน 

“อ้าวหรอคะ พี่ดีใจด้วยนะคะก็เหมาะสมกันดีนี่น่าเหมือนผีเน่ากับโลงผุ แถมหญิงก็ชั่วชายก็เลว ! เข้ากันดีจะตายไป แต่พี่แนะนำอะไรหน่อยนะคะ น้องริสาก็พยายามล่ามคนของน้องเอาไว้ดีๆหน่อยนะ เพราะพันธุ์นี้ถ้ามันหลุดออกไปได้เมื่อไหร่ มันจะไม่กลับมาหาน้องเลยนะคะ พี่นาวคนนี้กลัวน้องริสาเสียใจ เป็นบ้าไปเลยเพราะสุดท้ายแล้วก็ไม่มีผู้ชายเขาเอาสักคน!” 

“แก! อีนินาว!” ฉันคงไปพูดกระแทกใจดำเธอเข้าแล้วหละสิ เพราะตอนนี้ดูเหมือนนางฟิวจะขาดลงแล้วกำลังจะยกมือหมายจะมาตบฉัน แต่ใครสนกัน ยิ่งเห็นแบบนี้ฉันยิ่งสะใจชอบกล ฮึ ดิ้นให้มากๆเลยนะเพราะนับจากนี้ต่อไปมันจะเป็นการเอาคืนล้วนๆ   

“นินาว!” 

“พี่ฟิวเจอร์” ดูเหมือนบุคคลที่ฉันจะไม่อยากเจอมากที่สุดก็โผล่หัวมาโดยไม่ได้เรียกร้องหรือรับเชิญแต่อย่างใด วันนี้มันเป็นวันซวยอะไรก็ไม่รู้ ต้องมาเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ไม่จบไม่สิ้นสักที 

“เธอจะทำอะไร นินาว ห่ะ!” เขาก้าวเข้ามายืนบังร่างฉันไว้ก่อนจะจ้องริสาด้วยสายตาน่ากลัวๆ จนฉันรู้สึกเสียวสันหลังกลัวแทนนางเลย เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับคนอย่างเขาที่นิสัยเสีย น่ากลัวเสียยิ่งกว่าอะไร ฮึ คงจะเคยเจอแค่ตอนที่เขาพูดจาหวานใส่หละสิ ถึงได้มีท่าทางกลัวสะขนาดนั้น  

“ริสาเปล่าทำอะไรนะคะ พี่นินาวมาว่าริสาก่อนเอง” ฉันกรอกตาไปมาพร้อมกับดูการแสดงของเธอต่อ อยากจะรู้เหมือนกันว่าหล่อนจะมาไม้ไหนและฟิวเจอร์จะเชื่อนางมากกว่าฉันไหม  

ฉันเลยยืนเงียบอยู่หลังเขาไม่พูดอะไรออกไปสักคำ ไม่เดือนร้อนอะไรมากมายกอดอกมองยัยน้องริสา แต่ดูเหมือนว่าคนที่เข้ามาใหม่จะดูเป็นเดือดเป็นร้อนแทนฉันมากกว่าอีก เหอะอะไรมันจะขนาดนั้น เมื่อก่อนไม่เห็นจะเป็นแบบนี้เลยสักครั้ง มาเกิดสำนึกอะไรเอาป่านนี้ 

“ฉันเคยบอกเธอไปว่ายังไง ห่ะ ยังจำได้อยู่ไหม” เขาหันมามองฉันด้วยสายตาหวานเชื่อมก่อนจะหันไปพูดกับริสาด้าวยท่าทางจริงจังและน่ากลัวกว่าเมื่อกี้อีก 

“…..” คราวนี้เป็นหล่อนที่เงียบแทนไป และที่ฉันสงสัย เขาเคยบอกอะไรกัน ฟิวเจอร์เคยบอกอะไรหล่อนงั้นหรอ ทำไมนางทำหน้ากลัวๆ ไม่ได้หยิ่งผยองเหมือนเดิม 

“จำเอาไว้ว่าถ้ายังมีครั้งต่อไป อนาคตในวงการนางแบบเธอเป็นอันจบสิ้นแน่!” ฉันยืนเงียบอยู่นานก่อนจะพูดขึ้นให้หล่อนหน้าม่านไปอีกครั้งก่อนจะออกไปจากตรงนี้ เพราะคนเริ่มที่จะหันมามองแล้ว 

“ทำไมคุณไปพูดแบบนั้นกับแฟนตัวเองหละ” ฉันพูดขึ้นจนทั้งสองคนมองหน้า คนหนึ่งมองด้วยอาการอยากเข้ามาตบฉันให้ได้ ส่วนอีกคนก็ทำหน้าตาเอ๋อๆ แล้วไงแน่จริงเข้ามาตบเลยสิต่อหน้าผู้ชายทำเป็นแอ๊บเรียบร้อย ฮึ ตอแหลสิ้นดี  

“ใครแฟนฟิวเจอร์กันไม่มีนี่ครับ ฟิวเจอร์โสด” 

“อ้าวก็น้องริสาบอกว่าคุณคบกับเธอตั้งแต่เมื่อ ห้าปี! ที่แล้วจนถึงตอนนี้” ฉันเน้นคำว่าห้าปีที่แล้ว ทำให้ฟิวเจอร์หันไปมองหน้าริสาด้วยสายตาที่น่ากลัว จนเธอตัวสั่นไปหมด ฉันรู้อยู่แล้วว่ายังๆวันนี้ก็ต้องเกิดเรื่องขึ้น แต่ฉันไม่ได้สนใจทั้งสองคนหรอกนะ เพราะที่ฉันให้ความสำคัญที่สุดคือ นิสสันกับจัสมินเท่านั้น 

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะนินาว! ผมรักคุณคนเดียวนะ ไม่มีใครเลยนะ รอนินาวคนเดียวมาตลอดจนถึงตอนนี้ ส่วนคนอื่นไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับฟิวเจอร์หรอกนะ ส่วนเธอเราไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันนานเป็นชาติแล้วยังจะตามมาหาเรื่องนินาวอีก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องในอดีต” ฉันเห็นริสายืนกำมือแน่น ก่อนจะเดินออกไปทันที ส่วนคนร่างหนาหน้ามึนก็ขยับเข้ามาใกล้ฉันก่อนจะทำตาละห้อยมาให้ 

“นั่นมันก็เรื่องของคุณ! ไม่เกี่ยวกับฉัน ใครสะเออะ บอกให้รอไม่ทราบ”  

“ไม่เอานะนินาว อย่าทำอย่างนี้แค่นี้ผมก็จะเจ็บตายอยู่แล้วนะ จะโกรธอะไรนักหนา” ฉันตวัดสายตามองเขาทันที กล้าพูดออกมาได้ยังไงสรุปนี่ฉันผิดงั้นหรอ ! เขาพูดออกมาแบบนี้แล้วมันยิ่งเพิ่มความโกรธสุมเข้าไปในใจมากยิ่งขึ้นก่อนที่ฉันจะเอ่ยปากตอกกลับไป 

“โกรธอะไรงั้นหรอ! สรุปฉันเป็นคนผิดว่างั้นเถอะ ไม่ว่าจะเรื่องตอนที่อยู่ที่ผับ หรือเมื่อห้าปีก่อนงั้นหรอ ที่ฉันอยู่ในสภาพแบบนี้มันเพราะใครกันหละ ไม่ใช่คนเลวบางคนมันนอกใจฉันไปหาคนอื่นทั้งๆที่ยังคบกันอย่างนั้นหรอ พอฉันจะทำบ้างกลับหาว่าฉันร่านไปหาคนอื่น โยนความผิดไปให้คนอื่น ไม่เคยฟังใครทั้งนั้น คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์รวมของโลกหรือไง !  ” 

“………” 

“แล้วไอ้คำพูดคำจาแบบนี้หนะหรอที่บอกว่ารักฉันมาโดยตลอด ฮึ  มันไม่ใช่ความรักหรอกนะเขาเรียกว่า เห็นแก่ตัว! มากกว่า” 

พพระเบิดอารมณ์เสร็จฉันก็เดินออกมาจากตรงที่เขายืนอยู่ทันที ถามว่าเกลียดไหมในใจมันก็เกลียด ถ้าถามว่ายังรักอยู่ไหม อันนี้ฉันยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะถ้าจะให้กลับไปรักเขาแล้วเสียใจมากเมื่อเมื่อก่อนฉันขอแค่เพียงกับลูกแบบนี้ดีกว่า  

ฉันเดินกลับเข้าไปที่โต๊ะเพื่อที่จะลาพวกพี่ๆเขาก่อนเพราะมันทานอะไรไม่ลงแล้วและยังไม่อยากจะเห็นหน้าคนนิสัยเสียพันธุ์นั้นให้พาลอารมณ์เสีย ทั้งๆที่ฉันไม่ใช่คนขี้โมโหแบบนี้หรอก ทั้งหมดมันเพราะเขาคนเดียว พอเดินออกมาจากร้านอาหารเสียงโทรศัพท์เครื่องบางของฉันก็สั่นขึ้น ครืด ครืด ครืด  

“ฮัลโหล ว่าไงอายย์” ฉันกดรับแล้วพูดกรอกเสียงลงไป พยายามข่มอารมณ์ของตัวเองให้เย็นลงด้วย 

(นาวอยู่ไหน อายย์มาหาที่บ้านก็ไม่เจออ่ะ) 

“นาวอยู่ร้านอาหารกำลังจะกลับพอดี ว่าแต่อายย์มีอะไรหรือเปล่าถึงได้ไปหาที่บ้าน” 

(อายย์คิดถึงหลานๆเลยแวะมาเล่นด้วย แล้วก็มีเรื่องจะบอกนาวด้วย) บอกฉันงั้นหรอ เรื่องอะไรอ่ะ บอกเลยว่าถ้าเพื่อนคนนี้บอกว่ามีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับฉันแล้ว มันจะเดายากมาก 

“โอเค งั้นเดี๋ยวนาวรีบกลับบ้านแล้วกัน” 

(โอเค ขับรถดีๆนะคุณแม่) ฉันยิ้มให้กับสรรพนามที่เพื่อนเรียก 

“ จ้า”  

วางสายจากอายย์เสร็จ ฉันก็เดินตรงไปที่รถยนต์ของตัวเองทันที โดยไม่ได้สนใจใครบางคนที่เอาแต่ยืนหน้านิ่งอยู่ตรงหน้า ถึงหน้าจะนิ่งขรึม แต่แววตาของเขากลับไม่นิ่งเอาซะเลยออกจะแสดงความรู้สึกผ่านแววตาเป็นการบอกกรายๆว่าตัวเองช่างน่าสงสารนัก ฮึ พวกผู้หญิงที่อยู่ในร้านก็คงจะคิดว่าฉันใจร้ายกับเขามาก แต่พวกหล่อนไม่รู้เลยว่าที่ฉันทำอยู่นี่มันยังไม่ถึงครึ่งที่คนอย่างฟิวเจอร์เคยทำกับฉันหรอกนะ แค่นี่มันยังน้อยไป แต่ฉันเลือกที่จะไม่สนใจแล้วเดินตรงดิ่งไปที่รถของตัวเองทันที 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว