imagination

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

TaeKim’s เพื่อนไม่จริง [ 2 ]

ชื่อตอน : TaeKim’s เพื่อนไม่จริง [ 2 ]

คำค้น : เต้คิม

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 80

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2562 18:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
TaeKim’s เพื่อนไม่จริง [ 2 ]
แบบอักษร

 

 

 

 

Tae 

“แต่งตัวไปไหน” 

“ไปข้างนอก” 

“กับใคร” 

“เต้! เรื่องของกู” 

“กับใคร!” 

“ไอ่เต้!” 

“กูถามว่ากับใคร!!” 

“เลิกทำตัวเป็นพ่อกูสักที! กูรำคาน!” 

“กูไม่ให้ไป” 

“มึงไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของกู” 

“........” 

“ไม่ต้องมาจับตัวกูถ้ายังใช่วิธีเดิมๆรั้งกูอีกแม้แต่คำว่าเพื่อนกูก็จะไม่ให้มึง” มันขยับตัวถอยหลังทิ้งระยะห่างออกจากผมพอสมควรและแน่นอนพอมันหันหลังจะเดินออกจากห้องผมก็รีบกระชากแขนมันเข้าหาตัวทันที 

“ไอเต้ปล่อย!!” 

“.................” 

“กูเกลียดมึง!! ออกไปจากชีวิตกูสักที!” 

 

 

 

“ชวนแดกตั้งแต่หัวค่ำแบบนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องไอคิม” 

“................” 

“กูโคตรปวดหัวกับพวกมึงเลยว่ะ” 

“............” 

“เป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรอว่ะ” 

“ก็ดี..” 

“นั้นไง!” 

“แต่กูแทบตายเวลาคนมายุ่งกับมัน” 

“...........” 

“กูก็อยากเป็นเพื่อนมันหรอกนะ” 

“............” 

“ถ้าเป็นเพื่อนแล้วหวงได้ก็จะเป็นให้” 

นับว่าเป็นอีกครั้งที่ผมระบายความรู้สึกพวกนี้ให้กับไอตี๋เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผมฟังจริงๆ พวกเรามีเพื่อนกลุ่มเดียวกันอยู่ 5 คน อีกสองคนก็คือบาสกับเตอร์สองรายนี้เล่นเข้าข้างคิมกันสุดจนผมไม่สามารถจะเล่าอะไรให้ฟังได้เพราะประโยคตอกกลับมาก็คือ ‘เป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้ว ไอ่ควายหยุดคิดซะ’ 

 

“ครั้งนี้กูจะไม่บอกมึงว่าให้สู้นะ” 

“เพราะ?” 

“มึงเคยคิดไหมว่าสักวันมึงกับมันไม่เหลือแม้แต่คำว่าเพื่อน” 

“..........” 

“มึงเสียใจแล้วมึงคิดว่ามันไม่อึดอัดใจหรอว่ะ” 

“..........” 

“ถ้าหยุดได้ก็หยุดเถอะว่ะ” 

“กูทำไม่ได้หรอกว่ะ” 

“เพราะมึงไม่เคยคิดจะทำมันต่างหาก” 

“............” 

“ลองดูเพื่อมันและตัวมึงเอง” 

“............” 

“คนอย่างคิมยิ่งตอนมันยิ่งหนี หยุดก่อนที่จะพังกันไปมากกว่านี้” 

ตลอดระยะเวลาปีกว่าๆที่ความสัมพันธ์ของผมกับคิมค่อนข้างบิดเบี้ยวไปจากคำว่าเพื่อน  

คนที่บอกให้ผมสู้ตลอดก็คือไอ่ตี๋และนี่ก็คงเป็นครั้งแรกที่มันบอกให้ผมหยุดเหมือนกับคนอื่นๆ มันคงเหนื่อยหน่ายกับความดันทุรังของผมเต็มทนแล้วมั้งครับ  

แต่พวกมันจะไปรู้อะไร... 

 

ผมปล่อยความคิดให้ลอยไปกับคำพูดของไอตี๋และประโยคของคิมที่เราทะเลาะกันเมื่อเย็นเพราะผมดันไปบังคับไม่ให้มันออกไปตามนัดของมัน ผมรู้ว่ามันนัดใครไว้และเพราะมันดูค่อนข้างจะจริงจังกับน้องเขามากกว่าคนอื่นๆที่ผ่านมาผมยอมไม่ได้เลยเลือกใช้วิธีเดิมๆรั้งมัน 

“กูเกลียดมึง!! ออกไปจากชีวิตกูสักที!” 

ประโยคนี้คงเป็นประโยคที่แรงที่สุดที่ทะเลาะกันมา เหมือนดึงสติให้ผมคิดได้ว่ามันคงอึดอัดกับการมีผมในชีวิตมัน 

หรือจริงๆควรจะหยุดเหมือนที่พวกมันบอกจริงๆสักที. 

ผมเอาคำของไอ่ตี๋มาคิดเพราะจริงๆ ผมไม่เคยคิดแม้แต่จะลองหยุด ระยะเวลาหนึ่งปีกว่ามานี้ทุกพาร์ทในชีวิตผมผมยกให้แค่คิม ผมคิดถึงเรื่องของมันเป็นอันดับแรกเสมอ แต่วันนี้ผมควรลองหยุด ลองพยายามดูก็ยังดี ลองเปลี่ยนอะไรในชีวิต 

และนี่ก็เป็นครั้งแรกในรอบปีกว่าๆที่ผมหิ้วผู้หญิงกลับมาที่ห้องด้วยและแน่นอนว่าก็ยังไม่ได้ถูกใจอะไรกันมากมาย แค่รู้สึกว่าผมต้องหลุดออกจากกรอบที่ผมตีไว้สักที  

ผมตัดขาดกับผู้หญิงทุกคนตั้งแต่รู้สึกกับมันมากกว่าเพื่อน 

“ทำไมวันนี้มึงกลับช้าจัง กูมารอมึงตั้งนาน” และนี่คือสิ่งที่ผมตกใจมากที่สุดก็คือมันนั่งรอผมอยู่ที่ห้อง 

“..............” 

“เดี๋ยวนี้พาผู้หญิงเข้าห้องเลยหรอ?” 

“มีอะไรก็รีบๆพูดมา” ผมเอ่ยถามมันเสียงเรียบเพราะก็อยากรู้ว่ามันมาทำอะไรกันแน่ 

“คุยกันแค่สองคนได้ไหม?” ผมหันไปมองผู้หญิงที่ยืนซบอกผมอยู่ เธอไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกไป นอกจากหันมามองหน้าผม 

“งั้นพรุ่งนี้ค่อยคุยตอนนี้กูไม่ว่าง” 

“ไม่ว่างได้ยังไง!! ก็เห็นอยู่ว่าว่าง!” 

“ก็กูอยู่กับเค้า จะว่างให้มึงได้ยังไง!” 

“มึงก็ให้เค้ากลับไปดิ” 

“คิม มึงเอาแต่ใจ” 

“ก็กูจะคุยตอนนี้!” 

“กูไม่คุย!” 

“กูให้โอกาสมึงครั้งสุดท้าย จะคุยหรืออยู่กับเขา” และนี่คือการยื่นคำขาดของคนเอาแต่ใจแบบมัน ถ้าเป็นครั้งก่อนๆผมคงเลือกมันแบบไม่ลังเล แต่ในเมื่อผมอยากจะลองหยุดผมก็ต้องพยายามเปลี่ยนหลายๆอย่างให้หลุดจากกรอบเดิม ผมโอบผู้หญิงคนข้างๆเดินผ่านมันไป 

ใจแข็งเขาไว้. 

“เต้” 

“......” ผมหันกลับมามองมันอีกครั้ง 

“เอ่อเมื่อตอนเย็นที่กูพูดแรงไป” และอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าจะแพ้ให้กับสายตาแบบนี้น้ำเสียงแบบนี้ 

“กูขอโทษ”  

“เออกลับไปเหอะ” 

เพราะกลัวจะใจอ่อนกลับไปโอ๋มันเหมือนทุกครั้ง ผมตัดสินใจหันกลับไปโอบผู้หญิงข้างตัวผมพร้อมเดินไปเข้าห้องนอนตัวเองไป 

ผมรอเวลาสักพักจนแน่ใจว่ามันกลับออกไปแล้ว ผมก็บอกปฏิเสธเธอไปกลายๆว่าให้กลับไปก่อน ผมไม่ใช่คนดีอะไรหรอกครับ สารภาพว่าถ้าคิมมันไม่ได้มารอที่ห้องเมื่อกี้ ผมกับเธอคงไม่จบที่แยกย้ายกันแบบตอนนี้แน่นอน 

 

 

 

Kim 

“ไอเหี้ยเต้!!!!” 

“โว้ยยยย มึงจะมาโวยวายอะไรที่ห้องกูเนี่ย” 

“กูโกรธมัน!!” 

“ก็ไปด่ามันซิว่ะ นี่มันห้องกู กูจะนอน” 

หลังจากโดนไอเต้ ไล่ออกจากห้อง ผมก็มูพออนมาห้องไอตี๋ซึ่งอยู่ห่างจากห้องไอเต้ประมาณสามห้อง 

“กูไม่อยากด่า เดี๋ยวมันโกรธกูกว่าเดิม” 

“เอ้า! แล้วมาด่ามันกับกูเนี่ยนะ” 

“เขาเรียกระบาย” 

“เออตามสบาย โวยวายไปซะ” ไอตี๋หยิบหูฟังขึ้นมาใส่เพื่อปัดความรำคาน ผมไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นรู้แค่ว่าอยากโวยวายอยากด่ามันให้ถึงที่สุด 

“ไอ่โง่! มึงกล้าเห็นคนอื่นดีกว่ากูได้ยังไง!!” ปาหมอนอิงใส่กำแพงไปหนึ่งที 

“ไอ่เหี้ย! ทำไมมึงไม่ง้อกู!” ปาหมอนอิงอีกอันใส่กำแพง คิดซะว่าเป็นหน้าไอเต้มันแล้วกัน 

“มึงไล่กูออกจากห้อง! เลว!” ปาตุ๊กตาเน่าของไอตี๋ใส่กำแพงจนมันตกลงมาที่พื้น 

“มึงพาคนอื่นเข้าห้องได้ยังไงว่ะ!!!” ผมหยิบทุกอย่างออกมาปาเข้ากำแพงให้หมด แค่รู้สึกว่าต้องปาอะไรออกสักอย่างอยากจะปาความรู้สึกเหี้ยๆในตอนนี้ด้วย 

“มึงจูบเขาทำไม...” และนี่คือสิ่งที่ผมไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น หึยืนจูบกันหน้าห้อง ถ้าไม่หันมาเห็นกูก่อนก็คงได้กันตรงนั้นไปแล้ว! 

 

“คิม” ไอตี๋เอื้อมมือมารั้งผมก่อนที่จะปาโทรศัพท์รุ่นล่าสุดที่เพิ่งถอยมาทิ้ง “ร้องไห้ทำไม..”  ผมตอบคำถามของไอตี๋ไม่ได้ด้วยซ้ำนอกจากส่ายหัวแล้วปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาเรื่อยๆ 

“มึงเนี่ยนะบอกอยากให้มันหยุดรู้สึกกับมึง” 

“............” 

“พอมันทำเข้าจริงๆมึงก็ไปรั้งมันกลับมาทุกที” 

“มึงจะไปรู้อะไร” 

“มึงเหอะ รู้อะไรบ้างหรือยัง” 

 

 

 

 

 

ฝากคอมเมนต์ด้วยนะคะ และเจอคำผิดตรงไหนคอมเมนต์มาบอกกันด้วยน้าา 🙏🏻 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น