เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๔ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๔ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2562 19:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๔ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๔ 

[เยลลี่] 

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเยลลี่ เป็นเด็กต่างจังหวัด พ่อกับแม่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ฉันมีพี่สาวฝาแฝดหนึ่งคนชื่อว่าพี่แยม… พี่แยมเป็นคนสวยมากเลยค่ะ ถึงพวกเราจะหน้าเหมือนกัน แต่แม่ชอบบอกว่าพี่แยมสวยกว่าเยอะเลย ใครเห็นก็พากันหลงรัก การเป็นน้องต้องเสียสละทุกอย่างเพราะฐานะทางบ้านไม่ดีฉันเลยตัดสินใจที่จะไม่เรียนต่อและให้พี่แยมได้เรียน พ่อเองก็ป่วยท่านไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน ทำงานหนักๆ ไม่ค่อยได้แล้ว

“นังเยล ฉันจะส่งแกไปทำงานกับป้าอ่อนที่กรุงเทพ” ป้าอ่อนเป็นพี่สาวของพ่อค่ะ

“แต่ว่า…”

“แกอยู่ที่นี่ก็เป็นภาระ พวกเราต้องใช้เงิน ตอนนี้พี่แยมยังเรียนหนังสืออยู่ มีแกคนเดียวที่ช่วยพวกเราได้” เสียงแม่อธิบายต่อ

“แค่กๆ จะให้ลูกไปทำไม” เสียงพ่อดังตามหลังขึ้นมาบ้าง

“พี่น่ะอยู่เฉยๆ ไปเถอะ ถ้านังเยลไม่ช่วยแบ่งเบาภาระพวกเราบ้าง จะเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่าย ไหนจะค่ารักษาพยาบาลของพี่อีก”

“เดี๋ยวแยมช่วยทำงานก็ได้นะแม่”

“ไม่ต้องเลย แกมีหน้าที่เรียนอย่างเดียวก็พอ เรียนจบก็ค่อยหางานดีๆ ทำ”

นี่แหละครอบครัวของฉัน คงมีแค่พ่อที่รักและอยากให้ฉันอยู่ข้างๆ ท่านเสมอ ข้อสรุปเรื่องนี้จบลงที่แม่ส่งฉันไปทำงานกับป้าอ่อน ฉันเองก็ตกลงเพราะอยากช่วยหาเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับพ่อ เช้าของอีกวันฉันเลยได้เดินทางมากรุงเทพ ป้าอ่อนมารอรับที่ขนส่งก่อนจะพาไปบ้านเจ้านายที่ท่านทำงานอยู่ด้วย

คุณหญิงเป็นคนใจดีมากเลยค่ะ แต่ท่านไม่ค่อยชอบความวุ่นวาย ป้าอ่อนเลยให้ฉันคอยช่วยเหลืออยู่แต่ในครัวเท่านั้น แต่กลางดึกของคืนวันเสาร์คุณหญิงกลับลงมาหาฉันที่ห้องพร้อมกับลูกชายของท่าน ชื่อว่าคุณเล็กค่ะ ฉันอนแยกห้องกับป้าอ่อนแต่ห้องของพวกเราอยู่ไม่ไกลกันมากค่ะ

“คะ คุณหญิงมีอะไรให้เยลรับใช้เหรอคะ”

“เธออายุเท่าไหร่”

“สิบเก้าค่ะ” คุณหญิงเงียบไป ท่านหันไปมองหน้าลูกชายที่ยืนอยู่ด้วยพร้อมกับรอยยิ้ม

“ตาใหญ่ชอบเด็กหรือเปล่า”

“เกลียดเลยแหละครับ”

“ก็ดี”

“แม่คิดจะทำอะไรครับ” ฉันไม่รู้ว่าเจ้านายทั้งสองคนกำลังสนทนาเรื่องอะไรกันอยู่

“ชื่อเยลลี่ใช่มั้ย”

“ค่ะ”

“ฉันมีงานให้เธอทำ เงินดีนะ”

“งะ งานอะไรเหรอคะ แต่หนูก็ช่วยป้าอ่อนอยู่แล้วนะคะ”

“แต่งานนี้เงินดีกว่า ถ้าเธอทำสำเร็จฉันจะช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลของพ่อเธอจนหมด รวมทั้งเงินอีกก้อนเพื่อให้เธอใช้จ่ายในครอบครัว”

“เอ๊ะ!” ฉันครางแผ่วเบา งานอะไรกันนะ ทำไมคุณหญิงถึงยอมทุ่มเงินมากมายขนาดนี้

“แม่ครับ”

“เงียบนาตาเล็ก”

“แม่ก็รู้ว่าพี่ใหญ่เป็นคนยังไง”

“เพราะแบบนี้ไง แม่ถึงอยากส่งเยลลี่ไปน่ะ เชื่อแม่สิว่าพี่ใหญ่ต้องยอมกลับมาอยู่บ้านของเราอย่างแน่นอน”

“จะหนีไปไกลล่ะสิไม่ว่า”

“ไม่หนีหรอก แม่เชื่อแบบนั้น” คุณหญิงกับลูกชายยืนคุยกัน ในขณะที่ฉันนั่งงงเพราะสงสัยว่าพวกเขากำลังคุยถึงเรื่องอะไร “ตกลงเธอรับงานนี้หรือเปล่า”

“อะ เอ่อ…”

“ฉันจ่ายให้ห้าแสน”

“หะ ห้าแสนเลยเหรอคะ ทำไมเยอะจัง”

“ถือเป็นค่าเปิดทาง ถ้าเธอทำสำเร็จ ฉันจะยอมจ่ายให้อีกหนึ่งล้าน” ฉันถึงกับตะลึงเลยทีเดียว ทำไมคุณหญิงถึงยอมจ่ายเงินเยอะขนาดนี้

“จะให้หนูไปทำอะไรคะ ทำไมให้เงินหนูเยอะแบบนี้ หนูไม่ทำได้ไหมคะ”

“ไม่ได้!”

“อะ เอ่อ…”

“ฉันแค่อยากให้เธอไปอยู่ดูแลลูกชายคนโตของฉันน่ะ ทำยังไงก็ได้ให้ตาใหญ่ยอมกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้”

“…” ฉันเงียบ เม้มปากเข้าหากันจนแน่น แค่คิดก็ยากแล้ว จะไปทั้งๆ ที่ไม่รู้จักเขางั้นเหรอ แล้วเขาใจดีหรือเปล่า

“เธอต้องการเงินไม่ใช่เหรอ”

“แต่ว่า…”

“รับๆ ไปเถอะนา ฉันเชื่อว่าเธอทำได้และฉันก็ไว้ใจเธอด้วย”

“หนูจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ หนูยังอยากกลับบ้านไปหาครอบครัวนะคะ”

“จะรอดเหรอครับแม่ แค่คิดก็ยากแล้ว”

“รอดสิ”

แต่สุดท้ายฉันก็ตอบตกลงอยู่ดีเพราะอยากได้เงินก้อนแรกไปช่วยครอบครัว เป็นเงินที่เยอะมากเลยทีเดียว เรื่องนี้คุณหญิงให้ปิดเป็นความลับ ห้ามบอกใครแม้แต่ป้าอ่อน ฉันเองก็ตกลง

จนเช้าวันอาทิตย์ลูกชายคนโตของคุณหญิงมากินข้าวที่บ้านด้วย ฉันช่วยป้าอ่อนทำกับข้าว เมนูโปรดของคุณใหญ่ เป็นชื่อของลูกชายคนโตคุณหญิงค่ะ ป้าอ่อนท่านบอก… ไข่ลูกเขยคือเมนูโปรด ป้าอ่อนบอกสูตรแต่ฉันกลับทำสูตรตามใจตัวเองไปเล็กน้อยเพราะคิดว่ารสชาติมันโอเคกว่า

ช่วงเวลานั้นฉันไม่ได้อยู่วุ่นวายด้วยจนลูกชายของคุณผู้หญิงจะกลับ ป้าอ่อนท่านบอกให้เอาขนมไปให้เขา แต่เขากลับไม่รับแถมยังยกให้ฉันอีก หลังจากเขาออกไปคุณหญิงกับลูกชายคนเล็กก็เดินออกมา

“เดี๋ยวฉันให้ตาเล็กไปส่งที่คอนโด”

“ไปวันนี้เลยเหรอคะ”

“ใช่! และต้องไปให้ถึงก่อนตาใหญ่ด้วย”

“ผมคงต้องเหาะไปอะแม่”

“บิ๊กไบค์แกไง ไปอีกทาง ถึงก่อนพี่ใหญ่ชัวร์”

“ถ้าพี่ใหญ่อาละวาด ผมไม่รับผิดชอบนะครับ”

“เถอะนา! ไปได้แล้ว”

ฉันยังไม่มีเวลาได้ล่ำลาป้าอ่อนเลยค่ะ คุณเล็กก็ลากออกมาซะแล้ว ยืนมองรถคันใหญ่ๆ ด้วยใบหน้าที่งุนงง นี่ฉันต้องนั่งซ้อนท้ายรถคันนี้ไปงั้นเหรอ

“ขึ้นมาได้แล้ว”

“ขึ้นยังไงเหรอคะ ปกติหนูนั่งแต่รถจักรยาน”

“จะรอดจนถึงพี่ใหญ่กลับมาอยู่บ้านไหมเนี่ย”

“คะ?” ไม่มีเสียงตอบกลับ นอกจากคุณเล็กจะลงมาจากรถพร้อมกับหยิบหมวกกันน็อคมาสวมให้ฉัน อุ้มจนฉันตัวลอยขึ้นไปนั่งคร่อมบนรถ

เสียงรถแล่นอย่างรวดเร็วพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัว ฉันจับเสื้อของเขาไว้จนแน่นพลางหลับตาปี๋ไม่กล้ามองสบตากับอะไรเลยทีเดียว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกพาไปที่ไหนจนมาถึงหน้าตึกขนาดใหญ่ สูงมากเลยค่ะ

“เฮ้ย! ยังไม่ได้ล้างหน้าเลย”

“เอ่อ…”

“รีบไปเถอะ พี่ใหญ่คงยังมาไม่ถึง” คุณเล็กจับมือฉันพาวิ่งเข้าไปข้างใน ก่อนจะพาขึ้นไปด้านบน “นี่คือห้องของพี่ใหญ่”

“คะ?”

“ผู้ชายที่เยลต้องพากลับไปที่บ้านให้ได้”

“อ๋อ… คุณใหญ่น่ากลัวไหมคะ”

“ก็… ไม่เชิงมั้ง”

“หนูไม่ทำแล้วได้ไหมคะ”

“ไม่ได้ เยลรับเงินไปแล้วและแม่คงไม่ยอม”

“แต่ว่า…”

“ห้ามให้พี่ใหญ่รู้เรื่องนี้ด้วยนะ พวกเรารู้กันแค่สามคนเท่านั้น จนกว่างานจะสำเร็จ”

“ค่ะ”

“ฉันกลับก่อนนะ” คุณเล็กยิ้มให้ฉันก่อนจะเดินไปทางประตู เขาไม่ทันได้ออกไปก็หยุดเดินพลางหันกลับมาเรียกชื่อฉันเอาไว้ “เยลลี่”

“คะ?”

“เป็นตัวของตัวเองนะ ความจริงใจเท่านั้นที่จะเอาชนะใจพี่ใหญ่ได้ เขาไม่ใช่คนใจร้ายซะทีเดียวหรอก”

“ค่ะ”

“อย่าลืมล้างหน้าล่ะ” คุณเล็กยิ้มให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ทำไมรู้สึกหนาวๆ จัง เหมือนอากาศข้างในจะเย็นเป็นพิเศษ ฉันเลิกสนใจอากาศภายในห้องก่อนจะมองหาที่ล้างหน้าจนหันไปเจอครัวเข้า ฉันเลยเดินไปมุมนั้นทันที ทำความสะอาดใบหน้าของตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย

จนกระทั่งเจ้าของห้องตัวจริงกลับมา… ความคิดทุกอย่างมันดับวูบไป เพราะตอนนี้ฉันอยากคืนเงินคุณหญิงมากๆ เลยค่ะ แต่ติดตรงที่ฉันโอนให้แม่หมดแล้ว ไม่เหลือติดตัวแม้แต่สตังค์เดียว

“ฮือออ อึก… หะ ไหนคุณเล็กบอกว่าคุณใหญ่ใจดี”

เมี้ยว เมี้ยว 

ฉันจะเริ่มยังไงดี หลังจากที่เมื่อวานเจอเรื่องราวมามากมาย วันนี้ฉันก็ต้องอุ้มน้องแมวตัวน้อยๆ ออกมาจากห้องของคุณใหญ่ เขาไม่ต้องการฉัน เขาไล่ฉัน แล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหน กลับไปที่บ้านของคุณหญิงก็ไม่ได้อีก

“ทำไมทุกคนต้องคิดว่าเยลเป็นภาระด้วย ฮือๆ”

เมี้ยว เมี้ยว 

เสียงน้องแมวร้องดังขึ้นมา เป็นลูกแมวตัวที่เจอเมื่อวาน จำได้ว่าไปกับคุณใหญ่ พอตื่นขึ้นมาเขาหาย ฉันเลยเดินตามหาแต่กลับไปเจอน้องแมวนั่งร้องเรียกอยู่ตรงมุมหนึ่ง เปียกฝนด้วยค่ะ ฉันเลยตัดสินใจเข้าไปอุ้มและกอดเพื่อให้ความอบอุ่น แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่อง

“พวกเราจะไปอยู่ที่ไหนกันดี” น้องแมวตัวสีส้มนั่งจ้องหน้าฉันเหมือนมีคำถาม ถ้าแมวพูดได้ก็คงดี ฉันจะได้ไม่เหงา

เมี้ยว เมี้ยว 

“อึก… หนาวจัง หิวด้วย”

ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงไหน ขอแค่มุมหนึ่งเพื่อหลบสายลมก็พอ มันหนาวมากเลย สองขาแทบไม่มีแรงจะเดินออกไปจากบริเวณนี้ด้วยซ้ำ

“อะ นั่นแกจะไปไหน” แรงที่จะตามเจ้าแมวน้อยไปยังไม่มีเลย สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อย “แม้แต่แกก็ไม่อยากอยู่กับเยลงั้นเหรอ น่าเศร้าจัง”

ฉันว่าขึ้นลอยๆ หลับตาพริ้ม สองแขนกอดตัวเองเพื่อคลายความหนาว ทำไมทรมานจังเลย ไม่คิดว่าต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทุกคนใจร้าย… ใจร้ายหมดเลย

“อะ อึก…”

เหนื่อย ง่วงนอนด้วย พ่อจ๋า… หนูอยากกลับบ้าน ฮือๆ

“เยลลี่!”

ฉันไม่รู้ว่าเสียงผู้ชายที่ไหนกำลังเรียกชื่อของฉันอยู่ น้ำเสียงของเขาเหมือนไม่พอใจ แต่ก็คุ้นหูในเวลาเดียวกัน เหมือนเสียงของคนใจร้ายเลยค่ะ

“น้องเขาจะตายไหมวะ”

“มึงน่ะจะตายก่อน อุ้มลูกแมวดิ”

“เออๆ” เสียงใครกันนะ ตอนนี้เปลือกตามันหนักอึ้ง มองไม่ถนัดเลย มันพล่ามัวไปหมด

“ห้ามตาย! มึงตายไม่ได้!”

“ไอ้สัส! น้องเขาแค่ไม่สบาย”

“พูดไว้ก่อนเผื่อใกล้ตาย” พวกเขาทะเลาะอะไรกัน ทำไมฉันไม่มีเรี่ยวแรงมากพอจะลืมตาเพื่อมองดูกันนะ

“ฮือ อึก… จะ ใจร้าย”

ภาพตรงหน้ามันกลายเป็นสีดำหมดเลย สติของฉันแทบจะไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว นอกจากหลับไปในที่สุด…

 

 

 

--100%--

น้องเยลของเอส ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเอสยอมเสียสละผัวคนนี้ให้หนูเองนะคะ รวยเวอร์วังอลังการมากๆ เลยค่ะ

555555555

หาความอ่อนโยนของพระเอกเรื่องนี้ไม่เจอเลยจริงๆ ค่ะ ใครคิดว่ามันห่ามไป ต้องขออภัยด้วยนะคะ

โหดกับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่เมีย #พี่ยักษ์ใหญ่ของเอสเองค่ะ 555555 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น