เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๔ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๔ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2563 15:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๔ [100%]
แบบอักษร

 

 

 

[เยลลี่] 

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเยลลี่ เป็นเด็กต่างจังหวัด พ่อกับแม่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ฉันมีพี่สาวฝาแฝดหนึ่งคนชื่อว่าพี่แยม… พี่แยมเป็นคนสวยมากเลยค่ะ ถึงพวกเราจะหน้าเหมือนกัน แต่แม่ชอบบอกว่าพี่แยมสวยกว่าเยอะเลย ใครเห็นก็พากันหลงรัก การเป็นน้องต้องเสียสละทุกอย่างเพราะฐานะทางบ้านไม่ดีฉันเลยตัดสินใจที่จะไม่เรียนต่อและให้พี่แยมได้เรียน พ่อเองก็ป่วยท่านไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน ทำงานหนัก ๆ ไม่ค่อยได้แล้ว 

“นังเยล ฉันจะส่งแกไปทำงานกับป้าอ่อนที่กรุงเทพ” ป้าอ่อนเป็นพี่สาวของพ่อค่ะ 

“แต่ว่า…” 

“แกอยู่ที่นี่ก็เป็นภาระ พวกเราต้องใช้เงิน ตอนนี้พี่แยมยังเรียนหนังสืออยู่ มีแกคนเดียวที่ช่วยพวกเราได้” เสียงแม่อธิบายต่อ 

“แค่ก ๆ จะให้ลูกไปทำไม” เสียงพ่อดังตามหลังขึ้นมาบ้าง 

“พี่น่ะอยู่เฉย ๆ ไปเถอะ ถ้านังเยลไม่ช่วยแบ่งเบาภาระพวกเราบ้าง จะเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่าย ไหนจะค่ารักษาพยาบาลของพี่อีก” 

“เดี๋ยวแยมช่วยทำงานก็ได้นะแม่” 

“ไม่ต้องเลย แกมีหน้าที่เรียนอย่างเดียวก็พอ เรียนจบก็ค่อยหางานดี ๆ ทำ” 

นี่แหละครอบครัวของฉัน คงมีแค่พ่อที่รักและอยากให้ฉันอยู่ข้าง ๆ ท่านเสมอ ข้อสรุปเรื่องนี้จบลงที่แม่ส่งฉันไปทำงานกับป้าอ่อน ฉันเองก็ตกลงเพราะอยากช่วยหาเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับพ่อ เช้าของอีกวันฉันเลยได้เดินทางมากรุงเทพ ป้าอ่อนมารอรับที่ขนส่งก่อนจะพาไปบ้านเจ้านายที่ท่านทำงานอยู่ด้วย 

คุณหญิงเป็นคนใจดีมากเลยค่ะ แต่ท่านไม่ค่อยชอบความวุ่นวาย ป้าอ่อนเลยให้ฉันคอยช่วยเหลืออยู่แต่ในครัวเท่านั้น แต่กลางดึกของคืนวันเสาร์คุณหญิงกลับลงมาหาฉันที่ห้องพร้อมกับลูกชายของท่าน ชื่อว่าคุณเล็กค่ะ ฉันนอนแยกห้องกับป้าอ่อนแต่ห้องของพวกเราอยู่ไม่ไกลกันมากค่ะ 

“คะ คุณหญิงมีอะไรให้เยลรับใช้เหรอคะ” 

“เธออายุเท่าไหร่” 

“สิบเก้าค่ะ” คุณหญิงเงียบไป ท่านหันไปมองหน้าลูกชายที่ยืนอยู่ด้วยพร้อมกับรอยยิ้ม 

“ตาใหญ่ชอบเด็กหรือเปล่า” 

“เกลียดเลยแหละครับ” 

“ก็ดี” 

“แม่คิดจะทำอะไรครับ” ฉันไม่รู้ว่าเจ้านายทั้งสองคนกำลังสนทนาเรื่องอะไรกันอยู่ 

“ชื่อเยลลี่ใช่มั้ย” 

“ค่ะ” 

“ฉันมีงานให้เธอทำ เงินดีนะ” 

“งะ งานอะไรเหรอคะ แต่หนูก็ช่วยป้าอ่อนอยู่แล้วนะคะ” 

“แต่งานนี้เงินดีกว่า ถ้าเธอทำสำเร็จฉันจะช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลของพ่อเธอจนหมด รวมทั้งเงินอีกก้อนเพื่อให้เธอใช้จ่ายในครอบครัว” 

“เอ๊ะ!” ฉันครางแผ่วเบา งานอะไรกันนะ ทำไมคุณหญิงถึงยอมทุ่มเงินมากมายขนาดนี้ 

“แม่ครับ” 

“เงียบน่าตาเล็ก” 

“แม่ก็รู้ว่าพี่ใหญ่เป็นคนยังไง” 

“เพราะแบบนี้ไง แม่ถึงอยากส่งเยลลี่ไปน่ะ เชื่อแม่สิว่าพี่ใหญ่ต้องยอมกลับมาอยู่บ้านของเราอย่างแน่นอน” 

“จะหนีไปไกลล่ะสิไม่ว่า” 

“ไม่หนีหรอก แม่เชื่อแบบนั้น” คุณหญิงกับลูกชายยืนคุยกัน ในขณะที่ฉันนั่งงงเพราะสงสัยว่าพวกเขากำลังคุยถึงเรื่องอะไร “ตกลงเธอรับงานนี้หรือเปล่า” 

“อะ เอ่อ…” 

“ฉันจ่ายให้ห้าแสน” 

“หะ ห้าแสนเลยเหรอคะ ทำไมเยอะจัง” 

“ถือเป็นค่าเปิดทาง ถ้าเธอทำสำเร็จ ฉันจะยอมจ่ายให้อีกหนึ่งล้าน” ฉันถึงกับตะลึงเลยทีเดียว ทำไมคุณหญิงถึงยอมจ่ายเงินเยอะขนาดนี้ 

“จะให้หนูไปทำอะไรคะ ทำไมให้เงินหนูเยอะแบบนี้ หนูไม่ทำได้ไหมคะ” 

“ไม่ได้!” 

“อะ เอ่อ…” 

“ฉันแค่อยากให้เธอไปอยู่ดูแลลูกชายคนโตของฉันน่ะ ทำยังไงก็ได้ให้ตาใหญ่ยอมกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้” 

“…” ฉันเงียบ เม้มปากเข้าหากันจนแน่น แค่คิดก็ยากแล้ว จะไปทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักเขางั้นเหรอ แล้วเขาใจดีหรือเปล่า 

“เธอต้องการเงินไม่ใช่เหรอ” 

“แต่ว่า…” 

“รับ ๆ ไปเถอะน่า ฉันเชื่อว่าเธอทำได้และฉันก็ไว้ใจเธอด้วย” 

“หนูจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ หนูยังอยากกลับบ้านไปหาครอบครัวนะคะ” 

“จะรอดเหรอครับแม่ แค่คิดก็ยากแล้ว” 

“รอดสิ” 

แต่สุดท้ายฉันก็ตอบตกลงอยู่ดีเพราะอยากได้เงินก้อนแรกไปช่วยครอบครัว เป็นเงินที่เยอะมากเลยทีเดียว เรื่องนี้คุณหญิงให้ปิดเป็นความลับ ห้ามบอกใครแม้แต่ป้าอ่อน ฉันเองก็ตกลง  

จนเช้าวันอาทิตย์ลูกชายคนโตของคุณหญิงมากินข้าวที่บ้านด้วย ฉันช่วยป้าอ่อนทำกับข้าว เมนูโปรดของคุณใหญ่ เป็นชื่อของลูกชายคนโตคุณหญิงค่ะ ป้าอ่อนท่านบอก… ไข่ลูกเขยคือเมนูโปรด ป้าอ่อนบอกสูตรแต่ฉันกลับทำสูตรตามใจตัวเองไปเล็กน้อยเพราะคิดว่ารสชาติมันโอเคกว่า 

ช่วงเวลานั้นฉันไม่ได้อยู่วุ่นวายด้วยจนลูกชายของคุณผู้หญิงจะกลับ ป้าอ่อนท่านบอกให้เอาขนมไปให้เขา แต่เขากลับไม่รับแถมยังยกให้ฉันอีก หลังจากเขาออกไปคุณหญิงกับลูกชายคนเล็กก็เดินออกมา 

“เดี๋ยวฉันให้ตาเล็กไปส่งที่คอนโด” 

“ไปวันนี้เลยเหรอคะ” 

“ใช่! และต้องไปให้ถึงก่อนตาใหญ่ด้วย” 

“ผมคงต้องเหาะไปอะแม่” 

“บิ๊กไบค์แกไง ไปอีกทาง ถึงก่อนพี่ใหญ่ชัวร์” 

“ถ้าพี่ใหญ่อาละวาด ผมไม่รับผิดชอบนะครับ” 

“เถอะน่า! ไปได้แล้ว” 

ฉันยังไม่มีเวลาได้ล่ำลาป้าอ่อนเลยค่ะ คุณเล็กก็ลากออกมาซะแล้ว ยืนมองรถคันใหญ่ ๆ ด้วยใบหน้าที่งุนงง นี่ฉันต้องนั่งซ้อนท้ายรถคันนี้ไปงั้นเหรอ 

“ขึ้นมาได้แล้ว” 

“ขึ้นยังไงเหรอคะ ปกติหนูนั่งแต่รถจักรยาน” 

“จะรอดจนถึงพี่ใหญ่กลับมาอยู่บ้านไหมเนี่ย” 

“คะ?” ไม่มีเสียงตอบกลับ นอกจากคุณเล็กจะลงมาจากรถพร้อมกับหยิบหมวกกันน็อกมาสวมให้ฉัน อุ้มจนฉันตัวลอยขึ้นไปนั่งคร่อมบนรถ 

เสียงรถแล่นอย่างรวดเร็วพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัว ฉันจับเสื้อของเขาไว้จนแน่นพลางหลับตาปี๋ไม่กล้ามองสบตากับอะไรเลยทีเดียว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกพาไปที่ไหนจนมาถึงหน้าตึกขนาดใหญ่ สูงมากเลยค่ะ 

“เฮ้ย! ยังไม่ได้ล้างหน้าเลย” 

“เอ่อ…” 

“รีบไปเถอะ พี่ใหญ่คงยังมาไม่ถึง” คุณเล็กจับมือฉันพาวิ่งเข้าไปข้างใน ก่อนจะพาขึ้นไปด้านบน “นี่คือห้องของพี่ใหญ่” 

“คะ?” 

“ผู้ชายที่เยลต้องพากลับไปที่บ้านให้ได้” 

“อ๋อ… คุณใหญ่น่ากลัวไหมคะ” 

“ก็… ไม่เชิงมั้ง” 

“หนูไม่ทำแล้วได้ไหมคะ” 

“ไม่ได้ เยลรับเงินไปแล้วและแม่คงไม่ยอม” 

“แต่ว่า…” 

“ห้ามให้พี่ใหญ่รู้เรื่องนี้ด้วยนะ พวกเรารู้กันแค่สามคนเท่านั้น จนกว่างานจะสำเร็จ” 

“ค่ะ” 

“ฉันกลับก่อนนะ” คุณเล็กยิ้มให้ฉันก่อนจะเดินไปทางประตู เขาไม่ทันได้ออกไปก็หยุดเดินพลางหันกลับมาเรียกชื่อฉันเอาไว้ “เยลลี่” 

“คะ?” 

“เป็นตัวของตัวเองนะ ความจริงใจเท่านั้นที่จะเอาชนะใจพี่ใหญ่ได้ เขาไม่ใช่คนใจร้ายซะทีเดียวหรอก” 

“ค่ะ” 

“อย่าลืมล้างหน้าล่ะ” คุณเล็กยิ้มให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ทำไมรู้สึกหนาว ๆ จัง เหมือนอากาศข้างในจะเย็นเป็นพิเศษ ฉันเลิกสนใจอากาศภายในห้องก่อนจะมองหาที่ล้างหน้าจนหันไปเจอครัวเข้า ฉันเลยเดินไปมุมนั้นทันที ทำความสะอาดใบหน้าของตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย 

จนกระทั่งเจ้าของห้องตัวจริงกลับมา… ความคิดทุกอย่างมันดับวูบไป เพราะตอนนี้ฉันอยากคืนเงินคุณหญิงมาก ๆ เลยค่ะ แต่ติดตรงที่ฉันโอนให้แม่หมดแล้ว ไม่เหลือติดตัวแม้แต่สตางค์เดียว 

“ฮือออ อึก… หะ ไหนคุณเล็กบอกว่าคุณใหญ่ใจดี” 

เมี้ยว เมี้ยว 

ฉันจะเริ่มยังไงดี หลังจากที่เมื่อวานเจอเรื่องราวมามากมาย วันนี้ฉันก็ต้องอุ้มน้องแมวตัวน้อย ๆ ออกมาจากห้องของคุณใหญ่ เขาไม่ต้องการฉัน เขาไล่ฉัน แล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหน กลับไปที่บ้านของคุณหญิงก็ไม่ได้อีก 

“ทำไมทุกคนต้องคิดว่าเยลเป็นภาระด้วย ฮือ ๆ” 

เมี้ยว เมี้ยว 

เสียงน้องแมวร้องดังขึ้นมา เป็นลูกแมวตัวที่เจอเมื่อวาน จำได้ว่าไปกับคุณใหญ่ พอตื่นขึ้นมาเขาหาย ฉันเลยเดินตามหาแต่กลับไปเจอน้องแมวนั่งร้องเรียกอยู่ตรงมุมหนึ่ง เปียกฝนด้วยค่ะ ฉันเลยตัดสินใจเข้าไปอุ้มและกอดเพื่อให้ความอบอุ่น แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่อง 

“พวกเราจะไปอยู่ที่ไหนกันดี” น้องแมวตัวสีส้มนั่งจ้องหน้าฉันเหมือนมีคำถาม ถ้าแมวพูดได้ก็คงดี ฉันจะได้ไม่เหงา 

เมี้ยว เมี้ยว 

“อึก… หนาวจัง หิวด้วย” 

ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงไหน ขอแค่มุมหนึ่งเพื่อหลบสายลมก็พอ มันหนาวมากเลย สองขาแทบไม่มีแรงจะเดินออกไปจากบริเวณนี้ด้วยซ้ำ 

“อะ นั่นแกจะไปไหน” แรงที่จะตามเจ้าแมวน้อยไปยังไม่มีเลย สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อย “แม้แต่แกก็ไม่อยากอยู่กับเยลงั้นเหรอ น่าเศร้าจัง” 

ฉันว่าขึ้นลอย ๆ หลับตาพริ้ม สองแขนกอดตัวเองเพื่อคลายความหนาว ทำไมทรมานจังเลย ไม่คิดว่าต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทุกคนใจร้าย… ใจร้ายหมดเลย 

“อะ อึก…” 

เหนื่อย ง่วงนอนด้วย พ่อจ๋า… หนูอยากกลับบ้าน ฮือ ๆ 

“เยลลี่!” 

ฉันไม่รู้ว่าเสียงผู้ชายที่ไหนกำลังเรียกชื่อของฉันอยู่ น้ำเสียงของเขาเหมือนไม่พอใจ แต่ก็คุ้นหูในเวลาเดียวกัน เหมือนเสียงของคนใจร้ายเลยค่ะ 

“น้องเขาจะตายไหมวะ” 

“มึงน่ะจะตายก่อน อุ้มลูกแมวดิ” 

“เออ ๆ” เสียงใครกันนะ ตอนนี้เปลือกตามันหนักอึ้ง มองไม่ถนัดเลย มันพร่ามัวไปหมด 

“ห้ามตาย! มึงตายไม่ได้!” 

“ไอ้สัส! น้องเขาแค่ไม่สบาย” 

“พูดไว้ก่อนเผื่อใกล้ตาย” พวกเขาทะเลาะอะไรกัน ทำไมฉันไม่มีเรี่ยวแรงมากพอจะลืมตาเพื่อมองดูกันนะ 

“ฮือ อึก… จะ ใจร้าย” 

ภาพตรงหน้ามันกลายเป็นสีดำหมดเลย สติของฉันแทบจะไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว นอกจากหลับไปในที่สุด… 

ความคิดเห็น