Marionette_doll
Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep.37 : ซ่อนไกลแค่ไหน ก็หาเจอ

ชื่อตอน : Ep.37 : ซ่อนไกลแค่ไหน ก็หาเจอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2562 10:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.37 : ซ่อนไกลแค่ไหน ก็หาเจอ
แบบอักษร

“อัสนีฉันรู้จัก เมื่อก่อนตอนที่สมัยยังตามไปทำงานกับพ่อ ฉันกับเค้าสนิทกัน เล่นกันทุกวันเลยนะ” 

“สนิทกันหรอ จนถึงตอนไหน ทำไมเฮียไม่เห็นรู้เรื่อง” 

“ก็ถึงตอนที่เค้ากับพ่อหายไปอะ ขนาดตอนที่เค้าถูกเฮียแกล้งให้แก้ผ้าวิ่งรอบโรงยิม ฉันยังไปช่วยเค้าอยู่เลย เฮียแกล้งเค้าแรงไปรู้ไหม คาบต่อไปที่เค้าวิ่งวันนั้นอะมีคนมาเรียนต่อ ฉันต้องรีบให้เค้าเข้าไปรอในห้องน้ำแล้วตัวเองวิ่งไปหยิบเสื้อผ้าให้ เฮียนี่มันชั่วจริงๆ” 

“อย่าด่าเยอะ สำนึกผิดไม่ทัน เฮียคิดถึงเธอจังเลย” คนตัวใหญ่ทิ้งตัวลงบนตักของพอใจ แล้วนึกถึงคำสั่งที่ 2 ที่เค้าขอให้อัสนีทำในวัยเด็ก ไม่เห็นจะน่าอายเลย เพราะเป็นเค้าก็กล้าทำ เพราะเค้าไม่ได้ให้ถอดหมดสักหน่อย ยังเหลือกางเกงในให้ใส่อีกตั้งชิ้น 

“แต่เรื่องแค่นี้ไม่นึกว่าจะเล่นกันหนักขนาดนี้” พอใจถอนหายใจออกมา เมื่อฟังเรื่องที่อัคคีเล่าให้ฟัง 

“อย่าเพิ่งกลับไปเชียงใหม่ได้ไหม เอาไว้ทุกอย่างให้เฮียควบคุมได้ก่อน เฮียไม่ไว้ใจอะไรทั้งนั้นอะ แม้แต่คนของเฮียเอง เฮียซ่อนเธอไว้ที่นี่เธอจะปลอดภัย” 

“ไม่ใช่ว่าติดหญิงใหม่หรอกนะ” 

“จะบ้าหรอ ตอนนี้ที่นั่นวุ่นวายจนไม่มีเวลายุ่งกับสาวที่ไหนเลย เฮียต้องแก้ปัญหาที่ไนต์คลับรายวันเลย ไอ้หมอกมันต้องดูแลคุณเมลอีก ช่วงนี้ทำงานคนเดียว ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว จะเอาเวลาไหนไปกุ๊กกิ๊กสาว” 

“เล่าให้ฉันฟังตั้งแต่แรกก็จบ ให้ฉันว้าวุ่นใจตั้งนาน แต่ฉันกับเค้าสนิทกันน่าจะคุยกับเค้าได้นะ” 

“อย่าไปนะ เฮียกับไอ้หมอกดันไปมีอะไรกับแฟนมันตอนนั้น แล้วมันก็ดันแค้นฝังหุ่น สาบานเลยตอนนั้นไม่รู้ว่าแฟนมัน เด็กมันเปรี้ยวอยากเที่ยวกินเหล้า แต่ไม่มีตังค์เลยเอาตัวเข้าแลกเอง ผ่านมาเป็น 10 ปี ยังเก็บเอามาแค้นให้วุ่นวายอีก” 

“ไม่มีผู้ชายดีๆ ที่ไหนเค้าใช้ผู้หญิงเปลืองแบบเฮียหรอก แล้วถ้าเค้ารักของเค้าจริงๆ จะให้ไม่โกรธ ไม่แค้นได้หรอ เฮียผิดเต็มๆ เลยจะบอกให้ งี้แหละนะพวกผู้ชายเจ้าชู้มักหาเข้าข้างตัวเอง” 

“รู้ได้ไงว่าเฮียเจ้าชู้ เฮียไม่เคยรักใครเลย ไม่นับหรอก” 

“90% ของคนที่พูดแบบนี้ ก็เจ้าชู้ทั้งนั้น” 

ประโยคของพอใจทำให้อัคคีถึงกับต้องลุกขึ้นมานั่ง แล้วมองเธออย่างไม่สบอารมณ์นัก 

“เฮียอาจจะอยู่ใน 10% ที่เหลือก็ได้ แล้วถ้าเฮียอยู่ใน 10% ที่เหลือ เธอจะใช้ชีวิตที่เหลือกับเฮียมะ” ประโยคจากคนที่ไม่เคยพูดอะไรจริงจัง แต่วันนี้มันจริงจัง ทำเอาคนที่ฟังหวั่นไหวจนใจสั่น เสียงหัวใจตึกตักของคนที่ฟังมันดังจนเจ้าของแทบจะหูอื้อ ไม่รู้ว่าอื้อเพราะเสียงของหัวใจ หรืออื้อเพราะความร้อนของใบหน้าที่ตอนนี้ร้อนผ่าวไปหมด 

“ทำให้เห็นก่อนเถอะ ว่าตัวเองอยู่ใน 10%” 

“ความรักของเรามันกินเวลามานานเกินไป เสียใจก็ผ่านมาแล้ว ห่างกันนานกว่านี้ก็เจอมาแล้ว แต่จบเรื่องนี้ เฮียจะไม่ยอมห่างอีก เฮียไม่อยากห่างกับเธออีกแล้ว ตอนนี้รอเฮียหน่อยนะ” 

“อื้มมม...ฉันจะรอค่ะ” 

“ยัยเป็ด เฮียรู้ว่าเคยพูดคำนี้กับเธอไปแล้ว แต่อยากพูดให้เธอมั่นใจ” อัคคีมีท่าทีเขินอายที่จะพูดมันออกมา 

“ว่าาา” 

“รักนะ” คนที่พูดได้แต่มองต่ำลง เพราะไม่กล้าสบตาหญิงสาวตรงหน้า คบกับผู้หญิงมาก็เยอะ แต่คนที่เค้าบอกรัก กลับมีแค่เธอแค่คนเดียว 

ท่าทีของอัคคีทำให้พอใจรู้สึกว่าเค้าน่ารักเหลือเกิน ท่าทีเขินอายโดยธรรมชาติของอัคคี ทำเอาพอใจเขินไปด้วย ความห่างไกล มันทำให้ความรู้สึกยิ่งชัดเจน 

“บอกไปขนาดนี้แล้ว ไม่คิดจะบอกอะไรคืนบ้างเลยหรอ” อัคคีทำเสียงออดอ้อน ทวงคำตอบจากพอใจที่มองเค้าอย่างเอ็นดูในความน่ารักนี้ของเค้าเหลือเกิน 

“ตอนนี้ฉันบอกเจ้กี้ไม่ให้รับงานระยะยาวอีกแล้ว งานพรีเซนเตอร์ตัวสุดท้ายจะหมด วันที่ 1 เดือน 7 ปีหน้า เท่ากับมันจะเหลืออีกแค่ 8 เดือน ลดให้ขนาดนี้เพราะเฮียน่ารักหรอกนะ ตอนแรกฉันคิดว่าอยากอยู่ในจุดที่ใครๆ ก็ต้องรู้จัก อยากรู้สึกว่าตัวเองคู่ควรกับเฮีย ไม่ใช่แค่ลูกสาวลูกน้องของพ่อเฮีย” 

“ใครเค้าไปคิดแบบนั้น” 

“ฉันโดนเปรียบเทียบมาตั้งแต่เด็กนิ เฮียอยู่สูงเกินเอื้อมเหลือเกิน เฮียจะมองแต่ผู้หญิงที่เหมาะสม เชียร์ลีดเดอร์ ดัมเมเยอร์ ไม่เคยมองฉัน แม้ฉันจะพยายามแค่ไหน เป้าหมายของเฮียก็จะสูงขึ้นไปอีก แต่ฉันดีใจที่วันนี้ยอมมองลงมา” 

“งี่เง่ามันเป็นเธอมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” อัคคีดึงใบหน้าเล็กๆ เข้ามาประกบริมฝีปากเพื่อหยุดประโยคที่แสนจะไร้สาระที่เธอพูดออกมา 

“เฮียคี” 

“จ๋า” อัคคีตั้งใจฟังสิ่งที่เธอกำลังจะพูด 

“ฉันรักเฮีย” เพียงแค่สิ้นเสียงของพอใจ อัคคีก็ดึงพอใจเข้ามาในอ้อมกอดทันที ดึงเข้ามาสู้อ้อมอกที่เต้นรัว 

“รอเฮียนะ รอเฮียจบปัญหาของเฮียก่อน” 

“เฮียยยยย” 

“จ๋าาาาาา” 

“พ่อมองเราอยู่อะ” พอใจเพิ่งรู้ตัวว่าเธอกับอัคคีกำลังพอดรักอยู่ที่ห้องรับแขก โดยมีสายตาอีก 2 คู่ ที่มองด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน 

“ปล่อยมองไปแบบนั้นแหละ บอกพ่อเธอด้วยคืนนี้เฮียนอนนี่นะ” 

“กูได้ยินแล้ว ไม่เกรงใจกูเลย” ที่คนเป็นพ่อได้ยินคงจะไม่แปลก เพราะโซฟาที่ทั้งคู่นั่งกับโต๊ะกินข้าวที่ตนเองกับภรรยานั่งอยู่ ไม่ได้ห่างกันมากนัก 

============== 

เย็นวันนั้นเอง 

“ขอบใจนะที่ยอมมา” 

“ผมตั้งใจจะมาอยู่แล้ว ผมไม่รู้จะซ่อนเธอได้นานแค่ไหน ฝากลุงดูแลด้วยนะครับ ถือว่าผมขอร้อง” 

“อัสนีเมื่อก่อนมันเป็นเด็กดีนะ สมัยนั้นพอใจเรียนสูงกว่ามันปีนึง พอใจสอนการบ้านให้ทุกวันเลย ไม่นึกเลยพอโตมาแล้วจะเป็นแบบนี้ ตกใจเหมือนกันนะ เด็กที่เคยวิ่งเล่นรอบโต๊ะทำงาน ตอนนี้คือคนที่จะมาเล่นงานลูกสาวตัวเอง” 

“ผมไม่ให้มันทำแบบนั้นหรอกหน่า ผมจะไม่ยอมให้ใครมาแตะเธอทั้งนั้น” อัคคีตอบคนเป็นพ่อตาอย่างหนักแน่นเต็มปาก 

“ดีใจนะที่ได้ยินแกพูดแบบนี้ ถ้าแกรักลูกฉันจริงๆ ฉันก็ไม่ห้ามหรอกที่จะคบกันอะ แต่ไม่เอาท้องก่อนแต่ง ให้มันเป็น 1 คนในบ้านเถอะวะ ที่ไม่ต้องท้องก่อนแต่ง” 

“มีลูกทันใช้ไม่ดีตรงไหนลุง” 

“ตรงที่ลูกฉันไม่ได้แต่งเพราะอยากแต่ง แต่ต้องแต่งกับแก เพราะต้องแต่ง” คนเป็นพ่อตายังคงย้ำชัดทุกคำ 

“แก่แล้วนะลูกลุงอะ อีกไม่ถึง 3 ปี ก็ 30 แล้ว มีลูกตอนอายุเยอะคลอดลำบากน้า เสี่ยงเด็กไม่แข็งแรง ผมว่าเอาเวลาที่ห่วงเรื่องนี้ไปคิดค่าสินสอดดีกว่าเย๊อะ ไม่คุยกับลุงแล้ว เบื่อ ไปอ้อนเมียดีกว่า” 

อัคคีตบไหล่คนเป็นพ่อตา ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน เพื่อไปหาคนที่กำลังช่วยแม่ทำอาหารอย่างตั้งอกตั้งใจ 

“หอมจังเลย” อัคคีใช้คางเกยไหล่ของพอใจ เพื่อดูสิ่งที่เธอทำ 

“ใกล้เสร็จแล้วค่ะ” 

“หัดไว้ เผื่อเป็นแม่บ้านให้เฮีย” อัคคีโอบเอวของพอใจจากด้านหลัง ต่อหน้าแม่ยาย 

“น้าคิดถึงตอนเด็กๆ จังเลย คีเล่นกับน้องทุกวัน ไม่นึกเลยว่าวันนึงจะต้องมาเป็นแฟนกัน คีไม่รู้หรอก ตอนนั้น พอใจพูดแต่เรื่องของคีทั้งวัน” ดาวคิดถึงความหลังเมื่อสมัยเด็กสองคนยังเป็นเด็ก 

“ชมว่าผมหล่อมาตั้งแต่เด็กใช่ไหมครับ” 

“หลงตัวเองให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะวะ ถ้าฉันยังหนุ่มๆ แกไม่ได้เกิดหรอกไอ้คี” คนเป็นพ่อตายืดอกขึ้น ทำเอาสาวๆ ในบ้านถึงกับต้องหัวเราะออกมาพร้อมกัน 

“แก่แล้วก็ยังไม่ยอมน้อยหน้าเค้าเลยดูสิลูก” 

“แม่...เรื่องจริงก็บอกเด็กมันไป สมัยนั้นพ่อหล่อแค่ไหน” 

“ลุงก็ยังสู้ผมไม่ได้อยู่ดี ผมเนี่ยหล่อสาวเหลียว” ประโยคที่ไม่ได้คิดอะไรของอัคคี ทำเอาพอใจต้องกระทุ้งข้อศอกเข้าที่ท้องของคนที่พูดอย่างแรง 

“โอ้ยเมียจ๋า ทำร้ายร่างกายแบบนี้มันไม่ดีนะ” 

“ยังไม่แต่ง แฟนก็พอ เรียกลูกสาวคนอื่นว่าเมียแบบนี้ พ่อเค้าไม่ชิน” 

 

 

อีกด้าน.... 

[อัคคีมันไปกรุงเทพค่ะ คนที่นี่บอกไปหาเมีย แต่ฉันไม่รู้หรอกนะคะ ว่าเป็นใคร] 

“ไม่ต้องหรอก ฉันรู้แล้วว่าเป็นใคร” 

จบการสนทนา 

“ที่กูหาไม่เจอ เพราะซ่อนไกลถึงกรุงเทพสินะ แต่ทำไมต้องเป็นเธอนะ คิดถึงเธอจัง พอใจ” 

“ให้ไปจับมาไหมครับนาย” 

“พวกมึงแตะเธอ กูจะยิงทิ้งให้หมดเลย เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่กูคิดจะเอามาทำเมีย กูจะไปเชิญเค้ามาด้วยตัวเอง อีก 2 วัน จองตั๋วเครื่องบินให้กูด้วย” 

อัสนีคิดถึงเรื่องในวัยเด็ก ก็ทำให้คิดถึงหญิงสาวตากลม ขึ้นมาจับใจ หญิงสาวที่เป็นเพื่อนเล่น เป็นฮีโร่ในใจของเค้ามาตลอด แม้กระทั่งวันสุดท้ายที่เค้าจากไป 

 

 

กรี๊งงงงงงงง กรี๊งงงงงงงงง เสียงออดหมดคาบดังขึ้น 

“เฮียยยย ทำแบบนี้ได้ไง!!!! เอาแว่นคืนมา” เสียงสูงปี๊ดของเด็กสาวตากลม แม้อัสนีจะไม่เห็นหน้า แต่ฟังจากเสียงก็รู้ว่าเป็นใคร 

“น่าเบื่อว่ะเป็ด เอาไปเลยปะ หมดคาบละไปเรียนดีกว่า” 

“โดดเรียนแบบนี้ จะฟ้องคุณป้า” 

“เป็ดขี้ฟ้อง ไปดีกว่าพวกเรา” 

เสียงคนกลุ่มใหญ่ที่ออกจากโรงยิม ทำให้ขาที่วิ่งไม่หยุดของอัสนีหยุดลง เค้าไม่ใช่คนแข็งแรงนัก การวิ่งรอบโรงยิมมันทำให้เค้าเหนื่อยหอบจนทรุดลงไปกับพื้น แต่เค้ากลับทรุดไม่ได้ เพราะถูกมือของใครมาดึงไว้ 

“แย่แล้วกำลังมีคนมา อย่านอนนะอัส” 

“ผมไม่ไหวแล้ว” 

“เอานี่แว่น แล้วไปหลบในห้องน้ำก่อน ฉันจะเอาของไปให้ในห้องน้ำ เร็วๆ กำลังจะมีคนมา” แต่เพราะความเหนื่อยอ่อน และเชื่องช้ามันก็ไม่ทันอยู่ดี เพราะกองทัพนักเรียนที่ใช้โรงยิมคาบต่อไปมาถึงก่อน 

เสียงหัวเราะอื้ออึงทำให้ขาที่ไม่มีแรง ลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งปู๊ดดดดด เช้าห้องน้ำตามที่พอใจสั่ง ความอายจนถึงที่สุดทำให้เค้าได้แต่นั่งร้องไห้ อยู่ในห้องน้ำด้วยความอับอาย 

[อัส ฉันอธิบายให้ครูฟังแล้วนะ เสื้อผ้าฉันโยนขึ้นไปด้านบนนะ] พอใจตะโกนบอกอัสนีถึงเสื้อผ้าที่จะถูกส่งผ่านช่องว่างด้านบนของประตูห้องน้ำมาให้ อัสนีรับและรีบใส่เสื้อผ้าทันที 

[ฉันจะพาไปฟ้องครูดีไหม แกล้งแบบนี้แรงเกินไป บังคับให้เธอทำแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน] 

อัสนีเปิดประตูออกมา เพื่อเจอหญิงสาวที่หัวเสียที่ยืนรออยู่หน้าประตู 

“อะนี่แว่น” 

“พี่พอใจ ผมยินดีทำเอง อย่าฟ้องครูเลยนะ ไม่งั้นผมจะไม่ได้เข้าแก๊งพวกพี่เค้าอะ” 

“เพื่อ???” พอใจถามด้วยความสงสัยขั้นสุด 

“สำหรับผมเค้าเท่มากเลย สาวๆ กรี๊ดเพียบ เรียนดี กีฬาเป็นเลิศ แถมยังไม่มีใครรังแกพวกเค้าได้ด้วย ถ้าผมได้ร่วมแก๊งเค้าแล้ว ในโรงเรียนนี้ จะไม่มีใครกล้าแกล้งผมอีก” 

“โอ้ยยยย พวกนั้นไง ตัวแกล้งเลย คิดผิดนะ ไอ้ที่อัสพูดมา มันไม่จำเป็นเลยนะ ใจอัสยอมเอง อัสมีแฟนอยู่แล้ว สาวกรี๊ดคงไม่ต้องแล้วล่ะ เพราะฉะนั้นไปเลิกไอ้เกมนี้ซะ ถ้าอยากจะเก่ง มันต้องเริ่มที่ใจ ไม่ใช่แค่เดินตามใคร” 

“ครับ” อัสนีรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา เพื่อสู้ต่อ แม้มันจะแค่เสี้ยวเดียวก็ตาม 

 

 

ในวันถัดมา 

“มาแล้วว่ะ ชีเปลือย” ภาพที่เค้าวิ่งแก้ผ้าในโรงยิม ถูกแปะไปทั่วโรงเรียน การที่เค้าโดนประจานแบบนี้ ทำให้เค้ายิ่งถูกกลั่นแกล้งจากพวกเด็กหลังห้องมากขึ้นไปอีก 

“ว้ายยยย แก้ผ้าวิ่งเย็นไหมวะ 5555” เสียงหัวเราะเยาะเย้ย ดังระงมจนเค้าแทบไม่อยากจะยืนอยู่ตรงนี้ 

“ปึง!!!! เสียงดังจังนะครับ ช่วยเกรงใจผมที่นั่งเรียนกับพวกคุณหน่อย ไม่มีสมาธิเลย” เสียงของวายุที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน สงสารอัสที่โดยล้อ เลยออกหน้าทำให้เสียงล้อนี่หยุดลุง 

“เฮ้ย!!! มึงอะไรวะ เป็นน้องชายไอ้อัคคีแล้วจะเที่ยวสั่งใครก็ได้หรอ กูไม่กลัวพี่มึงหรอกนะ” ประโยคจากนักเลงหลังห้อง ทำให้วายุต้องลุกขึ้นไปเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อที่จะไม่มีใครกล้ามายุ่งกับเค้าอีก 

“แต่พวกคุณควรจะกลัวผม ผมอาจจะเก่งสู้พี่ชายไม่ได้ แต่แค่กับหมา ผมเตะได้” วายุหักข้อมือของคนที่พูด แม้เพื่อนๆ ของมันที่นั่งข้างๆ จะมาช่วยแกะ ยังไงก็แกะไม่ออก 

“โอ้ยๆ ๆ กูยอมแล้ว กูยอมแล้ววววววว” 

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้อัสนีตระหนักว่า คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด คนที่แข็งแกร่งกว่าใครเท่านั้น ถึงจะมีคนกลัว และไม่กลัายุ่งอีก แต่เค้าจะผ่านช่วงเวลานี้ ที่นอกห้องเรียนได้ยังไง การถูกล้อสำหรับอัสนีมันเป็นอะไรที่หนักหนามาก โลกเล็กๆ ที่ทุกคนกำลังรุมลงโทษเค้าจากภาพที่หลุดออกมา 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น