Mr.B
facebook-icon Line-icon

อย่าลืมอ่านบทนำ ขอบคุณที่มาอ่าน และอย่าลืมให้เหรียญหรือดาวด้วยนะครับ

ชื่อตอน : ไม้ตาย

คำค้น : ไม้ตาย

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 31

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2562 13:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม้ตาย
แบบอักษร

ตอนที่4 ไม้ตาย 

เมืองทางตะวันตกใกล้ชายแดนโปแลนด์เยอรมัน 16:45PM. 

“ไปล่ะนะ!!” 

‘คลืนนนนนนนนน!’ 

เสียงเครื่องยนต์กังวาน โลหะจากตีนตะขาบกำลังบดดินและหินบนพื้นที่มันเหยียบลงไป รถเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็วท่ามกลางความกดดันมหาศาล ตรงหน้าของรถเราคือศัตรูที่กำลังเร่งเครื่องตรงเข้ามาเช่นกัน 

“ยิงด้วยทุกอย่างที่มี ทำลายมันให้ได้นะการ์รีนา!” 

“ย๊ากกกกกกก!!” 

‘ตูม!!...เคร็ง...!!!’ 

การยิงเกิดขึ้นอีกครั้ง เสียงที่ดังจากการจุดชนวนดินปืน และเสียงการคัดปลอกกระสุนออกเพื่อโหลดใหม่ดังประสานกันราวกับการขับขานดนตรี แรงปะทะและความร้อนจากการยิงแผกระจายไปทั่วทั้งตัวรถจนรู้สึกได้ถึงตำแหน่งพลขับ ลูกกระสุนที่ถูกยิงพุ่งทะยานออกไปหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว แต่ศัตรูที่คันเล็กจึงยากต่อการเล็งยิงระยะประชิด การยิงครั้งนี้จึงไร้ผลใดๆ ทว่าฉันที่เห็นการเคลื่อนไหวของมัน จึงหักเลี้ยวอย่างรวดเร็วจนเกิดแรงเหวี่ยงที่รุนแรง เพื่อให้ด้านข้างตัวรถเรากระแทกเกราะหน้าของมันในจังหวะที่มันลั่นไกพอดี ทำให้ปากกระบอกปืนศัตรูโยกขึ้นแล้วส่งกระสุนที่มันยิงพุ่งขึ้นฟ้าอย่างงดงาม 

“การ์รีนา ปัดปากกระบอกปืนมันอย่าให้เล็งมาโดนเราได้!!” 

“ค่ะคอมแมน...!” 

‘เป๊ง...กึกๆๆ...!!’ 

“ระบบหมุนไฟฟ้าอาจใช้ได้ไม่นาน...จะทำอะไรช่วยเร็วด้วยค่ะ...!” 

แรงกระแทกหยุดลง ปากกระบอกปืนของศัตรูก็เริ่มหันเข้าหารถของเรา การ์รีนาจึงต้องหนุนป้อมให้ปากกระบอกปืน76ของเราเข้าปัดป้องเอาไว้จนเกิดเสียงโลหะกระแทกและเสียดสีกันราวกับการดวนดาบของนักรบโบราณไม่มีผิด แต่เพราะระบบหมุนป้อมปืนด้วยไฟฟ้าที่เสียหายในช่วงเช้าที่เข้าโจมตีฐานทำให้การจะดันปืนศัตรูอาจทำได้ไม่นานนัก เพราะหากมันดันพังพอดี ป้อนปืนจะถูกแรงดันของปากกระบอกศัตรูดันออกแล้วหันมายิงเราได้ในระยะเผาขนทันที เท่ากับว่าตอนนี้ต้องทำอะไรซักอย่างก่อนที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้น 

“ฉันจะถอยรถออกแล้วหมุนให้เกราะข้างทำมุมเอียงกันการถูกยิง โหลดกระสุน APCR ให้พร้อม ได้จังหวะแล้วยิงเลย!” 

“ค่ะ...!” 

‘คลืดดดดดดดด’ 

เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกยิงเข้ามาจนเกิดความเสียหายจากการถูกยิง แม้กระสุนของศัตรูจะเล็กเพียง 50mm. แต่หากโชคไม่ดีโดนกระสุนเจาะเกราะในระยะจ่อยิงเข้าไป เราก็ถูกยิงเจาะเป็นรูทะลุได้ราวกับใช้เข็มทิ่มกระดาษ เพราะงั้นฉันจึงเข้าเกียร์ถอยหลังแล้วหมุนรถให้เกราะข้างทำมุมเอียงเล็กน้อยเป็นการสร้างมุมแฉลบให้กับเกราะเพื่อให้กระสุนที่ยิงมาแฉลบออกไปโดยไม่ทะลุเข้ามา ในขณะเดียวกัน การ์รีนาก็หมุนป้อมลงมาให้อยู่ในตำแหน่งยิงพอดี เมื่อรถหยุดเคลื่อนที่ก็จะสามารถลั่นไกได้ทันทีเช่นกัน 

‘ตูมม...เก๊งงง!!’ 

“กะแล้วถ้าเราปล่อยมันต้องยิง แต่เสียใจด้วย ฉันอ่านเกมออกย่ะ!” 

“APCR ยิงแล้วค่ะ!” 

‘ตูมม...!!’ 

“พ...พลาดค่ะ...คอมแมน!” 

“ชิ...แย่เลยนะ แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อมันก็อ่านเกมเราออก งั้นก็เตรียมรับมือไฟแห่งโลกันตร์ได้เลย!!” 

ดูเหมือนศัตรูเองก็รู้ว่าถ้าเราตั้งตัวได้จะยิงใส่ มันจึงเร่งเครื่องแล้วพุ่งชนเราทันทีที่เรายิง ทำให้ปากกระบอกปืนที่สูงกว่ารถของศัตรูไม่สามารถก้มลงยิงได้ กระสุนนัดนั้นจึงพลาดไปโดนบ้านหลังหนึ่งจนถล่มลงมาและเกิดฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ 

ด้วยจังหวะที่ฝุ่นฟุ้งนั้นเอง ฉันจึงหมุนรถให้ตรงกับถนนแล้วถอยหลังออกเล็กน้อยเป็นการตั้งหลักใหม่ และรอให้มันเริ่มโจมตีอีกครั้งเพื่อชิงเวลาการโหลดกระสุนใหม่ที่มันจะยิงอีกไม่ได้ เป็นการเข้าประชิดอีกครั้ง 

“โหลดกระสุน Shell ให้พร้อม!” 

ถ้าในเมื่อยิงไม่โดนนัก ก็ต้องใช้ไฟและแรงระเบิดจากกระสุน Shell ช่วยสร้างความเสียหายกับศัตรู เพราะหากเอาแต่ยิงแบบนี้รับรองกระสุนหมดก่อนเข้ายึดสะพานแน่ๆ ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าจะรอดไปถึงการยึดสะพานมั้ย แต่ไม่ว่ายังไงฉันและทุกคนก็ต้องรอด 

“แต่ว่า...Shell เจาะเกราะรถถังเบาไม่น่าจะเข้านะคะ...” 

“โหลด Shell เดี๋ยวนี้-” 

‘ตูมม เก๊งงง!!!’ 

“ก...กรี๊ดดดดด!!” 

ขณะที่เราเถียงกันเรื่องกระสุนที่จะใช้ อยู่ดีๆศัตรูก็สามารถยิงกระสุนเจาะเกราะชนิด APCR เข้ามาโดนตำแหน่งด้านหน้าซ้ายของป้อมปืนเต็มๆ แต่โชคดีที่อำนาจการเจาะต่ำ ทำให้กระสุนนั้นทะลุเข้ามาเพียงส่วนหนึ่งและโผล่ให้เห็นเพียงหัวกระสุนที่แหลมคมเข้ามาตรงหน้าการ์รีนาจนเธอกรีดร้องด้วยความตกใจแทบเสียสติ ถึงกระสุนนั้นจะไม่โดนเธอ แม้เฉียดหัวเธอเพียง4-5เซนติเมตร แต่หากมันสามารถทะลุเข้ามาได้เธอคงหัวขาดไปแล้ว เพราะงั้นเจอแบบนี้เป็นใครไม่ร้องโวยวายก็คงไม่ใช่คนแล้วล่ะ 

“ใจเย็นๆการณ์รีนา! เธอยังไม่ตายนะ อยู่กับฉันก่อนสิ!!” 

“อ๊ากกกกก ม...ไม่...ไม่นะ...!!” 

“อ...เอ่อ...เอ๋!! นี่มันอะไรกันเนี่ยอาจารย์!” 

ท่ามกลางความวุ่นวาย รีนูส เจ ก็ตื่นจากนิทรา อาจเพราะเสียงกรีดร้องของการ์รีนาไม่ก็เสียงการยิงของเราทำให้เธอได้สติขึ้นมา ซึ่งเมื่อเธอลืมตาขึ้น เธอก็โวยวายด้วยความสับสน ยิ่งทำให้ตอนนี้ในรถของเราวุ่นวายหนักกว่าเดิม เอาไงดีล่ะทีนี้ ก็ดีใจนะที่พลขับของเราตื่นแล้ว แต่ความวุ่นวายที่ตามมานี่ควรจัดการยังไงดี 

“นี่ทุกคน! ตั้งสติกันหน่อยสิ จะตายกันอยู่แล้วยังไม่เข้าใจอีกเหรอ” 

“ต...ต...แต่นั่นมันหัวกระสุน APCR ของแท้ๆเลยนะคะ มันมาฝังอยู่ในป้อมที่สวยงามของเราได้ไงกันคะเนี่ย!” 

“ต...ต...ตายแน่...ชั้น...ชั้นไม่ไหวแล้ว...” 

‘เป๊งงง!!’ 

“บ้าเอ๊ย! ยิงมาอยู่ได้ คนกำลังคุยกันอยู่นะเฟ้ย!!” 

ให้ตาย...คนกำลังควบคุมสถานการณ์อยู่ดันมายิงใส่ซะได้ ทำยังไงดีนะ ถึงจะช่วยให้ริรินได้สติกลับมาแล้วพร้อมยิงอีกครั้ง ตราบใดที่เรายังช่วยเธอไม่ได้ ปืนก็ยังยิงไม่ได้เช่นกัน ถ้าให้หนูเจยิงก็คงไม่ไหว เธอเพิ่งเรียนหลักสูตรพลขับจบแล้วยังไม่ได้เรียนพลปืนมาก่อน คิดสิ โรซ่า ฉันต้องทำได้สิ 

“รีนูส สลับตำแหน่งกันเร็ว” 

“ค...ค่ะ!” 

“ฉันจะโหลดแล้วยิงกระสุนควันลงพื้น ถ้าควันลอยแล้วขับถอยหลังไปเรื่อยๆ ซอยนี้ยาวพอให้หลบเพื่อตั้งหลักได้” 

เพราะตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออกเลยว่าจะถอยไปตั้งหลักก่อน แม้ฉันจะพอยิงได้แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจในฝีมือนัก ยิ่งนี่คือศึกระยะประชิด ฉันยิ่งไม่มีความมั่นใจเข้าไปใหญ่ 

ฉันโหลดกระสุนควันและยิงลงพื้นทันทีที่ประจำตำแหน่ง ไม่นานเกินรอ ควันสีขาวก็ปกคลุมทั้งบริเวณ ศัตรูที่เห็นว่ามีควันบังเราไว้จึงเริ่มยิงกระสุนส่องวิธีเพื่อหาเราจากการสุ่มยิงเข้ามา รีนูสที่เห็นว่าถูกค้นหาจึงรีบขับถอยหลังกลับไปแล้วหลบเข้าซอยอย่างรวดเร็วตามคำสั่ง 

เมื่อเราถอยรถออกมาได้ซักพักจนคิดว่าพ้นศัตรู รีนูสก็ขับต่อไปยังซอยอื่นๆเพื่อหาที่พักรถที่โดนโจมตีอย่างหนักจนเครื่องเริ่มสะดุด ฉันที่นั่งอยู่ข้างการ์รีนาคอยปลอบใจให้แก่เธอหลังจากที่เสียขวัญไป 

“ริริน นี่ริริน ใจเย็นๆก่อน ได้ยินมั้ย ตั้งสติก่อนสิ” 

“.............................................” 

ฉันลองสะกิดแก้มของเธอเบาๆเพื่อเรียกสติคล้ายการปลุกคนที่กำลังหลับ แต่วิธีนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เธอยังคงเงียบเกร็งและไร้สติอย่างเห็นได้ชัดแม้เธอจะอยู่ในอ้อมแขนของฉันแล้ว บางที่ฉันน่าจะลองใช้วิธีแบบที่เรียกกันเล่นๆว่าวิธีของผู้ใหญ่ดู 

มันก็ไม่มีอะไรมาก เริ่มแรก แค่ลูบผมนุ่นๆของเธอช้าๆ พูกกระซิบเบาๆอย่างอ่อนโยน  

“นี่ การ์รีนา ไม่ต้องกลัวนะ เธอยังอยู่ ยังมีชีวิตอยู่ เธออยู่กับฉันแล้วนะคนดี” 

“ช...ชั้น...ชั้นขอโทษ...ค่ะ” 

ต่อมาก็หว่านล้อมด้วยคำพูดแล้วโอบกอดเธอไว้ที่หน้าอก ให้เด็กสาวที่กำลังร้องไห้ได้พักพิงและปาดน้ำตา 

“โอ๋ๆนะ ไม่เป็นไรๆ ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่มั้ย พระเจ้าคุ้มครองเธออยู่นะ ดูสิ มือของเธอ ร่างกายของเธอ ยังอยู่ครบนะ เพราะงั้นเรามาช่วยกันผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน นะ” 

“ค...ค...คุณคอมแมน” 

เมื่อเด็กสาวผู้อ่อนแอเริ่มเปิดใจและหันหน้าเข้าหาเพื่อสบตาเรา ก็เริ่มลูบแก้มและเชยคางของเธอให้ตรงตำแหน่ง และ โอบร่างกายที่บอบบางของเธอให้ดี 

“ชู่ว์~~ เรียนฉันว่าโรซ่านะ” 

และปิดท้ายอย่างงดงามด้วยบรรจงจุมพิตลงไปที่ริมฝีกปากของเธออย่างเบาบาง 

“อ...อ...อื้มมม!!” 

“เอ๋! ทำไมจูบแรกนั่นถึงเป็นของการ์รีนาล่ะคะ อาจารย์โรซ่า!!!” 

‘คลี๊กกกกกกกกกก...’ 

จนได้...แค่ว่าจะช่วยให้การ์รีนาได้สติเงียบๆด้วยวิธีแบบผู้ใหญ่ แต่หนูเจดันหันมาดูตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ซะอย่างงั้น ซึ่งนั่นดูเหมือนจะทำให้เธอไม่พอใจอย่างแรงจนเธอเผลอปล่อยเกียร์แล้วเครื่องก็ดับไปอย่างกะทันหัน ตีนตะขาบที่กำลังหมุนอยู่ก็หยุดค้างอย่างฉับพลัน ทำให้เกิดการเสียดสีของตีนตะขาบกับพื้นคอนกรีตจนเกิดเสียงดังและแรงสั่นสะเทือนไปทั้งตัวรถ ดีนะที่กอดการ์รีนาไว้...ไม่สิ ต้องบอกว่าการ์รีนาเป็นฝ่ายกอดฉันไว้แน่นพร้อมอาการเขินอายอย่างเห็นได้ชัดมากกว่า ไม่งั้นเธอคงจากเก้าอี้ไปแล้ว 

“ค...ค...ค...คุณ...คุณโรซ่า...คะ” 

“แหม่ๆดูเธอสิ หน้าแดงใหญ่แล้วนะการ์รีนา” 

เพราะการ์รีนามีผิวที่ขาวซีดเนื่องจากทำงานในโรงพยาบาลมานาน ทำให้เวลาที่เธอหน้าแดงนั้นสามารถสังเกตได้อย่างง่ายดาย เธอเองก็ดูน่ารักเวลาที่เขินอายไม่เบาเลยนะ ขนาดฉันที่เป็นผู้หญิงด้วยกันยังตกหลุมรักใบหน้าของเธอในตอนนี้เลย 

“นี่ทั้งสองคน ไม่ฟังกันเลยเหรอคะ! แบบนี้มันน่าหงุดหงิดที่สุดเลยยย!!” 

“ฮ่ะๆๆๆ โทษทีนะหนูเจ คงทำให้ผิดหวังไปซะแล้วสินะ” 

“ไม่ยอมๆๆๆๆๆ จูบนั้นต้องเป็นของหนูเท่านั้นค่า!” 

ท่าทางจะทำให้หนูเจงอแงซะแล้ว ทำไมเธอถึงจริงจังกับเรื่องนี้นักนะ ยังเด็กอยู่แท้ๆแต่กลับจริงจังในเรื่องผู้ใหญ่ซะนี่ แก่แดดไม่เบาเลยนะเธอ แต่เอาเถอะ อย่างน้อยมันก็ช่วยให้บรรยากาศในรถนี้ดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ฉันเองที่เครียดกับการปะทะเมื่อกี้ พอได้จูบและได้ยินเสียงหัวเราะของริรินแล้วก็หายเครียดเป็นปลิดทิ้ง จนแทบจะลืมไปแล้วว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในสงครามกัน 

“เอาล่ะ รีนูส เธอช่วยซ่อมข้อหมุนไฟฟ้าอีกรอบได้มั้ย ซ่อมให้มันพอใช้ได้อีกซักพักก็พอ เรามีเวลาไม่มาก” 

“ชิ...เพราะเป็นความเคารพต่อครูเท่านั้นนะคะ” 

ท่าทางเธอจะเริ่มงอนแทนซะแล้ว ก็ไม่แปลกนักหรอกที่จะโดนงอนน่ะ อารมณ์มันเหมือนคนที่เราแอบชอบดันมีคู่ต่อห้าต่อตานั่นแหละ ก็อย่างที่บอก ใจเธอนี่มันแกแดดจริงๆนั่นแหละนะ 

ว่าแล้วหนูเจก็ลุกขึ้นมาแล้วขึ้นมาซ่อมข้อหมุนไฟฟ้าอย่างคล่องแคล่ว ทว่าท่าทางของเธอในการซ่อมนั้นก็ยังบ่งบอกถึงความงอนเช่นเดิม ดูไปก็น่ารักดีนะ เด็กวัยรุ่นไฟแรงน่ะ 

“ไว้มีเวลาค่อยมาต่อนะ การ์รีนา” 

“ย...หยุดเลยค่ะคุณโรซา...” 

“นี่อยู่ต่อหน้าหนูแท้ๆนะคะอาจารย์!!” 

จริงๆก็แค่แกล้งทั้งคู่นั่นแหละ แต่ลึกๆแล้วใจก็อยากจะต่ออยู่หรอกนะ เมื่อกี้เกือบจะได้สัมผัสและลิ้มรสลิ้นแสนหวานของการ์รีนาแล้วแท้ๆ ถ้าไม่ติดว่ารีนูสหันมาดูแล้วหยุดรถกะทันหันแบบนั้น 

เมื่อทุกอย่างสงบลง ทุกคนสามารถกลับมาทำหน้าที่ของตนได้ตามปกติ รีนูสเองก็ซ่อมระบบข้อหมุนไฟฟ้าเสร็จแล้ว ฉันจึงให้เธอกลับประจำตำแหน่งพลขับ จากนั้นการ์รีนาก็เข้าประจำที่พลปืนและโหลดกระสุนใหม่เป็น Shell ตามแผนที่วางไว้ก่อนถอยกลับมาสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าทำไมฉันไม่ใช้กระสุนปกติยิงมัน จะมาเสียเวลาใช้ Shell เผามันทำไม 

แต่พอคิดดีๆแล้ว กระสุนเราเหลือน้อยเกินไปที่จะนำไปใช้ยึดสะพานต่อ ถ้าใช้ยิงไปครั้งนี้แล้วพลาดขึ้นมา ก็จะยิ่งเปลืองเข้าไปใหญ่ ใช้กระสุน Shell ที่ไม่ค่อยได้ใช้ไปก่อน จนกว่าจะจำเป็นจริงๆ 

 “นักบิน ขอทราบตำแหน่งศัตรูล่าสุด จากตำแหน่งของฉันด้วยค่ะ” 

‘ซักครู่นะครับท่าน..........ดูเหมือนจะมีรถคันหนึ่งกำลังวิ่งวนไปอยู่ที่ถนนห่างจากคุณประมาณ3ซอย เหมือนมันกำลังหาอะไรอยู่ ส่วนกำลังรบของพวกคุณกำลังปะทะกับทหารและรถถังศัตรูอยู่ที่โซนบนของเมือง ห่างไกลจากพวกคุณพอสมควรครับ’ 

“เข้าใจล่ะ ขอบคุณมากค่ะนักบิน” 

‘จากนี้ไปเราต้องกลับฐานแล้ว จนกว่าจะถึงพรุ่งนี้ ขอให้ดูแลตัวเองด้วยครับ’ 

จนตอนนี้ก็ดูเหมือนมันจะยังหาเราไม่เจอ ขนาดจอดกลางถนนขนาดนี้ยังหาไม่เจอจริงๆเหรอ พวกมันนี่ตาถั่วกันซะจริงนะ 

“หนูเจ เดินหน้าเข้าปะทะ ด้วยความเร็วสูงสุด” 

“รับทราบ เดินหน้า ความเร็วสูงสุดค่ะ!” 

“ริริน ฉันโหลดกระสุน Shell ไว้แล้ว รอคำสั่งยิงอย่างเดียว อย่าเผลอลั่นไกเด็ดขาด” 

“ทราบค่ะ...” 

จากการเคลื่อนไหวล่าสุด มันกำลังวนรถเพื่อหาจากซอยนอกสุดเข้ามาข้างในทีละซอย เท่ากับว่ามันไม่รู้จักแผนผังเมืองนี้เลย มันจึงต้องหาทุกซอยโดยไม่ใช้ทางลักระหว่างซอย เพราะงั้นเราจะใช้ข้อได้เปรียบทางกลยุทธ์ดักซุ่มโจมตีด้วยการชนให้มันเสียหลัก จากนั้นก็ยิง Shell ให้มันถูกเผาไป แต่จะทำยังไงให้เผามันได้คงต้องรอดูก่อนว่าจะทำได้จริงมั้ย แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องจัดการมันให้ได้ 

 

เมืองทางตะวันตกใกล้ชายแดนโปแลนด์เยอรมัน 17:00PM. 

ผ่านไปไม่นานนัก ฉันสั่งให้รีนูสขับทะลุซอยเข้ามาในซอยสุดท้ายของ เราอยู่ในช่องทางที่มีกำแพงบ้านกั้นไว้เป็นที่ซ่อนตัว แผนก็คือเราจะรอให้มันผ่านเราไป ชนให้เสียหลัก จากนั้นค่อยเผามันด้วย Shell ตามแผนที่วางไว้ 

‘กึกๆๆๆๆๆๆๆ’ 

“มันกำลังมา...ได้ยินมันมั้ย” 

“ค่ะ ชัดเจน เสียงเครื่องห่วยแตกสุดๆเลย” 

อีกไม่นานมันก็จะผ่านเราไป ขาฉันเองก็ชักจะเริ่มสั่นอีกแล้วสิ ไม่ใช่ว่าตื่นเต้น แต่เพราะเตรียมที่จะสั่งการณ์ต่อไป ครั้งนี้ฉันไม่ได้เป็นคนควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง จึงต้องมีสติมากกว่าครั้งแรกที่ปะทะมาก 

“ศัตรูวิ่งมาตรงหน้าแล้ว...” 

“รีนูส! เอาเลย!!” 

“ไปแล้วค่า!” 

‘ตึงง โครมมม...!’ 

เมื่อได้จังหวะ รถของเราก็ออกตัวอย่างรวดเร็ว จนรถทะลุกกำแพงออกไปและชนเข้ากับด้านข้างของมันจังๆจนเกิดเสียงดังและการกระแทกที่รุนแรง 

เป็นไปตามที่คิดไว้ รถของมันที่กำลังวิ่งมาเมื่อถูกชนจากด้านข้างจึงเสียหลักและตะแคงขึ้นตามแรงกระแทก ดีล่ะ ทีนี้มันก็อยู่นิ่งๆให้ยิงแล้ว 

“ขับไปที่ด้านหน้าของมัน เล็งไปที่ข้อหมุนป้อม ยิงประชิดมันไปเลย!” 

“ค่ะ!!” 

ในเมื่อมันตะแคงและไม่สามารถขยับได้ ก็เป็นโอกาสของเราที่จะเลือกเป้าได้อย่างง่ายได้ จุดที่ยิงเข้าไปแล้วเผามันได้โดยตรงมีหลายช่องทาง แต่จุดที่แน่นอนเลยคือข้อหมุนป้อมปืนที่เป็นเฟือง ช่องว่างระหว่างฟันเฟืองนี่เองที่เป็นจุดเปราะบางจนสามารถถูกยิงเจาะได้ง่าย แต่หากจะยิงไกลจริงๆจะต้องแม่นมากๆ ไม่ก็พึ่งโชคเท่านั้น 

“รถอยู่ในตำแหน่งแล้ว!” 

“ปืนเล็ง...พร้อมยิงค่ะ!” 

“ยิงเลย!!” 

‘ตูมมม!!’ 

กระสุน Shell ที่ถูกยิง ฝังเข้าไปที่ข้อป้อม จากนั้นไฟมหาศาลก็แผ่กระจายเข้าไปภายในตัวรถทุกทิศทาง ไม่นานนักไฟที่มีแรงดันก็พุ่งออกมาจากฝาบนป้อมและไหลทะลุไปทุกช่องทางที่มีจนเกิดเสียงฟู่ดังขึ้น 

‘ฟู่ววววว!’ 

“สำเร็จ! รถถังศัตรูถูกทำลายแล้วค่ะ!” 

“ทำดีมากทุกคน ในที่สุดก็กำจัดมันได้ซักที” 

“ค...คอมแมน...มีคนหนีออกมาได้3คนค่ะ…” 

แย่เลยนะแบบนี้ คิดว่าจะกำจัดรถคอมแมนและคนในนั้นได้ แต่กลับมีคนหนีมาได้ทางช่องประตูใต้รถที่มีไว้หนีฉุกเฉินกรณีที่หนีออกทางด้านบนไม่ทัน ซึ่งตอนนี้พวกมันกำลังวิ่งหนีเข้าไปในอาคารที่ใกล้ที่สุด หึ อย่าหวังจะรอดเลย 

“อย่าคิดว่าจะรอดเลยเจ้าพวกชั่ว!!” 

‘ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!’ 

“หว่าๆ อาจารย์โมโหใหญ่แล้วค่า!” 

“ว่าแต่...คุณโรซ่าแอบเอาปืน PPSH41 มาจากไหนกันนะ...” 

ฉันรีบหยิบปืนออกมาจากช่องเก็บของใต้ที่นั่ง จากนั้นเปิดฝาบนขึ้นแล้วกราดยิงใส่พวกมันทั้งสาม ทว่าปืน PPSH มีแม็กกาซีนที่เป็นแบบจุ35นัด ทำให้ยิงแป๊บเดียวก็หมด ประกอบกับปืนที่ออกแบบมาให้ยิงได้รวดเร็วและระยะหวังผลน้อย จึงทำให้ปืนนั้นดีดอย่างมากจนยิงโดนเพียงคนเดียว ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็ยิงสวนกลับมาจนฉันต้องหลบกลับไปในรถถังอีกครั้ง ฝากไว้ก่อนละกันเจ้า PCT ไม่รู้ว่าทำไม แต่เหมือนพวกเราจะได้เจอมันอีกแน่ๆ 

“เป็นไงบ้าง สำเร็จมั้ยคะอาจารย์” 

“ไม่ล่ะ มันหนีไปได้ แต่อย่างน้อยก็กำจัดรถคอมแมนไปได้ พวกที่เหลือจะได้ถอนกำลังกลับไป มั้งนะ” 

“ชั้นก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นค่ะ...แล้วก็ปืนนั่นถ้าให้ดีก็ควรมีติดรถไว้ให้พอกับจำนวนคนบนรถด้วยค่ะ...” 

“เรื่องนั้นฉันเตรียมไว้แล้ว ถ้าได้พักหลังจบเรื่องในเมืองนี้แล้วนะแจกให้นะ” 

ดูเหมือนว่าจะลืมเรื่องอาวุธประจำกายของบุคคลไปซะสนิท ที่จริงทุกคนนั้นจะมีปืนหรืออาวุธประจำกายเป็นของตัวเองตั้งแต่เริ่มออกทัพ เพียงแต่ถ้าเป็นภายในรถถังนั้นจะเป็นอีกกรณี เพราะในนี้สามารถเก็บอาวุธและกระสุนเพื่อการเคลื่อนย้ายได้ เพราะงั้นในรถแต่ละคันจึงมีอาวุธมากกว่าทหารราบทั่วไป อย่างเช่นในรถของคันนี้ ฉันได้เตรียมอาวุธและกระสุนสำหรับปืน PPSH41, Mosin nagant และ DP28 รวมไปถึงปืนกลที่ติดตั้งประจำรถถังที่ด้านหน้าและข้างปืนใหญ่76อีกอย่างละ1กระบอกที่สามารถถอดออกเพื่อใช้งานนอกตัวรถได้ เท่ากับว่าตอนนี้อาวุธเรามีเหลือเฟือ เพียงพอต่อทุกคนในนี้อย่างแน่นอน 

“แล้ว ทีนี้เราจะเอายังไงต่อดีคะอาจารย์” 

“เราจะเข้าไปรวมกลุ่มกับทุกคนอีกครั้ง และถ้าเป็นอย่างที่ฉันคิดไว้ล่ะก็ พวกมันจะต้องถอนกำลังกลับไปกันหมดเพราะขาดผู้นำแล้ว เพราะถ้าไม่อย่างนั้น เราก็จำเป็นจะต้องกำจัดพวกมันให้หมดอย่างเลี่ยงไม่ได้” 

“จะลองติดต่อทุกคนให้เองค่ะ...” 

“อืม รบกวนด้วยนะการ์รีนา” 

ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะกลับมาสงบอีกครั้ง ถึงแม้ว่าความสงบครั้งนี้อาจไม่ยาวนาน แต่ก็อาจมากพอให้ได้หายใจอย่างทั่วท้อง ระหว่างนั้นฉันว่าจะไปหาที่นั่งด้านนอกซักพักมันน่าจะพอช่วยให้สดชื่นขึ้นบ้างจากที่เหนื่อยมาทั้งวัน 

เมื่อเปิดฝาขึ้นมา ฉันมองไปรอบๆเพื่อสำรวจพื้นที่ในเบื้องต้น รอบๆนี้มีแต่เพียงซากของบ้านหรืออาคารน้อยใหญ่ที่มีแต่ร่องรอยการยิงและระเบิดมากมาย ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าฉันเป็นเพียงคนธรรมดาที่ต้องหนีตายจาก PCT ในเมืองนี้จะเป็นยังไง บางทีถ้าเป็นแบบนั้นฉันอาจตายไปแล้วก็ได้ 

เมื่อสำรวจและมองหาศัตรูว่าปลอดภัยหรือไม่ ฉันก็กระโดดลงจากรถพร้อมสะพายปืน PPSH คู่ใจลงมาด้วย จากนั้นจึงเดินเล่นอย่างช้าๆไปตามถนนที่ทอดยาวออกไปแต่ไม่ไกลจากรถมากนัก และจึงนั่งลงบนซากปูนของบ้านหลังหนึ่งอย่างผ่อนคลาย หายใจเข้าลึกๆ แล้วถอนหายใจออกมาช้าๆ ปล่อยใจว่างและไร้ความคิดใดๆ ถ้ามีบรรยากาศแบบนี้ที่ค่ายล่ะก็ ฉันคงเผลองีบหลับไปแล้วแน่ๆ…ไม่สิ พอรู้ตัวอีกที เหมือนว่าฉันจะเผลอหลับไปเสียแล้ว 

 

ซอยสุดท้ายใกล้ทางออกเมือง 18:50PM. 

‘…….....................................’ 

“คุณโรซ่า...คุณโรซ่าคะ......” 

“..........อ่ะ...?” 

“อากาศเริ่มหนาวแล้ว...ถ้าไม่รีบกลับไปจะป่วยเอานะคะ...” 

ท่ามกลางสายลมที่เงียบสงบ จนกระทั่งอากาศโดยรอบเริ่มหนาวเย็นลงทั้งที่ไม่มีหิมะ แต่เพราะเสียงใครบางคนกำลังเรียกชื่อกลางของฉันพร้อมเขย่าตัวเบาๆ นั่นทำให้ฉันต้องลืมตาขึ้นเพื่อมองหาต้นตอของเสียง ทว่าร่างกายของฉันหนักอึ้งไปหมดอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ฉันสะลึมสะลือและลืมตาแทบจะไม่ขึ้นเสียแล้ว 

“มีการติดต่อมากจากกำลังรบที่เหลือ...ขอให้ตื่นแล้วรีบไปรวมตัวตามนัดด้วยนะคะ...” 

“อ...เอ๋ เข้าใจล่ะ จะรีบไปทันที” 

ที่แท้ก็การ์รีนามาปลุกนั่นเอง จะว่าไปเมื่อกี้ฉันเผลอหลับไปจริงๆสินะ จากบรรยากาศรอบๆที่มืดและอากาศที่เย็นลงมากทำให้เห็นได้ชัดว่าฉันหลับไปนานพอตัว 

ฉันลุกขึ้นจากซากปูนช้าๆพร้อมบิดขี้เกียจ จากนั้นจึงลุกยืนแล้วเดินตามการ์รีนากลับไปยังรถของเราเพื่อขับไปรวมตัวกับกองกำลังของฉัน ถ้าสามารถเรียกรวมกันได้ แสดงว่าพวกมันทั้งหมดถอนกำลังกลับหมดอย่างที่คาดไว้จริงๆ ดีแล้วที่เป็นแบบนั้น เราจะได้มีเวลาพักผ่อนกันบ้าง พวกมันเองก็คงคิดแบบนั้นเช่นกัน 

“ไปแอบอู้นานเลยนะคะอาจารย์” 

“ใครแอบอู้ เดี๋ยวก็ตีซะเลยนี่ ฉันเหนื่อยมาทั้งวันเพราะต้องทำหน้าที่แทนคนที่หมดสติไปอย่างเธอนี่” 

“ก็ใครล่ะที่พาทุกคนไปเสียงแบบนั้นน่ะคะ...ทำอะไรช่วยคิดให้ดีๆทุกครั้งด้วยสิ...ไม่อย่างนั้นครั้งหน้าเราอาจไม่โชคดีแบบนี้แล้วนะคะ...” 

เป็นว่าฉันโดนดุจากลูกทีมซะได้ แม้แต่การ์รีนาเองก็ยังมองว่าฉันใจร้อนเกินไป มันก็เป็นความจริงทั้งสิ้นนั่นแหละ เพียงแต่ทำไมใจฉันถึงได้รู้สึกต่อต้านคำพูดเหล่านั้นกัน ที่จริงนี่มันควรจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของฉัน ไม่ใช่ว่าจะแย้งเพื่อตัวเอง เพราะงั้นในเมื่อผ่านมาได้ ก็คงไม่อาจออกความเห็นหรือว่าฉันได้หรอกนะ 

“เอาล่ะ ฉันเข้าใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันอาจเป็นความผิดของฉัน แต่ในเมื่อทุกคนอยู่ร่วมกัน เราก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ถ้าเราอยากรอดล่ะก็ต้องทำตามคำสั่งของฉันอย่างเคร่งครัด เข้าใจมั้ย” 

“คำสั่งบางอย่างมันก็พอรับได้ แต่ถ้าคำสั่งเสี่ยงตายล่ะก็ช่วยคิดให้มันดีๆก่อนสั่งบ้างนะคะ!” 

“นี่ทุกคน...อย่าเถียงกันสิ...เถียงไปเรามีแต่จะแตกคอกัน...รีนูส...ช่วยสงบสติอารมณ์ของตัวเองและระงับความโกรธด้วยค่ะ...ส่วนคุณอิเลเนีย...ช่วยคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนจะทำอะไร...เลิกใช้แต่อารมณ์เข้าตัดสินแล้วค่อยมาแก้ทีหลังได้แล้ว...ขอร้องค่ะ...” 

ไม่คิดเลยว่าเรื่องมันจะบานปลายมาถึงจุดนี้ ฉันที่มีประเด็นเก่ากับรีนูสอยู่แล้วกลับมีเรื่องมาสร้างความขัดแย้งมาให้เรามองหน้ากันไม่ติดอีกซะได้ เพราะอะไรล่ะ บางทีอาจเพราะฉันทั้งหมดที่ทำให้เราทะเลาะกัน ฉันควรจะเริ่มวางตัวใหม่ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่านี้ คงต้องทำเพื่อให้ทีมกลับมารักกันอีกครั้งแล้วล่ะนะ 

เมื่อการ์รีนามาระงับความวุ่นวายได้สำเร็จ ฉันและรีนูสจึงแยกกันเข้าประจำตำแหน่งเพื่อเคลื่อนย้ายรถกลับไปรวมตัวกับทีมอีกครั้ง ระหว่างนั้นฉันน่าจะลองชวนหนูเจคุยซักหน่อย เพื่อให้รู้ว่าฉันเองที่ทำผิด แต่ มันจะได้ผลมั้ยก็คงต้องลองดู 

“ไปกันเถอะ รีนูส” 

“ค่ะ...” 

ฉันลองออกคำสั่งแบบเรียบง่าย แต่ผลตอบรับกลับมาดันเป็นน้ำเสียงแห่งความเสียใจแทน นั่นอาจเพราะมันน้อยเกินไปกับสิ่งที่ฉันทำกับเธอ บางทีอาจต้องค่อยๆคุยไปเรื่อยๆดีกว่าไม่ทำอะไรเลย 

 

ที่พักชั่วคราวกองพันทหารม้าที่1 ในสวนกลางเมือง 19:00PM. 

เส้นทางที่ยาวไกลจากจุดที่เราปะทะกับรถคอมแมนศัตรูมาถึงจุดรวมพลนั้นถือว่าห่างเอาเรื่อง จริงๆฉันจะเคลื่อนที่แบบทะลุทำลายกำแพงบ้านหรืออาจพังสิ่งปลูกสร้างบางอย่างเพื่อลัดให้มาถึงได้ไวกว่านี้ แต่เพราะรีนูสที่เป็นพลขับกำลังมีอคติกับฉัน เพราะงั้นฉันจึงไม่สั่งอะไรที่ดูไร้ความรอบคอบแบบนั้น จึงจำเป็นต้องวิ่งไปตามถนนที่คดเคี้ยวจนมีหลงบ้าง แต่ก็ผ่านมาได้จนถึงที่พักของเรา 

“เฮ้ดูนั่น! รถของพันเอกอิเลเนียมาถึงแล้ววว!!” 

“เฮ้!!” 

เสียงเฮดังขึ้นเมื่อรถของเราเคลื่อนเข้าเขตค่ายชั่วคราวของเรา เสียงแห่งชัยชนะและความยินดีดังก้องไปทั้งเมืองที่เงียบสงบ ฉันที่ได้ยินดังนั้นจึงปรากฏตัวขึ้นที่ฝาบนป้อมปืน พร้อมทั้งโบกมือทักทายและโห่ร้องด้วยความยินดีไปพร้อมๆกับทุกคนที่วิ่งกรูกันเข้ามาจนล้อมรถของเราไว้เสียแล้ว 

“ท่าทาง...พวกเขาจะยินดีที่เรากลับมาได้นะคะ...” 

“แน่อยู่แล้ว ก็เป็นถึงคนที่ช่วยให้เรารอดมาได้ จน...ตอน...นี้ นี่คะ” 

“นี่...อย่าพูดน้ำเสียงแบบนั้นสิคะคุณรีนูส...” 

ด้วยความที่ฉันไม่ได้ปิดวิทยุสื่อสารภายในทำให้ฉันได้ยินทุกอย่าง ไม่คิดเลยว่ารีนูสจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนพูดขอไปทีแบบนั้น เท่ากับว่าจนตอนนี้รีนูสยังแสดงท่าทางต่อต้านฉัน ทั้งที่เธอนับถือฉันเป็นครูที่น่าเข้าถึงตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้เธอคงกำลังเสียใจมากอยู่แน่ๆ จะปล่อยไว้ให้นานจนข้ามคืนไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นความเชื่อมั่นในตัวเธอจะหายไปจนหมดแน่ๆ 

“เอาล่ะทุกคนฟังทางนี้! คืนนี้เราจะฉลองในชัยชนะครั้งนี้กัน ทำอะไรก็ได้เท่าที่อยากจะทำ เอาให้เสียงดังไปถึงสนามรบของวันพรุ่งนี้ไปเลย!!” 

“เฮ้!!!” 

“เอาจริงเหรอเนี่ย...ถ้าเมากันขึ้นมาแล้วจะออกรบกันไหวเหรอคะ...” 

“ไม่เป็นไรหรอก พวกเราน่ะเกิดมาพร้อมเหล้าขาวนะจะบอกให้!” 

เมื่อเสียงป่าวประกาศของฉันดังออกไป ทุกคนจึงพร้อมใจส่งเสียงเฮด้วยความยินดีอีกครั้งพร้อมแยกย้ายกันไปจัดเตรียมของสำหรับงานฉลองคืนนี้ เมื่อเห็นว่ารอบๆรถของฉันไม่มีผู้คนมากจึงกระโดดลงมาจากรถ และรอรับสมาชิกทีมของฉันให้ลงมาพร้อมๆกัน 

รอบๆสวนสาธารณะแห่งนี้ถูกจัดเตรียมไว้เป็นที่พักชั่วคราวของเรา จากที่เห็นเหมือนว่าทุกอย่างจะพร้อมก่อนเรามาถึง ตั้งแต่กองไฟขนาดใหญ่ เต็นท์พยาบาลและเต็นท์นอนแบบกันหนาวและหิมะ รวมถึงลานจอดยานพาหนะและจุดวางปืนใหญ่เองก็ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบและสวยงาม บรรยากาศตอนนี้มันช่างชวนให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจเสียจริงๆ แม้จะไม่ได้อยู่ในค่าย แต่มันรู้สึกดีกว่าในนั้นเยอะเลยล่ะ 

ฉันเดินไปรอบๆบริเวณแห่งนี้เพื่อทักทายสหายผู้กล้าของเราทุกคน บ้างก็ยังมีสุขดี บ้างก็บาดเจ็บหรือยังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย แต่ที่เหมือนกันคือทุกคนยังคงมีกำลังใจที่ดีแม้ผ่านสงครามอย่างหนังหน่วงมาตลอดทั้งวันก็ตาม ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เรายังคงเชื่อมั่นในตัวฉันและความหวังของชัยชนะ เว้นแต่ตอนนี้ทางรีนูสที่ยังคงไม่พูดคุยกับฉัน ทั้งที่ถ้าเป็นเวลาแบบนี้จะมีเพียงเธอเท่านั้นที่เกาะติดฉันไปทุกที่ตลอดเวลา 

“ท่านครับ อีกซักพักเราจะมีงานฉลองรอบกองไฟ ถ้าสะดวกล่ะก็ช่วยมาร่วมงานด้วยนะครับ” 

“แน่อยู่แล้ว แย่เลยนะถ้าจะพลาดงานแบบนั้นไปน่ะ” 

เพื่อเป็นการพักผ่อนหลังสิ้นสุดการบุกโจมตีในวันนี้ งานฉลองจะถูกจัดขึ้นรอบกองไฟกองใหญ่คล้ายงานชุมนุมรอบกองไฟ สิ่งที่ต่างออกไปคือคืนนี้จะมีการดื่นฉลองครั้งใหญ่จนอาจเมาหงายท้องกันไปข้าง ที่จริงฉันว่าจะไม่ดื่มเพราะต้องทำหน้าที่แล้ว แต่ไหนๆนี่ก็งานฉลอง ดื่มซักหน่อยก็คงไม่น่ามีปัญหา 

‘……♪♫♪♫♪♫’ 

“ดนตรีเริ่มแล้ว พวกเราไปเต้นรำกันเถอะ!” 

“โอ้!!” 

ดูเหมือนจะเริ่มกันแล้ว เสียงกีตาร์สไตล์อเมริกาและเครื่องกระทบที่ทำจากของใกล้ตัวเริ่มต้นบรรเลงเสียงเพลงที่สนุกสนาน รวมถึงบางคนที่มีเครื่องดนตรีของตนก็ต่างพากกันนำออกมาร้องเล่นไปพร้อมกัน ท่าทางจะน่าสนุกดีนะ แบบนี้คงต้องไปร่วมวงด้วยซะแล้ว 

“ฮึม...ฮึมฮึม...” 

“หืม? รีนูส เธอมาอยู่นี่เองเหรอ” 

“อ๊ะ! ค...คุณครูโรซ่า...!” 

ขณะที่ฉันจะลุกไปร่วมวง ฉันก็สังเกตเห็นรีนูสที่ยืนอยู่ห่างจากผู้คน เธอกำลังฮัมเพลงบางอย่างที่ตรงจังหวะกับดนตรีพร้อมโยกตัวตามจังหวะดนตรีอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งเธอเห็นว่าฉันเรียก สีหน้าและท่าทางของเธอก็ดูไม่ดีผิดจากที่กำลังสนุกไปเลย 

แต่ว่า ไหนๆตอนนี้ก็มีงานฉลองแล้ว บางทีงานนี้อาจพอช่วยเราให้กลับมาคุยกันได้อย่างปกติก็ได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันจึงเดินตรงเข้าไปหารีนูสโดยไม่ลังเล 

“เป็นไงบ้าน เธอดูสนุกกับงานนี้นะ” 

“ค...ค่ะ หนูสนุกกับดนตรีและความเฮฮาของทุกๆคน มันทำให้ชั้นมีความสุขไปด้วยค่ะ” 

“แต่เธอตอนนี้ดูไม่เหมือนที่พูดนะ เธอคงรู้สึกไม่ดีที่ฉันเข้ามาคุยใช่มั้ยล่ะ” 

“อ...ม...ไม่ใช่นะคะ! หนูน่ะ...แค่...” 

การสนทนาเริ่มขึ้น ดูเหมือนเธอกำลังสับสนที่ถูกมองออกว่าไม่มีความสุขเมื่อฉันมา ทว่าเธอยังคงปากไม่ตรงกับใจพูดอย่างใจอย่างเหมือนเดิม บางทีอาจเพราะเธอยังเป็นวัยรุ่น เลยควบคุมการแสดงออกไม่ค่อยได้ แย่เลยนะแบบนี้ สงสัยฉันต้องชวนเธอคุยอีกซะแล้ว 

“คือว่า...หนูน่ะ ขอโทษนะคะ” 

“หืม...? ขอโทษงั้นเหรอ เรื่องอะไรกันล่ะหนูเจ” 

“เรื่องที่หนูพูดไม่ดีกับอาจารย์น่ะค่ะ หนูแค่โมโหจนคุมปากตัวเองไม่ได้ หนู ขอโทษด้วยนะคะ!” 

“อ...เอ๋...เอ่อคือ...” 

เกมพลิกซะงั้น อยู่ดีๆรีนูสก็กลายเป็นฝ่ายรู้สึกผิดและขอโทษฉันเสียอย่างนั้น ทั้งที่เรื่องนี้ฉันน่าจะเป็นคนผิดและต้องเป็นฝ่ายเริ่มขอโทษก่อนแท้ๆ ทำเอาไปต่อไม่เป็นจนพูดได้แค่เอ่ออาอย่างเดียว เอาไงต่อดี มีอะไรจะช่วยกู้สถานการณ์ได้บ้างมั้ยนะ 

Rastsveta liiabloni I grushi, Poplyli tumany nad rekoj.~~’ 

“อ๊ะ! เพลงนั้นมัน...Katyusha(คัตยูช่า) นี่คะ” 

“อืม เหมือนจะใช่ ไม่ได้ยินเพลงนี้มานานแล้วล่ะ...จริงสิ เราไปเต้นกันนะรีนูส” 

“อ...เอ๋...เอ๋! อย่าดึงแรงนักสิคะอาจารย์!” 

ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างฉันแทนเสียแล้ว ดนตรีรอบกองไฟกำลังบรรเลงบทเพลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งจบลง และเริ่มต้นใหม่ด้วยเพลงคัตยูช่า เพลงที่เล่าเรื่องราวของเด็กสาวผู้รอคอยคนรักจากสงคราม แล้วคอยสวดภาวนา(Rosary) และขับร้องบทเพลงอันแผ่วเบาส่งไปยังทหารในสนามรบที่คอยปกป้องแผ่นดิน เพลงนี้ดูจะสนุกสนานขัดกับเนื้อหาที่เศร้านิดๆ แต่ก็เพราะแบบนั้นฉันถึงได้ชวนรีนูสให้มาออกลีลาเต้นไปพร้อมทุกคนได้ยังไงล่ะ 

“เฮ้ยๆดูนั่น ผู้พันอิเลเนียมาแล้ว!” 

“เอ้า มัวทำอะไรกันอยู่ ดื่มให้กับชัยชนะในวันนี้ แล้วมาเต้นกันให้สุดเหวี่ยงกันเถอะ!” 

ในเมื่อมาถึงขนาดนี้ก็คงหยุดไม่อยู่แล้ว นายทหารและสหายร่วมรบของฉันที่เห็นว่าฉันพาเด็กสาวทวินเทลแสนน่ารักเข้าวง ทุกคนก็พากันล้อมพวกเราคล้ายกับเป็นเวทีให้ได้แสดงลีลา แต่ก่อนหน้านั้นฉันได้ทำการยกดื่มวอดก้าไปพร้อมกับทุกคนเสียแล้ว บางทีนี่อาจช่วยให้ฉันมึนเพื่อสนุกมากขึ้น 

“เธอเองก็ดื่มด้วยกันสิ จะได้สนุกไปด้วยกันนะ” 

“ม...ไม่ดีกว่าค่ะ หนูยังไม่เคย เดี๋ยวจะเมาจนทำหน้าที่พรุ่งนี้ไม่ไหว-” 

“แย่เลยนะเธอนี่” 

“จ...จะทำอะไรคะ...อื้ออออ!!!!” 

ฉันที่เป็นฝ่ายได้เปรียบในทุกด้านจึงอยากให้เธอได้ดื่มซักนิดให้สนุกเป็นพิธี แต่ในเมื่อเธอดื้อกับฉันนัก เลยจัดป้อนเหล้าแบบผู้ใหญ่ให้1ที ด้วยวิธีที่เรียกว่า ปากต่อปากยังไงล่ะ 

“กลืนลงไปทีเดียวหมดแบบนั้นเดี๋ยวก็สำลักเอาหรอก” 

“อ...อ๊ก....แค๊กๆ...ครู....ทำอะไรคะเนี่ย!” 

“ก็ ถือว่าชดเชยที่จูบแรกของเธอ ที่เธอต้องการในรถไง” 

ท่าทางของเธอจากที่ไม่มีความสุขกลับกลายเป็นเขินอายและสับสนยิ่งกว่าตอนการ์รีนาโดนฉันจูบเสียอีก อะไรกันนะเด็กคนนี้ ทั้งที่ต้องการใจจะขาด แต่พอมาโดนจริงๆกลับทำอะไรไม่ถูกซะอย่างงั้นไป 

เมื่อฉันจูบและป้อนเหล้าให้เธอไป ผู้คนที่รายล้อมก็ส่งเสียเฮและหวีดปากกันไปราวกับคู่รักขอแต่งงานกันต่อหน้าสาธารณะชนไม่มีผิด ทว่าเหล้าที่ป้อนไปกลับสำลักออกมาซะส่วนใหญ่นี่มันหน้าตีจริงๆ ไม่รู้จักของดีของรัสเซียซะแล้วถึงทำแบบนั้นได้ เพราะงั้นฉันจึงจูบสั่งสอนเธอไปอีกครั้งรวมเป็นว่าวันนี้รีนูสได้แต้มจูบไปแล้วสองแต้ม ถือว่าชดเชยที่ไม่ได้จูบแรกของฉันก็แล้วกันนะ 

ดนตรียังคงบรรเลงต่อไป ผู้คนกำลังสนุกสนานไปพร้อมกันราวกับลืมเรื่องสนามรบในวันพรุ่งนี้ นั่นรวมถึงรีนูสที่เริ่มมีรอยยิ้มอย่างสนุกสนานและเต้นรำไปพร้อมกับฉันและทุกคนได้อย่างไม่สะดุด เสียงของเราที่ร่วมกันร้องเพลงดังก้องไปทั้งเมืองที่รกร้างแห่งนี้ จะว่าไปจนตอนนี้ฉันยังไม่เห็นการ์รีนาคนเก่งของเราเลย เธออาจไม่ชอบงานสังสรรค์ แต่การหายไปเงียบๆคนเดียวแบบนี้มันก็น่าเป็นห่วงเหมือนกัน เพราะถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะยึดเมืองนี้ได้ แต่ที่นี่ก็ยังคงเป็นเขตแดนศัตรูอยู่ จนกว่าจะจบสงครามครั้งนี้ เมืองแห่งนี้จะกลับมาเต็มไปด้วยผู้คนอีกครั้งอย่างแน่นอน 

 

ที่พักชั่วคราวกองพันทหารม้าที่1 ในสวนกลางเมือง 23:50PM. 

เวลาล่วงเลยผ่านไป วินาที นาที ชั่วโมง ทุกๆเวลาที่ผ่านไปได้ย้ำเตือนให้เรารู้ถึงความพอดีของทุกสิ่ง งานเลี้ยงย่อมมีเลิกรา คำพูดของผู้ใหญ่หลายๆคนที่เลี้ยงดูสั่งสอนฉันมา 

ดูเหมือนเวลานี้มันคงจะต้องเลิกฉลองแล้วกลับไปพักผ่อนให้พร้อมออกรบในวันพรุ่งนี้เสียแล้ว ผู้คนเริ่มทยอยเดินออกจากกองไฟ ท่ามกลางลมอ่อนๆที่หนาวเหน็บในช่วงเดือน11 ช่างทำให้ฉันหดหู่ถึงความโดดเดี่ยวท่ามกลางกองไฟที่กำลังจะมอดดับ ความมืดค่อยๆครอบงำพื้นที่แห่งนี้จนฉันเริ่มมองไม่เห็นทาง ฉันจำไม่ได้หรอกว่าฉันดื่มไปมากแค่ไหน แต่ตอนนี้เหมือนฉันกำลังเมาอย่างหนักเลยก็ว่าได้ 

‘คุณเนี่ย...ไม่เปลี่ยนเลยนะคะ...’ 

“อ่า ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้แหละ รบกวนหน่อยนะ เธอ...” 

‘ไม่เป็นไรค่ะ...ช่วยกันไปจนกว่าจะถึงวาระสุดท้าย...คำมั่นสัญญาของเราในวันนั้นค่ะ...’ 

ขณะที่ฉันกำลังเซ มือที่อบอุ่นและอ่อนนุ่มของใครบางคนก็เขาโอบและช่วยพยุงฉันให้เดินกลับไปที่เต็นท์กันหนาวได้ แต่เพราะฉันดันเมาหนักจนไม่เห็นหน้าเนี่ยสิเลยไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่เสียงที่คุ้นหูนั่นช่างหวานระรื่นเสียจริง ถ้าเป็นผู้ชายล่ะก็มีตกหลุมรักไปแล้วแน่ๆ 

‘พักผ่อนเถอะค่ะ...พรุ่งนี้วันสำคัญ...พยายามเข้านะคะ...’ 

“อ...อ่า...เธอก็ด้วยนะ” 

ฉันล้มลงนอนบนที่นอนฟูกที่แสนอบอุ่นทั้งชุดครึ่งท่อน ทว่าเธอที่มาส่งได้อวนพรก่อนจะลาไปจากเต็นท์ของฉันทั้งที่ฉันยังไม่ทันได้ถามชื่อเธอ แต่นั้นอาจไม่สำคัญ เพราะเมื่อตัวฉันนอนลง หนังตาของฉันก็หนักและปิดลง พร้อมกับหลับใหลไปเสียแล้ว 

 

เขตแดนใต้การปกครอง PCT วันที่ 12/11/1942 07:00AM. 

การเดินทางที่ยาวนานได้พาเรามาถึงจุดหมาย อีกไม่เกิน20กิโลเมตรเราก็จะเข้าปะทะกับ PCT อย่างเต็มรูปแบบ คราวนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน เพราะจุดที่จะปะทะตามแผนสามกำลังรบอยู่ในพื้นที่ที่อบอุ่นกว่าและไม่มีหิมะเหมือนวันแรกที่เราโจมตีเข้าเมืองโปแลนด์ ประกอบกับการจัดกำลังรบแบบตั้งรับเต็มอัตราศึก ถ้าการดึงความสนใจจากทีมที่1และ2ไม่ได้ผล เราก็จะถูกตีกลับไปจนต้องหนีตายเหมือนปี1939 และที่เลวร้ายสุดๆคือตายกันหมด ซึ่งฉันไม่มีวันให้เกิดเรื่องนั้นขึ้นอย่างแน่นอน 

“ท่าทางอาจารย์ดูเครียดๆนะคะ เป็นอะไรรึเปล่า” 

“จะไม่เครียดได้ไง...3วันก่อนคุณโรซ่ายังเมาค้างเพราะดื่มเหล้าไป2ลังครึ่งจนต้องเลื่อนการบุกโจมตีอยู่เลยนี่คะ...” 

“ก็ไม่คิดนี่ว่าดื่มไปแล้วจะหนักขนาดนั้นนี่นา นี่ก็โดนผบ.ด่าจนหูชามาทั้งวันทั้งคืนแล้ว อย่าบ่นให้ฉันอ่อนแรงไปกว่านี้อีกเลยนะ” 

อย่างที่ทั้งสองพูด เพราะคืนวันฉลองฉันเผลอตัวดื่มหนักเกินไป ก็เลยเมาค้างมา2วัน จนวันนี้ถึงสามารถเข้าประจำการได้ ดีนะที่สหายของเราทุกคนไม่ได้ว่าอะไรที่เราเข้าตีช้ากว่ากำหนด เพราะบางทีมันอาจเป็นวันพักผ่อนของทุกคน แต่ทางผู้บัญชาการนี่สิ เขาดูจะไม่พอใจอย่างยิ่งจนถึงขั้นมาหาถึงที่พร้อมด่าฉันเละไม่เป็นชิ้นดี ก็นะ บางทีเขาคงห่วงว่าศัตรูจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ก็เลยดุไม่ยอมหยุดแม้จะกลับไปแล้วก็ยังคอยวิทยุมาอย่างต่อเนื่องทุก4ชั่วโมงเลยล่ะ 

“เรียกรถทุกคัน นี่คือรถคอมแมนอิเลเนียกำลังพูด เข้าไปใกล้อีก5กิโลเมตรแล้วหยุดรถทุกคันด้วยค่ะ” 

‘ทราบครับ/ค่ะ!’ 

เพื่อไม่ให้ถูกโจมตีก่อนจะกระจายกำลังเสร็จ ฉันจึงต้องเผื่อระยะทางเอาไว้10กิโลเมตรเป็นอย่างน้อย ทีมที่3ที่จะเข้าบุกทำลายปืนใหญ่และกำลังรบแนวหลังของศัตรูต้องไปถึงก่อนเราประมาณ10นาที หรือก็คือเมื่อเราไปถึงจุดหยุดรถจุดแรก ต้องส่งกำลังหน่วยที่3ออกไปที่ขอบแนวรบโดยทันที ซึ่งระหว่างที่รอให้เราไปถึงตรงนั้น ฉันก็ใช้เวลาที่ว่างเขียนแผนการวางกำลังรบใหม่ที่ตำแหน่งวิทยุอย่างรวดเร็ว 

“อีก3นาทีจะถึงจุดหยุดรถค่ะ...” 

“ว้าว...นอกจากจะมองเห็นได้ไกลแล้ว ยังสามารถกะระยะทางเป็นเวลาได้ด้วยเหรอเนี่ย” 

“ค...แค่เดาน่ะค่ะ...ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ...” 

ดูเหมือนนี่อาจเป็นอีกหนึ่งความสามารถของการ์รีนาที่สามารถคำนวณระยะทางเป็นรูปแบบของเวลาที่จะถึงจุดหมายได้ มันก็คือหลักการคำนวณง่ายๆนั่นแหละ แต่การจะรู้ค่าของตัวแปลต่างๆนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างเช่นเรื่องของระยะทาง ถ้าไม่มีกล้องส่องทางไกลยังไงก็ไม่มีทางรู้ได้ แต่นี่เธอสามารถบอกทุกอย่างได้ด้วยตาเปล่าเลย ช่างน่าสนใจจริงๆนะเธอคนนี้  

“เอาล่ะ ทุกคนหยุดรถ” 

‘หยุดรถครับ/ค่ะ’ 

“จากตรงนี้ อีกประมาณ15กิโลเมตรจะถึงเขตเข้าปะทะ ตราบใดที่เรายังอยู่ตรงนี้เราก็จะโดนโจมตี เพราะงั้นถ้าได้รับคำสั่ง ให้โจมตีด้วยทุกอย่างที่มี กำลังสำรองที่เหลือรวมถึงปืนใหญ่ติดตั้งให้เสร็จภายใน20นาที ระหว่างนั้นทุกทีมจะค่อยๆเข้าใกล้แนวรบเพื่อดึงความสนใจ ทีมที่3 เมื่อถึงเวลาฉันจะออกคำสั่งต่อไป” 

จากการอ่านแผนที่และใช้สายตาดูรอบๆ พื้นที่ทั้งหมดค่อนข้างเป็นทางราบ มีดอกไม้สีแดงกระจัดกระจายเป็นหย่อมๆ มีแนวคันดินและป่าอยู่ทางเหนือ หรือ ทางขวาของเราเพราะกำลังหันหน้าไปทางตะวันตก ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นเราจะได้ใช้แนวป่าตรงนั้นในการถอนกำลังกลับเพื่อตั้งรับ พวกมันเป็นรถถังหนักที่คันใหญ่และช้า มันไม่กล้าเสี่ยงเอารถมาติดอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่แน่ๆ 

“ทีมที่3 เคลื่อนที่ไปทางใต้ อ้อมผ่านทุ่งดอกไม้ตรงนั้น พยายามเข้าไปให้ใกล้แนวปืนใหญ่ของศัตรูให้มากที่สุด และอย่าให้โดนจับได้เด็ดขาด ไปได้ค่ะ” 

‘ครับ/ค่ะ!’ 

เสร็จไปหนึ่งงาน ต่อไปก็แค่รอให้ปืนใหญ่ติดตั้งให้เรียบร้อย ระหว่างนี้ฉันได้จัดกำลังรบสำหรับทหารราบ เครื่องบินและรถถังไว้พร้อมแล้ว แม้บางกลุ่มจะออกลาดตระเวนอยู่ แต่ไม่ช้าก็กลับมาอยู่แล้ว ความปลอดภัยเมื่ออยู่ในที่มั่นนั้นสำคัญกว่าการบุกหรือตั้งรับ เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่เราจะอ่อนแอและไม่พร้อมที่สุด เพราะงั้นเราจะพลาดเหมือนวันแรกที่โดนเครื่องบินศัตรูบุกมาที่ฐานก่อนไม่ได้เด็ดขาด 

“ท่านครับ ติดตั้งปืนใหญ่พร้อมทำการโจมตีสนับสนุนให้ท่านแล้วครับ!” 

“ขอบใจทหาร...ทุกคนฟัง! เข้าประจำตำแหน่ง เดินหน้าโจมตี!!” 

“อูร่า!!!” 

เมื่อทุกอย่างพร้อม ฉันจึงไม่รอช้าที่จะสั่งบุกทันที และเมื่อสิ้นเสียงคำสั่ง สหายนักรบทุกคนของฉันก็พร้อมใจตะโกนอูร่าพร้อมกันอีกครั้ง เสียงนั่นเป็นเหมือนแตรศึกที่ดังกังวานไปให้ศัตรูได้รับรู้ถึงความพ่ายแพ้ที่จะไปถึงพวกมัน และไม่นานนัก ทุกๆคนก็เริ่มเคลื่อนที่ออกจากฐานยิงปืนใหญ่อย่างรวดเร็ว แม้จะห่างออกไปอีก15กิโลเมตร แต่ทุกคนต่างไม่หวั่นกลัวใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่ายังไง เราต้องชนะศึกครั้งนี้แล้วหยุดสงครามให้สำเร็จเท่านั้น 

 

เขตแดนใต้การปกครอง PCT, 7กิโลเมตรถึงสะพานเป้าหมาย 08:42AM. 

ผ่านไป1ชั่วโมงกับอีก42นาที พวกเราเคลื่อนทัพมาเร็วกว่าที่คาดไว้มาก แต่ในระยะที่ใกล้ขนาดนี้แล้วทำไมถึงไม่มีการโจมตีใดๆเกิดขึ้นเลย ทั้งปืนใหญ่ รถถัง เครื่องบิน ไม่มีอะไรอยู่รอบๆนี้เลยแม้แต่เสียงของนก 

“เอ๋ ทำไมมันเงียบจังเลยล่ะคะ” 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน การ์รีนา บนนั้นเป็นไงบ้าง เห็นอะไรผิดปกติบ้างมั้ย” 

“ไม่ค่ะ...ไม่มีอะไรในระยะ800เมตรเลยค่ะ...” 

แปลกจริงๆนั่นแหละ ขนาดการ์รีนาที่เห็นได้ไกลยังไม่เจออะไร อีกไม่กี่กิโลเมตรเราก็จะถึงสะพานอยู่แล้ว พวกมันหายไปไหนกัน ทั้งที่ตรงนี้ก็ไม่มีเมืองหรืออะไรให้ซุ่มโจมตี แต่ทำไมถึงไม่มีอะไรเลย ชักจะเริ่มเครียดขึ้นมาอีกซะแล้วสิ ปืนประจำกายในมือก็เริ่มสั่นซะแล้ว 

‘ฟุ๊บ...ฟุ๊บ...ฟุ๊บ...!’ 

“ส...เสียงอะไรน่ะ!” 

“ไม่เห็นต้นต่อของเสียงจากทิศที่เป็นต้นเสียงเลยค่ะ...” 

‘ฟิ้ววววววววววววว’ 

“ค...คอมแมนคะ...! จรวดต่อต้านรถถัง...ลอยปูพรมมาทางเราแล้วค่ะ!!!” 

แย่แล้วไง! เมื่อเราเข้าตำแหน่งที่5กิโลเมตรสุดท้าย ศัตรูก็ยิงจรวดต่อต้านรถถังขึ้นสู่ท้องฟ้า และแน่นอนว่ามันต้องตกลงมาที่พวกเราแน่ ยิ่งพวกมันยิงแบบปูพรมแบบนี้คงโดนยิงอย่างเลี่ยงไม่ได้แน่ๆ ต้องรีบสั่งให้ทุกคนถอยกลับไม่ก็บุกเข้าไปแบบเต็มอัตราซะแล้ว!! 

“ทีม1 เดินหน้าโจมตีเต็มอัตตรา ทีม2 แบ่งกำลังถอยกลับ อีกส่วนตามทีม1ไปเร็วเข้า!!” 

‘บึ้มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!’ 

ไม่ทันไร ลูกจรวดที่ยิงมาราวกับห่าฝนจากทางตะวันตกก็กระทบพื้นและเกิดการระเบิดจำนวนมากจนพื้นสั่นสะเทือนไปหมด รถถังและทหารผู้เคราะห์ร้ายโดยแรงระเบิดจากจรวดไปเป็นจำนวนมาก แม้แต่รถของเราเองก็โดนแรงระเบิดที่ตกลงมาเปิดผิวเกราะรถออกจนแทบไม่เหลือเกราะนอกแล้ว ต้องรีบบุกเข้าไปให้พ้นจากวิถีของจรวดให้เร็วกว่านี้อีก! 

“เร่งให้เร็วกว่านี้อีก ทุกคน!!” 

“เร็วสุดได้เท่านี้แล้วค่ะอาจารย์!” 

“แย่เลยนะแบบนี้...การ์รีนาเธอเห็นศัตรูบ้างมั้ย!!” 

“ค...ค่ะ!...มองเห็นศัตรูทาง2นาฬิกาของเรา...เป็นฐานยิงจรวดของศัตรูค่ะ!!” 

ดีล่ะ! ถ้าเราทำลายฐานยิงจรวดศัตรูได้ ก็หมดปัญหาเรื่องการโจมตีระยะไกลแล้ว แต่การจะเข้าใกล้นั้นเสี่ยงเกินไป ต้องยิงจากตรงนี้เท่านั้นถึงจะปลอดภัยต่อเราทุกคน และต้องทำเดี๋ยวนี้!! 

“ฉันเห็นคลังกระสุนด้านหลังของฐานยิง เธอยิงกระสุน APHEBC ใส่ตรงนั้นได้มั้ย!” 

“ค...ค่ะ...!!” 

ถ้าใช้กระสุนชนิด AP อย่างเดียวอาจทำให้จรวดไม่ระเบิด แต่ถ้าเป็น APHEBC ยังไงมันต้องระเบิดแน่นอน ด้วยอำนาจการเจาะเกราะและมีสะเก็ดเป็นเม็ดและไฟนั่นจะทำให้คลังจรวดระเบิดแบบลูกโซ่ออกมาถึงฐานยิง ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เราจะได้เห็นพลุไฟอย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดียว 

“ยิงแล้วค่ะ!!” 

‘ตูมม...เคร็ง!!’ 

เมื่อฉันโหลดกระสุน การ์รีนาก็ยิงออกไปด้วยความรวดเร็วราวกับไม่ได้เล็ง แบบนี้จะยิงโดนรึเปล่าก็ไม่รู้ อยู่ในตัวรถยิ่งมองผ่านช่องมองไม่ค่อยเห็นซะด้วยสิ 

“พ...พลาดค่ะคอมแมน” 

“อย่าใช้ความเคยชินในการยิงสิ! กระสุนแต่ละชนิดมีนำหนักและความเร็วในการเคลื่อนที่ไม่เท่ากันนะ การจะยิงต้องเล็งระยะที่กระสุนจะตกกระทบให้ดี ยิงอีกครั้ง!!” 

“ค...ค...ค่ะ!!!” 

กะแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ เธอชินกับการยิงกระสุนชนิด HE ที่มีน้ำหนักมากและเคลื่อนที่ช้า การยิงจึงต้องเงยปืนขึ้นเพื่อระยะยิงแบบวิถีโค้งคล้ายอาเทอรี กลับกันในการยิงกระสุนชนิด AP หรือแบบกระสุน APHE ที่กระสุนมีน้ำหนักเบาและเคลื่อนที่เร็ว จึงไม่จำเป็นต้องยิงแบบวิถีโค้ง แต่สามารถยิงเข้าสู่เป้าหมายได้โดยตรงหากระยะไม่เกิน100เมตร 

“ยิงแล้วค่ะ!” 

‘ตูมมม...เคร็ง!!’ 

‘บึ้มมม...บึ้มๆๆ!!!!’ 

“สำเร็จแล้วค่ะอาจารย์! ฐานยิงจรวดถูกกำจัดแล้วค่ะ!!” 

“ทำดีมาก ทุกคนบุก!!!” 

‘อูร่า!!!!’ 

ฐานยิงจรวดของศัตรูถูกทำลายลง จากที่ฟังเสียงเหมือนการระเบิดครั้งนี้จะยิ่งใหญ่เอาเรื่อง พวกที่อยู่รอบๆนั่นคงตายกันหมดแล้วแน่ๆ ทีนี่ก็ไม่มีฝนจรวดมารบกวนพวกเราอีก ฉันจึงสั่งบุกโดยเดินหน้าเต็มกำลังโดยไม่กลัวสิ่งใดอีก 

‘กองกำลังทหารราบบุกเข้าไปที่หลุมสนามเพลาะไม่ได้ ขอกำลังสนับสนุนทางอากาศและปืนใหญ่ด้วย!!’ 

“ทราบแล้ว เราจะยิงปืนใหญ่สนับสนุนเดี๋ยวนี้!” 

‘ฟิ้ววววว...บึ้มๆๆๆ!!’ 

ถัดออกไปด้านหลังฐานยิงจรวดมีสนามเพลาะอยู่ ศัตรูที่เห็นท่าไม่ดีจึงเริ่มเปิดฉากยิงปืนกลใส่ทำให้กำลังทหารราบที่ถูกส่งออกไปถูกพวกมันยิงจนไม่สามารถเคลื่อนที่เข้าโจมตีได้ เพราะงั้นฉันจึงให้รีนูสขับเข้าใกล้และยิงกระสุน Shell เข้าใส่ปืนกลและบังเกอร์ที่มีเพื่อลดจำนวนศัตรูให้กำลังทหารราบเข้ายึดพื้นที่สนามเพลาะแห่งนี้ได้ 

‘รายงานจากทัพอากาศ กำลังรถถังและทหารราบศัตรูเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว จะทำการสนับสนุนทางอากาศสู่ภาคพื้นทันที’ 

“ขอบคุณค่ะนักบิน...เอาล่ะรถทุกคันฟังให้ดี! กระจายกำลังเป็นกลุ่มให้พร้อม รถถังศัตรูมาแล้ว!!” 

ในที่สุดมันก็เริ่มส่งกำลังเสริมจากสะพานมาที่นี่ แม้ว่าตอนนี้จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่เราก็จะยังไม่ส่งกำลังหน่วยที่3เข้าโจมตีสะพาน เพราะกำลังที่มันส่งมาอาจยังไม่ใช่ทั้งหมด ต้องกำจัดศัตรูตรงนี้เพื่อให้มันส่งมาอีก เป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้น 

โดยครั้งนี้ฉันจะแบ่งกำลังย่อยให้เป็นทีมทั้งหมด 5 ทีม โดยแต่ละทีมจะประกอบด้วยรถถังกลาง3-4คัน รถถังหนัก2คัน และ รถถังเบา7-9คันคอยป้องกันให้กันและกัน เพื่อให้เป็นกำลังโจมตีที่แข็งแกร่งและการรวมกลุ่มย่อยแบบนี้จะเป็นเหมือนการข่มขวัญศัตรูให้คิดว่ามากันเยอะทั้งที่จริงแล้วเรามากันไม่มากนัก แต่สำหรับตอนนี้มันก็เยอะกว่าครั้งใดๆที่เคยจัดทีมเลยล่ะ 

“ทีมทั้งหมดพร้อมแล้วค่ะ...!” 

“รับทราบ รถทุกคัน เดินหน้าเต็มกำลัง!!!” 

‘ตูมมม ตูมๆๆ...ตูมมม!!!’ 

สิ้นคำสั่งเดินหน้า รถทุกคันที่จัดรูปแบบแล้วก็เปิดฉากกระหน่ำยิงใส่ศัตรูทุกคนที่ขวางหน้า เสียงปืนใหญ่จากหลายๆขนาดดังประสานกันเป็นบทเพลงที่ไพเราะจับใจที่ได้ฟังอีกกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ เมื่อเริ่มยิงได้ระยะหนึ่ง ศัตรูที่ประจำอยู่ในสนามเพลาะต่างวิ่งถอยกลับไป นั่นถือเป็นสัญญาณที่บอกว่ากำลังเสริมของมันมาถึงแล้ว รถถังของศัตรูจะปรากฏในไม่ช้านี้ 

‘จากแนวหน้า!! รถถังศัตรูกำลังมาแล้วครับ!!’ 

“ทราบแล้ว เรากำลังไป!” 

‘ฟิ้ววววว เก๊งงง!!’ 

“เราถูกยิงแล้วค่ะ!!” 

ไม่ทันไรเลยจริงๆ...จากรายงานของแนวหน้าว่ารถถังศัตรูกำลังมา ทันใดนั้นรถของเราก็ถูกกระสุนปริศนายิงเข้าใส่ตีนตะขาบของเราจนเกิดแรงสั่นสะเทือนและเสียงที่ดังสนั่น จากนั้นตีนตะขาบของเราก็ขาดออกจนรถไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้อีก เท่ากับว่าเรากำลังกลายเป็นเป้านิ่งไปเสียแล้ว 

“ข...ขยับไม่ได้เลยค่ะอาจารย์! ทำยังกันดี!!” 

“ศัตรูกำลังตรงมาทางเรา...ถ้าไม่รีบออกจากตรงนี้มีหวังตายกันหมดแน่ค่ะ...” 

“ใจเย็นก่อน ฉันจะให้รถถังหนักคอยคุ้มกันให้ อดทนหน่อยนะทุกคน!!” 

ทางเดียวที่จะออกจากที่นี่คือซ่อมตีนตะขาบให้ใช้ได้ แต่การจะทำแบบนั้นมันเสี่ยงเกินไป เพราะข้างนอกยังเต็มไปด้วยห่าฝนกระสุนที่ยิงมาอย่างไม่หยุดยั้ง คนที่จะออกไปซ่อมอาจถูกยิงได้ เราจึงต้องใช้รถถังหนักคอยคุ้มกันให้เรา ระหว่างนี้แค่เพียง50วินาทีก็พอ! 

‘เราบังกระสุนให้แล้ว เร่งมือเข้านะครับ!!’ 

“รับทราบ ออกไปซ่อมเดี๋ยวนี้ค่า!!” 

รถ KV85 เข้าบังกระสุนให้อย่างรวดเร็ว รีนูสเองก็รีบกระโดดออกจากที่นั่งและวิ่งลงไปเปลี่ยนข้อต่อตีนตะขาบที่ขาด ฉันและการ์รีนาที่ประจำตำแหน่งอยู่จึงต้องยิงตอบโต้ไม่ให้ศัตรูเข้าใกล้ได้ โดยฉันจะยิง DP28 ใส่กำลังศัตรูที่พยายามวิ่งเข้ามาพร้อมระเบิดต่อต้านรถถัง ส่วนการ์รีนาก็ยิงปืนใหญ่สกัดกั้นรถถังศัตรูไม่ให้ยิงใส่ KV85 ที่กำลังบังกระสุนให้เราเช่นกัน 

“ซ่อมเสร็จแล้ว กำลังกลับเข้าไปแล้วค่า!” 

“เร็วเข้า! รถ KV85 ต้านไว้ได้อีกไม่นานแล้ว-” 

‘บึ้ม!!’ 

“ม...ไม่นะ!!!” 

เสร็จกัน...! รถ KV85 ที่กำลังปกป้องเราถูกยิงจากปืนใหญ่ต่อต้านรถถังที่อยู่บนบังเกอร์จนเกิดระเบิดอย่างรุนแรง เท่ากับว่าเราเสียคนและรถถังไปอีก1คันเสียแล้ว... 

“การ์รีนา!! ฆ่ามันซะ!!!” 

“ค่ะ...!!” 

‘ตูมมม!’ 

“โหลดใหม่แล้ว ยิงเข้าไปอีก!!!” 

‘ตูมมม!!’ 

ด้วยความโกรธและเสียใจทำให้ฉันแทบคลั่ง ฉันสั่งให้การ์รีนายิงใส่บังเกอร์นั่นอย่างต่อเนื่องซึ่งฉันเองก็คอยโหลดกระสุนใหม่อย่างบ้าคลั่งเช่นกัน ฉันแทบไม่สนใจรอบข้างแล้วว่าจะเป็นอย่างไร ในหัวมีแต่จะแก้แค้นอย่างเดียวเท่านั้น!! 

‘เครื่องบินทิ้งระเบิดศัตร!!’ 

‘ฟิ้ววววววววววว...บึ้ม!!!’ 

“ค...คอมแนคะ!...เราต้องรีบไปจากที่นี่แล้วนะคะ...!” 

“ชิ...ก็ได้ พวกเราเดินหน้าต่อไป! ฆ่าพวกมันให้หมด!!” 

ขณะที่กำลังคลั่ง ระเบิดจากเครื่องบินก็ถูกทิ้งลงมาที่รถของเรา แต่พลาดเป้าโดยห่างออกไปอีกไม่ถึง100เมตร ทำให้รถของเราถูกแรงกระแทกและสะเก็ดระเบิดเล็กน้อยแต่ยังสามารถขับเคลื่อนต่อได้ เพราะแบบนั้นฉันจึงหยุดการโหลดกระสุนให้การ์รีนายิงย้ำใส่บังเกอร์ที่พังไปแล้ว จากนั้นจึงให้รีนูสเดินหน้าเพื่อบุกต่ออีกครั้ง 

“อีกไม่ถึง500เมตรก็จะเข้าเขตสนามเพลาะศัตรูได้แล้ว ทนหน่อยนะทุกคน” 

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ...” 

“เพื่อแผ่นดินแม่ หนูขอสู้ตายค่า!” 

ทุกคนยังดูมีกำลังใจดี แม้จะเพิ่งเห็นสหายร่วมรบตายต่อหน้าก็ตาม แต่นั่นก็ยังพอทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาเมื่อเห็นรอยยิ้มของรีนูสและความมุ่งมั่นที่ซ้อนอยู่ในตาของการ์รีนา 

ระหว่างที่เราเดินหน้า ทหารราบที่ตามมาทีหลังก็ใช้รถของเราเป็นที่กำบังในการบุกสู่สนามเพลาะ เครื่องบินของเราและศัตรูเริ่มบินเข้าปะทะกันกลายเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด ทางภาคพื้นที่เรากำลังอยู่เองก็ไม่น้อยหน้า ทั้งลูกปืนใหญ่จากศัตรูที่พยายามยิงสกัดรถถังของเรา รถถังหนักและรถถังกลางของศัตรูที่ตรงเข้ามายิงใส่เรา และลูกปืนทุกชนิดที่กำลังยิงถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดยั้งรถถังได้แม้แต่น้อย ทุกๆคนยังคงทำหน้าที่ของตนอย่างแข็งขันจนฉันนับไม่ทันแล้วว่าเรากำจัดรถศัตรูรวมถึงปืนใหญ่ไปมากแค่ไหน 

จนกระทั่ง เราเข้าไปถึงพื้นที่ของสนามเพลาะศัตรู และสามารถยึดครองได้สำเร็จ 

“ย...หยุดก่อน! อย่ายิงเรา เรายอมแพ้!!” 

“โอ้! ดูอะไรนี่สิ พวก PCT ผู้เลือดเย็น ฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กและผู้หญิง ขอยกธงขาวยอมแพ้อย่างงั้นเหรอ!!” 

“ได้โปรด เรา...เราแค่ทำตามคำสั่ง ขอร้องอย่ายิงเรา!” 

“พูดอังกฤษเก่งนี่ แกเป็นคนชาติไหนฉันไม่รู้หรอก แต่ต่อให้ร้องขอชีวิตยังไงฉันก็ไม่เห็นใจหรอกโว๊ย!!” 

ทันทีที่เราเข้าสนามเพลาะ ศัตรูทั้งหมดก็หยุดยิงปืนใหญ่ บางส่วนที่ถอนกำลังก็หนีหายไปที่ป่าซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่สะพานเชื่อมเยอรมันกับฝรั่งเศส อีกส่วนที่หนีไม่ทันก็หาผ้าสีขาวผูกกับไม้หรือวัสดุที่ยาวเช่นด้ามปืน หรือโบกผ้าสีขาวไปมาให้รู้ว่ายอมแพ้ แต่พอลงเอยแบบนี้มันกลับทำให้ฉันหงุดหงิดมาก พวกมันทำกับประเทศต่างๆอย่างไร้ความปราณี แม้ประเทศหรือกำลังรบจะยอมแพ้ แต่ก็ยังฆ่าทิ้งอย่างเลือดเย็น นั่นทำให้ฉันไม่พอใจที่จะจับพวกมันแบบเป็นๆเพื่อเป็นเชลยศึกของเรา ไม่ว่ายังไง เลือดก็ต้องล้างด้วยเลือดเท่านั้น 

“ฉันจะให้เวลาพวกแก 5วินาที วิ่งไป วิ่งให้สุดแรงของพวกแก ถ้าฉันนับหมดเมื่อไหร่แล้วยังอยู่ให้ฉันเห็นล่ะก็ ตาย!!” 

“5...4...3...” 

“ทุกคนเตรียมโมโลตอฟ!!” 

การนับถอยหลังเริ่มต้นขึ้น พวก PCT ที่กำลังสับสนเริ่มวิ่งหนีตายเข้าไปยังป่า แต่ทว่าความกลัวตายที่พลุ่งพล่านทำให้มันลนลานจนล้มกันไปทั่ว เอาแล้วไง ดูซิว่าจะรอดจากไฟของโมโลตอฟไปได้กี่คนกัน 

“2...1...” 

“โยน!!!” 

‘เพล๊ง!!’ 

‘อ...อ๊ากกกกกกก ช่วยด้วยยย!!!!’ 

เลขสิ้นสุดลงที่0 เราทุกคนที่ถือโมโลตอฟพร้อมจุดไฟในมือต่างโยนใส่พวกมันที่กำลังวิ่งหนีจนเกิดทะเลเพลิงขนาดใหญ่ขึ้นบนพื้นดิน พวกมันที่โดนไฟและน้ำมันของโมโลตอฟต่างร้องด้วยความร้อนและความเจ็บปวด เสียงร้องขอชีวิตและที่เป็นภาษาอังกฤษและภาษาที่ไม่รู้จักมากมายดังราวกับเสียงไก่ที่กำลังถูกเชือดไม่มีผิด ไม่นานนักหลังการดิ้นรนอย่างไร้ความหวังของพวกมันบนกองไฟแห่งความแค้นก็จบลง พวกมันนิ่งไปและเกิดควันและกลิ่นไหม้ลอยขึ้นมาเป็นจำนวนมาก นั่นทำให้เราแน่ใจว่ากำจัดพวกมันทั้งหมดแล้ว แม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของทั้งหมดก็ตาม 

“อูร่า…อูร่า...อูร่า!!!” 

“แบบนั้นแหละ ตะโกนออกไป!! ดังอีก!!! ให้มันได้รับรู้ถึงความสิ้นหวังและความเจ็บปวด เราจะบุกต่อไปยังสะพานนั่น เราจะช่วยเหลือสหายพันธมิตรของเราออกมา และหยุดสงครามครั้งนี้!!!” 

เมื่อทุกอย่างจบลง เราได้รับชัยชนะอีกครั้งที่สนามเพลาะแห่งนี้ เสียงแห่งชัยชนะดังขึ้นอีกครั้งราวกับงานฉลอง ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะยังไม่ชนะสงคราม แต่ทั่งหมดนี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเราแกร่งพอที่จะบุกโจมตีสะพานซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายได้ ทว่าการวางกำลังของมันนั้นต้องแน่นหนากว่านี้มาก เราอาจเสียคนอีกอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่นั่นก็คุ้มแล้วกับชัยชนะที่จะได้รับมา 

‘ตูม...ตูม...ตูม...’ 

แต่ว่า ชัยชนะครั้งนี้กลับฉลองได้เพียงน้อยนัก... 

“ส...เสียงระเบิด การ์รีนา! มีอะไรกำลังมา!!” 

ท่ามกลางเสียงอูร่าที่ดังสนั่น จู่ๆก็มีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นคล้ายระเบิดหรือการยิงอะไรซักอย่าง มันดังอย่างต่อเนื่องและเป็นจังหวะที่คงที่ ซึ่งตอนนี้มันทำให้พวกเราที่อยู่ตรงนี้เงียบลงเพื่อฟังและหาที่มาของเสียงว่าคืออะไร ทว่าไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่เห็นเลยว่าเสียงที่ดังมานั้นคืออะไรกันแน่ นั่นทำให้เราทุกคนที่อยู่ตรงนี้เริ่มหวาดกลัวขึ้นมาเสียแล้ว 

ฉันที่ยืนอยู่บนฝาป้อมรถถังกำลังกวาดสายตาผ่านกล่องส่องทางไกลไปรอบๆเพื่อมองหาต้นเสียง แต่ก็ไม่อาจพบอะไรในระยะ500เมตรเลยแม้แต่เงาของนกกาซักตัวเดียว การ์รีนาเองจะมองเห็นอะไรบ้างมั้ยนะ 

‘วืดดดดดดดดดดดดดดด...!’ 

“ร...หรือว่าจะ!” 

“ปืนครกกกกกก!!!!!” 

ทันใดที่เสียงอันน่าหวาดกลัวเงียบลง ความตายก็คืบคลานเข้ามาที่เรา การ์รีนาที่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าตะโกนให้เราทุกคนรับรู้ถึงการมาของลูกปืนครกจำนวนมาก และเมื่อทุกคนเงยหน้าขึ้นมองต่างก็ต้องตกใจและหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังมา มันถูกยิงตรงมาที่เราและไม่ช้ามันจะตกกระทบพื้นและเกิดระเบิดอย่างต่อเนื่องและรุนแรงกว่าจรวดต่อต้านรถถังที่เป็นอันตรายในวงวิถีที่แคบกว่า ถ้าไม่รีบออกจากที่นี่หรือหาที่กำบัง เราทุกคนจะตายกันหมด 

“ถอยกลับ!! ถอยไปที่แนวป่าทุ่งดอกไม้ตรงนั้นเดี๋ยวนี้!!” 

‘บึ้ม...บึ้ม...บึ้มๆๆๆ!!!’ 

เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมแรงสั่นสะเทือนอีกครั้ง เราทุกคนต่างวิ่งหนีตายเข้าไปหลบในเขตป่าที่วางแผนถอยกลับในตอนแรก คนที่วิ่งไม่ทันบางคนต้องตายเพราะแรงระเบิดหรือสะเก็ดระเบิด ร่างของพวกเขาถูกฉีกออกไม่เป็นชิ้นดีต่อหน้าและผ่านไปช้าๆตามความเร็วของรถที่เร่งได้ไม่มาก จากนี้เราทำอะไรไม่ได้นอกจากหนีเท่านั้น ยังไงเราก็ต้องเอาตัวรอดก่อน คนอื่นจะยังไงก็ต้องดูแลตัวเองแล้ว 

“จริงสิ หน่วยที่3ล่ะคะ!” 

“เออใช่!! หน่วยที่3 ได้ยินแล้วตอบด้วย!!” 

‘ซ่า..........’ 

“หน่วยที่3 ให้ตายเถอะตอบสิวะ!!” 

ถ้ารีนูสไม่ทักฉันก็คงลืมหน่วยที่สามไปเสียแล้ว ท่ามกลางฝนลูกปืนครกที่กำลังตกใส่เราตอนนี้ ทางหน่วยที่สามจะเป็นยังไงบ้างนะ เรียกก็ไม่มีการตอบกลับ หรือว่าจะโดนโจมตีจนไม่เหลือใครแล้วกันแน่...ไม่! เป็นไปไม่ได้ ทุกคนจะต้องไม่เป็นอะไร ขอร้องล่ะ...ตอบกลับทีเถอะ 

‘ซ่า.........หน่วยที่3.........ตอบ.......สัญญาณไม่ชัด.........ซ่า...’ 

“หน่วยที่3 นี่คือคอมแมนอิเลเนีย สถานการณ์เป็นไงบ้าง!” 

‘เรากำลัง.......ถูก........โจมตี.................’ 

ดูเหมือนจะมีการโจมตีเกิดขึ้นที่แนวรบของหน่วยที่3 ยังดีที่มีคนตอบกลับ หมายความว่าพวกเรายังอยู่กันครบ ขอบคุณพระเจ้าที่เรายังอยู่กันแม้จะตายกันไปบ้าง แต่เราจะไม่มีทางให้การสูญเสียทั้งหมดนี้เสียเปล่าอย่างแน่นอน ทุกชีวิตที่สังเวยให้กับมันจะต้องไม่ตายเปล่า 

เราที่อยู่ใต้ร่มเงาของป่าและเหยียบย่ำทุ่งดอกไม้กำลังใจเริ่มสั่นคลอน ผู้คนบาดเจ็บและตายมากเกินไป ทหารบางคนอาจไม่พร้อมต่อสู้อีกเมื่อได้รับคำสั่ง ฉันอาจต้องเอากำลังจากหน่วยที่3กลับมารวมกลุ่มอีกครั้ง อย่างน้อยก็เพื่อซื่อเวลาให้ลูกปืนครกสงบลงก่อน 

“ทีมที่3 ถอนกำลังกลับมาตั้งหลักที่ใกล้กับเราที่สุด ขอให้ถอนกำลังกลับมารวมกับเราทันทีที่ทำได้ค่ะ” 

‘รับทราบครับ!’ 

“ทุกคนฟังให้ดี เราจะใช้ไม้ตายสุดท้าย อูร่าชาร์จค่ะ” 

แผนสุดท้าย ที่ฉันไม่ค่อยอยากจะใช้เท่าไหร่นัก การอูร่าชาร์จ ที่หนูเจเคยพูดเอาไว้ในห้องประชุมแผนการรบนั่น ไม่คิดเลยว่าจะต้องใช้มันจริงๆ แต่ก่อนหน้านั้นเราต้องรอให้ลูกปืนครกสงบลงเท่านั้น แต่ว่า ถ้ามันไม่มีทางเลือกแล้วเราจะทำยังไงดี มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะกำหนดทุกสิ่ง แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราต้องยึดสะพานนั่น...ให้ได้... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น