เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 28

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 28

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.9k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2562 16:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 28
แบบอักษร

28  

  

  

  

  

“เพลิง..” เสียงเรียกแหบพร่าเบาบางเกินกว่าที่คนข้างกายจะได้ยิน ร่างที่พึ่งฟื้นพยายามตะเกียกตะกายตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ขยับได้เพียงเล็กน้อย ร่างบางบนเตียงก็สัมผัสได้ถึงมือที่แสนคุ้นเคย ที่ตอนนี้กำลังกอบกุมมือเล็กเอาไว้ สีหน้าอิดโรยของคนพึ่งฟื้นนอนมองมือเพลิงนิ่งไม่พูดไม่จา สายตาจับจ้องมือนั้นตลอดไม่ยอมละสายตาไปไหน ก่อนจะเริ่มขบฟันกลั้นเสียงที่กำลังทำให้ร่างกายสั่นเทา แต่กลั้นไว้ได้นิดเดียว เมื่อยามที่หยดน้ำใสไหลลงอาบแก้ม ทุกอย่างที่เคยเก็บกลั้นความรู้สึกเอาไว้ เริ่มส่งเสียงร้องสะอื้นหนักตัดพ้อกับตัวเองอย่างรู้สึกผิด  

“ฮึก..ฮือออ...เพลิง..แก้มขอโทษ” คำขอโทษด้วยความรู้สึกผิดที่อัดอั้นอยู่ในใจก่อนที่แก้มจะมาที่โรงพยาบาล แก้มรู้ตัวดีและจำได้ทุกอย่างว่าตัวเองเคยทำอะไรไว้กับเพลิง ยิ่งมือที่กอบกุมไม่ปล่อยแม้ตัวจะหลับนั้นยิ่งทวีคูณทำให้แก้มยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่  ร่างบางพลิกมือเข้าประกบมือหนาของเพลิงพร้อมบีบจับด้วยความอุ่นใจ ....ต่อให้เธอผิดขนาดไหน จนวินาทีสุดท้าย เพลิงก็ยังเป็นคนที่อยู่ข้างเธอเสมอมา   

ดวงตาเศร้าแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มจางๆนอนมองเพลิงอย่างไม่ละสายตา น้ำตาใสยังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง เฝ้ารอให้เพลิงตื่นขึ้นมาคุยกับเธอที่กำลังนอนรออยู่ข้างๆ แก้มรู้ว่าตัวเองมานอนอยู่ที่นี่เพราะใคร และก็รู้ว่าใครช่วยเธอไว้ อุบัติเหตุทั้งหมดเกิดมาจากความสะเพร่าของตัวเอง ถ้าเธอหยุดตามที่เพลิงเรียกตั้งแต่แรกและไม่ไปวิ่งกลางถนนแบบนั้น เธอคงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้  

“อ๊ะ..” คนคิดมากหลังจากพึ่งฟื้นถึงกับต้องรีบยกมืออีกข้างขึ้นมากุมศรีษะ เมื่ออาการข้างเคียงจากอุบัติเหตุทำให้เธอเริ่มปวดหัว แม้จะไม่ได้รุนแรง แต่ก็ทำเอารู้สึกแย่เลยทีเดียว แก้มนอนขยับตัวไปมาเล็กน้อยจากอาการปวด แต่การยุกยิกของเธอทำให้คนหลับอยู่เริ่มรู้สึกตัว เพลิงค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนเงยหน้าขึ้นมองสาเหตุของเตียงสั่น แก้มรู้สึกว่าอาการปวดเริ่มดีขึ้นจึงกลับมานอนนิ่งๆตามเดิมพร้อมกลับไปมองมือที่กำลังจับกุมเอาไว้ แต่เธอไม่รู้เลยว่าเมื่อหันไป คนข้างๆที่เธอนอนรอให้ตื่นกำลังเบิกตากว้างมองเธออยู่   

“แก้ม...” เพลิงเรียกชื่อของแก้มเบา แต่ก็พอที่อีกฝ่ายจะได้ยิน แก้มยิ้มทั้งน้ำตาดีใจที่ได้ยินเสียของเพลิง แม้ตอนนี้สีหน้าเพลิงจะดูตกใจ แต่น้ำเสียงที่เรียกชื่อเธอยังอ่อนโยนเสมอ   

“ฮึ่ก..เพลิง แก้มขอ..” แก้มดันตัวเองให้ลุกนั่งเตรียมพูดขอโทษ แต่ก็ไม่ทันเพลิงที่ลุกยืนพูดแทรกเข้ามาเสียก่อน  

  

หมับ  

  

“เพลิงขอโทษ.. แก้ม เพลิงขอโทษ อึ่ก..เพราะเพลิงเอง เพลิงมันปอดแหกเอง แก้มถึงได้เป็นแบบนี้..” เพลิงลุกคว้าร่างแก้มเข้ามากอด ใบหน้าซุกลงเข้ากับไหล่พร้อมเสียงสั่นเครือราวกับคนจะร้องไห้ เพลิงคิดมาตลอดถ้าวันนึงแก้มฟื้นขึ้นมาเขาจะทำยังไง จะกลัวจนหนีเหมือนทุกครั้งหรือจะเผชิญหน้าคุยกันตรงๆ แต่พอมาเจอสถานการณ์จริง เพลิงก็เข้าใจได้ทันทีว่าไม่ว่าจะหนีหรือเผชิญหน้า แต่สิ่งที่เพลิงอยากทำที่สุดคือ..เขาอยากกอดและขอโทษผู้หญิงคนนี้ถึงมากที่สุด    

“เพลิงจะขอโทษแก้มทำไม แก้มรอดมาได้เพราะเพลิงนะ ฮึ่ก เพลิงนั่นแหละ หายโกรธแก้มแล้วใช่มั้ย” น้ำเสียงสะอื้นพูดถามเสียงอ่อนอย่างมีความหวัง เพลิงเข้าใจว่าแก้มพูดถึงเรื่องอะไร แต่เขาไม่เข้าใจ ทำไมฟื้นมาแก้มถึงต้องถามคำถามแบบนี้ตั้งแต่ฟื้นมาครั้งแรกด้วย ทำไมไม่กล่าวโทษเขาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น  

“เพลิง...” แก้มเรียก แต่เพลิงผละตัวออกจากเธอ ยืนจ้องมองด้วยแววตาที่เจ็บปวดและรู้สึกผิด  

“แก้ม ทำไมแก้มไม่ด่าเพลิงล่ะ ทำไมไม่ทุบตีเพลิง ทำไมต้องตื่นขึ้นมาถามอะไรแบบนี้ด้วย แก้มรู้ใช่มั้ยว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้เพราะใครทำ อย่าทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นสิ มันไม่ใช่เรื่องเล็กนะ..อึ่ก..แก้มอย่าทำให้เพลิงรู้สึกผิดไปมากกว่านี้ได้มั้ย.. แค่ทุกวันนี้เพลิงก็ไม่รู้จะสรรหาคำขอโทษอะไรมาขอโทษแก้มแล้ว..” เพลิงเองก็รู้สึกผิดน้ำเสียงสั่นเครือไม่ต่างจากแก้ม เขาไม่ชอบเลยที่อีกฝ่ายเมินความผิดของเขา แต่กลับต้องการการอภัยจากเขาแทน  

“ก็ถ้ามันสามารถลบความผิดตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมาได้ แก้มก็ไม่โกรธหรอก ฮึ่ก เพราะแก้มก็ผิด ผิดที่ทำร้ายจิตใจเพลิงมาตลอด ฮึ่ก แก้มรู้ว่าเพลิงทำไปเพราะอะไร  และแก้มไม่ได้อยากมีปัญหากับเพลิง ต่อให้เราทั้งคู่มีเรื่องที่ผิด แต่ลึกๆแก้มก็ไม่อยากให้เราทั้งคู่มานั่งผิดใจกันแบบนี้ ฮึ่ก..ฮึก.. เรากลับมาเป็นเพื่อนเหมือนเดิมได้มั้ย” แก้มพูดระบายพร้อมสะอื้นร้องไห้อย่างไม่อาย เธอไม่โกรธ ไม่โกรธเลย แต่แค่อยากให้เพลิงกลับมาคุยกับเธอได้อย่างเมื่อก่อน อาจจะดูเห็นแก่ตัว แต่เพลิงคือคนๆนึงที่แก้มไว้ใจที่สุด ดีที่สุด เธอแค่ไม่อยากเสียความรู้สึกดีๆ มิตรภาพดีๆจากเพลิงไปเท่านั้น ทางด้านเพลิงยืนมองผู้หญิงที่กำลังร้องไห้พูดและมองเขาด้วยความวิงวอน มือเริ่มกำแน่นข่มจิตใจที่จะไม่สนใจแววตาดวงนั้น แต่ยิ่งมอง จิตใจก็ยิ่งหวั่น  

“แก้มคิดว่ามันจะเป็นเหมือนเดิมได้หรอ?” คำถามสั้นๆ แต่แววตาที่มองกลับทำให้แก้มสะอึก   

“เพลิง..ขอร้อง ช่วยคิดอีกทีหน่อยได้มั้ย” แก้มพูดเสียงสั่น เธอรู้ว่าเพลิงรู้สึกยังไง แต่เธอไม่อยากที่จะต้องจบกันไปแบบนี้  

“แก้มจะให้เพลิงคิดยังไงอ่ะ ในเมื่อตลอดที่ผ่านมาเพลิงไม่เคยลืมแก้มเลย เพลิงรักแก้มมาตลอด อึ่ก แล้วทำไมแก้มถึงอยากให้เพลิงกลับไปเป็นเพื่อนกับแก้มได้ล่ะ ในเมื่อ...." เพลิงหยุดชะงักนิ่งเงียบไป เมื่อจู่ๆความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาในความทรงจำ ความรู้สึกซ้อนทับของใครบางคนทำให้เพลิงเกิดความสับสน ความขุ่นมั่วที่เกิดจากแก้มเริ่มถูกกลืนหายไปที่ละนิด เพลิงเริ่มไม่เข้าใจแล้วว่าความจริงตอนนี้ตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่   

“เพลิง..” แก้มขมวดคิ้วมองรอคำตอบจากคนตรงหน้า แต่ความนิ่งเงียบไปของเพลิงทำให้แก้มไม่เข้าใจว่าเพลิงจะพูดอะไร รู้สึกและคิดอะไรอยู่  

“..เราไม่เข้าใจว่ะ ว่าตอนนี้เรารู้สึกอะไรอยู่กันแน่ เราตัดใจจากแกไม่ได้ แต่เราก็อดนึกถึงใครอีกคนไม่ได้ เราเคยคิดมาตลอดว่า..เรารักแก้ม แต่ทำไมตอนนี้มันถึงมีใครอีกคนเข้ามาวะ” เพลิงทรุดลงนั่งกับเก้าอี้พร้อมนั่งกุมขมับระบายความอึดอัดอย่างลืมตัว ต่างจากคนฟังที่นิ่งอึ้งใจกระตุกสั่น พร้อมสังเกตเห็นสีหน้าของเพลิงกำลังฉายความสับสนอย่างชัดเจนในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน  

“เพลิง..กำลังรู้สึกชอบใครบางคนอยู่สินะ” แก้มพูดถามได้ไม่เต็มเสียง แต่คนฟังกลับเข้าใจและตกใจที่แก้มพูดขึ้นมาพร้อมเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเป็นกังวล   

“มันไม่ควรเป็นแบบนี้เลยว่ะ” ว่าจบ เพลิงลุกพรวดเตรียมหันออกไปจากห้องนี้ แต่ก้าวได้เพียงก้าวเดียว ก็ถูกมือบางของแก้มรั้งมือเอาไว้จนคนเดินหนีหยุดชะงัก  

“แก้มรู้ว่าเพลิงกำลังสับสน! แต่ถ้าเพลิงชอบคนคนนั้นจริงๆ เพลิงควรตัดใจจากแก้มได้แล้ว เพราะถ้าเพลิงยังตัดใจจากแก้มไม่ได้ สุดท้ายคนที่ทุกข์ที่สุดก็คือเพลิง เพลิงเข้าใจมั้ย มันไม่ได้มีอะไรเลวร้ายถ้าเราเป็นเพื่อน มันไม่ได้มีอะไรเลวร้ายเลยถ้าเพลิงจัดการความรู้สึกตัวเองได้ คิดสิ ถ้าตัดใจจากแก้มแล้วเลือกคนคนนั้น เพลิงก็ไม่ต้องมานั่งทุกข์อย่างนี้หรอก ” แก้มพูดพร้อมกระชับมือที่จับไว้แน่น สิ่งที่เธอพูดมาล้วนมาจากใจจริง   

“แล้วคิดว่าคนเรามันตัดใจกันได้ง่ายๆหรอไง แก้ม ไม่ใช่ว่าเพลิงไม่พยายาม แต่เกือบห้าปีที่คบมันไม่ใช่ช่วงเวลาสั้นๆ เลิกแล้วเป็นเพื่อนเนี่ยนะ เพื่อนพ่อมึงดิเกือบห้าปี! ถ้าอยากเป็นเพื่อนแล้วจะมาคบกับเราทำไมตั้งแต่แรกวะ!” เพลิงหันมาตวาดแก้มอย่างมีโทสะ คนถูกตวาดผวา แต่ถ้ามองอีกที ดวงตาที่สั่นระริกใกล้ร้องไห้เต็มทีของเพลิงทำให้แก้มไม่ได้รู้สึกกลัวคนตรงหน้าเลย   

“แล้วใครสั่งให้มึงกลับไปเป็นเป็นเพื่อนกับแก้ม  ไอ้เพลิง” น้ำเสียงแข็งกร้าวจนเย็นเฉียบจากด้านหลัง ทำเอาคนโมโหถึงกับนิ่งชะงักตัวเกร็งพร้อมทั้งขนลุกไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่นี่ไปถึงกี่โมง แต่เพลิงไม่คิดว่าคนที่น่าจะทำงานอยู่มันจะโผล่มาที่นี่ได้  

“ไอ้เพลิง!”   

“พี่พีค!” แก้มร้องตกใจเมื่อพีคเดินเข้ามากระชากเพลิงเหวี่ยงไปด้านหลังจนเซล้มไปติดกำแพง โชคดีที่เพลิงทรงตัวทัน ทำให้ยืนเอาหลังชนกำแพงเท่านั้น แต่ทว่ายามที่เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย สายตาวาวโรจน์จ้องเขม็งมาที่เขาอย่างไม่วางตา ใจเพลิงกระตุกวูบเพราะจำแววตานั่นได้ดี เพราะมันคือสายตาแรกที่พีคมองเพลิงในตอนที่พวกเขาเจอกันครั้งแรก  

“วันเกิดเพื่อนมึงอยู่ที่นี่หรือไง มึงถึงได้กล้าโผล่หัวมาหาน้องสาวกูอยู่ที่นี่น่ะห๊ะ!” พีคตวาดใส่เพลิงลั่น จนเพลิงยืนสะดุ้งแรง แต่สายตากลับหลบหนีไม่กล้าต่อกรด้วย  

“เคยบอกแล้วไม่ใช่หรอไงว่าไม่ให้มาเจอแก้ม แต่มึงก็ยังเสือกโกหกกูแอบมาหาน้องกูจนได้ มึงตอบมาสิวะ! มึงโกหกกูทำไม! มองกูแล้วตอบกูมาสิวะ ไอ้เพลิง มึงตอบมา!!” ความโกรธพุ่งพล่าน มือทั้งสองข้างจับคว้าคอเสื้อเพลิงดึงเข้าหาตัวเองอย่างเดือดดาด ยิ่งเห็นใบหน้าเพลิงชัดๆเหมือนยิ่งตอกย้ำคำโกหกของเพลิงดี พีคขบกรามแน่นยืนรอคำตอบเพียงหวังว่าเพลิงจะตอบอะไรมาบ้าง แต่เพลิงกลับนิ่งเงียบหลบสายตาที่จ้องมองมา โดยไม่รู้เลยว่าการที่ตัวเองทำแบบนี้จะทำให้พีคโกรธขึ้นมากขนาดไหน  

“ไอ้เพลิง!!”   

“พี่พีคพอ! อย่าทำอะไรเพลิงนะ แก้มขอร้อง” แก้มตะโกนห้ามพี่ชายจากด้านหลัง ตอนนี้เธอไม่เข้าใจว่าพีคกับเพลิงรู้จักกันได้ยังไง แต่การที่พี่ชายตัวเองดูโกรธกว่าปกติย่อมเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ   

“มันเป็นเรื่องระหว่างพี่กับมัน แก้มอย่ามายุ่ง” พีคลดน้ำเสียงลงยามที่พูดกับน้องสาว แต่สายตายังคงจับจ้องเพลิงอยู่ไม่ไปไหน   

“แต่นั่นเพื่อนแก้มนะ!” แก้มส่งเสียงตะโกนเถียงพี่ชาย   

“เพื่อน? มันไม่นับแก้มเป็นเพื่อนด้วยซ้ำ แล้วแก้มจะไปเรียกมันว่าเพื่อนทำไม แม้แต่โผล่หัวมารับผิดชอบสิ่งที่มันทำไว้มันก็ยังไม่มา แล้วทีนี้แก้มยังจะไปห่วงมันอีกทำไม!” คราวนี้พีคหันไปคุยกับแก้มตรงๆ ส่วนมือยังจับคอเสื้อเพลิงเอาไว้ คนเป็นน้องตัวสั่นเทาเพราะสายตาที่พีคมองมาค่อนข้างหยาบต่างจากที่เขาเคยมองเธอ แต่เธอจะมากลัวสายตานี้ไม่ได้ พีคกำลังเข้าใจผิด  

“พี่พีคกำลังเข้าใจผิด เพลิงไม่ได้ทำอะไรแก้ม..!”  

“แล้วไม่ใช่เพราะมันหรือไง แก้มถึงต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่ใช่เพราะมันหรือไงที่ทำให้เราเกือบตายน่ะ! แล้วมึงจะยืนเงียบอยู่ทำไม! ตอบคำถามกูมาสิวะ!!” พีคสวนกลับแก้มทันควันพร้อมตวัดสายตากลับไปหาเพลิงที่ยืนเม้มปากแน่นข่มความขุ่นมัวในใจ มือแกร่งบีบกระชับคอเสื้อเพลิงแน่นใจร้อนอยากรู้คำตอบใจจะขาด   

“พี่พีค!” แก้มรีบร้องห้าม   

“แล้วมึงจะให้กูตอบว่าอะไร ในเมื่อมึงก็เห็นกับตาว่ากูอยู่ที่ไหน เออ! กูโกหกมึงเอง กูโกหกมึงตั้งแต่แรก กูไม่ได้ไปไหนทั้งนั้นแหละ ..กูแค่อยากเจอแก้ม มึงได้ยินมั้ยว่ากูอยากเจอแก้ม!” เพลิงตะโกนบอกอย่างอดกลั้น พร้อมหันหน้าเผชิญกับพีคด้วยแววตาที่หวาดหวั่น แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อหันกลับมาสบตาคนตรงหน้า ดวงตาแข็งกร้าวที่ไม่มีทีท่าจะอ่อนไหวกลับกระตุกวูบ ฉายแววความสั่นไหวผ่านแววตาของพีคอย่างไม่น่าเชื่อ  

  

// ผิดหวัง...? //  

  

“มึงยังกล้าบอกว่าอยากเจอน้องกูงั้นหรอ จนป่านนี้ทำไมมึงถึงพึ่งอยากมาเจอ แล้วที่ผ่านมามึงหายหัวไปไหนตั้งแต่ทีแรก ทำไมมึงถึงต้องรอจนทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนี้ด้วยวะ!” พีคตอกกลับด้วยอารมณ์ที่ยังโกรธเคือง แม้ดูแข็งกร้าวแต่สายตากลับฉายความผิดหวังตรงกันข้ามกับน้ำเสียงที่พูดออกมา   

“แล้วมึงคิดว่ากูอยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้หรือไง ถ้ามึงไม่กระเสือกเข้ามาหากูตั้งแต่แรก เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้หรอก!” เพลิงเถียงกลับ   

“ก็ถ้ากูไม่ลากมึงมา มึงจะมารับผิดชอบการกระทำมึงเองมั้ย ไอ้เหี้ย หลังจากก่อเรื่องแล้วเสือกทำลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วทีนี่มึงยังจะให้กูคิดอีกหรอวะ ว่ามึงจะกลับมารับผิดชอบน่ะห๊ะ!”  

“มึงไม่ใช่กู! มึงไม่เข้าใจหรอกว่าตอนนั้นกูรู้สึกยังไง มึงไม่เข้าใจหรอกว่าในตอนนั้นกูต้องเจ็บปวดกับความผิดของตัวเองขนาดไหน มึงไม่คิด ไม่ถามความรู้สึกกูเลยสักนิด มีแต่คิดว่ากูคือไอ้เลวที่ทำน้องสาวตัวเองต้องนอนปางตาย จนถูกคนอย่างมึงต้องมาทำบัดซบใส่... แล้วทีนี้จะไม่ให้กูโกหกมึงได้ไง..ว่ากูตั้งใจหนีมาเจอแก้ม” ทั้งที่รู้ว่าเถียงไปผู้ชายตรงหน้าก็คงไม่ฟัง เพราะยังไงพีคก็คิดไปแล้วว่าเขาคือต้นเหตุของอุบัติเหตุนั่น เพลิงยืนเงียบลงพลางเม้มกัดริมฝีปากแน่นไม่มีอะไรจะเถียงต่อ สีหน้าขุ่นมัวเหมือนคนเริ่มเหนื่อยที่ต้องมาทะเลาะในเรื่องที่ไม่อยากทะเลาะ และคิดว่าพีคจะต้องใส่อารมณ์กลับอย่างทุกทีแน่   

ทางด้านแก้มเองก็รอลุ้นอย่างเป็นกังวลว่าพีคจะต่อว่าอะไรเพลิงอีกและก็กลัวว่าพีคจะไปทำร้ายเพลิงเพราะตัวเธอเอง แต่ทว่า พีคกลับยืนนิ่งเงียบจนผิดวิสัย ด้วยความที่ว่าพีคกำลังยืนหันหลังอยู่เลยทำให้ไม่เห็นสีหน้าของพี่ชายตัวเองในยามนี้ แต่มือที่กำคอเสื้อของเพลิงกลับปล่อยทิ้งลงมาข้างตัวเหมือนคนหมดแรงจนแก้มอดห่วงไม่ได้  

“มึงรู้ใช่มั้ยว่ากูไม่ชอบคนโกหก..” พีคเริ่มพูดหลังจากยืนเงียบไปสักพัก แต่อารมณ์กลับดูต่างไปจากตอนแรกจนคนฟังทั้งสองคนรู้สึกได้ มันทั้งแผ่วเบาและหม่นหมอง เพลิงเม้มริมฝีปากแน่นกว่าเดิมเพราะรู้ แต่เพลิงกลับฟังนิ่งไม่โต้ตอบอะไร เพื่อรอฟังสิ่งที่พีคพูดกับเขา  

“มึงรู้ใช่มั้ยว่ากูไว้ใจมึง.."   

  

// รู้สิ... //  

  

“มึงบอกใช่มั้ยว่ากูไม่สนใจความรู้สึกมึง แต่มึงรู้มั้ย...มึงเองก็ไม่ต่างจากกูหรอก มึงถึงได้กล้าทำลายความเชื่อใจของกูพังจนไม่เหลือชิ้นดีขนาดนี้” สัมผัสได้ถึงความเจ็บและผิดหวังจากคำพูดของพีค อกซ้ายถูกบีบแน่นเจ็บแปลบจนแทบทนไม่ไหวทั้งของเพลิงและของพีค ดวงตาไหวสั่นราวกับจะร้องไห้ แต่ก็ต้องห้ามเอาไว้เพราะกลัวจะเก็บกลั้นความรู้สึกของตัวเองไม่อยู่ ทำให้เพลิงต้องยืนเงียบตลอดที่พีคพูด  

“มึงคงรักน้องสาวกูมากสินะ ถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้ลงไป”   

“กู..” เพลิงไม่รู้ว่าตัวเองจะตอบอะไร อกซ้ายล้วนอึดอัดและสับสน ก่อนจะเงียบลงไปเมื่อเห็นว่าพีคกำลังพูดอะไรบางอย่าง แต่มันก็เบาบางเกินที่จะเข้าใจ  

“..ทำไมถึงไม่เป็นกูบ้าง...”ดูเหมือนประโยคที่พีคพูดจะเบาเกินไปเหมือนคุยกับตัวเอง แต่ถ้าเพลิงได้ยิน เพลิงก็จะเข้าใจว่ามันคือการตัดพ้อของคนกำลังแพ้   

“ไปซะ ข้อตกลงระหว่างมึงกับกู มันจบลงแล้ว” เพลิงมองพีคอย่างไม่เข้าใจ ไม่อยากแน่ใจว่าสิ่งที่พีคบอกมันคือข้อตกลงแรกระหว่างเขาและพีค แต่มันกลับชัดเจนขึ้นเมื่อพีคพูดย้ำอีกประโยคโดยที่แววตาที่สบตามองมันกลับน่าเศร้าราวกับตอกย้ำความจริงที่เกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้  

“มึงเป็นอิสระแล้ว” สิ่งที่เคยคิดว่าจะดีใจ บัดนี้ กลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่อยากได้ยินมากที่สุด เพลิงยืนเบิกตาสะอึกกับสิ่งที่ได้ยิน เสมือนช่วงคำพูดเมื่อกี้เหมือนเครื่องตอกย้ำเวลาที่กำลังจะจบลง..  

“พี..” เสียงเรียกถูกกลืนหายกลับเข้าลำคอ มือที่ค่อยๆเอื้อมไปคว้าชายเสื้อกลับคว้าได้อากาศ เมื่อแผ่นหลังที่หันหนีกำลังเดินกลับไปหาน้องสาวที่เตียง ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองด้านหลังว่ากำลังรู้สึกและแสดงสีหน้าอะไรออกมา มีเพียงความเงียบที่ปกคลุม เงียบจนสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่น่าเศร้า..  

  

//จบแล้วสินะ..//  

  

เพลิงลดมือกลับลงข้างตัวเหมือนเดิม พลางกำชายเสื้อพร้อมเม้มกัดริมฝีปากแน่น พยายามสงบอารมณ์ไม่ให้เผลอปล่อยน้ำใสๆไหลผ่านลงมา ดวงตาเศร้าหม่องอันแสนเจ็บปวดมองแผ่นหลังตรงหน้า ก่อนจะหลบตาลงต่ำเผยรอยยิ้มที่ฝืนที่สุดเท่าที่เคยยิ้มมา   

“ขอบคุณนะ...” คำพูดสุดท้ายออกจากปากของเพลิง ก่อนหันหลังเดินกลับออกจากประตูห้องไป เหลือไว้เพียงสองพี่น้องที่เพลิงไม่รู้ได้เลยว่าสีหน้าหลังแผ่นหลังที่หันมาให้จะกำลังอ่อนไหวขนาดไหน มีเพียงคนน้องเท่านั้นที่มองพี่ชายแล้วอดห่วงไม่ได้  

“พี่พีค พี่โอเคหรือเปล่า?” แก้มถามหลังจากเพลิงหายออกไปได้สักพัก  

“โอเคสิ น้องสาวพี่ฟื้นแล้วทั้งที” พีคปรับสีหน้าเผยรอยยิ้มขึ้น พร้อมเอื้อมมือไปลูบหัวแก้มอย่างเอ็นดู ...ใช่ เขาควรโฟกัสกับน้องสาวเขา ไม่ใช่กับใครอื่น ..ในเมื่อทุกอย่างมันจบแล้ว ต่อจากนี้ก็ทางใครทางมันซะ..  

  

**********************************  

  

อีกด้านหนึ่ง..  

  

ทัก ทัก ทัก!  

  

เสียงกระแทกเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งเรียกให้ผู้คนที่เดินอยู่รอบๆต่างหันมามองราวกับเป็นจุดสนใจ โดยเฉพาะใบหน้าที่เหมือนคนใกล้ร้องไห้เต็มที แต่กับเพลิงตอนนี้เหมือนคนอกหักซ้ำซากเขาเพียงแค่อยากจะออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ไม่ได้สนใจว่าใครจะมองหรือจะมีพยาบาลพูดห้ามแต่อย่างใด  

  

ปึก!  

  

“โอ๊ย! นี่คุณ เดินระวังหน่อยสิ ถ้าโทรศัพท์ผมหล่นขึ้นมา.. ไอ้เพลิง” กราฟตาโตทันทีเมื่อก้มมองเพลิงที่เดินชนเขาจนเกือบตัวเองเกือบล้ม ดูเหมือนเพลิงเองก็ตกใจที่เห็นกราฟที่นี่ ก่อนจะชักสีหน้าเตรียมเดินหนีออกไป ตอนแรกกราฟกะปล่อยเพลิงไปเฉยๆเพราะยังไงเขาก็รู้ว่าเพลิงคงกลับมาที่นี่อีก แต่เมื่อเห็นหน้าเศร้าเหมือนคนจะร้องไห้ คนเป็นพี่กลับรีบคว้าแขนเพลิงดักเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะหนีไป และเมื่อเพลิงหันกลับมามองกราฟอีกครั้ง กราฟก็เห็นน้ำใสๆระรื่นขอบตาอย่างชัดเจน ไม่ต้องเดาเลยว่าไปเจออะไรมา เพราะเขาก็มากับตัวปัญหานั้นแหละ  

“เจอไอ้พีคมาสินะ” กราฟถาม และดูเหมือนว่าจะถามได้ถูก เพราะเพลิงมีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างเห็นได้ชัด  

“ปล่อย!” เพลิงตะโกนพร้อมสลัดแขน แต่กราฟกลับจับแน่นกว่าเดิม  

“กูปล่อยมึงแน่ แต่มึงต้องมาคุยกับกูแบบพี่น้องก่อน”  

“มึงไม่ใช่พี่กู ปล่อย!” เพลิงปฏิเสธทันที  

“ไอ้เพลิง มึงอย่าพึ่งงี่เง่าจะได้มั้ย จะทำตัวมีปัญหามึงค่อยไปทำหลังจากที่คุยกับกูจบ แต่ตอนนี้มึงต้องการที่พึ่ง แล้วกูก็ไม่ได้เหี้ยพอที่จะปล่อยให้น้องตัวเองให้มานั่งเสียใจอยู่คนเดียว มึงช่วยให้กูทำหน้าที่พี่ชายสักครั้งไม่ได้หรือไง ไอ้เพลิง” กราฟสวนกลับอย่างมีน้ำโห แต่เขาก็ไม่ได้ใส่อารมณ์พอที่จะให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่กว่าเดิม เพลิงที่ตอนแรกมีท่าทีต่อต้าน เมื่อฟังประโยคสุดท้ายที่กราฟพูด ทุกอย่างเหมือนถูกดึงให้ต้องฟังและนิ่งสงบลงทันที คนเป็นพี่ถึงกับลอบถอนหายใจ แอบคิดว่าเพลิงจะต่อต้านเขาต่อ แต่เมื่อสงบลงได้ดีๆ กราฟจึงตั้งใจพาเพลิงให้เดินตามไปที่ๆนึง  

“เดี๋ยวไปคุยกับกูข้างนอก” ว่าจบ กราฟดึงแขนเพลิงให้เดินตามไปยังทางด้านนอกโรงพยาบาล โดยที่เพลิงยอมเดินตามมาแต่โดยดีในสภาพที่จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว กราฟหันไปมองเพลิงอยู่เป็นพักๆก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เขาเคยเป็นคนทำให้เพลิงเสียอาการแบบนี้มาแล้วครั้งนึง รอบนี้เมื่อมีโอกาส เขาก็อยากแก้ตัวในสิ่งที่เคยทำไว้   

ใช้เวลาไม่นาน กราฟพาเพลิงเดินมานั่งที่ม้านั่งบริเวณสวนข้างๆตึกผู้ป่วย ทั้งคู่นั่งอยู่ข้างๆกันเงียบๆโดยที่สายตากราฟกำลังทอดมองบรรยากาศร่มรื่นยามเริ่มเข้าสู่ช่วงเย็นของวัน แม้จะมีผู้คนเดินไปมาประปราย แต่มันก็สงบพอที่จะให้คนใจลอยผ่อนคลายมากขึ้น กราฟหันไปหาเพลิงที่นั่งใจลอยหลบตาลงต่ำอยู่เงียบๆ ก่อนถอนหายใจเบาๆ เมื่อเขาเริ่มเปิดประเด็น  

“ทะเลาะกับไอ้พีคมาสินะ สภาพถึงได้เป็นแบบนี้” กราฟพูดถาม เพลิงสะอึกไปนิดนึง แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรมากมายนอกจาก..  

“อืม”  

“มึงก็รู้ว่าไอ้พีครักน้องสาวขนาดไหน มันก็เคยห้ามมึงเรื่องนี้หนิ” กราฟพูดต่อ  

“รู้ แล้วมึงไม่โกรธกูเรื่องนี้หรือไง” เพลิงถามกลับในขณะที่สายตายังคงมองต่ำใจลอยเหมือนไม่มีพื้นที่ให้ยึด  

“จะโกรธทำไม กูกลับเข้าใจมึงซะอีก การอยากเจอคนที่ยังรัก มันห้ามตัวเองไว้ไม่อยู่หรอก แล้วกูก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้ามมึงด้วย ในเมื่อกู..ก็แย่งแก้มไปจากมึง” กราฟพูดอย่างรู้สึกผิด พลางยกยิ้มเย๊าะเย้ยใส่ตัวเองจางๆ เป็นเพราะเขามีส่วนในเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่แรก ทำให้ยามนึกถึงทีไรกลับรู้สึกผิดทุกครั้ง  

“ถ้ามึงไม่แย่งแก้มไปจากกูตั้งแต่แรก..ตอนนี้กูคงมีความสุขไปแล้ว” เหมือนเป็นการซ้ำเติมกราฟ คนพี่เองก็ยอมฟังและรับผิดแต่โดยดี แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเพลิงพูดแทรกต่อ   

“แต่ว่า...ตอนนี้มันเหมือนมีอะไรไม่เหมือนเดิม” คำว่าไม่เหมือนเดิมบวกกับเสียงสั่นเครือ ทำให้กราฟมองเพลิงอย่างสงสัย  

“หมายความว่าไง?” กราฟถาม  

“กูไม่รู้ว่ากูยังรักแก้มแบบเดิมอยู่จริงๆมั้ย ตอนที่แก้มขอให้กูกลับไปเป็นเพื่อน กูมั่นใจว่าคงเป็นไปไม่ได้ แต่มึงรู้มั้ย สิ่งที่มันทำให้กูเริ่มลังเล ไม่เข้าใจ มันจะเป็นอีกคนที่เข้ามาที่หลัง ฮึ่ก..กูไม่รู้ว่าที่มันโกรธกูจริงๆมันคือเรื่องแก้มหรือเรื่องกูกันแน่ อึ่ก..ฮึ่ก ตอนที่มันบอกว่ามันไม่ชอบคนโกหก ทำไมตอนนั้นมันต้องทำหน้าเศร้าใส่กูด้วย ฮึก แล้วทำไมตอนนั้นกูต้องรู้สึกเจ็บที่อกซ้ายด้วยวะ ทั้งๆที่ตอนนั้นกูควรต้องรู้สึกกับแก้มมากกว่าสิ..” เสียงสั่นเครือเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้น สิ่งที่กลั้นไว้มานานค่อยไหลรินผ่านขอบตา กราฟนั่งฟังเงียบๆเหมือนเริ่มประติประต่ออะไรได้  

“อิสระ.. มึงรู้มั้ยว่ากูอยากได้ยินคำนี้มาตลอด กูเคยภาวนาขอให้แก้มฟื้นมาเร็วๆ เพื่อออกไปจากชีวิตของไอ้เหี้ยนั่นสักที อึ่ก.. แต่พอมาวันนี้ มันกลับกลายเป็นว่ากูเกลียดคำนี้มากที่สุด ฮึ่ก กูไม่อยากได้ยินมันเลยสักนิด ...ถ้าอยากให้กูเป็นอิสระ แล้วทำไมตอนนั้นมึงถึงได้มองกูด้วยสายตาแบบนั้นด้วย..”  

“ก็ถ้ามันไม่รู้สึก มันไม่มองมึงด้วยสายตาแบบนั้นหรอก” ไม่รู้ว่าพีคมองเพลิงแบบไหน แต่ด้วยความเป็นเพื่อนกันมานาน กราฟรู้ว่าถ้าปกติพีคคงเข้าไปกระชากแล้วต่อยไปแล้ว แต่การที่ไร้รอยแผล แค่นั่นเขาก็เข้าใจแล้วแหละว่าอีกฝ่ายคงสภาพไม่แพ้กัน  

“แล้วที่มึงร้องไห้น่ะ มึงร้องไห้เพราะใคร แก้มหรือพีค? แต่ถ้าให้กูเดาคงเป็นอย่างหลัง ..ไอ้เพลิง มึงชอบไอ้พีคมันแล้วใช่มั้ย?” กราฟพูดถามอย่างจริงจัง เพลิงนิ่งชะงักก่อนขยับหน้าหันมามอง ดวงตาเบิกกว้าง หัวคิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากปิดแน่น เพลิงมองกราฟในลักษณะนี้อยู่สักพัก ก่อนที่มุมปากทั้งสองข้างจะตกลง อะไรที่เก็บไว้เหมือนถูกเจาะให้แตกไปในพริบตา น้ำตาที่ค่อยๆไหลในตอนแรก กลับกลายเป็นไหลอาบผ่านดวงตาลงมาอย่างอัดอั้น มือที่ไร้ที่ยึดเหนี่ยวเคลื่อนใช้ข้อมือและหลังมือค่อยเช็ดน้ำตาที่ทะลักออกมาราวกับเด็กๆ คนเป็นพี่ที่ไม่เคยเห็นน้องชายร้องไห้หนักแบบนี้มาก่อน ถึงกับรีบเขยิบตัวเข้าไปกอดปลอบเพลิงทันที มือหนาคว้าศรีษะเพลิงกดทาบเข้ากับบ่าพร้อมตบลูบปลอบน้องชายเบาๆ แม้น้องจะเศร้า แต่เขาก็ดีใจนะ ที่วันนึงเพลิงจะยอมให้เขาทำหน้าที่พี่ชายสักที  

“ร้องให้พอเลยนะไอ้เพลิง เดี๋ยวทุกอย่างมันจะดีขึ้น เชื่อพี่นะ”  

“ฮือออออ..ฮือ..ฮืออ..”  

  

// ถ้ามันรักมึงจริงๆ เดี๋ยวมันก็ไปหามึงเองแหละ //  

  

****************************************  

ทางด้านพีค  

  

“พี่พีคคะ” แก้มเรียกพีคที่นั่งเหม่ออยู่ข้างๆ หลังจากหมอเข้ามาตรวจร่างกายก่อนจะออกไปได้ไม่นาน แก้มสังเกตว่าพีคเป็นอย่างนี้มาสักพักแล้วหลังจากที่เพลิงเดินออกไป ใจนึกสงสัย แต่พอเอ่ยถาม พีคก็เอาแต่เลี่ยงตอบ ทำให้แก้มไม่รู้ว่าพีคไปรู้จักกับเพลิงได้ไง แล้วเรื่องระหว่างทั้งคู่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ตั้งแต่เธอนอนสลบไปเป็นเดือน  

“พี่พีค” แก้มเรียกอีกรอบ แต่รอบนี้ใส่เสียงเข้มลงไปด้วย ทำให้พีคหลุดจากอาการเหม่อแล้วรีบมองแก้มทันที  

“ว่าไง” พีคตอบด้วยน้ำเสียงปกติ แต่มันปกติเกินไปจนแก้มถึงกับย่นคิ้ว  

“พี่พีคเหม่อมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ พี่เป็นอะไรกันแน่ แก้มฟื้นมาแล้วเห็นพี่เป็นแบบนี้ แก้มไม่โอเคเลยนะ” แก้มบอกเสียงงอน จนพีคส่งยิ้มบางๆมาให้  

“ช่วงนี้พี่มีปัญหาที่ร้านนิดหน่อยน่ะ มันยังเคลียร์อะไรไม่ลงตัวเลย พี่ถึงได้เหม่อคิดอะไรอยู่คนเดียวแบบนี้” พีคโกหก ตอนนี้ในหัวไม่มีอะไรให้คิดเลยนอกเสียจากใครบางคน แต่เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวอะไรกับแก้มมาก เขาถึงไม่บอก  

“งานที่ร้านหรือเพลิงกันแน่คะ พี่พีค เรื่องที่แก้มเห็นก่อนหน้านี้ แก้มไม่ได้โง่ถึงขั้นดูไม่ออกนะว่าระหว่างพี่กับเพลิงมันคืออะไร แก้มไม่ใช่เด็กแล้ว เลิกปิดบังสักทีเถอะ” คนเป็นน้องโวย แต่พีคก็ยังทำทีเหมือนไม่ใช่เรื่องที่แก้มควรสนใจขนาดนั้น  

“มันไม่มีอะไรหรอก พี่ว่าเราพักผ่อนดีกว่านะ ใช้แรงมากๆเดี๋ยวก็ปวดหัวเอาหรอก”  

“แก้มไม่นอน แก้มนอนมาเยอะพอแล้ว เยอะจนไม่รู้ว่าโลกข้างนอกมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แม้แต่เรื่องของพี่ชายกับเพื่อนตัวเองก็ยังไม่รู้ แล้วทีนี้จะให้แก้มนอนต่อได้ยังไงล่ะคะ พี่พีคตอบแก้มมาเหอะ พี่ไปรู้จักเพลิงได้ยังไง” แก้มยังคงไม่ลดละที่จะถามสิ่งที่กำลังข้องใจ แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อพีคหุบยิ้มพร้อมส่งสายตาดุๆเป็นเชิงเตือนในเรื่องคำพูด  

“ทำไมถึงยังไปเรียกมันว่าเพื่อนอยู่อีก รู้ไม่ใช่หรอไงว่ามันทำอะไรแก้มไว้” พีคพูดบอกเสียงเข้ม ราวกับไม่ชอบสิ่งที่แก้มพูด แต่แก้มก็ยังจะยืนยันคำเดิมว่าเพลิงยังคงเป็นเพื่อนของเธอ  

“รู้ค่ะ แต่สิ่งที่พี่รู้มา พี่เองก็กำลังเข้าใจผิด” แก้มบอก  

“พอเหอะแก้ม แก้มฟื้นมาทุกอย่างมาจบแล้ว เรื่องจะมาแก้ตัวอะไรแทนมัน พี่ไม่อยากได้ยิน” ไม่รอให้แก้มได้พูดอะไรต่ออีก พีคเดินลุกออกไปจากห้อง ทิ้งให้แก้มมองแผ่นหลังด้วยความสลด ..เธอยังไม่ทันได้พูดเลย ว่าเพลิงเป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้ และเพราะเธอเคยคบผู้ชายซ้อน มันถึงได้มีอุบัติเหตุงี่เง่านี่  

  

// พี่พีค ถ้าพี่รู้ว่าแก้มคือต้นเหตุ พี่จะโกรธแก้มมั้ย แล้วพี่..ยอมบอกเรื่องพี่ให้แก้มฟังมั้ย //  

  

  

“อ้าว ไอ้พีค” กราฟทักพีค เมื่อเห็นว่าเพื่อนเดินโผล่ลงมาที่สวนข้างๆตึกที่เขาอยู่ในตอนแรก พีคเองก็งงที่เห็นว่ากราฟมาอยู่ที่นี่เหมือนกัน  

“มึงหายมาอยู่ที่นี่เองหรอ” พีคพูดบ่นตามปกติ ไม่ได้หลุดอาการอะไรออกมาให้เพื่อนได้เห็น เว้นแต่ซองสีแดงที่มียี่ห้อสูงในมือของเจ้าตัว ซึ่งเพื่อนที่อยู่กับพีคมานานจะรู้ดีว่าเวลาเครียดจัด พีคมักจะหยิบเจ้าสิ่งที่อยู่ในซองนี้ขึ้นมาสูบแก้เครียด และดูท่าวันนี้น่าจะหมดไปหลายมวนเลยทีเดียว  

“กูแวะมาคุยธุระของโรงแรมน่ะ ว่าแต่มึงเหอะ ไปเครียดอะไรมาถึงได้กล้าหยิบสิ่งที่บอกว่าจะเลิกขึ้นมาสูบน่ะห๊ะ” กราฟแกล้งแซว แม้จะรู้เหตุผลแล้วก็ตามว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันอยู่ในโหมดอกหัก และตัวกราฟเองก็ไม่ได้คิดจะพูดเรื่องเพลิงให้พีคฟัง เพราะดูเหมือนมันยังไม่ใช่เวลาที่ควรพูดเท่าไร  

“เรื่องของกู ว่าแต่มึงเถอะ แก้มฟื้นแล้วทำไมไม่รีบขึ้นไปดู น้องกูอยู่คนเดียว” พีคพูดในขณะที่มือกำลังหยิบบุหรี่จากในซองออกมา กราฟย่นคิ้วเหมือนกำลังประมวลผลอะไรสักอย่าง ก่อนจะตาโตเมื่อนึกขึ้นได้ว่าแฟนตัวเองฟื้นแล้ว  

“เฮ้ย! แล้วทำไมไม่รีบโทรมาบอกกู แม่งเอ๊ย แล้วยังกล้าปล่อยให้แก้มอยู่คนเดียวเนี่ยนะ ไอ้คนแย่แห่งปี” กราฟแกล้งโวย อาจเป็นเพราะรู้มาจากเพลิงมาแล้วทำให้มีปฏิกิริยาช้ากว่าที่ควรเป็นนิดนึง  

“รีบไสหัวไปเลยไป ก่อนที่กูจะเอาไฟแช็คจี้หน้ามึง” พีคพูดขู่ ในขณะที่มือกำลังจุดไฟใส่บุหรี่  

“ไปแล้วว้อย ไม่ต้องมาไล่ ไอ้..โอ๊ะ แปปนึงนะมึง” เสียงโทรศัพท์เข้าก่อนที่กราฟจะแอบว่าอะไรพีคต่อ พีคเหล่มองกราฟนิดนึงก่อนจะกลับไปสูบบุหรี่ตามเดิม   

“ว่าไงพี่กันย์...เอามันไปแล้วใช่มั้ย...ค้าบบ...ปล่อยมันไปก่อนพี่ อย่าพึ่งไปกวน เดี๋ยวพอถึงเวลาก็หยุดเองแหละ...เอามันไปเล่นกับลูกพี่ดิเผื่อดีขึ้น...ม้ายยย อิงฟ้าชอบทำร้ายร่างกายผมพอๆกับหมาเลย...เอออ แค่นี้แหละพี่ ฝากดูมันด้วยนะ บัย” กราฟบอกลาพี่ชายปลายสาย ก่อนกดตัดสายทิ้งพร้อมหันไปมองพีคที่ดูท่าจะสนใจบทสนทนาเมื่อสักครู่นี้   

“พี่กันย์กลับจากนอกแล้วหรือไง” พีคถาม  

“พึ่งกลับมาเมื่อสามวันก่อน พอดีฝากให้เอาหมากลับบ้านน่ะ ไม่ต้องใส่ใจหรอก” กราฟพูด  

“เต้าหู้?”  

“เออ เต้าหู้ ก็ตามที่เคยบอกมึงไว้ไง ถ้าพี่กูมา เดี๋ยวส่งไอ้เต้าหู้ไปให้เลี้ยงต่อ เฮ้ย แต่ไม่ต้องห่วงนะ กูแชร์โลที่อยู่มึงให้พี่กูไปแล้ว เขาเข้าไปเอาไอ้เต้าหู้แปปเดียว ตอนนี้ออกมาแล้วแหละ” กราฟยิ้มบอกเพื่อนด้วยท่าทางอารมณ์ดีตามนิสัย พีคเองก็ไม่ได้ว่าหรือติดใจอะไรอย่างตอนแรกที่ได้ยินตอนที่กราฟโทรคุยกับพี่ เขาคงคิดมากไปเอง คิดว่ามันที่ว่า..จะเป็นใครบางคน  

“อ่อ เหลืออีกอาทิตย์กว่าๆก่อนที่น้องกูจะหมดฝึกงาน ถ้ามึงคิดจริงจังล่ะก็.. รีบๆเคลียร์อะไรให้เสร็จก่อนที่มันจะหมดเวลานะ ไปล่ะ” กราฟพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินกลับไปหาแก้มข้างบนเมื่อนึกขึ้นได้ พีคนิ่งชะงักทันทีที่ได้ยิน บุหรี่ที่เตรียมขึ้นสูบหยุดค้างกลางคันพร้อมเอียงหน้าไปมองใบหน้าระรื่น ที่ตอนนี้กำลังเดินยิ้มกวนกลับไปที่ตึกแล้ว คนถูกปล่อยทิ้งไว้หันหน้ากลับจ้องมองบุหรี่ในมือนิ่งๆ ก่อนหลับตาถอนหายใจแล้วลืมตามองบุหรี่ในมืออีกครั้ง  

“จะให้เอามันกลับมาอีกทำไม ในเมื่อมันไม่ได้สนใจกูตั้งแต่แรก...”  

****************************************** 

มาม่าหมูสับพิเศษใส่ไข่  

กินตอนเดียวพอ ปวดหัว555 

อีพีคทำลูกฉันงอแง กดโกรธ 

#เจ้าชิบะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น