คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2: ผู้ชายใจร้าย [4]

ชื่อตอน : บทที่ 2: ผู้ชายใจร้าย [4]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2562 13:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2: ผู้ชายใจร้าย [4]
แบบอักษร

 

 “จะจีบกันอีกนานไหม อาหารไม่ได้มีขาวิ่งมาใส่ปากนะ ถ้าไม่กินจะเทให้หมา!” ก้าวเท้าฉับๆ กลับเข้ามาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีรณภพจึงปากไวดูถูกเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ พูดจบก็อุ้มลูกพากลับเข้าไปในห้องครัว 

“น้องเฟื่องโอเคนะครับ พี่ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามันจะไม่ชอบน้องเฟื่องมากขนาดนี้” 

“เฟื่องไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณรันรีบตามคุณภพไปห้องอาหารเถอะนะคะ” หญิงสาวปั้นยิ้ม ผายมือเชิญหนุ่มหล่อไปยังห้องอาหาร ไม่ได้อยู่ร่วมวงด้วยเพราะเห็นจานข้าวถูกวางไว้สำหรับสองคน 

“ไม่ต้องลงมาเสนอหน้าข้างล่างอีก ฉันจะดูแลคุณภพกับคุณรันเอง” 

หญิงสาวอุ้มลูกเดินออกจากห้องครัวสวนทางกับป้าแม่บ้านป้าแกหันกลับมาพูดไล่หลัง แค่มองและฟังเท่านั้นเฟื่องลดาไม่ตอบอะไร อุ้มลูกให้แน่นรีบพาลูกเดินกลับขึ้นไปนอนกลางวัน 

  

“กินสิวะมองอยู่ได้ ไหนว่าร้านนี้เจ้าประจำของมึงไง ออกจะอร่อย ไม่กินก็เรื่องของมึง” รณภพถามเองตอบเองอย่างสบายตาสบายใจมากกว่าทุกวัน เจริญอาหารดีมากต้องเติมข้าวถึงสองครั้งกว่าจะอิ่ม 

“เห็นทีกูต้องพาพ่อกับแม่แวะไปอุดหนุนบ้างซะแล้ว รสชาติอาหารไม่เลวเลย” เขายกมือขึ้นให้สาวใช้เสิร์ฟของหวานเป็นลำดับถัดไป ตักกินไปเกินครึ่งกว่าจะสังเกตว่าเพื่อนสนิทยังไม่ยอมแตะอาหารเหมือนเดิม กำลังจะถามว่ามึงเป็นห่าอะไรมันรู้ตัวก่อนจึงยอมพูดความรู้สึกออกมาหมดโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาถาม 

“ถ้ากูรู้ว่ามึงเกลียดเขามากขนาดนี้กูไม่ซื้อให้แค่เสื้อผ้าหรอก ดูจากการแต่งตัวของเขาแล้วมึงคงจะไม่เคยซื้ออะไรให้เขาบ้างเลยสินะ แล้วที่ให้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยไม่ใช่แค่อยากใช้เขาเลี้ยงลูกให้มึงจนแกโตแค่นั้นเองเหรอ” 

“ออกไปก่อน” 

รณภพสะบัดมือไล่คนในบ้านไม่ต้องการให้ใครได้ยินอะไรไปมากกว่านี้ ป้าอนงค์คล้ายจะไม่พอใจทว่าไม่สามารถขัดคำสั่งของเจ้านายได้จำเป็นต้องก้มหน้าเดินออกไปแอบฟังข้างนอก 

“เขาก็ไม่ได้เลวไม่ได้ร้ายอะไร ถึงไม่ได้รักอย่างน้อยก็น่าจะทำหน้าที่พ่อกับแม่ร่วมกันได้ ไม่ใช่อะไรนิดๆ หน่อยๆ มึงก็ด่าก็ว่าเขา คนเราโดนด่าบ่อยๆ ก็เสียใจเป็นเหมือนกันนะ ทำไมมึงไม่รู้สึกสงสารเขาบ้างวะ” 

“ก็พูดได้สิมึงไม่ใช่กูนี่นา มึงไม่รู้หรอกว่ายัยคนนั้นเป็นแม่ที่แย่มากขนาดไหน มีใครที่ไหนคลอดลูกได้สองเดือนแต่ทิ้งลูกหนีตามผู้ชายไปอยู่ต่างประเทศ สองสามเดือนให้หลังถึงกลับมา เงินก็ไม่มี บ้านก็ไม่มี จะเลี้ยงลูกยังไง ผู้หญิงมีแต่ตัวแถมไร้ความรับผิดชอบแบบนั้นเชิญมึงสงสารเขาไปคนเดียวเถอะกูไม่เอาด้วยหรอก!” 

ศรันย์สะอึกเพราะไม่เคยรู้เรื่องจำพวกนี้มาก่อนจึงทำได้แค่เงียบและฟังมันตวาด “นิสัยแย่ทิ้งลูกให้เพื่อนต้องรับภาระช่วยเลี้ยงตั้งหลายเดือน แล้วที่ระริกระรี้อยากเข้ามาอยู่ในบ้านก็เพราะอยากจับกูไม่ใช่เหรอ! มึงไม่รู้จักนิสัยยัยนั่น ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรไม่ต้องมาทำตัวเป็นคนดีปกป้องผู้หญิงพรรคนั้น กูไม่ซึ้งกับมึง!” 

“ขอโทษ ก็กูไม่รู้นี่หว่าว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น มึงไม่เคยเล่าอะไรให้กูฟังเลย” 

“กูก็เล่าอยู่นี่ไง ต่อไปเวลาจะใจดีใจดีกับลูกกูก็พอแล้ว ไม่ต้องไปเผื่อแผ่ผู้หญิงคนนั้นให้หล่อนได้ใจ” 

รวนใส่ ยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดกระแทกก้นแก้วลงกระทบขอบโต๊ะแรงๆ ทางด้านศรันย์นั้นเขามองตามหลังเพื่อนก่อนจะถอนหายใจหนักหน่วง กลืนข้าวไม่ลงมากกว่าเดิมจึงส่งเสียงเรียกเด็กมาเก็บโต๊ะอาหาร 

ประตูห้องนอนเล็กถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อนด้วยฝีมือของลูกชายเจ้าของบ้าน เฟื่องลดานอนบนพื้นเฝ้าลูกเห็นดังนั้นก็ยันกายลุกขึ้นมองเขา 

“นึกว่าจะกำลังมีความสุขอยู่กับเสื้อผ้าเครื่องสำอางใหม่” เขายิ้มเย้ยหยันพลางเดินเข้ามาแบมือตรงหน้า “ฉันมาเอานามบัตรของไอ้รันคืน มันคงไม่ได้อยากจะให้เธอติดต่อไปให้มันรำคาญสักเท่าไหร่” 

คนฟังสูดลมหายใจเข้าลึกกลั้นหยาดน้ำตา ลุกขึ้นเดินไปหยิบมันออกจากลิ้นชักเล็กๆ มาคืนให้ “เฟื่องยังไม่ได้ดู ยังไม่ได้จำเบอร์ คุณภพไม่ต้องกังวลหรือถามเฟื่องต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกนะคะ” 

“ตีหน้าเศร้าทำไม” 

ก้าวเท้าเข้ามาประชิดกระทั่งแผ่นหลังหล่อนชนกำแพง “คนเขารู้กันทั้งบ้านแล้วว่าเธอนิสัยเลวร้ายแค่ไหน ไอ้รันมันก็รู้แล้ว! สมน้ำหน้าเถอะนะเพราะคงจะไม่มีใครหลงซื้อของฝากมาให้เธออีก” 

“เฟื่องไม่เคยอยากได้ของของคนอื่น ถ้าคุณภพไม่สบายใจ… เอากลับไปได้เลยค่ะ อยู่ที่เดิมเฟื่องยังไม่ได้ถือขึ้นมาเก็บบนบ้าน” 

“ไม่จำเป็น แค่เศษเงินของไอ้รัน อยากจะใส่จะลองกี่ครั้งก็เรื่องของเธอ ร้องไห้ทำไม!” 

ปลายนิ้วแข็งแรงจับปลายคางหล่อนบีบและบังคับให้เงยหน้าขึ้นมามองตนเอง จะได้เห็นชัดๆ ว่าร้องไห้จริงหรือเสแสร้ง 

“คุณภพ เฟื่องเจ็บ…” เอ่ยเสียงแผ่วเบาวอนขอให้เขาปล่อยตนเอง 

“ฉันถามว่าร้องไห้ทำไมเธอไม่ได้ยินเหรอเฟื่องลดา! น่าเบื่อ! อย่าทำตัวน่ารำคาญไปมากกว่านี้ได้ไหม” เสียงตะคอกของรณภพดังกึงก้องไปทั้งห้องนอน “ฉันไม่ได้โง่เหมือนไอ้รันนะที่จะหลงสงสาร ผู้หญิงอย่างเธอร้องไห้ให้ตายฉันก็ไม่สนใจหรอก ถ้าไม่อยากเสียใจไม่อยากทนฟังฉันด่าทุกวันก็เก็บของออกไปจากบ้านหลังนี้เลยสิ! แต่น่าเห็นใจนะเพราะไม่มีที่ไปถึงเกาะแน่นหนึบอาศัยใบบุญของลูก ทนอยู่ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าถูกคนทั้งบ้านเกลียด” 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น