กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่48 ซวยซ้ำซวยซ้อน

ชื่อตอน : บทที่48 ซวยซ้ำซวยซ้อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.6k

ความคิดเห็น : 207

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2562 22:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่48 ซวยซ้ำซวยซ้อน
แบบอักษร

 

เป็นเวลากว่าสามสัปดาห์แล้ว ที่รวิพรรณได้ใช้ชีวิตตามที่เธอเลือกต่อไป ชีวิตที่หยัดยืนด้วยตัวเอง เดินด้วยตัวเอง และก้าวไปข้างหน้าด้วยตัวเอง โดยปราศจากผู้ชายคนนั้นเคียงข้าง แม้เขาจะยังคอยแวะเวียนมาหาบ้าง โทรมาบ้าง ส่งข้อความมาบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความใจแข็งของเธออ่อนลงได้ ทุกครั้งเธอยังเว้นระยะห่างและเมินเฉยต่อเขามาเสมอ เพราะเชื่อว่าการทำแบบนั้นมันจะทำให้เธอตัดทุกความรู้สึกที่ยังมีต่อเขาได้ง่ายดายขึ้น

และที่ทำไปไม่ใช่ว่าเธอไม่เจ็บ มันยังเจ็บอยู่ทุกครั้งยามที่เห็นหน้า เห็นสายตาเว้าวอน เจ็บทุกครั้งยามที่ได้ยินเสียงอ้อนวอนขอโอกาสจากปากของเขา แต่เธอเชื่อว่าความเจ็บเหล่านั้นจะค่อยๆลดเลือนไปตามกาลเวลาที่ผ่านไป และสักวันผู้ชายคนนี้จะไม่มีผลอะไรกับหัวใจของเธอได้อีกเลย

“จ้าตะวัน เข้านอนไปเลยนะไม่ต้องรอ ซันต้องทำรายงานอีกนานเลยล่ะ” รวิพรรณเอ่ยกับปลายสายซึ่งเป็นน้องสาวของเธอ

(ทำรายงานอีกแล้วเหรอ ช่วงนี้ซันกลับห้องมืดค่ำทุกวันเลยนะ ตะวันเป็นห่วง)

“ก็รายงานเดิมๆแหละ แต่ซันยังทำไม่ผ่านสักทีเลยต้องคอยแก้เรื่อยๆ เอางี้เดี๋ยวคราวนี้ซันจะตั้งใจทำที่สุดเลย จะได้ผ่านแล้วไม่ต้องอยู่ทำรายงานดึกๆอีกเนอะ” รวิพรรณเอ่ยแก้ต่าง ความจริงเธอไม่ได้ทำรายงานอะไรทั้งนั้น แต่ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่กลับดึกๆดื่นๆหลายครั้งหลายหนก็เพราะเธอไปหาทำงานพิเศษเพื่อหารายได้เสริม ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่อยากให้น้องสาวได้รู้ เพราะทุกวันนี้รวิกานต์ก็บ่นตัวเองเสมอว่าตัวเองนั้นเป็นภาระของเธอ ทั้งๆที่เธอก็บอกไม่รู้กี่ครั้งว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลย

(โอเคจะ ยังไงกลับมาทำต่อที่ห้องก็ได้นะ เผื่อตะวันช่วยอะไรได้บ้างตะวันจะได้ช่วย)

“จ้า…งั้นแค่นี้นะตะวัน ซันไปทำรายงานก่อน รักน๊า..จุ๊บๆ” รวิพรรณเอ่ยจบก็กดวางสายลง

“เฮ้อ…ขอโทษนะที่โกหก แต่ซันไม่อยากให้ตะวันคิดมาก” รวิพรรณถอนหายใจแล้วเอ่ยถึงน้องสาวอย่างรู้สึกผิดที่ต้องคอยโกหก แต่ที่เธอทำเพราะเธอไม่อยากให้น้องต้องมาคิดมากจริงๆ

“เอ้าซัน! มัวแต่มานั่งคุยโทรศัพท์อยู่ได้ รีบๆไปแต่งตัวสิจะได้ออกไปประจำบูธ วันนี้พี่ต้องทำยอดเยอะนะ จะสิ้นเดือนแล้วด้วย ถ้าปิดยอดตามเป้าไม่ได้ล่ะก็พี่ซวยแน่” หญิงสาววัย35ปีนามว่าสุกัญญา หัวหน้าพนักงานขายเครื่องสำอางประจำบูธของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเดินเข้ามาเอ่ยขึ้น

“ค่ะพี่สุ” รวิพรรณพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนชุดเตรียมยืนประจำบูธ

เวลาต่อมา

“ซัน เดี๋ยวพี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ถ้ามีลูกค้ามาก็ขายได้เลย ทำมาหลายวันน่าจะรู้เรื่องหมดแล้วเนอะ”

“ค่ะ” รวิพรรณพยักหน้ารับ ก่อนที่สุกัญญาจะรีบเดินออกไป

“ดูก่อนได้นะคะ ตอนนี้มีโปรโมชั่นลดราคา และสินค้าบางรายการซื้อสองแถมหนึ่งด้วยค่ะ เข้ามาดูก่อนได้นะคะ” รวิพรรณเอ่ยเสียงหวาน พร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มเหมือนเช่นทุกครั้ง ถึงแม้จะเป็นงานPCแนะนำสินค้าง่ายๆ แต่การใส่ส้นสูงยืนเป็นเวลานานๆก็ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกอะไร ทั้งปวดขาเมื่อยขาทั้งเจ็บเท้า กระนั้นก็ไม่เคยปริปากบ่นเลยสักคำเดียว เพราะเธอคิดเสมอว่าทุกหน้าที่ที่ได้รับมา เธอจะต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุดเสมอ

“คนสวยจ๊ะ พี่อยากซื้อน่ะ”

“คุณลูกค้าสนใจสินค้าตัวไหนคะ เดี๋ยวดิฉันจัดการให้ค่ะ” รวิพรรณเอ่ยขึ้นอย่างมีมารยาท แม้จะรู้ดีว่าลูกค้าผู้ชายคนนี้ กำลังส่งสายตากะลิ้มกะเหลี่ยมาให้เธอก็ตามที

“สินค้าก็อยากซื้อ แต่ก็อยากซื้อน้องคนสวยด้วยจะได้มั้ยจ๊ะ”

“นี่!” รวิพรรณหันไปเสียงดังใส่ เมื่อชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ แล้วยกมือขึ้นวางที่สะโพกผายของเธออย่างถือวิสาสะ

“อย่าเล่นตัวน่า เดี๋ยวพี่ช่วยอุดหนุนสินค้า เหมาหมดนี่เลยก็ได้นะ แค่น้องคนสวยยอมไปต่อกับพี่ เราสองคนจะได้…”

“ฉันขายสินค้า ไม่ได้ขายตัว” รวิพรรณผลักตัวชายหนุ่มให้ออกห่าง พลางมองหน้าเขาอย่างเหลืออด

“เล่นตัวอะไรนักหนา อยากได้เงินเท่าไรบอกมาสิพี่จะจ่าย สวยๆอย่างน้องนี่หมดตัวพี่ก็ยอม”

“ไอ้ชั่ว!” รวิพรรณปัดมือปลาหมึกที่เอื้อมมาจับหน้าอกเธอออก ก่อนจะฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม แล้วยกเท้าขึ้นยันตัวเขาซ้ำอีกครั้ง จนร่างหนานั่นเซล้มไปชนกับเคาน์เตอร์เครื่องสำอางจนสินค้าล่วงหล่นกระจัดกระจาย

“ว๊าย! ตายแล้ว อะไรกันคะเฮีย” หญิงสาวอายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกับเธอรีบวิ่งเข้ามาประคองชายหนุ่มให้ลุกขึ้น พลางใช้มือเล็กปัดเนื้อปัดตัวเขาราวกับว่าพื้นนั่นสกปรกมากล้นก็ไม่ปาน

“แกทำอะไรผัวฉัน!” ทันทีที่หันมาเจอรวิพรรณก็แผดเสียงดังใส่ทันที

“ฉันคงจะไม่ทำอะไร ถ้าสามีของคุณไม่มาลวนลามฉันก่อน” รวิพรรณพยายามตอบอย่างใจเย็น อย่างน้อยผู้หญิงคนนี้ก็จะได้รู้ว่าสามีของตัวเองเป็นเฮียจอมหน้าหม้อเจ้าชู้ชีกอสักแค่ไหน

“หึ ก็ดูแกแต่งตัวซิ โชว์นั่นโชว์นี่ เพราะอยากเรียกแขกล่ะสิ”

“คุณนี่เป็นผู้หญิงประเภทไหนกันนะ!” แต่สิ่งที่รวิพรรณได้ยินมันกลับผิดคาด ผู้หญิงคนนี้ช่างมีความคิดที่ต่ำตมสิ้นดี ให้ตายเถอะการที่เธอแต่งชุดโชว์ตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ก็ใช่จะหมายความว่าเธอต้องการขายเรื่องอย่างว่าด้วยเลยนี่หน่า และที่น่าเจ็บใจมากกว่าก็คือผู้หญิงด้วยกันกลับเพิกเฉยต่อการที่เห็นผู้หญิงถูกคุกคามเสียนี่กระไร

“ฉันก็เป็นผู้หญิงมีบุญมีวาสนาที่ได้สามีรวยๆ ไม่ต้องมาทำงานงกๆหรือว่ามาขายเนื้อหนังอย่างแกก็แล้วกัน ไปค่ะเฮีย” หญิงสาวเอ่ยเย้ยหยัน ก่อนจะเข้าไปกอดแขนผู้เป็นสามีเอาไว้

“จะไปไหน จ่ายค่าเสียหายมาก่อนสิ” รวิพรรณรีบเข้าไปขวางหน้าชายหญิงทั้งสองคนที่กำลังจะเดินหนีไป

“จ่ายเหรอน้อง นี่ฝีมือน้องนะ น้องผลักพี่ไปชนของล้มเอง” ชายหนุ่มยกยิ้มพลางมองรวิพรรณด้วยสายตาดูถูกดูแคลนสิ้นดี

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะแจ้งความ ทั้งที่คุณลวมลามฉัน และทำข้าวของพวกนี้เสียหาย”

“เอาสิ อยากแจ้งก็แจ้งเลย แล้วน้องจะได้รู้ว่าพี่เป็นใคร แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าพี่จะสู้กลับด้วยข้อหาทำร้ายร่างกายนะจ๊ะ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่มีความเกรงกลัวใดๆทั้งสิ้น

“เล่นผิดคนแล้วจ้าเธอ” หญิงสาวยิ้มเยาะก่อนจะเดินกอดแขนผู้ชายทุเรศคนนั้นแล้วจากไป

“ไอ้!...” รวิพรรณกำลังจะเดินตามไป ทว่าก็มีเสียงของสุกัญญาดังขัดขึ้นเสียก่อน

“ซัน! นี่มันอะไรกัน ทำไมเละเทะแบบนี้!” สุกัญญาเอ่ยแล้วกวาดสายตามองข้าวของมากมายที่เสียหาย นี่นอกจากจะทำยอดไม่ได้แล้ว จะต้องมาเสียเงินค่าของพวกนี่ด้วยหรืออย่างไรกัน

“ผู้ชายคนนั้นมาลวนลามซันค่ะ เราต้องแจ้งความนะคะพี่สุ” รวิพรรณเอ่ยพลางชี้มือไปทางชายหญิงที่เดินจากไปจนลับตาแล้ว

“โอ้ย…นี่มันอะไรกันนะ ไม่อยู่แป๊ปเดียวทำเรื่องเดือดร้อนจนได้ ไปๆช่วยกันเก็บบูธ แล้วไปแจ้งความกัน ของนี่หลายตังค์ ยังไงก็ต้องมีคนรับผิดชอบ” แม้จะนึกหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่สุกัญญาก็ยังมีจิตใจปกติเหมือนคนทั่วไป อะไรผิดอะไรถูก ใครทำหรือไม่ทำ ก็ว่าไปตามความจริงเท่านั้นเอง

“ค่ะ” รวิพรรณรับคำพลางรีบไปจัดการเก็บข้าวของที่พังเสียหาย นั่งเก็บไปก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาไป ด้วยทั้งโกรธทั้งนึกน้อยใจในโชคชะตา ที่ไม่รู้ว่าทำไม เธอถึงต้องเจอคนร้ายๆไม่จบไม่สิ้นเสียที

เวลาต่อมา

“เฮ้อ…ทำไมซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างนี้นะซัน” สุกัญญาถอนหายใจพรืด เมื่อไปขอดูกล้องวงจรปิดจากทางห้างสรรพสินค้าเพื่อนำไปใช้ในการแจ้งความ ทว่าทางห้างฯกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังบอกให้รวิพรรณไปกราบขอโทษลูกค้าทั้งสองคนอีกด้วย และถ้าไม่ทำทางห้างฯก็จะขอยกเลิกการรับสินค้าแบรนด์นี้เข้ามาขายอีกด้วย

“เป็นลูกคนรวย มีอำนาจ แล้วคิดจะรังแกใครก็ได้เหรอคะ เพราะใครๆก็ไม่กล้ามีปากมีเสียงเอาแต่ยอม พวกเขาถึงได้คอยรังแกใครอยู่ได้เรื่อยๆ” รวิพรรณเอ่ยด้วยนึกหงุดหงิดใจ เพราะผู้ชายที่มาลวนลามเธอเป็นลูกคนมีอำนาจในท้องถิ่น ซึ่งทางห้างฯไม่ต้องการที่จะมีปัญหาด้วย

“เดี๋ยวนี้มันก็เป็นแบบนี้หมดแหละซัน มีเงิน มีอำนาจ ก็รอดพ้นจากความผิดทั้งหลายทั้งปวง”

“ซันขอโทษนะคะพี่สุ แต่ซันอดโมโหไม่ได้จริงๆ ไอ้นั่นมันทั้งจับก้นจับหน้าอกซัน”

“อืมๆ ช่างมันเถอะ ในเมื่อมันเกิดขึ้นไปแล้ว”

“เรื่องค่าเสียหาย ซันจะรับผิดชอบให้นะคะ” รวิพรรณเอ่ยแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

“เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาหรอก ก็ช่วยๆกันแล้วกันนะ พี่เองก็ผิดที่ปล่อยซันไว้คนเดียว แต่ว่าเรื่องที่จะเป็นปัญหาแน่ๆก็คือเรื่องที่ต้องไปขอโทษ พี่ว่าบริษัทคงไม่ยอมแน่ถ้าซันจะไม่ไป”

“เฮ้อ…” รวิพรรณได้ฟังก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก ลำพังเธอเองเป็นแค่พนักงานชั่วคราว อย่างมากก็ถูกเลิกจ้างเท่านั้น แต่สุกัญญาที่เป็นพนักงานประจำคงต้องได้รับผลกระทบเต็มๆอย่างแน่นอน

“ตายแล้วซัน!” สุกัญญาถึงกับอุทานออกมาเมื่อได้อ่านข้อความในมือถือ

“อะไรคะพี่สุ”

“ฝ่ายดูแลลูกค้าของบริษัทส่งข้อความมาว่า ผู้ชายคนนั้นจะเรียกค่าเสียหายฐานที่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล” สุกัญญาเอ่ยพลางยื่นข้อความในโทรศัพท์ให้รวิพรรณดู

“หลังเดาะ? กระดูกสะโพกเคลื่อน? บ้าหรือไงคะพี่สุ หลังเกิดเรื่องมันยังเดินออกไปแบบปกติๆอยู่เลย” รวิพรรณได้อ่านก็แทบจะอดรนทนไม่ไหว ถ้าเป็นไปได้อยากจะสงเคราะห์ให้มันหลังหักเสียจริงๆ

“ยังไงเข้าไปคุยที่บริษัทเถอะ ทางหัวหน้าเรียกรวมตัวกันเดี๋ยวนี้เลย”

“ค่ะ” รวิพรรณพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเดินตามสุกัญญาออกไป

คอนโดศิวะ

“ดีขึ้นแล้วเหรอครับนาย” เชนเอ่ยถามเมื่อผู้เป็นนายเดินออกมาจากห้องนอน หลังจากที่นอนซมเพราะฤทธิ์ไข้มาทั้งวัน

“อืม มึงมีอะไรหรือเปล่าทำไมทำหน้าไม่ค่อยดี” ศิวะพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยถามเมื่อสังเกตท่าทีร้อนใจของลูกน้องที่แสดงออกมา

“คุณรวิพรรณเกิดเรื่องครับ”

“ซันเป็นอะไร! แล้วทำไมไม่รีบบอกกู!” เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รีรอที่จะเสียงดังใส่ลูกน้องทันที

“ผมก็พึ่งทราบเรื่องเมื่อสักครู่เองครับ นี่กำลังจะเข้าไปแจ้งนายเหมือนกันว่าผมจะขอออกไปหาเธอ”

“ไปเตรียมรถรอ กูจะไปด้วย” ศิวะเอ่ยจบก็รีบเดินกลับเข้าห้องไปล้างหน้าล้างตาแต่งตัวทันที

โรงพยาบาล

“ครั้งเดียวนะซัน ให้มันจบลงแค่ตรงนี้” สุกัญญาเอ่ยปลอบใจหญิงสาว ขณะที่กำลังรอเข้าเยี่ยมผู้ชายตัวปัญหาคนนั้น โดยตอนนี้ทุกฝ่ายตกลงกันแล้วได้ข้อสรุปว่าถ้ารวิพรรณยอมไปกราบขอโทษ ทุกอย่างจะจบลงอย่างไม่มีปัญหา โดยที่รวิพรรณเองก็จำต้องยอมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ที่ซันยอม เพราะว่าเห็นแก่พี่สุนะคะ ซันไม่อยากให้พี่สุเดือดร้อน แต่หลังจากนี้ซันขอไม่รับงานของบริษัทนี้อีกต่อไปแล้วค่ะ บริษัทที่ดีแต่จะรักษาภาพลักษณ์ของบริษัท แต่ไม่เคยคิดจะรักษาพนักงานที่ตั้งใจทำงานให้เลย”

“เอาน่ะ พี่เข้าใจ และพี่ก็ขอบคุณซันมากๆนะ” สุกัญญาตบบ่าหญิงสาวอย่างต้องการให้กำลังใจ

“แล้วนี่เขาจะให้เราเข้าพบเมื่อไรคะ”

“ไม่รู้สิ พอมาถึงก็เอาแต่บอกให้รอก่อน”

“จงใจแกล้งกันชัดๆ”

“ไม่ต้องอารมณ์เสียแล้วเราน่ะ ไปหาอะไรดื่มดับอารมณ์ร้อนหน่อยไป เดี๋ยวพี่อยู่รอให้เอง ถ้าเขาเรียกแล้วพี่จะโทรตาม”

“ก็ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวซันมานะคะ” รวิพรรณพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ก่อนจะรีบเดินออกมา หาอะไรเย็นๆดื่มหน่อยก็ดี เพราะตอนนี้ทั้งร้อนใจร้อนกายจนแทบจะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

“ซัน”

“พี่เชน! มาทำอะไรที่นี่คะ” รวิพรรณหันไปตามเสียงเรียกก็ต้องเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าเชนยืนอยู่

“ไปกับพี่ครับ” เชนจับมือหญิงสาวให้เดินตาม

“เดี๋ยวค่ะ จะพาซันไปไหน ซันมีธุระที่ต้องจัดการ” รวิพรรณเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก

“พี่รู้เรื่องงานของซันแล้ว และพี่กำลังจะช่วยครับ” เชนหันมาบอกกับหญิงสาว

“ไม่ต้องช่วยอะไรเลยค่ะพี่เชน ซันกำลังจะไปขอโทษผู้ชายคนนั้น แล้วเรื่องราวก็จะจบ” รวิพรรณอธิบาย

“มันไม่จบหรอกครับ”

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ”

“ก็เท่าที่พี่ตามเรื่อง พอมันให้ซันขอโทษเสร็จ มันก็จะเรียกร้องเงินอยู่ดีครับ”

“ไอ้ชั่วเอ้ย สารเลวที่สุดเลย ว่าแต่พี่เชนรู้เรื่องได้ยังไงคะ หรือว่า…” รวิพรรณกร่นด่า ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าทำไมเชนถึงรู้เรื่องเธอมากมายนักจึงเอ่ยถามขึ้น

“อย่าพึ่งถามเลยครับ เดี๋ยวระหว่างทางพี่เล่าให้ฟังแล้วกันนะ ตอนนี้ไปกับพี่ก่อน”

“แต่พี่สุ…”

“จะไม่มีใครต้องเดือดร้อนหรอกครับ ไม่ต้องกังวลนะ” เชนเอ่ยขึ้นอย่างรู้ดีว่าเธอกำลังนึกเป็นห่วงคนอื่น แต่กระนั้นก็อยากให้เธอวางใจ เพราะเรื่องนี้ผู้เป็นนายของเขานั้นได้จัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยหมดแล้ว

“…………” รวิพรรณไม่ได้ตอบเพียงแต่พยักหน้ารับด้วยความเชื่อใจชายหนุ่ม ก่อนที่จะยอมเดินตามเขาออกไป

“เราจะไปไหนกันคะ” รวิพรรณเอ่ยถามเมื่อเดินมายังลานจอดรถ

“ไปคุยเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายทั้งหมดน่ะครับ” เชนตอบพลางหมายจะเดินไปเปิดประตูรถแต่ก็โดนหญิงสาวคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน

“ที่พี่เชนบอกว่ากำลังจะช่วยซัน คือช่วยโดยการไปขอให้เจ้านายพี่เชนช่วยใช่มั้ยคะ” รวิพรรณจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างจ้องจับผิด ความรู้สึกเธอมันบอกแบบนั้น และมันต้องใช่อย่างแน่นอน

“ก็...ใช่ครับ” เชนพยักหน้ารับ

“พี่เชน! ซันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา ไม่ต้องการให้เขามามีส่วนข้องเกี่ยวในชีวิตของซันอีก” รวิพรรณเอ่ยด้วยความไม่พอใจ ก็เธอไม่อยากมีอะไรข้องเกี่ยวกันอีก โดยเฉพาะการที่ต้องติดหนี้บุญคุณในแบบเดิมๆ

“แค่ไปคุยนะครับ นายคือคนเดียวที่จะช่วยซันได้” เชนพยายามเกลี้ยกล่อมหญิงสาว และเขาก็พูดถูก ศิวะคือคนเดียวที่จะสามารถทำให้ปัญหาทุกอย่างหมดไปได้อย่างง่ายดายที่สุด

“ซันไม่…”

“พี่จะอยู่ด้วยตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวนะ” เชนเอ่ยด้วยแววตาที่แสนจะมั่นคง เขาขอความร่วมมือจากเจ้านายแล้ว ว่าเขาขออยู่ด้วยตลอดเวลาที่พวกเขาคุยกัน และศิวะก็ตกปากรับคำเป็นอย่างดี

“…………” อีกครั้งที่รวิพรรณไม่ได้ตอบ แต่พยักหน้ารับด้วยความเชื่อใจเขา และยอมเปิดประตูขึ้นรถไปแต่โดยดี

“คุณศิวะ!” แต่เมื่อหันไปเห็นคนที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับก็ต้องตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เพราะนั่นคือชายหนุ่มที่เธอไม่อยากจะพบเจอเลยสักนิด

ครั้นเมื่อรู้สึกว่าตนกำลังไม่ปลอดภัยจึงหันไปจะเปิดประตูรถ ทว่าก็ช้ากว่าชายหนุ่มที่คว้าแขนเธอเอาไว้ได้ก่อน

“นายครับ! ไหนตกลงกันว่าจะคุยกันดีๆ” เชนพยายามจะเปิดประตูรถทว่าก็ทำไม่ได้ เมื่อศิวะกดล็อคประตูด้วยความว่องไวกว่า

“กูขอโทษนะไอ้เชน แต่กูขอเวลาส่วนตัว” ศิวะลดกระจกรถลงนิดแล้วตะโกนบอกลูกน้อง ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งหยิบกุญแจมือมาล็อคแขนรวิพรรณเอาไว้กับพวงมาลัยรถ

ก็ไม่ได้อยากจะใช้กำลังบังคับเธอแบบนี้ แต่รู้ดีว่าเธอคงไม่ยอมคุยกับเขาง่ายๆ ซ้ำลูกน้องตัวดีก็ยังคอยกันท่า สุดท้ายก็ต้องเลือกวิธีนี้ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเขา

“ปล่อยฉันนะคุณศิวะ” รวิพรรณพยายามดึงกุญแจ ทั้งๆที่รู้ดีว่ายังไงมันก็ไม่มีทางหลุด

“นายครับ!” เชนก็ยังเอ่ยเรียกผู้เป็นนาย แต่ศิวะก็หาได้ฟัง ก่อนที่เขาจะขับรถออกไปในทันที...

 

********************************************

ต่อแล้วน๊า อิพี่จะพาน้องไปไหน? แต่ยังไม่ใช่ตอนขาหักนะ อิอิ^^

ปล.ที่ตั้งใจไว้ว่าเรื่องนี้น่าจะประมาณ50ตอน ไปๆมาๆคิดว่าน่าจะเกินนะคะ แต่แต่งจบแน่นอนจะ ไม่ต้องกลัวเน้อ😆😆😆

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น