ภูระริน ภูปรดา กุล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ุ6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 38

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2562 19:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ุ6
แบบอักษร

6.

กลิ่นยาฉุนเข้าจมูกเมื่อซูอวี้ฮวารู้สึกตัว “ลมจับ ดื่มยาเสียหน่อย” คุณหญิงหงส์ประคองศีรษะเธอให้ดื่มยา แววตาที่จับจ้องมาเมตตานัก “ผิดที่ผิดทางก็เลยอ่อนแอ เปลี่ยนกับข้าวกับปลาก็เลยไม่เจริญอาหารสินะลูก”

หญิงสาวยิ้มเจื่อน “เผ็ดมาก กินแต่น้อยได้เจ้าค่ะ”

“จะให้เขาทำแกงจืดลูกรอกให้ทุกมื้อนะ แม่ก็ลืมไปว่าอาหารมีแต่เครื่องไทย จะให้เขาทำเครื่องจีนให้ด้วย ยานี่ให้ซินแสจัดมาให้ บำรุงดีนัก”

“คุณแม่พูดภาษาข้าได้หรือไม่?”

“ยากไป ไม่ได้ดอก รู้ไม่มาก แม่เป็นลูกจีนก็จริง แต่ถูกเลี้ยงมาอย่างชาวสยามมากกว่า มีอะไรหรือ ทำไมถามเรื่องภาษา?”

“ข้ารู้ว่าเวลาของที่นี่ต่างกับเวลาของข้า หากได้อ่านหรือเจรจากับผู้รู้ภาษาข้า คงจะดีไม่น้อย”

คุณหญิงสบตาหล่อนนิ่งก่อนจะเอ่ย “ฟังนะแม่บัว โลกนี้ซับซ้อนนัก ลูกมาอยู่ตรงนี้แม่ก็ไม่เข้าใจว่ามาได้อย่างไร แต่การดิ้นรนจะหาทางกลับบ้านมันคงไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ต่อให้แม่บัวตกน้ำตกท่าอีกก็หาได้ปักใจได้ว่าจะได้กลับบ้านเมืองตน จงอยู่กับปัจจุบันเถิดหนา หากมีวาสนาจักได้กลับไปสู่ที่ของตนเป็นแน่”

“ชีวิตข้ามิได้ขึ้นอยู่กับหัวใจตัวเองมาตั้งแต่เกิด ข้ารู้ว่าชะตาเปลี่ยนมิได้ หากแต่เพียงอยากรู้เรื่องบ้านเมืองบ้าง คุณแม่มีเครือญาติที่พอจะช่วยข้าได้หรือไม่?”

“ก็คงให้พบปะได้ทุกคน พวกบ่าวคงลือกันไปถึงไหนๆ แล้วว่าแม่มีลูก ไว้จะพาไปหาญาติของเรา แต่อย่าร้อนใจจนเจ็บไข้ไปเลยหนา มีเรื่องที่ต้องปรับตัวอยู่มาก แม่บัวทำได้ดีต่อหน้าบ่าวไพร่ หากแต่ยังต้องระวังแม่เทียน”

“นางคงเกลียดข้าเป็นแน่”

“ลูก…..จงใช้คำว่าลูกเถิด แม่ไม่อยากให้ใครจับจ้องเจ้าแม่เพียงคำพูดเล็กๆ น้อยๆ นอนเสียเถิด วันพรุ่งจะพาไปวัด”

เมื่อคุณหญิงออกจากห้องนอนไป นางรองก็เดินตามออกไป เหลือเพียงซูอวี้ฮวาและซินกุ้ย ออกไป เหลือเพียงงกปวัดเจ้าแม่เพียงคำพ้องระวังด้วยแม่เทียนน้ำตกท่าอีกก”ท่านหญิงอยากรู้เรื่องอะไรหรือเพคะ?”

“เจ้าคะ…..” ซูอวี้ฮวาย้ำให้อีกคนพูด

“เจ้าคะ?” ซินกุ้ยยิ้มกระจ่าง “บางทีก็หม่อมฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไม….เอ่อ….บา…..บ่าว….พูดได้เหมือนพี่รอง เหมือนคุณหญิง ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักที่นี่มาก่อนเลย”

“ข้ากลัวนัก กลัวมาก แต่ข้าก็เชื่อว่ามันเป็นชะตาและมีเหตุผลที่เป็นอย่างนี้ แต่สิ่งที่เราต้องกลัวที่สุดก็คือคน คนที่นี่ข้าไม่รู้จักนิสัยใจคอเลย หากไม่ได้เป็นลูกคุณหญิง ข้าคงไม่ต่างอะไรกับบ่าวพวกนั้น พูดไม่ได้ ต้องฟังอย่างเดียว”

“บารมีของท่านเจ้าคุณคงมากนักนะเจ้าคะ ถึงเลี้ยงดูคนได้มากขนาดนี้”

“แต่ไม่ต้องเลี้ยงพี่……ซินกุ้ย เจ้าจะเกี่ยวเนื่องด้วยท่านพ่อไม่ได้!” หญิงสาวจ้องอีกคนเขม็ง “ท่านแม่ดีกับข้านัก การจะทำใจยอมรับเมียมากมายขนาดนั้น ท่านแม่คงอดทนมาตลอด หากจะมีใจพิศวาสผู้ใดในวันหน้า อย่าเป็นท่านพ่อ เข้าใจหรือไม่?”

“เพคะท่านหญิง”

 

บ่าวคนสนิทของแม่เทียนเลื่อนจานผลไม้เข้ามาเมื่อยกของคาวออกจากโตกไปแล้ว “ใครปอกมะปรางริ้ว?”

“บ่าวเองเจ้าค่ะ”

“นางสาย….เอ็งนี่สอนไม่จำ ทำของน่าเกลียดมาให้ข้ากินได้อย่างไร!?” แม่เทียนผลักจานออกไป “สอนไม่จำ! เอ็งจะเอาของไม่งามมาให้ชาววังอย่างข้ากินหรือ?! เอ็งเอาไปทิ้งเลยนะ อย่าเก็บไว้ให้เป็นเสนียดเรือนข้า!”

“เจ้าค่ะ” คนพูดคอตก ด้วยคุณเทียนเอ็ดตะโรเสียงดังเหลือเกิน

“วันนี้คนเรือนใหญ่จะทำกระไรบ้าง?”

“จะพาคุณใหญ่ไปกราบพระครูท้วมเจ้าค่ะ”

แม่เทียนยิ้มเยาะ “ผิดธรรมดา ผิดมาก ลูกที่ซ่อนไว้ด้วยพระครูท้วมให้ปิดบัง แต่จะพาไปกราบนี่นะ”

“ก็ไม่เห็นแปลกนี่เจ้าคะ พระครูท่านไม่ได้มาเสียนาน คุณใหญ่ก็พ้นเคราะห์แล้ว ก็คงต้องไปกราบเจ้าค่ะ”

“สาระแน………นางสาย เอ็งมันสาระแน ข้าพูดคนเดียว”

นางสายหน้างอ ก่อนจะคลานออกไป

“หยุด! ไปเชิญแม่พร้อมมาหาข้า ให้รีบมาอย่าพิรี้พิไร”

 

ไม่นานนักแม่พร้อมก็นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้า “คุณพี่มีกระไรกับข้า?”

“ข้าอยากรู้ว่าแม่พร้อมรู้สึกยังไงกับเรื่องคุณใหญ่” คนพูดนั่งเอนหลังพิงหมอนอย่างสบายอารมณ์

“ก็ไม่เห็นแปลก เมียบ่าวเมียไพร่ ข้าก็ไม่รู้ว่ามันมีลูกกับท่านด้วยซ้ำ คุณหญิงจะเก็บงำเรื่องลูกไว้ก็ไม่แปลกเจ้าค่ะ คงกลัวใครจะบีบคอลูกเอากระมัง”

“หล่อนหมายถึงผู้ใด?”

“อูยคุณพี่เจ้าขา เมียท่านมากมาย คนคิดดีคิดร้ายเราหารู้ได้ไม่ คุณหญิงหงส์ก็คงกลัวไปหมด เขาลือกันว่าคุณหญิงมดลูกเย็น มีลูกไม่ได้ ผิดถนัด อ้ายอีพวกนี้มีแต่ความริษยา คุณหญิงทำถูกแล้วนะเจ้าคะ เอาพระเอาเจ้ามาอ้าง ที่จริงรำคาญพวกมารต่างหาก”

“นางพร้อม!!!”

“ใจเย็นๆ ค่ะคุณพี่ อิฉันไม่ได้เข้าข้างใครหรือเหน็บใคร คุณพี่มีลูกชายใหญ่ กลัวอะไรเจ้าคะ? คุณหญิงหงส์สิต้องกลัว ถ้าพ่อพุดเป็นพระยาเมื่อไหร่ ท่านคงยกเรือนใหญ่ให้ ส่วนคุณใหญ่ก็ต้องออกเรือนไปมีผัว ต่อให้เข้าขั้นคุณหญิงก็เป็นเกียรติเป็นศรีเรือนอื่น ต่อให้แต่งเข้าก็ยังต้องขึ้นอยู่กับผัว หาได้มีบารมีเท่าลูกชายใหญ่ไม่นะเจ้าคะ”

แม่เทียนใจชื้นขึ้นเมื่อรับการยกยอปอปั้น แม่พร้อมแม้จะปากเสีย แต่ก็พูดจาตรงไปตรงมา หลายครั้งที่ปะคารมกัน แต่สุดท้ายก็หัวอกเดียวกัน

“ผัวงั้นเหรอ? ปีนี้ 18 ก็ต้องออกเรือนเป็นแน่ แม่พร้อมว่าคุณหญิงจะให้ดองกับก๊กไหน?”

“ก๊กพระยาสิเจ้าคะ ตอนนี้เขาลือกันไปทั่วแล้วเจ้าค่ะ ใครๆ ก็อยากเห็นลูกสาวคนใหญ่เจ้าคุณแผน วันนี้ได้แห่กันไปที่วัดเจ้าค่ะ”

“ข้าอยากไปด้วยนัก แม่พร้อมไปด้วยกันสิ”

“อิฉันไปไม่ได้หรอกค่ะ คุณหญิงให้คนมาสั่งให้ฟั่นเทียนให้ เหมือนรู้ว่าอิฉันจะตามไปเจ้าค่ะ จะเอาคืนนี้เสียด้วย นี่อิฉันปลีกตัวมา ตั้งใจจะบอกเรื่องนี้กับคุณพี่ด้วยค่ะ” ข้อดีของแม่พร้อมก็ตรงนี้ ด้วยเป็นก๊กจีนเหมือนกัน หล่อนก็ได้รับความเมตตาจากคุณหญิงมากกว่าใคร แต่แม่พร้อมหล่อนมีความกล้าบ้าบิ่น ปากกับใจตรงกัน เก็บความลับไม่เคยได้

“ข้าจะไป หล่อนรอฟังก็แล้วกัน ให้คนไปดูท่าสะพานบัว ถ้าเรือออก ให้มาบอกข้า”

 

“เข้ามาสิลูก” แม่เทียนใส่เสื้อกระบอกห่มแพรจีบสีจำปาแก่ “คุณแม่จะไปวัดหรือขอรับ?” พ่อพุดถามเมื่อนั่งลงที่หน้าเตียง แม่เทียนนั่งอยู่บนเตียงนอน

“แม่จะไปกราบพระครูท้วม”

“คุณหญิงทราบแล้วหรือขอรับ?”

“ไม่ทราบ เพราะแม่ไม่บอก” คนพูดยิ้มเยาะ

พ่อพุดนิ่งไปก่อนจะเอ่ย “มันไม่เหมาะนะขอรับ คุณหญิงจะไปกราบท่าน คุณแม่ก็ทราบว่าพระครูกับคุณหญิงไม่ชอบการเอิกเกริกใดๆ”

“แม่รู้ แต่แม่จะไป ไปกับนางสายเท่านั้น ไม่มีบ่าวตามไป”

“คุณแม่ต้องการอะไรขอรับ?”

“แม่ว่าคุณใหญ่นี่ไม่เหมือนเราๆ”

“กระผมไม่เข้าใจ”

“มือหล่อน กรีดกรายเหมือนจีบมือตลอดเวลา นิ้วนางกับนิ้วก้อยหล่อนมีเล็บที่ยาวผิดเราๆ” คนพูดใช้ความคิดเมื่อนึกถึง แม้แสงไฟจะสลัวในยามค่ำคืน แต่จริตของคุณใหญ่ผิดธรรมดา สง่างามเกินสตรีใด มีอำนาจเกินคนทั่วไป

“ไม่เห็นแปลก ลูกเองเวลาลืมๆ ก็เล็บยาวนะขอรับ”

แม่เทียนส่ายหน้าช้า หล่อนรู้สึกถึงความไม่ธรรมดาของลูกสาวคุณหญิง สายตาคู่นั้นเหมือนตกใจที่เห็นผู้คน เหมือนแปลกใจที่เห็นทุกคน และบางวูบก็เหมือนกำลังจดจำสิ่งรอบตัว ยามที่เผลอนั้นหล่อนกรีดกรายแช่มช้อยผิดธรรมดาของสตรีในสยาม ยิ่งกว่านั้นสายตาอันทรงอำนาจนั้นราวกับเป็นเจ้านายชั้นสูง

“เอาเถิด แม่จะไป หากผู้ใดถามก็ให้บอกว่าพ่อพุดอยากได้น้ำมนต์มาล้างหน้าเป็นสิริมงคล จึงให้แม่ไปเอา เรามิรู้ว่าคุณหญิงจะไปวัดเวลาไหน แม่จะไปคอยท่าอยู่ฝั่งหน้าวัด แม่จะเดินเท้าไปรอ แม่พร้อมจะให้คนมาบอกเมื่อเรือออกจากท่า พ่อพุดช่วยให้คนไปบอกแม่ที”

ชายหนุ่มได้แต่ก้มหน้า เพราะไม่อาจห้ามปรามมารดาได้

 

ท่านหญิงซูอวี้ฮวาก้าวลงจากบันไดเรือนด้วยความรู้สึกหลากหลาย นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ออกพ้นเขตบ้านนี้ หล่อนนุ่งโจงกระเบนสีถั่วเขียว ใส่เสื้อกระบอกสีขาว ผ่าอกมีกระดุมเล็กๆ ตัวเสื้อเป็นแขนยาว ชายเสื้อพอดีตัว ห่มผ้าแพรจีบสีจำปาอ่อนทับไว้ แสงแดดยามบ่ายขับหน้านวลกระจ่าง ผมยาวของหล่อนถูกนางรองเกล้ามวยซ่อนปลายไว้อย่างดี มือของหญิงสาวลูบปลายนิ้วก้อยและนิ้วนางข้างขวาของตัวเองด้วยความเคยชิน

เมื่อไม่ได้ใส่ปลอกนิ้วมือป้องกันเล็บตัวเอง ก็ทำให้รู้สึกว้าเหว่ยิ่งนัก เล็บของเธอหักตั้งแต่วันที่ฟื้นจากการตกน้ำ แม้กระนั้นก็ยังเหลือร่องรอยแห่งความยาวให้เห็น ซินกุ้ยเล็มเล็บที่แหว่งให้ทั้งน้ำตาในยามที่อยู่กันเพียงลำพัง เพราะสงสารเจ้านายของตน ท่านหญิงเป็นเจ้านายชนชั้นสูง ไม่ต้องทำงานลำบากตรากตรำ การไว้เล็บเป็นดั่งศักดิ์ศรีของสตรีชั้นสูง ในขณะที่นางรองเห็นเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อเห็นเล็บหัก ตั้งแต่คราวที่อาบน้ำให้กันครั้งแรก ปลอกเล็บหายไป คงเพราะแรงน้ำและการดิ้นรนของเธอเอง

“กังวลอะไรลูก? ลงไปเถิด” คุณหญิงเดินตามหลังมา เราสองคนแต่งกายเหมือนกันไม่มีผิด

“มิได้กังวลเจ้าค่ะ”

คุณหญิงพยักหน้ารับ ซินกุ้ยเดินตามลงมา แต่คุณหญิงหันหลังไปสั่ง

 “ไม่ต้องไปนางกุ้ย เอ็งอยู่กับนางรอง ข้าดูแลไม่ไหว ที่วัดจะมีคนมากมาย ข้าจะไปกับลูกข้าและเจ้าคุณเอง นางรองเอ็งไปสั่งแม่พร้อมฟั่นเทียนให้ข้าแล้วหรือยัง?”

“สั่งแล้วเจ้าค่ะ ค่ำนี้จะไปรับเจ้าค่ะ”

“ดี เอาเทียนไว้ในห้องคุณใหญ่มากๆ จุดให้สว่างตามต้องการ ลูกคงชอบเทียนมากกว่าตะเกียง จุดตะเกียงกันจะลำบาก จุดเทียนคงง่ายกว่า”

“พี่กุ้ยทำได้ทุกอย่างเจ้าค่ะ” หญิงสาวยิ้ม “อย่าห่วงข้า” เธอปลอบนางกำนัล เมื่อไม่มีคนคอยพยุงเหมือนที่เคย ซูอวี้ฮวาก็ปรับตัว เธอยื่นแขนไปให้คุณหญิงเกาะ ทำเหมือนที่ซินกุ้ยคอยพยุงตัวเองไม่มีผิด มือของทั้งสองจับกัน ถ่ายเทความอบอุ่นให้กัน มืองามของท่านหญิงซูอวี้ฮวาประคองข้อศอกของคุณหญิงเบามือ

เจ้าคุณแผนที่เดินตามลงมา มองภาพนั้นด้วยความอิ่มใจ ในที่สุดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็เมตตาในความดีงามของคุณหญิงหงส์

ทั้งสามคนเดินไปตามสะพานบัวก่อนจะไปถึงท่าน้ำ เมื่อหยุดเดินลมแรงพัดปะทะใบหน้าซูอวี้ฮวาจนเจ้าตัวต้องกระพริบตาถี่ๆ กันฝุ่นเข้าตา หญิงสาวมองสายน้ำตรงหน้าด้วยใจสั่นระรัว

“แม่น้ำเจ้าพระยา ที่ๆ เจอลูก”

หญิงสาวสบตามารดาต่างสายเลือดนิ่ง “ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยเจ้าค่ะ ทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ได้ สมัยลูกอยู่นั้นห่างไกลจากแผ่นดินนี้มาก ต่างเวลา ต่างรัชสมัย”

“แม่ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เมื่อเรามีวาสนาต่อกัน ก็ขอให้แม่บัวจงอยู่ในแผ่นดินนี้อย่างมีความสุข อย่าได้คิดจะกระโดดน้ำลงไปหาคำตอบใดๆ แม่น้ำยามน้ำหลากเชี่ยวนัก ต่อให้ว่ายน้ำได้ก็อย่าได้คิดจะหาทางกลับบ้านเอง ถึงเวลาชะตาจะพาเจ้ากลับไปเองหนา”

“ฟังคุณหญิงแม่เถิดแม่บัว แผ่นดินที่แม่บัวเหยียบอยู่นี้งดงามและร่มเย็น หากต้องการสิ่งใด ขอเพียงบอกพ่อกับแม่ เราจะหาให้เจ้าให้ได้”

“มือเป็นอะไร? จับไว้ตลอดเลย” คุณหญิงถาม

“เคยใส่……ปลอกนิ้วมือ เราจะใส่กันเล็บไม่ให้หัก”

“นั่นก็ยังยาว” คุณหญิงเอื้อมมือไปจับมือ “ต้องใส่ใช่ไหม?”

“หากไม่ทำให้ลำบากนัก ลูกก็อยากจะขอใส่เจ้าค่ะ”

“ไว้พ่อจะทำให้ ลองเขียนออกมาว่าหน้าตาอย่างไร จะเอาวิจิตรอย่างไรก็ได้”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้

“ก้มหัวลงอีกนิด อย่างนั้นเรียกรับไหว้” คุณหญิงสอน “พอไปพบพระครูท้วมให้ทำตามแม่ ท่านรู้จักเจ้า”

หญิงสาวกระพริบตาถี่

“พระครูท้วมเป็นสหายของเจ้าคุณพ่อ ท่านบวชและฉลาดปราชญ์เปรื่องยิ่งนัก หากอยากจะเจรจาด้วยเรื่องใดก็ทำได้”

“ท่านรู้ที่มาข้าหรือ?”

“ไม่ผิดดังนั้น ท่านรู้เรื่องของเจ้าก่อนเจ้าจะมา” เจ้าคุณแผนตอบ

ท่านหญิงซูอวี้ฮวาไม่แปลกใจเลยที่เจ้าคุณและคุณหญิงไม่ได้ตกใจกับการได้พบเธอ ชาวสยามที่มองเห็นตรงหน้านี้เป็นคนอย่างไรกันนะ? เหตุใดจึงมีสติสมบูรณ์พร้อม แม้ในเรื่องที่ยากจะบอกที่มาได้

เสียงลม กลิ่นน้ำตรงหน้าปลอบประโลมหัวใจหญิงสาวได้ดีนัก หล่อนก้มลงมองแขนตัวเอง เสื้อผ้าตัวเอง ผ้าจีบสีเหลืองที่พันไว้กับตัวเรียบง่าย ไร้รอยปักถักทอ หากแต่หอมหวานเหลือเกิน กลิ่นหอมของบ้านเมืองนี้ แตกต่างกับกลิ่นหอมและเครื่องหอมในต้าชิงของข้า ความตกใจในชะตาแห่งตนคลายลงเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่ฮูหยินและขุนนางผู้นี้มอบความเมตตาให้ อาหารเช้าวันนี้เธอได้กินอาหารจีนอย่างง่ายๆ หากแต่รสมือของคุณหญิงนั้นจับใจนัก

มือของคุณหญิงเอื้อมมาจับมือท่านหญิงซูอวี้ฮวา “คิดอย่างไร รู้สึกอย่างไรก็ให้พูด เจ้านี่ผิดวิสัยลูกจีนนัก ลูกจีนที่ข้ารู้จักมาตั้งแต่เกิดล้วนแล้วแต่เปิดเผย สดใส หากแต่เจ้ากลับเก็บงำ เอี้ยมเฟี้ยมราวกับออกมาจากในรั้วในวัง ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นหญิงสูงศักดิ์ หากแต่เจ้าก็ผิดธรรมดาจริงๆ”

“ข้ากลัวค่ะท่านแม่ ข้ากลัว” หญิงสาวสารภาพ

เจ้าคุณแผนได้ยินทุกอย่าง ท่านก้าวเข้ามาระหว่างกลางของทั้งสอง ก่อนจะจูงมือทั้งคุณหญิงและท่านหญิงซูอวี้ฮวาให้ออกเดิน ท่านส่งคุณหญิงลงเรือไปก่อน แล้วส่งหญิงสาวลงนั่ง ก่อนจะลงเรือเป็นคนสุดท้าย

ท่านหญิงซูอวี้ฮวาหันหน้าออกไปมองแม่น้ำ ร่างบางระหงเชิดหน้าขึ้นสูง หากแต่น้ำตาที่ไหลอาบแก้มไม่อาจรอดพ้นสายตาบิดาและมารดาต่างเชื้อชาติได้

หญิงสูงศักดิ์ผู้อ่อนเยาว์กำลังร่ำไห้ด้วยความตื้นตัน ความกลัวของหล่อนได้รับการปลอบโยนจากมือของพ่อแม่ในต่างถิ่น ต่างภพ หล่อนระบายความทุกข์และความสุขด้วยการหายใจทางปาก ไม่ให้ตัวเองสะอื้นให้เป็นที่เวทนา

สายลมแห่งสยามประเทศ โอบกอดร่างระหงในสไบจีบ ทิวทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเปลี่ยนเป็นเทือกเขาซับซ้อน เสียงฝีเท้าม้าหลายตัวกำลังวิ่งฝ่าสายลม หางตาของท่านหญิงเห็นเสื้อคลุมสีดำอยู่ไกลๆ เสียงฝีเท้าม้าวิ่งตามเรือของเราใกล้เข้ามา ท่านหญิงซูอวี้ฮวาเอามือไพล่หลังจับชายสไบจีบแน่น

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น