khontualeklek

ถ้าชอบก็กด Like ให้กำลังใจ หรือ comment คุยกันได้นะคะ

ตอนที่ 5 คุ้นหน้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 คุ้นหน้า

คำค้น : นิยายยูริ เลสเบี้ยน ยูริ yuri Blackpink snsd

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 64

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2562 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 คุ้นหน้า
แบบอักษร

 

 ตอนที่ 5 คุ้นหน้า 

 

           “คนที่นั่งหันหน้ามาทางเรานั่นแหละค่ะ สามีพี่เอง” คนพูดใช้สายตาพยักพเยิดไปทางผู้ชายสองคนนั้นที่นั่งห่างจากโต๊ะเราไม่ไกลนัก

           ฉันเอี้ยวตัวกลับไปดูอีกครั้ง โฟกัสสายตาไปยังคนที่พูดถึงอยู่ ผู้ชายในชุดสูทสีดำสุดเนี๊ยบเป็นหนุ่มหล่อขาวตี๋ มีออร่าเป็นประกายอยู่รอบตัว หน้าตาสดใสสะอาดสะอ้าน ผมสีดำขลับนั้นถูกจัดทรงอย่างพิถีพิถัน เขากำลังทำหน้าครุ่นคิดกับเมนูอาหารที่ดูอยู่ ถ้าให้เดาจากใบหน้าคงจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับคุณเหมือนฝัน

           “เขาดูดีมากเลยนะคะ” ฉันชมอีกฝ่ายด้วยใจจริง รู้สึกได้เลยว่าตัวเองด้อยกว่าอย่างเทียบไม่ติด และคิดว่าสองคนนี้ดูเหมาะสมกันดี หากดอกไม้ต้องอยู่คู่กับแจกัน คนสวยตรงหน้าก็คือดอกลิลลี่สีขาวส่วนเขาก็คือแจกันอันงดงามที่ส่งเสริมเข้าคู่กันเป็นอย่างดี

 

           คนหน้าหวานไม่ยี่หระกับคำชม ยังคงจ้องไปที่โต๊ะนั้นอย่างไม่สะลายตา “มากับใครก็ไม่รู้ เมื่อกี๊เห็นหน้าแว๊บๆไม่คุ้นหน้าเลย”

           ดวงตาที่ฉายแววคลางแคลงใจนั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจ “เขาเห็นพี่แล้ว กำลังลุกมาหา” คุณเหมือนฝันคว้าช้อนส้อมขึ้นมาทำท่าทีเป็นทานข้าวปกติ

           “ดรีมมากับใครน่ะ” ผู้ชายในชุดสูทเอ่ยถามขึ้นเมื่อเดินมาถึงโต๊ะที่เรานั่ง ก่อนจะปรายตามองมาที่ฉันแล้วส่งยิ้มไมตรีทักทาย

           “สวัสดีครับ คุณเป็นเพื่อนดรีมเหรอครับ”

           “เอ่อ...คือ” ฉันอึกอักแล้วสบตากับคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างต้องการความช่วยเหลือ

           “เป็นเพื่อนของเดย์ค่ะ” พี่ดรีมตอบแทน

           “อ๋อ...” คนที่ยืนอยู่พยักศีรษะเล็กน้อย “แล้วทำไมเพื่อนของเดย์ถึงมานั่งกินข้าวกับคุณล่ะ เดย์ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ”

           “มาแต่พึ่งกลับออฟฟิศไปได้สักพักแล้ว” คุณเหมือนฝันโกหกได้อย่างแนบเนียน ไม่ปรากฏพิรุธใดๆให้เห็นบนใบหน้า

           คนเป็นสามีพยักหน้าหงึกๆให้กับคำตอบนั้น และไม่มีท่าทีสงสัยแต่อย่างใด ก่อนจะหันมาแนะนำตัวกับฉันอย่างมีมารยาท “ผมชื่อ ปราการ ครับ เป็นสามีของดรีมเอง คุณชื่อ...”

           “คุณมากับใครเหรอคะ นั่นเพื่อนคุณเหรอ?” คนสวยรีบถามแทรกขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะอยากรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของฉัน

           “เอ่อ...” คุณปราการแสดงอาการอึกอักเล็กน้อย “เพื่อนผมสมัยเรียนมหาลัยน่ะ พอดีเขามาทำธุระแถวนี้เลยนัดกินข้าวกัน”

           “ฉันควรเดินไปทักทายเขานะคะ” คนตรงหน้าตั้งท่าจะลุกขึ้นยืน

           “ไม่ต้องหรอก ดรีมนั่งกินข้าวกับน้องเขาไปเหอะ ทิมแค่เดินมาทักเอง” คนหน้าตี๋จับไหล่ของคุณเหมือนฝันเป็นการบอกให้นั่งอยู่ที่เดิม “ซักประมาณสามโมงผมจะให้เลขาเอาเอกสารไปให้คุณเซ็นหน่อยนะ”

           “ค่ะ” อีกฝ่ายขานรับ

ระหว่างที่ทั้งสองคนคุยกัน ฉันก็หันไปมองผู้ชายอีกคนที่มาด้วยกัน สายตาของคนที่นั่งตรงนั้นกำลังจับจ้องมาทางโต๊ะเราอยู่ ฉันเห็นแค่เพียงเสี้ยวหน้าของเขา พอเจ้าตัวสังเกตเห็นว่าฉันกำลังจับจ้องอยู่เขาก็รีบผินหน้าหนีทันที

           “ผมไปก่อนนะครับ”

ฉันเอี้ยวหน้ากลับมาหาต้นเสียง คุณปราการส่งยิ้มให้ฉันแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะตัวเอง

           “ทิมเห็นหน้าแตมแล้ว จะเป็นอะไรรึเปล่า” คนหน้าหวานถามฉัน สีหน้าดูกังวลใจเล็กน้อย

           “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เวลาแตมตามถ่ายรูปจะระวังตัวไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตเห็นอยู่แล้ว”

           ปกติก่อนหน้าที่ฉันยังไม่ได้รับพลังวิเศษ ก็จะระวังตัวตามที่ว่าอยู่แล้ว หรือว่าถ้าไปในสถานที่ที่คิดว่าไม่ปลอดภัยก็จะจ้างผู้ช่วยที่เป็นผู้ชายที่เคยทำงานกับพ่อของฉัน ไปตามสืบและเก็บภาพให้ แต่ตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเพราะยังไงพอล่องหนได้เขาก็มองไม่เห็นฉันอยู่แล้ว

           “ว่าแต่เดย์คือใครเหรอคะ?” ฉันถามด้วยความสงสัย

           “น้องสาวพี่เองจ้ะ ที่เมื่อกี๊บอกไปว่าอายุเท่ากับหนูไง”

           “อ๋อ ค่ะ” ฉันผงกศีรษะแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะเอ่ยปากชมอีกคน “ว่าแต่เมื่อกี๊คุณหัวไวมากเลยนะคะ แก้สถานการณ์เก่งมาก แตมยังคิดไม่ทันเลย”

           คนฉลาดหัวไวยิ้มหวานแฉ่งตอบรับคำชมนั้น “พูดถึงหนูยังเด็กแล้วก็เป็นผู้หญิงด้วย ทำไมถึงมาทำงานเป็นนักสืบล่ะ แถมงานที่ไปตามสืบชู้ ก็ต้องไปตามโรงแรมหรือสถานที่ๆไม่ค่อยปลอดภัย ไปไหนมาไหนดึกๆ พ่อกับแม่ไม่ห่วงเหรอคะที่เรามาทำงานนี้”

           “พ่อแม่ของแตมเสียแล้วค่ะ แล้วที่ต้องมาทำงานนี้เพราะสานต่อบริษัทของพ่อแตม”

           สายตาที่มองมาแสดงถึงความเห็นอกเห็นใจ “เสียใจด้วยนะคะ” คนตรงหน้าเอ่ยสั้นๆและไม่ได้รบเร้าถามอะไรต่อเพราะคงกลัวจะกระทบจิตใจฉัน

           “ค่ะ คุณดรีม”

           “เรียกว่าพี่ดรีมสิจ๊ะ” คนที่อายุมากกว่าส่งยิ้มอันอบอุ่นมาให้

           ฉันยิ้มบางๆส่งกลับไป “ค่ะ พี่ดรีม”

           ฉันรู้สึกอบอุ่นหัวใจยังไงไม่รู้ ที่อีกฝ่ายพูดจาอ่อนหวานและมีท่าทีอ่อนโยนกับฉัน ทำไมนะผู้หญิงที่สวยขนาดนี้แถมนิสัยน่ารักอีก ยังไม่อาจมัดใจผู้ชายคนนั้นได้เลย

           “พี่รู้สึกเอ็นดูหนูยังไงไม่รู้ แตมมีพี่รึเปล่า” คนพี่เอ่ยถามหลังจากดื่มน้ำในแก้ว

           “ไม่มีค่ะ แตมเป็นลูกคนเดียว”

           “งั้น...หนูก็มาเป็นน้องพี่อีกคนแล้วกันนะจ๊ะ” พี่สาวสุดสวยพูดกับฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

            

 “ทำไมถึงรู้สึกเอ็นดูหนูล่ะคะ” ฉันยกแขนเท้าคางสายตาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้ในคำตอบ

คนพี่ยกแขนขึ้นมาเท้าคางเช่นกัน ยกยิ้มหวานหยด จนใจไหวหวั่น สายตาสวยคู่นั้นสบตากลับอย่างไม่เคอะเขิน

“ก็หนูน่ารักหนิคะ พี่ก็เลยเอ็นดู” คนตอบใช้น้ำเสียงหวานนุ่ม ฟังแล้วอบอุ่นหัวใจ

           “ชมขนาดนี้ หนูคงปฏิเสธไม่ได้แล้วสิคะ...พี่สาวคนสวย” ฉันตอบกลับไปอย่างเขินๆ

           “ปากหวานนะเรา งั้นพี่ก็มีน้องสาวเพิ่มอีกคนแล้วสินะ” พี่ดรีมยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

 

 

           หลังจากอิ่มท้องจากมื้อเที่ยง ฉันก็อิ่มอกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก รอยยิ้มผลิบานบนใบหน้าอย่างไม่รู้โรยตลอดทั้งวัน ราวกับดอกไม้แย้มบานในวันที่อากาศสดใส แต่พอนึกถึงความจริงที่ว่าพี่เขามีสามีแล้วบวกกับเงื่อนไขที่แลกกับพลังวิเศษมา หัวใจที่พองฟูก็เริ่มหอเหี่ยวรอยยิ้มค่อยๆหุบลงราวกับดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา

           “เฮ้อออ...” ฉันถอนหายใจอย่างเซ็งๆ นั่งหน้างอคอหักเป็นปลาทูอยู่บนเตียงนอน “เอาน่าแตม แอบรักข้างเดียวก็ได้หนิ คงไม่ผิดกฎหรอกมั้ง” ฉันปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยสวรรค์ก็ไม่ได้ห้ามให้ฉันมีความรักซะหน่อย พอปรับโหมดอารมณ์ห่อเหี่ยวให้กลับมาปกติดังเดิมได้แล้ว ฉันก็หยิบกรอบรูปที่มีภาพพ่อกับแม่ขึ้นมา แล้วพูดคุยกับท่านก่อนนอนเหมือนอย่างเคย

           “พ่อจ๋า แม่จ๋า วันนี้แตมได้ลองใช้พลังวิเศษเป็นครั้งแรก ปรากฏว่าล่องหนได้จริงๆด้วยแหละ แค่แตมใส่หมวกก็หายตัวได้ เจ๋งไปเลยเนอะ แตมใช้พลังวิเศษทวงหนี้ให้ป้าอิ่มด้วย” ฉันหลุดขำออกมาเมื่อนึกถึงก้นของป้าคนนั้นที่ส่ายดุ๊กดิ๊กๆตอนวิ่งหนีฉัน “ป้าคนนั้นโดนหนูแกล้งจนต้องรีบวิ่งแจ้นมาคืนเงินให้ป้าอิ่ม แต่...หนูก็แอบรู้สึกผิดนิดๆที่ไปแกล้งเขาเหมือนกัน แต่ก็ช่วยไม่ได้ถ้าไม่ทำแบบนั้นป้าอิ่มคงไม่ได้เงินคืนแน่ๆ”

           “ทีหลังห้ามเอาพลังวิเศษไปแกล้งคนหรือทำอะไรไม่ดีนะจ๊ะหนู”

           อยู่ดีๆเสียงเนิบเย็นที่คุ้นหูก็เอ่ยขึ้นมา พอหันหน้าไปทางต้นเสียงก็เจอคุณป้านางฟ้าคนเดิมยืนอยู่ตรงตู้เสื้อผ้า ส่งยิ้มเย็นๆแต่เห็นแล้วขนลุกซู่มาให้

 

           กริ๊ดดดด!!

           ฉันกรีดร้องเสียงแหลมด้วยความตกใจ สัญชาตญาณความกลัวผลักดันให้ร่างที่นั่งอยู่ กระเด้งตัวลุกออกจากเตียงอย่างกุลีกุจอ ด้วยความตื่นกลัวจนสติหลุด ขาของฉันขวิดกันจนล้มคะมำ ทำให้หัวไปเหม่งกับพื้นเข้าอย่างจัง

           “โอ๊ย...” ฉันโอดครวญด้วยความเจ็บ

           “ไปแกล้งคนอื่นเขาดีนัก นี่ไงกรรมตามสนองแล้ว” เจ้าของเสียงเนิบเย็นกล่าวเยาะเย้ย

           ฉันลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวตัวเองป้อยๆ เพราะความเจ็บที่มีมากกว่าทำให้ลืมความกลัวไปชั่วครู่ สักพักพอตั้งสติได้ ฉันก็เหลือบมองไปทางตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง นางฟ้ายังคงยืนอยู่ที่เดิม

           “ตกใจหมดเลยค่ะ มาไม่ให้สุ้มให้เสียงกันเลย”

           “ฉันก็ให้สุ้มให้เสียงไปแล้วไง เธอเองต่างหากที่ดันตกใจดีดเด้งเป็นกุ้งเต้นเชียว” ระหว่างที่พูดนางฟ้าก็สาวเท้าเข้าใกล้ฉัน “นางฟ้าขอเตือนนะ วันหลังห้ามใช้พลังวิเศษไปแกล้งใครอีกล่ะ ถ้าเขาเป็นโรคหัวใจช็อกตายไปเจ้าจะบาปเอานะ”

           “หนูขอโทษค่ะ” ฉันพนมมือขอโทษอย่างสำนึกผิด “ว่าแต่นางฟ้าชื่ออะไรเหรอคะ หนูยังไม่รู้ชื่อป้าเลย”

           “ฉันไม่มีชื่อเรียกหรอกจ้ะ บนสวรรค์เขาเรียกขานนางฟ้าและเทวดาเป็นหมายเลขน่ะ อย่างฉันหมายเลข 81559632440”

           “งั้นเรียกนางฟ้าเหมือนเดิมก็ได้ค่ะ” พอได้ยินตัวเลขที่ยาวพรืดแบบนั้นฉันก็ขอยอมแพ้ ขอเรียกว่านางฟ้าเหมือนเดิมดีกว่า “นางฟ้าคะหนูขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ คือหนูอยากรู้ว่าถ้าหนูแอบรักใครบางคนก็ไม่ได้ผิดกฎหรือผิดเงื่อนไขใช่ไหมคะ”

           “นี่เธอยังไม่ได้อ่านคู่มือที่ให้ไปเหรอ”

           “พึ่งอ่านแต่วิธีใช้ไปค่ะ”

           “จริงๆแล้วก็ไม่ได้ผิดกฎหรือผิดเงื่อนไขนะ”

           “แล้วถ้าเกิดวันนึงได้เป็นแฟนกับคนที่ชอบขึ้นมา มันจะเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ”

           “ก็จะมีอุปสรรคเข้ามาให้ความสัมพันธ์ของเจ้าสั่นคลอนยังไงล่ะ ผลสุดท้ายไม่ว่าจะรักกับใครเจ้าก็จะกลับมาโสดดังเดิม”

           “แล้วถ้าหนูเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นได้ล่ะคะ”

           นางฟ้ายิ้มมุมปาก แล้วจ้องฉันด้วยสีหน้ารู้ทัน “แอบชอบผู้หญิงที่พึ่งเจอกันวันนี้ล่ะสิ”

           “…..”

           ฉันเงียบไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

           “เจ้าอย่างพึ่งคิดไปไกลเลย เจ้ามั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอว่าในอนาคตจะได้เป็นแฟนกับผู้หญิงคนนั้น”

           “เอ่อ...คือ ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ แค่ถามเผื่อไว้เฉยๆ”

           “เอาเป็นว่าเจ้าก็มีความสุขกับการแอบรักไปก่อนละกัน นางฟ้าไปก่อนล่ะ บายจ้ะ”

           แล้วร่างของนางฟ้าก็หายวับไปกับตาทันที สักครู่หนึ่งเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของฉันก็ดังขึ้น หน้าจอปรากฎชื่อ ป้าอิ่ม

           “ค่ะ ป้าอิ่ม”

           [พรุ่งนี้ป้ามีนัดตรวจสุขภาพนะจ๊ะ แตมไม่ได้ลืมใช่ไหม]

           “แตมไม่ลืมค่ะ พรุ่งนี้เจอกันตอน9โมงเช้าที่ร้านนะคะ เดี๋ยวหนูขับรถไปรับ”

           “จ้ะ ขอบใจมากนะที่ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนป้าน่ะ”

           [หนูเป็นหลานป้านะคะ จะขอบใจทำไมกัน ตอนนี้แตมเหลือแค่ป้าอิ่มแล้ว ยังไงก็ต้องรักและดูแลเป็นอย่างดี คืนนี้รีบเข้านอนเร็วๆนะจ๊ะป้า]

           [จ้า จะไม่ให้ป้ารักเราได้ยังไงเนี่ย โอเคๆ ป้าไปนอนก่อนล่ะ]

           “ค่ะ ป้าอิ่ม ฝันดีนะคะ” ฉันเอ่ยเสียงหวานก่อนจะกดวางสาย

 

           ป้าอิ่มของฉันมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ และต้องคอยกินยาอย่างสม่ำเสมอ ช่วงหลังๆมานี้ป้ามีความดันสูงบ่อยๆเพราะเกิดความเครียด เลยต้องไปพบหมอเป็นระยะ แล้วพรุ่งนี้ก็มีนัดตรวจสุขภาพตอนเช้าพอดี

จริงๆแล้วป้าอิ่มแกอยากไปเองคนเดียว เพราะไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของฉัน แต่ฉันเองที่อาสาขับรถพาแกไปโรงพยาบาลเพราะรู้สึกอยากดูแลและอยากอยู่ข้างๆป้าให้เขาได้รู้สึกอุ่นใจที่มีคนคอยอยู่เคียงข้าง ฉันแพลนไว้แล้วว่าพาป้าอิ่มไปหาหมอเสร็จก็จะเริ่มทำงานทันที และคงล่องหนเข้าไปที่ออฟฟิศของพี่ดรีมก่อนเวลาเลิกงานเพื่อส่องดูคุณปราการแล้วก็ผู้หญิงคนนั้น เผื่อจะได้เบาะแสอะไรบ้าง

           

                      ตอนนี้ฉันกับป้ามาถึงโรงพยาบาลแล้ว และกำลังรอคิวเพื่อเรียกเข้าไปตรวจร่างกาย เรานั่งรออยู่ด้านนอกห้องตรวจอยู่พักใหญ่ ฉันเล่นมือถือฆ่าเวลารอ ไถหน้าจอดูนู่นอ่านนี่จนไม่มีอะไรให้ดูให้อ่านแล้ว จังหวะที่เงยหน้าขึ้นมาฉันก็เห็นพี่ดรีมมากับผู้หญิงมีอายุคนหนึ่ง ทั้งสองคนกำลังทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งห่างจากที่ๆฉันนั่งไม่ไกล ฉันตกใจเล็กน้อยกับความบังเอิญในครั้งนี้ และดูเหมือนพี่ดรีมจะตกใจไม่แพ้กันเมื่อสายตาพลันเห็นฉัน เราสองคนไม่ได้ส่งยิ้มหรือเข้าไปทักทายกัน ได้แต่ส่งสายตามองกันอย่างเงียบๆ ฉันเหลือบมองผู้หญิงที่นั่งข้างๆคนหน้าหวาน ผู้หญิงที่ดูจากภายนอกอายุน่าจะราวๆ60 แต่งตัวเนี๊ยบประณีต ผมสีเทาจัดทรงอย่างสวยงาม ลิปสติกสีแดงบนริมฝีปากขับให้ใบหน้าดูโดดเด่น และมีไฝสะดุดตาตรงข้างจมูกซ้าย ฉันมองเค้าหน้าทั้งสองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามสลับไปมาและคาดเดาเอาว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นคุณแม่ของพี่

ดรีม

           “ผู้หญิงคนที่นั่งตรงข้ามเราหน้าตาคุ้นๆนะ” ป้าอิ่มกระซิบบอกฉัน แล้วหยิบแว่นในกระเป๋าสะพายขึ้นมาสวมใส่ “เอ๊ะ...แม่หนูคนนั้นเคยมาที่ร้านกาแฟเราเมื่อวานหนิ” ป้าอิ่มหันหน้ามาถามฉัน “แล้วเขาได้จ้างแตมทำงานให้รึเปล่า”

           “คุณราตรี ศรีสุขโข เชิญที่ห้องตรวจค่ะ” เสียงเรียกขานของพยาบาลดังขึ้นมาได้จังหวะพอดี ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะกลัวว่าป้าอิ่มจะเดินไปทักพี่ดรีม เพราะฉันคิดว่าแม่ของพี่เขายังไม่รู้แน่ๆเรื่องที่ลูกสาวมาจ้างฉันให้ตามสืบลูกเขยที่อาจจะมีชู้

           ฉันรีบพาป้าเข้าห้องตรวจทันที และหันไปชำเลืองมองคนหน้าหวานแป๊บหนึ่ง พี่ดรีมอยู่ในท่านั่งไขว่ห้างพลางกอดอกแล้วยักคิ้วให้เป็นการส่งสัญญาณทักทายหรือยังไงก็ไม่อาจคาดเดาได้ ฉันไม่กล้าส่งยิ้มให้เพราะกลัวว่าคนที่นั่งข้างๆจะเห็น ก็เลยหันหน้ากลับแล้วเดินเข้าไปในห้องตรวจพร้อมกับป้าอิ่ม

           หลังจากฟังหมอบอกผลตรวจว่าการทำงานหัวใจของป้าปกติดี แต่ความดันยังสูงอยู่นิดหน่อย เลยเตือนป้าอิ่มว่าอย่าเครียด แล้วจ่ายยาลดความดันมาให้กิน พอเราสองคนออกมาจากห้องตรวจ สองคนนั้นก็ไม่อยู่แล้ว ฉันกวาดสายตามองหาพี่ดรีมแต่ก็ไม่เจอ เลยคิดว่าคงเข้าไปที่ห้องตรวจแล้วเช่นกัน

 

           “เออแตม...ผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามเราอ่ะ ป้าคุ้นหน้าเขามากเลยนะ” ป้าอิ่มเอ่ยขึ้นในระหว่างที่นั่งรอรับยา

           “ก็คนเดียวกันกับที่ป้าอิ่มเจอที่ร้านกาแฟนั่นแหละค่ะ ผู้หญิงคนนั้นจ้างหนูให้ตามสืบเรื่องสามีเขาน่ะ”

           “ป้าไม่ได้พูดถึงแม่หนูคนนั้นแล้ว ป้าพูดถึงผู้หญิงที่นั่งข้างๆแม่หนูคนนั้นน่ะ”

           ฉันเลิกคิ้วสงสัย “ป้าเคยเห็นเขาที่ไหนเหรอคะ”

           ป้าอิ่มมีสีหน้าครุ่นคิด ราวกับกำลังรื้อฟื้นความทรงจำ “อืม....ถ้าจำไม่ผิด ป้าเคยเจอผู้หญิงคนนั้นที่สำนักงานพ่อเรานั่นแหละ”

 

 

           โปรดติดตามตอนต่อไป 

           

 

           

           

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น