Pimonpan

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 61

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2562 23:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 2
แบบอักษร

Magic shop

Selena Talk

“คนของเราส่งข้อมูลมาแล้ว” สตีฟยังคงง่วนอยู่กับคอมพิวเตอร์ของเขาเหมือนเช่นทุกครั้ง ก่อนจะหันมาปรายตามองแฟ้มเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของฉัน

“ตระกูลคังสินะ” ฉันเอ่ยเบาๆ ก่อนจะนั่งลงหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดอ่าน

ในแฟ้มมีประวัติของครอบครัว และข้อมูลพื้นฐานของแต่ละคน รวมไปถึงสัญลักษณ์ของวงตระกูล มันได้ได้พิเศษมากมายอะไร เป็นแหวนสีเงินสลักลวดลายเป็นรูปมันกรไว้รอบวงแหวน ฉันเปิดอ่านประวัติของนายเดวิด คัง เขาเป็นมาเฟียเก่าที่เสียชีวิตไปเมื่อ5ปีก่อนด้วยอาการโรคหัวใจกำเริบ เขามีภรรยา1คน ระบุประวัติการหย่าร้างกัน แต่ไม่มีประวัติการสมรสหรือแต่งงานใหม่ ไม่มีประวัติหรือรูปถ่ายของภรรยาเขา คาดว่าคงถูกลบออกจากประวัติวงตระกูลสินะ

“เรายังสืบเรื่องภรรยาของเขาไม่ได้หรือ” ฉันหันไปถามสตีฟ

“ใช่ ตอนนี้คนของเรากำลังตามสืบอยู่” เขาตอบมาแต่นั้นโดยไม่หันมามองฉัน

ฉันเปิดหน้าต่อไปซึ่งระบุถึงข้อมูลบุตรชายและบุตรสาวของเขา เขาอุปการะเลี้ยงเด็กผู้ชายทั้งหมด4คน ซึ่งไม่ใช่ลูกแท้ๆ ไม่มีข้อมูลDNAที่ตรงกัน ไม่เกี่ยวข้องทางสายเลือด จึงตัดเรื่องบ้านใหญ่บ้านเล็กทิ้งไปได้เลย แต่เขามีลูกสาวแท้ๆเพียง1คน ฉันเริ่มไล่อ่านประวัติพวกเขาไปเรื่อยๆทีละคน

 

—Dominic Kang—

สถานภาพ โสด

เกิด XX เดือนXX ปี20XX อายุ 28 ปี

สูง XXX น้ำหนัก XX

การศึกษา มหาลัยXX ประเทศXX

อาชีพ ครูสอนศิลปะ (Freelance)

 

Daniel Kang—

สถานภาพ โสด

เกิด XX เดือนXX ปี20XX อายุ 28 ปี

สูง XXX น้ำหนัก XX

การศึกษา มหาลัยXX ประเทศXX

อาชีพ CEO KANG MODALLING

 

—Jacob Kang—

สถานภาพ โสด

เกิด XX เดือนXX ปี20XX อายุ 27 ปี

สูง XXX น้ำหนัก XX

การศึกษา มหาลัยXX ประเทศXX

อาชีพ ไม่ระบุ

 

—Robert Kang—

สถานภาพ โสด

เกิด XX เดือนXX ปี20XX อายุ 22 ปี

สูง XXX น้ำหนัก XX

การศึกษา มหาลัยXX ประเทศXX

อาชีพ นักศึกษา

ฉันไล่อ่านประวัติบุตรชายของเดวิดคร่าวๆ และพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ จนถึงบุตรสาวของเขา ภาพของเธอที่สายสืบของเราแนบมาให้ทำให้ฉันตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ฉันจ้องมองรูปของเธอที่อยู่ตรงหน้าอย่างต้องการคำตอบ

—Celine Kang—

สถานภาพ โสด

เกิด XX เดือนXX ปี20XX อายุ 27 ปี

สูง XXX น้ำหนัก XX

การศึกษา มหาลัยXX ประเทศXX

อาชีพ Designer

เธอหน้าตาเหมือนฉันเป๊ะๆ แม้กระทั่งทรงผมหน้าม้านั่นเพียงแต่เธอแต่งหน้าจัดกว่าฉันนิดหน่อยเท่านั้น ฉันเหลือบกลับขึ้นไปดูวันเกิดจากประวัติตรงหน้าอีกครั้ง เธอไม่ได้เกิดวันเดียวกันกับฉัน แต่ทำไมเราถึงได้เหมือนกันมากขนาดนี้นะ ฉันเริ่มสับสนและเริ่มกลัวบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะกำลังเกิดขึ้นต่อจากนี่

“ทางรัฐบาลแจ้งข่าวอะไรมาหรือยัง” ฉันหันไปถามสตีฟอย่างจริงจัง

“ไม่ ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ส่งมา ผมรอมันมาเป็นอาทิตย์แล้ว” เขาหันกลับมาตอบฉันด้วยแววตาจริงจังเช่นเดียวกัน

เรื่องนี้มันเริ่มแปลกตั้งแต่เขาส่งอีเมล์นั่นมา แต่ปกติรัฐบาลจะช้ากว่าเขาเพียง2-3วันเท่านั้นก่อนที่เราจะได้รับคำสังให้ติดตามคดีต่างๆ แต่ครั้งนี้กลับเงียบเหมือนรัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ ด้วยทั้งสิ้น

“ฉันว่ามันเริ่มแปลกๆ นายได้บอกคนในหน่วยงานเราหรือยัง”

“ยัง ผมพยายามให้คนของผมตามสืบบางอย่างจากตระกูลนี้ แต่เราไม่พบความผิดปกติที่เกี่ยวโยงกับความมั่นคงของประเทศแต่อย่างใด ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งภายในและผลประโยชน์ของครอบครัวเสียมากกว่า และดูเหมือนเขาจะต้องการให้คุณทำงานนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น” เขาตอบกลับมายาวเหยียด ซึ่งมันเหมือนกับความคิดของฉันในตอนนี้

“เรามีคดีอื่นมาใหม่อีกหรือยัง”

“ไม่ มีเพียงคดีเก่าๆ ที่ทางเราต้องส่งสำนวนและหลักฐานบางอย่างเพิ่มเติมไปให้กับตำรวจเท่านั้น”

ฉันพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเปิดดูแฟ้มประวัติที่อยู่ในมืออีกครั้ง ประวัติชุดสุดท้ายเป็นข้อมูลการเสียชีวิตของนายเดวิด ซึ่งเอกสารชุดแรกดูไม่มีความผิดปกติอะไร จนกระทั่งฉันอ่านไปเรื่อยๆ และพบว่าการตายของเขามันไม่ปกติ ผลชันสูตรก็เหมือนมีอะไรบางอย่างถูกปกปิดเอาไว้ แต่ไม่มีใครเอะใจอะไรบ้างเลยหรือ พวกเขาไม่สงสัยการตายของนายใหญ่ประจำตระกูลที่จู่ๆเสียชีวิตกะทันหันอย่างนั้นหรือ เรื่องนี้มันชักมีกลิ่นแปลกๆ แล้วแฮะ อีกอย่างคือทำไมถึงได้มีผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนฉันอย่างกับฝาแฝดแต่ฉันกลับเพิ่งรู้จักเธอ แม่มีอะไรบางอย่างปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า...

22.00 น.

ฉันเพิ่งกลับมาถึงที่บ้าน แต่ตอนนี้แม่ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ ท่านทำงานเป็นตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาอยู่ที่หน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน หรือไม่ก็ออกพื้นที่ไปตามสถานที่เกิดเหตุต่างๆ ในที่ต่างๆ ถ้าแม่กลับมาที่บ้านเราคงมีอะไรต้องคุยกันยาวเลยแหละ ฉันคว้าแฟ้มประวัติของตระกูลคังที่นำติดตัวกลับมาจากสำนักงานออกจากรถมาด้วยพร้อมกระเป๋าและสำภาระต่างๆ คืนนี้ฉันคงต้องศึกษาประวัติครอบครัวนี้อย่างละเอียดเพื่อให้มีลู่ทางในการติดตามเรื่องราวพวกนี้ต่อไป

ฉันเดินเข้ามาในบ้านวางสิ่งของต่างๆ ลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาใครบางคนที่คิดว่าจะสามารถตอบข้อสงสัยในหัวของฉันได้มากที่สุดในตอนนี้

~~ตู๊ดดดด ตู๊ดดดด~~

ฉันถือสายรออยู่สักพักก่อนจะมีปลายสายกดรับและตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

‘ว่าไงเซลล์ โทรหาแม่คิดถึงแม่อยู่ใช่มั้ย’

“แม่คะ เซลล์มีเรื่องบางอย่างอยากถามแม่ ช่วงนี้แม่จะได้กลับมาที่บ้านมั้ยคะ”

‘น่าจะอีก2-3วันคงได้กลับแล้ว ธุระสำคัญมากมั้ยจ๊ะ คุยก่อนก็ได้นะ’

เมื่อแม่เปิดโอกาสฉันจึงรีรอที่จะถามคำถามที่รบกวนจิตใจฉันมาทั้งวันออกไป แม้จะไม่ได้เห็นหน้ากันแต่ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าแม่มีอะไรปิดบังฉันไว้จริงๆหรือเปล่า

“แม่เคยได้ยินเรื่องตระกูลคังอดีตมาเฟียเก่าที่หัวหน้าแก๊งเสียชีวิตไปเมื่อ5ปีที่แล้วรึเปล่าคะ”

ปลายสายเงียบไปสักครู่ก่อนจะตอบคำถามของฉันด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด

‘...หืม เหมือนแม่จะเคยได้ยินมานะ เซลล์มีอะไรรึเปล่า’

“มีจดหมายจากใครบางคนต้องการให้เซลล์เข้าไปสืบเรื่องของครอบครัวนั้นค่ะ และเขามีลูกสาวที่หน้าตาเหมือนหนูราวกับฝาแฝด เซลล์คิดว่าแม่คงมีบางอย่างที่ต้องเล่าให้เซลล์ฟัง”

“...”

ปลายสายเงียบไปอีกครั้งก่อนจะมีเสียงผ่อนลมหายใจแทรกเข้ามาเบาๆ

“งั้นกลับถึงบ้านเราค่อยคุยกันนะ”

“ค่ะแม่ รักแม่นะคะ”

ฉันกดวางสายก่อนจะนั่งจ้องแฟ้มบนโต๊ะทำงานนั่นอีกครั้ง น้ำเสียงของแม่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาหลังจากฉันพูดถึงครอบครัวนั้น แม่เคยเล่าว่าพ่อฉันเป็นตำรวจและท่านตายในหน้าที่ก่อนที่ฉันจะเกิด จากนั้นแม่ก็ไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับท่านอีก เราไปไหว้ท่านที่สุสานปีละครั้ง ฉันเคยลองถามถึงท่านแต่แม่ก็เหมือนไม่อยากพูดถึงนักเท่าไหร่ฉันเลยคิดว่าแม่คงไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องราวเก่าๆ เท่าไรนัก เราก็เลยไม่ค่อยได้พูดถึงพ่อกันเท่าที่ควร

ฉันเลิกคิดเรื่องพ่อและหันมาเปิดแฟ้มประวัตินั่นอีกครั้ง ในประวัติมีบุคลิกและนิสัยคร่าวๆเพียงเล็กน้อย ฉันอ่านดูและสรุปได้ว่าคนที่น่าจะเข้าหาง่ายที่สุดน่าจะเป็นแดเนียล เพราะนายนี่ติดนิสัยเพลย์บอยหน่อยๆ เขาควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า และบางครั้งเขามักพาผู้หญิงเข้าไปในบ้านหลังนั้นด้วยด้วย ฉันน่าจะพอเข้าไปสืบอะไรในนั้นได้บ้างหากตีสนิทกับเขาได้ แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ฉันหน้าเหมือนน้องสาวเขา หรือฉันจะปลอมตัวเป็นเธอ แต่ระหว่างนั้นฉันจะทำให้เธอหายไปได้ยังไงล่ะ คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวฉัน ฉันนั่งคิดแผนการต่างๆ อยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะได้ยินเสียงแปลกๆ มาจากริมระเบียงห้อง

ฉันค่อยๆ หยิบปืนออกมาจากลิ้นชักก่อนจะลุกเดินย่องไปดูที่ตรงระเบียงอย่างระแวดระวัง ผ้าผ่านสีขาวตรงประตูระเบียงพริ้วไหวเบาๆชวนให้บรรยากาศลุ้นระทึกมากยิ่งขึ้น ใครกันนะกล้าบุกรุกบ้านนายตำรวจ นี่มันเท่ากับหยามกันชัดๆ หวังว่าคงเป็นแค่พวกโจรกระจอกย่องเบาหลงมานะ

~~เพล้งงงงงง~~

“ !!! ”

เสียงกระจกประตูแตกเพราะโดนลูกกระสุนเจาะทะลุผ่านเข้ามาในห้อง พระเจ้า!! นี่มันไม่ใช่โจรกระจอกแล้ว ฉันรีบไหวตัวและหลบอยู่ที่หลังกำแพง ก่อนจะเตรียมตัวตั้งรับกับคนที่กำลังบุกรุกบ้านของฉัน พลางต่อสายหาสตีฟและส่งข้อความให้เขาส่งคนมาช่วย หึ ถึงฉันจะเป็นผู้หญิงแต่ก็ไม่ได้มาเป็นสายสืบของหน่วยงานรัฐบาลเพราะแค่ความสวยอย่างเดียวหรอกนะ มาลองกันสักตั้งดูสิ แน่มากนะที่บุกรุกบ้านฉันได้

มันกระโดดเข้ามาในห้องของฉันก่อนจะเข้ามาเตรียมเข้าประชิดตัวฉัน โจรนี่ถือมีดสั้นขนาดเล็กและพุ่งใบมีดเข้ามาที่ตัวฉันอย่างรวดเร็ว ฉันเอี้ยวตัวหลบทันและเอื้อมมือไปผลักข้อมือของเขาอย่างแรงจนมีดนั่นกระเด็นออกไปค่อนข้างไกล ก่อนที่มันจะชักมีดอีกเล่มออกมาอีก

จากรูปพรรณสันฐานภายนอกที่ถูกอำพรางไว้ด้วยชุดสีดำบวกกับแรงปะทะกับฉันเมื่อกี้ คือเขาเป็นผู้ชาย และดูเหมือนเขาจะออมแรงไว้ ขณะที่เรากำลังต่อสู้กันอยู่ตอนนี้ ฉันไม่รู้เหตุผลที่เขาออมมือให้ฉัน แต่เท่าที่ทำได้ตอนนี้คือถ่วงเวลาให้มากที่สุดเพื่อที่สตีฟจะได้ส่งคนมาช่วยฉันได้ทัน

ฉันถีบหมอนี่กระเด็นออกไปก่อนจะวิ่งหนีเขาออกมาจากห้องนั้นและวิ่งลงไปยังชั้นล่าง เอาวะ!!เล่นวิ่งไล่จับไปก่อนละกัน แต่ฉันยังไม่ทันลงไปถึงบรรไดขั้นสุดท้ายไอ้โจรนั่นก็ปามีดสั้นเล่มนั้นเข้ามาที่ตรงหัวไหล่ด้านหลังฉันอย่างพอดิบพอดี

“โอ๊ยย บ้าชิบ” ฉันสบถเบาๆ ก่อนจะกัดฟันดึงมีดเล่มนี้ออกมาและหลบเข้าไปยังมุมกำแพงของห้องครัว คิดว่าฉันจะยอมเจ็บคนเดียวหรอ ที่นี่บ้านฉัน ไอ้โจรนี่มันจะไปรู้ทุกซอกทุกมุมของบ้านเท่าฉันได้ยัง ไอ้ระยำ

~~ฉึก~~

ฉันปามีดเล่มเดิมกลับไปจากมุมห้องครัวที่หลบอยู่ตอนนี้และมีดนั่นก็เสียบเข้าไปที่ตรงต้นขาของมันพอดีเหมือนจับวาง และตามด้วยมีดทำครัวอีกหลายๆเล่ม แต่ครั้งนี้ไอ้โจรนั่นกลับหลบได้ทัน ก่อนที่ฉันจะรีบวิ่งหนีมันออกจากประตูห้องครัวและหลบไปยังสวนหลังบ้าน

“...อื้อ อื๊อออ อ่อยอั๊นน อื้ออ” อยู่ดีๆก็มีมือปริศนาพุ่งเข้ามาปิดปากฉัน และดึงตัวฉันให้หลบเข้าไปที่พุ่มไม้ในสวน ไอ้โจรนั่นมันยังไม่ออกมาจากบ้านด้วยซ้ำแล้วไอ้นี่มันเป็นใครอีก ฉันตกใจและคิดฟุ้งซ่านต่างๆ ก่อนที่จะมีเสียงแหบพร่ากระซิบลงมาที่ข้างหูฉันจากด้านหลัง

“ถ้ายังไม่อยากถูกไอ้หมอนั่นเก็บ ก็จงอยู่เงียบๆ” น้ำเสียงนั่นกล่าวออกมาอย่างราบเรียบแต่ปนออกคำสั่งเล็กน้อย

“...” ฉันเงียบไปตามคำสั่งนั้นโดยอัตโนมัติและรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อยแต่ก็ยังหวาดระแวงและสับสนอยู่ แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน ฉันไม่เคยได้ยินเสียงนี้ เสียงของเขาไม่คุ้นหูฉันเลยแม้แต่น้อย เขาไม่ใช่คนที่ฉันเคยรู้จักแน่นอน

“คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว มีใครบางคนส่งนักฆ่ามาตามเก็คุณ ถ้าอยากรู้เรื่องทั้งหมดคุณต้องไปกับผมตอนนี้” เขาก้มหน้าลงมากระซิบเบาๆ ที่ข้างหูฉันอีกครั้ง

ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเชื่อคำพูดเขาดีหรือไม่ เพราะอีกไม่นานคนของสตีฟก็น่าจะมาถึงที่นี่แล้ว และเขาก็เป็นคนแปลกหน้าซึ่งฉันก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใครและโผล่มาจากไหน แต่ฉันก็สงสัยในสิ่งที่เขาพูดเมื่อกี้ ใครกันที่ส่งคนมาเก็บฉัน และมีเหตุผลอะไร ความอยากรู้ทำให้ฉันเริ่มตัดสินใจได้เล็กน้อยประกอบกับเซ้นส์บางอย่างของฉันที่รู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้เป็นภัยต่อฉัน

“...” ฉันพยักหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ จากนั้นเขาก็ค่อยๆ คลายมือที่ปิดปากฉัน และคลายอ้อมกอดที่ฉันก็เพิ่งรู้ตัวว่าถูกเขากอดไว้จากด้านหลังเมื่อกี้นี้ ก่อนที่เขาหมุนตัวฉันให้หันหน้าไปทางเขา

“งั้นรอผมตรงนี้ อย่าไปไหน” เขาออกคำสั่งกับฉันอีกครั้งก่อนจะพุ่งตัวออกไปและวิ่งตรงไปยังประตูห้องครัวซึ่งมีไอนักฆ่านั่นโผล่ออกมาพอดี ความมืดทำให้ฉันเห็นหน้าเขาไม่ชัด แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่อะไรบางอย่างก็บอกให้ฉันไว้ใจเขาและรอเขาอยู่ตรงนี้

เขากับไอ้นักฆ่านั่นปะทะกันผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่ไอ้นั่นมันมีอาวุธเขาจะสู้มันได้ยังไงกัน คิดยังไม่ทันจบ ไอ้นั่นก็ตวัดปลายมีดไปโดนที่แขนของเขา ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ ฉันควรทำอะไรซักอย่างสินะ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรฉันก็ได้เสียงรถหลายๆ คันกำลังจอดลงที่หน้าบ้านของฉัน ฉันเดาว่าคนของสตีฟน่าจะมาถึงแล้ว และไอ้นักฆ่านั่นกำลังไหวตัวทันและเตรียมจะหนี ผู้ชายคนนั้นที่เข้ามาช่วยฉันก็เช่นกัน เขาทั้ง2หยุดปะทะกันและต่างคนต่างแยกทางกัน ไอ้นั่นรีวิ่งหนีไปอีกทางและเขารีบวิ่งตรงมายังที่ที่ฉันซ่อนตัวอยู่

“ตอนนี้คนของสตีฟกำลังเข้ามา ถ้าเขาเจอคุณเขาจะไม่ยอมให้คุณไปไหนง่ายๆ แน่ ตอนนี้คุณยังจะไปกับผมอยู่มั้ย” เขาเอ่ยถามเหมือนมีตัวเลือกให้ฉัน แต่ฉันเข้าใจประโยคนั้นเป็นอย่างดี หากฉันไม่ไป สตีฟจะต้องสร้างบริเวณกักกันฉัน และให้เจ้าหน้าที่ตามประกบฉันจนไม่เป็นอันทำอะไรแน่ หรือถ้าฉันอยากสืบเรื่องวันนี้เขาก็จะไม่ปล่อยให้ฉันทำโดยอ้างเหตุผลว่ามันอันตรายและเสี่ยงเกินไป ฉันคิดได้ดังนั้นจึงพยักหน้าตอบเขากลับไปเบาๆ ก่อนที่เขาจะรีบอุ้มฉันส่งขึ้นบนกำแพงบ้านและกระโดดตามฉันขึ้นมา

เราวิ่งหลบหนีออกมาได้สักพักก็ถึงจุดที่รถของเขาจอดอยู่ เราทั้งคู่รีบขึ้นไปบนรถและมีเขาทำหน้าที่เป็นคนขับที่กำลังพาฉันมุ่งหน้าออกไปโดยที่ฉันเองก็ยังไม่ทราบจุดหมายปลายทาง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น