แอลมิเรีย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 13:กินโต๊ะจีน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 68

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2562 10:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
13:กินโต๊ะจีน
แบบอักษร

 

 

กุบ กับ กุบ กับ 

เสียงเดินของม้าพันธุ์ดีหลายสิบตัว เดินขบวนอย่างเป็นระเบียบ ขนาบข้างทั้งสองทาง โดยมีรถม้าประทับตราราชวงศ์เด่นหราทั้งสองข้าง อยู่ตรงกลางโดยมีเจ้าแผ่นดินเป็นเจ้าของ ที่กำลังนั่งขมวดคิ้วแผ่ไอสังหารอยู่ในรถม้า 

ส่วนต้นเหตุกำลังขี่ม้าอยู่หลังขบวนอย่างใจเย็น กินลมชมวิวรอบข้างทั้งสองทางอย่างตื่นเต้น แน่สินี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาทางนี่ 

ที่ขบวนล่าสัตว์ของราชวงศ์จะไปในครั้งนี้ เป็นป่าหมื่นอสูรตามชื่อ มีอสูรเป็นหมื่นชนิดอาศัยอยู่ที่นั่น ทุกปีวังหลวงจะจัดเทศกาลล่าสัตว์ แต่จะเวียนแคว้นใดแคว้นหนึ่งเป็นเจ้าภาพ  

และครั้งนี้แคว้นหนิงได้เป็นเจ้าภาพ โดยทุกแคว้นจะต้องมีตัวแทนมาเข้าร่วมตามแคว้นที่เป็นเจ้าภาพ ทุกปีตัวแทนแคว้นหนิงจะเป็นท่านพี่ฮุ่ยโม๋ ที่ไปเข้าร่วมทุกครั้ง แต่ครั้งนี้แคว้นหนิงเป็นเจ้าภาพจึงเป็นเจ้าครองแคว้น ที่ต้องมาเปิดพิธีโดยสถานที่ใช้ล่าสัตว์คือป่าหมื่นอสูรนั้นเอง 

และผมที่ไม่เคยมาสักครั้ง เพราะพวกนั้นชอบอ้างว่าอันตรายตลอดเลยไม่ได้มาสักที นี้เป็นโอกาสทองเลยนะผมไม่มีทางพลาดเด็ดขาด  

ผมไม่ยอมเข้าไปนั่งกับตาแก่ชงซ่านในรถม้านั้น ผมชอบขี่ม้าซึมซับบรรยากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มที่มาก กว่าอยู่ในรถม้าที่ปิดมิดชิดแบบนั้น บรรยากาศบริสุทธิ์แบบนี้หาไม่ได้ในโลกก่อนที่อยู่หรอกนะ เพราะงั้นผมจะรับอย่างเต็มที่ 

และนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ตาแก่นั้นหน้าบูด ก็ช่วยไม่ได้นะ และที่เด็ดกว่านั้นผมไม่ได้เป็นคนขี่ม้าเอง ผมให้ชื่อซิ่น(ราชครูสอนดาบ)ขี่ต่างหาก ส่วนผมก็นั่งอ้อมอกแน่นๆอย่างสบาย อิอิ 

ก็ชงซ่านเอาข้ออ้างว่ามันอันตรายที่ขี่ม้านอกวังหลวงแบบนี้ 

'มันอันตรายนะลูกรัก เข้าไปนั่งในรถม้ากับพ่อนะ' 

'ไม่ เหอะ!!' 

เฮ้อ เอาจริงๆอยู่ในวังหลวงก็พอๆกันแหละ ผมจึงใช้ชื่อซิ่นเป็นข้ออ้างเหมือนกัน ศีลเสมอ 

'เอางี้ให้ชื่อซิ่นมาขี่กับข้าแล้วกัน เป็นถึงแม่ทัพทิศทักษิณฉายาปีศาจกระหายเลือดนิ คงไม่อ่อนหัดปล่อยให้ข้าเป็นอะไรหรอกมั้ง' 

หึ พูดไม่ออกล่ะสิ แน่สิชื่อซิ่นขึ้นชื่อเรื่องความน่ากลัวในสงครามนิ บ้าคลั่ง เลือดร้อน กระหายเลือดเหมือนปีศาจที่ชื่นชอบโลหิตเป็นชีวิตจิตใจ ฝีมือสมฉายาเก่งกาจอย่างน่ากลัว ถ้าใครจะปะมือด้วยต้องหมั่นใจในฝีมือจริงๆ ไม่งั้นจะเหมือนเอาชีวิตมาทิ้ง 

นี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ชงซ่านต้องยอมผมอีกครั้ง นักฆ่ายี่สิบคนรุมชื่อซิ่นคนเดียวพร้อมกันยังไม่คณามือเลย  

ผมจึงได้ขี่ม้าอย่างที่หวังไงล่ะ ผมเอาแต่ใจเหรอ ก็ไม่นิ ผมก็รู้แหละว่าทุกคนเป็นห่วง แต่ผมไม่สนผมมั่นใจว่าสามารถช่วยเหลือตัวเองได้  

ปกติผมก็เอาแต่ใจอยู่แล้ว ส่วนมากผมก็ถูกตามใจตลอด มันจึงทำให้ผมติดนิสัย อยากได้อะไรก็ต้องได้น่านะ เอาน่าแค่ขี่ม้าเองอย่าเวอร์เกิน 

ชื่อซิ่นที่ผมใช้เป็นข้ออ้างนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวข้างหลังผม สยอง! 

 

 

ขบวนเราเดินทางมาถึงที่หมายแล้ว ในระหว่างทางก็มีขบวนของแคว้นอื่นที่มาร่วมล่าสัตว์ในครั้งนี้ จนครบทุกแคว้นพันธมิตรจากมีแค่ขบวนวังหลวงแคว้นหนิงจนตอนนี้เป็นขบวนใหญ่มาก 

ผมก็ไม่ได้สนใจเท่าไร ผมสนใจวิวมากกว่า จนมาถึงที่ล่าสัตว์นี้แหละ ผมก็นึกว่าจะมีนักฆ่า หรือโจรโผล่มาหมายฆ่าหรือปล้นฮ่องเต้เหมือนในหนังซะอีก  

แต่ผมคงลืมคิดไปว่าขบวนใหญ่ขนาดนี้ คงไม่มีใครโง่จ้างใครมาฆ่าหรอกนะ แถมในขบวนมีแต่องครักษ์ ทหารฝีมือทั้งนั้น ถ้ามีคงโง่แบบกู้ไม่กับอ่ะ เหมือนเอาคนมาตายเล่นเฉยๆอ่ะ ไม่ได้อะไรเลยด้วย การเดินทางจึงราบลื่นไม่มีปัญหาอะไร 

ตอนนี้ผมกำลังจะไปอาบน้ำล่ะ แต่ติดตรงที่ต้องไปอาบพร้อมกับพวกหื่นกามทั้งหลาย ที่สามัคคีจะอาบน้ำพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย(กูจะบาปมั้วว่ะ:ไรท์)  

รู้สึกเปลืองตัวมากอยู่กับพวกหื่นกามทีไรเปลืองตัวทุกที 

"เฮ้อ เลิกจ้องข้าสักทีเถอะน่า จ้องไปพวกท่านก็เอาไปด้วยไม่ได้หรอก" 

ผมที่ตอนนี้นั่งคนละฝั่งกับพวกมือไวนั้น ใส่ชุดขาวบางที่บังอะไรไม่ได้สักอย่างสำหรับอาบน้ำที่ตอนนี้เปลือกลู่แนบกับร่างกายขาวเนียน ล่อเสือล่อตะเข้ทั้งหลายให้ตะครุบรุมทึ้งกิน  

เพราะงั้นเพื่อความปลอดภัยควรอยู่ให้ไกลที่สุด ผมถึงมานั่งอีกฝั่งนี้แหละ 

"ได้เหรอ ถ้าจะเอาเจ้ากับไปด้วย"  

อัครมหาเสนาบดีหนุ่มบัญฑิตแคว้นเย่ว เอ่ยขึ้นด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ไม่สนใจไอสังหารที่ฮ่องเต้แคว้นหนิงปล่อยออกมาสักนิด 

"บ้านท่านสิ ข้าแค่ประชด" 

ผมถลึงตาใส่ชงอวี้เมื่อได้ยินคำพูดน่าตายนั้น เจ้าอัครมหาเสนาบดีเจ้าเล่ห์นี่ กวนประสาทจริง 

"เฟยเอ๋อร์เหตุใดเจ้าจึงไปอยู่ไกลถึงเพียงนั้นรึ มานี้มาเดี๋ยวข้าถูหลังให้" 

ผมหรี่ตามองจิ๋นหลี่ ฮ่องเต้แคว้นหลิวที่มาร่วมล่าสัตว์ครั้งนี้ ทั้งที่ส่งตัวแทนมาก็ได้ ฮ่องเต้กะล่อนปลิ้นปล้อนนี้ไว้ใจได้ที่ไหน 

"ข้าอยากอาบตรงนี้มากกว่า พวกท่านก็อาบตรงนั้นแหละ ไม่ต้องเนียนเดินมา" 

ผมเชิดหน้าขึ้น พูดดักคนที่กำลังเนียนเดินมา 

"แหม ไม่เจอแค่แป๊ปเดียวหวงตัวขึ้นนะ เฟยเอ๋อร์ของข้า" 

เยี่ยนเถิง ฮ่องเต้แคว้นเลี่ยงกล่าว 

พรึบ 

โอเค ผมเริ่มกลัวพวกนี้แล้วล่ะ เฮ้อปลงได้แล้วไอ้วอดก้าเอ้ย 

"ให้ข้าอาบเองเถอะ ข้ากราบล่ะ" 

ผมยกมือขึ้นทำท่าจะกราบจริงๆ จนพวกนั้นหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งผม 

หึ่ย ฝากไว้ก่อนเถอะ อย่าให้ข้าได้เอาคืนบ้าง พ่อจะเอาให้จำไปจนวันตายเลยล่ะ 

หลังจากนั้นพวกนั้นก็ปล่อยให้ผมได้อาบน้ำจริงๆ ไม่กวนใจแล้ว ถึงพวกนั้นจะจ้องร่างกายผมตาไม่กระพริบก็เถอะ ทำเป็นไม่สนใจแล้วกัน 

ผมอาบน้ำคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ตามประสาพวกชอบคิดอะไรเรื่อยเปื่อย อยากรู้มั้ยว่าใครอาบน้ำอยู่ตอนนี้เดี๋ยวผมบรรยายให้ฟังแล้วกัน 

เอาสถานที่ก่อน ที่ที่ผมกำลังอาบอยู่นั้นเป็นน้ำตกใสสวยที่หนึ่ง ส่วนคนที่มาอาบนั้นมีชงซ่าน ท่านพี่ฮุ่ยโม๋ ชื่อซิ่น จิ๋นหลี่ ชงอวี้ เยี่ยนเถิง รัชทายาทเค่อหมิงตัวแทนแคว้นจิว หลี่เตี่ยนองค์ชายหกแคว้นจิ้น ถงหมินองค์ชายแปดแคว้นหลิ่ง อ๋องจือไห่แคว้นลู่ 

มีองครักษ์เฝ้าล้อมรอบไว้ไกลพอสมควร มีสององคักษ์หน้าตายคนสนิทช่งซานเฝ้าอยู่ข้างน้ำตก องครักษ์ท่านพี่ฮุ่ยโม๋อยู่อีกทางคนหนึ่ง องครักษ์คนสนิทเยี่ยนเถิงอีกคนที่ได้รับอนุญาตให้เฝ้าข้างน้ำตกอีกคน ในบรรดาองครักษ์ที่ผมสนิทด้วยมีองครักษ์ของเยี่ยนเถิงนี้แหละ ที่ยียวนกวนเบื้องล่างมาก ชื่อจื่อซื่อ 

นี้แหละบรรดาว่าที่สามีทั้งหลาย ที่มีแววว่าจะโดนผมรวบหัวรวบหาง มั้ง เอาเป็นว่าเหมือนหนุ่มหล่อหลากหลายสไตล์ มารวมอาบน้ำในที่เดียวกันถ้าชะนี เก้ง กวาง มาเห็นล่ะก็ไม่เลือดกำเดาไหลก็กรี้ดจนสลบอ่ะ 

ผมที่เห็นหุ่นพวกนี้บ่อยๆยังไม่ชินเลย ยิ่งมาเห็นพร้อมกันแบบนี้ อกอีแป้นจะแตก!!! 

พอเถอะ ผมจะเปื่อยแล้วแช่น้ำนานเกิน ผมรับผ้ามาจากองครักษ์หน้านิ่งของชงซ่านมาคลุมตัว บอกเป็นในให้คนที่เหลือรู้ว่าผมอาบเสร็จแล้ว สององครักษ์นี้ผมก็สนิทนะ เพราะบางทีชงซ่านก็ให้มาดูแลคุ้มกันผม อ่าบ่อยเลยล่ะ แต่สนิทยังไงพวกนี้ก็ประหยัดคำพูดอยู่ดี 

แล้วผมไม่มีองครักษ์ตัวเองเหรอ ไม่ล่ะผมไม่ชอบ อีกอย่างรอบตัวผมมีแต่ตัวเป้งๆทั้งนั้น ถ้าคิดจะทำอะไรผมจริงๆ คงต้องคิดแล้วคิดอีก ผมยังทำเป็นไม่รู้ที่ชงซ่านส่งองครักษ์มาคุ้มกันผมนะ เป็นสิบจะเอามาเพิ่มทำซากอะไรอีก หึ 

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมกลับมาที่กระโจมตัวเอง(ตอนแรกตาแก่ชงซ่านจะให้ผมไปอยู่ด้วย แต่ผมไม่ยอม)เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกไปทานอาหารค่ำร่วมกับคนอื่น จิบเหล้านิดหน่อยแล้วขอตัวกลับมานอน 

เดินทางมาสองวันยังไม่ได้นอนเต็มอิ่มเลย ได้เวลาเติมพลังงานแล้ว แล้วผมก็นอนเหมือนซ้อมตาย ไม่รับรู้อะไรอีก แต่เหมือนรู้สึกเหมือนเย็นๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจ 

จนตื่นเช้าขึ้นมาจึงรู้แล้วว่าอะไรเย็นๆ หลักฐานคาหนังคาเขา  

"อ้ากกกก บังอาจ!! ใครมันบังอาจแอบกินเต้าหู้ข้า" 

ผมแย่งดาบข้างเอวจากทหารคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ผมที่สุด ผมขว้างดาบลงกลางวงพวกที่ผมมั่นใจว่าเป็นคนทำ จนวงแตกกระจายต่างคนต่างหลบ ดาบที่เสริมลมปราณเข้าไปด้วย 

จะไม่ให้ผมโมโหได้ไงล่ะ คุณคิดยังไงกับการตื่นขึ้นมาในสภาพเสื้อผ้าหลุดหลุ่ย ปากบวมเจ่อ หน้าอกบวมแดง ทั่วทั้งตัวมีจุดแดงเป็นจั้มแทบทุกตารางนิ้ว แม้แต่ซอกขาในหลึบยังไม่เว้น 

"ตอบมา!! ใครบังอาจเข้ามากินเต้าหู้ข้าตอนข้านอน!" 

"เอ่อ ใจเย็นก่อนนะเฟยเอ๋อร์ พี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ" 

"ใช่ๆ ข้าก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย" 

"ข้าด้วย" 

"ข้าไม่รู้" 

"เอ่อ พ่อก็ไม่รู้" 

"เมื่อคืนข้าไปลาดตระเวนมา" 

"ข้าตั้งวงดื่มเหล้าอยู่ข้างนอก" 

และอีกต่างๆนาๆที่พวกนั้นพล่ามแก้ตัว หึ คิดว่าข้าโง่ขนาดเลยเหรอ 

"หุบปาก! เห็นข้าโง่ขนาดนั้นรึอย่างไร ถ้าไม่มีใครยอมรับ" 

ผมพูดค้างไว้ให้พวกนั้นคิดต่อเอง เป็นการกดดันกลายๆ ซึ่งมันได้ผล ปฎิกริยาของแต่ล่ะคน เลิกลักกระสับกระส่าย ร้อนตัว แม้แต่สององครักษ์คนสนิทของชวซ่านที่นิ่งๆยังมีพิรุธ 

ผมถลึงตาใส่พวกนั้น แม้แต่สององครักษ์หน้านิ่ง เงียบๆเก็บอาการความรู้สึกเก่ง ยังเอากะเขาด้วยมันไว้ใจใครได้บ้างเนี่ย 

"เอ่อ อ คือว่า คือ" 

"อะไร! พูดมา" 

ผู้ต้องสงสัยต่างกลืนน้ำลาย เหงื่อแตกพลั่กๆ ตอนซิ่นเฟยโกรธมันก็น่ารักอยู่หรอก แต่ไม่ใช่กับเรื่องนี้ 

"คือ...." 

"ได้! เอาอย่างนี้ใช่มั้ย ต่อไปนี้ห้ามใครแตะต้องตัวข้าอีก" 

"ไม่ได้นะ" 

"ไม่ ข้าไม่ยอม" 

"เฟยเอ๋อร์~~" 

"ไม่!!" 

และอีกมากมายที่พวกนั้นคร่ำครวญ ผมไม่สนใจเดินกลับเข้ากระโจม ไปเอาเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนเดินไปที่น้ำตกเพื่อจะอาบน้ำ และสั่งห้ามให้ใครตามมาไม่งั้นเจอดีแน่ พวกที่มีคดีอยู่แล้วจึงไม่อยากมีเพิ่มเลยต้องยอม 

ผมรีบอาบน้ำใส่เสื้อผ้าที่จะใช้ไปออกล่าสัตว์วันนี้ พอได้อาบน้ำแล้วอารมณ์ดีขึ้น แต่ถ้าเห็นหน้าพวกนั้นคงอีรอบเดิม หึ่ย 

ผมเดินฮึดฮัดกลับมาที่กระโจม เดินผ่านเมินพวกนั้นไม่สนใจ แล้วสั่งทหารให้เตรียมม้าให้ผม มีเสียงนกเสียงกาเรียกร้องความสนใจ ตามหลัง 

เชอะ! ต้องสั่งสอนให้เข็ด 

 

 

ย้อนไปตอนที่ซิ่นเฟยหลับ(ช่วงส่องกรรม) 

ฮุ่ยโม๋องค์ชายสี่ ที่ขอตัวหลังจากซิ่นเฟยออกมาได้ระยะหนึ่ง อ้างว่าง่วงนอนแต่ไม่กลับกระโจมตัวเองกับมาที่กระโจมซิ่นเฟย ฮุ่ยโม๋เปิดเข้าไปในกระโจม นอกจากจะเห็นร่างเล็กแล้ว ยังเห็นชงซ่านพ่อของตัวเองอีกคน 

"ชูว์ เบาๆเดี๋ยวน้องตื่น" 

ชงซ่านที่รู้ว่าเป็นลูกตัวเองอยู่แล้ว กระซิบบอกให้เบาเสียงเดี๋ยวร่างเล็กจะตื่นเอา 

ฮุ่ยโม๋ที่กำลังจะอ้าปากถามจึงหุบปากฉับ แล้วเดินมานั่งลงอีกข้างของพ่อตัวเอง สองพ่อลูกมองหน้ากันอย่างสื่อความหมาย ก่อนจะกระตุกยิ้ม 

ฮุ่ยโม๋เริ่มจากจูบซับที่หน้าผาก ก่อนเลื่อนลงมาที่เปลือกตาจมูก ลงมาที่ปากเริ่มจากอ่อนโยน กลายเป็นดูดดื่มเร่าร้อน มือลูบไล้ปัดปายตั้งแต่ลำคอขาวเนียน หอมกรุ่นน่ากัด มายังไหล่มลสวย ลากไล้ไปที่หน้าอกสวยบดบี้จุกอย่างหมั่นเขี้ยว 

ชงซ่านก็ไม่น้อยหน้า ก้มลงตีตราประทับที่ซอกคอหอมกรุ่น อย่างหลงไหล พรมจูบผ่านไหล่ลงมาที่หน้าอกสีเชอรี่  

"น่ากิน" 

ชงซ่านเอ่ยออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำ แหบพร่าอย่างกระหาย ก่อนจะก้มดูดดึงอย่างตะกละตะกราม สองมือก็ลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ปัดผ่านส่วนสงวนของร่างเล็กอย่างหยอกเย้า ลูบไล้ขาขาวที่น่ากัดให้จมเขี้ยว 

สองพ่อลูกรุมทึ้งร่างเล็กอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่สนใจแขกผู้มาใหม่สักนิด แขกมาใหม่นั้นยีนมองร่างเล็กถูกพ่อกับพี่ตัวเองรุมกินโต๊ะ ไม่รู้สึกตัวสักนิด 

แววตากระหาย ดิบเถื่อนวาดผ่านแขกผู้มาใหม่อย่างรวดเร็ว หลังจากยืนมองร่างอันแสนเย้ายวนนั้นได้ไม่นาน เส้นความอดทนขาดพึ่ง พุ่งกระโจนเข้าไปร่วมวงด้วยอีกคน 

ชงซ่านเพียงเหลือบมองแขกไม่ได้รับเชิญ ที่กำลังเลียขาด้านในที่ใกล้กับส่วนลับอย่างหวาดเสียว แล้วไม่ได้สนใจอะไรอีก  

จิ๋นหลี่หาได้สนใจรอบข้าง เพราะกำลังมัวเมากับซอกขาหอมกรุ่นอยู่ จิ๋นหลี่จับขาของร่างเล็กแยกออกจากกัน แทรกตัวเข้าไปตรงกลาง ก้มไล้สันจมูกตามขาเรียวสวยจนถึงโคนต้นขาด้านใน ขบเม้มอย่างกระหาย 

 

ชื่อซิ่น เยี่ยนเถิง ชงอวี้ ที่เดิมมาพร้อมกันอย่างสื่อความหมาย แน่สิถ้าโดนจับได้จะได้มีเพื่อน แต่เมื่อเปิดกระโจมเข้าไปกับต้องคิ้วกระตุก เพราะไม่ได้มีแค่พวกเขาเท่านั้นที่จะทำ ทั้งสามจึงไม่รอช้ารีบจับจองที่ของตัวเองทันที 

หลี่เ่ย่วกับถงหมินที่ได้ยินเสียงแปลกๆที่กระโจมซิ่นเฟย จึงเข้ามาดูเผื่อมีเหตุอะไร เมื่อเปิดกระโจมเข้าไป เป็นต้องตกตะลึง อ้าปากค้าง ภาพที่เห็นตรงหน้าคือชายฉกรรจ์หกคนกำลังรุมกินโต๊ะ คนงามที่ตัวเองเคยชิมมาแล้วว่ามันหวานล้ำแค่ไหน 

บังมิดจนมองแทบไม่เห็น ตะลึงได้ไม่นาน เหมือนโดนสะกดจิตเข้าไปร่วมวงซะงั้น แทนที่จะห้าม ตอนนี้ทุกส่วนของร่างกายซิ่นเฟยต่างถูกจับจอง แทบไม่เหลือที่ว่าง 

แต่มันยังไม่จบหรอก หึหึ  

เค่อหมิงกับจื่อไห่เมื่เห็นว่าองค์ชายทั้งสองไปนานแล้วยังไม่กลับมา รู้สึกไม่ดี จึงตามไปดู 

เมื่อเปิดกระโจมเข้าไปเหมือนเดจาวู ปฎิกริยาแบบเดียวกันเป๊ะ แน่สิร่างกายตรงหน้าเย้ายวนขนาดนี้ ไม่รู้สึกอะไรคงตายด้านแล้วล่ะ 

นี้จึงเป็นศึกขนาดย่อม เมื่ออาหารอันแสนหวานล้ำชิ้นเล็กเกินไปไม่พอให้ชายฉกรรจ์นับสิบกินได้ จึงต้องแย่งกัน 

องครักษ์คนสนิททั้งสี่รู้สึกแปลกใจ ที่นายเหนือหัวเข้าไปในกระโจมองค์ชายสิบสองนานเกินไปจึงเข้าดู เมื่อเปิดเข้าไปจึงได้รู้ 

จื่อซื่อเมื่อรู้ว่าเป็นอะไร ไม่ต้องคิดให้ยุ่งยากเดินเข้าไปร่วมวงทันที 

จิ้นเห่อ(องครักษ์ฮุ่นโม๋)เมื่อเห็นจื่อซื่อเดินเข้าไป ลังเลเพียงครู่เดียว ก็เดินเข้าไปร่วมวงด้วย ถ้าโดนจับอาจถึงโดนสั่งตัดหัว แต่ถ้าจะให้ปล่อยร่างหอมกรุ่นที่ตนเคยสัมผัสว่ามันนุ่มนิ่มแค่ไหน ได้ชิมร่างขาวนั้นหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ถึงจะเสี่ยงแต่ก็คุ้ม 

เหลือเพียงสององครักษ์คนสนิทของฮ่องเต้แคว้นหนิงเท่านั้นที่ยืนนิ่ง ไม่แสดงอาการหรือขยับตัวอะไรทั้งสิ้น 

จนหนึ่งในสองเอ่ยขึ้นว่า 

"ถ้าโดนจับได้ " 

เพียงแค่คำสั้นๆแต่กับทำให้สัตว์ร้ายที่กำลังหลงมัวเมาในร่างคนงามถึงกับชะงัก 

เหมือนใจตรงกัน เหล่าผู้มีส่วนร่วมสมรู้ร่วมคิดจึงหลีกทางออกพร้อมกัน เมื่อไม่มีสิ่งบดบัง ร่างขาวเนียน เย้ายวน ยิ่งมีรอยตีตรายิ่งเย้ายวน เหมือนร่างกายโดนร่างตรงหน้าแผดเผา  

ชงซ่านเมื่อเห็นสององครักษ์คนสนิทที่เป็นเหมือนพี่น้อง เพื่อน ของตัวเองเริ่มเอนเอียงแล้ว จึงกระตุ้นให้ทันใจตัวเองด้วยการ จับขาร่างขาวนวลตรงหน้าแยกออกจากกันจนเป็นเส้นตรง 

สององค์รักษ์ที่เก็บสัญชาตญาณของตัวเองไว้ในส่วนลึกที่สุด กับตื่นขึ้นอย่างดายเมื่อได้เห็น ต้นขาน่ากัด ส่วนนั้นเล็กน่ารัก และช่องสีสวยน่าลิมลอง 

ทำให้แม้แต่องครักษ์ที่เก็บความรู้สึกได้ดียังพ่ายแพ้ให้กับคนงามอย่างราบคาบ 

ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าซิ่นเฟยโดนรุมทึ้งจากชายฉกรรจ์นับสิบ โดยที่ไม่รู้สึกตัวสักนิด อ่า นอนเหมือนซ้อมตายขนาดนี้ไม่รับรู้อะไรเลย 

แต่ก็ถือว่าดีเหมือนกัน ถ้าได้มาเห็นภาพตัวเองตอนนี้คงอาละวาดแน่ 

 

 

 

 

 

รู้สึกตอนนี้จะเฉื่อยมาก และทารุณซิ่นเฟยมาก ฮ่าฮ่าฮ่า 

อย่าด่าน้องวอดก้านะ พอดีน้องเขาอ่อยเยอะไปหน่อย โอกาสโดนกินพร้อมกันแบบนี้เลยเยอะน่ะ หุหุ 

#ไม่ได้มั่วแค่ทั่วถึง วอดก้าไม่ได้กล่าวไว้ 

 

 

หลิว จิ๋นหลี่  

ฮ่องเต้แคว้นหลิว 

 

 

ติ๋ง ชงอวี้  

อัครมหาเสนาบดีแคว้นเยว่ 

 

เลี่ยง เยี่ยนเถิง 

ฮ่องเต้แคว้นเลี่ยง 

 

เจี่ยง ชื่อซิ่น 

แม่ทัพทิศทักษิน 

(ราชครูสอนดาบซิ่นเฟย) 

 

จิว เค่อหมิง 

องค์รัชทายาทแคว้นจิว 

 

จิ้น หลี่เตี่ยน 

องค์ชายหกแคว้นจิ้น 

 

หลิ่ง ถงหมิน 

องค์ชายแปดแคว้นหลิ่ง 

 

ลู่ จื่อไห่ 

อ๋องแคว้นลู่ เจ้าเมืองถิง 

 

จื่อซื่อ 

องครักษ์ฮ่องเต้เยี่ยนเถิง 

 

จิ้นเห่อ 

องครักษ์องค์ชายสี่ หยาง ฮุ่ยโม๋ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น