ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 16 บังเอิญเกินไปไหม

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 บังเอิญเกินไปไหม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2562 11:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 บังเอิญเกินไปไหม
แบบอักษร

คาซึยะเริ่มวางแผนขัดขวางเรื่องลอบสังหารฮินาโมริเงียบๆอยู่ในหัว ปัจจุบันเขายังไม่มีอำนาจมากพอที่จะสังหารดันโซได้ และเขาก็เป็นเพียงแค่เด็กสี่ขวบ ใครจะมาเชื่อคำพูดของเขานอกจากครอบครัวญาติมิตรสหาย

 

 

 

แม้แต่รุ่นที่สามก็คงไม่เชื่อคำพูดของเขา อีกอย่างถึงจะรู้แผนการลอบสังหาร โฮคาเงะแม้จะหยุดแผนการได้ แต่จะลงโทษดันโซไหมมันก็อีกเรื่อง มันเป็นสิ่งที่ยุ่งยากเพราะโคโนฮะยังยึดติดระบบชนชั้นสูงอยู่

 

 

 

ดังนั้นการจะสังหารดันโซในตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าโคโนฮะไม่มีชนชั้นสูงเหลืออยู่อันนี้มันก็ไม่แน่ ในอนาคตเขาจะทำให้ชนชั้นสูงผู้ไม่ทำเหวห่าอะไรเลยได้ตายอย่างหวาดผวาให้มากที่สุด

 

 

 

"ไม่สิแค่ใช้เนตรวงแหวนควบคุมพวกมันชั่วอายุขัยชีวิตของพวกมันก็คงพอ"

 

 

 

ในวันพรุ่งนี้กลุ่มตระกูลฮิวงะของฮินาโมริคงออกเดินทาง เขายังคิดอยู่ว่าเรื่องนี้ควรบอกพ่อและแม่ของเขาไหม ? ไม่สิถ้าบอกมีหวังถูกห้ามปรามแน่

 

 

 

"ท่านพ่อและท่านแม่ก็คงเคลื่อนไหวไม่สะดวกภาระหน้าที่ของพวกเขายิ่งใหญ่กว่าเรามากนัก!"

 

 

 

เขาจึงตัดสินใจที่จะทำคนเดียว แต่ก่อนอื่นเขาอยากจะลองปรึกษาอาจารย์โอโรจิมารุในเรื่องนี้ เชื่อได้ว่าเจ้าตัวต้องให้คำปรึกษาแกเขาอย่างแน่นอน เพราะทฤษฎีที่เขากล่าวแนะนำไปนั้นคือสิ่งที่สามารถทำได้จริง แต่ร่างโคลนจะสมบูรณ์แบบก็ต่อเมื่อมีเซลล์ของรุ่นที่หนึ่งซึ่งโอโรจิมารุยังไม่รู้เรื่องนี้

 

 

 

เขาตัดสินใจเดินไปหาโอโรจิมารุที่ห้องวิจัยหลัก แต่พอเขาเข้ามาก็ต้องแปลกใจกับหลอดแก้วขนาดยักษ์ที่กักเก็บร่างกายของมนุษย์ไว้มากกว่าสิบร่าง และมนุษย์ที่ถูกใส่ไว้ในหลอดแก้วทั้งหมดเป็นเพียงแค่ศพเท่านั้น

 

 

 

และหนึ่งในศพเหล่านั้นมีคุชิมารุรวมอยู่ด้วย เขาค่อนข้างตกใจที่อาจารย์ของเขาเริ่มทำการทดลองเกี่ยวกับศพ เดี๋ยวก่อนถ้าเป็นไปตามต้นฉบับลุงซาคุโมะควรออกไปจากหมู่บ้านเพื่อทำภาระกิจระดับเอส

 

 

 

"มีปัญหาให้เราแก้เยอะจริงๆ"

 

 

 

"หืมว่ายังไงคาซึยะคุงมีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า ?"โอโรจิมารุที่กำลังแบ่งก้อนเนื้อของตัวเองเงยหน้ามองคาซึยะด้วยความสงสัย แต่พอเห็นว่าเขาไม่ได้มีท่าทีอะไรกับศพพวกนี้ก็แอบโล่งใจ

 

 

 

"ใช่ผมอยากปรึกษาอะไรอาจารย์สักหน่อย จริงๆแล้วผมพึ่งได้รับข่าวจากภายในมาว่ากลุ่มรากกำลังวางแผนลอบสังหารกลุ่มฮิวงะอยู่..."

 

 

 

"อ่อเรื่องนี้นี่เอง ใช่เห็นว่าดันโซกำลังวางแผนควบคุมตระกูลฮิวงะโดยใช้คำสาปนกในกรงควบคุมความแข็งแกร่งของพวกเขาในบางส่วน แต่ก่อนอื่นเขาต้องลอบสังหารลูกสาวของผู้นำตระกูลฮิวงะ และโยนความผิดนี้ไปให้กลุ่มตระกูลของเธอเพื่อสร้างความขัดแย้งแก่ทั้งสองฝ่ายและตัดกำลังตระกูลใหญ่ทั้งสองตระกูล"

 

 

 

"คราวนี้ถ้าแผนเป็นไปได้ด้วยดี อุจิวะ ฟูคาเสะจะเข้าร่วมกับกลุ่มรากเพื่อทำการกดขี่ตระกูลฮิวงะจนพวกเขาอ่อนแอลง แต่ดันโซนั้นมีแผนซ้อนแผนที่จะควบคุมกลุ่มอุจิวะอีกที เห็นว่าเขาเล็งกำลังเนตรวงแหวนลายแปลกๆของฟูคาเสะอยู่"

 

 

 

'คงจะเป็นเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา ถึงว่าทำไมชายที่ชื่อฟูคาเสะถึงหยิ่งผยองนัก'

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง แล้วอาจารย์สนับสนุนดันโซหรือไม่"คาซึยะแกล้งถามด้วยท่าทางไร้เดียงสา

 

 

 

"มันก็น่าสนใจอยู่ เพราะดันโซบอกว่าถ้าฉันเข้าร่วมแผนการพวกเขาจะให้วัตถุดิบชั้นดี แต่ตอนนี้ฉันไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก"

 

 

 

"วัตถุดิบ ?"

 

 

 

"ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ตอนนี้ฉันได้เนตรวงแหวนรวดลายแปลกๆ มาลองเอาไปดูสิถ้าถูกใจเธอก็เอาไปได้เลย อาจริงสิดูเหมือนการโคลนเซลล์มันไม่มีประสิทธิภาพเลย ฉันอยากลองถามความเห็นของเธอ"

 

 

 

โอโรจิมารุกล่าวพร้อมส่งหลอดแก้วที่กักเก็บดวงตาหนึ่งคู่ ดวงตาทั้งสองมีนัยน์ตาดำลายสีแดงเป็นรูปทรงคล้ายการหมุนของพายุซึ่งเขาไม่เคยเห็นรูปทรงแปลกๆแบบนี้มาก่อน จึงเหล่มองสักเดี๋ยวและทำเต๊ะท่าครุ่นคิด

 

 

 

"เรื่องนั้นหรออืม...อาจารย์ลองใช้เซลล์ที่มีการฟื้นฟูสูงผสมดูสิ ถ้าให้ยกตัวอย่างเซลล์ที่มีการฟูดีที่สุดก็คงไม่พ้นเซลล์ของท่านตาทวดฮาชิรามะ"

 

 

 

"เหตุผลละ ?"

 

 

 

"เรื่องนั้นง่ายมาก ที่อาจารย์ล้มเหลวคงเป็นเพราะทันทีที่ท่านดึงเซลล์ของท่านออกมา มันจะตายในทันที ผิดกับเซลล์ของตาทวดฮาชิรามะที่ยังคงสภาพไว้ได้ ถ้านำเซลล์ทั้งสองมาปรับแต่งให้เข้ากันได้น่าจะเพียงพอที่จะสร้างเซลล์ใหม่"

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง เธอนี่ไม่ทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ ดีมาก ฉันรู้ว่าเธอคงอยากจะช่วยฮิวงะ ฮินาโมริคู่หมั้นของเจ้าใช่ไหม ฉันจะแนะนำวิธีให้เธอเอง"

 

 

 

คู่หมั้น อืมจะว่าอย่างนั้นก็ได้ละมั้งคาซึยะได้แต่เกาหัว แต่แก้มของเขามีสีแดงเล็กน้อยเพราะเคยได้ยินการพูดคุยของพ่อแม่ของเขาและพ่อแม่ของฮินาโมริแล้ว ทั้งสองครอบครัวตกลงที่จะให้เขาหมั้นหมายกัน

 

 

 

แม้การหมั้นหมายจะยังไม่ได้จัดพิธี แต่เขาและฮินาโมริก็มีความรู้สึกที่ดีแก่กัน สำหรับที่โลกเก่าความคิดนี้นี่อาจะถูกมองว่าแก่แดด แต่พอเขาอยู่ที่นี่มาเกือบปีก็เริ่มเข้าใจหลายๆจริง

 

 

 

โดยเฉพาะตัวเขาที่มีความเป็นอุจิวะจึงมีการตอบสนองต่อรักมากกว่าใคร ในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายแฝงเร้นรอบกาย ความรู้สึกของผู้คนในโลกนี้จึงเติบโตมากกวาโลกเก่า

 

 

 

ตอนแรกเขาไม่คิดจะมีความรักกับฮินาโมริก่อนเวลาอันควรเพราะมันอาจขัดขวางเส้นทางของเขา แต่ภายหลังเจอลูกตื้อ การดูแลที่ดียิ่งกว่าภรรยา เธอเป็นห่วงเขาเช็คแคร์เขาตลอดระยะเวลาเกือบปี คนที่โสดมาเกือบสี่สิบปีแบบเขาเจอแบบนี้ไม่หวั่นไหวก็บ้าแล้ว

 

 

 

"แล้วต้องทำยังไง ?"

 

 

 

"หึง่ายมากทำไมเจ้าไม่เข้าไปคุ้มกันเธอโดยตรงเลยละ ด้วยพลังของเธอในตอนนี้จะมีหน่วยรากคนไหนที่จะมีพลังพอต่อต้านเธอได้"

 

 

 

นั่นก็จริงเขาสามารถใช้พลังการสะกดจิตพวกมันได้ตลอดไหนจะมีวิชาไม้และการฟื้นฟูระดับสูง แต่เขารู้สึกสังหรณ์ใจว่าพลังของเขาในตอนนี้นั้นยังไม่เพียงพอ

 

 

 

เขาเหล่มองเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาในหลอดแก้วเล็กน้อยถ้าเขาปลูกถ่ายดวงตานี้ชั่วคราวเขาจะสามารถใช้พลังเทพและซูซาโนะโอได้ไหม

 

 

 

"คงตัดสินใจได้แล้วสินะ เอาไปสินี่ถือเป็นของตอบแทนสำหรับข้อมูลจากนี้ และอย่าเข้ามารบกวนฉันที่นี่ชั่วคราว ฉันจะทำการทดลองทฤษฎีของเธอดู ถ้าการทดลองและวิจัยประสบผลสำเร็จแล้วละก็ฉันจะหาสิ่งดีๆแบบนี้ให้เธออีก"

 

 

 

"ขอบคุณมากอาจารย์โอโรจิมารุ"

 

 

 

คาซึยะยิ้มและรับหลอดแก้วในมือของโอโรจิมารุก่อนจะเดินออกจากห้องไป พอคาซึยะจากไปโอโรจิมารุก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะทำหน้าจริงจังและเริ่มไปหยิบบางสิ่งที่คล้ายหัวใจออกมาและเริ่มทำการทดลองต่อ

 

 

 

ส่วนคาซึยะที่เดินออกจากห้องทดลองและก็มุ่งหน้าไปยังท้องทดลองห้องอื่น พอมาถึงก็ปิดประตูมสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ กัดฟันตัดสินใจอย่างเด็ดขาดและเริ่มควักดวงตาทั้งสองข้างออกมาโดยไม่มีเสียงกรีดร้อง ก่อนจะนำดวงตาของเขาใส่ไว้ในหลอดแก้วใบใหม่ที่หล่อเลี้ยงด้วยเซลล์ของตาทวด

 

 

 

เมื่อจบเขาก็เปิดฝาหลอดแก้วและนำเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาของใครเขาก็ไม่รู้ ยัดใส่เข้าไปในดวงตา ช่างเป็นเรื่องที่น่าแปลกดวงตาในมือค่อนข้างใหญ่กว่าเบ้าตาของเขา แต่พอดวงตาถูกยัดเข้าไปมันก็เริ่มปรับสภาพให้เข้ากับเบ้าตาของเขาอย่างรวดเร็ว

 

 

 

ชั่วพริบตาเดียวเขาก็รู้สึกถึงความมืด ความเจ็บปวด ความแค้น ความรักที่ถูกทำลาย จิตใจที่แตกสลายและสิ่งต่างๆที่เคยผ่านสายตาดวงนี้วิ่งเข้าสู่สมองของคาซึยะ จักระและเซลล์อุจิวะภายในร่างเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

 

 

จักระเริ่มไหลเวียนไปมาทั่วร่างกายอย่างรวดเร็วและส่งเข้าสู่ดวงตาใบใหม่พร้อมกับความทุกข์ตมแห่งอุจิวะที่กระตุ้นสารบางสิ่งในสมองจนคาซึยะกรีดร้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

อ๊ากกกกกกก~!

 

 

 

"ความเจ็บปวดนี้ ความทุกทรมานนี้"

 

 

 

พลังที่หลั่งอยู่ในสมองของคาซึยะเริ่มหลั่งเข้าผสมกับจักระก่อนจะตามมาด้วยพลังแห่งการฟื้นฟูที่ปะทุออกมา เส้นประสาทในตาเริ่มประสานกันและกันอย่างรวดเร็ว คาซึยะที่เคยหลับตาอยู่ตลอดเริ่มเห็นภาพรางๆทีนิดมีนิดจนในที่สุดเขาก็สามารถมองเห็นได้สมบูรณ์

 

 

 

ดวงตาของเขาเริ่มกรอกกลิ้งไปมา เมื่อไม่พบว่ามีสิ่งผิดปกติเขาก็โล่งใจ แต่สักพักคาซึยะก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมา จักระในร่างที่ถูกอัดเข้าสู่ดวงตาจนเหลือเพียงสองในสิบก็ปะทุออกมาจากเซลล์ในร่างกายจนถูกเติมเต็มในชั่วพริบตา

 

 

 

ทว่ามันไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นจักระของเขากำลังเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ตอนนี้เขารู้สึกว่าความรู้สึกด้านหนึ่งและพลังส่วนหนึ่งถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์จนกระทั่งครึ่งชั่วโมงผ่านไปการเพิ่มจักระแบบทวีคูณก็หยุดลงและคงทีอย่างน่าแปลกประหลาด

 

 

 

"ตอนนี้จักระของฉันเพิ่มขึ้นมาถึงสิบเท่าจากเดิม นี่คือพลังในระดับคาเงะ ?แล้วเมื่อครู่ก็คือการเปิดนรกของเนตรวงแหวนหรือไม่? แถมดวงตานี่ทำไมมันช่างคุ้นเคยกับสายเลือดอุจิวะของเรา เป็นเนตรของญาติเราหรือเปล่า ?"

 

 

 

เขาสับสนและเริ่มเดินหากระจกเพื่อดูดวงตาในปัจจุบัน พอเขาได้กระจกก็เริ่มเปิดใช้เนตรวงแหวนในทันที ดวงตาของเขาก็กลายเป็นสีแดงและมีโทมาเอะสามวงโผล่ออกมา 

 

 

 

ก่อนที่เขาจะเริ่มเปิดเนตรวงแหวนอีกระดับ โทมาเอะเริ่มหมุนวนสามรอบก่อนจะแสดงรูปลักษณ์ที่ทำให้คาซึยะรู้สึกสยอง ลายเนตรกระเงาหมื่นบุปผาถูกเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ แถมลายเนตรนี้มัน...มากะทามะทั้งสามเชื่อมต่อกันเป็นวงกลม

 

 

 

"มันลายกระจกเงาหมื่นบึปผาของตาแก่มาดาระชัดๆ เดี๋ยวก่อนทำไมเรารู้สึกเนตรนี้เหมือนเนตรของตัวเองเลยละ !"

 

 

 

ความรู้สึกที่ไม่เข้าใจทำให้คาซึยะได้แต่เกาหัว แต่ตอนนี้เขาเริ่มมีความคิดแปลกๆ ในเมื่อเขาผ่านความทุกข์ตมของอุจิวะและการเปิดนรกแบบบังเอิญไปแล้ว แสดงว่าถ้าเขาใส่เนตรเก่ากลับคืนไม่ใช่ว่าเนตรของเขาจะกลายเป็นเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาหรอกหรอ

 

 

 

เมื่อคิดแบบนั้นเจ้าตัวก็ควักดวงตาออกอีกรอบและยัดดวงตาของตัวเองใส่เข้าไปแน่นอนมันเป็นอย่างเขาคาดไว้ตอนนี้เขามีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาแล้วจริงๆ

 

 

 

แน่นอนว่าลายของเขาค่อนข้างแตกต่างจากปู่ทวดมาดาระ แต่คราวนี้เนตรของเขากลับไปเหมือนของปู่ทวดอีกคนนามว่าอิสึนะที่ยอมมอบดวงตาให้กับตาแก่มาดาระ นี่ไม่ใช่ว่าถ้าเขานำแก้วตาจากเนตรที่เขาได้รับมาจากอาจารย์ผสานเข้ากับดวงตาของตัวเอง

 

 

 

เขาจะมีเนตรนิรันดร์ลายเดียวกับตาแก่มาดาระหรือไม่ ? แน่นอนว่าเขาต้องเริ่มทดลองทันที เขาเริ่มหาอุปกรณ์การแพทย์ในห้องนี้ และเริ่มลงมือผ่าตัดแก้วตา และหลอมรวมทั้งสองเข้าด้วยกันในดวงตาของเขา

 

 

 

พอเนตรทั้งสองประสานเข้าด้วยกันความทุกข์ตมของอุจิวะที่ยิ่งใหญ่กว่าการเปิดนรกครั้งแรกก็มาอีกครั้ง มันมาพร้อมความเศร้าโศก ความเจ็บช้ำน้ำใจ ความชิงชัง ความแค้นที่ฝั่งลึก ที่ผุดออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ

 

 

 

ีราวกับเขาได้ถูกสะกดจิตแบบช้ำๆ ซากๆ ให้เห็นสิ่งที่เขาต้องการปกป้องถูกสังหารและทำลายซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยฝีมือของตัวเขาเองความโกรธแค้นที่ฝั่งลึกภายในร่างกายผุดออกมาก ซึ่งมันมีความคิดหนึ่งที่ดังออกมาจากจิตใจของเขาเอง

 

 

 

ทำไมในอดีตเราถึงถูกทิ้งขว้าง ทำไมเราต้องถูกมองด้วยสายตาแบบนั้น ทำไมต้องมีคนหวังจะทำร้ายเรา กลั่นแกล้งเรา ทำไมฉันถึงไม่ได้ตามหาและฆ่าคนที่ทิ้งเขา ทำไมเราไม่ฆ่า ทำไมเราไม่ทำลายทุกสิ่งให้สิ้นซาก...

 

 

 

นี่คือเสียงกรีดร้องที่เขาได้ยินน้ำตาโลหิตเริ่มไหลรินออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง มันตามมาพร้อมกับจักระในร่างกายที่ปะทุขึ้นอีกละลอกปฏิกิริยาและคลื่นพลังแปลกๆภายในสมองเริ่มหลอมรวมเข้ากับดวงตาของเขา

 

 

 

และทุกอย่างก็เริ่มหยุดลง เว้นแต่เซลล์ทางสายเลือดของเซ็นจูและอุซึมากิที่กำลังถูกกระตุ้นครั้งยิ่งใหญ่มันเริ่มหลอมรวมจนกลายเป็นหนึ่งเดียว แต่เขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้จิตใจที่เคยเต็มไปด้วยความแค้นนั้นหายไปอย่างรวดเร็ว เขาค่อยๆเปิดเปลือกตา

 

 

 

เนตรวงแหวนเริ่มหมุนวนไปมาสามระรอก ระรอกแรกคือเนตรวงแหวน ระรอกที่สองลายวงกลมหนาที่และแบ่งเป็นเส้นสามเส้น ตามมาด้วยการหมุนวนอีกครั้งที่เพิ่มเติมมากะทามะทั้งสามที่มีเส้นสีดำเชื่อมต่อกันเป็นลายตรง พอคาซึยะเห็นลายเนตรในก็กระจกก็ช่วยไม่ได้ที่จะอุทานออกมา

 

 

 

"บ้าเอ้ย! ถึงฉันอยากแข็งแกร่งแบบตาแก่แต่ไม่ใช่ว่าฉันอยากได้ลายแบบเดียวกันแบบนี้!!"

 

 

 

ถึงจะเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์แล้วก็เถอะ แต่เขาไม่ได้รู้สึกยินดีเลยสักนิด ทำไม ทำไมฟ้าต้องกลั่นแกล้งเขาเช่นนี้ หรือเป็นเพราะเขาพูดว่าจะเป็นผีแห่งอุจิวะรุ่นสองหรือไง ?

 

 

 

"เฮ้ออย่าใส่ใจเลยน่าจะดีกว่า มาทดสอบพลังเทพดีกว่า อยากรู้จริงๆว่าเรามีพลังเทพกี่สาย"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น