Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 14 [Rewrite]

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 14 [Rewrite]

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.4k

ความคิดเห็น : 119

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2563 20:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 14 [Rewrite]
แบบอักษร

 

 

 

 

พี่ชายเพื่อน 14 

 

 

 

เขมินท์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก่อนจะค่อยๆลืมตาและพบว่าตนเองนั้นนอนอยู่ในห้องที่ไม่ค่อยคุ้นเคยและพอมองไปรอบข้างก็เห็นเตชิตนอนอยู่บนเตียงสำรองและแขนของตนเองก็ยังถูกให้น้ำเกลืออยู่และพอนอนนึกดูดีๆก็พอจะเดาได้ว่าตนเองนั้นคงเป็นไข้หนักเมื่อคืนนี้จนไม่รู้เรื่องอะไร แต่สิ่งที่เขมินท์คิดไม่ถึงจริงๆก็คือคนอย่างเตชิตจะมานอนเฝ้าไข้ตนเองด้วยตัวเองแบบนี้ และพอนอนนึกอะไรไปสักพักเขมินท์ก็รู้สึกคอแห้งอยากจะดื่มน้ำก็เลยขยับตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อที่จะเอือมมือหยิบน้ำเทใส่แก้วแต่ก็พลาดทำแก้วน้ำล่วงลงพื้นจนเกิดเสียงดังลั่นห้องจนเตชิตที่หลับสนิทอยู่สะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ 

 

“เกิดอะไรขึ้น” 

 

“ผมแค่หิวน้ำ แต่แขนมันไม่มีแรง” 

 

“วุ่นวายจริงๆเลย ไม่มีแรงแล้วทำไมไม่เรียก” 

 

“ก็ผมไม่รู้ว่าคุณจะตื่นไงครับ” ถึงเขมินท์จะป่วยแต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมอ่อนข้อในเรื่องต่อเถียงกับเตชิต เพราะที่เขมินท์ต้องมานอนบนเตียงคนป่วยก็เพราะเตชิตนั่นแหละเป็นต้นเหตุ! 

 

“ปากดี ถ้ายังปากดีไม่เลิกแบบนี้เดี๋ยวนายจะได้นอนต่ออีกเป็นอาทิตย์” เตชิตบอกเสียงดุก่อนจะกดเรียกพยาบาลให้บอกแม่บ้านมาเก็บเศษแก้ว ก่อนเตชิตจะเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นมาเทใส่แก้วใบใหม่ให้เขมินท์ดื่ม 

 

“ผมหายป่วยแล้ว ช่วยบอกพยาบาลด้วยว่าให้มาเอาสายน้ำเกลือออกให้หน่อย” พอรู้สึกดีขึ้นมาเขมินท์ก็เอ่ยบอกเตชิตถึงจุดประสงค์ของตนเอง เขมินท์นั้นไม่ได้ป่วยเหมือนเมื่อคืนแล้วแถมวันนี้ยังมีงานที่ต้องจัดการอีก ไหนจะประชุมกับลูกค้าและแก้แบบของลูกค้าอีกราย เขมินท์จะมานอนป่วยแบบนี้ไม่ได้ มันเสียงานเสียเวลา 

 

“หาย? นายอยากตายเหรอ ลองลุกขึ้นมาสิ ฉันจะสั่งพยาบาลให้เอาเชือกมามัดนายไว้กับเตียงให้ดิ้นไม่ได้เลย” เตชิตบอกก่อนจะดันตัวเขมินท์ให้กลับไปนอนลงบนเตียงตามเดิม  

 

ป่วยแล้วยังไม่เจียมตัว หน้าซีดจนไร้เลือดฝาดแบบนี้ยังจะลุกไปทำงาน เหอะ! 

 

หลังจากที่เขมินท์ถูกเตชิตกดตัวให้ลงนอนบนเตียงก็เผลอหลับไปอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัวและรู้สึกตัวอีกทีก็คือตอนที่ถูกปลุกให้ลุกขึ้นมากินข้าวทานยา ก่อนเขมินท์จะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวรวมทั้งล้างหน้าแปรงฟันด้วยและทุกอย่างอยู่ในสายตาของเตชิตตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนที่ทำธุระส่วนตัว  

 

บ้าที่สุดเลย…. 

 

“คุณแม่ครับ คุณแม่เจ็บมากมั้ยครับ โอ๋ๆน้า” และช่วงสายๆ โมเดลก็เดินเข้ามาในห้องพักพร้อมกับชัชวาลที่ส่งยิ้มเหยๆให้เจ้านายของตนที่เผลอขัดคำสั่งว่าจะไปรับคุณหนูโมเดลมาด้วยตัวเองหลังไปประชุมเสร็จ แต่ว่าชัชวาลก็ไม่อาจต้านทานความน่ารักและความออดอ้อนของคุณหนูโมเดลได้เลยยอมให้มาด้วยกันแบบนี้ 

 

“ไม่เจ็บครับ ว่าแต่โมเดลมาได้ยังไงครับ” 

 

“มากับคุณลุงชัชครับ โมเดลอ้อนขอมา โมเดลเป็นห่วงคุณแม่” เด็กน้อยบอกก่อนจะพยายามปีนขึ้นเก้าอี้ข้างเตียงคนป่วยแล้วเอาหน้าซบลงที่ฝ่ามือของคุณแม่อย่างอ้อนๆ  

 

วันนี้โมเดลตื่นเช้ามาก็ไม่เห็นใครสักคน จนคุณย่าเดินเข้ามาหาในห้องนอนพร้อมกับพาอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะลงไปกินข้าวเช้า คุณย่าถึงยอมบอกว่าคุณแม่ไม่สบายคุณพ่อเลยพามาหาคุณหมอ แต่วันนี้คุณย่าติดนัดสำคัญเลยยังพามาไม่ได้ โชคดีที่คุณลุงชัชเข้าไปในบ้านเพื่อเอาของให้คุณพอและก็เดินมาแนะนำตัวเองกับโมเดลว่าเป็นคนที่ทำงานกับคุณพ่อ โมเดลเลยขอให้คุณลุงชัชพามาเยี่ยมคุณแม่ด้วย 

 

“เด็กดีจังครับ แต่ว่าคุณแม่ไม่อยากให้โมเดลอยู่ที่โรงพยาบาลนานๆนะครับ ที่นี่มีแต่เชื้อโรคเดี๋ยวโมเดลจะป่วย” 

 

“งั้นฉันจะพาลูกไปทำงานด้วย เดี๋ยวจะกลับมาช่วงบ่ายอีกที นายจะได้พักเงียบๆ” 

 

“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ แต่รบกวนยืมโทรศัพท์คุณได้มั้ย ผมต้องโทรไปลางาน หายมาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดี” 

 

“เดี๋ยวฉันจัดการให้ นายพักผ่อนไปเถอะ ไปครับโมเดลเราต้องออกไปทำงานกับพ่อนะให้แม่ของเราพักผ่อนจะได้หายไวๆ” 

 

“โมเดลไม่อยากไปครับ โมเดลอยากอยู่กับคุณแม่” 

 

“ไปกับคุณพ่อนะครับ คุณแม่จะได้พักผ่อนแล้วจะได้อออกจากโรงพยาบาลไวๆไงครับ” 

 

“ก็ได้ครับ งั้นวันนี้คุณแม่ไม่ดื้อนะครับ ถ้าคุณแม่ดื้อโมเดลจะให้คุณหมอดุ” 

 

“ครับคนเก่ง ไหนมาให้คุณแม่หอมก่อนไปหน่อย” 

 

เขมินท์หอมแก้มลูกชายซ้ายขวาก่อนจะเงยหน้าสบตากับเตชิตแล้วแอบถอนหายใจ ความจริงก็ไม่ได้อยากให้โมเดลไปกับอีกคนเท่าไร แต่ตนเองก็ไม่อยากให้ลูกอยู่ที่โรงพยาบาลนานๆ เพราะโมเดลหนะป่วยง่าย เกิดได้รับเชื้อโรคเยอะๆจะป่วยขึ้นมาอีกและคราวนี้แหละเขมินท์อาจจะยังไม่ทันหายก็คงต้องเฝ้าไข้ลูกไปพร้อมๆกับนอนเตียงข้างๆกันเป็นแน่ เฮ้อ… 

 

 

โมเดลที่เดินจูงมือคุณพ่อเข้ามาในบริษัทของคุณพ่อเป็นครั้งที่สอง ซึ่งภายในตึกก็เรียกความตื่นตาตื่นใจของโมเดลได้ตลอดเวลา โตขึ้นโมเดลจะสร้างเครื่องบินเองดีมั้ยนะ? เพราแค่มองเครื่องบินที่ตั้งในตึกนี้โมเดลก็รู้สึกชอบมาก ชอบเท่าคุณเสือเลย! 

 

“คุณพ่อครับ โมเดลอยากสร้างเครื่องบินลำใหญ่ๆจังครับ” 

 

“สร้างเครื่องบินเหรอครับ แต่ต้องเรียนหนักนะจะไหวเหรอเป็นผู้บริหารแบบพ่อสบายกว่านะ”  

 

“แต่สร้างเครื่องบินดูเท่มากๆเลยนี่ครับ โมเดลอยากเท่” 

 

“ไม่สร้างก็เท่ได้ครับ เป็นผู้บริหารแบบพ่อไม่เท่รึไงครับโมเดล” 

 

“ฮื่ออ ไม่เท่ครับ คุณแม่เท่กว่าเพราะคุณแม่วาดรูปเก่งกว่าคุณพ่อที่นั่งอ่านอะไรไม่รู้อีก” คำพูดไร้เดียงสาของลูกชายทำเอาเตชิตรู้สึกคิ้วกระตุกไม่น้อยและพยายามไม่ถือสาเอาความกับความไร้เดียงสาของลูกชาย เด็กพูดเพราะไม่รู้ย่อมไม่ผิด ถึงเตชิตจะคิดแบบนั้นแต่ก็แอบคาดโทษผู้เป็นแม่ที่เลี้ยงลูกได้มีวาจาเหมือนเจ้าตัวนัก  

 

“งั้นเราก็รีบขึ้นไปนั่งรอพ่ออ่านอะไรไม่รู้สักสองสามชั่วโมงก็แล้วกันนะครับโมเดลแล้วค่อยซื้อของกลับไปฝากคุณแม่ของเรา”  

 

“ครับคุณพ่อ”  พูดจบเตชิตก็เดินจูงมือลูกชายไปขึ้นลิฟต์เพื่อที่จะรีบเคลียร์งานแล้วกลับไปยังโรงพยาบาล  

 

นี่เตชิตไม่ได้เป็นห่วงเขมินท์หรอกนะแค่กลัวจะตายเสียก่อน เตชิตยังกำราบคนปากดีอย่างเขมินท์ไม่สะใจก็เท่านั้น! 

 

 

เขมินท์ที่นอนพักอยู่เงียบๆในห้องก็เริ่มรู้สึกเบื่อ กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็กิน ทำอยู่แค่นี้ จะออกไปเดินเล่นก็รู้สึกรำคาญสายน้ำเกลือ พอคุณพยาบาลเข้ามาเช็กเขมินท์เลยขอกระดาษเปล่ากับดินสอมาวาดแบบงานแก้เหงาเล่นๆ เพราะคนที่เคยทำงานตลอดแบบเขมินท์จะต้องมานอนเฉยๆบนเตียงคนป่วยมันทำให้เขมินท์รำคาญอย่างมากเลยทีเดียว 

 

“นี่ค่ะ กระดาษและดินสอที่คุณเขมินท์ขอ” 

 

“ขอบคุณมากนะครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับที่รบกวน” เขมินท์เอ่ยขอบคุณพยาบาลและเอ่ยขอโทษไปด้วยที่ทำให้ยุ่งยาก คุณพยาบาลเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากยิ้มรับ เพราะแค่ทุกคนรู้ว่าใครเป็นเจ้าของไข้ ทั้งหมอและพยาบาลก็ไม่กล้าขัดใจแล้ว นามสกุลวินิชราชกุลยิ่งใหญ่แค่ไหนใครๆก็รู้ หนึ่งในตระกูลที่รวยติดอันดับหนึ่งในสามของประเทศถ้าดูแลไม่ดีคงได้ตกงานกันหมดแน่ๆ 

 

หลังจากที่คุณพยาบาลเดินออกไปเขมินท์ก็เริ่มวาดรูปคร่าวๆของงานที่นึกขึ้นได้ว่ามีของลูกค้าคนไหนที่ยังไม่ได้ทำ ความบ้างานที่อยู่ในจิตใต้สำนึกทำให้เขมินท์ลืมตัวเผลอทำงานจนลืมเวลา รู้สึกตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงประตูห้องพักเปิดพร้อมร่างลูกชายที่เดินยิ้มกอดกล่องอะไรไม่รู้เกือบเท่าตัวพร้อมส่งเสียงเข้ามาในห้องก่อนจะเดินเข้ามาหาเขมินท์ข้างเตียง 

 

“คุณแม่ครับ ทำไมคุณแม่ไม่นอนครับ คุณแม่ดื้อเหรอครับ” โมเดลที่หอบกล่องเครื่องบินบังคับเข้ามาก็วางลงกับพื้นก่อนจะส่งเสียงถามคุณแม่ที่นั่งวาดรูปอยู่บนเตียงของโรงพยาบาลและแอบเลียนแบบน้ำเสียงดุๆของคุณพ่อไปด้วย เผื่อคุณแม่จะกลัวโมเดลดุบ้าง 

 

“คุณแม่ไม่ได้ดื้อครับ คุณแม่เพิ่งวาดเอง” 

 

“ไม่ได้นะครับ คุณแม่ต้องนอนเยอะๆจะได้หายเร็ว โมเดลจำได้คุณแม่เคยบอกโมเดลแบบนี้” 

 

“ครับๆ เก่งมากครับที่จำที่คุณแม่บอกได้ แล้วนี่อะไรครับไปเอามาจากไหน คุณแม่จำได้ว่าเราตกลงที่จะซื้อของเล่นใหม่เดือนล่ะสองชิ้นนะครับ” เขมินท์ถามถึงกล่องเครื่องบินบังคับที่ลูกชายวางไว้ใกล้ตัวแล้วก็พอจะเดาราคาได้ว่ามันต้องแพงมากแน่ๆ เพราะกล่องแทบจะบังตัวโมเดลจนมิดแต่กระนั้นโมเดลก็ยังกอดเอาเข้ามาในห้องด้วยตัวเอง 

 

“คุณพ่อซื้อให้ครับ คุณพ่อใจดีซื้อให้โมเดล” 

 

“คุณเตชิต คุณไม่ควรจะซื้อของแพงให้ลูกขนาดนี้นะครับ” พอเหลือบสายตาไปเห็นราคาข้างกล่องเขมินท์ก็อยากจะเป็นลม ไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมโมเดลถึงกอดไม่ปล่อย เพราะถ้าให้เขมินท์ซื้อให้ ตนเองก็คงไม่ยอมซื้อให้อยู่ดีเพราะมันแพงเกินความจำเป็นอีกอย่างเล่นไม่นานโมเดลก็คงเบื่อซึ่งมันก็ไม่คุ้มกับราคา 

 

“ไม่ต้องมาทำตาขวางใส่ฉันหรอก เงินแค่นี้ไม่ระคายกระเป๋าเงินฉันสักนิด อีกอย่างลูกอยากได้ก็ซื้อให้ไม่เห็นจะเป็นไร” คนชอบเอาชนะก็ยังชอบเอาชนะวันยังค่ำ เตชิตอ้างเหตุผลข้างๆคูๆขึ้นมาเถียง เพราะยังไงก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองทำอะไรผิดจนเขมินท์รู้สึกเหนื่อยใจ 

 

“ผมรู้ครับว่าคุณรวย แต่ช่วยเอาเงินไปซื้อวิตามินบำรุงสมองมากินด้วยแล้วกัน นะครับ จะได้คิดอะไรให้มากๆกว่านี้” 

 

“โมเดลครับ ไปแกะของเล่นบนโซฟานะครับ ขอพ่อคุยกับแม่เราหน่อย” 

 

“ครับ คุณพ่ออย่าดุคุณแม่นะครับ” 

 

“ครับ ไม่ดุครับ” เตชิตส่งยิ้มให้ลูกชายเป็นการยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่ทำอะไรเขมินท์ แต่พอโมเดลเดินไปแล้วก็สนใจกล่องของเล่น เตชิตก็เดินเข้ามาชิดข้างเตียงก่อนจะรั้งตัวเขมินท์ที่ช่วงเอวให้เข้ามาแนบชิดก่อนจะกระซิบข้างใบหู 

 

“อย่าปากดีให้มากนัก ถ้ายังไม่อยากมีน้องให้โมเดลแบบที่นายไม่ตั้งใจ” 

 

“คุณนี่มัน…” 

 

“ด่าฉันอีกที ฉันจะจูบนายต่อหน้าลูกเลยสิคอยดู” 

 

“ผมไม่ด่าคุณหรอกครับ ปล่อยได้แล้ว เห็นหน้าคุณแล้วผมง่วงอยากจะนอน คุณก็ดูลูกด้วยแล้วกัน” เขมินท์ขืนตัวออกจากอาณาเขตของเตชิตก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วหลับตาลงหนีคนบ้าๆอย่างเตชิต 

 

เขมินท์ไม่เข้าใจสักนิดว่าเตชิตกล้าพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง หน้าด้านเกินทน! 

 

 

ช่วงเวลาเย็นที่เขมินท์ยังต้องนอนที่โรงพยาบาลอีกคืนก็เริ่มจะทำให้รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยเพราะทั้งโมเดลและเตชิตไม่ยอมพากันกลับไปนอนที่บ้าน ลูกชายก็ร้องขอจะนอนด้วยคนเป็นพ่อก็ยอมตามใจ เขมินท์ดุมากไม่ได้เพราะร่างกายก็อ่อนเพลียไม่น้อยและพอพูดมากๆเข้าก็เหนื่อย เพราะแบบนั้นเลยทำให้ตอนนี้ห้องพักผู้ป่วยของเขมินท์กลายเป็นห้องนอนของโมเดลกับผู้เป็นพ่อของลูกไปเสียแล้ว 

 

“ชุดนอนของโมเดลน่ารักมั้ยครับ คุณย่าซื้อให้โมเดล” โมเดลหมุนตัวให้คุณพ่อคุณแม่ดูหลังจากอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนอนตัวใหม่เสร็จ ชุดนี้เป็นลายคุณเสือ คุณย่าซื้อให้โมเดลแล้วโมเดลก็รู้สึกชอบมากๆเลย เพราะโมเดลรู้สึกว่าเวลาใส่แล้วโมเดลจะดูยิ่งใหญ่! 

 

“น่ารักครับ แต่โมเดลคือลูกเสือนะครับไม่ใช่พ่อเสือ ไว้โตกว่านี้ค่อยเป็นพ่อเสือนะครับ” เขมินท์บอกลูกชายก่อนจะหยิบเอาหวีที่ลูกชายถืออยู่มาหวีผมให้ลูกชายของตนเองแทน เขมินท์เองก็เพิ่งจะสังเกตว่าผมโมเดลเริ่มจะยาวปะบ่าเสียแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมาตนเองก็ยุ่งจนลืมไปเลยว่าไม่ได้พาโมเดลไปตัดผมสักที 

 

“ผมยาวแล้วนะครับโมเดล เดี๋ยวคุณแม่จะพาไปตัดนะครับ” 

 

“โมเดลไม่อยากตัดครับ โมเดลอยากไว้ยาวแบบพี่สาวพยาบาล” 

 

“แต่ถ้าโมเดลไว้ผมยาวแบบพวกพี่ๆเค้า โมเดลจะต้องมัดนะครับ คุณแม่ว่าตัดดีกว่า” เขมินท์บอกออกมา บางทีตนเองก็ไม่ค่อยเข้าใจความคิดลูกชายเท่าไร โมเดลเป็นเด็กที่มีความคิดแหวกและแปลกกว่าเด็กวัยเดียวกันมากจนบางครั้งก็ดูเข้าไม่ถึง เหมือนตอนนี้ที่จู่ๆก็อยากไว้ผมยาวขึ้นมา  

 

เฮ้อ… ไว้ได้นะเขมินท์ไม่ได้ว่า แต่การดูแลรักษานี่สิสำหรับเด็กวัยเท่านี้ก็ไม่ค่อยจะชอบสระผมอยู่แล้วด้วยนี่สิ ไหนจะเสี่ยงช่วงไปเรียนแล้วติดเหาขึ้นมาอีก เฮ้อ…. 

 

“โมเดลครับ พ่อว่าอย่าไว้ผมยาวเลยนะครับ เดี๋ยวพ่อพาไปตัด” เตชิตเองก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้ลูกชายไว้ผมยาวแต่โมเดลก็ไม่ฟังหันไปอ้อนคนเป็นแม่ตาใสต่อ 

 

“ไม่เอาครับ โมเดลจะไว้ คุณแม่อนุญาตใช่มั้ยครับ” 

 

“อนุญาตก็ได้ครับ แต่โมเดลต้องสระผมบ่อยๆนะครับ” 

 

“ครับ โมเดลสัญญา” เมื่อได้คำตอบที่พอใจแล้วโมเดลก็เดินกลับไปล้มตัวนอนลงบนเตียงรับรองของเตชิตก่อนจะนอนคว่ำหน้าหยิบสมุดระบายสีมาระบายสีเล่นฆ่าเวลาก่อนจะถึงเวลานอน เขมินท์เองก็นั่งอ่านเอกสารจากไอแพดที่ร้องขอจากเตชิตให้เอามาให้เงียบๆบนเตียงคนป่วย เตชิตเห็นแบบนั้นเลยเข้าไปอาบน้ำบ้าง  

 

ถึงแม้วันนี้แม้โมเดลจะไม่ดื้อเท่าไรแต่การไปเดินห้างกับลูกชายหลายชั่วโมงก็ยอมรับว่าเหนื่อยไม่ใช่น้อย โมเดลเป็นเด็กที่มีเอนเนอร์จี้สูงมากกว่าเด็กทั่วไปจริงๆ ทำอะไรก็ทำจนกว่าจะเหนื่อย เช่นการลากเตชิตเดินรอบห้างวันนี้เป็นสิบๆรอบ…. 

 

“คุณเตชิต เสียมารยาทจัง ผมกำลังอ่านเอกสารอยู่นะ” เขมินท์ร้องบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อตนเองกำลังอ่านเอกสารอยู่ดีๆก็ถูกดึงไอแพดออกจากมือทั้งๆที่กำลังอ่านอยู่ 

 

“ดึกแล้ว นายควรนอน” 

 

“ผมนอนดึกอยู่แล้วเป็นประจำอยู่แล้ว คุณนี่จู้จี้จัง” 

 

“แต่ตอนนี้นายป่วย ถ้าอยากจะออกจากโรงพยาบาลเร็วๆก็นอนซะ ไม่งั้นฉันจะทำให้นายนอนโรงพยาบาลต่ออีกสักอาทิตย์เลยเป็นไง”  

 

“ผมจะนอนแล้ว คุณก็ไปนอนกับโมเดลได้แล้ว” พอเตชิตขู่ สุดท้ายเขมินท์ก็ต้องยอมจำนนและยอมนอนหลับพักผ่อนแต่โดยดี แต่ที่ทำตามที่เตชิตพูดนั้นเขมินท์ไม่ได้กลัวคำขู่ของเตชิตสักนิดแต่คิดว่าถ้าตนเองหายเร็วๆจะได้ตั้งหลักปะมือกับเตชิตได้ไม่เสียเปรียบไปมากกว่านี้ก็เท่านั้น 

 

เพราะฉะนั้น เขมินท์ขอพูดไว้ตรงนี้เลยว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้เตชิตอีกแล้ว! 

 

 

หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วเขมินท์ก็กลับมาลุยงานต่ออย่างเต็มตัว จนลืมไปเลยว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาตนเองก็ลืมเลือนเกี่ยวกับเหตุการณ์บางอย่างไปมากแค่ไหน เพราะวันๆก็เร่งทำงานให้เสร็จสิ้น บางงานลูกค้าก็ต้องการแก้อย่างเร่งด่วน ทำให้โมเดลมาอยู่กับเขมินท์เป็นบางวันและบางวันก็ไปอยู่กับเตชิต เป็นแบบนี้เกือบเดือนแล้วแต่งานเขมินท์ก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยสักนิด 

 

“คุณเขมดูท่าทางเหนื่อยๆนะครับ ช่วงนี้งานหนักเหรอครับ” วศินถามคนตรงหน้าอย่างเป็นห่วง เป็นเวลาสองสามอาทิตย์แล้วที่วศินไม่ได้เจออีกคน พอวันนี้นัดคุยงานที่ร้านอาหารและเห็นอีกคนมีท่าทางเหนื่อยๆก็อดเป็นห่วงไม่ได้ 

 

“ครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาพักเลย” 

 

“ถ้าเคลียร์งานเสร็จแล้วคุณเขมอยากพักผ่อนบอกผมนะครับ ผมมีบ้านพักต่างอากาศอยู่ภูเก็ตอยากให้คุณเขมได้ไปพักผ่อนให้หายเหนื่อย” 

 

“ขอบคุณมากนะครับคุณวศิน แต่ผมเกรงใจ อีกอย่างโมเดลช่วงนี้ก็ค่อนข้างติดพ่อของเค้าด้วย ถ้าผมไปพักผ่อนแล้วโมเดลไม่ไปด้วยก็ผมก็ไม่ไปหรอกครับ” พอได้ยินคนตรงหน้าบอกแบบนั้นวศินก็ยิ้มบางๆออกมา วศินไม่เคยเจอหน้าคุณพ่อของโมเดลเลยสักครั้ง แต่ก็สัมผัสได้ว่าเด็กน้อยคงจะรักคุณพ่อของตนเองไม่ใช่น้อย จากเมื่อก่อนที่วศินมาหาคุณเขมก็มักจะเจอเด็กน้อยข้างกายคุณเขมทุกครั้งแต่เดี๋ยวนี้เจอบ้างไม่เจอบ้างเพราะเด็กน้อยสลับวันไปอยู่กับพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่กับคุณเขมตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว  

 

“น่าอิจฉาคุณพ่อของโมเดลจังนะครับ” 

 

“ฮะๆ อย่าอิจฉาเลยครับ รายนั้นน่ะดื้อยิ่งกว่าโมเดลอีก” เขมินท์คงไม่รู้ตัวว่าเวลาพูดถึงเรื่องนี้ตนเองเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยจนวศินอดที่จะอิจฉาเจ้าของรอยยิ้มนั้นไม่ได้ จริงอยู่ที่คุณเขมมักจะมีรอยยิ้มให้กับผู้คนรอบข้างแต่มันก็ไม่เหมือนกัน กับตนเองนั้นคุณเขมมักจะยิ้มหวานแต่ก็ไม่มีความหมายแฝงอะไรนอกจากเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้า แต่กับพ่อของโมเดลที่คุณเขมพูดถึงเมื่อครู่ วศินสัมผัสได้ว่ารอยยิ้มมันต่างจากทุกครั้ง รอยยิ้มที่สัมผัสที่ได้ถึงความและความอบอุ่นที่เป็นตัวตนของคุณเขมจริงๆและนั่นมันทำให้วศินรู้สึกอิจฉามากๆเลย เพราะวศินก็อยากจะมีโอกาสได้รับรอยยิ้มนั้นเหมือนกัน…… 

 

ส่วนทางด้านพ่อลูกในตอนนี้ เตชิตก็กำลังรู้สึกหงุดหงิดขั้นสุดเมื่อรู้สึกเหม็นกลิ่นน้ำหอมหรือแม้กระทั่งกลิ่นอาหารของมื้อกลางวันนี้แบบสุดๆ ต่างจากลูกชายที่ตักอาหารกินอย่างไม่สนใจอะไรอยู่ตรงข้าม  

 

ระยะหลังๆมานี้โมเดลมาบริษัทกับเตชิตบ่อยๆ เนื่องจากเขมินท์ทำงานค่อนข้างหนัก เตชิตเลยเอาลูกมาเลี้ยงเองเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่าคิดเลยว่าตอนนี้เตชิตและเขมินท์จะญาติดีกันแล้ว ไม่มีวันนั้นหรอกเพราะตอนนี้แม้จะนอนร่วมเตียงเดียวกันแต่ก็เหมือนเดิมทุกอย่าง เขมินท์ก็ยังคงเส้นคงวาในการพูดจาปากจัดเสียยิ่งกว่ากรรไกรและเตชิตก็ไม่ยอมแพ้ให้เขมินท์เหมือนเดิม ทุกๆคืนเราสองคนจะโต้เถียงกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องก่อนจะเข้านอน แต่หลังๆเขมินท์ดูเพลียๆเลยมักจะหลับไปก่อนตนเองแถมยังหลับสนิทอีกต่างหาก  

 

ส่วนตอนนี้ตนเองนั้นก็มีอาการแปลกๆขึ้นมาเหมือนกัน อย่างวันนี้ก็เหม็นอาหารที่กินข้าวไปจนแทบจะอาเจียนออกมาถ้าไม่หยุดและเรียกพนักงานมาเก็บไปให้พ้น หรือบางทีเตชิตก็บ่นว่าเขมินท์ฉีดน้ำหอมหรือเอาน้ำเสียมาฉีดกันแน่ เหม็นจนคลุ้งไปทั้งห้อง หลังจากนั้นก็จะเจอเขมินท์เอาขวดน้ำหอมเขวี้ยงใส่เพราะข้อหาเตชิตไปปากเสียใส่ไม่หยุด  

 

เขมินท์นี่ชักจะเหิมเกริมขึ้นทุกวัน ถ้าหากเตชิตไม่กำราบเสียบ้างคงจะทำตัวเป็นคนแก่ขี้เหวี่ยงขี้วีนขึ้นทุกวัน เหอะ! 

 

“คุณพ่อครับ โมเดลขอสั่งเค้กได้มั้ยครับ” 

 

“ได้ครับ แต่เอาแค่ชิ้นเดียวพอนะครับ วันนี้โมเดลกินข้าวเยอะแล้ว เดี๋ยวจุก” หลังๆเตชิตเริ่มจะรับมือลูกชายได้มากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะเรื่องกิน เพราะหลังๆถ้าเตชิตปล่อยให้โมเดลกินเยอะเกินไป สักพักโมเดลจะมีอาการอาเจียนออกมาทำให้ระยะหลังๆนี้เตชิตเลยไม่ค่อยตามใจเรื่องกินกับลูกชายเท่าไร 

 

“ครับ งั้นโมเดลเอาช็อกโกแลตนะครับ” 

 

“ได้ครับ” 

 

“เอาเค้กช็อกโกแล็ตและน้ำมะนาวเพิ่มอีกแก้วหนึ่งอีกนะ” หลังจากเรียกพนักงานมาสั่งขนมหวานให้ลูกชาย เตชิตก็ไม่ลืมสั่งน้ำมะนาวเพิ่มอีกแก้ว ช่วงนี้ตนเองนั้นมักจะอยากกินแต่ของเปรี้ยวๆ น้ำมะนาวเลยเป็นตัวเลือกที่เตชิตกินประมาณสามแก้วต่อวัน ครั้งแรกที่สั่งให้ชัชวาลไปซื้อมาเล่นเอาเลขาของเตชิตต้องถามย้ำอีกครั้ง เพราะตั้งแต่เป็นเลขามาชัชวาลก็เพิ่งเห็นเจ้านายของตนเองสั่งให้ไปซื้อของแบบมาให้กิน 

 

“โมเดลครับไม่อยากตัดผมจริงๆเหรอครับ พ่อว่ามันยาวไปแล้วนะ” ระหว่างจิบน้ำมะนาวไป เตชิตก็เอ่ยถามลูกชายเรื่องตัดผมที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่อยากตัด จนตอนนี้ผมยาวเลยบ่ามามากแล้ว 

 

“ฮื่ออ ไม่ตัดครับโมเดลชอบแบบนี้” 

 

“ไหนบอกชอบเสือไงครับ ไว้ผมแบบนี้ไม่เหมือนเสือเลย” 

 

“ตอนนี้โมเดลชอบแบบนี้นี่ครับ คุณพ่อไม่เข้าใจโมเดลเลย” 

 

“ครับๆ ไว้แบบนี้ก็ไว้แบบนี้ ไม่ตัดก็ไม่ตัด”  

 

ในเมื่อบังคับไม่ได้ก็ต้องปล่อยไป เห็นมั้ยโมเดลดื้อเหมือนคนเป็นแม่ไม่มีผิด! 

 

 

....................................................................................... 

ความคิดเห็น