ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 2 : ออกล่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 367

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2563 09:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 2 : ออกล่า
แบบอักษร

ตอนที่ 2 ออกล่า 

เจ้าทัพ นักรบ สงคราม เก้าทัพ 

ณ สนามแข่งรถ JK 

"เอ้าชน! ชนให้กับชัยชนะของไอ้เหี้ยเก้า ฮ่าๆๆ" เสียงหัวเราะร่าเริงของนักรบมันทำเจ้าของชื่อหัวเสีย 

"เหี้ยพ่องมึงสิ! กูมีชื่อเท่ๆว่าเก้าทัพมึงอย่ามาเติมชื่อสัตว์เลื้อยคลานแลบลิ้นพันธุ์นั้นให้กูได้ม่ะ-*-" คิดแล้วก็อารมณ์เสีย 

"เอ้าไม่ดีรึไงมึงจะได้รวยๆเฮงๆมั่งมีศรีสุขไงเพื่อนเก้า ฮ่าๆๆ"  ยังๆ ยังไม่หยุดพูด 

"ไอ้รบมึงอยากโดนกูถีบยอดหน้านักใช่ไหม?" เก้าทัพยกฝ่าเท้าชี้ไปที่หน้าของนักรบ 

"โวะ! เอะอะอะไรมึงก็ชอบใช้แต่กำลัง เพราะแบบนี้ไงสาวๆถึงไม่อย่าเข้าใกล้มึง" นักรบเบะปากใส่เก้าทัพ 

"แล้วไง?กูจำต้องสน ก็ไม่!:("  

ผู้หญิงพวกนั้นน่ารำคาญจะตาย ระริกระรี้อยากจะเสียตัว เหอะๆ  

"เพราะมึงปากหมาแบบนี้ไง มึงเลยยังซิงจนถึงทุกวันนี้ไงไอ้เก้า" นักรบยังคงตอกย้ำเพื่อนตัวเองไม่เลิก 

"ปากกูก็เป็นของกูอย่างงี้อยู่แล้ว มึงจะให้กูทำไง? จะให้กูเอามึงดีล่ะกูจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่-*-" 

"ยี๋! กูไม่ชอบเล่นประตูหลังเว้ย!! และกูก็ไม่ชอบเอางวงตัวเองไปฟาดฟันกับใครทั้งนั้นแหละ คนอย่างกูน่ะมันต้องเข้าโพรงอย่างเดียว~" นักรบพูดพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ในฉบับเสือสาว 

เรื่องลามกจกเปรตต้องยกให้ไอ้นักรบมันเลย ชำนาญยิ่งกว่าปรมาจารย์สักอีก 

"กูขอให้แม่งเป็นเอดตายไอ้สัส!" แช่งมันแม่งเลย 

"แช่งไปเลย เพราะยังไงกูก็ป้องกันอยู่แว้ว~" มันแลบลิ้นปิ้นตาใส่ผมอย่างล้อเลียน 

เดี๋ยวเถอะมึงเดี๋ยวเจอสกิลปากกู 

"ขอให้ตอนเอากันถุงแตก ถุงรั่ว ถุงขาด ตื่นมาได้กับกระเทยควาย" 

"ไอ้เก้า! ไอ้เพื่อนเวร!!!" 

และทั้งสองระหว่างนักรบกับเก้าทัพก็มีปากเสียงใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใครโดยลืมใครอีกคนที่นั่งหน้านิ่งอยู่โซฟาเดียวกัน นั่นก็คือ..สงคราม 

"=_=" สงคราม 

"มึงนั่นแหละเตี้ย! หล่อน้อยกว่ากูอีกต่างหาก" เก้าทัพเอ่ย 

"เตี้ยพ่อมึงสิ! กูอ่ะสมส่วนมาตราฐาน ฟันมึงนั่นแหละเกินมาตราฐานเยินจนจะเจาะหน้ากูอยู่แล้ว" นักรบเถียงกับอีกฝ่ายอย่างเจ็บแสบไม่แพ้กัน 

"มึงว่าไงนะ!!" เก้าทัพ 

( *-_-)---->>> (=_=) <<<----(-_-* ) 

"พวกมึงสองตัวจะเลิกกัดกันได้รึยังกูรำคาญ=_=" สงครามพูดขึ้นด้วยสีหน้าเบื่อๆ 

เขาเบื่อเพราะพวกมันสองตัวชอบทะเลาะกันเป็นประจำ กัดกันยิ่งกว่าหมาบ้าซะอีก 

"รำคาญมึงก็หนีพวกกูไปบวชสิ" เก้าทัพว่า 

เห้อ~เอาเถอะผมชินแล้วล่ะ (สงครามคิดในใจ) 

"อ้าวๆมากันตอนไหนวะไอ้พวกเด็กเวร" เสียงเอ่ยทักจากผู้มาใหม่ที่เดินหน้าระรื่นยิ้มแฉ่งเหมือนคนบ้า จะใครที่ไหนถ้าไม่ใช่ "เฮียทัพ" หรือ ก็คือ เจ้าทัพ พี่ชายแท้ๆของไอ้เก้าทัพ 

"อ้าวว่าไงเหี้ย เอ้ย เฮีย ไม่เจอกันนานเลยนะ^^" นักรบเอ่ยทักกวนๆใส่คนเป็นพี่คนแรก 

"ไอ้รบมึงช่วยออกเสียงให้ถูกก่อนจะได้ไหม? เดี๋ยวเฮียเดี๋ยวเหี้ย มึงเลือกสักอย่างเหอะ-*-" 

"มาทำห่าอะไรที่นี่?" เก้าทัพเอ่ยถามพี่ชายตัวเองเสียงเหี้ยม 

"มาสนามแข่งรถกูคงมาเล่นโยคะมั้ง"  

พอกันทั้งพี่ทั้งน้อง 

"กวนตีน" 

"นี่ๆกูพี่มึงนะไอ้เก้าพูดจาให้มันดีๆหน่อย" 

"เหอะ!!" เก้าทัพเบะปากใส่ผู้เป็นพี่อย่างเซ็งๆ 

"เออว่าจะถามมึงตั้งนานและไอ้คราม ปกติคนอย่างมึงไม่ค่อยจะโผล่หัวมาหาพวกกูสักเท่าไหร่ ไงวันนี้นึกอยากจะมาวะ?" เก้าทัพเอ่ยถามสงคราม 

"ก็แค่เบื่อ" ผมตอบพวกมันไปตามความจริง 

"เบื่อ?"  

"อืม" 

"คนอย่างมึงเบื่อคือเรื่องปกติ แต่ถ้ามึงถึงกับพูดออกมาเองแสดงว่าแม่งโครตจะไม่ธรรมดา" เฮียทัพจ้องมาที่ผมอย่างจับผิดซึ่งมันก็ทำให้พวกที่เหลือหันมามองหน้าผมอย่างเคร้นหาคำตอบ 

เบื่อพวกรู้มากซะจริง 

"ถ้าจ้องกันขนาดนี้พวกมึงรุมโทรมกูเลยเถอะ" 

"มึงอย่าท้ากูนะเว้ย!" ไอ้นักรบยื่นหน้ามาหาผมพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ 

แต่..ผมมาเหนือกว่านั้น 

หมับ 

ผมยื่นมือไปลูบไล้หน้าไอ้นักรบจนมันสะดุ้งรีบตีมือผมแล้วถอยห่างจากผมเป็นวาเลย 

"เฮ้ย!! กูพูดเล่นไอ้สัสมึงจะจับกูทำเมียเลยหรอวะ?!!" มันมองผมด้วยสีหน้ากลัวๆพลางกอดตัวเองแน่น 

"ชอบเป็นฝ่ายรับก็ไม่บอก=_=" 

"รับพ่อมึงสิ!!" 

"หยุดกัดกันสักแปบแล้วเล่าเรื่องเบื่อๆของมึงมาซะไอ้สงคราม" เฮียเจ้าทัพมองผมด้วยสีหน้าอยากรู้สุดๆ 

"พึ่งรู้ว่าเฮียก็ขี้เสือกเหมือนกัน" นักรบ 

"ไอ้รบมึงช่วยหุบปากก่อนที่กูจะจับมึงจูบปิดปากตรงนี้" 

"อี๋~จูบกับเฮียผมไปจูบตูดหมายังฟินกว่าจูบปากเฮียอีก" 

"ตกลงพวกมึงจะฟังกูไหม?" สงคราม 

"เออๆมึงรีบบอกมา" เก้าทัพ 

"คือช่วงนี้พวกมึงได้ยินข่าวแปลกๆมามั่งไหม" ผมเอ่ยถามพวกมันเผื่อได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติมมามั่ง 

"ข่าวไรวะ?" นักรบทำหน้างงๆ 

"ที่ดังอยู่ในตอนนี้ไงไอ้โง่! นี่มึงไม่รู้เรื่องอะไรเลยรึไง" เก้าทัพ 

"ไอสัส! ถ้ากูรู้กูจะถามมึงไหมไอ้เวร!" นักรบ 

"พวกมึงสองตัวไปกัดกันข้างนอกไป๊!! กูรำคาญฟังห่าไรไม่รู้เรื่องเลยเนี่ย-*-" เจ้าทัพบ่นให้กับพฤติกรรมทั้งสองอย่างนักรบกับน้องชายตัวเองที่กัดกันไม่เลือกสถานการณ์ 

"เฮียกล้าไล่เจ้าของที่เลยหรอ" นักรบ 

"ผมน้องเฮียนะ?" เก้าทัพ 

"เออ!! กูเป็นพี่เจ้าของที่มึงจะทำไม?" 

ตามจริงแล้ว..ก็น่ารำคาญทั้งสามตัวนั่นแหละ=_=; 

"ข่าวแปลกที่ว่าคือพักนี้มีการหายตัวไปของผู้ชายที่มักชอบมาเที่ยวกลางคืนน่ะ" สงครามเริ่มเล่าในสิ่งที่เขาสงสัยทันที 

"หายตัวไป?" นักรบ 

"อืม ว่ากันว่าหายไปพร้อมกับหญิงปริศนาที่สวยจนไม่มีใครจำหน้าตาพวกเธอได้สักครั้งทั้งๆที่สบตา" 

"สวยจนจำไม่ได้ เป็นไงวะ?" เก้าทัพถึงกับงงในประโยคนั้น 

"คงจะสวยชนิดที่ว่าบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้มากกว่าจำไม่ได้ล่ะมั้ง" นักรบพูดอย่างไม่ใส่ใจอะไร 

"พวกเธอ? นี่คงจะมีเป็นกลุ่มรึเปล่า" เจ้าทัพพยายามคิดตามในสิ่งที่รุ่นน้องอย่างสงครามพูดมาอย่างวิเคราะห์ 

"จากที่ผมได้ข่าวมาพวกเธอมีกันอยู่สี่คน ซึ่งแต่ละคนนั้น.." สงครามที่กำลังจะพูดประโยคสำคัญนั้นกับถูกหยุดด้วยเพียงแค่เห็นร่างบางจากทางประตูเข้าก็ทำเอาเขาตาค้างมองไปที่เธอตาไม่กระพริบ 

หญิงสาวในชุดดำเอวลอยโชวความเซ็กซี่ด้วยเอวเอกับผมสีน้ำตาลประกายทองนั่นคลับให้เธอดูมีออล่าแม้กระทั่งอยู่ในสนามแข่งรถที่มีประชากรนับพันคนได้ ด้วยรูปร่างที่อ้อนแอ่นน่ารักบวกกับความเป็นโมเดลที่สมส่วนนั้นทำเอาสงครามใจเต้นเป็นส่ำ ตาคมไม่สามารถโฟกัสสิ่งใดนอกจากเธอได้เลย ถึงแม้จะมีสาวสวยมากมายรายล้อมพวกเขาก็ตามทีแต่เขากลับสนเพียงคนเดียวเท่านั้น 

"เฮ้ไอ้ครามมึงมองไรวะ?" นักรบที่รอฟังอยู่ถึงกับหันตามไปดูว่าอะไรทำให้เพื่อนเขาถึงกับหยุดพูดกลางคันแล้วเอาแต่เงียบ 

และสิ่งที่เขาเห็นนั้นทำเอาสะตั้น..แทบหยุดหายใจ 

"เชี้ย..นางฟ้า" ปากหนาพึมพัมพร้อมกับจิตที่ล่องไปกับเธอคนนั้นเป็นเรียบร้อย 

"ไหนๆ" เจ้าทัพถึงกับหูผึ่งหันไปมองตามทันที 

"โว้~นี่มันแก๊งนางฟ้าชัดๆ" เจ้าทัพมองตาเป็นมันโดยฉะเพาะสาวน้อยผมม้าตากลมโตที่มีหน้าตาอย่างกับตุ๊กตาที่มีชีวิตนั้นสวยเท่สะดุดตาจนเขาแทบหยุดหายใจ 

"กูจอง!!" เจ้าทัพโผลขึ้นเสียงดังตามองไปยังนะโม 

"จะเอาๆๆคนนั้น!!" นักรบว่าพลางชี้นิ้วใส่เป้าหมายที่เป็นแก้วเก้า 

"O_O" สงคราม 

"เฮ้!! จะบ้าผู้หญิงก็ให้มันน้อยๆหน่อย เห็นแล้วรำคาญลูกตา-*-" เก้าทัพที่นั่งมองเพื่อนและพี่ชายตัวเองกำลังคลั่งไม่สิ..น่าจะเรียกว่าทำหน้าโรคจิตมากกว่าเพราะแต่ละคนมองผู้หญิงพวกนั้นแทบจะกลืนกินพวกหล่อนได้ทั้งตัว 

"คนที่นกเขาไม่ขันอย่างมึงจะไปเข้าใจไรวะ" นักรบหันมาด่าเพื่อนตัวเองอย่างไว 

"เออกูไม่เข้าใจ เพราะกูไม่ใช่พวกติดสัตว์ตลอดเวลาอย่างมึงนิ" ตอบเพื่อนตัวเองด้วยน้ำเสียงห้วนๆ 

"ไอ้เก้า!" 

"ไอ้นักรบมึงอย่าไปสนใจน้องกูเลย ตั้งแต่มันเกิดมากูก็ไม่เคยเห็นมันสนใจอิสะตรีที่ไหนสักคน ไม่รู้ว่าชอบไม้ป่าเดียวกันรึเปล่า" เจ้าทัพกอดคอนักรบพลางมองไปยังน้องชายตัวเองที่ยืนทำหน้ายักษ์ใส่เขาอยู่ 

"อย่าคิดว่าเป็นพี่แล้วจะเตะไม่ได้-*-" เก้าทัพพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำอย่างหงุดหงิด 

"อ่ะดูมัน ดูพูดเข้านี่ขนาดกูเป็นพี่มันตั้งสามปี-3-" เจ้าทัพเบะปากใส่เก้าทัพอย่างงอนๆ 

"เฮียอย่าคิดมากสิ อย่างน้อยไอ้เก้ามันก็รักเฮียจะตายใช่ม่ะไอ้เก้า" นักรบยังคงพูดจาปั่นประสาทให้พี่น้องทะเลาะกันไม่เลิก 

"ให้ตายยังไงก็ไม่อยากมีมันเป็นพี่หรอก-*-" 

"โวะ! กูก็ไม่อยากมีน้องเปรตๆอย่างมึงนักหรอก ความฝันกูอุส่าห์อยากได้น้องสาวน่ารักๆสักคนดูแลเอาใจพี่ชายอย่างกูสักหน่อย ใครจะไปรู้ว่าสเปิร์มอย่างมึงจะวิ่งเร็วกว่าน้องสาวกูวะ=_=" 

"โทดทีที่สเปิร์มอย่างกูมันเร็วกว่าน้องสาวเฮีย เลยเกิดมาก่อนอ่ะนะ" 

"กูมีมีดให้กันคนละด้ามไปแทงกันหน้าร้านซะนะ จะเถียงกันอีกนานไหม แม่ทูนหัวผมเดินหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ว่าไหมไอ้คราม" 

"..." 

"ไอ้คราม?" นักรบหันไปทางสงครามแต่แล้วก็ไร้ร่างเพื่อนรักที่เมื่อกี้ยังนั่งคุยอยู่กับพวกเขาอยู่เลย 

"เฮ้! ไอ้ครามมันไปไหนแล้ววะ!?" นักรบหันซ้ายหันขวามองหาเพื่อนรักหน้านิ่งที่ตอนนี้หายไปไหนก็ไม่รู้ 

"ถามหามันหรอ? เดินไปโน้นแล้วไง" เก้าทัพชี้ไปทางสงครามที่กำลังเดินลงไปชั้นล่างเนื่องจากพวกเขาอยู่ใยห้องvipที่มีกระจกรอบด้านไว้มองวิวในสนามแข่งรถ 

"อ่าวเฮ้ย! แม่งไม่ชวนกูเล้ย!!!" นักรบรีบวิ่งตามเพื่อนจอมเย็นชาอย่างสงครามไปติดๆ 

"ไม่ไปกับพวกมันรึไง" เก้าทัพเอ่ยถามพี่ชายจอมหื่นของตัวเองที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม 

"ไปสิว่ะสวยๆกันทั้งนั้น" 

"แล้วจะมานั่งเสล่ออยู่ทำไม?" 

"ก็กูปวดเยี่ยวรอน้องชายพาไปเป็นเพื่อนอยู่^^" เจ้าทัพยิ้มแฉ่งพลางฉุกกระชากลากถูน้องชายอย่างเก้าทัพเป็นมาเป็นเพื่อน 

"เฮ้!!ไม่ไป อยากไปก็ไปคนเดียวสิว่ะ" เก้าทัพเอ่ยอย่างรำคาญพลางมองพี่ชายในไส้ด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ 

"ไปเยี่ยวเป็นเพื่อนกูหน่อย พี่ขอแค่นี้ไม่ได้หรอจ๊ะน้องชาย" เจ้าทัพพูดเสียงสองพลางยื่นมือไปเกาคางเก้าทัพอย่างยอกเล่นแต่อีกฝ่ายกลับทำหน้ายักษ์พลางแยกเขี้ยวใส่เจ้าตัวอีกต่างหาก  

"ไม่ไปเว้ย! ไม่ได้ปวด"  

"เอาน่า~เดี๋ยวเห็นกูเยี่ยวเดี๋ยวมึงก็ปวดเองแหละ" ตรรกะบ้าบออะไรของมันวะ 

"จู๋มึงแท้ๆ ไม่ใช่จู๋กูซะหน่อย-*-" คนขี้รำคาญบ่นไปเดินไปด้วยสีหน้าหงิกงอ 

"ทำไม? มึงกลัวกูพามึงไปให้กระเทยเอาไง?" 

เจ้าทัพที่ชอบพูดจาหวนประสาทน้องชายตัวเองไม่เลิก เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบยุ่งวุ่นวายอะไรกับใครอยู่ด้วย ถ้าจะยุ่งก็คงมีแต่เรื่องชกต่อยที่ล่ะมั้งที่เจ้าตัวชอบเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งผิดกับนิสัยพี่ชายอย่างเจ้าทัพที่เฟลนลี่เข้าถึงง่ายแถมเป็นมิตรกับคนอื่นไปทั่ว 

"กระทืบพี่ชายตัวเองผิดไหมวะ-*-" 

 

อีกทางด้านหนึ่ง 

"โห~คนเยอะจัง" เจ้าเอยพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้นเพราะเจ้าตัวก็พึ่งจะมีวันหยุดออกมาเที่ยวกับเขา เนื่องจากเธอมีอาชีพหลักเป็นหมอจึงไม่ค่อยมีเวลาผิดกับเพื่อนอีกสามคนของเธอที่ชอบเที่ยวกลางคืนเป็นชีวิตจิตใจ 

"นี่ยัยชี พวกฉันพาแกมาเปิดโลกขนาดนี้แล้ว วันนี้แกต้องได้เหยื่อกลับบ้านไปสักคนเข้าใจไหม?" ณาราที่ยืนอยู่ข้างๆพูดพลางมองไปทั่วๆสนามที่มีแต่ชายฉกรรณอกสามศอกเต็มไปหมด 

"ณาราแกก็รู้ว่าเราไม่ชอบทำแบบนั้น.." เจ้าเอยเสียงอ่อยลงหลังจากถูกเพื่อนสาวคะยั้นคะยอให้ทำเรื่องผิดๆ 

"มันเป็นธรรมชาติของเรา แกควรจะชินได้แล้ว" แก้วเก้าพูดสีหน้านิ่งๆ 

"ก็เราไม่ชินนิหน่า" 

"ชินไม่ชินแกก็เห็นคนตายที่โรงพยาบาลทุกวันอยู่แล้วนิแม่คุณหมอ~" นะโมพูดหยอกเจ้าเอยอย่างทีเล่นทีจริง 

"เราไม่อาจพูดกับพวกแกแล้ว ยัยพวกใจร้าย" เจ้าเอยหน้ายู่ปากคว่ำลงเพราะเธอไม่ค่อยชอบไอ้วิธีการที่ต้อง 'ฆ่า' คนเพื่อความอยู่รอดของตัวเองสักเท่าไหร่นัก จึงเดินนำเพื่อนอีกสามคนไปที่ลานแข่งรถอย่างงอนๆ 

การหาเลือดมาดื่ม..สมัยนี้มันมีตั้งหลายวิธีทำไมพวกเพื่อนๆของเธอถึงชอบใช้วิธีรุนแรงแบบนั้นด้วย การหาอาหารเพื่อประทังชีวิตจำเป็นต้องฆ่าคนทุกครั้งเลยรึไง เธอล่ะไม่เข้าใจจริงๆ 

"เหอะๆถ้าฉันใช้วิธีแบบยัยชีมีหวังลงแดงตายกันพอดี" ณาราบ่นตามหลังเพื่อนสาวที่เดินนำไปก่อนด้วยสีหน้าเง้างอนสุดๆ 

เพราะพวกเธอรู้ว่าตัวเองต้องการเลือดมากแค่ไหน และต้องดื่มจำนวนเท่าใดถึงจะหยุดการกระหายเลือดได้ ซึ่งวิธีของพวกเธอจะคล้ายกันๆคือการหลอกล่อเหยื่อให้ตายใจ..จากนั้นก็ปลิดชีพ แต่สำหรับเจ้าเอยแล้วเธอเป็นคนใจดี ขี้สงสาร มีเมตตาทุกอย่างที่เป็นสิ่งมีชีวิตบนโลก มันจึงไม่แปลกที่เจ้าเอยจะมีวิธีที่ต่างจากพวกเธอ 

"เอาหนา~แกก็ต้องเข้าใจยัยเอยด้วยสิ จำตอนที่ยัยเอยฆ่าคนเป็นครั้งแรกได้ไหม..ยัยนั่นเอาแต่ร้องไห้พูดแต่ 'ขอโทษๆ' ไม่ยอมออกจากห้องเป็นเดือนๆแถมทำหน้าอมทุกษ์อยู่ตลอดเวลาอีกต่างหาก" นะโมย้อนนึกถึงตอนที่พวกเธอโดนคำสาปแรกๆแล้วก็อดที่จะเศร้าตามไม่ได้  

จากเด็กสาววัยใสกับกลายมาเป็นฆาตกร..จากมือทั้งสองที่ไม่เคยเปื้อนเลือดโชคชะตากับกลั่นแกล้งทำให้พวกเธอต้องตกอยู่ในนรกทั้งเป็นแบบนี้ 

"นี่พวกแกตามยัยชีไปก่อนเลยนะฉันรู้สึกปวดฉี่อ่ะ ขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ" ณาราเอ่ยขึ้นพลางมองหาห้องน้ำแถวๆนี้ 

"อืม แล้วตามมานะ" แก้วเก้าว่าพลางเดินไปกับนะโมเพื่อตามหาเจ้าเอยที่ตอนนี้อยู่ไหนก็ไม่รู้ 

 

ณ ห้องน้ำ 

#ณารา# 

ความจริงแล้วฉันไม่ได้ปวดฉี่หรอกค่ะ..แต่ฉันมาหาเหยื่อต่างหากล่ะ 

ตอนก่อนเข้ามาที่นี่ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ประตูทางเข้าสนามแข่ง เขาส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มชนิดที่ว่ามดเดินเล่นรอบตาได้เลยอ่ะ 

หมับ 

"ผมจับคุณได้แล้ว คุณคนสวย.." แรงกอดรัดจากทางโดนหลังทำให้ร่างบางที่ถูกจู่โจมแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ 

หึ ไงล่ะเหยื่อติดกับเข้าให้แล้ว.. 

"อ่ะคุณ!!" ฉันแกล้งทำสีหน้าตกใจใส่เขาพลางมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่โครตจะ..อ่อย 

"ผมมองคุณอยู่ตั้งนาน คุณสวยมากจนผมมองใครนอกจากคุณไม่ได้เลย" ว่าแล้วเขาก็ถือวิสาสะยกนิ้วขึ้นมาม้วนผมของฉันเล่นแววตาเจ้าเล่ห์ถูกส่งมาให้นกน้อยอย่างฉันอย่างเหนือกว่า 

แต่ว่านะ..ใครกันแน่ที่จะเป็นนกน้อยให้ฉันเชือดตอนนี้ 

"จริงหรอ เราสวยขนาดนั้นเลย?" ผลักออกจากอีกฝ่ายเบาๆแล้วเปลี่ยนเป็นหันหน้ายกมือขึ้นคล้องคอเข้าหาเขาแทน ตากลมไล่มองชายตรงหน้าด้วยสายตาพราวเสน่ห์.. 

แต่หารู้ไม่..ว่ามันคือสัญณาญอันตรายที่จะพรากชีวิตชายหนุ่มผู้นี้ 

"ใช่สวยมาก..สวยจนผมอยากจะ.." ร่างสูงก้มลงหมายจะสัมผัสริมฝีปากที่ดูแล้วดึงดูดให้เข้าหา แต่ณารากลับใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากของคนโตสูงสักก่อน 

"เขาไปข้างในก่อนไหม? อยู่ตรงนี้เราอายนะ:)" ณารายิ้มแพรวพราวจนคนตรงหน้าหลงเสน่ห์แถบโงหัวไม่ขึ้น 

"ก็ได้ครับ:)" 

100% 

ความคิดเห็น