บัวมาลัย
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ครอบครัวที่ได้คืน

ชื่อตอน : ครอบครัวที่ได้คืน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 119

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ส.ค. 2562 20:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ครอบครัวที่ได้คืน
แบบอักษร

ครอบครัวที่ได้คืน 

ปัณฑะรังคะปัพพะชิตัสสะ อัฏฐะสิกขาปะทานิ ปัจจักขามิ  

ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอลาสิกขาบททั้ง ๘ ของนักบวชผู้นุ่งขาวห่มขาว 

อัชชะตัคเคทานิ คิหีติ มัง ธาเรถะ ฯ 

ขอท่านทั้งหลาย จงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นคฤหัสถ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเทอญ  

หญิงสาวในชุดเสื้อแขนสั้นสีขาวกางเกงขายาวสีขาว เหมือนมีรัศมีส่องประกายให้ความขาวนั้นสว่างขึ้นมากกว่าปกติ ประนมมือนั่งในท่าเทพธิดา ก้มกราบหลวงตาสามครั้งและหันไปกราบแม่ชีที่นั่งด้านขวามืออีกสามครั้ง   ผมบนศรีษะยังสั้นเกรียนเป็นตอ แต่หน้าตาเอิบอิ่ม ด้วยจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยการรู้คุณของพระพุทธศาสนาของครูบาอาจารย์ทางธรรมทั้ง 2 ท่าน ฉันผ่านการรักษาสภาพจิตใจครั้งนี้ได้ด้วยธรรมะ  

"สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยากิน" 

แม่ชีบุญที่คอยดูแลฉันตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานี้ลูบหัวฉันอย่างปราณี และกล่าวว่า  

“รักษา พุทโธ ใว้ในใจให้ได้ต่อไปนะลูก” 

               วัดเล็ก ๆ บนภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ สูง จนบางส่วนของวัดแสงแดดเกือบจะส่องลงมาไม่ถึงพื้นดิน กุฎิของแม่ชีหลังเล็ก ๆ สร้างอยู่ห่างจากพื้นที่ของพระภิกษุสงฆ์แบบไม่สามารถจะมองเห็นหลังคากันได้ ศาลาที่ใช้ในการทำบุญรวมทั้งทำวัตรเช้าและเย็นอยู่กึ่งกลาง การเดินจากกุฎิแม่ชีมายังศาลาแห่งนี้ต้องผ่านพื้นที่ที่เกือบจะเรียกว่าป่า เพราะมีต้นไม้เล็ก ๆ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ๆ ไม้เลื้อย เถาวัลย์เกี่ยวพันกันไปมา มีสะพานซีเมนต์ขนาดไม่ใหญ่นัก พอเดินสวนกันได้ พาดข้ามลำธารขนาดเประมาณต้นไม้ลำต้นใหญ่ ๆ สามคนโอบ ก่อนตี 5 แม่ชีจากกุฎิต่าง ๆ จะเดินส่องไฟฉายมายังศาลาทำบุญแห่งนี้เพื่อทำวัตรเช้า แสงสว่างจากไฟฉายดวงกลม ๆ มาจากแต่ละจุดของความมืดเหมือนแสงจากดวงแก้วไหลมารวมตัวกันแล้วเดินเป็นกลุ่มไปด้วยกันเช่นนี้ในทุก ๆ วัน ที่วัดแห่งนี้มีหลวงตาที่แม่ฉันเคารพเลื่อมใสเป็นเจ้าอาวาส และพระลูกวัดอีกเพียง 8 รูป กุฎิของพวกท่านอยู่สุดขอบของพื้นที่เขตวัดอีกฟากหนึ่ง วัดแห่งนี้ไม่ค่อยมีแม่ชีมาบวชมากนัก อาจเพราะกุฎิที่มีไม่กี่หลังเป็นข้อจำกัด แม่ชีที่นี่ทุกคนต่างมีหน้าที่เฉพาะที่ต้องทำนอกเหนือไปจากการทำวัตรและปฎิบัติธรรมซึ่งหลวงตาจะเข้มงวดมาก ดังนั้นแม่ชีที่ถนัดเพียงแค่ช่วยงานวัดแต่ไม่เคร่งครัดเรื่องการปฎิบัติธรรมก็จะอยู่ไม่ได้ เช่นเดียวกันกับแม่ชีที่ตั้งใจจะมาปฎิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดแต่ไม่ช่วยเหลืองานวัดก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกัน  

              วันที่ฉันมาบวชหลวงตามอบหมายให้ฉันอยู่กับแม่ชีบุญ แม่ชีที่บวชมานานและมีหน้าที่ดูแลทำอาหารเพิ่มเติมเวลาที่พระออกไปบิณฑบาตแล้วได้อาหารมาไม่พอสำหรับทุกชีวิตในวัดหรือในวันที่ฝนตกหนักจนไม่สามารถออกไปบิณฑบาตรได้  เนื่องจากรอบ ๆ วัดไม่ได้มีบ้านคนมากนัก ต้องเดินออกไปไกลจากวัดเป็นกิโลจึงจะค่อย ๆ พบบ้านคนที่ปลูกอยู่ห่าง ๆ กัน เป็นชุมชนเล็ก ๆ แต่ทุกบ้านจะทำบุญใส่บาตรและปฎิบัติธรรมที่วัดในทุกวันพระ โดยจะปูเสื่อนอนบนศาลาวัดแยกฝั่งชายหญิง ชาวบ้านที่นี่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและเคารพหลวงตาเป็นอันมาก เนื่องจากเป็นพระสายปฎิบัติธรรมที่เคร่งครัด แม้กระทั่งแม่ชีที่มีไม่กี่รูปก็ต้องสำรวมและไม่สามารถเกียจคร้านที่จะเข้าร่วมทำวัตรเช้าและเย็นได้เลย วันแรกที่บวชแม่ชีบุญพาฉันมาเก็บของที่กุฏิ ซึ่งเป็นเพียงห้องยกใต้ถุนสูง ขึ้นบันไดมาจะเป็นระเบียงขนาดยาวเท่ากับพื้นที่ความยาวของกุฎิ สุดระเบียงเป็นห้องน้ำขนาดเล็ก พื้นที่ระเบียงนี้เอาไว้ซักล้าง และเดินจงกลม ด้านซ้ายมือมีประตูเปิดเข้าสู่ห้องพักขนาดเล็ก ภายในห้องด้านขวามือสุดมีเตียงไม้กระดานขนาด 3 ฟุตวางอยู่ ปลายเตียงมีตู้สำหรับใส่เสื้อผ้าและของใช้สูงไม่เกิน 130 เซนติเมตร มีชั้นสามชั้นสำหรับวางเสื้อ ผ้าถุง สไบ และของใช้อื่น ๆ เท่าที่จำเป็นสำหรับการครองศีลเท่านั้น ตรงข้ามตู้เป็นหน้าต่างไม้เปิดออกและมีมุ้งลวดติดไว้เพื่อกันยุงและแมลง หัวเตียงมีหิ้งพระพุทธรูปติดอยู่กับผนังห้อง สายพระเนตรของพระพุทธรูปหลุบตาลงมองมายังเบื้องล่างที่ฉันกับแม่ชีบุญนั่งอยู่ แม่ชีบุญให้ฉันกราบพระและจุดธูปให้ฉัน 9 ดอก พร้อมกับบอกว่าให้ไปไหว้บอกกล่าวเจ้าที่ที่ปกปักษ์รักษาพื้นที่วัดแห่งนี้ว่า 

“ข้าพเจ้าขอมาอาศัยเพื่อประพฤติปฎิบัติธรรมตามวาระอันเป็นกุศลแห่งบุญของข้าพเจ้า”  

แล้วนำลงไปปักที่ข้างเสากุฎิทางด้านหน้า ฉันทำตามทุกอย่างแม้ความเหม่อลอยจะหายไป แต่จิตที่เศร้าหมองยังคงอยู่ ฉันมารู้ภายหลังว่าแม่ชีบุญเป็นแม่ชีที่บวชอยู่ที่วัดนี้เป็นเวลานานมาก ก่อนหน้านี้ท่านเคยบวชอยู่แถวจังหวัดอุดรธานี ท่านมาถึงวัดแห่งนี้ด้วยการเดินเท้ามาเรื่อย ๆ เป็นแม่ชีที่เคร่งครัดในวัตรปฎิบัติมาก แต่เปี่ยมไปด้วยเมตตา เช้าวันแรกที่ถูกปลุกด้วยเสียงระฆังกังวาลไปทั่ววัดตอนตีสี่ แม่ชีบุญจะเอื้อมมือมาแตะตัวฉันที่นอนอยู่บนพื้นเสื่อด้านล่างหน้าเตียงของท่าน ให้ไปล้างหน้าแปรงฟันเตรียมตัวไปทำวัตรเช้าพร้อมกับท่าน เสร็จแล้วก็หยิบไฟฉายให้ฉันหนึ่งกระบอก ของท่านเองอีกหนึ่งกระบอก ฉายไฟไปตามเส้นทางที่จะไปยังศาลาวัดที่ห่างประมาณเกือบ 300 เมตร 

    ดวงจิตที่เศร้าหมองก็มีข้อดีอยู่เหมือนกันนะ มันทำให้ฉันเดินตามแม่ชีไปสมทบกับแม่ชีรูปอื่น ๆ โดยที่ฉันไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัว ไม่เหมือนกับตอนที่อยู่ไปได้สักระยะหนึ่งแล้วเริ่มรู้สึกตัวมากขึ้น จิตอยู่ร่วมกับกายมากขึ้น ฉันก็เริ่มขี้เกียจตื่นตอนตีสี่ หาเหตุผลในการป่วยต่าง ๆ เพื่อขออนุญาตไม่ไปทำวัตรเช้า ซึ่งใช้ได้ผลเพียง 2 – 3 ครั้งเท่านั้น และทุกครั้งที่ได้ผลฉันก็จะต้องทำวัตรเย็นที่นานขึ้น พระและแม่ชีรูปอื่น ๆ เสร็จกิจลุกไปแต่ฉันต้องนั่งต่อเพื่อฟังเทศนาจากหลวงตา แล้วนั่งสมาธิหรือเดินจงกลมต่อก็ได้ตามที่ถูกจริตของฉัน ซึ่งแม่ชีบุญก็จะปฎิบัติอยู่ร่วมกับฉัน และจะกลับกุฎิก่อนที่จะเริ่มค่ำ คำสอนของหลวงตาทำให้ฉันรู้สึกบาปที่ผิดศีลแล้วยังรู้สึกว่าฉันไม่สามารถขัดเกลาความเกียจคร้านของตัวเองได้  

อีกเหตุผลหนึ่งที่ฉันไม่อยากไปทำวัตรเช้าคือฉันเพิ่งรู้สึกกลัวหลังจากที่จิตกลับมาอยู่กับตัวแล้วนี่ล่ะ เพิ่งสังเกตุเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัว เพราะตอนก่อนบวชฉันแค่มาปฎิบัตรธรรมในช่วงสาย ๆ ถวายเพล สวดมนต์ เดินจงกลมวันละประมาณ 3-4 บัลลังก์ สลับกับการฟังคำสอนของหลวงตา พระ หรือแม่ชีรูปอื่น ๆ ในแต่ละวัน จนกระทั่งทำวัตรเย็นเสร็จคือประมาณ 5 โมงเย็น ฉันก็กลับบ้าน ไม่ได้อยู่ร่วมบรรยากาศของการทำวัตรเช้า ไม่ได้เห็นในส่วนอื่น ๆ ของวัด นอกจากบริเวณรอบ ๆ ของศาลาปฎิบัติธรรมที่เป็นพื้นที่เตียนโล่ง กว้าง แม้จะเห็นว่าพื้นที่รอบ ๆ ออกไปนั้นมีสภาพเป็นป่า รวมทั้งทางรถยนต์ที่แยกจากถนนใหญ่เข้ามาในวัดก็เป็นถนนดินลูกรังที่ครึ้มไปด้วยแนวป่าสองข้างทาง  

เหตุผลที่ต้องต่อสู้กับกิเลสในความต้องการที่จะนอนต่อก็ต้องใช้ความเข้มแข็ง มุ่งมั่น ที่จะสร้างความเพียร ฝึกวินัยให้ตัวเองมากพออยู่แล้ว ยังต้องต่อสู้กับความกลัวสัตว์มีพิษเช่นงู ที่ฉันมั่นใจว่าต้องมีอยู่รอบ ๆ ผืนป่าในวัดแห่งนี้แน่ ๆ โดยเฉพาะตอนเดินข้ามสะพานฉันจะรู้สึกถึงความเย็นและความชื้นมากเป็นพิเศษ รวมทั้งบางครั้งสร้างจินตนาการเห็นสายตาที่มองขึ้นมาจากใต้ผืนน้ำด้วยซ้ำ แต่น่าแปลกใจที่แม่ชีทุกรูปไม่กลัวกันเลย ถามว่าเคยเจอมั้ย ทุกรูปต่างก็เคยเจอ แล้วแต่ใครจะมากจะน้อย แต่ทุกครั้งให้แผ่เมตตา และขอขมาที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของท่าน ที่นี่มีกฎห้ามทำร้ายงู พระสงฆ์ที่ต้องถางหญ้ารก ๆ เพื่อเตรียมพื้นที่ในการปลูกผักเพื่อเอาไว้ใช้ทำอาหารในวัด ต้องระวังที่จะไม่ฟันจอบลงไปให้โดนงู จึงต้องสังเกตดี ๆ ในการจะเงื้อมจอบลงฟันดินแต่ละครั้ง  

กฎอีกข้อหนึ่งคือ ไม่จำเป็นหลวงตาจะไม่ให้ตัดต้นไม้ ให้พยายามถางเตียนเอา สำหรับปลูกพืชชนิดอื่น ๆ แซมระหว่างต้นไม้ใหญ่ เช่นผักกูด ฉันรับทราบกฎทุกข้อแต่ก็อดกลัวไม่ได้ในยามที่ต้องเดินไปทำวัตรเช้า สำหรับตอนกลับฟ้าจะสางแล้วมองอะไรเห็นชัดขึ้นแต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองเข้าไปในป่าช่วงลำธารไหลผ่านและรู้สึกว่ามีบางอย่างมองมาอยู่ทุก ๆ ครั้ง ไม่ว่าเวลาใดที่ฉันผ่านทางเดินนี้ เพียงแต่ความกลัวลดลงมากกว่าตอนที่ความมืดปกคลุมจนเป็นสีดำไปหมด และในบางวันที่แม่ชีบุญใช้ให้ฉันไปเก็บผักมาทำอาหาร ผักอื่น ๆ จะอยู่ตามร่องดินที่ทำแปลงไว้ แต่ผักกูดที่ปลูกแซมในป่า ทำให้ฉันหวั่นใจในการต้องเข้าไปนั่งเก็บทุกครั้ง ใจคอไม่สงบคอยมองหาสิ่งผิดปกติ คอยฟังเสียงต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง แม้จะได้รับการบอกกล่าวว่างูที่นี่ไม่ทำร้ายใครแต่ฉันก็บอกกับตัวเองว่าอย่าเจอเลยน่าจะดีกว่า เพราะคงตั้งสติทำอะไรไม่ถูกแน่ ๆ ตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก จำได้ว่าพ่อสอนให้ฉันปลูกผักสวนครัวในพื้นที่หลังบ้านพักข้าราชการริมคลองบางกอกน้อย มีงูตัวสีดำลำตัวไม่ใหญ่นักแต่ค่อนข้างยาว เลื้อยมาใกล้ๆ ฉันกลัวมากจะร้องบอกพ่อ แต่ไม่มีเสียงออกจากคอ ยิ่งอยากตะโกนกลับยิ่งทำไม่ได้ รวมทั้งไม่สามารถขยับแขนหรือขาตัวเองได้อีกด้วย ฉันไม่รู้หรอกว่างูอะไรแค่เป็นงูฉันก็กลัวแล้ว งูตัวนั้นชูคอมองเหมือนสบตาฉัน แล้วเลื้อยตรงมาที่เท้าฉัน เลื้อยพาดขึ้นบนเท้าขวาของฉันไปยังเท้าซ้ายแล้วหายไป ฉันยังตัวแข็งยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนพ่อตกใจ เขย่าตัวฉันแรง ๆ ฉันเล่าให้พ่อฟัง พอสั่งให้ลูกน้องที่อยู่ด้วยไปตรวจดูตามพุ่มไม้ที่ฉันชี้ทาง แต่ก็ไม่พบ เป็นประสบการณ์ที่จำฝังใจมาก ฉันไม่ชอบงู แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้นฉันรู้สึกลึก ๆ ว่างูไม่ทำร้ายฉันมาโดยตลอด  แต่สภาพแวดล้อมที่เป็นป่ามืด ๆ เนี่ยมันก็หลอกตัวเองอยู่นะ เห็นเถาวัลย์เป็นงูก็หลายครั้ง แม่ชีบุญบอกกับฉันว่า 

“เวลาเดินไปและกลับจากการทำวัตร หรือแม้แต่การเก็บผักมาทำอาหาร ไม่ใช่เดินหรือทำด้วยจิตที่ฟุ้ง ให้กำหนดพุทโธไว้ในใจ ดูกายที่เคลื่อนไหว สิ่งใดมากระทบหรือพบเห็นสิ่งใด ก็อย่าให้พุทโธหายไป พุทโธเนี่ยล่ะ จะปกปักรักษาเจ้าเอง” 

      ตั้งแต่นั้นมาฉันก็เริ่มปฎิบัติธรรมอย่างเอาจริงเอาจังมากขึ้น ก้าวแรกที่ฉันลงบันไดกุฎิฉันก็เริ่มกำหนดพุทโธ การเดินมาพบเจอแม่ชีรูปอื่น ๆ ก็สบตากัน ผู้อ่อนอาวุโสก็แสดงความเคารพ แต่จิตของทุกรูปต่างคงกำหนดพุทโธไว้ในใจ พุทโธทำให้ฉันหายกลัว และสามารถเดินไปในทุกส่วนที่เป็นพื้นที่ของแม่ชีได้ แม้กระทั่งในวันที่กวาดใบไม้ออกจากเส้นทางเดินไปจนถึงสะพาน ฉันก็ไม่กลัวความครึ้มและชื้นของพื้นที่บริเวณนี้ ทุกครั้งฉันจะยืนที่ขอบสะพานอย่างสงบและทำจิตให้นิ่งเพื่อแผ่เมตตา กล่าวคำในใจทุกครั้งว่า 

“ลูกมาขออาศัยปฎิบัติธรรม เพื่อขัดเกลากิเลสของตัวลูกเอง ไม่ได้มาเบียดเบียนหรือทำร้ายสิ่งใด ขอความเพียรทั้งหลายส่งผลต่อบิดา มารดา ญาติมิตร เจ้ากรรมนายเวรผู้อุปถัมภ์ของข้าพเจ้าทุกคน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพยดาอารักษ์ที่ปกปักษ์รักษาสถานที่แห่งนี้ หากลูกกระทำสิ่งใดผิดไปลูกขอขมาต่อทุกท่านและโปรดอโหสิกรรมให้ลูกด้วยเทอญ”  

    ก่อนที่จะก้าวเข้าไปในสะพานและกวาดทางเดินนั้นให้เตียนโล่งไปจนถึงศาลาวัด 

วันที่ฉันสึกนั้น มีผู้คนมาร่วมทำบุญกันมากมายถวายสังฆทานใหญ่กับพระและแม่ชีทุกรูป แม่ของฉันทำบุญซื้อที่ให้กับทางวัดเพิ่ม แต่ก็เป็นที่รกร้างต้นไม้ทั้งใหญ่และเล็กปกคลุมเสมือนป่าเช่นเดิมเพียงแต่ไม่หนาแน่นมากนัก พื้นที่มีเขตต่อเนื่องกับพื้นที่ของวัดแต่ขยายเข้ามาใกล้กับชุมชนมากขึ้น แม่ของฉันตั้งใจสร้างกุฎิพระและแม่ชีเพื่อถวายให้ทางวัดเพิ่มขึ้นอีกอย่างละ 5 หลัง เพื่อรองรับสาธุชนที่ปรารถนาจะมาบวชหรือปฎิบัติธรรมได้มากขึ้น หลังจากรับศีลรับพรจากพระเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่ของฉันก็คลานเข้าไปหาหลวงตาเพื่อขอฤกษ์บวชให้กับตำรวจผู้หนึ่ง ซึ่งคลานไปนั่งพับเพียบอยู่ข้าง ๆ แม่ เขาใส่เครื่องแบบตำรวจที่ตึงเปรี๊ยะน่าอึดอัด แม่ของฉันดูท่าทางรักและเมตตาตำรวจร่างกายล่ำสัน สูงใหญ่คนนี้มาก  

กลับมาบ้านฉันมีเวลาในการปฎิบัติธรรมได้ในช่วงหัวค่ำก่อนเข้านอนเท่านั้น ในตอนกลางวันน้องชายฉันจะพาไปเยี่ยมผู้หลักผู้ใหญ่ในตำบลเพื่อแนะนำและฝากดูแลฉัน นี่ฉันกลายเป็นคนที่ต้องมีคนดูแลขนาดนี้เลยเหรอ ผู้ใหญ่ที่แนะนำก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ไปงานแต่งงานของฉันทั้งนั้น เพราะฉันจำชื่อของพวกท่านที่ระบุบนซองการ์ดแต่งงานในวันที่นั่งฉีกเพื่อรวบรวมเงินในคืนนั้นได้ และหลาย ๆ ท่านฉันยังจำได้อีกด้วยว่าท่านใส่ซองช่วยงานมาเท่าไร เสร็จจากภาระกิจเหล่านี้น้องยังตระเวณพาฉันไปดูธุรกิจของ “ครอบครัว” !!! 

"เดี๋ยวนิวจะพาพี่ไปดูร้านของแม่ จะได้รู้ว่าอยู่ตรงไหนบ้าง และใครเป็นคนดูแล เขาจะได้รู้จักพี่ไว้ด้วย" 

ฉันสะดุดใจกับคำว่า “ครอบครัว” นี่ฉันก็มีครอบครัวแล้วนี่นา !!! เป็นครอบครัวที่ประกอบด้วยแม่ น้องชาย และฉัน เป็นครอบครัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่นมากและฉันมีมันมานานแล้วด้วย อะไรทำให้ฉันต้องเสียเวลา เสียอนาคตที่ดีไปแสวงหาความเป็นครอบครัวจากที่อื่น จนจิตใจได้รับบาดเจ็บสาหัสและทำให้ทุกคนที่เป็นสมาชิกในครอบครัวต้องได้รับความทุกข์ด้วยขนาดนี้ ฉันไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ฉันมี ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยอมเสียครอบครัวนี้ไปอีก ฉันจะรักษาให้สมกับที่ไขว่คว้ามาตลอด 

  ช่วงเวลา On tour ของฉันกับน้องชายมีไม่กี่วัน เพราะฤกษ์บวชตำรวจคนนั้นกระชั้นชิดมาก แม่ตั้งใจจัดงานเล็ก ๆ เพียงข้าวหม้อแกงหม้อ ไม่ได้แจกการ์ดบอกใคร เพราะเป็นการบวชเฉพาะกิจเพียงไม่กี่วันที่แม่ให้ตำรวจที่ชื่อว่า “รังสรรค์” บวชเพื่อแก้บนให้แม่และให้เป็นกุศลกับพ่อของเขาที่ป่วยรวมทั้งเสริมสร้างบารมีให้กับตัวของเขาเองด้วย น้องชายฉันต้องไปรับพ่อแม่ของเขาที่จังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อมาร่วมงาน ฉันก็ยุ่งกับการพับริบบิ้นรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใส่เหรียญสำหรับโปรยทานตามที่คุณครูโรงเรียนมัธยมข้างบ้านมาสอน งานนี้นอกจากจะถือว่าได้บุญแล้วสำหรับฉันยังถือเป็นการทำสมาธิที่ดีด้วย เพราะจิตของฉันจดจ่ออยู่กับการพับริบบิ้นรอบเหรียญราคาต่าง ๆ อย่างมีความสุขจนจบวันและสวดมนต์ เดินจงกรม ทำสมาธิช่วงหัวค่ำ จนกระทั่งเข้านอน เป็นช่วงชีวิตที่สุขสงบมาก ๆ ช่วงชีวิตที่ได้อยู่กับ "ครอบครัว" ที่แท้จริง 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น