KlaKawii

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19/2. เมาเหล้าดีกว่าเมารัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 19/2. เมาเหล้าดีกว่าเมารัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 32

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2562 05:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19/2. เมาเหล้าดีกว่าเมารัก
แบบอักษร

หมวดหนุ่มยืนส่ายหัวมองหน้าพ่อของตัวเองที่ตอนนี้เมาแปล้ดูแทบไม่ได้ ตอนแรกที่ศักดาส่งข้อความไปหาว่า  

 

‘กลับบ้านด่วน!!!!!’ 

 

มันทำเอาเขายืนงงอยู่นานสองนาน แต่ไม่เข้าใจว่าศักดาจะส่งข้อความมาหาทำไม แทนที่จะโทรหา ทำให้เขาต้องโทรกลับ และได้ใจความว่าไม่สะดวกคุย เพราะต้องช่วยเหลือคนเมา เพียงแค่นั้นโดมก็บึ่งรถกลับบ้าน เขาไม่ได้เป็นห่วงอะไรนักหรอก เพียงแต่แปลกใจที่แดนเกิดเมาปล้ินขึ้นมาได้ยังไง พอมาถึงก็ต้องช่วยกันหามปีกคนที่สู้ดิ้นรนไม่ยอมไปนอนท่าเดียว แต่สุดท้ายเรี่ยวแรงนั้นก็หมดไป เหลือไว้แต่คำพูดอ้อแอ้ ที่ทำเอาเขากับศักดามองหน้ากันไปมา 

“ผู้หญิงเมืองกรุง...ไว้ใจไม่ด้ายยย สากกก โคนนน” เสียงลากยาวเพราะน้ำเมายังฟังได้ศัพท์อยู่ เพียงแต่ศักดากับโดมไม่แน่ใจว่าแดนหมายถึงใคร  

คนทั้งสองจึงปรึกษากันทราบได้ว่าหลังจากที่โสภามาหาและจากแดนไปแล้ว แดนก็โทรตามให้ศักดาหาเหล้ามาให้เขาสักแบน หลังจากนั้นก็กึบเอาๆ ไปเป็นขวดๆ ตอนแรกศักดาก็ดื่มเป็นเพื่อนเพราะถูกบังคับ แต่ก็ยังยั้งปากตัวเองไว้ เพราะยังไม่ไว้ใจแดนนักว่ามีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ศักดาไม่ได้เมาปลิ้น ตรงกันข้ามยังดูแลและแอบถามเอาจากแดนว่าอะไรที่ทำให้แดนเมามายได้แบบนี้ คำตอบที่ได้นั่นคือโสภาบอกว่าบุษบารัมไพจะแต่งงาน ซึ่งศักดาคิดว่านี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้แดนเมาเป็นหัวราน้ำอยู่อย่างที่เห็น คงไม่ใช่เพราะโสภามาหาเป็นแน่ 

โดมเองก็เห็นใจพ่อของตนเองเหมือนกัน เขาเคยเห็นณดลครั้งหนึ่งตอนที่ไปง้อปาฏิมาแต่หญิงสาวไม่อยู่บ้านเมื่อสามสี่เดือนผ่านมาได้แล้ว เพียงแต่ไม่เคยได้ยินว่าคนทั้งสองจะแต่งงาน และโดมก็ไม่เคยได้ยินจากปาฏิมาสักทีว่าบุษบารัมไพมีคนรัก ทำให้เขาเองก็งุนงงมากเอาการ 

“แล้วลุงศักดิ์คิดว่าพ่อกับคุณอาบุษไปถึงไหนแล้วครับ” โดมอดใจถามถึงคนใกล้ชิดพ่อของตนไม่ได้ ศักดาถอนหายใจอย่างรู้สึกเหนื่อยหน่ายหัวใจ 

“คงถึงเตียงอยู่มั้งครับ” 

“เฮ้ย!!!” นายตำรวจหนุ่มอุทานขึ้นมาอย่างลืมตัว เพราะความหมายที่ศักดาพูดนั้นมันไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเลยสักนิดเดียว 

“คือผมอยู่ข้างนอกน่ะครับ ไม่ได้ไปนอนด้วยก็เลยไม่รู้ความเป็นไป” ศักดาเล่าให้ฟังอีก โดมยิ่งกลุ้มใจหนัก ทำไมเรื่องราวมันอลหม่านวุ่นวายกันขนาดนี้ เรื่องของเขาเองก็ไม่แพ้กัน 

“แสดงว่าพ่อกับคุณอาบุษนี่คง...” ชายหนุ่มทำหน้าคาดเดา แต่ไม่กล้าเอ่ยออกมา  

“ไอ้อย่างนี้เหรอครับ” ศักดายกนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ทำเป็นวงกลมแล้วนำนิ้วชี้ของมืออีกข้างหนึ่งสอดเข้าไปตรงกลางรู แล้วถอดนิ้วชี้เข้าออกยึกๆ ยักๆ จนโดมต้องดึงมือออกแล้วถลึงตาใส่พร้อมหน้าแดงซ่าน 

“ทะลึ่งน่ะลุงศักดิ์!” 

“อะไรกันครับ ผมก็นึกว่าหมวดโดมคิดแบบนั้นซะอีก ไม่ใช่เหรอครับ” 

“มันก็ใช่ แต่ไม่ต้องทำท่าทางประกอบก็ได้ แหม...”  

ศักดาเข้าใจขึ้นมาทันที เพียงแต่ไม่อยากจะเชื่อว่าหมวดหนุ่มจะอายได้น่ารักเหมือนเด็กขนาดนั้น ทำยังกะว่าไม่เคยทำไอ้แบบที่ว่านั่นมาก่อน 

“งั้นก็แล้วไป นึกว่ามีอย่างอื่นอีก” 

“แล้วลุงศักดิ์คิดเหมือนผมไหมล่ะครับ คือ พ่อน่ะเสียตัวให้คุณอาบุษแล้ว” 

“ตอนแรกผมก็คิดครับ แต่เท่าที่ผมเห็นสถานการณ์แล้วนะ ผมว่าพ่อของหมวดน่ะไม่มีปัญญาทำอะไรคุณนายบางกอกหรอกครับ วันนั้นถูกถีบออกมาผ้าขาวม้าแทบหลุดออกจากเอว อือ...สงสัยนะคงทำให้ถึงใจไม่ได้ด้วยแหละ เลยโดนน้ำตีน” ศักดานึกถึงภาพในวันนั้นก็ให้ขำกลิ้งทุกที แดนผู้อหังการ ไม่เคยกลัวใคร แต่ก็เหมือนลูกหมาหงอยเหงาในยามที่บุษบารัมไพส่งเสียงดุดันมาให้ แถมยังยอมให้แม่คุณทุกอย่างอย่างไม่น่าเชื่อ ศักดายังได้เคยคิดเปรียบเปรยไปอีกว่า แดนผู้เป็นเหมือนเสือป่าแยกเขี้ยวอยู่ได้ตลอดเวลา กลายเป็นแมวเชื่องตัวหนึ่งทันทีในยามที่บุษบารัมไพออกคำสั่ง  

“เฮ้ย...ขนาดนั้นเลยเหรอครับ พ่อเนี่ยนะทำไม่เป็น??” 

“ทางที่ดีต้องถามเอาครับ แต่ผมว่าอย่างนั้นแหละ แต่ถ้าจะถามเรื่องความรู้สึกน่ะ พ่อของหมวดคงรักคุณนายนั่นแล้วแต่จะรู้ตัวหรือเปล่า อันนี้ผมก็ไม่รู้ได้ แต่ผมว่าคงรักเขาข้างเดียวโดยไม่รู้ตัวเองครับ ไม่งั้นไม่กึบเหล้าไปจนคอตกแบบนี้หรอก” 

“รัก???​ อย่าล้อเล่นสิครับ”  

“หน้ากระผมเนี่ยโคตรจริงจังเลยนะผู้หมวด ผมพูดเล่นที่ไหน!!” แล้วศักดาก็ทำหน้าขึงขัง ทำให้โดมยิ้มมาให้บ้าง 

“ครับ จริงก็จริงครับ งั้นลุงศักดิ์ว่าคุณอาบุษคิดกับคุณพ่อแบบเดียวกันหรือเปล่าครับ” 

“รายนั้นน่ะผมดูไม่ค่อยจะแน่ใจสักเท่าไหร่ เพราะเอาแต่ดุอย่างเดียว ไอ้คนของเราก็วิ่งตำตอทำให้อย่างเดียวแม้จะบ่นแต่ก็ทำนะครับ ลงทุนล้างรถให้ด้วยขนาดว่างอนกัน” ศักดาไม่ลืมว่าต้องหาอุปกรณ์มาล้างรถให้กับบุษบารัมไพในวันที่หล่อนจะขับรถกลับกรุงเทพ ซึ่งแดนเป็นคนทำซะส่วนใหญ่ คำขอบคุณหรือก็ไม่ได้ นอกจากสายตาที่บ่งบอกให้รู้ว่าบุษบารัมไพหวงรถ ให้แดนขัดถูอย่างระมัดระวัง 

 

“เออ...หาเรื่องจริงกรูวววว!” แดนบ่นอุบเบาๆ แต่ก็ก้มหน้าทำ ศักดาได้แต่อมยิ้มกับเจ้านายที่เชื่องยิ่งกว่าไอ้ด่างอย่างไม่น่าเชื่อ 

 

“ตอนที่คุณนายไปแล้วน่ะ หมอนข้างก็ต้องเอามาเผา ไม่รู้ว่ามันนอนผิดข้างหรือเปล่า” 

ศักดาเล่ารายละเอียดอีกเยอะแยะ ซึ่งมีไอ้ด่างทำเสียงอือออเป็นฝ่ายสนับสนุนที่ดี จนทำเอาโดมถึงกับคิดหนัก 

“ถ้าพ่อรักคุณอาบุษ แล้วคุณอาบุษจะแต่งงาน งั้นแสดงว่าพ่อก็ต้องอกหักสิครับ” ชายหนุ่มสรุปใจความให้ฟังจากที่ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจากศักดา   

“นี่คือทฤษฎีการหกอักเหรอครับ” 

“ครับ ผมคิดว่านะ แต่คอยดูอาการของพ่อก็แล้วกันพรุ่งนี้ก็คงไม่มีอะไรแล้ว” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น