Lumnumizz

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 20

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2562 23:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

บทนำ

“ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานเปิดตัวแบรนด์ใหม่ของเราในวันนี้นะครับ!!! Cheerrr!!!!!” สิ้นเสียงชายวัยกลางคนและบรรดาแขกที่มาร่วมงานต่างยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่ม เพื่อเป็นการฉลองร่วมกัน ในงานเปิดตัวแบรนด์น้ำหอมรายใหญ่อันดับต้นๆ ของเอเชียที่จัดขึ้นกลางเรือสำราญขนาดมหึมาใจกลางทะเลอ่าวไทย ในเมืองท่องเที่ยว ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตา หลากหลายเชื้อชาติ เดินกันขวักไขว่ เต็มโซนจักเลี้ยงใต้ท้องเรือสำราญ

“พวกแกดูแลท่านนะ เดี๋ยวฉันกับสองคนนี้จะไปเดินดูรอบๆสักหน่อย” เสียงทุ้มจากชายร่างสูงในชุดสูทสีดำตัดกับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เพิ่มความสุขุมให้กับผู้สวมใส่ “แกกล้าดียังไงถึงได้มาสั่งลูกน้องฉัน ห๊ะ!! ไอ้ อคิณ!!” ชายหนุ่มอีกคนค้านขึ้น เมื่อเจ้าของชื่ออคิณแสดงความเป็นลูกพี่ข้ามหน้าข้ามตาตน “ฉันก็แค่....อยากให้แกอยู่ในสายตาของท่าน...ของแกบ้าง..ไม่ดีหรอวะ!!!”อคิณกล่าวต่อปากต่อคำอย่างใจเย็น พลางเดินไปตบบ่าของชายดังกล่าวก่อนจะเดินออกไปอย่างไม่ได้สนใจเสียงตะโกนด่าที่ตามมา “ลูกพี่ มันว่าลูกพี่เลียขาทะ...โอ้ยยยย!!!” “กูรู้แล้ว!!!! แกไม่ได้ตายดีแน่!!! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!!...” มือหนาที่ใช่ตบลูกน้องเพื่อเป็นการระบายเมื่อครู่กำแน่นฟันขบกันเพื่อพยายามระงับโทสะที่เกิดจากชายหนุ่มที่เพิ่งมาร่วมลงทุน และเหมือนจะขึ้นแท่นเป็นลูกรักแทนลูกน้องอย่างตนเอง

‘อคิณ’ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ธุระกิจก่อตัวอย่างก้าวกระโดดจนเป็นที่หน้าจับตามองจากบุคคลในวงการเดียวกัน ซึ่งเมื่อ 3 ปีที่ผ่าน แบรนด์น้ำหอมของเขาได้รับความนิยม จนทำให้มียอดขายแซงหลายๆแบรนด์ที่เคยเป็นอันดับต้นๆ ยิ่งอยู่สูง ยิ่งโดนจับตามอง ยิ่งมีผลกำไรมากเท่าไหร่ ยิ่งถูกอิจฉามากเท่านั้น นั้นคือสิ่งที่อคิณระวังตัวมาตลอด เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีคนมาของซื้อหุ้นบริษัทของเขามากหน้าหลายตา ชายหนุ่มจึงยิ่งต้องระวังตัวเองเป็นพิเศษ “พวกแกไปพักเถอะ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงค่อยกลับเข้าไป ให้คนอื่นแยกย้ายกลับห้องก่อน” ร่างสูงหันไปสั่งลูกน้องคนสนิท ก่อนจะเดินตามแนวกั้นขอบเรือที่ถูกประดับประดาด้วยไฟแสงวอร์มไลท์กลมๆทั้งน้อยใหญ่ ที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายให้ใจที่เหน็ดเหนื่อยของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก...

“เตรียมตัวให้พร้อม!!! วันนี้!!! ทุกอย่างต้องเรียบร้อยภายใน 2ชม.!! ระวังตัวเองด้วย!!!” “รับทราบ!!!” สิ้นเสียงผู้บัญขาการ เหล่าผู้ที่รับมอบหมายต่างพากันหยิบสัมภาระและอาวุธขึ้นเช็ค ก่อนจะทยอยทิ้งตัวลงน่านน้ำที่เรือพวกเขากำลังลอยอยู่ “จ่า! ผมฝากด้วยนะ” “ครับผู้กอง!!” ชายหนุ่มคนสุดท้ายหันไปสั่งผู้บังคับเรือ ก่อนจะทิ้งตัวตามลูกน้องของตนไป และมุ่งไปหน้าไปยังเรือสำราญที่มีเป้าหมายของพวกเขาอยู่

เหล่ามนุษย์กบทะยอยขึ้นเรือลำใหญ่อย่างชำนาญศึก ก่อนจะแยกย้ายตามคำบัญชาการของหัวหน้า และทำตามแผนที่วางกันไว้ “รวี...รวี... เปลี่ยน!!” “ครับผู้การ!” ชายเจ้าของชื่อขานรับพลางส่งสัญญาณมือบอกทุกคนให้หยุดการเคลื่อนไหวเพื่อรอคำสั่งเมื่อมีเสียงผ่านหูฟังที่ตนใส่อยู่ “ระวังให้ดี งานนี้มีแขกมาก ใช้แผน 2” “รับทราบครับ!!” ชายหนุ่มส่งสัญญาณมือกระจายกำลังทันทีที่ได้รับคำสั่งการ กระเป๋าสัมภาระ ถูกวางอย่างพร้อมเพียงเมื่อมีคำสั่งให้เปลี่ยนแผน คือแฝงตัวเข้าไปแทนการจู่โจม เนื่องจากอาจทำให้เกิดอันตรายกับผู้บริสุทธิ์ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด...

‘รวี’ นายตำรวจสากลซึ่งเป็นหัวหน้าในการปฏิบัติการภารกิจในครั้งนี้ การจับกุมพ่อค้ายาเสพติดซึ่งถือว่าเป็นเคสทั่วไปที่เหล่าตำรวจได้รับมอบหมาย แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เมื่อผู้ร้ายเป็นชาวต่างชาติที่ยากต่อการจับกุมของตำรวจในพื้นที่ จึงได้เป็นหน้าที่ของตำรวจสากลสนธิกำลังกับทหารและตำรวจในพื้นที่แทน ที่มีสโลแกนที่ว่า ‘เงียบ เฉียบ ไว ’ ฝีเท้าที่เงียบยากต่อการรับรู้ ความเฉียบขาดเด็ดเดี่ยวต่อสถานการณ์คับขัน ความว่องไวที่เกินกว่าจะตามทัน เพราะสิ่งนี้ที่รวีมีทำให้ชายหนุ่มได้ขึ้นเป็นหัวหน้าตั้งแต่อายุยังน้อยเมื่อเทียบกับหัวหน้าคนอื่นๆ...

“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ?” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นชายหนุ่มยืนหลับตาพริ้มให้ลมปะทะใบหน้า ดวงตาคมค่อยๆลืมขึ้น ก่อนจะส่งยิ้มไปให้เจ้าของเสียงหวานที่กำลังยืนยิ้มให้ตนเช่นกัน “ตอนแรก...พี่ว่าจะลงไปอยู่ในนู้น แต่ไม่เอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน” “พี่คิณ!!! โตแล้วนะ ยังพูดเล่นเป็นเด็กๆไปได้ น้องไม่คุยด้วยแล้ว...”ความซุกซนถูกส่งผ่านทางแววตาไปยังคนตรงหน้าจนหญิงสาวอดที่จะดุไม่ได้ “ฮ่าๆๆๆๆ แล้วทำไม?? หัวยุ่งมาแบบนี้หล่ะ??” คนพี่ว่าพลางใช้ฝ่ายมือยีหัวคนที่หัวยุ่งจนเกินกว่าจะถูกลมพัด “ไม่เล่าค่ะ!!! อาย!!! หึยย!!!” หญิงสาวยืนกอดอกพิงขอบเรือหน้ามุ่ย เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิด “นี่!! ยังมีใครที่กล้าทำให้คุณวีนัสอายอีกหรอกเนี้ยย ฮ่าๆๆๆๆ” “น้องไม่คุยด้วยแล้ว!! ฝากไว้ก่อนเถอะ!! ชิ!!” หญิงสาวชี้หน้าพี่ชายก่อนจะสาวเท้าเข้าไปในเรือดังเดิม ท่าทางแสนงอนที่ไม่ได้จริงจังมากนัก ทำให้ชายหนุ่มได้แต่หัวเราะตามหลัง ก่อนจะหันมองไปยังตึกอาคารริมชายฝั่งตรงหน้าที่ตอนนี้มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กว่าที่มองก่อนหน้านี้อีกครั้งนึงรอยยิ้มจางๆแต่ปนเศร้าได้ปรากฏบนใบหน้าคมอีกครั้งยังคงมีเรื่องราวมากมาย ที่แม้แต่คนรวยมหาศาลอย่างตัวเขาเองยังต้องรอให้เวลาเป็นตัดสิน

ชายหนุ่มละสายตาจากวิวตรงหน้าเมื่อรู้สึกจวนจะใกล้ถึงฝั่งเต็มที “ไม่เจอกันนานเลยนะอคิณ..” สองเท้าชะงักเมื่อได้ยินเสียงทุ้ม ความตกใจปรากฏบนใบหน้าคม ร่างสูงหันไปยังเสียงต้นทาง “พี่ระ...” ปัง!!! ปัง!!! ตุ้ม!!!! ร่างสูงร่วงตกจากแนวกั้นเรือด้วยแรงกระแทกของกระสุนทั้งที่ยังไม่ทันที่จะได้กล่าวทักทายกับบุคคลตรงหน้า “อคิณณ!!!!” ตำรวจหนุ่มตะโกนเรียกด้วยความตกใจ ก่อนที่จะรีบหันไปทางที่คิดว่าเป็นวิถีกระสุน ทันทีที่มองขึ้นไปยังเสาเรือ เงาดำของชายฉกรรจ์ มือปืนต้องสงสัยก็รีบวิ่งหายไปโดยไม่ทันสังเกตุเห็นตัวเขาเอง สองเท้ายาวรีบสาวตามไปในทันที “ผู้การครับ!!! มีแขกถูกยิง ผมกำลังตามคนร้ายอยู่!!!”

.

.

“ไอ้เซียน!!! ไปทางไหนต่ออ่ะ ซ้ายหรือขวา?!?!” “ขวาๆๆจีพีเอสบอกขวา” มือบางกำพวงมาลัยรถแน่น เพราะตอนนี้เส้นทางที่ตนและคนที่นั่งข้างๆกำลังผจญอยู่ ไม่อาจเดาได้ว่าเป็นถนนที่ใว้ให้รถวิ่ง หรือไว้ให้เกวียนวิ่งกันแน่ “จีพีเอสแกเชื่อได้จริงๆใช่ไหมเซียน ฉันเริ่มกลัวแล้วนะเว้ย!!!” เสียงหวานของคนขับรถมีอาการวิตก เพราะตลอดทาง มีเพียงป่ายางพาราเต็มสองข้างที่กำลังเล่นน้ำฝน โดยปราศจากไฟไหล่ทางแม้แต่หลอดเดียว“เออเนี้ยยย!!...เขาบอกอีกนิดจะถึงทะเลแล้ว” ฝ่ายผู้โดยสารยังยืนยันคำเดิม แม้ตอนนี้ตนเองก็เริ่มไม่มั่นใจในตัวแอพพิเคชั่นนั้นแล้ว “ไอ้ฝนๆๆๆ นั่นไงทะเล เห็นไหมๆๆๆ ฉันบอกแล้ว” ชายร่างเล็กดีในออกนอกหน้าเมื่อพบว่าตนไม่ได้บอกเส้นทางผิด “จริงด้วยย!!!” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหวานเจ้าของมือที่จับพวงมาลัยแน่น ราวกับพบแสงสว่างปลายอุโมงค์ ก่อนจะรีบบึ่งรถไปยังโลกใหม่ตรงหน้าทันที

“คราวหน้าฉันจะไม่เชื่อทางลัดบ้าบอของแกอีกแล้ว” หญิงสาวหันค้อนใส่ผู้โดยสาร พลางขับรถบนถนนที่เลี่ยบชายฝั่งทะเล “แบร่ๆๆๆๆ” นอกจากจะไม่รู้สึกผิดแล้วคนด้านข้างยังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พลขับอย่างหน้าหมั่นไส้ “ถ้าไม่ติดว่ามือกำพวงมาลัยรถนะ แม่จะจับหัวโขกให้ฟันร่วงเลย ช่วยดูทาง!!” หญิงสาวหันไปดุเพื่อนข้างกาย เพราะตอนนี้เส้นทางข้างหน้าเริ่มไร้ไฟอีกแล้ว “ทำไม!! แกกลัวหมาตัดหน้าระ...” เอี๊ยกกกกกกกกก!!! “เฮ้ยยยยยย!!!!!!!!!” เสียงหวานอุทานขึ้นทั้งยังไม่ทันจบประโยคเพื่อนเจ้ากรรม พลขับก็เบรครถกะทันหันราวกำลังกำลังหลบอะไรบางอย่าง “อะไรไอ้ฝน!!!หมาหรอ!!!”ชายหนุ่มยกมือตีปากตัวเองรัวๆ โทษฐานปากพาซวย

“ไม่ใช่หมา!..คน!!!!” ใบหน้าสีซีดเผือกของคนขับบอกให้รู้ว่านี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มือบางรีบปลดล็อคเข็ดขับนิรภัย ก่อนจะสาวเท้าลงไปดูคนต้นเหตุ ฝ่ายผู้โดยสารรีบก้าวตามลงไปสมทบทันที “ซวยแล้วววว” สองหนุ่มสาวยืนมองร่างสูงที่ตอนนี้นอนจมกองเลือดกลางสายฝนอย่างทำอะไรไม่ถูก “ไอ้เซียน!! ไอ้เซียน!!! โทรเรียกกู้ภัย!! ”คนที่ได้สติก่อนบอกคนที่ยืนช็อคตรงหน้า ก่อนจะก้มมองคนเจ็บ “น้าเขาตายหรอวะ!!! ถึงต้องเรียกกู้ภัย ม่ายยยยยย!!!! ข้ากลัววว!!!!” เพื่อนตัวเล็กยังคงโวยวายแต่ก็ทำตามที่เพื่อนสาวบอก มือสั่นเทากดโทรไปยังเบอร์ฉุกเฉินก่อนจะรีบกลับมาดูสองคนที่เหลือ “ลุงๆ ลุงคะ.... ยังไม่ตายๆ” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหนุ่มสาวทั้งสองคน เมื่อพบว่าชายตรงหน้ายังปรือตาตอบโต้ได้อยู่ รอเพียงไม่นานผู้บาดเจ็บก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล “ป่ะ!!” “ไปไหน?!?!” ชายหนุ่มมองตามเพื่อนตัวเองที่ตอนนี้ไปประจำที่นั่งคนขับเป็นที่เรียบร้อย

.

.

“ไปโรงบาลกัน...”

------------------------------------------------------

เจ็บกว่าแผล ก็น่าจะตรงที่โดนเรียกว่าลุงนี่แหละ55555+ วงวานพระเอก ฝากเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะจึฟฟหหห

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น