Faddist/ปอฝอ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : อยากเจอ (100%)

คำค้น : วิศวะสุดหล่อขอหมอเป็นเมีย ขอหมอเป็นเมีย วิศวะสุดหล่อ ฟิวส์อนา อนาฟิวส์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2562 22:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อยากเจอ (100%)
แบบอักษร

 

 

 

 

-15- 

อยากเจอ 

[ฟิวส์ คติพจน์] 

 

 

พ่อตาดุทุกโหมดส่วนแม่ยายก็โหดทุกนาที 

 

ประโยคนี้ผุดเข้ามาในหัวผมตอนที่พี่อนาผละออกจากอ้อมกอดแล้วบอกว่าพ่อเขาโทรมาตาม พ่อครับ…นี่ฟิวส์เอง ฟิวส์คนซื่อคนนี้จะหลอกอะไรพี่อนาได้ หลอกให้รักมากๆ ยังไม่รู้เลยว่าจะทำได้ไหม ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าพ่อเขาจะกักตัวลูกชายไว้นานเท่าไหร่ ผมเข้าใจว่าวันหยุด คงไม่นานหรอกพี่เขาก็กลับมา แต่ว่าความคิดถึงอะ มันห้ามได้ด้วยเหรอ? 

 

ผมนอนอยู่ที่เดิมแม้ว่าเมื่อคืนจะไม่ได้กอดพี่อนา ผมกดส่งข้อความ Morning เหมือนเมื่อคืนที่ส่ง Good night แน่นอนว่าพี่เขาแค่ส่งสติกเกอร์กลับมา แล้วบอกว่าต้องไปวิ่งกับพ่อ โว้ยยยย โดนพ่อตาปล้นเมียว่ะ 

 

ผมเข้าใจว่าผมยังเด็กในสายตาของคุณหมอทั้งสองท่าน เรียนก็ยังไม่จบ ทางบ้านก็ยังไม่รู้เรื่อง แล้วอีกอย่างเวลาหนึ่งเดือนมันไม่ได้การันตีว่าผมจะรักพี่อนาตลอดไป โอเค ท่านจะคิดอย่างนั้นมันก็ไม่แปลก แต่ท่านจะมาตัดสินเลยมันก็ไม่ได้ ผมไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย ถึงพี่อนาจะจบก่อนแต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะเรียนไม่จบนะ ถึงพี่อนาได้ทำงานก่อนก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะเลี้ยงพี่อนาไม่ได้นะ 

 

“คุณนาย…” ผมกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์เมื่อสัญญาณรอสายถูกตัด เสียงที่เซ็งแซ่จากฝั่งนั้นเหมือนไม่รู้เลยว่าคนฝั่งนี้ทรมานแค่ไหน อีกอึดใจเดียวถ้าไม่ได้คุยนี่ผมอาจจะกรี๊ดออกมาเลยก็ได้ 

[ว่าไงสุดหล่อ] ผมถอนหายใจเมื่อเสียงเพราะๆ นั่นตอบกลับมาหลังจากที่ผมทักไปราวๆ หนึ่งนาที 

“ทำไมตอบช้า ผมรอจนหูจะไหม้แล้วนะ” 

[เวอร์จัง ลูกใครเนี่ย] แม่ตอบกลับมาแบบนั้น [แล้วโทรมาทำไมแต่เช้าคะ ช่วงนี้ดูจะตื่นเช้าทุกวันเลยไหม?] 

“ใช่ ปกติตื่นมาปลุกแฟน แต่วันนี้ไม่มีแฟนนอนด้วยเลยนอนไม่หลับ” ผมบอกแล้วลุกขึ้นนั่งกอดหมอน รู้สึกดีน้อยกว่ากอดพี่อนาเยอะ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้กอดเลย 

[หืม? มีแฟนแล้วเหรอ?] 

“ใช่…มีแฟนแล้วรักแฟนมาก” ผมตอบกลับ แม่เลยหัวเราะออกมา 

[แล้วก็คือโทรมาอวดเฉยๆ หรือว่ายังไง หรือมีปัญหาอะไรหรือเปล่า] แม่ถามต่อ 

“คือ…มันก็มีแหละ เหมือนพ่อกับแม่เขาจะไม่ชอบผมอะ” 

[เดี๋ยวก่อนฟิวส์ นี่ถึงขั้นไปเจอพ่อเจอแม่เขาแล้วเหรอ ลูกเต้าเหล่าใครทำไมไม่เคยบอกแม่เลย] แม่ผมถามกลับมา 

“แม่ไม่ได้ติดตามเฟซบุ๊กผมหรือไง ผมก็ออกจะโจ่งแจ้ง” ผมว่ากลับ 

[โอ๊ยยย พ่อคนฮอต ฉันจะไปติดตามคนไร้สาระอย่างเธอทำไม แต่ละคืนเช็คอินแต่ร้านเหล้าจนแม่เลิกติดตามไปแล้ว] แม่บ่นกลับให้ผมได้ยู่หน้า 

“ทุกวันนี้ไม่เข้าแล้วสักหน่อย” ไม่เข้าแล้วร้านเหล้า เข้าห้องแฟนแทน 

[แล้วคือจริงจังมากใช่ไหม? ถึงไปเจอพ่อแม่เขาอะ] 

“ความจริงมันก็…เป็นเรื่องบังเอิญ คือผมไปรอพี่เขาไง แล้วพ่อเขามาเจอพอดีเลยชวนไปกินข้าว แต่เขาดุมากอะแม่ ทั้งพ่อทั้งแม่พี่เขาเลย เหมือนจะไม่ชอบผม นั่งกินนี่เกร็งตลอด ดีนะมีแฟนอยู่ด้วยเลยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย” ผมบอกกลับแล้วคิดไปถึงเมื่อวานตอนเย็น ถ้าให้ผมอยู่อย่างนั้นกับพ่อพี่อนาแค่สองคนผมขอไปเป็นผู้ช่วยหมอฟันดีกว่า ถึงจะไม่ชอบแต่ก็น่าจะทำได้ดีกว่านั่งสบตาพ่อตาอย่างนั้น 

[อืม…แล้วยังไงต่อ เรื่องแค่นี้มีแค่แฟนก็ดีขึ้นแล้วโทรมาหาแม่ทำไม] 

“คือ…แม่ครับ พี่เขาแก่กว่าผมมาก แล้วพี่เขาก็เคยอกหักมาเยอะ แล้วพ่อกับแม่พี่เขาก็เป็นห่วง แต่ผมรักพี่เขาจริงๆ นะ ผมทั้งทำให้พี่เขาดู เมื่อวานผมก็บอกไปแล้วด้วย ผมกลัวว่าพี่เขาจะไม่มั่นใจในตัวผมเพราะผมเด็กกว่า ผมไม่รู้จะคุยกับใครอะ คุยกับเพื่อนก็ไม่น่าจะดีเท่าคุยกับแม่” ผมบอกออกไปอย่างที่รู้สึก 

 

เรื่องแบบนี้ผู้ใหญ่น่าจะเข้าใจผม แล้วอีกอย่างผมก็อยากบอกเรื่องนี้กับพ่อกับแม่ผมด้วย ถ้าให้เทียบกับพี่บาร์ ครอบครัวพี่เขาไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว ส่วนหมอกัณฐ์น่ะเหรอ บ้านนั้นเขาสนับสนุนลูกชายเต็มที่ พี่วีกับไอ้มาร์ค…ตอนนี้พี่วีกอดคอพ่อตาจิบแชมเปญอยู่หอคอยของไอ้มาร์คไปแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ไม่มีใครที่โดนสายตาแบบนั้นเหมือนผมสักคน 

 

[รักเขามากเลยเหรอ? ลูกสาวบ้านไหนกัน สวยแค่ไหน ดีแค่ไหน มาทำให้ลูกชายแม่คิดมากได้ขนาดนี้ เจ้าฟิวส์ของแม่เก่งที่สุดยังมาทำให้ขาดความมั่นใจได้ ไหนพูดซิ จะได้ไปวางแผนกับคุณพ่อว่าจะไปขอยังไง] 

“ไม่รู้ว่ารักมากแค่ไหน แต่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขมากเลย แม่…แค่พี่เขายิ้มผมก็มีความสุขแล้วอะ พี่เขายิ้มสวยมากเลยนะแม่ ตานี่หวานจนผมอยากเอาไปกินแทนน้ำเชื่อม จนผมที่คิดว่าตัวเองหล่อก็ยังไม่ดีพอสำหรับพี่เขา แม่คิดดู” ผมบอกแล้วคิดถึงหน้าพี่อนาไปด้วย ผมไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ ทุกอย่างมันคือความพอดีที่มากกว่าชาวบ้านเขานิดหน่อยก็เท่านั้นเอง แฟนผมสวยขนาดนั้น น่ารักก็ขนาดนั้นจะให้มาชมน้อยๆ ได้ยังไง 

[โอเค ถ้าเขาสวยเหมือนนางงามขนาดนั้นแม่ต้องเตรียมมงกุฎไหม?] 

“ไม่ต้อง…พี่เขาเป็นผู้ชาย” 

[ฟิวส์…] แม่เรียกชื่อผมเบาๆ ก่อนจะเงียบไปนาน ผมถอนหายใจออกมาแล้วย้ำต่อ 

“แม่…แฟนผมเป็นผู้ชาย” 

[…] ความเงียบคือสิ่งที่ผมได้เป็นคำตอบ แม่ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ราวๆ นาทีสายก็ถูกตัดไปอย่างนั้น แม่วางสายไปพร้อมกับใจของผมที่ห่อเหี่ยวลง เหมือนมันกำลังจะหยุดเต้น บีบเข้ามาจนเหมือนจะขาดอากาศหายใจ ถ้าเกิดแม่กับพ่อผมรับเรื่องนี้ไม่ได้ พ่อกับแม่พี่เขาไม่ชอบผม แล้วผมจะทำยังไง 

 

 

ผมลุกออกมาอาบน้ำ จัดการกับตัวเองแล้วจบลงด้วยการนั่งกินแซนด์วิชกับนมที่พี่อนาซื้อมาไว้ แม่ยังไม่โทรกลับ พี่อนายังไม่ตอบข้อความ และดูเหมือนวันนี้มันจะเหงาเป็นพิเศษ เหงาชนิดที่ว่าแชทกลุ่มก็ไม่มีแจ้งเตือน ผมเปิดทีวีดูไปเรื่อย วนกลับมานั่งที่เตียงแล้วกอดหมอนของพี่อนาต่อ อือ…นอนอีกสักงีบก็ได้วะ 

 

Rrrr~ 

ความคิดผมถูกเสียงโทรศัพท์รบกวนก่อนที่จะได้นอนลงไปจริง เบอร์ที่โชว์อยู่ทำเอาผมไม่อยากรับ กลัวว่ารับแล้วจะเสียใจ ซึ่งกรณีนั้นมันมากกว่าจะได้ดีใจ 

“ครับ…” 

[ชอบมากเลยเหรอ? หยุดไม่ได้เลย?] คำถามที่ออกจากแม่ทำเอาผมถอนหายใจออกมา 

“รักเลยแหละ” ผมตอบ 

[แม่บอกพ่อแล้ว เอาจริงๆ ก็ไม่โอเคกันหรอก] 

“ผมไม่เหลือใครแล้วนะ” ผมบอกช้าๆ “พ่อแม่เขาก็ไม่ชอบผมแล้ว แต่แม่ครับ…ผมชอบเขาจริงๆ นะ” 

[ฟิวส์ ลูกเพิ่งยี่สิบนะ ยังต้องเจอใครอีกมากมาย แล้วที่คบกับเขาก็ยังไม่นานเท่าไหร่ไม่ใช่เหรอแม่ไปตามดูมา แม่เข้าใจว่าโลกมันเปิดกว้างแล้ว ความรักมันก็ห้ามกันไม่ได้ แต่ฟิวส์มั่นใจเหรอว่าคือเขาจริงๆ ไม่ใช่เดือนนี้บอกว่ารักนักรักหนา พอเดือนหน้ามาบอกว่าเลิกกัน เอาให้ชัวร์ก่อนดีกว่าไหม?] แม่ว่ายาวๆ ผมก็คิดตามบ้าง แต่ก็เถียงในใจทุกประโยคนั่นแหละ พยายามจะเข้าใจพ่อกับแม่นะ แล้วก็อยากให้พวกท่านพยายามเข้าใจผมด้วย 

“ผมรักเขา ไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหน แต่ตอนนี้ผมรักเขา แล้วผมก็มั่นใจว่าเขาคืออนาคตของผม” 

[แล้วเขาที่ว่าคิดแบบฟิวส์ไหมลูก เขาเคยบอกชัดเจนไหม? เขาทำเพื่อลูกของแม่เหมือนที่ลูกกำลังมาหนักใจเพราะเขาหรือเปล่า] 

“แม่…ไว้ค่อยคุยนะ” ผมบอกแค่นั้นแล้วกดวางสาย เกินจะรับไหวจริงๆ ไม่อยากจะคิดอะไรมากกว่านี้แล้ว เอาเป็นว่าปล่อยมันไว้อย่างนี้ก่อนได้ไหม แค่คิดว่าพี่อนาไม่รัก แค่คิดชั่วแวบเดียวผมก็ทนไม่ได้แล้ว 

“ฟิวส์” เสียงเรียกอยู่หน้าประตูทำให้ผมเงยหน้ามอง พี่อนายืนยิ้มอยู่ตรงนั้น พร้อมกับกระเป๋าอะไรสักอย่าง ผมค่อยๆ ขยับตัวแล้วเดินช้าๆ ไปหาพี่เขา 

“พี่อนา…” ผมดึงอีกคนเข้ามาในอ้อมกอดพร้อมกับของที่เขาถืออยู่ เหมือนพี่อนาจะตกใจแต่ผมก็ไม่ได้ปล่อยพี่เขาออกไป 

“หืม? คิดถึงมากขนาดนั้นเลยเหรอ” พี่อนาว่าแล้วใช้มือข้างที่ว่างขยี้ผมของผม ผมพยักหน้าตอบก่อนจะค่อยๆ ปล่อยพี่เขาออกจากอ้อมกอด 

“คิดถึงมากสิ ใครจะเหมือนพี่ ไม่ยอมตอบข้อความ” ผมว่าแล้วค่อยๆ ผละออก 

“ไม่ตอบข้อความเพราะคิดถึงมากจนต้องขับรถมาหานี่ไง” พี่อนาว่าแล้วยิ้ม ส่วนผมนี่เหมือนลืมเรื่องแม่ไปสนิทตอนได้เห็นยิ้มของพี่เขา อยากจูบปากแฟนโว้ยยย ปากแฟนน่าจูบที่สุดเลยโว้ยยย รอยยิ้มแฟนโคตรเยียวยาอะบอกเลย ต้องเข้าใจอาการที่เซแทบล้ม กำลังจะล้มแล้วแต่มีคนเดินเข้ามาประคอง ตอนนี้ผมรู้สึกคล้ายๆ แบบนั้นแหละ แม้ว่ามีโอกาสจะล้มอีกหลายรอบก็ตาม 

“ไหนบอกจะอยู่กับที่บ้าน” ผมว่าแล้วรับเอากระเป๋าผ้านั่นมาถือ ข้างในเป็นอาหารที่ผมคิดว่าพี่เขาคงเอามาให้ผม 

“ไปกับแม่แล้ว นี่มันก็สายแล้วนะ จนแม่ทำข้าวเที่ยงมาให้แล้วเนี่ย” พี่อนาบอก 

“แม่พี่ทำกับข้าวให้ผม?” 

“ทำให้พี่แต่พี่เอามาให้ฟิวส์” พี่อนาบอก ผมเลยพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ 

“ทำไมมาได้ ไหนบอกจะกลับมาอีกทีตอนเรียนพรุ่งนี้” 

“กายจะให้ช่วยติวหนังสือให้ เลยกลับมาก่อน เดี๋ยวบ่ายๆ จะออกไปหากาย” พี่อนาบอก 

“อืม…ผมก็นึกว่าพ่อกับแม่พี่โอเคแล้วซะอีก” ผมบอก 

“น่าจะอีกนาน แต่ไม่เป็นไรหรอก เราก็แค่…คบกันนานๆ เดี๋ยวพ่อแม่ก็ยอมรับได้เอง” พี่อนาว่าแล้วเดินเข้ามาหาผม 

“อืม…” ในกรณีของพี่อนาน่าจะเป็นแบบนั้น แค่ผมพิสูจน์ให้เห็นว่ารักพี่อนาจริงๆ พวกท่านก็คงโอเค แต่ในกรณีของผม พ่อกับแม่ไม่รู้ว่าจะรับได้มากน้อยแค่ไหน ฟังจากแม่พูดแม่คงคิดว่าความรักของผมกับพี่เขามันจะไม่มั่นคง แต่ถ้าเราคบกันไปนานๆ อย่างที่พี่เขาว่ามันก็คงพอจะทำให้แม่เชื่อใจได้ แต่พ่อแม่พี่อนาจะรู้สึกยังไงวะ จะมาฝากลูกชายเขาไว้กับผม คนที่พ่อแม่ไม่โอเคเรื่องแบบนี้ 

“คิดอะไรอยู่” พี่อนาเดินเข้ามาหาแล้วเอามือแตะแก้มผมเบาๆ ให้หลุดจากภวังค์ของตัวเอง ผมหันมามองพี่เขาก่อนจะยิ้มให้แล้วส่ายหน้าเบาๆ 

“เปล่า” 

“ฟิวส์…” 

“ผม…เพิ่งโทรหาแม่” ผมพูดหลังจากที่ได้ยินเสียงเข้มๆ ของอีกคน พี่อนาเงยหน้าขึ้นมองผมทันทีที่ผมพูดจบ ตาสวยเบิกกว้างกว่าเดิมเล็กน้อยเหมือนจะตกใจ แต่พี่เขาก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมเมื่อผมจับมือเล็กๆ นั่นไว้ 

“แม่ว่า…ยังไงบ้าง” 

“ก็ไม่โอเค…” ผมบอก “ท่านไม่คิดว่าเราจะรักกันได้จริงๆ” พี่อนาพยักหน้าเมื่อผมบอกออกไป 

“ธรรมดาแหละ จะให้มายอมรับว่าลูกชายตัวเองชอบผู้ชาย จะอยู่กับผู้ชายมันก็คงยาก” พี่อนาว่าแล้วยิ้มให้ผม “ไม่เป็นไรนะ พ่อแม่จะว่ายังไงเราก็จะยังรักกันอยู่ดี ใช่ไหม?” 

“อื้อ~ ผมไม่ยอมเลิกกับพี่หรอกนะ” ผมว่าแล้วดึงอีกคนเข้ามาในอ้อมกอด ก่อนที่หัวสวยๆ จะซุกลงที่ไหล่ผมทันได้เห็นรอยยิ้มของพี่อนา รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจผมกลับมาเต้นอีกครั้ง แม้ว่าจะลำบากไปหน่อย แต่ขอแค่มีรอยยิ้มของพี่เขาให้ผมได้มองทุกวัน แค่นั้นผมก็พอจะมีแรงสู้กับอะไรหลายๆ อย่างแล้ว 

 

----- 

 

ผมพาพี่อนาออกมาข้างนอก เขาบอกว่าจะมาเจอพี่กาย ก็คงอ่านหนังสืออะไรของพี่เขานั่นแหละ ควิซเก่ง ควิซทุกคาบ แฟนผมไม่มีเวลาให้ผมก็เพราะอ่านหนังสือนี่แหละ ไอ้ผมมันก็คนดี จะไปขัดการสอบของแฟนไม่ได้ เลยทำได้แค่หยิบชีทขึ้นมาอ่านตาม เออ…อ่านด้วยก็ได้วะ 

ปกติผมไม่ทำการบ้านเองหรอกนะ เพื่อนผมเก่ง ผมลอกเพื่อน ถูกทุกข้อเหมือนไอ้มาร์ค ตอนสอบให้ไอ้มาร์คสอนอีกที รอดมาได้อย่างหวุดหวิด ผมบอกเลยว่าไม่เอฟสักวิชา ถึงคะแนนจะไม่ได้สูงลิบลิ่วเป็นอันดับต้นๆ แต่ผมก็ผ่านมันมาได้อย่างดี ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่อนาที่ก้มลงไปคุยกับพี่กายแล้วขมวดคิ้ว อีกนิด…อีกนิดเดียวหัวก็จะชนกันแล้วนะ พี่กายสายตาสั้นหรือยังไงวะ ต้องตัดแว่นให้ไหม 

“พี่อนา…” 

“หืม?” พี่เขาเงยหน้าขึ้นแล้วเลิกคิ้วมองผม 

“หัวชิดไป ผมหวง” 

“โอ้โห…ไม่มากไม่น้อยแต่โอเวอร์สุดๆ เพื่อนครับ นี่พี่กายเพื่อนพี่อนาเอง” พี่กายบอกแล้วชี้เข้าหาตัวเอง 

“ก็ผมหวงของผมอะ” ผมว่า 

“เออๆ เอาใหม่นะ…อะ…มึงสอน” พี่กายขยับย้ายมานั่งกับผม ส่งยิ้มให้พี่อนาที่ขมวดคิ้วอยู่แล้วพยักหน้าให้สอนต่อ 

“กาย มานั่งนี่” พี่อนาบอกเพื่อน 

“ไม่ได้ น้องฟิวส์หวง” พี่กายบอก 

“มึงนั่งนั่นกูก็หวง” พี่อนาว่า พี่กายเลยมองบนก่อนจะเดินกลับไปที่เดิม 

“ความจริง ลำบากขนาดนี้มึงไม่ต้องมาติวให้กูก็ได้” พี่กายว่า “แม่งเสนอตัวมาติวให้เองยังมาเรื่องมากอีก” 

“อ้าว คนที่ได้คือมึงไหม?” 

“ก็กูแหละ แต่ก็อยากให้เพื่อนได้อยู่กับแฟนแบบสบายๆ ไง” พี่กายว่าต่อ 

“ก็ ถ้าไม่ออกมาก็ไม่ได้อยู่ด้วยไง” พี่อนาว่าเบาๆ ไม่รู้ว่าพี่กายเข้าใจไหมแต่ผมเข้าใจที่พี่อนาพูด ผมรู้สึกว่ามุมปากของผมมันโค้ง และหัวใจของผมกำลังเต้นแรง นี่สินะอาการที่บอกว่าทนคิดถึงไม่ไหวจนต้องหาเรื่องมาเจอ 

“ผมไปสั่งขนมให้นะ” ผมบอกแล้วยิ้มให้พี่อนา 

“อื้อ ขอเครปเค้กนะ” 

“ครับผม” 

ผมปล่อยพวกพี่เขาไว้สองคน เดินมาสั่งเครปเค้กแล้วเลือกเค้กให้พี่กายอีกชิ้น พี่อนาบอกว่ากลุ่มของพี่เขาชอบผมกันทุกคน แล้วตอนที่เราสองคนเปิดตัวว่าจีบกันพี่พอลล่าแทบจะตัดเพื่อนพี่อนาไปแล้ว ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าพี่เขาจะติดตามหรือมาชอบ เพราะพี่เขาน่าจะเรียนหนัก เหมือนอย่างตอนนี้ที่กำลัง… 

 

ยิ้มให้ไอ้ท็อป 

 

ผมเดินถือจานเค้กมาที่โต๊ะอย่างช้าๆ สายตามองจ้องไปให้คนสองคนนั้นได้รู้ตัวว่าผมมาแล้วนะ พี่กายเงยหน้าขึ้นมาเจอผมก่อน พี่เขากำลังจะขยับปากพูดอะไรสักอย่างแต่ก็เงียบไป คงจะเพราะสายตาและท่าทางของผม แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้พี่อนารู้ตัวว่าผมกำลังจะเดินไปถึงแล้ว 

“ช่วงนี้ผมไม่ค่อยเห็นพี่ที่ร้านเลย ไอ้เด็กวิศวะไม่ค่อยพาไปเหรอ” ผมได้ยินมันถามแฟนผม แล้วแฟนผมก็ส่ายหน้าตอบ 

“อยู่ห้องก็ดีแล้ว” พี่อนาตอบสั้นๆ มันก็โคลงหัวให้ 

ผมรู้แค่ว่ามันชื่อท็อป เคยคุยกับพี่อนาและวันนั้นตอนผมเมามันก็เกาะแกะพี่อนา เล่นหูเล่นตาจนผมโมโห แต่เหมือนว่าวันนั้นพี่อนาจะไม่เล่นด้วยแล้วไม่ใช่เหรอวะ ผมรู้สึกว่าพี่เขาชัดเจนแล้วนะว่าไม่เอามันอะ แล้วนี่มันนั่งยิ้มนั่งหัวเราะให้กันแบบนี้ได้ไง 

“เครปเค้ก” ผมบอกแบบนั้นก่อนจะวางมันลงตรงหน้าพี่อนา เลื่อนเค้กส้มไปให้พี่กาย แล้วย้ายก้นตัวเองลงที่เก้าอี้ตัวที่อยู่ข้างแฟน สบตาคนที่นั่งข้างพี่กายแล้วมองหน้ามันตรงๆ สายตาที่ท้าทายมันทำให้ผมอยากลงไปคลุกกับมันสักฝุ่นจริงๆ ร้านนมก็เอาวะ 

“พี่จะคบกับมันนานแค่ไหนอะครับ” 

“ท็อป…” พี่อนาเรียกชื่ออีกคนแล้วถอนหายใจออกมา “ถ้าจะมากวน ไม่ต้องมาดีกว่า” 

“ผมแค่ถาม นี่ก็…ถือว่าจะถึงลิมิตพี่แล้วนะ แถมยังเด็กขนาดนี้…นานกว่านี้ได้เหรอ?” มันว่าออกมาแล้วมองมาที่ผม 

“เด็กแล้วยังไงวะ มึงแก่กว่ากูกี่ปี” 

“ฟิวส์” พี่อนาหันมาหาก่อนจะจับแขนผมไว้ พี่เขาลูบแขนผมเบาๆ เพื่อให้ผมเย็นลง เหมือนหลายๆ ครั้งที่เคยทำ 

“ก็แก่กว่า รู้จักก่อน ได้…คุยก่อน” 

“ไอ้!...” 

“ฟิวส์ ไม่เอา” พี่อนาดึงแขนผมไว้ก่อนที่จะได้ลุก ดีที่ที่นี่ไม่มีคนมันเลยไม่มีใครมาสนใจ แล้วพอไม่มีใครสนใจไอ้นี่มันก็เลยลอยหน้าลอยตากวนผมอยู่แบบนี้ 

“อืม…เห่าเก่งสมคำร่ำลือ” 

“มึง… ออกไปข้างนอกกับกูมา” ผมว่าแล้วดึงคอเสื้อมันขึ้นมา แต่มันก็ยังทำตัวไม่รู้ร้อน พี่อนายังดึงแขนผมไว้เหมือนเดิม ส่วนพี่กายเดินไปคุยกับพนักงานแล้ว มันยิ้มให้ผมก่อนจะมองไปที่พี่อนา ยิ้มมันกว้างขึ้นจนมือของผมมันเริ่มขยับ 

“ฟิวส์ พี่ขอ…” พี่อนาจับมือผมไว้ มองผมด้วยสายตาอ้อนวอน ผมมองที่พี่อนาก่อนจะมองไปที่มัน มันยิ้มให้ผมแล้วเลิกคิ้วขึ้นเหมือนกับว่าเป็นผู้ชนะ เหมือนจะบอกว่าพี่อนาปกป้องมัน 

“ครับ” ผมรับคำแล้วนั่งลงที่เดิม แม้ว่าในใจจะคุกกรุ่นไปด้วยความโกรธ แต่ก็นั่นแหละ…พี่อนาขอ 

 

ขอให้ผมหยุดเพื่อที่จะได้ให้มันยิ้มให้พี่อนา 

 

“เด็กพี่แม่งขึ้นง่ายจังวะ” 

“กลับไปก่อน” พี่อนาบอก มันก็เลยพยักหน้า 

“ถ้าคิดถึงผมก็มาหาได้ตลอดนะ ไม่ต้องเลิกกับมันก็มาได้” ผมตวัดสายตามองมัน มันชงักไปนิดหน่อยแต่สุดท้ายก็ยิ้มออกมา มันเลิกคิ้วให้ผมเหมือนกับว่าคงทำอะไรมันไม่ได้ ก่อนจะเดินออกไป จริง…ผมทำอะไรมันไม่ได้หรอก ถ้าพี่อนายังขอให้ผมนั่งเงียบๆ อยู่อย่างนี้ 

เหมือนเรื่องมันจะสงบแต่ใจผมไม่ได้สงบ พี่อนาหันมามองผมเหมือนจะพูดอะไรแต่ผมไม่ได้หันไปมอง พี่เขาถอนหายใจออกมานิดหน่อยก่อนจะหันไปสนใจพี่กายที่เพิ่งกลับมา มือเล็กข้างหนึ่งเลื่อนมากุมมือผมไว้ ผมไม่ได้ขยับออกแต่ก็ไม่ได้แสดงออกว่าดีใจเหมือนทุกครั้ง 

 

ผมปล่อยพี่อนาคุยเรื่องรากฟันกับพี่กาย แล้วล้วงโทรศัพท์ออกมา ไม่มีกะจิตกะใจจะอ่านหรือสนใจเสียงหวานๆ ของแฟนแล้วสักนิด ในใจนึกถึงแต่หน้าไอ้เวรนั่น ถ้าเปลี่ยนจากร้านนมเป็นร้านเหล้าคงจะได้ตีกันจริงๆ ผมทักแชทเข้าไปในกลุ่ม บอกว่ามีเรื่องกับไอ้นั่น บ่นให้ไอ้มาร์คกับคำผานฟัง พวกมันก็รับฟังแล้วก็บอกกลับมาว่าดีแล้วที่พี่อนาห้าม 

 

มันก็ดีแล้ว แต่มันขัดใจผมไงวะ 

 

Vee Vivis : เจอหน้ามันเดี๋ยวกูเอง 

Masa Mark : อย่าเก่ง 

คำผาน ที่บ้านมีโคมไฟใหญ่กว่ารถถัง : Top Ten ชื่อเฟซมัน 

Pin pinna : Top Teen กูนี่มา 

Pond pawee : กูก่อนเลย มึงเจอ 

Bar Sarawut : ไอ้เหี้ยใจเย็น ไม่มีเรื่องก็ถูกแล้ว 

Nnorthh : มันว่าน้องกู 

Masa Mark : ถ้ามีอีกค่อยบวกไหมวะ 

Future Forfun : กูขึ้นไอ้สัส แม่ง…ไม่รู้จะคุยอะไรกับพี่อนาเลย 

 

“ไม่อยากคุยกับพี่ก็กลับก่อนได้นะ” เสียงของคนข้างๆ ว่า ให้ผมได้เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ พี่อนาเลื่อนมือออกจากมือผม มองหน้าผมนิดหน่อยก่อนจะหันไปหาพี่กาย 

“มึง…อย่าทะเลาะกันดิวะ คุยกันดีๆ” พี่กายบอก 

“กูก็คุยดีๆ” พี่อนาพูด 

“มึงแม่ง อธิบายสิวะ ว่าที่ทำไปเพราะเป็นห่วง ไอ้นี่ก็บอกไปสิว่าขึ้นเพราะหวงอะ” 

“ฟิวส์ไม่บอกหรอก ฟิวส์ไม่อยากคุยกับกู” ที่ไม่คุยก็เพราะว่ากลัวจะทะเลาะนี่แหละ แล้วแม่ง…เหมือนจะทะเลาะจริงๆ ด้วยว่ะ 

 

ผมไม่เก่งเรื่องแบบนี้ ไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ของเขา ทุกครั้งผมพยายาม และแน่นอนว่าผมจะทำแบบนั้นต่อไป แต่ครั้งนี้ผมควรทำยังไงวะ คือคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะอธิบายให้พี่อนาฟังยังไง ไม่รู้จะบอกยังไงว่าไม่อยากทะเลาะ ไม่รู้ว่าต้องแสดงออกอีกมากแค่ไหนพี่เขาถึงจะรู้ว่าผมหวง หรืออาการหวงของผมมันดูเด็ก มันไร้สาระมากในสายตาพี่เขาเหรอ ผมยังเด็กมากเหมือนไอ้นั่นว่าใช่ไหม 

 

“ผมขอกลับก่อนนะครับ” สุดท้ายผมก็แค่ไอ้ขี้แพ้ ที่เวลามีปัญหาก็เอาแต่หนีมันตลอด ทั้งๆ ที่อยากเผชิญหน้า อยากกระโดดเข้าใส่ แต่ก็กลัวอีกคนเจ็บ กลัวอีกคนไม่พอใจ 

 

เหมือนเมื่อเช้าที่อยากเถียงกับแม่ อยากตะโกนออกไปว่าคนนี้แหละที่ผมจะอยู่เพื่อเขาได้ แต่ผมก็ทำได้แค่ขอวางสายเพราะไม่กล้าบอก ครั้งนี้ผมอยากบอกว่าหวงเขามาก รักเขานะเลยยังไม่อยากพูดให้ทะเลาะตอนนี้ กลัวเขาไม่ชอบที่ผมทำตัวโมโหแบบนี้ น้อยใจนะที่ทำเหมือนเข้าข้างมันแบบนั้น เข้าใจนะว่าเป็นห่วง ไม่อยากให้มีเรื่องกัน แต่สุดท้ายสิ่งที่ผมพูดออกมาก็คือคำพูดของคนที่เหมือนไม่ใส่ใจอะไร ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว ในใจของผมมันมีความรู้สึกอัดแน่นอยู่มากมาย จนไม่รู้ว่าควรจะถ่ายทอดความรู้สึกไหนออกมาก่อน มันก็แค่นั้นเอง 

 

FUTURE วิศวะสุดหล่อขอหมอเป็นเมีย 

#ขอหมอเป็นเมีย 

 

13/8/2019 

นายฟีวววว นายอย่ามานอยด์พี่เขานะ นยทำไมไม่ฟังพี่เขาอะ นายอย่ามาสับสนจนทำอะไรไม่ถูกแบบนี้นะ นายจะมาทำตัวให้พี่อนาง้อแบบนี้ไม่ได้! ไอ้ต้าวบ้า ไอ้ต้าวเด็กขี้หวง

12/8/2019 

ก่อนอื่นต้องขอโทษที่เมื่อคืนวาร์ปเร็วไปหน่อย แล้วตอนนี้ขอเชิญชวนทุกคนเอาใจช่วยนายฟิวส์ของเราค่ะ มาค่ะ มาเรียนรู้ความรักในอีกรูปแบบไปกับนายฟิวส์แล้วก็พี่อนากัน แป้งคิดนานมากว่าจะเขียนออกมาแบบไหน แต่สรุปแบบกรุบกริบค่ะ อยากให้ทุกคนเข้าใจทุกวามรู้สึกของทุกๆ ตัวละคร ทั้งพ่อแม่ ทั้งคุณพี่คุณน้อง ติดตามต่อในวันพรุ่งนี้ คุณพี่เขาทนคิดถึงไมไหวกลับมาหาน้องจนได้เลยนะ 

ทวิตเตอร์ : @pflhzt 

เฟซบุ๊ก : faddist 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น