ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 15 คาถาอัญเชิญ

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 คาถาอัญเชิญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 219

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2562 10:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 คาถาอัญเชิญ
แบบอักษร

คาซึยะที่ศึกษาคาถาอัญเชิญเสร็จเริ่มเตรียมการที่จะออกไปข้างนอกฐานวิจัยเพื่อที่เขาจะได้ทดสอบการอัญเชิญ การอัญเชิญเซียนกบหรือเซียนทาก นั้นไม่ค่อยมีปัญหา แต่การอัญเชิญเซียนงูนั้นค่อนข้างมีปัญหา แม้ก้วนงูขาวจะเป็นเซียนแต่ก็ยังคงความดุร้ายเอาไว้

 

 

 

เขาไม่แน่ใจว่าตัวเขาจะอัญเชิญงูตนไหนออกมา ถ้าอัญเชิญแบบโง่ๆไม่เตรียมตัวและใจ เจองูดุร้ายมีหวังถูกอัดจนได้รับบาดเจ็บแน่ งูที่เป็นเซียนสามารถแฝงการโจมตีด้วยพลังธรรมชาติได้ มันจึงเป็นอันตรายต่อผู้อัญเชิญด้วยเช่นกัน

 

 

 

"จะหมู่หรือจ่าก็คราวนี้แหละ กึด! Kuchiyose no Jutsu(คาถาอัญเชิญ) !!"

 

 

 

คาซึยะกดนิ้วโป้งที่ถูกกัดจนอาบไปด้วยโลหิตลงที่พื้น อักษรสีดำเป็นลายลักษณ์อักษรในทรงกลมแผ่ขยายออกก่อนที่จะมีเสียงปุ้งพร้อมควันสีขาวที่ปกคลุมรอบกายของเขา

 

 

 

"กิ้วววว~"

 

 

 

"กิ้วววว หรอ?"

 

 

 

คาซึยะเกาหัวและมองสิ่งที่เขาอัญเชิญมาด้วยความสับสนตรงหน้าของเขาคืองูน้อยขนาดเท่าแขนยาวสิบเมตรเกล็ดสีขาวนวลไร้มลทิน ทั้งที่เป็นงูแต่มันกับมีเขาสีฟ้าหลายคู่บนหัวของมัน สันหลังก็มีหงอนเกล็ดสีตั้งชันสีฟ้าซึ่งเป็นสีเดียวกับส่วนเขา

 

 

 

"ดูรูปลักษณ์แล้ว นี่เป็นงูแน่หรอ แล้วทำไมเราถึงอัญเชิญลูกงูแปลกๆ แบบนี้มาละ ?"

 

 

 

สายตาจดจ้องงูน้อย ก่อนจะถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนเขาจะไร้พรสวรรค์ในการอัญเชิญหรือไม่ ? ทำไมการอัญเชิญครั้งแรกของเขาถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้

 

 

 

"กิ้วววว~"

 

 

 

"งูบ้านเตี่ยแกสิร้องกิ้ว เฮ้อช่างเถอะมาทำสัญญากัน!"

 

 

 

งูน้อยทำตาประกายวิ้งๆและผงกหัวอย่างรู้งานมันอ้าปากคลายม้วนสัญญาออกมา คาซึยะได้แต่ส่ายหัวเขารู้แล้วว่าทำไมโอโรจิมารุถึงชอบเล่นสกปรก ก็ดูขนาดงูน้อยมันยังใช้วิธีนี้ในการเอาสิ่งของออกมา

 

 

 

แม้จะไม่อยากหยิบแต่เขาก็ทำใจให้ชินชาและหยิบม้วนสัญญาณและสยายมันออก เขาอ่านสัญญาและก็ต้องรู้สึกแปลกใจที่สัญญาดูธรรมดาเกินเหตุ ปกติงูต้องมีเล่ห์เหลี่ยมไม่ใช่หรอ ? ปวดหัวเขากัดนิ้วและพิมพ์นิ้วลงบนสัญญา การทำสัญญาเสร็จสิ้น

 

 

 

"ขอบคุณที่รับอัญเชิญข้าท่านคาซึยะ"

 

 

 

"โอ้นี่คือการพูดทางจิต ?"คาซึยะกล่าวอย่างแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงภายในหัว ว่าแต่งูน้อยเพศเมียหรอ ?

 

 

 

"ท่านกล่าวได้ถูกต้อง ข้าพึ่งฟักออกจากไข่มาได้ไม่นาน จึงยังไม่สามารถออกเสียงได้ แต่ภูมิปัญญาของข้านั้นสูงมาก"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าอย่างเข้าใจ และก็ไม่ได้บ่นอะไรออกมาอีก ต้องรู้ว่าเจ้างูน้อยนี่สำหรับโลกเก่าของเขาไม่ต่างอะไรจากงูยักษ์ แต่ในโลกแห่งความอดทนนี้ขนาดของงูเซียนตัวน้อยถือว่ายังเป็นทารก แต่เวลาในการเติบโตคงไม่นานนัก เนื่องจากสัตว์เซียนนั้นโตไวมาก

 

 

 

"แล้วเจ้าชื่ออะไร ?"

 

 

 

"ชื่อของข้าคือริวจิน"

 

 

 

'ชื่อเทพมังกรมหาสมุทร ?'

 

 

 

"ปะ เป็นชื่อที่ทรงอำนาจดี เอาละจากนี้เป็นต้นไปเจ้าต้องรีบแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นวันนี้กลับไปก่อนมีอะไรฉันจะเรียกใช้"

 

 

 

"เข้าใจแล้วท่านคาซึยะ"

 

 

 

ปุ้งงงงง!!

 

 

 

เมื่อเรียวจินจากไปคาซึยะก็เช็ดเหงือบนหน้าผาก ยามที่เขาได้แอบสัมผัสพลังในร่างกายของริวจินเขาก็รู้สึกเหมือนถูกบางสิ่งกดทับไม่ให้เคลื่อนไหวแม้แต่โจนินเช่นเขา 

 

 

 

ร่างน้อยๆนั่นต้องมีพลังที่มากมายมหาศาลอย่างแฝงเร้นไว้แน่นอน แม้เขาจะไม่รู้ว่าตอนนี้ริวจินมีพลังขนาดไหน ถ้าให้เดาคงไม่ต่ำกว่าสัตว์หางแน่ๆ

 

 

 

"เจ้านั่นบอกเกิดมาได้ไม่นาน แล้วถ้าโตกว่านี้ละ ?"

 

 

 

สูดดดดดด~

 

 

 

ช่วยไม่ได้ที่คาซึยะจะหวั่นไหว เขาคิดว่าริวจินต้องไม่ใช่เซียนงูธรรมดาแน่ๆ รูปลักษณ์นั่นไม่ว่าจะเขา หงอนสันหลัง มันค่อนข้างคล้ายกับมังกรเสียมากกว่า อุปลักษณ์นิสัยก็ค่อนข้างทรงภูมิล้นไปด้วยปัญญา

 

 

 

"ถ้าเจ้านั่นบอกว่าเป็นตัวเองเป็นมังกรเราก็เชื่อ"

 

 

 

คาซึยะตัดสินใจเลิกคิดเรื่องริวจิน และเดินเข้าไปในชั้นใต้ดินโดยไม่สนสายตาที่มองเขาจากมุมมืด แม้เจ้าพวกนี้จะเป็นคนของราก แต่พวกมันก็ยังเป็นคนของหมู่บ้าน ถ้าไม่ทำอะไรล้ำเส้นเขาเกินไป เขาก็ไม่คิดจะเคลื่อนไหว

 

 

 

ส่วนในเงามืดตอนนี้กำลังยืนสั่นไปทั้งตัว มันรีบจากไปอย่างรวดเร็ว เพื่อแจ้งข่าวนี้ให้แก่นายท่านของเขาทราบเรื่องของคาซึยะที่มีพลังแสนน่ากลัว ดวงตาสีแดงมีโทมาเอะสามวงรีบปิดตัวลงเผยให้เห็นดวงตาสีดำใต้หน้ากากจิ้งจอก

 

 

 

"เด็กชายคนนี้คือตัวอันตรายในแผนการสังหารองค์หญิงเพียงคนเดียวแห่งตระกูลฮิวงะ"

 

 

 

ซวบ!

 

 

 

ชายที่ซ่อนตัวยังไม่ทันได้รู้สึกตัวก็ถูกกิ่งไม้ที่มีขนาดใหญ่แทงเข้าที่ด้านหลังทะลุหัวใจ เจ้าตัวมองกิ่งที่แทงทะลุหน้าอกอย่างไม่เชื่อสายตา เขาพบว่ากิ่งจากต้นไม้ที่เขาซ่อนตัวอแทงเขานั้นกำลังขยับไปมาราวกับมันมีชีวิต

 

 

 

"จริงๆฉันก็ไม่ได้อยากจะฆ่าสายเลือดร่วมตระกูลหรอกนะ แต่ว่าน่าเสียดายที่กลุ่มของนายล้ำเส้นมากเกินไป แต่ถ้านายบอกแผนเรื่องที่ดันโซที่กำลังจะสังหารฮินาโมริเราอาจช่วยทำคำขอสุดท้ายของเจ้าให้สมปราถนา"

 

 

 

ชายสวมหน้ากากจดจ้องมองไปที่ด้านหลังและพบเห็นความน่ากลัวที่แท้จริงของเด็กชายทว่าเขาไม่คิดจะพูดถึงแผนการใดๆทั้งสิ้น แต่น่าเสียดายในยามที่มันมองเข้าไปในดวงตาของคาซึยะก็ตรงตามแผนของเขาอย่างพอดิบพอดี การควบคุมด้วยเนตรจึงเริ่มขึ้น

 

 

 

"จงบอกถึงแผ่นการของกลุ่มรากมา"คาซึยะกล่าวถามชายที่กำลังจะตายตรงหน้า ถ้าช้าเขากลัวว่ามันจะตายก่อนที่เขาจะได้รับข้อมูล

 

 

 

"ท่านดันโซกำลังวางแผนสังหารฮิวงะ ฮินาโมริและผู้คุ้มกันในวันพรุ่งนี้ที่กำลังเดินทางไปยังสุสานบรรพบุรุษแห่งฮิวงะและป้ายความผิดทั้งหมดให้แก่ตระกูลอุจิวะ"

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง เอาละก่อนตายฉันจะทำให้นายมีประโยชน์ต่อฉันให้มากที่สุด ดังนั้นจงภูมิใจและจำไว้ในโลกหน้าอย่าคิดทรยศตระกูลและหมู่บ้าน!"

 

 

 

คาซึยะแสยะยิ้มอย่างโหดร้าย เขาปีนต้นไม้และใช้มือเปิดหน้ากากของชายสวมหน้ากากออ เผยให้เห็นใบหน้าวัยกลางคนที่ไม่คุ้นเคย ดูท่ามันจะเป็นเพียงเบี้ยที่ใช้แล้วทิ้งจึงไม่ได้ใสใจอะไรมากและส่งมือน้อยๆ ควักดวงตาทั้งสองข้างของชายวัยกลางคนออกมา

 

 

 

แม้ชายวัยกลางคนจะอยากกรีดร้องมากแค่ไหน แต่น่าเสียดายที่เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านนั้นไม่เหลือ เพราะมันถูกรากไม้สีเขียวดูดซับจักระไปจนหมด และสุดท้ายคอของชายวัยกลางคนก็พับสัญญาณชีวิตหายไปอย่างไร้ร่องรอย ร่างเนื่อค่อยๆเหี่ยวแห้งก่อนจะสลายกลายเป็นธุลี

 

 

 

"หึ ขอบคุณสำหรับของขวัญชั้นดีนะดันโซ และเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจในครั้งนี้ฉันจะทำให้แผนการของนายล้มเหลวเอง"

 

 

 

คาซึยะใช้มืออีกข้างหยิบหน้ากากจิ้งจอกและเดินเข้าไปในชั้นใต้ดินของอาจารย์ เพื่อหาสิ่งที่จะเก็บรักษาดวงตาคู่นี้ไว้เผื่อมันจะมีประโยชน์ต่อเขาในอนาคต และเขาก็เจอหลอดแก้วขนาดเล็กที่มีน้ำยาแปลกๆสีเขียวอยู่ภายใน

 

 

 

"เจ้านี่คงไม่ต่างอะไรไปจากสารอาหารเหลวที่จะช่วยบำรุงรักษาและคงสภาพซากศพไม่ให้บุปหรือเน่าเปื่อย"

 

 

 

ดูเหมือนการมาอยู่ที่นี่จะเป็นประโยชน์ต่อเขามากจริงๆ เขารีบหย่อนดวงตาใส่เข้าไปในหลอดแก้วและปิดฝาจนสนิท สายตาจ้องมองดวงตาที่กลายเป็นเนตรวงแหวนโดยอัตโนมัติด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

"ดูเหมือนว่าของเหลวจะไม่ใช่เพียงแค่สารอาหาร มันควรจะผสมเข้ากับเซลล์ของท่านตาทวด"

 

 

 

เมื่อชื่นชมจนพอใจเขาก็นำคัมภีร์เก็บของออกมา ก่อนจะยัดหลอดแก้วเก็บดวงตาเข้าไปข้างในคัมภีร์อัญเชิญ แน่นอนว่าเขาไม่ได้เก็บหลอดแก้วเพียงแค่ชิ้นเดียว แต่เขายังนำหลอดพวกนี้อีกหลายสิบหลอดเก็บเข้าไปในคัมภีร์เผื่อจะได้ใช้ในอนาคต

 

 

 

"ฟู่ววว~ดูเหมือนช่วงนี้พลังหยินจะเพิ่มมากขึ้น อารมณ์ของเราเริ่มค่อนข้างแปรปวน แต่ยังพอควบคุมได้"

 

 

 

นี่ไม่ใช่สิ่งที่ดี ถ้าไม่ใช่เพราะสายเลือดของอุซึมากิและเซ็นจูคอยประคับประคองสติและอารมณ์ของเขาป่านนี้มีหวังเขาได้ถูกความมืดพลังของเนตรวงแหวนควบคุมจิตใจ และอาจกลายเป็นคนบ้าคลั่งไม่ก็เป็นพวกเลือดเย็นที่แสวงหาแต่การฆ่าฟัน

 

 

 

ด้วยเนตรที่ถูกเขาบ่มเพาะอยู่ทุกวัน ทำให้ในปัจจุบันพลังหยินในร่างกายจึงมีมากขึ้นแบบทวีคูณ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปคาซึยะก็ไม่รู้ว่าจะควบคุมตัวเองได้อีกหรือไม่ ทางที่ดีเขาต้องรีบเคลียปัญหาให้จบ และเริ่มเรียนหลักวิชานินจาแพทย์เพื่อปลุกเซลล์ในร่างกายให้มีพลังงานเทียบเคียงกับเนตรวงแหวน

 

 

 

"มันช่างสมชื่อเสียจริงเจ้าเนตรต้องสาป!"

 

 

 

อุจิวะปกติคงยากที่จะเกิดความมืดมนในจิตเช่นเขา อุจิวะคนอื่นๆจะมีความมืดในใจก็ต่อเมื่อพวกเรารู้จักความรักและเสียมันไป จึงก่อให้เกิดความมืดขึ้นมา

 

 

 

แต่เขาที่มีพลังวิญญาณมากกว่าปกติถึงสิบเท่ามีความทรงจำจากชาติก่อนจึงไม่แปลกที่เขาจะมีความมืดที่มากกว่าใคร ยิ่งเขาได้เบิกเนตรวงแหวนด้วยความเกียจชัง จึงไม่แปลกที่ความมืดในจิตใจจะทวีคูณความรุนแรงขึ้นมาเข้ารู้ตัวตั้งแต่วันที่เขาพบเจอนินจาจากหมู่บ้านคิริงาคุเระ

 

 

 

เลือดที่เดือดพล่าน จิตใจที่อยากฆ่า อยากทำลายล้างมันตื่นขึ้นมาในสายเลือดและพยายามครอบงำเขา มันดีจริงๆที่เขามีสายเลือดเซ็นจูและอุซึมากิจึงไม่ยากที่จะระงับความมืดในตอนนั้น

 

 

 

แน่ตอนนี้ความมืดกำลังปะทุขึ้นอีกหลังจากที่ร่างแยกของเขาได้ยินคำพูดของเจ้านั่น มันบอกว่าดันโซจะลอบสังหารฮินาโมริ สิ่งนี้มันทำให้เขาโกรธ โกรธมากบัดซบนั่นกำลังคิดจะลอบสังหารคนของเขาผู้หญิงของเขา! แม้จะโกรธจนแทบคลั่งแต่สีหน้าของเขาก็ยังนิ่งเฉย มันเป็นความโกรธที่สงบ รอวันระเบิด

 

 

 

"ฉันอาจจะฆ่าแกไม่ได้ในตอนนี้ แต่ในอนาคตรับรองได้เลยว่าฉันนี่แหละที่จะเป็นคนปลิดชีพของแกด้วยมือของฉันเองชิมูระ ดันโซ !"

 

ไม่เม้นขอให้ขี้แตกสาธุ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น