เพลินทิวา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 16/2

คำค้น : นิยายรักอ่านสนุก นิยายรักอ่านเพลิน เพลินทิวา เพลินทิวา/ราตรีกาล นิยายฮา ฟิน จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 185

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2562 14:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16/2
แบบอักษร

อิงอุษากลับมานั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือในห้องส่วนตัว หลังจากที่ดูแลคุณยายวันเพ็ญเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็หลบเลี่ยงชานนท์ด้วยการเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง ใช้เวลาจมจ่อมอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง เธอจะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั้งกับชานนท์และศรายุท เธอไม่เลือกข้างใดข้างหนึ่งให้ชัดเจน เหยียบเรือสองแคม รักพี่เสียดายน้องนั่นเพราะไม่สามารถตัดสินใจได้  

ฝ่ายหนึ่งก็เหมือนชายในฝัน ส่วนอีกฝ่ายเคยมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกัน  

แต่ทั้งสองฝ่ายก็มีใจให้เธอและกำลังพยายามทุ่มเทเพื่อเอาชนะใจ หญิงสาวคิดไม่ตกแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือการเขียนบันทึกเลิฟสตอรี่ปีที่ยี่สิบหก ลงน้ำหมึกบนหน้ากระดาษต่อจากบรรทัดสุดท้ายที่เขียนทิ้งไว้ในพาร์ทที่เป็นของชานนท์ 

“วันนี้จูบของเขาเร่าร้อนรู้สึกราวกับจะละลาย คล้ายวิญญาณหลุดออกจากร่าง แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงที่รอยลิปสติกปริศนา” 

นักเขียนสาวมองข้อความแล้วก็เหม่อลอย ความรู้สึกไม่พอใจถาโถมเข้าใส่เธออีกครั้ง หากเขายังทำตัวเจ้าชู้เขาก็ไม่ควรมาจูบเธอ ไม่ควรใช้คำพูดให้เธอคิดไกล ไม่ควรทำให้เธอไขว้เขว ไม่ควรทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนแปลง ไม่ควรเลยจริงๆ อิงอุษาไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังเพ่งโทษไปที่คนอื่นหาใช่เพ่งสำรวจใจตนเอง  

แต่แล้วอยู่ๆ ความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่ในจิตใจ ‘ไปประกาศตัวในโซเชียลของชานนท์เสียเลยดีไหม’ จะได้ไม่ต้องมีใครมาตอแยกับคนของเธอ แต่แล้วอีกใจหนึ่งก็นึกค้าน ‘เขาใช่คนของเธอแน่เหรอ ไม่เคยตกลงอะไรกัน’ 

อิงอุษาหงุดหงิดกับความคิดของตัวเองอยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะมีเหตุผลมากมายแต่ตอนนี้อารมณ์อยู่เหนือกว่าทุกสิ่ง เธอไม่สามารถวางเฉยกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และไม่ต้องการฟังคำอธิบายใดๆ จากชานนท์  

 

หลายวันผ่านไปแล้วที่ชานนท์ต้องทนอยู่กับความรู้สึกโดดเดี่ยว อิงอุษาหลบเลี่ยงเขา เธอไม่เต็มใจจะสนทนา ไลน์ไปก็อ่านแต่ไม่ตอบกลับมา แม้ว่าเธอจะพูดคุยกับเขาบ้างต่อหน้าคุณย่าแต่เธอก็พูดเท่าที่จำเป็น แม้ว่าเขาจะพยายามง้อขอคืนดี พยายามอธิบายความเป็นจริงให้เธออ่านทางไลน์แต่ผลที่ได้ก็ยังคงเหมือนเดิม  

ชานนท์รู้สึกว่าโลกน่าเบื่อขึ้นหลายเท่าตัว เขาไม่รู้ว่าจะง้ออิงอุษาด้วยวิธีใด เพราะนอกจากเธอจะหลบหน้าเขาแล้วคุณย่าก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เข้ามาแทรกกลาง เขารู้ว่าท่านสั่งให้อิงอุษานำสำรับอาหารไปส่งให้ที่บ้านของศรายุท แถมไอ้หมอนั่นยังเข้ามาทิ้งคอมเม้นท์ไว้บนหน้าเฟซบุ๊คเวลาที่เธอโพสต์เรื่องราว ชานนท์ได้แต่เฝ้าติดตามอยู่ห่างๆ ไม่กล้าทำตัวสร้างปัญหาในโซเชียล เขาทำได้แค่กดไลค์ให้สเตตัสใหม่ของเธอเท่านั้นเอง  

แต่แล้วในวันหนึ่งปัญหาระหว่างเขากับอิงอุษาก็ชัดเจนมากขึ้น วันนี้เป็นวันสิ้นปี มีเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ชานนท์ถูกวางตัวไว้ให้เป็นดีเจที่ขึ้นเปิดเพลงในช่วงเคาท์ดาวน์ วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสุดเท่พับแขนเสื้อขึ้นมากองไว้ที่เหนือศอก สวมกางเกงยีนดำยี่ห้อดังใส่รองเท้าหนังคู่ใจ เขาเตรียมตัวออกไปทำงานตั้งแต่ช่วงบ่ายเพราะรู้ว่าที่ร้านอาหารและที่ผับจะต้องวุ่นวายอย่างแน่นอน ชายหนุ่มขนอุปกรณ์ดีเจลงมาวางไว้ที่หน้าบ้านเตรียมจะยกขึ้นไปไว้ที่ท้ายรถ แต่ในขณะที่กำลังจะลำเลียงทุกอย่างอิงอุษาก็เดินออกมาจากภายใน  

วันนี้หญิงสาวแต่งตัวสวยงามจนดูผิดหูผิดตาไปมาก เธอสวมเดรสสายเดี่ยวเส้นเล็กราวกับเส้นสปาเก็ตตี้สีแดงเข้ม อกเสื้อกว้านลึกจนรู้สึกน่าหวาดเสียว ชานนท์ถึงกับตกตะลึงค้างเมื่ออิงอุษาเดินผ่านหน้าออกไปที่นอกบ้าน ชุดที่เธอสวมใส่ดึงดูดสายตาเพศชายได้เป็นอย่างดี เธอเป็นคนผิวขาวเนียนละเอียดเมื่อใส่เดรสสีเข้มดูตัดกับสีผิวจนโดดเด่นสะดุดตา  

“น้องษาจะไปไหนครับ!” ดีเจหนุ่มโพล่งถามเสียงดังอย่างตกใจ 

อิงอุษาหันกลับมานิดหนึ่งสบตากับชายหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยคำ “ษาจะไปธุระค่ะ” 

ชานนท์ขมวดคิ้วยุ่ง ‘เธอปิดบังเขา’ รู้สึกราวกับเป็นคนอื่นขึ้นมาโดยพลัน นี่ใช่คำพูดของคนที่อยู่บ้านเดียวกันอย่างนั้นหรือ ดวงตาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมองตามเรือนร่างของอิงอุษาไป เธอตอบเขาแล้วก็เดินไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ่อน้ำสุดคลาสสิก หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นระส่ำเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่เดินเข้ามา 

ศรายุทปรากฏตัวในสูททักสิโด้สีดำสนิทดูหรูหราตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หมอนั่นคงจะมารับเธอไปงานเคาท์ดาวน์ด้วยกัน ชานนท์คาดเดาแล้วมองตามคนทั้งสองไปด้วยดวงตาฉายแววร้าวราน เขาได้แต่ยืนอึ้งงันทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียว อยากจะทิ้งเครื่องมิกซ์เสียงที่ถือไว้แล้วตรงเข้าไปกระชากตัวเธอกลับมา แต่ก็ทำได้เพียงคิดเท่านั้น สถานการณ์ระหว่างเขากับอิงอุษาคงไม่ดีขึ้นแน่หากเขายังทำตัวเอาแต่ใจแบบเด็กๆ ที่ดูไร้ชั้นเชิง 

ชานนท์กำมือที่ถือกระเป๋าใส่เครื่องเสียงไว้แน่นมองคนทั้งคู่เดินออกไปนอกรั้วด้วยความรู้สึกหลากหลาย เจ็บปวดใจที่อิงอุษายังไปกับอีกฝ่ายทั้งๆ ที่เธอก็แสดงตัวว่ามีใจให้เขา ขุ่นเคืองไม่พอใจกับสายตาที่ฝ่ายศัตรูใช้มองมา ชานนท์ปล่อยให้สายลมเย็นที่พัดผ่านมาช่วยทำให้อุณหภูมิภายในของเขาเย็นลง ร่างสูงยืนนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานหลายนาที เขาแทบไม่หลงเหลือความรู้สึกกระปรี้กระเป่าในการไปทำงาน ทั้งๆ ที่วันนี้เป็นงานปาร์ตี้ใหญ่ส่งท้ายปีที่เหล่าดีเจต้องงัดกลเม็ดทุกอย่างออกมาใช้เพื่อให้แขกในงานประทับใจและสนุกสนานไปด้วยกัน ตรงกันข้ามเขาไม่อยากไปทำงานเลยด้วยซ้ำ เขาอยากจะละทิ้งหน้าที่แล้วขับรถตามสะกดรอยทั้งสองคนไป 

ในใจดีเจหนุ่มยังร้อนรุ่มไม่หยุดหย่อน ราวกับมีเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ ทั้งที่พยายามจะหยุดยั้งความคิดในแง่ร้ายแต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ไม่สามารถทำได้ เขาหยุดความรู้สึกเป็นห่วงอิงอุษาไม่ได้เลย เป็นกังวลถึงความปลอดภัยของเธออย่างมาก คาดเดาจากสัญชาติญาณว่าวันนี้ฝ่ายตรงข้าม ‘ต้องทำมากกว่าการจับมืออย่างแน่นอน’  

ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดวางอุปกรณ์ดีเจลงกับพื้นแล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง สมาร์ทโฟนยี่ห้อดังรุ่นใหม่เอี่ยมติดมือขึ้นมา เขาเดินไปหยุดยืนที่ใต้ร่มเงาของต้นกาสะลองในสวนหย่อมหน้าบ้าน พิมพ์ข้อความส่งไปหาอิงอุษาทางไลน์ 

“ถ้าษาต้องการให้พี่ไปหาโทรมาได้ตลอดเวลาเลยนะครับ พี่จะรีบไปให้เร็วที่สุด… ปาร์ตี้ให้สนุกนะครับ” จากนั้นสติ๊กเกอร์รูปน้องหมาตีหน้าเศร้าก็ถูกส่งตามข้อความไป 

ร่างสูงยืนนิ่งค้างมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างรอคอย แต่ข้อความของเขาก็ยังไม่ถูกเปิดอ่าน ชานนท์พยายามจะส่งข้อความไปอีกหลังจากนั้น แต่ในขณะที่พิมพ์ก็รู้สึกคล้ายมือสั่นไหว ในที่สุดเขาก็ลบข้อความเหล่านั้นทิ้งไป บัดนี้รู้สึกศีรษะหนักอึ้งหรือไม่ก็ไร้เรี่ยวแรงจนเกินกว่าจะแบกรับความรู้สึกอันหนักหน่วงไว้ได้ ชานนท์ทิ้งแผ่นหลังและศีรษะลงกับต้นไม้ที่แข็งแรง ปิดเปลือกตาลงแน่นผ่อนลมหายใจอย่างร้าวราน สายลมหนาวยังคงพัดผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ดอกกาสะลองสีขาวบนต้นร่วงโรยและปลิดปลิวไปตามสายลม กลีบดอกไม้ร่วงหล่นลงบนผืนหญ้าเขียวขจี กลิ่นหอมอ่อนๆ คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เปลวแดดยามบ่ายลอดผ่านกลุ่มใบไม้ลงมาคล้ายเป็นดวงกลมเต้นระริกอยู่บนยอดหญ้าและพื้นดิน ชานนท์นึกอยากจะทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นหญ้าแล้วก้มหน้าลงยกมือขึ้นเสยผมแล้วนวดคลึงขมับที่กำลังเต้นตุบ แต่ก็อดสมเพชตัวเองไม่ได้ 

ราวกับเขากลายเป็นพระเอกมิวสิควีดีโอเพลงอกหักไปโดยปริยาย… 

“โธ่เว้ย!” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น