เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๕ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๕ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2563 15:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๕ [100%]
แบบอักษร

 

 

 

[ใหญ่] 

หลังจากไปอุ้มยัยเด็กเยลลี่ออกมาจากซอกหนึ่งของตึก แต่จะซอกไหนก็ช่างเถอะครับ คิดจะหนีทั้งที ดันหนีไปไม่พ้นคอนโดของผมเลยครับ 

“จะดูแลเหรอ” 

“หรือมึงจะเอาไปดูแลเอง” 

“ได้เหรอวะ น้องเขาก็น่ารักดีนะ” ไอ้นายมันว่าพลางขยับเข้ามาใกล้ ๆ ผมเลยยกขาข้างหนึ่งขึ้นถีบมันให้ออกไปห่าง ๆ แทน “ไอ้สัส! แอบหวง” 

“หวงบ้านมึงดิ! นี่หลานป้าอ่อน กูนับถือท่าน” 

“อ๋อ หลานป้าอ่อน” 

“กลับไปได้แล้ว รำคาญ! วันนี้กูไม่เข้าร้านนะ” 

“ครับ ๆ” ไอ้นายมันยอมกลับออกไปแต่โดยดี ผมเลยหันกลับมาดูแลยัยเด็กคนนี้ต่อ ทำไมแม่ต้องหาเรื่องมาให้ผมด้วยเนี่ย หรือแม่จะรู้ว่าผมนับถือป้าอ่อน ท่านเลยส่งยัยเด็กคนนี้มาเพราะผมต้องเกรงใจป้าอ่อนบ้างแหละ แต่มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผมนี่ 

เฮ้อ! 

เมี้ยว เมี้ยว 

“เหลือมึงอีกตัวสินะ”  

จัดการคนเสร็จเรียบร้อย ผมก็ต้องจัดการแมวต่อ สภาพของมันไม่ต่างไปจากยัยเด็กคนนี้เลยครับ แต่ดีหน่อยที่แมวสามารถดูแลตัวเองได้บ้าง(มั้ง) 

ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม แต่สุดท้ายผมกลับขับรถออกจากคอนโดเพื่อหาร้านขายของแมวครับ อ่านไม่ผิดหรอก ผมหาร้านขายของแมวไง ซื้อทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับแมว หมดไปหลายบาทเลยทีเดียว ซื้อของเสร็จก็กลับคอนโด หามุมให้แมวอยู่ ไปมุมเดียวกับที่เครื่องซักผ้าอยู่ละกันครับ มุมนั้นกว้างอยู่ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของมันละกัน ฝึกให้มันเข้าห้องน้ำเสร็จก็ปล่อยไว้ 

ระยะเวลาที่ต้องดูแลคนกับแมว กินเวลาผมไปหลายชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่ายอมทำแบบนี้ได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่ผมไม่รู้จักยัยเด็กคนนี้เลยครับ 

“หน้าที่ก็ไม่ใช่ ทำไมต้องลงทุนขนาดนี้วะเนี่ย” ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยครับ ถือซะว่าตอบแทนป้าอ่อนก็แล้วกัน สุดท้ายก็ยอมปล่อยผ่านไปก่อน รอให้หายดีค่อยตกลงกันใหม่ ถึงตอนนั้นผมคงเจอทางออกที่ดีนะครับ 

 

* 

 

 

ผมไม่รู้ว่าตอนนี้มันผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้ว แต่ยัยเด็กเยลลี่นอนหลับเหมือนซ้อมตายเลยครับ นอนจนถึงเย็นก็ยังไร้วี่แววที่จะเดินออกมาจากห้องนอนของผม หรือจะตายแล้วจริง ๆ ครับ พอคิดได้ก็รีบลุกไปดูที่ห้องทันที ปรากฏว่าหายครับ 

“หายไปไหนวะเนี่ย” ห้องผมไม่มีทางอื่นออกไปแล้วครับ นอกจากประตูที่ผมนั่งมองอยู่น่ะ หรือจะกระโดดออกทางระเบียงหลังห้องผมไปแล้ว 

กรี๊ด! 

เสียงดังมาจากห้องน้ำครับ ผมเลยรีบเดินไปดู ผลักประตูเข้าไปเห็นยัยเด็กบ้ากำลังยืนทำอะไรอยู่ที่อ่างล้างหน้าก็ไม่รู้ครับ 

“ทำอะไรน่ะ” 

“คะ คุณใหญ่!” 

“เออ!” มองผมผ่านกระจกครับ สีหน้าตกใจยกใหญ่เลย เหมือนเห็นผี 

“ฝะ ฝันเหรอคะ” บ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันมามองหน้าผม ยื่นปลายนิ้วมาแตะไปตามใบหน้าของผมก่อนจะบีบปลายจมูกอย่างแรง 

“โอ๊ย! ทำบ้าอะไรของมึงวะเนี่ย” 

“ฮือออ หะ หนูไม่ได้ฝันเหรอคะ” 

“เออ!” 

“หนูเดินกลับมาที่นี่เหรอคะ ขอโทษนะคะ หนูจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” ผมว่ายัยนี่ต้องบ้าด้วยแน่ ๆ เลยครับ พูดเร็วมากก่อนจะรีบเดินเลี่ยงออกไป ผมเองก็รีบเดินตามไปจับข้อมือเอาไว้ทันที 

หมับ! 

เยลลี่หยุดเดินพลางหมุนตัวหันกลับมามองหน้าผม 

“คะ?” 

“เราต้องคุยกัน” 

“คุยอะไรเหรอคะ” ผมไม่ตอบ ลากเธอออกมาข้างนอกแทน ในเมื่อไม่มีทางเลือกผมก็ต้องทำตามข้อตกลงของแม่ 

“แนะนำตัวมาสิ” 

“คะ?” 

“แนะนำตัวของมึงน่ะ” 

“อ๋อ… ชื่อเยลลี่ค่ะ อายุสิบเก้าปี เป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะ พะ…” 

“พอ!” อย่างกับรับน้องเลยครับ อายุเกือบเป็นลูกของผมได้เลยครับ เพราะแบบนี้สินะแม่ถึงส่งยัยเด็กคนนี้มา “ทำไมถึงยอมรับเงินของแม่กู” 

“ก็…” น้ำเสียงขาดหายไป ดวงตากลมโตจ้องผมพลางกะพริบเข้าหากันถี่ ๆ แทน เหมือนกำลังช่างใจว่าจะพูดออกมาดีไหม 

“พูดความจริง” 

“หนูจำเป็นต้องใช้เงินค่ะ” 

“แน่ใจ” 

“นะ แน่ค่ะ” 

“กูจะให้มึงอยู่ที่นี่หนึ่งเดือนเท่านั้น” 

“หนึ่งเดือนเองเหรอคะ” 

“ทำไม?” 

“เปล่าค่ะ” ก้มหน้าต่ำไม่กล้าสบตาผม นอกจากเงินมันต้องมีอะไรนอกเหนือจากนี้แน่นอน และคนอย่างใหญ่ ถ้าอยากรู้อะไรแล้วต้องได้รู้ครับ 

“รอกูอยู่ที่นี่ ห้ามไปไหน” 

“จะไปไหนเหรอคะ” 

“ไม่ต้องเสือก!” 

“ขอโทษค่ะ” ผมไม่ได้สนใจยัยนั่นอีกก่อนจะลุกไปหยิบกุญแจรถเดินออกจากห้อง เป้าหมายของผมคือบริษัทของพ่อและห้องทำงานของไอ้เล็ก 

ผมใช้เวลาในการขับรถแค่ไม่นานก็มาถึงครับ ทุกคนรู้จักผมดี พอพนักงานเห็นหน้าผมก็พากันก้มหน้าไม่กล้าสบตาหรือผมจะเถื่อนจนทุกคนกลัวครับ กดลิฟต์ขึ้นมาจนถึงชั้นที่ไอ้เล็กอยู่ เลขาหน้าห้องของมันก็ตกใจทันทีครับ 

“คะ คุณใหญ่ สวัสดีค่ะ” 

“ไอ้เล็กอยู่ในห้องใช่มั้ย” 

“อยู่ค่ะ แต่คุณเล็ก…” 

ปัง! 

กรี๊ด! 

ผมผลักประตูเข้าไปอย่างแรง เสียงผู้หญิงที่อยู่ในห้องกรี๊ดลั่นเลยครับ ส่วนไอ้เล็กก็แค่มองสีหน้าของมันเหมือนไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะสักเท่าไหร่ 

“ขอโทษค่ะ ดิฉันกำลังจะบอก แต่ว่า…” เลขาของมันพูดขึ้น 

“ช่างเถอะ ออกไปได้แล้ว” ไอ้เล็กหันไปสั่งเลขา “เธอก็ด้วย” 

“แต่ว่า…” 

“ออกไป!” 

“ค่ะ” ผมไม่รู้ว่าไอ้เล็กมันไปคว้ายัยนี่มาจากไหน แต่ท่าทางไม่น่าไว้ใจเลยครับ ขนาดกำลังจะเอากับน้องผมอยู่แท้ ๆ ยังมีหน้ามามองผมเหมือนกำลังยั่วอีกต่างหาก 

“พี่เข้ามาหาผมถึงที่ทำงานมีอะไรหรือเปล่าครับ” 

“กูคิดว่ามึงคงไม่ได้โง่หรอกนะ” 

“เยลลี่?” ผมไม่ได้ตอบ เดินเข้าไปกระชากคอเสื้อของมันเอาไว้ทันที ไอ้เล็กถึงกับตกใจ “เฮ้ย!” 

“แม่คิดจะทำอะไร” 

“ทำอะไรครับ แม่แค่ส่งเยลไปดูแลพี่เท่านั้น” 

“มึงคิดว่ากูจะเชื่อเหรอ? จะบอกกูดี ๆ หรือให้กูพังห้องทำงานของมึง” 

“พี่ใหญ่” 

“อย่าท้ากูนะ!” ผมมันพวกชอบใช้กำลังอยู่แล้วครับและวิธีง้างปากไอ้เล็กที่ดีที่สุดคือวิธีนี้นี่แหละครับ ถ้าไม่ทำแบบนี้มันไม่ยอมบอกผมแน่นอน “พูดความจริงด้วย” 

“เฮ้อ! โอเค ๆ ผมยอมแล้ว” 

“พูดมา” 

“แม่จ้างเยลให้ไปดูแลพี่” 

“พูดให้หมด” 

“หมดแล้ว” 

“กูคิดว่า…” 

“เฮ้ย ๆ หยุดเลย วางเอกสารนั่นลง มันสำคัญมากนะ” ผมรู้ว่ามันพูดไม่หมด ไอ้เล็กเจ้าเล่ห์จะตายไปครับ แต่มันไม่ทันผมหรอก “จ่ายงวดแรกห้าแสน…” 

“หืม?” 

“ผมก็ไม่รู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ แต่ท่านมั่นใจว่าเยลจะพาพี่กลับไปอยู่ที่บ้านได้เลยยอมทุ่มเงินหนึ่งล้านห้าแสนบาทเพื่อจ้างเยล จ่ายงวดแรกไปแล้วห้าแสน ถ้าเยลทำสำเร็จจ่ายอีกหนึ่งล้านบวกกับเงินอีกก้อนซึ่งผมไม่รู้ว่าเท่าไหร่” 

“คุณหญิงเจิดจรัสลงทุนไปหรือเปล่า” เจิดจรัสคือชื่อของแม่ผมเองครับ เงินหนึ่งล้านห้าแสนบาทท่านสามารถซื้อแจกันเก่า ๆ ไว้สะสมได้หลายใบเลยครับ แต่นี่ยอมลงทุนจ้างยัยเด็กนั้นเนี่ยน่ะนะ “แม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะทำอะไรได้ นอกจากเป็นภาระของกูงั้นเหรอ” 

“อย่างน้อย ๆ แม่ก็คงมั่นใจว่าพี่จะไม่จับเยลทำเมียล่ะมั้ง เพราะพี่ไม่ชอบเด็ก” 

“หืม? แม่คิดแบบนี้งั้นเหรอ” 

“ครับ” 

“กูมีเรื่องสนุก ๆ ให้เล่นอีกแล้วสินะ” 

“อย่าคิดอะไรบ้า ๆ นะพี่ใหญ่ เยลลี่เป็นหลานป้าอ่อนนะ อีกอย่างเด็กมันไม่ทันพี่หรอก” 

“แล้วไง ใครสน ในเมื่ออยากรับเงินแม่โดยไม่สนใจอะไรดีนัก” 

“เยลจำเป็นต้องใช้เงินนะพี่” 

“ไม่ใช่เรื่องของกู! ขอบใจที่บอก” 

“พี่ใหญ่!” ผมไม่ได้สนใจเสียงเรียกไอ้เล็กอีกก่อนจะเดินกลับออกจากบริษัทด้วยความพึงพอใจ มีเกมสนุก ๆ ให้เล่นกับคุณหญิงเจิดจรัสอีกแล้วครับ 

ผมขับรถกลับคอนโดด้วยความพึงพอใจ ไม่คิดว่าแม่จะลงทุนขนาดนี้… ยอมใจแม่จริง ๆ เลยครับ กลับมาถึงคอนโดเดินกลับขึ้นข้างบน ตกใจครับเพราะห้องผมเปลี่ยนไปและดูจากสภาพที่มันดีกว่าเดิม ยัยเด็กบ้าต้องรื้อห้องของผมอีกแน่ ๆ 

“ใครใช้ให้มึงวุ่นวายกับห้องของกู” 

“หนูเห็นมันรกน่ะค่ะ” 

“ไม่สบายอยู่ยังเสือกยุ่งไม่เข้าเรื่องอีก” 

“หนูแค่หวังดี…” เสียงเริ่มเบาครับ ไม่กล้าสบตาผมด้วย 

“ไม่ต้อง!” 

“ทำไมชอบดุหนูนัก คุณเล็กบอกว่าคุณใหญ่ใจดี แต่ทำไมหนูรู้สึกเหมือนคุณใหญ่ใจร้ายเหมือนยักษ์” 

“เดี๋ยวกูตบคว่ำเลย! รู้จักกูเหรอมาว่ากูเหมือนยักษ์เนี่ย” ตั้งแต่เกิดมา มียัยเด็กนี่แหละที่กล้าต่อปากต่อคำกับผมและผมไม่กล้าทำอะไรเพราะคำว่าหลานของป้าอ่อน 

“ไม่รู้จักหรอกค่ะ” 

“มานี่ดิ” 

“จะกินหนูเหรอคะ” 

“จะตบมึงแทน!” 

“ฮืออ” 

“ฮือ ๆ ประสาท!” 

“ยังไม่แก่สักหน่อย ทำไมชอบด่าหนูจัง” 

“แล้วมึงล่ะ รู้จักกูดีเหรอ เถียงกูฉอด ๆ เนี่ย” 

“…” ไม่ตอบครับ นอกจากฉีกยิ้มกว้าง ผมว่ายัยเด็กนี่บ้ามากกว่าดีนะครับ 

“อีเย!” 

"หนูชื่อเยล" 

"กูจะเรียกแบบนี้" 

"พี่ยักษ์!" เรียกผมหน้าตายมากเลยครับ แถมยังสะเหล่อเรียกพี่อีกต่างหาก 

"กูชื่อใหญ่!" 

"หนูจะเรียกแบบนี้" 

"กวนตีน!" 

“กวนตีน!” 

“เดี๋ยวกูตบคว่ำเลย” ยกมือจะพุ่งเข้าไปหาด้วยครับ 

กรี๊ด! 

อยู่กับเด็กนี่ทุกวัน ผมต้องประสาทกินแน่ ๆ เลยครับ อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย ทำไมต้องมาเล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ แบบนี้ 

ความคิดเห็น