Loucetta Marino

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : :: VENOM * 02 :: 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 685

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2562 13:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
:: VENOM * 02 :: 100%
แบบอักษร

บทที่ 2 

 

           เอกตะวันเดินไปตามทางเดินยาวเพื่อไปยังลิฟต์ของตึกฝั่งตะวันตก สองเท้าลากไปบนพรมกำมะหยี่สีแดงเลือดหมูอย่างเชื่องช้า มือพยุงตัวเองด้วยการเกาะกำแพงตามทาง  

ในส่วนนี้เป็นพื้นที่หวงห้าม สำหรับพนักงานในร้านเท่านั้น มันประกอบไปด้วยห้องหับต่างๆ ทั้งห้องประชุม ห้องโถง ห้องนั่งเล่น ห้องนอนสำรอง ห้องแต่งตัวที่ใช้เมื่อครู่ และห้องน้ำหรูหราอีกหลายห้อง เหมือนเป็นคฤหาสน์หลังย่อมก็ว่าได้ 

ตึกของคลับเป็นตึกใหญ่ ออกแบบมาคล้ายพระราชวังในยุโรปเพื่อให้ดูหรูหราสมเกียรติลูกค้าวีไอพี และเพื่อเป็นการแสดงศักยภาพของสถานที่และบริการต่างๆ มีทั้งหมดสี่ชั้น ชั้นแรกจะเป็นส่วนของโถงต้อนรับที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนหรูและล็อบบี้ที่ทำจากหินอ่อน มีโคมไฟระย้าแพงระยับตกแต่งบนเพดาน จากห้องโถงมองไปทางซ้ายจะเป็นส่วนของคลับแดนซ์ซึ่งเปิดไฟสลัวและใช้แสงสีกับเพลงแนวอีดีเอ็มคล้ายคลับทั่วๆ ไป ทว่าแตกต่างกันก็ตรงที่ใช้การดีไซน์และตกแต่งอย่างหรูกว่า แค่มาเที่ยวครั้งเดียวก็ปาเข้าไปหลักหมื่นหลักแสน มีไว้สำหรับลูกค้าที่ยังอายุไม่มากนักและชอบความสนุกสนานเคล้าไปกับ “เด็กๆ” ทั้งหลาย หากใครเป็นขาแดนซ์ขาดื่มก็มารวมกันที่โซนนี้ มีครบครันทุกอย่างที่คลับไฮโซควรมี 

และจากห้องโถงมองไปทางขวา จะเป็นโซนเลาจน์ชั้นสูงที่ตกแต่งอย่างประณีต ใช้เครื่องเรือนราคาแพงหรูหรา ให้แขกมานั่งดื่มหรือทานอาหารเคล้าเด็กๆ หน้าตาดีคอยปรนนิบัติไปด้วย  

ส่วนโซนด้านหลังจะเป็นสปาและห้องรับรองส่วนตัว ชั้นสองเป็นห้องนอนที่ต่างกันไปตามรสนิยมทางเพศของแขก พรั่งพร้อมด้วยเครื่องเรือนแบบต่างๆ ที่เหมาะสำหรับการร่วมเพศตามที่ลูกค้าต้องการ มีทั้งห้องเรียนจำลอง ห้องน้ำแบบโรมัน ตู้โดยสารในรถไฟจำลอง และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนชั้นสามจะเป็นห้องนอนปกติที่ตกแต่งอย่างมีระดับเช่นกัน ทุกโซนสำหรับแขกเปิดตั้งแต่บ่ายสองถึงตีสอง และชั้นสี่คือส่วนหวงห้ามสำหรับพนักงานเท่านั้น  

ด้วยความหรูหราและเส้นสายของนายแม่ผู้คร่ำหวอดในวงการด้านมืดแบบนี้มาเกือบทั้งชีวิต ทำให้สถานที่เริงรมย์แห่งนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขวางและขยับขึ้นมาเป็นคลับอันดับหนึ่งไม่ยาก แซงคลับแบบเก่าๆ แบบไม่เห็นฝุ่น แน่นอนว่าการที่คลับเพิ่งเปิดจะขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ได้นั้นย่อมไปขัดแข้งขัดขาคนมีอิทธิพลในวงการนี้เป็นธรรมดา ทว่าบนความมืดยังคงมีแสงสว่าง... เหล่าลูกค้าของ SWEET SURRENDER ล้วนแต่เป็นคนมีอำนาจและมีเงินทอง จึงทำให้พวกเขาบางคนพร้อมที่จะเป็นแบ็กให้เพื่อแลกกับผลประโยชน์รายได้มหาศาลเกินคาด หรือเพื่อแลกกับความสุขจากเด็กๆ ของที่นี่แบบไม่รู้ลืม 

ถึงเรียกให้ดูดีว่าคลับ จริงๆ มันก็คือ ‘อาบ อบ นวด’ นั่นแหละ 

เพียงแต่ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้มีมากเสียจนไม่อาจใช้คำศัพท์อย่างเดิมๆ เรียกได้อีกต่อไป 

SWEET SURRENDER คือ คลับที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน 

คนที่ทำงานที่นี่เงินเดือนสูง บางทีอาจสูงกว่าอาชีพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีด้วยซ้ำ เงินเดือนนั่นไม่รวมทิปและค่าตัวในแต่ละครั้ง นายแม่ใจดี ไม่ได้หักค่าตัวโหดเหมือนอย่างบางที่ อาจเป็นเพราะที่นี่คือ SWEET SURRENDER คลับชั้นสูงที่มีเพียงเศรษฐีเท่านั้นที่จะมาใช้บริการก็ได้ ทุกอย่างจึงต้องอยู่ในระดับพรีเมียม และเด็กที่คัดมาขายบริการก็เป็นเด็กเกรดสูงเช่นกัน เพราฉะนั้น หากได้ค่าตัวน้อยเกินไปหลังจากหักเข้าคลับแล้วก็มีความเป็นไปได้ที่จะย้ายงานไปคลับอื่นอย่างสบาย 

พูดถึงเด็กๆ แล้ว เด็กขายที่นี่นั้นราวสามสิบเปอร์เซ็นต์คือเด็กที่ถูกนายแม่อุปการะมาตั้งแต่อายุยังน้อย บ้างมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า บ้างมาจากครอบครัวยากจนที่พ่อแม่เอาลูกมาขายให้นายแม่ แม้แต่ในสมัยนี้ก็ยังมีการขายลูกกินอยู่ดีนั่นแหละ หากคนไหนโตมาแล้วไม่มีแววเอาดีด้านนี้ นายแม่ก็จะให้ทำงานส่วนอื่นแทน อย่างเช่น ทำอาหาร ทำความสะอาด งานธุรการทั่วไป แต่หากใครมีแววและต้องการขายบริการ นายแม่จะสนับสนุนอย่างที่ทำกับเขานั่นแหละ เรียกว่าไม่มีการบังคับฝืนใจ ดังนั้น ทุกคนที่นี่จึงรักและเคารพนายแม่อย่างจริงใจ  

อีกเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์นั้นมาจากคนที่ต้องการเงินมากๆ ด้วยการทำงานที่หลายๆ คนในสังคมคิดว่าได้เงินง่าย ไม่ต้องใช้สมอง แค่ใช้ร่างกายไปวันๆ บวกกับความร่าน แต่จริงๆ แล้วคงไม่มีคนนอกที่ไหนรู้หรอกว่าการเป็นพนักงานของ SWEET SURRENDER นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด ทั้งต้องรับการฝึกหนักตั้งแต่ร่างกาย การพูดการจา บุคลิกภาพ การวางตัว ไปจนถึงจิตวิทยาแบบต่างๆ  

ทั้งหมดก็เพื่อตอบสนองเซ็กส์แฟนตาซีของลูกค้าได้ทุกแบบนั่นเอง  

กว่าจะเดินมาถึงห้องประจำได้ก็กินเวลาหลายนาที เอกตะวันมีห้องพักของตัวเองถึงแม้ว่าเขาจะเก็บเงินซื้อคอนโดได้แล้วก็ตาม แต่เมื่อทำงานเสร็จแล้วก็ต้องนอนพักเหนื่อยเป็นธรรมดา อันที่จริงเด็กแนวหน้าของที่นี่ก็ต่างมีห้องประจำตัวกันหมด ยกเว้นเด็กที่ยังไม่ติดหนึ่งในห้าอันดับแรกก็จะต้องใช้ห้องผลัดเวียนกันไป  

ร่างบางถอดเสื้อคลุมสีขาวออก เขายังอยู่ในชุดชั้นในเปรอะเปื้อนคราบคาว มันส่งกลิ่นชวนให้นึกถึงรสสัมผัสเมื่อครู่ เขายกมือลูบตัวเองเพราะร้อนๆ หนาวๆ ก่อนจะรีบคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำ 

ยังมีกลิ่นของท่านภาณุฝังอยู่ เอกตะวันใช้สบู่เหลวและฟองน้ำถูไปตามกายขาวเนียน เมื่อร่างกายด้านนอกสะอาดดีแล้วก็ถึงเวลาทำความสะอาดด้านหลัง สะโพกอวบแอ่นโค้ง ยันมือกับกำแพงหินอ่อน อ้อมมือไปด้านหลัง สอดปลายนิ้วเรียวเข้าไปด้านใน 

“ฮื้อ!” มันแสบนิดๆ เพราะความใหญ่โตที่สอดใส่เข้ามาก่อนหน้านี้ เอกตะวันกลั้นใจ ขยับควานนิ้วเพื่อให้ของเหลวสีขุ่นไหลออกมา ช่องทางลามกที่ถูกฝึกมาอย่างดีเริ่มบีบรัดเป็นจังหวะ แม้จะไม่ใช่นิ้วของคนอื่นแต่เป็นนิ้วของตัวเอง แต่พอควานไปมาแล้วก็รู้สึกเหมือนกัน เอกตะวันขมวดคิ้ว รีบๆ ล้างข้างในให้สะอาดก่อนจะเช็ดตัวแล้วออกจากห้องน้ำโดยเร็วที่สุด 

ช่วงขายังคงสั่นและพาให้ใจนึกถึงยามที่ท่านภาณุกระแทกกายเข้ามา เอกตะวันไล่ความคิดนั้นออกไปจากสมอง ช่วงนี้เขายังไม่สามารถรับงานจากคนอื่นได้เพราะท่านภาณุจองตัวเขาไว้ด้วยเงินจำนวนมากเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์... 

ถึงแม้จะบอกว่าแค่หนึ่งอาทิตย์ ฟังดูไม่นาน แต่เงินที่จองตัวเด็กของ SWEET SURRENDER ไว้ได้ในช่วงระยะเวลาเท่านี้นับว่ามากโข อาจจะมากกว่าเงินเดือนครึ่งปีของใครบางคนเสียด้วยซ้ำ อาจเป็นเรื่องแปลกที่ในเมื่อมีคนพร้อมจ่ายเพื่อซื้อเวลาของพวกเขาขนาดนี้แต่พวกเขากลับไม่สนใจเรื่องการผูกมัดสักเท่าไหร่ การผูกมัดในเชิงนั้นเรียกว่าการผูกปิ่นโต ที่เสี่ยรวยๆ ทั้งหลายมักให้เงินเดือนหญิงสาวที่ตนเองต้องการรับเลี้ยงโดยทำข้อตกลงกันว่าจะต้องมีกฎยังไงบ้าง ต้องปฏิบัติต่อกันอย่างไร และมีเซ็กส์กันกี่ครั้งในหนึ่งเดือน โดยไม่ให้ภรรยาล่วงรู้เป็นอันขาด เรียกง่ายๆ ก็เมียเก็บที่มีสถานะใกล้เคียงโสเภณี 

แต่ไม่... 

เหล่าเด็กแนวหน้าของคลับไม่มีใครอยากทำอย่างนั้น ด้วยเพราะอายุที่ยังน้อย หาเงินได้อีกมาก ทำให้การได้เงินเดือนที่แม้จะเป็นหลักแสนจากเสี่ยๆ นั้นอาจน้อยกว่าการบริการลูกค้าอยู่ที่คลับก็เป็นได้ สำหรับคนอื่นยังมีเหตุผลมากกว่านี้หรือเปล่า เอกตะวันไม่ได้ใส่ใจ แต่ตัวเขายังไม่ต้องการผูกมัดหรืออะไรทั้งนั้น 

เขาชอบเซ็กส์... 

เซ็กส์หลากหลายรูปแบบจากลูกค้ามากหน้าหลายตา... 

แม้การรับรองท่านส.ส.ภาณุจะนับว่าเป็นช่วงเวลาที่เอกตะวันโปรดปรานมากกว่าการรับลูกค้าคนไหนๆ แต่ร่างกายมักมากของเขาก็ทำให้รู้ว่าแค่นั้นก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี...  

เขาต้องการมันมากกว่านี้... 

ร่างบางกลับมาใส่เสื้อผ้าชุดก่อนหน้านี้ ยังไม่ดึกมาก คลับที่นี่ปิดตีสอง เขาจึงคิดว่าจะลงไปนั่งเล่นข้างล่างและนอนค้างที่นี่ในคืนนี้  

“เดินขาถ่างแบบนั้นรับลูกค้ามากี่คนแล้วล่ะ”  

“...” 

“ชุดสวยดี” น้ำเสียงหวานกังวานทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้นพร้อมเสียงรองเท้ากระทบพื้นหินจากด้านหลังดังตามมา เอกตะวันสูดหายใจเข้าลึกๆ รับรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร 

เป็นปกติที่จะถูกพูดแบบนี้ใส่ เขาชิน ยิ่งเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบหน้ากันมาแต่แรกก็ยิ่งทำให้เอกตะวันอยากจะเดินเลี่ยงไม่เสวนาด้วย ทว่าหากทำอย่างนั้นอีกฝ่ายจะยิ่งได้ใจ เขาจึงหยุดฝีเท้า  

“ลูกค้าวีไอพีของนายแม่ ขาประจำของฉัน” จงใจเน้นคำว่าวีไอพีเป็นพิเศษ เพราะการเป็นลูกค้าระดับวีไอพีของที่นี่ได้จะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมสมาชิกเป็นจำนวนมาก แต่ก็คุ้มกับสิทธิพิเศษและการปรนนิบัติที่จะได้รับ นอกจากนี้ยังต้องรักษายอดการใช้จ่ายในคลับเป็นจำนวนเงินที่กำหนดเพื่อรักษาสภาพการเป็นสมาชิกด้วย อย่างน้อยๆ ก็เจ็ดหลัก แต่จำนวนเงินเท่านี้นับว่าไม่มากไปสำหรับบุคคลระดับเศรษฐีที่มาเที่ยวที่นี่หรอก บางรายถึงกับจ่ายแปดหลักต่อปีก็มี 

เอกตะวันรับแต่ลูกค้าระดับนี้ ลูกค้าธรรมดาอย่าหวังว่าจะได้ซื้อเขา นั่นทำให้เหล่าเด็กที่ไปไม่ถึงขั้นนี้แอบหมั่นไส้เขาเนืองๆ แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไรเพราะไม่ได้เป็นลูกรักของนายแม่อย่างร่างบาง 

“อ่าฮะ... คงถูกใจมากอยู่หรอก”  

เอกตะวันปั้นสีหน้าเรียบเฉยเมื่อเห็นดวงตาสีเทาของอีกฝ่ายมองต่ำลงมายังเป้ากางเกงของเขาทั้งๆ ที่ตัวเองก็อยู่ในชุดหนังสีดำกับบูทส้นสูงเงาวับ ที่บั้นเอวมีแส้หนังแบบ Single Tale คล้องไว้กับหูเข็มขัดพร้อมทำงาน ถึงจะเป็นแบบแขนยาวขายาวแต่ก็รัดรูปจนเห็นส่วนโค้งเว้าเล็กน้อยไม่ต่างกัน 

“คงงั้น มีลูกค้าไม่ใช่เหรอ ไม่รีบไปหรือไง” 

“ทาสของฉันต้องรู้จักการรอคอยเจ้านาย แต่อย่างนาย... คงต้องเป็นฝ่ายแต่งตัวโป๊ๆ รอตลอดนั่นแหละ หึๆๆ น่ารักดี” 

“มากไปแล้วฮาร่า” 

เอกตะวันเม้มปากเบาๆ ยิ่งเห็นการแต่งตัวของฮาร่าแล้วเขาก็ยิ่งนึกถึงเหตุผลที่ทำให้ตัวเองหมั่นไส้อีกฝ่ายนิดๆ 

 

“วันนี้ครูจะให้จับคู่ฝึกทักษะแบบ BDSM นะ ครูจะเป็นฝ่ายจับคู่ให้เอง โดยจะเลือกคนที่ไม่สนิทกันมาคู่กันเพื่อให้ไม่กระอักกระอ่วนเวลาที่ต้องรับลูกค้าแปลกหน้าในแนวนี้ ใครเป็นฝ่าย S ก็เป็นไป ใครชอบฝ่าย M ก็เอาเลย หรือจะสลับกันก็ได้แล้วแต่พวกเธอ เพราะเวลาทำงานจริงก็มีบ้างที่ลูกค้าบางท่านอาจจะอยากเห็นคนที่เป็นฝ่าย S มาตลอดลองเล่นบท M บ้างนานๆ ครั้ง หรืออยากให้พวกเธอที่ไม่ได้เน้นด้าน BDSM ลองเล่นบทบาทพวกนี้ดูก็ได้ แต่ยังไงกัปตันก็จะคัดเลือกคนที่เป็นแนวที่ลูกค้าชอบเป็นหลักให้ลูกค้าอยู่แล้ว” 

ทุกๆ เดือนจะมีการฝึกทักษะให้กับเด็กในคลับ แม้จะเคยมีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อนแล้วก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นในการเข้าฝึก ทุกคนต้องได้รับการฝึกฝนทุกรูปแบบตามคอร์สที่คลับกำหนดเพื่อที่จะได้มีความเชี่ยวชาญทุกด้านและรองรับความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงการปรนนิบัติให้ถูกใจแขกและการมีเซ็กส์หลากหลายรูปแบบเท่าที่จะมีได้ 

ส่วนครูที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... เหล่าอดีตพนักงานขายบริการของอาบ อบ นวดที่มีชื่อเสียงจากทุกสารทิศนั่นเอง เนื่องจาก SWEET SURRENDER ยังเป็นคลับที่เปิดมาได้เพียงสามปีจึงยังไม่มีรุ่นเก๋าที่มีประสบการณ์มากพอที่จะถ่ายทอดวิชาอย่างเป็นกิจจะลักษณะได้  

“ฮาร่าจับคู่เอกตะวัน” 

ร่างบางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับทราบ เหลือบมองไปทางคนที่จะมาจับคู่กับตนด้วยจำได้ว่าร่างโปร่งที่เพิ่งเข้ามาทำงานหลังจากเขาประมาณครึ่งปีเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเล่น BDSM โดยเฉพาะ และที่สำคัญเป็นฝ่าย S ที่ใครต่อใครยอมทุ่มเงินเพื่อตกเป็นทาสของอีกฝ่ายเสียด้วยสิ  

รอยยิ้มแบบผู้ล่าทำให้เอกตะวันอดขนลุกไม่ได้ มันทั้งเยือกเย็นและตรึงให้สมองหยุดสั่งการชั่วคราว...  

เป็นรอยยิ้มที่ทั้งหวานและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน... 

“คลานมาหาฉัน ยกสะโพกขึ้นเอาไว้ แอ่นให้เห็นรูก้นชัดๆ!” น้ำเสียงเฉียบขาดที่มาพร้อมแววตาดุดัน ทว่ายากที่จะละสายตาทำให้เกิดความรู้สึกแปลกประหลาด 

ฮาร่าไม่ได้ตะคอกเสียงดัง ไม่ได้ใช้แส้ในมือฟาดลงมา หากแต่ดวงตาสีเทาคู่นั้นช่างมีพลังอำนาจบางอย่างไม่บรรยายไม่ได้ พลังอำนาจที่ทำให้ใครที่สบตาต้องจำยอม... 

“หึ! ร่านๆ แบบนี้สมควรแล้วที่ต้องเป็นทาส” 

“ฮึก...” เอกตะวันกัดฟันแน่น ข่มความรุ่มร้อนภายในที่เริ่มเผยออกมาอย่างน่าไม่อาย  

ขนาดไม่ใช่การบังคับด้วยกำลัง แต่เขาเลือดลมเขากลับวิ่งพล่านในกาย ยิ่งมองชุดและท่าทางการวางตัวที่สูงส่งของอีกฝ่ายก็ยิ่งไม่อาจยอมรับว่า... 

เขากำลังมีอารมณ์... 

ไม่เคยเห็นใครที่แสดงพลังได้เท่านี้... สูงศักดิ์และเหนือกว่า ราวกับนกอินทรีล่าเหยื่อ... 

“อ๊า...!!!” กรีดร้องเสียงหวานยามสัมผัสเจ็บปวดจากคมหนังกระทบผิวกาย เจ็บแสบ... แต่กลับเพิ่มความหฤหรรษ์อย่างน่าอัศจรรย์... 

“ฮึก... อึก...” 

“บ้าชะมัด...”  

“โอ๊ย!” เส้นผมถูกจิกทึ้งให้เงยขึ้นมองผู้กระทำ บัดนี้ดวงตาเอกตะวันฉ่ำปรอยอย่างคนไร้สติ กลางกายตื่นตัว สั่นไหวอย่างน่าเวทนา 

“แค่โดนลงแส้ครั้งเดียวก็จะเสร็จแล้วเหรอ หน้าไม่อาย...” 

เพี้ยะ!! 

“นี่คือการลงโทษของคนไม่รู้จักจำ” 

เพี้ยะ!!! 

“อ๊า...!!! อะ อ๊า...!!!” 

แทนที่จะร้องด้วยความเจ็บปวด กลับกลายเป็นร้องด้วยความกระสันซ่าน  

         ร่างโปร่งลงแส้เขาอย่างไม่ปราณี สุดท้ายเมื่อใกล้เสร็จกลับถูกเชือกสีแดงเส้นไม่บางไม่หนาพันธนาการส่วนอ่อนไหวเอาไว้อย่างโหดร้าย  

         “ลืมไป... ว่าสิ่งที่ทรมานที่สุดสำหรับกะหรี่ชั้นต่ำน่าจะเป็นการที่เสร็จไม่ได้... หึ...” 

         อยากจะต่อว่า... ทว่าเสียงที่ออกมากลับกลายเป็นเสียงครางหวิว  

ฮาร่ายิ้มหยัน หมั่นไส้เอกตะวันอยู่เล็กน้อยด้วยเพราะจริตจะก้านของคนตัวเล็กกว่ามันมีมากเหลือเกิน แล้วยิ่งเห็นเวลาที่เอกตะวันออดอ้อนลูกค้าเศรษฐีระดับวีไอพีด้วยความยั่วยวนก็ยิ่งอยากจะเอาแส้ลงที่บั้นท้ายอวบอัด คราวนี้เลยได้แกล้งสมใจอยาก 

         เขาลงโทษอีกฝ่ายอยู่นาน ภายในห้องฝึกขนาดใหญ่... ทั้งคู่เป็นที่จับจ้องจากสายตาทุกคู่ แม้แต่ครูฝึกที่มากประสบการณ์ก็ยังถึงกับมองด้วยความทึ่งในทักษะและพรสวรรค์ของพวกเขา  

         ‘ไม่แปลกที่พวกเธอสองคนอยู่ระดับท็อป’ 

         นี่คือคำกล่าวประโยคสุดท้ายก่อนจบการฝึกในวันนั้น... 

 

 

 

“ก็แค่แซวเล่นน่า”

เอกตะวันไม่ค่อยเข้าใจอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก ฮาร่าเป็นคนไม่สุงสิงกับใคร แถมยังชอบทำตัวลึกลับเหมือนไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ แต่กับเขา ร่างโปร่งมักชอบพูดจาร้ายกาจใส่พร้อมรอยยิ้มสนุกสนานที่ยิ่งมองก็ยิ่งหงุดหงิดอยู่เนืองๆ

“เชิญนายแซวคนอื่นไปเถอะ ฉันไม่ชอบ” พูดจบก็เดินลงบันไดโดยไม่หันไปมองอีกคนที่แอบหัวเราะเบาๆ ด้วยความชอบใจ

เขาไม่อยากใช้ลิฟต์ เพราะการเดินลงบันไดไม่ได้ทำให้เหนื่อยเท่าไหร่ ที่ชั้นสองบังเอิญสวนกับเด็กมาใหม่อีกคนที่พอเห็นหน้าเขาแล้วก็ก้าวยาวๆ มาหาทันที

           “พี่ตะวันครับ นายแม่เรียกหาครับ”

           “มีแขกมาอีกงั้นเหรอ”

           “ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่เห็นบอกว่าให้รีบไป”

           “อืม เข้าใจแล้ว”

           เอกตะวันเดินไปที่กระจกสำหรับตกแต่งบ้านข้างฝาผนัง มือบางรีบจัดแจงผมเผ้าให้เรียบร้อย ดีที่แต่งตัวเสร็จแล้วและกำลังจะลงไปพอดี ถ้ายังแต่งตัวไม่เสร็จแล้วถูกเรียกตัวลงไปในสภาพไม่เพอร์เฟ็กต์คงดูไม่ดีแน่ ระดับท็อปของคลับต้องดูโดดเด่นตลอดเวลาให้ ‘สมราคา’ ให้ลูกค้าได้ร่ำลือกันไปปากต่อปากถึงความงดงามและยากที่จะเอื้อมถึงเสมอ เพื่อรักษาอันดับของตนเองเอาไว้

           ร่างเล็กเดินไปฝั่งโซนเลาจน์ เวลานายแม่เรียกหามักจะให้เขาไปที่นั่น เพราะโซนนั้นมักจะเป็นที่ต้อนรับของแขกวีไอพีที่เขาต้องรับรอง

           “ครับนายแม่ มีใครเรียกหาผมหรือเปล่าครับ”

           “แหม ก็ต้องมีอยู่แล้วละจ้ะ ใครๆ ก็อยากเรียกเธอนะตะวัน”

           เอกตะวันยิ้มบาง มองหน้านายแม่ที่กำลังแสดงสีหน้าพึงพอใจขณะโบกพัดขนนกยูงในมือเบาๆ พัดอันนั้นเป็นพัดประจำตัวนายแม่ อันที่จริงอากาศในนี้ก็ออกจะเย็นสบาย แต่นายแม่ก็คงถือเป็นพร็อบประกอบให้ดูสง่างามไปอย่างนั้นแหละ เธอหัวเราะเบาๆ

           “วันนี้เป็นหนุ่มฮอต ทายาทตระกูลอัครเมธินจ้ะ”

           “คุณปรมัตถ์...”

           “ใช่จ้ะ แหม น่ารักจริงๆ จำชื่อลูกค้าได้ทุกคนเลย มิน่าล่ะ ถึงได้คิวไม่ว่างสักที”

           ใช่... ไม่ใช่ว่ามาถึงแล้วจะสามารถเรียกตัวเขาได้ และไม่ใช่ว่าเขาจะลงมาเดินเพ่นพ่านตรงเลานจ์ให้ลูกค้าทั่วไปได้ยลเช่นกัน  

นั่นเพราะ... SWEET SURRENDER ไม่ใช่บริษัททั่วไปที่ให้พนักงานต้องทำงานประจำทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ แต่มีข้อบังคับที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคนว่าด้วยระเบียบการทำงานและข้อบังคับต่างๆ

           SWEET SURRENDER แบ่งพนักงานให้บริการหรือที่เรียกด้วยศัพท์พื้นๆ หยาบๆ ชั้นต่ำว่า ‘เด็กขาย’ ออกเป็นสามระดับ...

ระดับแรก... คือระดับทั่วไป พนักงานระดับนี้ยังต้องใส่ชุดยั่วยวนอย่างกางเกงขาสั้นรัดส่วนกลางลำตัว หรือกางเกงชั้นในเซ็กซี่วับๆ แวมๆ ดึงดูดสายตาแขก แฃะต้องมานั่งที่เลานจ์เพื่อให้แขกพิจารณาเลือกหรือมองเป็นอาหารตา ในหนึ่งวันจะรับแขกประมาณสองถึงสามคน เข้างานอย่างน้อยสี่วันต่อสัปดาห์ หรือมากกว่านั้นหากต้องการเงิ่นเพิม ค่าตัวต่อหนึ่งรอบเริ่มต้นที่หนึ่งหมื่นบาท ไปจนถึงสองหมื่นบาท ไม่รวมค่าห้องและค่าเซอร์วิสอื่นๆ ที่แขกจะต้องจ่ายเพิ่มหากต้องการการบริการที่นอกเหนือไปจากคอร์สปกติ

           ระดับที่สอง... เข้างานอย่างน้อยสามวันต่อสัปดาห์ คนที่จะผ่านเข้ามาอยู่ในระดับนี้ได้จะต้องหน้าตารูปร่างโดดเด่น บางคนเบื้องหน้าก็เป็นถึงนายแบบหรือดาราที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก หากแต่เบื้องหลังทำงานขายบริการ เงินที่ได้มาก็ใช้ไปกับการดูแลตัวเอง เข้าฟิตเนส และซื้อของแบรนด์เนม จึงได้มีกรณีเงินไม่พอและต้องทำงานนี้ต่อไปเรื่อยๆ อยู่บ่อยๆ ดีที่คลับแห่งนี้มีแต่ลูกค้าระดับเศรษฐี จึงไม่ต้องกังวลว่าคนทั่วไปที่ไหนจะมาพบเห็นว่าทำงานแบบนี้ ค่าตัวของพนักงานระดับนี้คงมีแต่แขกที่เงินเดือนหกหลักเท่านั้นที่จ่ายได้ สองหมื่นถึงห้าหมื่นบาทไม่มากเกินไปสำหรับรูปร่างหน้าตาและการบริการที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยม

และระดับสุดท้าย... มีแต่เสียงร่ำลือว่าเป็นสุดยอดของวงการ หากได้ใช้บริการสักครั้งจะถือว่าไม่เสียแรงที่เกิดมาเป็นผู้ชาย เว่อร์ไปหน่อย แต่ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ นั่นคือพนักงานระดับตัวท็อป ล้วนอยู่ในสถานะที่ไม่จำเป็นต้องลงมาให้แขกเห็นหน้าค่าตาเพื่อเลือกขึ้นห้องให้เสียเวลา นายแม่จะมีคู่มือหรือเรียกว่าแคตาล็อก ในนั้นประกอบด้วยข้อมูลของพนักงานแต่ละคน พร้อมรูปถ่ายในอิริยาบถต่างๆ มีแต่ตั้งแต่ภาพธรรมดา ไปจนถึงภาพวาบหวิวเพื่อให้ลูกค้าได้เลือก ไม่มีสิทธิ์ได้สัมผัสหรือแทะโลมด้วยสายตาก่อนเป็นอันขาด หรือหากได้มาเป็นลูกค้าระดับวีไอพีหนึ่งในสิบของคลับก็จะมีสิทธิ์เรียกพนักงานระดับนี้มาเข้าคิวให้เลือกเลยทีเดียว

ค่าตัวนั้นก็ยิ่งแพงตามชื่อเสียงของแต่ละคน ไม่สามารถกำหนดด้วยการจัดอันดับได้ นายแม่จะดูแลเป็นพิเศษยิ่งกว่าลูกในไส้ ซ้ำยังให้อภิสิทธิ์เกินกว่าพนักงานระดับไหนๆ แต่มีกฎเพียงข้อเดียว... นั่นคือไม่สามารถทำงานให้กับคลับอื่นได้หากยังทำงานอยู่ที่นี่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับพนักงานระดับนี้ที่จำเป็นต้องรักษาร่างกายให้สดใหม่อยู่เสมอ

รับแขกน้อย แต่ได้เงินเยอะนี่แหละดี

“แต่ผมยังติดสัญญาอยู่กับท่านภาณุนี่ครับ”

“แม่รู้จ้ะ ท่านภาณุนี่ก็นะ... ไม่รู้ติดอกติดใจอะไรเธอคนเดียว ถึงกับทุ่มเงินมาตั้งมากเพื่อไม่ให้เธอไปรับแขกคนอื่น นี่ถ้าไม่ติดว่าท่านเสนอให้มาก แม่ก็ไม่ยอมหรอกนะจ้ะ” เธอหัวเราะเบาๆ อย่างมีจริต

“แล้วทำไมคุณปรมัตถ์...”

“ก็คุณเขาอยากมาเจอเธอไงล่ะจ้ะ แม่ก็บอกนะว่าช่วงนี้เธอไม่ว่างรับแขก แต่คุณเขาก็ยังอยากจะมาเจอหน้าเธอให้ได้ บอกว่าแค่เห็นหน้าสักห้านาทีสิบนาทีก็ยังดี”

“จะมากี่โมงครับ” เอกตะวันยิ้มบาง จริตทั้งหมดนี้ได้มาจากนายแม่สั่งสอน

แบบนี้แหละที่ผู้ชายชอบนักหนา

“เดี๋ยวก็มาแล้วจ้ะ นั่งรอสักพัก”

“ครับนายแม่”

ไม่จำเป็นต้องมีเซ็กส์ แค่มานั่งดื่มหรือมาเจอหน้าก็ได้ทิปมากมายแล้ว

หึ...

ผู้ชายส่วนหนึ่งติดอกติดใจเด็กขายบริการอย่างเอาจริงเอาจังขนาดที่ว่าอยากแวะมาหาให้เห็นหน้าสักประเดี๋ยวก็พอใจแลกกับการที่ต้องเปิดเหล้าหรือไวน์ราคาเกือบหมื่น แต่ใช่ว่าจะมีแต่คนรวยเท่านั้นที่ทำ บางคนพยายามเก็บเงินมานานเพื่อให้ได้ลิ้มลองรสชาติลีลาของพนักงานตัวท็อปที่นี่สักครั้ง แต่ในเมื่อทุนทรัพย์มีไม่มากเหมือนพวกเศรษฐี จึงได้แต่กลับมานั่งดื่มในเลานจ์กับคนที่ตนเองติดใจแทนโดยไม่มีการขึ้นห้อง มีคนมากมายที่เอาเงินที่หามาด้วยความยากลำบากมาแลกกับการนั่งคุยหรือโอ้โลมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

เอกตะวันยังคงเป็นที่จับจ้องของคนรอบข้างเสมอ แขกที่เพิ่งมาเที่ยวใหม่ๆ หรือแม้แต่แขกที่เคยมาบ่อยแล้วแต่ยังไม่เคยเห็นหน้าเขาต่างก็ซุบซิบและใช้สายตาน่ารังเกียจแทะโลมเขาตลอดเวลา แต่ชินแล้ว สมัยที่เขาเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ ยิ่งกว่านี้อีก ทั้งใส่ชุดวาบหวิว ทั้งเต้นยั่วบนเวทีเพื่อโปรโมตตัวเอง คิดแล้วก็รู้สึกโชคดีที่เวลานั้นไม่ได้นานนักก่อนที่จะดันตัวเองจนขึ้นแท่นเป็นตัวท็อปของคลับอย่างทุกวันนี้

เสียงดนตรีทำนองวาบหวามดังคลอเบาๆ ไปกับบรรยากาศ ที่โซฟาเลานจ์เวลานี้ไม่มีตรงไหนว่าง มองไปที่มุมก็เห็นบีบีในชุดยั่วสวาทกำลังถูกแขกคลึงที่ส่วนกลางลำตัวเบาๆ เจ้าตัวถึงกับเอามือปิดปากด้วยเพราะกลัวเสียงหวานๆ จะหลุดลอดออกมา

คงได้เป็นดาวเด่นแน่ อีกไม่นานหรอก

เอกตะวันคิดอย่างนั้นจริงๆ ท่าทางบีบีจะมีพรสวรรค์ไม่น้อย เรียนรู้ไปอีกหน่อยก็จะหาเงินได้หลักล้านต่อเดือนเหมือนอย่างเขาแน่นอน

“ตะวัน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง ริมฝีปากบางยิ้มน้อยๆ ก่อนลุกขึ้นช้าๆ แล้วเดินเข้าไปหาเจ้าของเสียง จรดมือกระพุ่มไหว้ที่อกแกร่ง

“สวัสดีครับ”

มือใหญ่แตะลงที่หลังเบาๆ เป็นการตอบรับ สีหน้าพึงพอใจทำให้เอกตะวันไม่ลืมชวนอีกฝ่ายนั่งลงด้วยกันอย่างอารมณ์ดี

“เป็นยังไงบ้าง นายแม่บอกว่าเธอคิวเต็มจริงๆ ช่วงนี้ นี่พี่พลาดอะไรไปหรือเปล่า”

“เอ่อ...”

“แค่ไม่ได้มาสองสามอาทิตย์ก็มีคนตัดหน้าไปซะแล้ว พี่เสียใจนะเนี่ย”

“แค่สองสามอาทิตย์อะไรกันครับ ต้องบอกว่าตั้งสองสามอาทิตย์ต่างหาก ผมนึกว่าคุณปรมัตถ์ลืมไปซะแล้วว่าผมยังอยู่ที่นี่...”

“พี่จะไปลืมเราได้ไง หืม... น่ารักขนาดนี้ ใครลืมลงก็ใจดำเกินไปแล้ว”

เอกตะวันแสร้งยิ้มอายยามร่างสูงกว่าขยับเข้าแนบชิด ตัวเกร็งเมื่อวงแขนล่ำสันสอดเข้าโอบรอบเอว ใบหน้าหล่อก้มลงจนปลายจมูกเฉียดแก้มนวล เป็นท่าทางที่คุณปรมัตถ์ชอบ...

ความไร้เดียงสา ใส่ซื่อบริสุทธิ์คือตัวปลุกอารมณ์ของผู้ชายคนนี้

นี่คือสิ่งที่กะหรี่ระดับท็อปต่างต้องคอยสังเกตและปรับตัวไปตามรสนิยมของแขกแต่ละคน

“ค... คุณปรมัตถ์...”

“เราน่ารักจริงๆ...”

“ม... ไม่ได้นะครับ” รีบว่าเสียงละล่ำละลักพลางขยับออกห่างเล็กน้อยโดยไม่ให้มือหนาหลุดออกจากเอว อีกฝ่ายขมวดคิ้ว

“ทำไม”

“ผมยังติดสัญญากับอีกท่าน... ทำแบบนี้ไม่ได้...”

“ตะวัน...”

“ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

ถ้ามีรางวัลออสการ์สาขาตอแหล เอกตะวันก็สมควรได้รับมัน เพราะท่าทางเหมือนรู้สึกผิดเสียเต็มประดาของเขาในตอนนี้ช่างเหมือนเด็กไม่ประสาเรื่องของผู้ใหญ่ที่เกือบจะเผลอตกหลุมของนายพรานไม่มีผิด

เหมือนมีใจให้... แต่กลับถูกพันธนาการด้วยเงินของอีกคน...

เรียกความสงสารเห็นใจผู้ชายมานักต่อนัก

“ไม่เป็นไรหรอก... พี่เข้าใจเรา ใครจะบอกว่างานแบบนี้มันได้เงินง่ายพี่จะขอเถียงว่าไม่จริงเลย ถ้าคนอื่นรู้ว่าตะวันต้องเจออะไรมาบ้างตอนเด็กๆ จะไม่มีใครหน้าไหนพูดอย่างนี้”

“คุณปรมัตถ์...”

ถึงจะร่ำรวยแค่ไหน แต่คุณปรมัตถ์ก็ยังเป็นเพียงทายาทอยู่ หรือเรียกอีกนัยคือว่าที่เจ้าสัวคนต่อไปของตระกูล ตอนนี้จึงไม่สามารถซื้อเวลาของเอกตะวันโดยใช้เงินมากมายขนาดนั้นได้ แน่นอนว่าว่าที่เจ้าสัวคนดังไม่ควรมีข่าวว่าเอาเงินมาลงอ่างแบบโฉ่งฉ่าง ไม่อย่างนั้นมีหวังถูกสงสัยเรื่องการใช้จ่ายไปจนถึงความเหมาะสมของการดำรงตำแหน่งในบริษัทของเครืออัครเมธินที่มีแต่ศัตรูและคนแก่งแย่งชิงดีเอาได้

“พี่ไม่ได้อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้นะตะวัน แต่ถ้าพี่มีอำนาจมากกว่านี้พี่ก็คง...”

“อย่าเลยครับ... อย่าทำอย่างนั้น”

ส่ายหน้าไปมา ดวงตาสวยเศร้าหมองทุกครั้งเมื่อพวกเขาคุยหัวข้อนี้ ปรมัตถ์เคยถามว่าทำไมเอกตะวันจึงทำอาชีพขายบริการ อันที่จริงแขกที่มาเที่ยวก็มักถามเรื่องแบบนี้ถ้าหากสนิทกันในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนคำตอบที่ได้จะจริงไม่จริงก็อีกเรื่อง ไม่แปลกที่บางคนจะใส่สีตีไข่ให้ชีวิตของตัวเองดูน่าสงสารน่าเห็นใจจนเกินจริงทั้งๆ ที่เหตุผลก็แค่อยากได้เงินไว ถ้าเป็นเหตุผลเหล่านี้จะมีความเป็นไปได้มากที่แขกคนนั้นจะมาอีกและให้ทิปที่เยอะพอสมควร จนบางคนถึงกับขออุปการะไปเลยก็มี

คำว่าอุปการะในที่นี้มันหมายถึงถูกเอาไปดูแล ให้เงินเดือน เพื่อแลกกับการปรนนิบัติพัดวีหรือเซ็กส์ที่ถึงอกถึงใจ

นายแม่บอกเสมอ การถูกอุปการะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าพูดถึงในข้อดีคงเป็นความสบายที่ไม่ต้องขายร่างกายแลกเงินให้ใครต่อใครไปทั่ว แต่ข้อเสียคือการอุปการะเกิดจากความเสน่หา หากวันใดเสน่หาเสื่อมคลาย ก็ถึงคราวตกอับ ไม่มีทางไป หรือหากฉลาดหน่อยก็อาจใช้เงินที่ได้มาทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ต่อไปได้ ทว่าส่วนมากหากเกิดกรณีหลังแล้ว เด็กที่ถูกอุปการะมักจะกลับมาทำอาชีพเดิมต่อ หรือไม่ก็หาคนอุปการะใหม่มากกว่าออกไปมีทางเดินของตัวเอง

หากเป็นผู้หญิงก็เรียกว่าเด็กเสี่ยหรือแรงหน่อยก็เมียน้อยนั่นแหละ

“พี่คิดถึงตะวันตลอดเลยรู้ไหม อยากเจอเราเร็วๆ”

เอกตะวันไม่ตอบความ เขายิ้มบาง ปล่อยให้ปรมัตถ์พล่ามต่อไปเรื่อยๆ บทสนทนาเหล่านี้ช่างน่าเบื่อ เขาเจอมานับไม่ถ้วนและเดาได้เลยว่าประโยคต่อไปจะมีอะไรบ้าง

พวกผู้ชายหน้ามืดตามัวก็มาทำนองนี้ทั้งนั้น

มากมายที่เอาใจ มากมายที่ซื้อของขวัญให้ และมากมายที่อยากอุปการะเอกตะวัน...

           แต่ความคิดนั้นกลับไม่มีในหัวของร่างบาง สิ่งเดียวที่เอกตะวันไม่ยอมคือการถูกตีตราให้เป็นเด็กเสี่ย เพราเขาเลยจุดๆ นั้นมาแล้ว อยู่ในจุดที่เพียงชะม้ายตามองก็มีแต่เศรษฐียอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้ยลสักครั้ง

           “ผมก็คิดถึงคุณปรมัตถ์...” เสียงแผ่วลงเมื่อเมื่อของอีกฝ่ายเริ่มเปลี่ยนเลื่อนลงไล้สะโพกมน ผลุบหายเข้าไปใต้สาบเสื้อ ก่อนจะบีบเค้นให้รู้สึกวาบหวาม “อ... อื้อ พอเถอะครับ”

           “อ่า...”

           สายตากระหายของอีกฝ่ายทำให้เอกตะวันรีบเอ่ยปากห้าม ถึงจะเป็นกะหรี่แต่ยามทำงานก็ยังมีจรรยาบรรณ เวลาของเขาเป็นเวลาของท่านส.ส.ภาณุ จนกว่าสัญญาจะหมด ไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้กับใคร ปรมัตถ์มองอย่างเสียดาย ยิ่งวันนี้เอกตะวันอยู่ในชุดกางเกงรัดรูป เขายิ่งถูกใจมากเป็นพิเศษ

           เพียงเจอกันไม่กี่เดือน ปรมัตถ์กลับถูกเอกตะวันโปรยเสน่ห์ใส่จนลุ่มหลง ติดใจจนกลายมาเป็นขาประจำ ซ้ำยังพร่ำเพ้อหาไม่ขาด ดีที่นายแม่มีกฎว่าห้ามพนักงานติดต่อกับลูกค้าเอง ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวหรือช่องทางการติดต่อใดๆ หากละเมิด โดนไล่ออกสถานเดียว

           “ตะวันอยากไปดินเนอร์กับพี่ไหม เราว่างอีกเมื่อไหร่”

           “คือผม...”

           “อยากไปที่ไหนบอกพี่ได้เลยนะ เจอกันนอกเวลางานจะได้หรือเปล่า พี่มีโอกาสไหมครับ”

           “คือ...”

           อีกแล้ว...

           ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกชวนไปนอกเวลา และไม่ใช่ครั้งแรกที่ปรมัตถ์ชวน จะมีอะไรอีกนอกจากพาไปกินข้าว ไปดูหนังฟังเพลงแล้วจบด้วยเรื่องอย่างว่า เอกตะวันปั้นหน้ายิ้มขณะที่ในใจเบื่อหน่าย

           “หรือว่าไม่อยากไปกับพี่ รังเกียจพี่เหรอครับ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ แต่ว่า... ผมยังไม่ค่อยสะดวก”

“หรือว่าเราต้องทำงานพาร์มไทม์ตอนกลางวันด้วย?! ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่าครับเนี่ย”

โง่จริง!

จำไม่ได้หรือไงว่าตัวเองต้องจ่ายเท่าไหร่เพื่อนอนกับเขา แม้กระทั่งตอนนี้ที่นั่งคุยกันก็มีค่าเปิดเหล้า ค่าเสียเวลาที่ต้องจ่ายอีก แบบนี้เขาเนี่ยนะจะต้องทำพาร์ทไทม์ด้วย รู้อยู่หรอกว่าปรมัตถ์เป็นมือใหม่หัดลงอ่าง แต่ยังไงก็ไม่น่าหลงจริตกะหรี่จนหน้ามืดขนาดนี้ ทว่าด้วยความเป็นงาน เอกตะวันแสร้งส่ายหน้าเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานเสนาะหู

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ... เพียงแต่... ในเวลาปกติ ผมก็เหมือนคนทั่วไป... ที่ใช้ชีวิตเรียบๆ ง่ายๆ ไปกินกาแฟที่คอฟฟี่ช็อปตอนเช้า กลับมาอ่านหนังสือเล่น ฟังเพลง หัดทำอาหาร ลองหาข้อมูลเรื่องอาชีพอื่นๆ ผมก็แค่อยากมีชีวิตเหมือนคนอื่น ก็เลยไม่อยากให้ตัวตนส่วนที่ดีถูกทำลาย ไม่อยากให้ชีวิตกลางคืนปะปนกับชีวิตกลางวัน ผมแค่... ผม...”

“พี่เข้าใจแล้ว”

“...”

“ตอนนี้ตะวันอาจจะยังไม่ไว้ใจพี่ แต่อีกหน่อยพี่จะทำให้ตะวันเห็นเอง ว่าพี่ไม่ได้เหมือนผู้ชายคนอื่น”

เขาพยักหน้า มองปรมัตถ์ด้วยสายตาขอบคุณ เท่านั้นก็เรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มได้ไม่ยาก

“ท่านปรมัตถ์ครับ นายแม่ให้ผมมารับรองท่านต่อ”

“อ่า...”

เด็กขายระดับสอง หน้าตาหวานหยดย้อยในชุดเซ็กซี่สีขาวเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ขยับเข้ามาใกล้ชายหนุ่มเป็นสัญญาณว่าเวลาระหว่างเขากับเอกตะวันหมดลงแล้วอย่างน่าเสียดาย

เหล้าชั้นดีที่พร่องไปเพียงเล็กน้อยถูกเติมลงในแก้วของปรมัตถ์ ผสมอย่างดีให้ได้รสชาติละมุนด้วยมือของคนมาใหม่ที่นั่งลงข้างกายชายหนุ่มด้วยท่าทางเย้ายวน ก้มลงเผยให้เห็นแผ่นอกเนียนตัดกับตุ่มเล็กที่หากสัมผัสคงแข็งสู้มือ

“นิกเกิล ดูแลคุณปรมัตถ์ให้ดีนะ ผมขอตัวนะครับ ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาดีๆ ในวันนี้ครับ” ไหว้อย่างอ่อนน้อมพลางลุกขึ้นอย่างอาลัยอาวรณ์ ปรมัตถ์มองร่างบอบบางไม่ละสายตาแม้จะมีอีกคนมานั่งเอาใจแทนที่ มือนุ่มสัมผัสลงที่ต้นขาแกร่งเพื่อเริ่มความใกล้ชิด

“ผมขออนุญาตดูแลท่านในค่ำคืนที่แสนวิเศษนี้นะครับ ต้องการอะไรบอกผมได้ทุกอย่างนะครับ”

“ใคร... ใครที่ซื้อเวลาของตะวันไป”

“เอ๊ะ...”

“บอกฉันหน่อย”

“คือว่า...”

“ถ้าบอก... ฉันมีรางวัลให้นะ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทำให้ร่างเล็กกว่าชะงักเพียงครู่ ก่อนดึงเอามารยาและรอยยิ้มหวานหยดมาเป็นตัวกลบเกลื่อน บดเบียดสะโพกเสียดสีกายแกร่ง มือป่ายไปมาให้พอแตะส่วนกลางลำตัวภายใต้กางเกงเนื้อดี

“นั่นน่ะ... ผมไม่รู้หรอกครับ”

“เธอจะใจร้ายไม่บอกฉันจริงๆ เหรอ”

“ผมไม่รู้จริงๆ นะครับ แต่ต่อให้รู้ผมก็คงบอกไม่ได้ เป็นความลับของคลับนะครับ”

“งั้นเหรอ... หึ...”

คลับนี้ขึ้นชื่อเรื่องการปกปิดความลับของลูกค้าได้ดีเยี่ยม และก็ยังเป็นจรรยาบรรณของพนักงานที่ต้องรักษาความลับด้วย นิกเกิลพยายามใช้ความอ่อนหวานเข้าว่า รินเหล้าลงในแก้วที่เหลือเพียงน้ำแข็งเปล่า ยกมันขึ้นจ่อริมฝีปากชายหนุ่มอย่างเอาใจ สายตาทอดมองยั่วเย้าในขณะที่อีกมือไม่ละไปจากต้นขาแกร่ง

“ฉันต้องรู้ให้ได้... ต้องรู้ให้ได้” ปรมัตถ์จิบเหล้ารสชาติดีเยี่ยมที่ถูกบริการถึงริมฝีปากทว่าไม่ได้ใส่ใจมือขาวที่กำลังลูบไล้ไปตามต้นขาด้านในแม้แต่น้อย

ต้องรู้ให้ได้ว่าใครกันที่ทำให้เอกตะวันยอมขายเวลาให้ขนาดนี้ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น