เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๕ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๕ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2562 15:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๕ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๕

[พี่ใหญ่]

หลังจากไปอุ้มยัยเด็กเยลลี่ออกมาจากซอกหนึ่งของตึก แต่จะซอกไหนก็ช่างเถอะครับ คิดจะหนีทั้งที ดันหนีไปไม่พ้นคอนโดของผมเลยครับ

“จะดูแลเหรอ”

“หรือมึงจะเอาไปดูแลเอง”

“ได้เหรอวะ น้องเขาก็น่ารักดีนะ” ไอ้นายมันว่าพลางขยับเข้ามาใกล้ๆ ผมเลยยกขาข้างหนึ่งขึ้นถีบมันให้ออกไปห่างๆ แทน “ไอ้สัส! แอบหวง”

“หวงบ้านมึงดิ! นี่หลานป้าอ่อน กูนับถือท่าน”

“อ๋อ หลานป้าอ่อน”

“กลับไปได้แล้ว รำคาญ! วันนี้กูไม่เข้าร้านนะ”

“ครับๆ” ไอ้นายมันยอมกลับออกไปแต่โดยดี ผมเลยหันกลับมาดูแลยัยเด็กคนนี้ต่อ ทำไมแม่ต้องหาเรื่องมาให้ผมด้วยเนี่ย หรือแม่จะรู้ว่าผมนับถือป้าอ่อน ท่านเลยส่งยัยเด็กคนนี้มาเพราะผมต้องเกรงใจป้าอ่อนบ้างแหละ แต่มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผมนี่

เฮ้อ!

เมี้ยว เมี้ยว

“เหลือมึงอีกตัวสินะ” จัดการคนเสร็จเรียบร้อย ผมก็ต้องจัดการแมวต่อ สภาพของมันไม่ต่างไปจากยัยเด็กคนนี้เลยครับ แต่ดีหน่อยที่แมวสามารถดูแลตัวเองได้บ้าง(มั้ง)

ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม แต่สุดท้ายผมกลับขับรถออกจากคอนโดเพื่อหาร้านขายของแมวครับ อ่านไม่ผิดหรอก ผมหาร้านขายของแมวไง ซื้อทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับแมว หมดไปหลายบาทเลยทีเดียว ซื้อของเสร็จก็กลับคอนโด หามุมให้แมวอยู่ ไปมุมเดียวกับที่เครื่องซักผ้าอยู่ละกันครับ มุมนั้นกว้างอยู่ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของมันละกัน ฝึกให้มันเข้าห้องน้ำเสร็จก็ปล่อยไว้

ระยะเวลาที่ต้องดูแลคนกับแมว กินเวลาผมไปหลายชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่ายอมทำแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆ ที่ผมไม่รู้จักยัยเด็กคนนี้เลยครับ

“หน้าที่ก็ไม่ใช่ ทำไมต้องลงทุนขนาดนี้วะเนี่ย” ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยครับ ถือซะว่าตอบแทนป้าอ่อนก็แล้วกัน สุดท้ายก็ยอมปล่อยผ่านไปก่อน รอให้หายดีค่อยตกลงกันใหม่ ถึงตอนนั้นผมคงเจอทางออกที่ดีนะครับ

*

ผมไม่รู้ว่าตอนนี้มันผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้ว แต่ยัยเด็กเยลลี่นอนหลับเหมือนซ้อมตายเลยครับ นอนจนถึงเย็นก็ยังไร้วี่แววที่จะเดินออกมาจากห้องนอนของผม หรือจะตายแล้วจริงๆ ครับ พอคิดได้ก็รีบลุกไปดูที่ห้องทันที ปรากฏว่าหายครับ

“หายไปไหนวะเนี่ย” ห้องผมไม่มีทางอื่นออกไปแล้วครับ นอกจากประตูที่ผมนั่งมองอยู่น่ะ หรือจะกระโดดออกทางระเบียงหลังห้องผมไปแล้ว

กรี๊ด!

เสียงดังมาจากห้องน้ำครับ ผมเลยรีบเดินไปดู ผลักประตูเข้าไปเห็นยัยเด็กบ้ากำลังยืนทำอะไรอยู่ที่อ่างล้างหน้าก็ไม่รู้ครับ

“ทำอะไรน่ะ”

“คะ คุณใหญ่!”

“เออ!” มองผมผ่านกระจกครับ สีหน้าตกใจยกใหญ่เลย เหมือนเห็นผี

“ฝะ ฝันเหรอคะ” บ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันมามองหน้าผม ยื่นปลายนิ้วมาแตะไปตามใบหน้าของผมก่อนจะบีบปลายจมูกอย่างแรง

“โอ้ย! ทำบ้าอะไรของมึงวะเนี่ย”

“ฮือออ หะ หนูไม่ได้ฝันเหรอคะ”

“เออ!”

“หนูเดินกลับมาที่นี่เหรอคะ ขอโทษนะคะ หนูจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” ผมว่ายัยนี่ต้องบ้าด้วยแน่ๆ เลยครับ พูดเร็วมากก่อนจะรีบเดินเลี่ยงออกไป ผมเองก็รีบเดินตามไปจับข้อมือเอาไว้ทันที

หมับ!

เยลลี่หยุดเดินพลางหมุนตัวหันกลับมามองหน้าผม

“คะ?”

“เราต้องคุยกัน”

“คุยอะไรเหรอคะ” ผมไม่ตอบ ลากเธอออกมาข้างนอกแทน ในเมื่อไม่มีทางเลือกผมก็ต้องทำตามข้อตกลงของแม่

“แนะนำตัวมาสิ”

“คะ?”

“แนะนำตัวของมึงน่ะ”

“อ๋อ… ชื่อเยลลี่ค่ะ อายุสิบเก้าปี เป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะ พะ…”

“พอ!” อย่างกับรับน้องเลยครับ อายุเกือบเป็นลูกของผมได้เลยครับ เพราะแบบนี้สินะแม่ถึงส่งยัยเด็กคนนี้มา “ทำไมถึงยอมรับเงินของแม่กู”

“ก็…” น้ำเสียงขาดหายไป ดวงตากลมโตจ้องผมพลางกะพริบเข้าหากันถี่ๆ แทน เหมือนกำลังช่างใจว่าจะพูดออกมาดีไหม

“พูดความจริง”

“หนูจำเป็นต้องใช้เงินค่ะ”

“แน่ใจ”

“นะ แน่ค่ะ”

“กูจะให้มึงอยู่ที่นี่หนึ่งเดือนเท่านั้น”

“หนึ่งเดือนเองเหรอคะ”

“ทำไม?”

“เปล่าค่ะ” ก้มหน้าต่ำไม่กล้าสบตาผม นอกจากเงินมันต้องมีอะไรนอกเหนือกว่านี้แน่นอน และคนอย่างใหญ่ ถ้าอยากรู้อะไรแล้วต้องได้รู้ครับ

“รอกูอยู่ที่นี่ ห้ามไปไหน”

“จะไปไหนเหรอคะ”

“ไม่ต้องเสือก!”

“ขอโทษค่ะ” ผมไม่ได้สนใจยัยนั่นอีกก่อนจะลุกไปหยิบกุญแจรถเดินออกจากห้อง เป้าหมายของผมคือบริษัทของพ่อและห้องทำงานของไอ้เล็ก

ผมใช้เวลาในการขับรถแค่ไม่นานก็มาถึงครับ ทุกคนรู้จักผมดี พอพนักงานเห็นหน้าผมก็พากันก้มหน้าไม่กล้าสบตาหรือผมจะเถื่อนจนทุกคนกลัวครับ กดลิฟต์ขึ้นมาจนถึงชั้นที่ไอ้เล็กอยู่ เลขาหน้าห้องของมันก็ตกใจทันทีครับ

“คะ คุณใหญ่ สวัสดีค่ะ”

“ไอ้เล็กอยู่ในห้องใช่มั้ย”

“อยู่ค่ะ แต่คุณเล็ก…”

ปัง!

กรี๊ด!

ผมผลักประตูเข้าไปอย่างแรง เสียงผู้หญิงที่อยู่ในห้องกรี๊ดลั่นเลยครับ ส่วนไอ้เล็กก็แค่มองสีหน้าของมันเหมือนไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะสักเท่าไหร่

“ขอโทษค่ะ ดิฉันกำลังจะบอก แต่ว่า…” เลขาของมันพูดขึ้น

“ช่างเถอะ ออกไปได้แล้ว” ไอ้เล็กหันไปสั่งเลขา “เธอก็ด้วย”

“แต่ว่า…”

“ออกไป!”

“ค่ะ” ผมไม่รู้ว่าไอ้เล็กมันไปคว้ายัยนี่มาจากไหน แต่ท่าทางไม่น่าไว้ใจเลยครับ ขนาดกำลังจะเอากับน้องผมอยู่แท้ๆ ยังมีหน้ามามองผมเหมือนกำลังยั่วอีกต่างหาก

“พี่เข้ามาหาผมถึงที่ทำงานมีอะไรหรือเปล่าครับ”

“กูคิดว่ามึงคงไม่ได้โง่หรอกนะ”

“เยลลี่?”

หมับ!

ผมไม่ได้ตอบ เดินเข้าไปกระชากคอเสื้อของมันเอาไว้ทันที ไอ้เล็กถึงกับตกใจเลยครับ

“เฮ้ย!”

“แม่คิดจะทำอะไร”

“ทำอะไรครับ แม่แค่ส่งเยลไปดูแลพี่เท่านั้น”

“มึงคิดว่ากูจะเชื่อเหรอ? จะบอกกูดีๆ หรือให้กูพังห้องทำงานของมึง”

“พี่ใหญ่”

“อย่าท้ากูนะ!” ผมมันพวกชอบใช้กำลังอยู่แล้วครับและวิธีง้างปากไอ้เล็กที่ดีที่สุดคือวิธีนี้นี่แหละครับ ถ้าไม่ทำแบบนี้มันไม่ยอมบอกผมแน่นอน “พูดความจริงด้วย”

“เฮ้อ! โอเคๆ ผมยอมแล้ว”

“พูดมา”

“แม่จ้างเยลให้ไปดูแลพี่”

“พูดให้หมด”

“หมดแล้ว”

“กูคิดว่า…”

“เฮ้ยๆ หยุดเลย วางเอกสารนั้นลง มันสำคัญมากนะ” ผมรู้ว่ามันพูดไม่หมด ไอ้เล็กเจ้าเล่ห์จะตายไปครับ แต่มันไม่ทันผมหรอก “จ่ายงวดแรกห้าแสน…”

“หืม?”

“ผมก็ไม่รู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ แต่ท่านมั่นใจว่าเยลจะพาพี่กลับไปอยู่ที่บ้านได้เลยยอมทุ่มเงินหนึ่งล้านห้าแสนบาทเพื่อจ้างเยล จ่ายงวดแรกไปแล้วห้าแสน ถ้าเยลทำสำเร็จจ่ายอีกหนึ่งล้านบวกกับเงินอีกก้อนซึ่งผมไม่รู้ว่าเท่าไหร่”

“คุณหญิงเจิดจรัสลงทุนไปหรือเปล่า” เจิดจรัสคือชื่อของแม่ผมเองครับ เงินหนึ่งล้านห้าแสนบาทท่านสามารถซื้อแจกันเก่าๆ ไว้สะสมได้หลายใบเลยครับ แต่นี่ยอมลุกทุนจ้างยัยเด็กนั้นเนี่ยน่ะนะ “แม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะทำอะไรได้ นอกจากเป็นภาระของกูงั้นเหรอ”

“อย่างน้อยๆ แม่ก็คงมั่นใจว่าพี่จะไม่จับเยลทำเมียล่ะมั้ง เพราะพี่ไม่ชอบเด็ก”

“หืม? แม่คิดแบบนี้งั้นเหรอ”

“ครับ”

“กูมีเรื่องสนุกๆ ให้เล่นอีกแล้วสินะ”

“อย่าคิดอะไรบ้าๆ นะพี่ใหญ่ เยลลี่เป็นหลานป้าอ่อนนะ อีกอย่างเด็กมันไม่ทันพี่หรอก”

“แล้วไง ใครสน ในเมื่ออยากรับเงินแม่โดยไม่สนใจอะไรดีนัก”

“เยลจำเป็นต้องใช้เงินนะพี่”

“ไม่ใช่เรื่องของกู! ขอบใจที่บอก”

“พี่ใหญ่!” ผมไม่ได้สนใจเสียงเรียกไอ้เล็กอีกก่อนจะเดินกลับออกจากบริษัทด้วยความพึงพอใจ มีเกมสนุกๆ ให้เล่นกับคุณหญิงเจิดจรัสอีกแล้วครับ

ผมขับรถกลับคอนโดด้วยความพึงพอใจ ไม่คิดว่าแม่จะลงทุนขนาดนี้… ยอมใจแม่จริงๆ เลยครับ กลับมาถึงคอนโดเดินกลับขึ้นข้างบน ตกใจครับเพราะห้องผมเปลี่ยนไปและดูจากสภาพที่มันดีกว่าเดิม ยัยเด็กบ้าต้องรื้อห้องของผมอีกแน่ๆ

“ใครใช้ให้มึงวุ่นวายกับห้องของกู”

“หนูเห็นมันรกนะคะ”

“ไม่สบายอยู่ยังเสือกยุ่งไม่เข้าเรื่องอีก”

“หนูแค่หวังดี…” เสียงเริ่มเบาครับ ไม่กล้าสบตาผมด้วย

“ไม่ต้อง!”

“ทำไมชอบดุหนูนัก คุณเล็กบอกว่าคุณใหญ่ใจดี แต่ทำไมหนูรู้สึกเหมือนคุณใหญ่ใจร้ายเหมือนยักษ์”

“เดี๋ยวกูตบคว่ำเลย! รู้จักกูเหรอมาว่ากูเหมือนยั กษ์เนี่ย” ตั้งแต่เกิดมา มียัยเด็กนี่แหละครับที่กล้าต่อปากต่อคำกับผมและผมไม่กล้าทำอะไรเพราะคำว่าหลานของป้าอ่อน

“ไม่รู้จักหรอกค่ะ”

“มานี่ดิ”

“จะกินหนูเหรอคะ”

“จะตบมึงแทน!”

“ฮืออ”

“ฮือๆ ประสาท!”

“ยังไม่แก่สักหน่อย ทำไมชอบด่าหนูจัง”

“แล้วมึงล่ะ รู้จักกูดีเหรอ เถียงกูฉอดๆ เนี่ย”

“…” ไม่ตอบครับ นอกจากฉีกยิ้มกว้าง ผมว่ายัยเด็กนี่บ้ามากกว่าดีนะครับ

“อีเย!”

"หนูชื่อเยล"

"กูจะเรียกแบบนี้"

"พี่ยักษ์!" เรียกผมหน้าตายมากเลยครับ แถมยังเสล่อเรียกพี่อีกต่างหาก

"กูชื่อใหญ่!"

"หนูจะเรียกแบบนี้"

"กวนตีน!"

“กวนตีน!”

“เดี๋ยวกูตบคว่ำเลย” ยกมือจะพุ่งเข้าไปหาด้วยครับ

กรี๊ด!

อยู่กับเด็กนี่ทุกวัน ผมต้องประสาทกินแน่ๆ เลยครับ อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย ทำไมต้องมาเล่นอะไรเป็นเด็กๆ แบบนี้

 

 

 

--100%--

เอาเซ่! รู้จักน้องเยลของเราน้อยไปซะแล้ว 555555555555555

เขียนเอง ประสาทเอง ความอ่อนโยนของพระเอกไม่มีเลยจริงๆ ด่าหมดทุกคน ไม่ยกเว้นนางเอกของเราเลยจริงๆ

เรื่องนี้จะไม่ดราม่าเพราะความบ้าบอของนางเอกนี่แหละค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น