vvhvxc

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แก่นแท้ลมปราณขั้นที่เก้า!

ชื่อตอน : แก่นแท้ลมปราณขั้นที่เก้า!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 28

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2562 20:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แก่นแท้ลมปราณขั้นที่เก้า!
แบบอักษร

 

หลังจากที่หยางหยุนเฟิงเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เขาก็ออกจากเมืองไม้ครามลัดเลาะไป

ตามเส้นป่าเขาของดินแดนเหนือ โดยไม่มีการลังเลใจแม้แต่น้อย เมื่อห่างไกลออกไปเขาก็พุ่งทะยาน

ขึ้นท้องฟ้าอีกครั้ง ในตอนนี้เขาไม่สามารถโบยบินได้อย่างอิสระ ทำได้เพียงแค่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า

เพียงครู่หนึ่งเท่านั้น ร่างของเขาพุ่งลับตาไปยังที่ห่างไกล

 

 

หยางหยุนเฟิงเดินทางติดต่อกันหลายวัน เป้าหมายของเขาก็คือออกจากดินแดนเหนือ

แห่งนี้ตรงไปยังดินแดนด้านใต้ สายลมหนาวที่พัดโชยเข้ามาบ่งบอกว่าเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วเรียบร้อย

 

ภายในป่ากว้างใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองไม้ครามเป็นอย่างมาก เขาได้พบกับโพรงถ้ำ

แห่งหนึ่งพอที่จะสามารถอาศัยได้จึงได้ใช้มันเป็นถ้ำแห่งเซียนจากนั้นก็เข้าฌาณเพียงลำพัง

 

 

ก่อนที่เขาจะเข้าสู่ดินแดนด้านใต้เขาก็สมควรที่จะบรรลุขั้นที่เก้าของแก่นแท้ลมปราณ

เสียก่อน

 

หยางหยุนเฟิงมีหินลมปราณมากมาย เขาสามารถเสาะหาเม็ดยาที่มีคุณภาพมาใช้ได้

อย่างมากมายอีกทั้งยังมีเม็ดยารุ้งนภาอีกห้าเม็ด ยาเม็ดระดับนี้เมื่อเขากินเข้าไปแล้วจำเป็นต้องดูด

ซับพลังของมันเพื่อเป็นตัวช่วยในการบ่มเพาะ ดังนั้นเขาจะสามารถกินมันได้ทีละหนึ่งเม็ดเท่านั้น หาก

เขาไม่สามารถดูดซับพลังทั้งหมดจากเม็ดยาได้ เม็ดต่อไปก็ห้ามกลืนลงไปอย่างเด็ดขาด

 

ว่ากันว่าการบ่มเบาะพลังของบุคคลจะเริ่มยากขึ้นเมื่อเข้าสู่แก่นแท้ลมปราณขั้นที่แปด

มันจะอาศัยพลังธรรมชาติที่มากมายมหาศาล ผู้ฝึกตนมากมายจะต้องมีทรัพยากรบ่มเพาะที่มากพอ

สมควรอีกทั้งยังใช้เวลา

 

นั่นทำให้หยางหยุนเฟิงรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง เกรงว่าเพียงห้าเม็ดก็ไม่น่าจะ

เพียงพอสำหรับการเพิ่มระดับ ตันเถียนของเขานั้นหิวกระหายมากกว่าปกติ ต้องใช้พลังธรรมชาติ

มหาศาลในการก้าวเข้าสู่ระดับต่อไป

 

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆในที่สุดก็ผ่านไปหลายเดือน หยางหยุนเฟิงยังคงนั่งอยู่ภายใน

ถ้ำ นั่งขัดสมาธิด้วยความเงียบสงบ กลืนเม็ดยาลงไปและโคจรลมปราณให้ไหลเวียนไปทั่วร่างเข้าสู่

ตันเถียน เขาทำมันอย่างช้าๆทำให้พื้นฐานฝึกตนของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ในการดูดซับเม็ดยาหนึ่งเม็ดหยางหยุนเฟิงต้องใช้เวลาไปกว่าหนึ่งเดือน เสาที่เก้าที่

ขึ้นมาได้หนึ่งในสี่ส่วนบัดนี้ขยับขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

เมื่อเดือนที่ห้าได้มาถึง พลังของหยางหยุนเฟิงก็เหมือนกับไร้ขอบเขต ร่างกายของ

เขาสั่นสะเทือน สายฟ้าสีดำที่เงียบสงบมาโดยตลอดก็ปะทุขึ้นมาเก้าสาย มันหมุนวนรอบตัวหยางหยุ

นเฟิง แกนเสาแก่นแท้ลมปราณทั้งแปดก็เดือดพล่าน

 

“ตามตำราที่เจ้าสำนักมอบให้ข้า ระดับขั้นที่สี่ หก และแปด ของแต่ละขั้นนั้นถือเป็น

จุดตีบตัน ครั้งที่ข้าขึ้นสู่ขั้นที่สี่ในแต่ละขั้น ข้าสูญเสียเม็ดยาไปมากมาย ทั้งจากที่ชูเซินมอบให้ข้า รวม

ถึงเม็ดยาระดับสูงที่เจ้าสำนักมอบให้ข้าเช่นกัน ถึงแม้ว่าข้าจะไม่สามารถระบุระดับของมันได้แต่ว่า

เม็ดยาเหล่านั้นดีกว่ายารุ้งนภาอยู่เล็กน้อย”

 

 

จากที่เขาครุ่นคิดทุกครั้งที่เขาใช้เม็ดยาในการฝึกฝน ประสิทธิภาพของมันก็ยิ่งถดถอย

ลง และเมื่อเขาสามารถเพิ่มระดับไปได้ ความต้องการของตันเถียนก็จะเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัวทำ

ให้การเพิ่มระดับในขั้นต่อไปนั้นยุ่งยากขึ้นไปอีก

 

และเมื่อพึ่งพาเม็ดยาไปมากเท่าไหร่ เขาก็จำเป็นต้องใช้มันมากขึ้นหลายเท่าใน

ระดับต่อไป และมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ติดอยู่ในวงจรเลวร้ายเช่นนี้ไปตลอด

 

และหากเป็นเช่นนั้นเขาก็จะสูญเสียหินลมปราณไปมากมายทีเดียว ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่

เขายอมไม่ได้

 

ยารุ้งนภาทั้งห้าเม็ดได้ถูกหยางหยุนเฟิงกินเข้าไปหมดแล้ว และไม่ว่าพลังของเขาจะ

ก้าวหน้าไปมากก็ตาม เขาก็ไม่อาจที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นสุดท้ายของแก่นแท้ได้

 

เสาที่เก้าโผล่พ้นขึ้นมาสามในสี่ส่วนแล้วทั้งยังส่องประกายสีทองอย่างงดงามอยู่ภาย

ในตันเถียนของเขา มันส่งเสียงกระหึ่มคล้ายกับกำลังเรียกร้องพลังที่มากกว่าเดิมนั่นทำให้หยางหยุ

นเฟิงรู้สึกขุ่นเคืองใจเป็นอย่างยิ่ง

 

 

อีกหนึ่งเดือนผ่านไป หยางหยุนเฟิงได้นั่งเข้าฌานเพียงลำพังกว่าครึ่งปีแล้ว เขานั้น

ไม่มีเม็ดยาอีกต่อไป ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความกังวล อีกนิดเดียวเสาที่เก้าของเขาก็จะโผล่ขึ้น

มาอย่างสมบูรณ์

 

หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี่เขาได้ใช้หินลมปราณในการบ่มเพาะพลังแทนเม็ดยา ถึงแม้มันจะ

ช่วยได้ไม่มากนักแต่เขาก็จำเป็นต้องทำมิเช่นนั้นการกระทำตลอดครึ่งปีของเขาจะสูญเปล่า

 

หากเขาไม่สามารถผ่านจุดตีบตันนี้ไปได้ หากเขาทำให้มันล้มเหลว เสาที่เก้านี้ก็จะ

กลับไปยังสถานะเดิม และเขาจำเป็นต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

 

หนึ่งหมื่นหินลมปราณ

 

สองหมื่นหินลมปราณ

 

สามหมื่นหินลมปราณ

 

.....

 

หนึ่งแสนหินลมปราณ

 

 

“ข้าจะต้องบรรลุไปยังขั้นที่เก้า!” เขากัดฟันมองไปยังถุงสมบัติ ถึงแม้จะเป็นเพียง

เล็กน้อยแต่นั่นก็คือเงินซึ่งเป็นเหมือนชีวิตของเขา หากมีใครได้มาเห็นถึงวิธีที่หยางหยุนเฟิงใช้ในตอน

นี้พวกมันก็คงจะต้องคลุ้มคลั่ง นี่ช่างเป็นการสูญเสียที่ฟุ่มเฟือยยิ่งนัก!

 

หนึ่งล้านหินลมปราณ!

 

หยางหยุนเฟิงกัดฟันแน่นดูดซับหินลมปราณเข้าไปเรื่อยๆ ด้านหลังมีกองหินลมปราณสี

เทาซึ่งถูกดูดซับพลังไปจนหมดอยู่มากมาย พวกมันล้วนไร้ค่าไม่สามารถนำไปใช้อะไรได้อีกแล้ว

 

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานับพันปี มีน้อยคนนักที่จะทะลวงผ่านจุดตีบตันด้วยวิธีการอัน

ฟุ่มเฟือยเช่นนี้

 

อีกหนึ่งเดือนได้ผ่านไป หยางหยุนเฟิงใช้ไปกว่าสิบล้านหินลมปราณแล้ว เสาที่เก้า

ขยับเขยื้อนทีละนิดจนในที่สุดมันก็สมบูรณ์ เสียงกระหึ่มราวสายฟ้าฟาดก็ดังกึกก้องอยู่ภายในจิตใจ สาย

ฟ้าสีดำของหยางหยุนเฟิงสั่นไหวเล็กน้อยจากนั้นก็พุ่งทะยานออกไปทุกทิศทาง

 

สายฟ้าหายไปแล้ว ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังปราณอันมาก

มายมหาศาลก็ถูกเติมเต็มเข้ามาอยู่ในร่างอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

 

เสาที่เก้าสมบูรณ์แล้วทั้งสีของมันยังเป็นสีทอง นี่คือพื้นฐานสมบูรณ์ที่เจ้าสำนักเทพเท

วะพูดถึง พื้นฐานที่หาได้ยากยิ่งของผู้ฝึกตนที่มีพรสวรรค์บัดนี้หยางหยุนเฟิงสามารถสร้างมันสำเร็จแล้ว!

 

 

พลังมากมายเอ่อล้นไปทั่วร่าง สายฟ้าสีดำเปลี่ยนเป็นสีทองหมุนวนไปมารอบกายเขา

อย่างมีชีวิตชีวา สีหน้าของหยางหยุนเฟิงสดชื่นเป็นอย่างมาก แต่ก็มองเห็นถึงหยดน้ำตาที่ไหลรินออกมา

 

กว่าครึ่งชั่วยามได้ผ่านไป เสาทั้งเก้าก็สั่นสะเทือน เสียงกระหึ่มดังกึกก้องอยู่ภายใน

จิตใจอีกเก้าครั้งจากนั้นสีของมันก็ดับลงและปรากฎขึ้นมาใหม่

 

เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่แกนเสาแก่นแท้ลมปราณสีทอง แต่เป็นแกนเสาแก่นแท้ลมปราณเจ็ดสี!

 

 

สายฟ้าสีทองถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างและปะทุออกมาใหม่เป็นสายฟ้าเจ็ดสีที่ทรงพลัง

มันส่งเสียงคำรามไปทั่วบริเวณก่อให้เกิดลมพายุที่โหมกระหน่ำ

 

ดวงตาของหยางหยุนเฟิงถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีทอง ร่างกายของเขาดูเปล่ง

ประกายมากกว่าแต่ก่อนนัก รู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาล

 

 

แก่นแท้ลมปราณขั้นที่เก้า!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น