ลาวาเดือด

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไอยคุปต์ บทที่ 11

ชื่อตอน : ไอยคุปต์ บทที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 197

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2562 11:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไอยคุปต์ บทที่ 11
แบบอักษร

 

 

...ที่ประทับนอกวังกำลังวิ่งวุ่นอลหม่านทหารวิ่งเขาออกเพิ่มการคุ้มกันฟาโรห์กันโกลาหน ทหารมากมายหลายสิบนายปรากฎตัวขึ้นอัดแน่นเต็มที่ประทับ ใบหน้าทุกคนเคร็งเครียดดุดันน่ากลัว ยิ่งเป็นทหารสังเกตดีๆแล้วตาแดงก่ำห่วงกษัตริย์กันเพียงใด นางรับใช้วิ่งเข้าออกห้องบรรทมให้วุ่น

 

ใบห้องบรรทมร่างบางกำลังกดนิ้วเรียวจับแอ่งชีพจร ปากค่อยเรียกสติให้ฟาร์โรราเมเสสรู้สึกพระองค์ให้ได้มากที่สุด ดวงหน้าพยายามปกปิดอาการหวาดกลัวในหัวใจ มันกำลังดิ่งลง การช่วยเหลือเครื่องเเพทย์ไร้เครื่องจับสัญญานชีพจร กาลต้องเช็คตลอดทุกระยะ

 

ดวงพระเนตรพระองค์มองดวงหน้างามคิ้วโค้งโก้งสวยขมวดมุ่น ดวงตาสวยหวานของนางห่วงพระองค์ฉายออกมา ดวงตาแดงก่ำ ปากอิ่มเม้มเเน่นกำลังฝืนกลั้นตั้งสติช่วยเหลือพระองค์ เพราะอยู่ในสายพระเนตรของฟารีสตลอดเวลาเเม้สติพระองค์จะพร่าเลือน รู้สึกว่าพระวรกายพระองค์กำลังจะมอดไหม้แตกเป็นเสี่ยงๆ เสียงของนางฉุดดึงพระองค์ให้ขึ้นมา ดวงหทัยแกร่งเห็นนางห่วงพระงค์เหลือคณาพองคับแน่นพระอุระ

 

'หากข้าตายข้าคงตายอย่างสงบ ได้เห็นเจ้าเป็นห่วงข้าถึงเพียงนี้มณีกาล '

 

เสียงหวานที่พูดขยับเอ่ยออกจากปากอิ่ม มือเรียวกำลังจัดการบางอย่างเพื่อช่วยชีวิตพระองค์อย่างมุ่งมั่น ทำให้พระองค์ทึ่งนางเป็นสตรีใยถึงชำนาญการเเพทย์ถึงเพียงนี้

 

 

" อึ่ก อ็อก! " ฟารีสกระอักเป็นเลือด กาลมณีรีบรับกระโถนมารองไว้มือประครองร่างกำยำขึ้นช่วยอีกแรง หลังจากดื่มยาถอดพิษไปแล้วแต่พิษได้ซึมเขาสู่ร่างกายไปแล้วยิ่งเป็นพิษมาจากอสรพิษถูกสกัดมาอย่างเข้มข้นแม้เพียงหยดเดียวพระองค์คงไม่รอดเป็นแน่

 

กาลยังวัดอัตราการเต้นของหัวใจร่างแกร่งกำยำ ในตอนนี้ซีดเซียวลงเร็วจนหน้าใจหายทั้งอาการเต้นของหัวใจจากเร็วเริ่มผ่อนเเรงลง กะละมังน้ำอุ่นมากมายนางกำนัลค่อยเช็ดเหงื่อร่างกำยำลดความร้อนในร่างกายที่พุ่งสูงจนกาลใจหวิวเหมือนจะหล่นหาย ประคับประครองสติตนเองดึงวิชาชีพมาให้ให้มากที่สุดนึกเสียดายน่าจะเรียนหมอ ไม่น่าเอาความคิดห้อยตามเพื่อนมาเลย

 

รู้สึกมันเเน่นในอกบีบมวลให้เธอหายใจติดขัดกลัวจะช่วยเขาไม่ได้ รู้ตัวเองว่าความสามารถมีแค่ไหนแต่มันไม่ใช่เวลาเอาความผิดพลาดมาคร่ำครวญ

 

" พี่ที่กาลสั่งอยู่ไหนเร็วสิ " กาลเร่งน้ำเสียงเล็กหวานนั่นเข้มขึ้นระคนร้อนรน เหยือกใส่นม หญ้าหวานถั่วเขียวสดถูกทำมา เพิ่มน้ำผึ้งมาผสมด้วย เอาน้ำสามอย่างผสมกันให้เขาดื่ม

นางกำนัลสองคนของกาลรีบหยิบส่งให้กาล ช่วยรามกาลสั่งทุกอย่างรอหมอหลวงมาคงจะช้าเกินไปหากไม่ให้ท่านหญิงช่วย ดูท่านจะรู้วิธีการช่วยไม่น้อย

 

" คุณดื่มนะ กาลจะช่วย ช่วยคุณให้ได้เข้มเเข็งอดทนนะ คุณเก่งอยู่เเล้ว " กาลพูดจ่อแก้วน้ำของเหลวที่ผสมกรอกลงปาก เอาตัวให้ร่างแกร่งเขาพิงเธอนางกำนัลก็คอยช่วยพยุงถึงทุกคนจะงงงวยว่าเธอจะทำอะไร กังวลว่าฟาโรห์ของพวกตนจะเป็นไรไปกว่าเดิมจะสิ้นพระชนต์เพราะเธอเองรึเปล่า เพราะเธอยังเป็นที่สงสัยระหวาดระแวงแน่ๆ

ทหารทำท่าจะไม่ยอมให้เขาดื่มแต่มือหนายกขึ้นทำให้ทหารยืนเฝ้ารอจับกุมตัวเธอไปประหารทักเมื่อหากกษัตริย์ของพวกเขาเป็นอะไรไปจริงๆ เธอยอมหากเขาร้อนแล้วสงสัยว่าเธอเป็นคนทำละก็ เธออยากให้เขารอดก่อน

ฟาร์ราเมเสสอ้าพระโอษฐ์รับอย่างเต็มพระทัยพระองค์ไว้ใจนาง ความรู้สึกของพระองค์มันฉายเด่นบอกเช่นนั้น ข้าไว้ใจเจ้ามณีกาล

 

" อ๊อกก อึ่ก อ็อกก.. " เสียงสำรอกออกจากพระโอษฐ์โลหิตเเดงเข้มพวยพุ่งออกมาพร้อมกับน้ำที่กาลได้ให้พระองค์ดื่มไปมากโขแล้วให้อ้วกออกมาให้หมด เพื่อชำระล้างพิษที่ยังตกค้างแค่บางส่วน

น้ำที่กาลผสมช่วยให้พระองค์ระบายพระอุระทีบีบแน่นลงได้บ้าง วรกายพระองค์ยังร้อนรุ่มขึ้นทุกขณะ ผ้าชุบน้ำพาดลูบเช็ดตามพระวรกายกำยำตลอดโดยมือเล็ก

ทาสรับใช้วิ่งเข้าวิ่งออกติดตามเมื่อไหร่จะมาใบหน้าข้าราชบริพารอยู่ในความตกกังวลเป็นห่วงฟาโรห์เยี้ยงชีพ หากขาดเสาหลักบ้านเมืองเช่นพระองค์ไปชาวเมืองจะอยู่ได้อย่างไร ชาวนครอียิปต์ผู้ใดได้อยู่ใต้ฝ่าพระบาทใต้ร่มไทร ใต้การปกครองของพระองค์ที่ทรงได้ทำเพื่อบ้านเมืองชาวนครอียิปต์ ต่างรักเถิดทูนบูชายอมได้แทนได้

พวกศัตรูเคลาขลาดตาบอดคิดแต่จะทำลายพระองค์พวกมันสมควรโดนทรมานเลือดชั่วของพวกมันไม่สมควรเปื้อนพื้นดินนครอียิปต์

 

กาลหน้าซีดหน้าหวานเครียดวิตกังวลตลอดเวลาสายตามองร่างกำยำแข็งเเรงกำลังดูอ่อนเเรงเกินกว่าเค้าเดิมด้วยความเป็นห่วงสุดใจ หัวใจเธอมันบีบรัดตามจังหวะการหายใจเขาที่รวยรินลง มือเรียวนุ่มจับแอ่งชีพจรไว้ตลอด

 

กาลไม่รู้ตัวแต่ใจเธอมันสั่งปากอิ่มสีสดจุมพิตที่ขมับแกร่งแผ่วเบาก่อนจะเน้นจูบลงเเน่นฝังส่งความรู้สึกห่วงเขาด้วยใจจริง ห่วงเขามาก กาลนึกแปลกใจความรู้สึกอัดแน่นเหมือนถูกปลดปล่อยให้ทะลักออกมา รู้สึกห่วงชายคนนี้จนเธอยอมตายแทนเขาได้ มืออีกข้างถูกมือใหญ่เขากุมแน่นไว้ที่อกข้างซ้าย ราวกับเขาไม่อยากปล่อยเธอห่างกาย

 

ซากเม็ดถั่วเขียวที่ให้กินกลืนตามลงไปหวังว่าความเย็นจะช่วยซึบดูดซับพิษความจริงต้องเคี้ยวกลืนไปก่อนหากรู้ว่าจะโดนยาพิษแต่นี้ไม่รู้ อุปกรณ์การแพทย์ที่นี่ไม่ได้ล้ำสมัยมันยากมากจะให้หาสิ่งของเหล่านั่น ทางเดียวที่จะช่วยอาการพระองค์ให้ดีขึ้นคือหมอ

 

" พี่หมอละถึงรึยังจะมาถึงตอนไหน " กาลถามเสียงดังลั่นติดสั่น ทั้งร้อนรน ชีพจรเขาอ่อนลงเรื่อยๆ น้ำตากลั้นไว้ตั้งเเต่เห็นอาการของเขาหลั่งไหลลงอาบแก้มขาวเนียน ปากน้อยจุมพิตขมับเขาตลอดเวลา เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำมือเรียวกระชับมือหนาบีบเป็นจังหวะร่างกายเขาร้อนระอุ แผ่นหลังแกร่งเอนพิงกายเธอแขนเรียวโอบเขาไว้นี่แทบหลอมละลายความร้อนจากผิวกายเขาแผ่ร้อนถึงเธอ

 

ฟารีสพยายามยื้อสติพระวรกายให้องค์เองตนตัวพระหัตถ์โอบกระชับมือน้อยๆไว้แนบพระอุระให้พระองค์เองได้อุ่นพระทัย อย่างน้อยนางไม่โดน หากนางโดนแทนที่จะเป็นพระองค์ร่างอ้อนแอ้นอรชรบอบบางเช่นนางคงทรมานราวตกขุมนรก นางไม่สามารถรับไหวแน่

พระเนตรสีนิลพยายามหันพระพักต์ทอดพระเนตรดวงหน้าสวยตรึงหทัยพระองค์ แต่ชั่งยากเย็นเหลือเกินำละกำลังถดถอยได้ถึงเพียงนี้ แม้เเรงจะขยับพระกรแทบจะไม่หลงเหลือ ฟารีสหลับตามือกระชับมือเล็กเเน่น ฟารีสรู้สึกอุ่นชื้นบริเวณขมับซ้ำเเล้วซ้ำเล่า ดวงหทัยอ่อนเเรงพลันเต้นเเรงฉับพลัน ประดุจได้โอสถชั้นดีกว่าโอสถใดแผ่นดินนี้ นางห่วงพระองค์ถึงเพียงนี้จะยอมถอยลาลับไปได้เช่นไร

 

" ถึงเเล้วค่ะท่านหญิง ท่านหญิงต้องออกมาก่อน " นางกำนัลสองคนรีบเขามาดึงเธอออกกาลส่ายหัวอยากจะอยู่ข้างเขา ลมหายใจเขารวนรินเธอไม่อยากจะคิดในแง่ลบแต่เธออยากอยู่ข้างเขา

หมอหลวงรีบเขามาตรวจพระวรกายฟาโรห์ ใบหน้าเหี่ยวย่นไม่ถึงกับเยอะอายุรุ่นพ่อเธอได้สบตาเธอ เเววตาขุ่นเคืองมองเธอไม่ไว้วางใจถามพระอาการฟาโรห์ กาลต้องตอบแทนเธอดื้อดึงจะอยู่ทหารก็ทำท่าจะเขามาจับกุมเธอออกไปก็ได้ ทหารองครักษ์อีกคนช่วยกันไว้

 

" ท่านรีบรักษาเขาเถิดเดี๋ยวจะไม่ทัน จ้องหน้าเราแล้วฟาโรห์ของทันจะหายรึยังไงรีบรักษาเส้ " กาลสวดออกไปเสียงดังลั่น น้ำใสๆไหลพรั้งพรูดวงตาคู่สวยก้มมองหน้าหล่อคมคายซีดเซียวในผิวแทนแบบนี้ซีดขนาดนี้ยิ่งน่าเป็นห่วง เเรงกุมมือเธออ่อนลงๆ กาลกระชับมือหนาไว้แน่นบีบเรียกสติไปด้วย หมอหลวงจ้องเธอเขม็งรีบลงมือตรวจอย่างรวดเร็วที่สุด กาลก็บอกการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่เธอทำไป ภาษาที่เธอใช้หมอมองด้วยสายตาประหลาดๆ เเต่ก็ทำปารตรวจอย่างคล่องแคล่วสั่งให้คนไปเอายาอะไรมากาลฟังรู้จักไม่รู้จักบ้าง

 

" เข้มแข็งไว้นะคุณ ฮึก " กาลพูดกลั้นเสียงไม่ให้สะอื้นไม่อย่างนั่นร่างแกร่งที่พิงตัวเธอจะขยับตาม ได้เพียงปล่อยน้ำใสๆไหลออกมาปากพึมพำ ประหนึ่งเธอละเมอ จับนับจังหวะไม่ให้พลาดแต่มันอ่อนเหลือเกิน ร่างกายเขากระตุกทุกครั้งกาลใจเสีย รู้สึกจะวูบตามน้ำแดงสีข้นคลั่กออกจากปากเขา

 

" กะ กาล อึ่ก อ็อก ยะ กับ..อึ่กข้า " สุรเสียงแหบพร่ากระท่อนกระแท่นพยายามเปล่งออกมา

 

" กาลอยู่นี้กาลไม่ไปไหน " กาลพูดขึ้นกระซิบข้างหูเขาเสียงขึ้นจนทุกคนขยับตัวมองจ้อง หมอหลวงหน้าเครียดเหงื่อซึม

 

" ฝ่าบาทตอบกระหม่อมพระองค์ทราบรึไหมพระองค์โดนยาพิษชนิดใด กระหม่อมจะได้รักษาตามพระอาการถูก " หมอถามเสียงวิตกกังวลใบหน้าเครียด

 

กาลอยากจะกระชากคอหมอยุคนี้นัก ทั้งเข้าใจถึงยึคสมัยความก้าวหน้า ปากอยากกรีดร้อง ปากหยักแห้งปากเลือกเกรอะกรังพยายามขยับปาก นั่นยิ่งทำให้กาลตกใจ เขารู้!!!

 

" อึ่ก พะ พิษ อึ่ก อักงู "

 

ฟึ่บ

 

" ฟารีส!!! " กาลเสียงชื้อเขาออกมาดังลั่น เขาหมดสติทันทีที่พูดจบมืออุ่นใหญ่กุมมือเธอคลายออกตกข้างลำตัว

" หมอยื่นบื้ออยู่ทำไม " กาลเขย่ากายแกร่งชีพจรแทบจะไม่มี ร้องไห้โฮ

" มันต้องใช้เซรุ่มเฉพาะของพิษงูนั้นๆเท่านั่นขะ ข้า "

 

หมอทรุดตัวร้องไห้กุมฝ่ามือหนาไร้สติหมอบคลานทำเหมือนหมดหนทาง

พระวรกายนอนนิ่งไร้ซึ่งสติ ท่ามกลางข้ารับใช้ทหาร

เริ่มหลั่งน้ำตา

 

ไม่จริงอ่ะ เป็นไปไม่ได้ กาลมือสั่นเทานิ้วเรียวกดข้อมือจับเเอ่งชีพจร ไม่จริง ชีพจรไม่มีเเล้วอย่าเพิ่งจากกาลไป ' เทพราช่วยเขาด้วยฮือ ' ชื่อนี้ผุดขึ้นมากาลพึมพำฟูมฟายไป ขอแค่เขากลับมา

 

" อย่าจากกาลไป ฮืออๆ " กาลร้องออกมาดังเสียงสะอื้นเสียใจแทบจะทรุดกองลงพื้นเเขนเรียวโอบกอดกายกำยำแน่นหน้าหวานอาบหยาดน้ำตาซบเเนบหน้าคมคาย เสียงดึงดังขึ้นท่ามกลางความโศกเศร้าเรียกสติให้กาล พร้อมความหวัง

 

" นี่ยาถอนพิษ ฝ่าบาท "

เสียงเข้มปนหอบวิ่งเข้ามาหาฟาโรห์เรเมเสสนอนไร้สติ รายิมรีบเปิดฝาขวดเล็กๆกรอกลงประโอษฐ์จนหมด รายิมดวงตาไหววูบ ทรุดนั่งลงข้างแท่นบรรทมมองพระพักต์ฟาโรห์นิ่ง ตาคมทอเเววเสียใจเจ็บปวดสั่นร้าวหน้าที่ของราชองครักษ์ได้บกพร่อง ฟาโรห์ที่เขาต้องปกป้องยิ่งกว่าชีพตนเวลานี้เขาทำอะไรไม่ได้

 

ทุกคนในห้องมีหมอ รายิม นาง(ทาส)รับใช้ห้านาง

ตื่นตกใจเห็นกาลขึ้นคร่อมวรกายกำยำ เอามือสองมือกดทาบลงระหว่างอกโถมตัวกดเเรงขึ้นลงนับเป็นจังหวะ

เธอไม่ยอม ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆแบบนี้แน่ รายิมทำท่าจะเขามา

 

" หยุดกาลจะช่วยชีวิตเขาถ้าอยากให้เขารอด.." กาลพูดเสียงเข้มไม่ได้ขู่แต่อย่างใด ทำ CPR ให้ร่างกำยำ มือเรียวจับปากหยักซีดเซียวเผยอ้าก้มลงเป่าปาก หมอพูดโวยวายเธอทำบ้า แปลกประหลาดอะไรบ้างผิดบ้าง จะเข้ามาถูกรายิมกระชากตัวออก กาลเป่าใส่ปากเริ่มปั้มอีกครั้ง ทำอยู่แบบนั่นสองครั้ง ในห้องเงียบลุ้นทั้งสงสัยที่เธอทำกับกษัตริย์ ไม่มีอะไรจะเสียหากเขาตายเธอก็ต้องตาย

 

ฟู่~~~~ กาลเป่าลมใส่อีกครั้งปั้มลงไป 1 2 3

 

เฮือกกก! " คะ แค่กๆ แค่กๆ "

 

" ฝ่าบาทฟื้นแล้ว "

 

" ฝ่าบาท "

 

กาลนั่งหอบหายใจริมฝีบางซีดคลี่ยิ้ม ดวงหน้าหวานเหงื่อเกาะไรผมชื้นแฉะระบายรอยยิ้มกว้าง ใจเต้นเเรง เขาสำลักอากาศลืมตาปรือขึ้นมาเพียงเล็กน้อย คลียิ้มบางๆ ยังคงหล่อคมคายให้เธอใจเต้นเเรงระรัวดีใจโผลมลงกอดร่างแกร่งของเขาแน่น หยาดน้ำตาพรั้งพรูไหลด้วยความยินดี

 

" คุณกลับมาฮือๆ "

 

ทุกคนยิ้มทั้งน้ำตาสาวใช้ร้องไห้กอดกันใหญ่ อาการดีใจปนอึ้งทึ้งที่กาลช่วยชีวิตด้วยวิธีประหลาดในสายตาพวกเขาหากแฝงไปด้วยความชื่นชมยินดี รายิมมองเธอใงหน้าคมเรียบเเย้มบางๆพยักหน้าก่อนจะคุกเข่าลง กาลร้องกอดฟารีสเเน่น ไอร้อนทาบลงบนหลังเป็นฝ่ามือของเขายกกอดเธอไว้ กาลผงกหัวขึ้นสบตาสีนิลวาวลึกลับกลับทอประกายหวานซึ่งห่วงหาเธอจนหน้าร้อนผ่าว ปากหยักค่อยๆขยับ

"

 

" ข้าชอบ..ที่เจ้ากอดข้าท่านี้ ห่วงข้าแบบนี้.."

 

ฉ่าา~~~ -///- ชีคบ้ากาลอย่างจะหลบสายตาปรือลืมไม่ไหวยังกรุ้มกริ่มขนาดนี้ยังมีเเรงพูดจา..

 

ฟาโรห์ทอดพระเนตรดวงหน้างามแดงปลั่ง พระเนตรพระองค์ชั่งหนักอึ้ง พระโอษฐ์หยักเเย้มยิ้มฝืนเเรงเฮือกสุดท้ายกดท้ายทอยกาลลงมาปากอิ่มประทับแนบพระโอษฐ์หยักร้อน ดวงพระเนตรเลื่อนปิดลง พระหัตถ์ค่อยๆตกลงข้างวรกาย

 

กาลสะเทินอายเขายังมีแรงจูบเธอแค่ปากแนบไม่ทำการรุกล้ำ ปากอุ่นร้อนเขาแผ่ซ่านร้อนขึ้นหน้า เมื่อเขานิ่งไปมือตกลงก็ตกใจพอให้อกกระเพื้อมขึ้นลง ทั้งเอาหูเเนบลงอกแกร่งฟังเสียง นิ้วเรียวเอาอังรูจมูกก็ถอนหายใจโล่งอก ไม่เพียงแค่เธอตกใจพอเธอบอกพระองค์แค่เพลียสลบไปเท่านั่น

 

กาลต้องมาทั้งอายๆ เพราะเธอนั่งคร่อมเขาอยู่แบบนั่นจนนางรับใช้ของเธอเข้ามาสะกิด ทั้งหมอจะเข้ามาทำการรักษาต่อ กาลรีบลงแต่ระมัดระวัง ไม่เพิ่มอาการบาดเจ็บให้เขามือเรียวลูบใบหน้าคมสันแผ่วเบา เม้มปากเเน่นผละออกมาก้มหาเดินไปพร้อมนางรับใช้ ตาคู่หวานมองคนร่างใหญ่นอนนิ่งหมอทำการรักษาตรวจร่างกาย เขาไม่มองเธอแบบจะขึงฆ่าแล้วล่ะนะ

ตาเธอมองร่างใหญ่ของฟารีสเขาทำเธอสั่นขวัญเเขวนทั้งอารมณ์ ความรู้สึกมากมายไหลล้นออกมีแค่เขาคนเดียว ห่วงโหยหาเขามากล้น โชคชะตาเล่นตลกอะไรแล้วเธอ...คงไม่ได้กลับบ้านแล้วใช่ไหมเพราะนี้คือคำตอบ ในอกเธอกำลังร่ำร้องเรียก....เพียงเขา

 

 

 

 

 

>>>>ไม่ดีขอโทษนร้า

 

***คอมเม้นท์ให้กำลังจุยไรท์โด้ยติชมได้

 

THANKS FOR READING❤

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น